เข้าสู่ระบบเมื่อออกจากโรงหนัง บราวน์ก็พาลลิลกลับคอนโดทันที
เมื่อเข้ามาในคอนโด ลลิลก็เอ่ยบอกกับร่างสูงที่กำลังจะเข้าห้องนอนของเขา “คุณบราวน์คะ วันเสาร์ที่จะถึงนี้คุณบราวน์ว่างไหมคะ” “ถามทำไม” “ที่โรงเรียนมีการประชุมผู้ปกครองค่ะ” “อืม ฉันจะไปประชุมผู้ปกครองให้เธอ” ว่าแล้วเขาก็เข้าห้องนอนของตัวเอง ก่อนที่ลลิลจะเข้าห้องของตัวเองไปเช่นกัน หนึ่งปีต่อมา ตอนนี้ลลิลก็ขึ้นมอห้าแล้ว หนึ่งปีที่ผ่านมานี้ลลิลได้รับการดูแลและเอาใจใส่จากบราวน์อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เขาไปประชุมผู้ปกครองให้เธอทุกเทอม เขาพาเธอไปซื้อสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ เขาพาเธอไปกินข้าวนอกบ้านบ่อยๆ เขาพาเธอไปดูหนังเกือบทุกอาทิตย์ ลลิลตั้งใจเรียนมาโดยตลอดจนได้เกรดสี่ทุกวิชา “คุณบราวน์คะ เมื่อวานกระโปรงนักเรียนของลลิลขาดเพราะโดนตะปูเกี่ยว รองเท้าก็ขาดแล้วค่ะ ลลิลขอซื้อกระโปรงกับรองเท้าได้ไหมคะ” ไม่ว่าเธอจะซื้ออะไร เธอจะต้องขออนุญาตจากเขาก่อนทุกครั้งและเขาก็ซื้อให้เธอทุกอย่าง เขาซื้อของใช้ราคาแพงให้เธอใช้ “ก็ซื้อสิ อยากซื้ออะไรก็ซื้อ” “ขอบคุณค่ะ งั้นลลิลสั่งซื้อเลยนะคะ” ว่าแล้วเจ้าของใบหน้าเรียวใสก็จัดการสั่งซื้อกระโปรงนักเรียนและรองเท้าจากร้านค้าออนไลน์ วันต่อมา ตอนเย็น เมื่อบราวน์จอดรถในลานจอดภายในโรงเรียนเขาก็โทรหาลลิลทันที ซึ่งตอนนี้ฝนกำลังตก ตู๊ด “ค่ะคุณบราวน์” (ฉันมาถึงแล้ว เธอเอาร่มมาด้วยหรือเปล่า) “ไม่ได้เอามาค่ะ” (งั้นเดี๋ยวฉันเอาร่มไปรับ) “ค่ะ” จากนั้นบราวน์ก็หยิบร่มหลังรถแล้วเดินไปรับคนตัวเล็ก ก่อนที่ทั้งสองจะพามาขึ้นรถ เขาถือร่มโดยมีเธอเดินแนบชิดกับเขา เมื่อให้เธอเข้าไปนั่งในรถแล้วเขาก็เดินไปขึ้นรถก่อนจะขับออกจากโรงเรียนไป หนึ่งปีต่อมา ตอนนี้ลลิลก็ขึ้นมอหกแล้ว สองปีที่เธอมาอยู่กับบราวน์ เขาจะดูแลและเอาใจใส่เธอดีมาตลอดจนเธอรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก บางวันเขาก็ไปส่งเธอที่โรงเรียนแล้วตอนเย็นก็กลับกับรถไฟฟ้า บางวันถ้างานเขาไม่ยุ่งเกินไปก็จะไปรับเธอที่โรงเรียน “คุณบราวน์คะ อาทิตย์หน้ามีการประชุมผู้ปกครอง คุณบราวน์ว่างไหมคะ” เธอถามอย่างเกรงใจ เพราะเขาต้องไปประชุมผู้ปกครองให้เธอมาสี่ครั้งแล้ว “ที่ผ่านมาฉันเคยไม่ว่างเหรอ ฉันไปประชุมผู้ปกครองให้เธอสี่ครั้งแล้วนะ” ถึงเขาจะไม่ว่าง แต่ถ้าเป็นวันประชุมผู้ปกครอง เขาก็จะละจากงานแล้วไปประชุมผู้ปกครองให้เธอทุกครั้งเพราะไม่อยากให้เธอมีปมด้อย “ลลิลรู้สึกเกรงใจค่ะที่คุณบราวน์ต้องไปนั่งประชุมตั้งสองสามชั่วโมงเลย” “ฉันรับเธอมาอุปการะเลี้ยงดู เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร ผู้ปกครองอย่างฉันก็ต้องดูแลเธอในทุกๆเรื่องอยู่แล้ว” “ลลิลขอขอบคุณคุณบราวน์มากนะคะที่ทำให้ลลิลมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี” มือเรียวยกขึ้นประนมพร้อมกับโน้มศีรษะนอบน้อมก่อนจะพูดออกไปด้วยน้ำเสียงหวาน รอยยิ้มสดใส “ถ้าฉันตั้งใจจะทำอะไรแล้ว ฉันก็จะทำมันให้ดีที่สุด และฉันก็รู้สึกสบายใจที่ได้อุปการะเธอ” ตั้งแต่เขารับเธอมาอุปการะ เขาก็รู้สึกอิ่มอกอิ่มใจ เขารู้สึกสบายใจที่ได้ช่วยเธอที่กำลังตกทุกข์ได้ยากให้กลับมามีชีวิตที่ดี “ตอนเย็นฉันจะไปบ้าน เธอไปด้วยนะ” เวลาเขากลับไปหาพ่อกับแม่ที่บ้าน เขาจะพาเธอไปด้วยทุกครั้ง พ่อกับแม่ของเขารักและเอ็นดูที่เธอพูดจาอ่อนหวาน มีสัมมาคารวะต่อผู้ใหญ่ “ได้ค่ะ” หนึ่งปีต่อมา ตอนนี้ลลิลก็ได้เข้าเรียนปีหนึ่งในมหาวิทยาลัยชื่อดัง ซึ่งเพื่อนของเธอที่เคยเรียนมอปลายก็ได้เรียนสาขาเดียวกับเธอด้วย นั่นก็คือณัชชา ส่วนรันดากับเซฟก็เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกับเธอ แต่เรียนคนละคณะ สามปีที่ลลิลอยู่กับบราวน์ เขาดูแลและเอาใจใส่เธอดีมากจึงทำให้เธอรู้สึกประทับใจในตัวเขาจนเกิดความรู้สึกหวั่นไหวกับเขา กลายเป็นตอนนี้เธอชอบเขาไปเสียแล้ว เธอชอบเขามาสักพักแล้ว ก็คงจะตั้งแต่ช่วงมอหกเทอมสอง วันนี้ก่อนมาเรียนเขาบอกเธอว่าเรียนเสร็จเขาจะมารับแล้วพาไปกินข้าว ซึ่งตลอดระยะเวลาที่อยู่กับเขามาเขาก็มักจะพาเธอไปทานข้าวบ่อยๆ บราวน์ : เลิกเรียนยัง ลลิล : เลิกพอดีเลยค่ะ คุณบราวน์มาถึงแล้วเหรอคะ บราวน์ : รถจอดอยู่ที่เดิม ลลิล : ค่ะ เธอปิดหน้าจอโทรศัพท์ราคาแพงแล้วรีบสาวเท้าไปยังรถหรูของเขาที่จอดอยู่ในลานจอดรถที่อยู่ไม่ไกล เมื่อร่างบางที่อยู่ในชุดนักศึกษาเข้ามานั่งในรถ เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาก็เอ่ยถามขึ้นพร้อมกับออกรถ “เรียนยากหรือเปล่า” “ก็ยากนิดหน่อยค่ะ” “พอจะเรียนได้ไหม” “เรียนได้ค่ะ” “มีใครมาจีบบ้าง” “ก็มีมาจีบบ้างค่ะ แต่ลลิลก็ไม่ได้สนใจใครค่ะ เพราะลลิลมีคนที่ชอบ…เอ่อ” เธอที่เกือบจะเผลอหลุดปากพูดว่ามีคนที่ชอบอยู่แล้วต้องชะงักไว้แค่นั้นเมื่อคิดว่าตัวเองลืมตัว “มีคนที่ชอบ?” คิ้วเข้มขมวดมุ่นแล้วหันถามร่างเล็กที่มีสีหน้าเลิ่กลั่ก “เอ่อ…คือ” เธอถึงกับพูดไม่ถูกเมื่อเขาถาม “เธอชอบใคร” เขาถามด้วยน้ำเสียงเข้ม “ลลิลไม่ได้ชอบใครค่ะ” แววตาหลุกหลิก ไม่กล้าสบตาเขา “ก็ที่เธอหลุดปากออกมาเมื่อกี้ไง เธอจะบอกว่ามีคนที่ชอบอยู่แล้วใช่ไหม” “เปล่านะคะ” “อย่ามาโกหก” “…” เธอเม้มปากแน่นเมื่อคิดว่าตัวเองไม่น่าเผลอหลุดปากพูดออกไปแบบนั้นเลย “เธอชอบใครบอกฉันมา” “…” เธอเม้มปากพลางคิดในใจว่าจะให้บอกได้ยังไงว่าคนที่เธอชอบก็คือเขานั่นแหละ “ลลิล เธอยังเห็นฉันเป็นผู้ปกครองของเธออยู่หรือเปล่า” เขาถามด้วยความหงุดหงิดพลางคิดในใจว่าเขาหงุดหงิดที่เธอไม่ตอบ หรือหงุดหงิดที่รู้ว่าเธอมีคนที่ชอบอยู่แล้วกันแน่ “คุณบราวน์เป็นผู้ปกครองของลลิลค่ะ” “แล้วทำไมถึงไม่ยอมบอกว่าเธอชอบใคร” “ลลิลยังไม่อยากบอกตอนนี้ค่ะ” “ทำไม” “ลลิลอายค่ะ” “ผู้ชายคนนั้นเรียนที่เดียวกับเธอหรือเปล่า” “เขาเรียนจบมาหลายปีแล้วค่ะ” เธอจ้องมองไปยังใบหน้าหล่อเหลาแล้วตอบออกไป “ผู้ชายคนนั้นอายุเท่าไหร่” “รุ่นเดียวกับคุณบราวน์ค่ะ” “ไปรู้จักกันตอนไหน” “รู้จักกันมาสามปีแล้วค่ะ แต่ลลิลเพิ่งมาชอบเขาค่ะ” “เคยนัดเจอกันหรือเปล่า” “ไม่เคยนัดเจอกันค่ะ แค่คุยกันผ่านข้อความค่ะ” ในเมื่อเธอบอกไม่ได้ว่าชอบเขา ก็จำต้องโกหกแบบนี้แหละ เขาพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อรู้ว่าเธอไม่เคยไปเจอกับผู้ชายคนนั้น ก่อนจะพูดออกไป “ฉันเคยบอกเธอแล้วใช่ไหมว่ารอให้เรียนจบก่อนแล้วค่อยมีแฟน” “ตอนนี้ลลิลก็ยังไม่ได้มีแฟนนะคะ แค่คุยกันเฉยๆค่ะ” “ไม่ใช่ว่าพอคุยๆกันแล้วกลายเป็นแฟนขึ้นมาล่ะ” “ไม่เป็นหรอกค่ะ” “ฉันขอดูหน้าผู้ชายคนนั้นหน่อยสิ” “อย่าดูเลยค่ะ” “แค่นี้ก็ทำเป็นหวง” “ลลิลไม่ได้หวง แต่ลลิลอายค่ะ” บราวน์ที่ไม่อยากเซ้าซี้อะไรต่อก็ขับรถมุ่งหน้าไปยังร้านอาหารชื่อดังที่เขามักจะพาเธอไปกินบ่อยๆบราวน์เคลื่อนมือไปสัมผัสกับความเป็นสาวของเธอเบาๆ ก่อนจะก้มลงไปลิ้มเลียร่องกลีบสีหวานที่อยู่ตรงหน้าอย่างหลงใหลแผล่บๆๆๆ“ซี้ด” ลลิลสูดปากพลางแอ่นเนินรักด้วยความเสียวซ่านอย่างลืมอายเมื่อลิ้นนุ่มลื่นของเขาสัมผัสลงในร่องรักของเธอบราวน์ที่เห็นปฏิกิริยาของคนตัวเล็กจึงลากลิ้นเลียไปทั่วร่องกลีบที่แฉะเยิ้มไปด้วยน้ำสีใสที่พากันหลั่งไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย ลิ้นร้อนตวัดเลียและดูดติ่งเกสรซ้ำๆแผล่บๆๆๆ จ๊วบๆๆ“อื้อ ไม่ไหวแล้ว” จนทำเอาร่างบางส่งเสียงครางออกมาอย่างไม่อาจจะข่มกลั้น สะโพกมนส่ายไปมาตามจังหวะที่ลิ้นร้อนละเลงและดุนดันในร่องกลีบรักของเธอแจ๊ะๆๆบราวน์ลากเลียในรูสวาทสีสวยพลางดุนลิ้นเข้าออกด้วยความกระชั้นชิดขึ้นหมายจะส่งเธอไปให้ถึงปลายทาง กระทั่งคนตัวเล็กก็เกร็งกระตุกพร้อมกับปลดปล่อยน้ำหวานออกมาในจำนวนมาก“อ๊า อ๊า”ร่างสูงกวาดลิ้นเลียน้ำรักแล้วกลืนลงคอไปอย่างรู้สึกดีจนบอกไม่ถูกที่ได้กลืนกินน้ำหวานของเธอร่างแกร่งหยัดตัวขึ้นพลางจ้องมองไปยังใบหน้าเรียวสวยที่ดวงตาปรือปรอยพร้อมกับยกยิ้มเย้าแล้วพูดออกมา“น้ำของเธอหวานน่ากินมากเลย”ลลิลเขินจนหน้าแดงเรื่อเมื่อเขาบอกแบบนั้นพลางคิดในใจว่าน้ำของเธอหวา
หนึ่งอาทิตย์ต่อมาเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์แล้วที่ลลิลมาอยู่กับบราวน์ หนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมานี้เธอตื่นเช้ามาก็จัดเตรียมอาหารเช้าให้เขาได้ทานก่อนออกไปทำงาน และก่อนที่เขาจะกลับจากทำงานเธอก็จะทำอาหารไว้รอเขา เธอและเขาจะรับประทานอาหารเย็นพร้อมกัน ซึ่งงานบ้านที่เธอทำไม่ได้หนักหนาอะไรเลยก๊อกๆบราวน์เดินไปเคาะประตูห้องของลลิล วันนี้เขาหยุดงานจึงอยากชวนเธอออกไปข้างนอก“มีอะไรหรือเปล่าคะ” เธอเปิดประตูแล้วเอ่ยถามร่างสูงที่ยืนอยู่“อาบน้ำแต่งตัวสิ เดี๋ยวฉันจะพาเธอออกไปกินข้าวข้างนอก เธอทำอาหารมาหลายวันแล้ว วันนี้ไปกินนอกบ้านดีกว่านะ”“ได้ค่ะ” ลลิลรับคำด้วยรอยยิ้มแล้วกลับเข้าห้องไปจัดการอาบน้ำแต่งตัว ส่วนบราวน์ก็เข้าห้องไปอาบน้ำเหมือนกัน เสร็จแล้วทั้งสองจึงเดินทางไปยังร้านอาหารชื่อดังแห่งหนึ่ง เมื่อทานเสร็จก็พากันมาขึ้นรถหรูบนรถ“เดี๋ยวฉันจะพาเธอไปร้านเพชรนะ” เมื่อบราวน์ออกรถก็เอ่ยบอกกับร่างบาง“คุณบราวน์จะไปซื้ออะไรเหรอคะ” ใบหน้าเรียวได้รูปหันถามด้วยความรู้สึกสงสัยพลางคิดในใจว่าอยู่กับเขามาตั้งหลายปี เขาไม่เคยพาเธอเข้าร้านเพชรหรือร้านเครื่องประดับสักครั้ง“ฉันจะไปซื้อแหวนแต่งงานน่ะ” เสียงทุ้มเอ่ยพลา
ลลิลวางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะแล้วเดินมาหย่อนตัวนั่งบนเตียง เธอมองไปยังร่างแกร่งที่หลับสนิทอยู่ มือบางเลื่อนไปอังหน้าผากจึงรู้ว่าอุณหภูมิในร่างกายของเขาลดลงแล้ว เมื่อเป็นอย่างนั้นเธอจึงผ่อนลมหายใจออกมาด้วยความรู้สึกเบาใจก่อนจะล้มตัวนอนข้างเขาพร้อมกับดึงผ้าขึ้นมาห่มตัวเองและห่มให้เขา จากนั้นไม่นานเธอก็หลับไปวันต่อมาลลิลตื่นก่อนบราวน์แล้วเข้าไปทำธุระในห้องน้ำ เธอโทรสั่งของกินจากทางโรงแรมก่อนที่ไม่นานพนักงานจะนำขึ้นมาส่ง ในขณะเดียวกันนั้นบราวน์ก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาพอดี ลลิลที่หันไปเห็นจึงเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงหวาน“ลลิลสั่งของกินมาให้คุณแล้วนะคะ”“ขอบใจนะ” เสียงทุ้มแหบแห้งเอ่ยพร้อมกับขยับตัวลุกไปทำธุระในห้องน้ำ ก่อนจะออกมาหย่อนตัวนั่งยังโต๊ะที่มีของกินวางอยู่พร้อมกับเอ่ยออกไป“เมื่อคืนเธอออกไปซื้อยามาให้ฉันเหรอ”“ลลิลเอามาจากณัชชาค่ะ ณัชชาเอาติดมาด้วย”“ฉันอุตส่าห์พาเธอมาเที่ยวแท้ๆ แต่ต้องมาป่วยให้เธอเป็นภาระซะงั้น” เขาพูดด้วยสีหน้าอิดโรย“คุณบราวน์อย่าคิดแบบนั้นสิคะ คุณไม่ได้เป็นภาระของลลิลเลย ลลิลเต็มใจที่ได้ดูแลคุณค่ะ ถึงจะไม่ได้ออกไปไหนก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ” เธอเอ่ยออกไปด้วยรอยยิ้มไม่ได้อะไร
ก๊อกๆลลิลเคาะประตูห้องที่คนตัวสูงอยู่ข้างใน ก่อนที่ไม่นานประตูจะถูกเปิดออกมาพร้อมกับเสียงทุ้มที่เอ่ยออกไปด้วยสีหน้าเย้าหยอก“ห้องเต็มหมดแล้วใช่ไหม”“ค่ะ” ว่าแล้วบราวน์ก็จับมือเรียวแล้วลากเธอเข้าไปข้างในพร้อมกับปิดประตูลลิลมองไปยังเตียงเดี่ยวขนาดคิงไซส์ที่วางอยู่กลางห้องพลางคิดในใจว่านี่เธอต้องนอนร่วมเตียงกับเขาอีกแล้วเหรอ เธอไม่คิดเลยว่าเขาจะจองไว้สองห้อง มีแต่เธอคนเดียวสินะที่ไม่รู้ ส่วนเซฟกับณัชชาคงรู้มาก่อนล่วงหน้าแล้วสินะว่าเขาจองไว้แค่สองห้อง“เราจะอยู่ที่นี่กันกี่วันคะ” เธอหันถามร่างสูงที่ยืนข้างตัวเอง“สองวัน”“เซฟกับณัชชารู้ใช่ไหมคะว่าคุณจองไว้สองห้อง”“อืม”“ทำไมคุณไม่บอกลลิลด้วยล่ะคะ”“ถ้าบอกก่อนเธอก็ไม่มาน่ะสิ”“คนฉวยโอกาส” เธอว่าออกไปด้วยสีหน้าไม่พอใจแล้วเดินไปหย่อนสะโพกนั่งบนเตียง บราวน์เดินไปหย่อนตัวนั่งข้างเธอแล้วจับไหล่บางให้นอนลงไป ลลิลจะหยัดตัวขึ้นแต่เขากดร่างของเธอไว้พลางร่างหนาก็ทาบลงมาบนร่างของเธอ“ปล่อยนะคะ”“ตอนนี้ฉันไม่มีพันธะกับณัชชาแล้วนะ”“…” เธอจ้องหน้าเขาที่ห่างกันไม่ถึงคืบอย่างตั้งใจรอฟังเมื่อเขาบอกมาแบบนั้น“เมื่อวานฉันนัดณัชชาออกมากินข้าว…” แล้วเขาก็เ
เมื่อทั้งสองสวมใส่เสื้อผ้าเสร็จ ณัชชาก็บอกกับร่างสูงที่นั่งหลังโต๊ะทำงาน“ฉันกลับก่อนนะเซฟ แล้วฉันจะมาหานายใหม่”“อืม” ว่าแล้วหญิงสาวก็ลงไปยังชั้นที่ลลิลทำงาน เธอเข้าไปหาลลิลในห้องทำงานแล้วนั่งพร้อมกับเอ่ยถามออกไป“เธอคิดยังไงกับพี่บราวน์” ที่เธอถามเพราะเธอสังเกตเห็นว่าพี่บราวน์ดูจะเอาใจใส่ลลิลมากเป็นพิเศษ เขาเอาใจใส่ลลิลมากกว่าเธอด้วยซ้ำ ดังนั้นเธอจึงคิดว่าพี่บราวน์คงจะมีใจให้ลลิล แต่คงจะยังไม่รู้ใจตัวเองว่าคิดกับลลิลแบบไหน“…” ลลิลถึงกับชะงักงันเพราะไม่คิดว่าณัชชาจะถามคำถามนั้นออกมา“เธอชอบพี่บราวน์หรือเปล่า”“ฉัน…ไม่ได้ชอบคุณบราวน์”“ถ้าเธอชอบพี่บราวน์ เธอก็บอกฉันมาตรงๆเถอะลลิล ไม่ต้องเกรงใจฉันหรอก”“ฉันไม่ได้ชอบคุณบราวน์” เธอบอกออกไปด้วยแววตาแน่วแน่ พลางคิดในใจว่าเธอจะบอกว่าชอบแฟนเพื่อนได้ยังไง“แต่ก่อนฉันเคยชอบพี่บราวน์ แต่ตอนนี้ฉันคิดว่ามีผู้ชายคนใหม่ให้ฉันชอบแล้วละ”“ผู้ชายคนใหม่? ใครเหรอ” ลลิลถามด้วยสีหน้าสงสัย“ฉันขอไม่บอกเธอตอนนี้นะ ฉันค่อยบอกเธอก็แล้วกัน”“ผู้ชายที่เธอชอบ เธอรู้จักกับเขามานานหรือยัง”“ฉันรู้จักเขามาหลายปีแล้ว แต่ฉันเพิ่งมาชอบเขาน่ะ”“เซฟหรือเปล่า”“…” ณัชชา
เมื่อบราวน์ออกจากห้องนอนก็โทรสั่งข้าวต้มมาให้คนตัวเล็กหนึ่งชั่วโมงผ่านไปเขาเข้าไปดูเธอก็เห็นว่ายังหลับอยู่ ชายหนุ่มเดินมายืนข้างเตียงแล้วเลื่อนมือไปสัมผัสกับหน้าผากของเธอ เมื่อเห็นว่ายังร้อนเหมือนเดิมจึงพึมพำออกมา“กินยาไปตั้งชั่วโมงแล้วไข้ยังไม่ลดอีกเหรอ แบบนี้คงต้องเช็ดตัวไข้จะได้ลด” ว่าจบเขาก็หยิบผ้าขนหนูผืนเล็กที่แขวนไว้นำไปชุบน้ำอุ่นและบิดพอหมาด จากนั้นจึงมาหย่อนตัวนั่งข้างเธอบราวน์จัดการเช็ดตามกรอบใบหน้าสวย เลื่อนลงมาเช็ดซอกคอ จากนั้นก็เช็ดที่แขนทั้งสองข้าง ก่อนจะสอดมือเข้าไปเช็ดหน้าท้องแบนราบ“อื้อ พอแล้ว” เมื่อรู้สึกว่ามือของเขาโดนเต้านมของเธอจึงร้องห้ามด้วยน้ำเสียงอู้อี้ ในขณะที่เปลือกตายังปิดอยู่“ฉันแค่เช็ดตัวให้เฉยๆ ไม่ได้ตั้งใจจะจับนมเธอนะ”“พอแล้วค่ะ ลลิลหนาว” เมื่อได้ยินอย่างนั้นเขาก็ดึงผ้าห่มมาคลุมให้เธอระดับหน้าอก เขาลุกไปซักผ้าขนหนูแล้วตากไว้ในห้องน้ำ จากนั้นจึงออกจากห้องไปก่อนที่ไม่นานลลิลจะหลับต่อสองชั่วโมงต่อมาลลิลรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาพร้อมกับมีเหงื่อผุดขึ้นเต็มหน้าผากและลำคอ ร่างบอบบางขยับตัวลุกจากเตียงแล้วเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าเธอออกจากห้องไปก็เห็นเขาคุยโทรศัพ
ด้านบราวน์กับณัชชา“ลลิลไปไหน” เมื่อณัชชาเข้ามานั่งในรถ บราวน์ก็เอ่ยถามทันทีเมื่อไม่เห็นคนตัวเล็กที่เขาเลี้ยงดูมาหลายปีพลางรู้สึกแปลกๆ เพราะหลายปีที่ผ่านมานี้ลลิลจะมาขึ้นรถกลับกับเขาทุกครั้ง“ลลิลมีนัดกับเซฟและรันดาไปร้านตัดผมกันค่ะ”“อืม” เขารับคำแล้วออกรถมุ่งหน้าไปส่งณัชชาแล้วกลับคอนโดทันทีด้านล
มหาวิทยาลัย วันต่อมาเมื่ออาจารย์ออกไปจากห้องเรียน ลลิลก็หันไปพูดกับณัชชาที่นั่งข้างตัวเองด้วยรอยยิ้ม แต่ภายในใจหมองเศร้า“ณัชชาเดี๋ยวกลับกับฉันนะ”“วันนี้พี่บราวน์จะมารับเธอใช่ไหม” เธอเรียกเขาว่าพี่บราวน์อย่างเต็มปากเต็มคำเพราะเธอดีใจมากที่เขาให้เกียรติเธอเรียกเขาว่าพี่ทั้งที่เพิ่งเจอกันครั้งแรก“
มหาวิทยาลัยชื่อดังตอนเย็นในขณะที่ลลิลกับณัชชาเดินออกมาจากตึกเรียน โทรศัพท์เครื่องหรูของลลิลก็มีเสียงดังขึ้น หญิงสาวหยิบออกมาดูเมื่อเห็นว่าเป็นคนตัวสูงโทรมาจึงกดรับสายทันที“ค่ะคุณบราวน์”(เลิกเรียนแล้วใช่ไหม) เขารู้ตารางเรียนของเธอ และรู้ว่าเธอเลิกเรียนตอนไหน“เลิกแล้วค่ะ ลลิลกำลังไปค่ะ” พูดจบเธอ
คอนโดเมื่อเข้ามาในห้องนอนลลิลก็อาบน้ำแล้วสวมใส่ชุดนอนกางเกงขาสั้นสีชมพูอ่อน จากนั้นจึงหยิบโทรศัพท์และล้มตัวนอนบนเตียงขนาดคิงไซส์เมื่อเห็นว่ามีข้อความจากณัชชาเธอจึงเปิดเข้าไปดูแล้วพิมพ์กลับไปในขณะที่เธอพิมพ์ข้อความกับณัชชาอยู่นั้น ร่างสูงที่อยู่ในชุดนอนเสื้อแขนยาวกางเกงขายาวสีน้ำเงินก็เปิดประตูเข







