Masuk“เด็กกว่าแล้วไง… ในคืนที่พี่เผลอใจ คนที่พี่เรียกหาก็มีแค่ผม” ความสัมพันธ์ลับ ๆ ระหว่างลูกสาวคนรวยวัย 22 กับเด็กฝึกงานวัย 19 ที่ทั้งอันตรายและหยุดไม่ได้
Lihat lebih banyakฝนตกหนักตั้งแต่หัวค่ำจนถนนทั้งเมืองเปียกชุ่ม แสงไฟจากตึกสูงสะท้อนพื้นถนนเป็นเงาพร่า ๆ รถบนถนนติดยาวเหยียดเหมือนทุกคนกำลังรีบกลับบ้าน
แต่มินยังนั่งอยู่ในห้องทำงานชั้นบนสุดของ M Group หญิงสาวถอนหายใจเบา ๆ ก่อนปิดแฟ้มเอกสารตรงหน้า ดวงตาสวยล้าอย่างเห็นได้ชัด เธอทำงานมาตั้งแต่เช้าแทบไม่ได้พัก แม้จะเป็นลูกสาวเจ้าของบริษัท แต่หน้าที่ของเธอหนักกว่าพนักงานคนอื่นหลายเท่า เพราะภาคิน… พ่อของเธอ ไม่เคยมองเธอเป็น “ลูกสาว” แต่เป็น “ทายาท” “คุณมินคะ กลับบ้านไหมคะ” เลขาหน้าห้องโผล่มาถามด้วยสีหน้าเป็นห่วง “อืม เดี๋ยวกลับแล้ว” “พักผ่อนบ้างนะคะ ช่วงนี้คุณแทบไม่ได้นอนเลย” มินยิ้มบาง ๆ ให้ก่อนเก็บของลงกระเป๋า ทันทีที่เดินออกจากห้อง เสียงรองเท้าส้นสูงก็ดังสะท้อนในโถงทางเดินเงียบ ๆ ของบริษัท เกือบสี่ทุ่มแล้ว พนักงานส่วนใหญ่กลับกันหมด เหลือเพียงแสงไฟบางส่วนที่ยังเปิดอยู่ หญิงสาวเดินเข้าไปในลิฟต์ ก่อนกดชั้นล่างด้วยสีหน้าเรียบนิ่งเหมือนทุกวัน แต่ทันทีที่ลิฟต์เปิด— “คุณมิน!” เสียงผู้ชายดังขึ้นพร้อมฝีเท้าที่วิ่งเข้ามา เธอหันกลับไปเล็กน้อย ก่อนจะเห็นเด็กฝึกงานคนหนึ่งยืนหอบอยู่ตรงหน้า ไนต์ เด็กฝึกงานใหม่ที่เพิ่งเข้ามาได้ไม่ถึงเดือน เขาสูงมากจนต้องก้มหน้าลงมองเธอเล็กน้อย เสื้อเชิ้ตสีดำเปียกฝนบางส่วนจนแนบกับลำตัว ดวงตาคมเข้มมองเธออย่างรีบร้อน “คุณลืมโทรศัพท์ไว้ในห้องประชุมครับ” เขายื่นมือถือให้ มินมองอยู่ครู่หนึ่งก่อนรับมา “…ขอบใจ” “ผมนึกว่าคุณกลับไปแล้ว เลยรีบวิ่งลงมา” “แล้วทำไมยังไม่กลับ” ไนต์หัวเราะเบา ๆ “งานยังไม่เสร็จครับ” “เด็กฝึกงานต้องทำงานถึงสี่ทุ่ม?” “ถ้าหัวหน้ายังไม่กลับ ผมก็กลับไม่ได้สิครับ” คำตอบนั้นทำเอามินเผลอเลิกคิ้ว “ใครสอนให้พูดแบบนี้” “พูดจากใจครับ” เธอสบตาเขาอยู่สองวินาที ก่อนเบือนหน้าหนี เด็กคนนี้อันตรายเกินไป ทั้งที่เพิ่งเข้ามาแท้ ๆ แต่กลับทำให้เธอเสียจังหวะได้ตลอด เสียงฟ้าร้องดังขึ้นทันที ก่อนฝนจะเทลงมาแรงกว่าเดิม มินมองออกไปนอกรถกระจกหน้าอาคาร ก่อนถอนหายใจเบา ๆ “ดูท่าคงกลับยาก” ไนต์ยิ้ม ก่อนกางร่มสีดำออก “ผมไปส่งที่รถไหมครับ” “ไม่เป็นไร” “แต่ฝนแรงนะครับ” “ฉันเดินเองได้” “ผมรู้ครับ” เขาพูดเสียงนุ่มลง “แต่ผมอยากเดินไปด้วย” คำพูดธรรมดา แต่กลับทำให้หัวใจเธอสั่นแปลก ๆ สุดท้ายมินก็ไม่ได้ปฏิเสธ ทั้งคู่เดินออกจากตึกด้วยร่มคันเดียวกัน ฝนสาดเข้ามาเบา ๆ ตามแรงลม ทำให้ไนต์ขยับร่มเข้าหาเธอมากขึ้นโดยอัตโนมัติ ไหล่ทั้งสองเกือบชิดกัน กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ จากตัวเขาทำให้มินรู้สึกแปลก เธอไม่ชอบให้ใครเข้ามาใกล้ แต่กลับไม่รังเกียจเขา “คุณมินครับ” “หืม” “คุณทำงานหนักทุกวันเลยเหรอ” “ก็ประมาณนั้น” “เหนื่อยไหมครับ” มินเงียบไป ไม่มีใครถามคำนี้กับเธอมานานมากแล้ว ทุกคนเอาแต่คาดหวัง ไม่มีใครสนใจว่าเธอเหนื่อยหรือเปล่า “…ชินแล้ว” ไนต์หันมองเธอเล็กน้อย “แต่คนเราไม่ควรชินกับความเหนื่อยนะครับ” หัวใจของมินกระตุกเบา ๆ เธอรีบเบือนหน้าหนีสายตาเขา “นายพูดมากกว่าที่คิด” “แล้วคุณรำคาญไหม” “นิดหน่อย” “แต่ยังยอมให้เดินด้วย แปลว่ายังโอเคอยู่” มินเผลอหลุดยิ้มออกมา เล็กมาก แต่ไนต์เห็น และเขาก็ยิ้มตามทันที “คุณยิ้มแล้วสวยดีนะครับ” หญิงสาวชะงัก ก่อนรีบเดินหนีไปที่รถตัวเองทันที “กลับบ้านได้แล้ว” ไนต์หัวเราะเบา ๆ ขณะยืนมองเธอ “ครับคุณมิน” แต่ก่อนที่มินจะขึ้นรถ เธอกลับหันมามองเขาอีกครั้ง เด็กฝึกงานคนนั้นยังยืนอยู่ใต้สายฝน ยิ้มให้เธอเหมือนเดิม และเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี— ที่หัวใจของมินเต้นแรงเพราะใครสักคนเสียงลมกลางคืนยังคงพัดเบา ๆแต่มินกลับแทบไม่ได้ยินอะไรอีกแล้วสายตาของเธอมองเพียงผู้ชายตรงหน้าคนที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นแค่เด็กฝึกงานกวน ๆแต่ตอนนี้—กลับกลายเป็นคนสำคัญที่สุดในชีวิตเธอไปแล้วน้ำตาค่อย ๆ ไหลลงมาช้า ๆไนต์เห็นแบบนั้นก็เริ่มลนทันที“คุณมิน…”เขาหัวเราะแห้ง ๆ นิดหน่อย“หรือผมรีบเกินไป”มินรีบส่ายหน้าทันทีก่อนหลุดหัวเราะทั้งน้ำตาออกมาเบา ๆ“นายชอบทำให้ฉันร้องไห้ตลอดเลย”ไนต์ยิ้มอย่างโล่งใจ ก่อนใช้นิ้วเช็ดน้ำตาให้เธอเบา ๆสายตาของเขาอ่อนโยนเหมือนทุกครั้งเหมือนวันที่เจอกันวันแรกไม่มีผิดมินมองหน้าเขานิ่ง ๆก่อนภาพความทรงจำมากมายจะไหลย้อนกลับเข้ามาวันที่เธอพยายามผลักเขาออกวันที่กลัวสายตาคนอื่นวันที่กลัวว่าความรักครั้งนี้จะไปไม่รอดแต่สุดท้าย—คนคนนี้ก็ยังจับมือเธอไว้แน่นมาตลอดไม่เคยปล่อยเลยจริง ๆมินค่อย ๆ ยื่นมือออกไปช้า ๆก่อนวางมือลงบนแก้มเขาเบา ๆ“นายรู้ไหม…”เสียงเธอสั่นนิด ๆ“ว่านายเปลี่ยนชีวิตฉันไปหมดแล้ว”ไนต์ยิ้มบาง ๆ ก่อนจับมือเธอเอาไว้“ชีวิตผมก็เหมือนกัน”ทั้งคู่มองหน้ากันเงียบ ๆสายตาเต็มไปด้วยความรักที่ผ่านอะไรมาด้วยกันมากมายก่อนที่มินจะหัวเราะเบา ๆ แล้วพยั
หนึ่งปีผ่านไปอย่างรวดเร็วบริษัทของไนต์เติบโตเร็วกว่าที่ใครหลายคนคาดไว้จากสตาร์ทอัพเล็ก ๆ ตอนนี้กลับกลายเป็นบริษัทที่หลายองค์กรใหญ่เริ่มจับตามองรวมถึงบริษัทของภาคินเองวันเปิดตัวโปรเจกต์ใหญ่ มีนักธุรกิจ นักข่าว และผู้บริหารเข้าร่วมงานจำนวนมากมินยืนอยู่ด้านล่างเวทีในชุดเดรสสีดำเรียบหรูสายตาของเธอจับจ้องเพียงคนเดียวบนเวทีไนต์ในวันนี้แตกต่างจากวันแรกที่เจอกันมากจากเด็กมหา’ลัยที่ชอบยิ้มกวน ๆ ตอนนี้เขากลายเป็นผู้ชายที่ดูมั่นคงและน่าเชื่อถืออย่างไม่น่าเชื่อแต่สิ่งเดียวที่ไม่เคยเปลี่ยน—คือสายตาที่เขามองเธอแม้จะอยู่ท่ามกลางคนมากมายแต่ทันทีที่ไนต์ลงจากเวที สายตาแรกที่เขามองหา ก็ยังเป็นเธอเสมอหัวใจของมินสั่นเบา ๆ ทุกครั้งที่เห็นแบบนั้นหลังงานจบ หลายคนเดินเข้ามาแสดงความยินดีกับไนต์ไม่หยุดแต่พอเขาเห็นมินยืนอยู่ไกล ๆชายหนุ่มกลับเดินตรงมาหาเธอทันทีโดยไม่สนใจสายตาใครอีก“เหนื่อยไหมครับ”คำถามเดิมที่ถามเธอเสมอทั้งที่คนเหนื่อยที่สุดวันนี้ควรเป็นเขาแท้ ๆมินยิ้มบาง ๆ ก่อนส่ายหน้า“เก่งขึ้นเยอะเลยนะ”ไนต์หัวเราะเบา ๆ“ชมผมอีกแล้ว”“ก็น่าชม”เขาชะงักไปทันทีเพราะมินไม่ค่อยพูดอะไรแบบนี้ออก
หลังจากวันนั้น เวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วจากเด็กฝึกงานที่ใครหลายคนเคยมองข้าม ตอนนี้ไนต์เริ่มกลายเป็นคนที่ถูกพูดถึงในบริษัทมากขึ้นเรื่อย ๆโปรเจกต์ที่เขาทำกับเพื่อนมหาวิทยาลัยเริ่มมีนักลงทุนสนใจหลายบริษัทเริ่มติดต่อไปหาเขารวมถึงชื่อของเขาที่เริ่มปรากฏในข่าวธุรกิจรุ่นใหม่อยู่บ่อยครั้งแต่ถึงจะยุ่งมากแค่ไหน—เขาก็ยังไม่เคยเปลี่ยนไปเวลาที่อยู่กับมินยังโทรปลุกตอนเช้ายังซื้อกาแฟแก้วเดิมให้ยังขับรถมารอรับเธอหลังเลิกงานเหมือนเดิมทุกวันราวกับต่อให้โลกข้างนอกเปลี่ยนไปยังไงเวลาอยู่ต่อหน้าเธอ เขาก็ยังเป็น “ไนต์คนเดิม”คืนหนึ่ง มินกลับถึงคอนโดเกือบสี่ทุ่มทันทีที่เปิดประตูเข้าไป ก็เห็นไฟในห้องเปิดอยู่ไนต์กำลังนั่งพิงโซฟาหลับคาโน้ตบุ๊กเสื้อเชิ้ตสีเข้มยับนิดหน่อยเหมือนเพิ่งกลับจากประชุมใต้ตาดูคล้ำกว่าเดิมชัดเจนหัวใจของมินอ่อนลงทันทีเธอเดินเข้าไปหาเงียบ ๆ ก่อนค่อย ๆ ดึงโน้ตบุ๊กออกจากตักเขาเบา ๆแต่ยังไม่ทันขยับ—มือใหญ่ก็จับข้อมือเธอไว้ทันทีดวงตาคมค่อย ๆ ลืมขึ้นช้า ๆ“กลับมาแล้วเหรอครับ…”เสียงงัวเงียของเขาทำให้เธอเผลอยิ้มบาง ๆ“นายควรกลับไปนอนห้องตัวเองได้แล้ว”ไนต์ส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนซบหน
หลังจากเรื่องทั้งหมด ไนต์เริ่มทำงานหนักกว่าเดิมหลายเท่าเขาฝึกงานตอนกลางวันเรียนตอนเย็นและรับงานฟรีแลนซ์ตอนดึกจนบางครั้งแทบไม่ได้นอนมินเห็นทุกอย่างมาตลอดเห็นใต้ตาที่คล้ำขึ้นเห็นมือที่ล้าเห็นความพยายามทั้งหมดของเขาและยิ่งเห็น—เธอก็ยิ่งรักเขามากขึ้นทุกวันคืนหนึ่ง ขณะที่ไนต์กำลังนั่งทำงานอยู่บนโต๊ะอาหาร มินเดินเข้าไปเงียบ ๆ ก่อนวางแก้วนมลงข้างเขา“พักบ้าง”ไนต์เงยหน้าขึ้นยิ้มทันที“อีกนิดเดียวครับ”มินมองหน้าจอเขานิ่ง ๆ ก่อนชะงักแผนธุรกิจโมเดลการลงทุนรวมถึงโปรเจกต์สตาร์ทอัพที่เขากำลังทำหัวใจเธอสั่นเบา ๆ“นายเอาจริงขนาดนี้เลยเหรอ”ไนต์หัวเราะเบา ๆ“ก็ผมอยากเก่งเร็ว ๆ”“รีบไปไหน”เขามองเธอนิ่ง ๆก่อนตอบช้า ๆ“รีบไปยืนข้างคุณไงครับ”คำตอบนั้นทำให้มินเงียบไปทันทีก่อนค่อย ๆ เดินเข้าไปกอดเขาจากด้านหลังไนต์ชะงักแต่ไม่นานก็ยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน“คุณมินครับ”“หืม”“ผมรักคุณนะ”มินหลับตาลงช้า ๆ ก่อนกระซิบตอบเบา ๆ“…ฉันก็รักนาย”และนั่นคือครั้งแรก—ที่เธอพูดมันออกมาอย่างชัดเจนไนต์นิ่งไปทั้งตัวหลังได้ยินคำตอบนั้นเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนไปชั่วขณะมือที่กำลังจับเมาส์ค่อย ๆ คลายลง ก่อ