เข้าสู่ระบบ4
ซูชิ
ภามกับคัพเค้กกลับมาคุยกันตามปกติแต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปนั่นก็คือความรู้สึกของทั้งสองคนที่มันเปลี่ยนไปจนทั้งสองเองก็ยังรู้สึกเกร็งๆ เมื่อต้องนั่งรถไปมหาวิทยาลัยอย่างเช่นเมื่อก่อนที่ทำทุกวันแต่มาวันนี้ทั้งสองคนดูเกร็งๆ และไม่เป็นธรรมชาติเลย
“ให้อามารับกี่โมง” ภามจอดรถหน้าตึกคณะที่คัพเค้กเรียนพร้อมกับถามหญิงสาวอย่างเช่นทุกวันแต่วันนี้ชายหนุ่มกับรู้สึกเขินเมื่อเห็นคัพเค้กในชุดนักศึกษาที่รัดรูปกว่าทุกวันกระโปรงทรงเอที่แน่นเปรี๊ยะแล้วยังผ่าข้างขึ้นมาอีกเผยให้เห็นเรียวขาอ่อนที่ขาวเนียนของเธอเสื้อนักศึกษาสีขาวสะอาดตาที่แน่นจนเต้าอวบแทบจะหายใจไม่ออกอยู่แล้วยิ่งมองยิ่งทำให้ภามคิดไปไกลแต่ความคิดนั้นต้องหยุดลงก่อนเพราะคัพเค้กพูดขึ้น
“ไม่ต้องมารับเค้กก็ได้ค่ะวันนี้เค้กต้องไปทำรายงานกับเพื่อนต่อเดี๋ยวเค้กกลับเอง” ภามที่ได้ยินอย่างนั้นแม้ในใจอยากห้ามไม่ให้ไปแต่เขานึกได้ว่าทั้งสองพึ่งคืนดีกันเขาเองก็ไม่อยากทะเลาะกับเธอภามจึงพยักหน้าให้กับหญิงสาว
“วันนี้มาแปลกไม่ห้าม” คัพเค้กเองก็รู้สึกแปลกไปเมื่อภามไม่ห้ามเธอก็นึกสงสัยขึ้นมาเหมือนกัน
“สงสัยไม่อยากทะเลาะกับเรา ก็ดีเหมือนกัน” คัพเค้กพูดจบก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งที่ตามจีบเธอแต่เธอไม่เคยแม้จะชายตามองไม่ใช่ว่าเขาไม่หล่อแต่เธอมีคนของใจแล้วต่างหาก เขาจะมาพร้อมเพื่อนอีกสองคนซึ่งเป็นเหมือนลูกน้องของเขา
“น้องเค้กคัพ น้องคัพเค้กวันนี้พี่มีดอกไม้สวยๆ มาฝาก” ‘ตุ้ย’ ชายหนุ่มลูกชายของอธิการบดีประจำมหาวิทยาลัยหน้าตาก็พอไปวัดไปวาความรวยก็พอตัวแต่คัพเค้กกลับไม่ได้รู้สึกชอบเลย
“เนื่องในโอกาสอะไรคะทำไมต้องเอาให้ด้วยถ้าเค้กไม่ขอรับคงไม่ว่ากันนะคะขี้เกียจถือ” คัพเค้กพูดจบก็เดินไปจากตรงนั้นทันที
ตุ้ยที่ดูผ่านๆ เหมือนเขาจะเป็นคนอารมณ์ดีแต่เมื่อเขาโดนคัพเค้กปฏิเสธเขาก็ดูก้าวร้าวขึ้นมาเหมือนเป็นคนละคน
“เล่ยตัวนักนะสักวันกูจะจับมาเป็นเมียเอาให้มึงร้องไม่ออกเลย” ตุ้ยพูดพร้อมกับมองตามหลังคัพเค้ก
“เอาให้เข็ดเลยนะลูกพี่” เพื่อนคนหนึ่งพูดขึ้นข้างๆ หูของตุ้ย
คัพเค้กนั่งเรียนไปอยู่ๆ เธอก็นึกถึงใบหน้าของภามที่อยู่ใกล้ๆ ใบหน้าของเธอ เมื่อเธอนึกถึงใบหน้าของภามทีไรเธอต้องใจเต้นแรงทุกครั้ง “คนบ้าอะไรยิ่งใกล้ยิ่งหล่อ” คัพเค้กบ่นพึมพำคนเดียวจนอาจารย์บอกหมดเวลาเรียนเธอก็ยังนั่งยิ้มอยู่อย่างนั้น
“เค้กๆ ๆ ๆ ไปกินข้าว อาจารย์ปล่อยแล้ว” มีมี่เรียกหรือพูดยังไงเค้กก็ยังนั่งยิ้มอยู่อย่างนั้น
“เค้กๆ ๆ ไฟไหม้ๆ ๆ” มีมี่กระซิบที่ข้างหูของคัพเค้กจนเธอต้องสะดุ้งขึ้นมาอย่างสุดตัว
“ไฟไหม้ๆ ๆ หรอเราต้องวิ่งไปที่บันไดหนีไฟนะมีมี่” คัพเค้กพูดขึ้นพร้อมกับรีบเก็บของเตรียมตัวที่จะวิ่ง
“ฉันล้อเล่น” มีมี่พูดขึ้นคัพเค้กก็ตีที่แขนเพื่อนไปหนึ่งที
“แกมาล้อเล่นอะไรตอนนี้เนี่ย ฉันตกใจหมดเลย”
“ก็แกเอาแต่นั่งยิ้มฉันเรียกแกเท่าไรแกก็ไม่ได้ยินสักที ฉันหิวข้าวจะแย่แล้วเนี่ย” มีมี่พูดจบเพื่อนผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่งก็เดินเข้ามาชวนทั้งสองคนไปกินข้าวด้วยกัน ซึ่งเพื่อนชายหนุ่มสุดหล่อคนนี้คือคนที่ภามไม่ชอบให้คัพเค้กอยู่ใกล้ๆ ซึ่งคัพเค้กเองก็เคยอยากได้เป็นแฟนเพื่อลบความรู้สึกของเธอที่มีต่อภามอยู่เหมือนกันแต่เธอก็ได้แค่คิดเท่านั้นเพราะความรู้สึกของเธอที่มีต่อภามเริ่มชัดเจนขึ้นทุกวันๆ
“ไปกินข้าวกัน วันนี้ฉันเลี้ยงเอง แต่ฉันขอเลือกร้านนะ วันนี้ฉันอยากกินซูชิ ตกลงมั้ย” ‘โน๊ต’ พูดขึ้นมาพร้อมกับถามความคิดเห็นของเพื่อนอีกสองคน
“เค้กยังไงก็ได้”
“ส่วนมีมี่แน่นอนอยู่แล้วว่ากินฟรีกินร้านไหนก็แล้วแต่เจ้าภาพเลยจ้า” เค้กกับโน้ตได้ยินก็หัวเราะในท่าทางของมีมี่ที่ทำตัวน่ารักอย่างกับเด็กจะได้ไปเที่ยวสวนสนุก
โน้ตขับรถพาคัพเค้กแล้วก็มีมี่ไปที่ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งหนึ่งซึ่งไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยมากเท่าไหร่เพื่อจะได้ไม่ต้องใช้เวลาเดินทางนานเพราะทั้งสามคนก็ต้องกลับไปเรียนช่วงบ่ายๆ อีกหนึ่งคลาส
“แกร้านนี้ดีมากนะรีวิวเลิศมากแกนี่มันคลาสดีจริงๆ เลยโน๊ตแต่ยังไงก็ขอบใจแกมากนะที่พาพวกเรามาเลี้ยง” มีมี่พูดไม่หยุดตั้งแต่นั่งรถมาจนโน๊ตกับคัพเค้กต้องหัวเราะให้เธออยู่หลายครั้ง
“เราเข้าไปในร้านดีกว่าข้างนอกร้อนมากเลยวันนี้ทั้งๆ ที่เป็นหน้าหนาวแท้ๆ เลย” โน้ตรีบชวนสาวๆ เข้าในในร้าน
“เอาที่นั่งๆ ที่ไกลๆ คนหน่อยนะพอดีฉันกินมูมมามเดี๋ยวหนุ่มๆ มองมาฉันจะอายได้” มีมี่พูดติดตลกให้เพื่อนหัวเราะได้ตลอดเวลา
“ได้เลยเพื่อนจัดให้” โน้ตจึงบอกกับพนักงานว่าต้องการที่นั่งที่ส่วนตัวมากที่สุดในร้าน พนักงานก็จัดให้ทันที
“ถ้าอย่างนั้นแกสองคนก็เข้าไปนั่งก่อนนะฉันขอไปเข้าห้องน้ำก่อน ฉันอั้นไม่ไหวแล้ว” มีมี่พูดจบก็วิ่งไปเข้าห้องน้ำทันที
“ยัยมีมี่นี่โก๊ะจริงๆ เลย ถึงว่ายังไม่มีแฟนสักที” คัพเค้กพูดขึ้นพร้อมกับหัวเราะให้กับเพื่อน
“แล้วคัพเค้กล่ะไม่อยากมีแฟนบ้างหรือไง” โน๊ตถามคัพเค้กพร้อมกับมองหน้าของเธออย่างที่ต้องการคำตอบอย่างจริงจัง
“อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิโน๊ตแค่ถามไปอย่างนั้นเองเราไปนั่งกันดีกว่าพนักงานเรียกแล้ว” โน้ตกลบเกลื่อนความเขินด้วยการชวนคัพเค้กไปนั่งที่โต๊ะ
คัพเค้กอยากบอกเหลือเกินว่าเธออยากมีแต่คนที่เธออยากได้เป็นแฟนมันช่างรู้สึกยากสำหรับเธอเหลือเกิน
5เผชิญหน้าหลังจากไม่ได้เจอห้าปี พริมากำลังนั่งรอข้าวกระเพราหมูกรอบไข่ดาวรสจัดที่เธอใฝ่ฝันอยากกินมาตลอดเมื่อตอนที่อยู่ต่างประเทศ ตอนนี้เธออยู่เมืองไทยเรียบร้อยแล้วเธอจึงจัดซะเลย ในระหว่างที่นั่งรออาหารสายตาของเธอก็พลันไปเห็นชายหนุ่มที่รูปร่างหน้าตาท่าทางคล้ายๆ กับทิศเหนือแต่เขาดูร่างหนากว่าทิศเหนือเมื่อหลายปีก่อนจนเธอไม่มั่นใจว่าใช่หรือเปล่า แม้ความคิดของเธอจะบอกว่าไม่ใช่ทิศเหนือแต่สายตาของเธอก็ยังคงจับจ้องไปที่เขาอย่างไม่ละสายตา ผู้ชายคนนั้นเดินตรงเข้ามาใกล้เรื่อยๆ และน่าจะตรงมาที่ร้านอาหารที่เธอกำลังนั่งรอข้าวกระเพราะจานโปรดที่เธอรอคอยมานาน “บอสก็มากินร้านนี้ด้วยหรอคะเนี่ย” พนักงานบริษัทสาวสองสามคนเอ่ยทักทายผู้ชายคนนั้น พริมาที่กลัวว่าจะเป็นทิศเหนือเธอจึงนั่งหันหลังไม่กล้าหันไปมองเขา “ผมก็กินร้านนี้บ่อยเพียงแต่ว่าผมไม่ได้มากินที่ร้านส่วนมากก็สั่งให้ที่ร้านเอาไปส่งให้ที่บริษัท” ทิศเหนือพูดกับพนักงานสาวกลุ่มนั้นก่อนที่จะหันไปสั่งเมนูโปรดของเขา “ป้าครับกระเพราทะเลไข่ดาวพิเศษๆ ครับขอเผ็ดๆ นะครับ” ทิศเหนือสั่งเสร็จก
4เลขาคนใหม่กับหัวใจดวงเดิม ทิศเหนือนั่งอ่านใบสมัครงานของพริมาเขาแทบไม่อยากสัมภาษณ์คนอื่นอีกเลยเพราะเขาอยากให้เธอมาเป็นเลขาของเขาโดยไม่ต้องสัมภาษณ์อะไรใครทั้งนั้นแต่เขาก็ต้องทำให้ดูสมเหตุสมผลแม้คำตอบในใจของเขาก็หนีไม่พ้นพริมาอยู่ดี ทิศเหนือเรียกผู้มาสัมภาษณ์งานสองคนเข้ามาในห้องของเขาแล้วสัมภาษณ์พร้อมกันแล้วเขาก็ให้ออกไป “คุณสองคนออกไปได้การสัมภาษณ์งานเสร็จแล้ว ถ้าใครได้เข้าทำงานจะมีพนักงานฝ่ายบุคคลโทรหาครับ” ทิศเหนือบอกกับทั้งสองคนแล้วก็โทรหาเลขาชั่วคราวให้เรียกพริมาเข้ามาในห้องได้ “คุณพริมาคะ เชิญเข้าห้องสัมภาษณ์ได้แล้วค่ะ” พริมาได้ยินอย่างนั้นก็ยิ้มบางตอบรับคำบอกของพนักสาวคนนั้น พริมาเคาะประตูหน้าห้อง ตอนนี้หัวใจของเข็มทิศเต้นรัวไม่เป็นส่ำความตื่นเต้นประดังเข้ามาในหัวใจของเขาอย่างไม่หยุดหย่อน “เข้ามาได้” ทิศเหนือนั่งหันหลังให้กับประตูหน้าห้องที่พริมากำลังเดินเข้ามา “อนุญาตค่ะ” พริมาพูดแล้วก็เดินเข้ามาในห้องทำงานของทิศเหนือเงียบๆ เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องนั่งหันหลังด้วย “ทำไมคุณถึงนั่งหันหลังอย่างนั้นล่ะคะ
3กลับมาอีกครั้ง เวลา 5 ปีหลังจากนั้น พริมาเรียนจบเมื่อปีที่แล้วและเธอก็ทำงานอยู่ที่ต่างประเทศต่อเป็นเวลาอีกหนึ่งปี ชญาภาเองก็เช่นกันทั้งสองคนเรียนจบพร้อมๆ กันและทำงานด้วยกันจนมาถึงวันนี้วันที่พริมาต้องตัดสินใจกลับไทย “ความจริงแล้วฉันก็อยากทำงานที่นี่ต่อนะรายได้ก็ดี แต่ฉันก็อดห่วงพ่อไม่ได้” พริมาที่กำลังเก็บของใส่กระเป๋าเพื่อเตรียมตัวกลับบ้านหลังจากที่มาเรียนเธอได้กลับบ้านแค่ปีละครั้งเท่านั้นเพราะเธอเกรงใจแม่ของชญาภาที่ต้องเป็นคนจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินให้ทุกครั้ง “ไม่เป็นไรหรอกแกอยู่ที่ไหนก็ไม่สุขใจเท่าอยู่บ้านของเราหรอก ฉันเองก็จะกลับไปช่วยงานของที่บ้าน แกก็มาทำงานที่บริษัทของพี่นนท์สิ ฉันเชื่อว่าแกได้เงินเดือนดีแน่นอน” ชญาภาพูดแล้วก็อมยิ้มเพราะเธอรู้ว่าพี่ชายของเธอแอบชอบพริมามานานมากแล้ว ยิ่งตอนนี้พริมาโสดสนิทอย่างนี้เธอก็ยิ่งอยากให้พี่ชายของเธอกับพริมาปิ๊งกันสักที “แกก็พูดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ฉันอยากลองหางานเองฉันรบกวนที่บ้านของเธอมาเยอะแล้วแต่ถ้าฉันหางานไม่ได้จริงๆ ก็อาจจะขอไปทำงานกับพี่ชานนท์อย่างที่แกแนะนำแต่ตอนนี้ฉันมีงานที่พี่ชาย
2พ่ายแพ้ ทิศเหนือไม่ยอมฟังกนกอรเขาเดินออกมาทั้งๆ ที่แม่ของเขายังคงพูดไม่จบ “แกนี่มันยังไงนะทิศเหนือไม่เคยได้ดั่งใจแม่เลย พ่อของแกเลี้ยงตามใจมากจนไม่ฟังแม่เลย เลี้ยงลูกตามใจแล้วก็มาตายไปทิ้งให้ฉันดูแลลูกต่อคนเดียวแล้วเป็นไงทีนี้พูดอะไรไม่เคยฟัง” กนกอรถอนหายใจเฮือกใหญ่ที่ลูกชายของเธอไม่ฟังที่เขาพูดเอาซะเลย “แกคิดว่าคนเป็นแม่อย่างฉันจะยอมแกง่ายๆ หรือไงทิศเหนือ” กนกอรพูดพร้อมกับยิ้มออกมาอย่างร้ายๆ ทิศเหนือขับรถมาที่บ้านของพริมาพร้อมกับกดมือถือโทรหาพริมาไปด้วยแต่คราวนี้เขาโทรไม่ติดเพราะแบตเตอรี่ของเธอได้หมดลงไปแล้ว พริมานอนร้องไห้อยู่บนห้องแต่แล้วก็มีเสียงเคาะประตูจากหน้าห้อง ก๊อก!! ก๊อก!! ก๊อก!! เสียงเคาะประตูดังมาจากหน้าห้องของพริมาที่ตอนนี้กำลังนอนร้องไห้ตั้งแต่กลับมาจากเจอกนกอร พริมาที่ได้ยินเสียงเคาะประตูจึงเดินไปเปิดและคนที่ยืนอยู่หน้าห้องก็คือ ชญาภา ‘ชญา’ เพื่อนสนิทของเธอที่โตมาพร้อมๆ กับเธอแล้วก็พี่ชายของเธอ ชานนท์ ‘นนท์’ “ชญา ฮือๆ ๆ ฉันไม่ไหวแล้วแกทำไมฉันต้องมาเจออะไรอย่างนี้ด้วยทำไมโลกใบนี้ต้องใจร้ายกับผ
เรื่องใหม่ พ่ายรักคุณเลขาตัวร้าย1ความเดิมกับความอ่อนแอ เมื่อ 5 ปีก่อน พริมา ‘พริ้ม’ ในวัย 18 ปี เธอกำลังจะเข้าเรียนมหาวิทยาลัยปีที่ 1 เธอกำลังนั่งตัวสั่นเทาด้วยความกลัวเมื่อ กนกอร ‘อร’ แม่ของแฟนหนุ่มรุ่นพี่ของเธอที่เธอคบหามาได้ 2 ปี นัดเธอมาคุยบางเรื่องที่เธอไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นในชีวิตจริงของเธอเพราะเธอเคยเห็นในละครแต่วันนี้มันคือความจริงในชีวิตของเธอ “เธอรู้ใช่มั้ยว่าเธอไม่คู่ควรกับลูกชายของฉัน ลูกของคนจนๆ อย่างเธออย่าหวังที่จะได้เป็นลูกสะใภ้ของฉัน ลูกชายของฉันต้องได้กับคนที่ฐานะเดียวกัน ฉันหวังว่าฉันจะไม่ได้เห็นเธอมายุ่งกับลูกชายของฉันอีก” กนกอรพูดขึ้นพร้อมกับจ้องมองหน้าของเธอที่ตอนนี้นั่งก้มหน้าไม่กล้าแม้จะสบตาของกนกอร “แต่หนูรักพี่เหนือนะคะ” พริมาพูดเสียงสั่นเทาทั้งน้ำตาที่ไหลออกมาเปรอะเปื้อนใบหน้าของเธอ “ความรักเน่าๆ จนๆ ของเธออย่านำมันมาใช้กับลูกชายของฉัน” กนกอรพูดพร้อมกับโยนเงินก้อนหนึ่งใส่หน้าของเธอ “คนอย่างเธอคงคิดอยากจับลูกชายของฉันเพราะเงินสินะ นี่ไงเงินเอาไปแล้วก็เลิกยุ่งกับลูกชายของฉันได้แล้ว” “ค
ตอนพิเศษส่งท้ายความเร่าร้อน เพื่อนของคัพเค้กต่างรีบมาหาเธอทันที ที่คัพเค้กเข้ามาในห้องเพราะทุกคนก็อยากยินดีกับเธอแต่มีหลายคนที่บอกว่าเธอคิดยังไงเอาอามาเป็นผัวแต่คัพเค้กก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไปอธิบายเพราะทุกอย่างเธอรู้ดีที่สุดว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่ “คัพเค้กดีใจด้วยนะ ฉันว่าแล้วแกกับอาภามต้องมีอะไรบางอย่างดูเป็นห่วงเป็นใยเว่อร์ แต่ก็ดีใจด้วยนะแกอาภามทั้งหล่อทั้งน่ารักทั้งนิสัยดีมากๆ” มีมี่กอดเพื่อนด้วยความดีใจที่เห็นเพื่อนมีความสุขและกำลังจะได้แต่งงานกับคนที่รักเธอและคนที่เธอรักโน้ตเดินเข้ามาในห้องเรียนด้วยสีหน้าที่เศร้าๆ หลังจากที่โน๊ตรู้ว่าคัพเค้กมีแฟนแล้วกำลังจะแต่งงานโน๊ตก็ไม่ได้เข้ามาหาคัพเค้กเหมือนเมื่อก่อนจนคัพเค้กต้องเดินไปทักทายโน๊ตอย่างที่เธอเคยทำ“โน้ตนี่ของฝากจากทะเล” คัพเค้กยื่นขนมที่เธอซื้อมาฝากเพื่อนๆ รวมไปถึงโน้ตด้วย“ขอบใจนะ” โน้ตพูดสั้นๆ แต่ไม่ยอมรับขนมจากเธอแล้วก็เดินไปจากตรงนั้น“โน้ตมันชอบแกมากคัพเค้กมันคงยังทำใจไม่ได้แหละ แต่เดี๋ยวมันก็คงหายแหละ” มีมี่บอกกับคัพเค้กพร้อมกับตบที่ไหล่ของเธอเบาๆหลังจากที่คัพเค้กเรียนเสร็จ ภามก็มารับเธอกลับบ้านตามปกติแต่ในระหว่างที่ขับ
27เลขายั่วๆ ช่วงนี้ภามต้องมาทำงานทุกวันเพราะน้ำหวานทำงานไม่เป็นสักอย่างต้องให้บอกหรือไม่ภามก็ต้องทำเองอยู่ดีทั้งๆ ที่เป็นหน้าที่ของน้ำหวาน ภามจึงต้องเข้าไปทำงานทุกวันจากที่แต่ก่อนเขาไม่ต้องเข้าบริษัททุกวัน ภามกำลังนั่งทำงานอยู่ในห้องเมื่อเช้าคัพเค้กยั่วเขาก่อนที่เขาจะมาทำงานแต่เขาต้องรีบมาประช
25ห้องทำงานสุดเร่าร้อน หลังจากที่ทั้งสองกินข้าวเสร็จคัพเค้กก็อยากไปเดินซื้อของที่ห้างกับภามเพราะนานแล้วที่ทั้งสองไม่ได้ไปเดินซื้อของด้วยกัน “อาภามกินข้าวเสร็จแล้วคัพเค้กอยากไปเดินซื้อของจัง อาภามพาหนูไปหน่อยได้มั้ยคะ” คัพเค้กเดินไปนั่งตักของภามที่กำลังนั่งเซ็นต์เอกสารมากมายที่วางบนโต๊ะ“อยากได้อะ
24เมนูมัดใจ หลังจากคัพเค้กออกจากโรงพยาบาลเธอก็ไปเรียนทันทีส่วนภามก็ทำงานหนักจนไม่มีเวลาได้เจอกับคัพเค้กเพราะกว่าจะกลับมาถึงบ้านก็ดึกคัพเค้กก็นอนหลับไปแล้วเพราะเธอกลัวไม่สบายอีกเธอจึงนอนให้ตรงเวลา วันนี้คัพเค้กไม่มีเรียนเธอจึงตั้งใจทำข้าวเที่ยงไปฝากภามที่บริษัทเพราะเธอกับเขาไม่ได้กินข้าวด้วยกันนา
22ยั่วๆ คัพเค้กตื่นขึ้นมาเห็นว่าวิกกี้กำลังปลดกระดุมของเธอลงมาแต่เธอทำทีเป็นนอนหลับเพื่อดูว่าภามจะทำอย่างไรกับวิกกี้ต่อ ภามจะหลงเสน่ห์เธอหรือเปล่า “นี่คุณจะทำอะไร” ภามถามเธอแล้วก็จะลุกจากโซฟาเพื่อหนีไปปจากตรงนั้น“วิกกี้ก็จะผ่อนคลายให้ไงคะ ก็วันนี้วิกกี้เห็นคุณดูแลน้องสาวมาทั้งวันแล้ว วิกกี้ก็อ







