เข้าสู่ระบบวันเปิดเทอม
ร่างเล็กที่อยู่ในชุดนักเรียนมอปลายออกจากห้องนอนมาพร้อมกับกระเป๋าเป้นักเรียนที่สะพายบนบ่าบอบบาง ร่างสูงที่ออกจากห้องนอนมาพอดีจึงเอ่ยออกไป “เดี๋ยวฉันไปส่ง” “ค่ะ” จากนั้นทั้งสองก็พากันไปขึ้นรถสปอร์ตหรูที่จอดในที่ส่วนตัว ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังโรงเรียนเอกชนชื่อดัง “ขอบคุณค่ะคุณบราวน์ที่มาส่ง” เธอยกมือไหว้ร่างสูงพร้อมรอยยิ้มสดใสตามประสาเด็กมอสี่ที่อายุเพิ่งจะสิบหกปี “ตั้งใจเรียนล่ะ” “ลลิลจะตั้งใจเรียนให้ได้ผลการเรียนดี ลลิลจะไม่ทำให้คุณบราวน์ผิดหวังที่อุปการะลลิลค่ะ งั้นลลิลขอตัวนะคะ” บอกจบร่างบางสมส่วนในชุดนักเรียนก็ลงจากรถแล้วสาวเท้าไปยังอาคารที่ตัวเองเรียน ก่อนที่ชายหนุ่มจะขับรถมุ่งหน้าไปยังบริษัทของเขาเพราะพ่อบอกว่าวันนี้ให้เข้าไปเรียนรู้งาน บริษัท ห้องทำงานของคชา “เด็กที่ลูกรับมาอุปการะ เขานิสัยเป็นยังไงบ้าง” เมื่อลูกชายร่างสูงหย่อนตัวนั่ง คนเป็นพ่อก็เอ่ยถามไปถึงเด็กสาวที่ลูกชายรับมาอุปการะหลายเดือนแล้วทันที “ก็นิสัยดีครับ ว่านอนสอนง่าย” “ขึ้นมอสี่แล้วใช่ไหม” “ใช่ครับ วันนี้เปิดเทอมวันแรก” “อายุสิบหก ยังไม่บรรลุนิติภาวะนะ” คนเป็นพ่อพูดเป็นเชิงเตือน “ผมไม่คิดอะไรกับเด็กที่ผมอุปการะหรอกพ่อ” “พ่อก็แค่เตือนเอาไว้ ผู้หญิงกับผู้ชายอยู่ด้วยกันต้องควรระวัง” “ถึงพ่อไม่เตือน ผมก็รู้ครับ” “คิดยังไงถึงได้อยากรับเด็กมาอุปการะเอง” “ผมรู้ว่าพ่อแม่เขาเสียหมด บ้านก็จะโดนยึด ผมก็เลยพามาอยู่กับผม พอเขาเรียนจบมีงานทำ ผมก็จะให้เขาย้ายออกครับ” “อืม ถือว่าเป็นการทำบุญอย่างหนึ่ง…” “งั้นลูกก็เข้าห้องทำงานของลูกไปเถอะ เดี๋ยวพ่อจะให้เลขาเอาเอกสารไปให้ลูกได้อ่านเพื่อทำความเข้าใจ” “ครับ” รับคำเสร็จ บราวน์ก็ลุกขึ้นเต็มความสูงแล้วออกจากห้องและไปเข้าห้องทำงานของตัวเอง ห้องทำงานบราวน์ หลายชั่วโมงผ่านไป ในขณะที่บราวน์อ่านเอกสารอยู่นั้น เขาที่นึกอะไรขึ้นได้จึงละสายตาจากเอกสารตรงหน้าแล้วดูเวลาบนหน้าปัดนาฬิกาเรือนหรูบนข้อมือ เมื่อเห็นว่าเป็นเวลาเกือบจะบ่ายสามโมงแล้ว ชายหนุ่มก็ออกไปขึ้นรถและขับไปยังโรงเรียนที่ลลิลเรียนอยู่ เมื่อบราวน์ขับรถเข้ามาจอดในโรงเรียนเขาก็หยิบโทรศัพท์ออกมาโทรหาลลิล ตู๊ด “ค่ะคุณบราวน์” (เลิกเรียนหรือยัง) “เลิกแล้วค่ะ” (งั้นก็มาขึ้นรถ ฉันจอดรอที่ลานจอดรถ) “ค่ะ” หญิงสาวรับคำเสร็จก็รีบเดินไปยังลานจอดรถ เธอมองหารถสปอร์ตสีเทาดำของเขา เมื่อเห็นว่าจอดตรงไหนเรียวขาเล็กจึงรีบสาวเท้าไปขึ้นรถทันที “วันนี้เรียนอะไรบ้าง” เมื่อคนตัวเล็กขึ้นมานั่ง เสียงทุ้มก็เอ่ยถามทันทีพร้อมกับขับรถออกไป “วันนี้อาจารย์ยังไม่ได้สอนอะไรค่ะ” เสียงใสตอบออกไปด้วยรอยยิ้มสดใสตามประสา “รู้จักเพื่อนบ้างหรือยัง” “รู้จักสามคนค่ะ” “เพื่อนชื่ออะไรบ้าง” “ชื่อณัชชา รันดา แล้วก็เซฟค่ะ” “ชื่อเซฟนี่ผู้ชายหรือเปล่า” “เซฟเป็นผู้ชายเฉพาะร่างกายค่ะ แต่ใจเป็นหญิงค่ะ” “อ๋อ…” เขาพยักหน้ารับรู้แล้วเอ่ยต่อ “หิวไหม” “หิวค่ะ” “เธออยากกินอะไร” “ลลิลแล้วแต่คุณบราวน์ค่ะ” “ฉันคิดไม่ออกว่าอยากกินอะไร ให้เธอคิดก็แล้วกัน” “วันนี้ลลิลอยากกินปิ้งย่างค่ะ คุณบราวน์ชอบไหมคะ” เธอเอ่ยออกไปด้วยท่าทีเกรงใจเพราะไม่รู้ว่าเขาจะชอบในสิ่งที่เธออยากจะกินหรือเปล่า “งั้นก็ไปกินปิ้งย่างกัน” จากนั้นชายหนุ่มจึงพาเธอไปยังห้างสรรพสินค้าชื่อดัง บราวน์พาลลิลมาร้านปิ้งย่างชื่อดัง เมื่อวัตถุดิบถูกนำมาเสิร์ฟบราวน์กับลลิลก็ช่วยกันหยิบไปวางบนเตาย่าง เมื่อเนื้อสุกแล้วเขาก็ตักให้เธอที่นั่งฝั่งตรงข้าม “ขอบคุณค่ะ” เธอเอ่ยพร้อมกับส่งรอยยิ้มหวานให้เขา เธอรู้สึกประทับใจที่เขาเป็นคนดีมีน้ำใจ เธอรู้สึกอุ่นใจที่ได้อยู่กับเขา เมื่อรับประทานเสร็จทั้งสองก็พากันออกจากร้าน ก่อนที่เจ้าของใบหน้าหล่อไร้ที่ติจะหันถามยังร่างเล็กที่ยืนอยู่ข้างๆ “อยากซื้ออะไรไหม” “ไม่ค่ะ” “งั้นไปดูหนังกันไหม” “ไปค่ะ” เจ้าของใบหน้าเรียวได้รูปแหงนมองหน้าเจ้าของความสูงหนึ่งร้อยแปดสิบหกเซนติเมตรพลางเรียวปากสีชมพูอ่อนธรรมชาติเอ่ยออกไปด้วยรอยยิ้มสดใส จากนั้นบราวน์จึงพาร่างบอบบางสมส่วนในชุดนักเรียนมอปลายไปยังโรงหนังที่อยู่ไม่ไกลบราวน์เคลื่อนมือไปสัมผัสกับความเป็นสาวของเธอเบาๆ ก่อนจะก้มลงไปลิ้มเลียร่องกลีบสีหวานที่อยู่ตรงหน้าอย่างหลงใหลแผล่บๆๆๆ“ซี้ด” ลลิลสูดปากพลางแอ่นเนินรักด้วยความเสียวซ่านอย่างลืมอายเมื่อลิ้นนุ่มลื่นของเขาสัมผัสลงในร่องรักของเธอบราวน์ที่เห็นปฏิกิริยาของคนตัวเล็กจึงลากลิ้นเลียไปทั่วร่องกลีบที่แฉะเยิ้มไปด้วยน้ำสีใสที่พากันหลั่งไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย ลิ้นร้อนตวัดเลียและดูดติ่งเกสรซ้ำๆแผล่บๆๆๆ จ๊วบๆๆ“อื้อ ไม่ไหวแล้ว” จนทำเอาร่างบางส่งเสียงครางออกมาอย่างไม่อาจจะข่มกลั้น สะโพกมนส่ายไปมาตามจังหวะที่ลิ้นร้อนละเลงและดุนดันในร่องกลีบรักของเธอแจ๊ะๆๆบราวน์ลากเลียในรูสวาทสีสวยพลางดุนลิ้นเข้าออกด้วยความกระชั้นชิดขึ้นหมายจะส่งเธอไปให้ถึงปลายทาง กระทั่งคนตัวเล็กก็เกร็งกระตุกพร้อมกับปลดปล่อยน้ำหวานออกมาในจำนวนมาก“อ๊า อ๊า”ร่างสูงกวาดลิ้นเลียน้ำรักแล้วกลืนลงคอไปอย่างรู้สึกดีจนบอกไม่ถูกที่ได้กลืนกินน้ำหวานของเธอร่างแกร่งหยัดตัวขึ้นพลางจ้องมองไปยังใบหน้าเรียวสวยที่ดวงตาปรือปรอยพร้อมกับยกยิ้มเย้าแล้วพูดออกมา“น้ำของเธอหวานน่ากินมากเลย”ลลิลเขินจนหน้าแดงเรื่อเมื่อเขาบอกแบบนั้นพลางคิดในใจว่าน้ำของเธอหวา
หนึ่งอาทิตย์ต่อมาเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์แล้วที่ลลิลมาอยู่กับบราวน์ หนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมานี้เธอตื่นเช้ามาก็จัดเตรียมอาหารเช้าให้เขาได้ทานก่อนออกไปทำงาน และก่อนที่เขาจะกลับจากทำงานเธอก็จะทำอาหารไว้รอเขา เธอและเขาจะรับประทานอาหารเย็นพร้อมกัน ซึ่งงานบ้านที่เธอทำไม่ได้หนักหนาอะไรเลยก๊อกๆบราวน์เดินไปเคาะประตูห้องของลลิล วันนี้เขาหยุดงานจึงอยากชวนเธอออกไปข้างนอก“มีอะไรหรือเปล่าคะ” เธอเปิดประตูแล้วเอ่ยถามร่างสูงที่ยืนอยู่“อาบน้ำแต่งตัวสิ เดี๋ยวฉันจะพาเธอออกไปกินข้าวข้างนอก เธอทำอาหารมาหลายวันแล้ว วันนี้ไปกินนอกบ้านดีกว่านะ”“ได้ค่ะ” ลลิลรับคำด้วยรอยยิ้มแล้วกลับเข้าห้องไปจัดการอาบน้ำแต่งตัว ส่วนบราวน์ก็เข้าห้องไปอาบน้ำเหมือนกัน เสร็จแล้วทั้งสองจึงเดินทางไปยังร้านอาหารชื่อดังแห่งหนึ่ง เมื่อทานเสร็จก็พากันมาขึ้นรถหรูบนรถ“เดี๋ยวฉันจะพาเธอไปร้านเพชรนะ” เมื่อบราวน์ออกรถก็เอ่ยบอกกับร่างบาง“คุณบราวน์จะไปซื้ออะไรเหรอคะ” ใบหน้าเรียวได้รูปหันถามด้วยความรู้สึกสงสัยพลางคิดในใจว่าอยู่กับเขามาตั้งหลายปี เขาไม่เคยพาเธอเข้าร้านเพชรหรือร้านเครื่องประดับสักครั้ง“ฉันจะไปซื้อแหวนแต่งงานน่ะ” เสียงทุ้มเอ่ยพลา
ลลิลวางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะแล้วเดินมาหย่อนตัวนั่งบนเตียง เธอมองไปยังร่างแกร่งที่หลับสนิทอยู่ มือบางเลื่อนไปอังหน้าผากจึงรู้ว่าอุณหภูมิในร่างกายของเขาลดลงแล้ว เมื่อเป็นอย่างนั้นเธอจึงผ่อนลมหายใจออกมาด้วยความรู้สึกเบาใจก่อนจะล้มตัวนอนข้างเขาพร้อมกับดึงผ้าขึ้นมาห่มตัวเองและห่มให้เขา จากนั้นไม่นานเธอก็หลับไปวันต่อมาลลิลตื่นก่อนบราวน์แล้วเข้าไปทำธุระในห้องน้ำ เธอโทรสั่งของกินจากทางโรงแรมก่อนที่ไม่นานพนักงานจะนำขึ้นมาส่ง ในขณะเดียวกันนั้นบราวน์ก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาพอดี ลลิลที่หันไปเห็นจึงเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงหวาน“ลลิลสั่งของกินมาให้คุณแล้วนะคะ”“ขอบใจนะ” เสียงทุ้มแหบแห้งเอ่ยพร้อมกับขยับตัวลุกไปทำธุระในห้องน้ำ ก่อนจะออกมาหย่อนตัวนั่งยังโต๊ะที่มีของกินวางอยู่พร้อมกับเอ่ยออกไป“เมื่อคืนเธอออกไปซื้อยามาให้ฉันเหรอ”“ลลิลเอามาจากณัชชาค่ะ ณัชชาเอาติดมาด้วย”“ฉันอุตส่าห์พาเธอมาเที่ยวแท้ๆ แต่ต้องมาป่วยให้เธอเป็นภาระซะงั้น” เขาพูดด้วยสีหน้าอิดโรย“คุณบราวน์อย่าคิดแบบนั้นสิคะ คุณไม่ได้เป็นภาระของลลิลเลย ลลิลเต็มใจที่ได้ดูแลคุณค่ะ ถึงจะไม่ได้ออกไปไหนก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ” เธอเอ่ยออกไปด้วยรอยยิ้มไม่ได้อะไร
ก๊อกๆลลิลเคาะประตูห้องที่คนตัวสูงอยู่ข้างใน ก่อนที่ไม่นานประตูจะถูกเปิดออกมาพร้อมกับเสียงทุ้มที่เอ่ยออกไปด้วยสีหน้าเย้าหยอก“ห้องเต็มหมดแล้วใช่ไหม”“ค่ะ” ว่าแล้วบราวน์ก็จับมือเรียวแล้วลากเธอเข้าไปข้างในพร้อมกับปิดประตูลลิลมองไปยังเตียงเดี่ยวขนาดคิงไซส์ที่วางอยู่กลางห้องพลางคิดในใจว่านี่เธอต้องนอนร่วมเตียงกับเขาอีกแล้วเหรอ เธอไม่คิดเลยว่าเขาจะจองไว้สองห้อง มีแต่เธอคนเดียวสินะที่ไม่รู้ ส่วนเซฟกับณัชชาคงรู้มาก่อนล่วงหน้าแล้วสินะว่าเขาจองไว้แค่สองห้อง“เราจะอยู่ที่นี่กันกี่วันคะ” เธอหันถามร่างสูงที่ยืนข้างตัวเอง“สองวัน”“เซฟกับณัชชารู้ใช่ไหมคะว่าคุณจองไว้สองห้อง”“อืม”“ทำไมคุณไม่บอกลลิลด้วยล่ะคะ”“ถ้าบอกก่อนเธอก็ไม่มาน่ะสิ”“คนฉวยโอกาส” เธอว่าออกไปด้วยสีหน้าไม่พอใจแล้วเดินไปหย่อนสะโพกนั่งบนเตียง บราวน์เดินไปหย่อนตัวนั่งข้างเธอแล้วจับไหล่บางให้นอนลงไป ลลิลจะหยัดตัวขึ้นแต่เขากดร่างของเธอไว้พลางร่างหนาก็ทาบลงมาบนร่างของเธอ“ปล่อยนะคะ”“ตอนนี้ฉันไม่มีพันธะกับณัชชาแล้วนะ”“…” เธอจ้องหน้าเขาที่ห่างกันไม่ถึงคืบอย่างตั้งใจรอฟังเมื่อเขาบอกมาแบบนั้น“เมื่อวานฉันนัดณัชชาออกมากินข้าว…” แล้วเขาก็เ
เมื่อทั้งสองสวมใส่เสื้อผ้าเสร็จ ณัชชาก็บอกกับร่างสูงที่นั่งหลังโต๊ะทำงาน“ฉันกลับก่อนนะเซฟ แล้วฉันจะมาหานายใหม่”“อืม” ว่าแล้วหญิงสาวก็ลงไปยังชั้นที่ลลิลทำงาน เธอเข้าไปหาลลิลในห้องทำงานแล้วนั่งพร้อมกับเอ่ยถามออกไป“เธอคิดยังไงกับพี่บราวน์” ที่เธอถามเพราะเธอสังเกตเห็นว่าพี่บราวน์ดูจะเอาใจใส่ลลิลมากเป็นพิเศษ เขาเอาใจใส่ลลิลมากกว่าเธอด้วยซ้ำ ดังนั้นเธอจึงคิดว่าพี่บราวน์คงจะมีใจให้ลลิล แต่คงจะยังไม่รู้ใจตัวเองว่าคิดกับลลิลแบบไหน“…” ลลิลถึงกับชะงักงันเพราะไม่คิดว่าณัชชาจะถามคำถามนั้นออกมา“เธอชอบพี่บราวน์หรือเปล่า”“ฉัน…ไม่ได้ชอบคุณบราวน์”“ถ้าเธอชอบพี่บราวน์ เธอก็บอกฉันมาตรงๆเถอะลลิล ไม่ต้องเกรงใจฉันหรอก”“ฉันไม่ได้ชอบคุณบราวน์” เธอบอกออกไปด้วยแววตาแน่วแน่ พลางคิดในใจว่าเธอจะบอกว่าชอบแฟนเพื่อนได้ยังไง“แต่ก่อนฉันเคยชอบพี่บราวน์ แต่ตอนนี้ฉันคิดว่ามีผู้ชายคนใหม่ให้ฉันชอบแล้วละ”“ผู้ชายคนใหม่? ใครเหรอ” ลลิลถามด้วยสีหน้าสงสัย“ฉันขอไม่บอกเธอตอนนี้นะ ฉันค่อยบอกเธอก็แล้วกัน”“ผู้ชายที่เธอชอบ เธอรู้จักกับเขามานานหรือยัง”“ฉันรู้จักเขามาหลายปีแล้ว แต่ฉันเพิ่งมาชอบเขาน่ะ”“เซฟหรือเปล่า”“…” ณัชชา
เมื่อบราวน์ออกจากห้องนอนก็โทรสั่งข้าวต้มมาให้คนตัวเล็กหนึ่งชั่วโมงผ่านไปเขาเข้าไปดูเธอก็เห็นว่ายังหลับอยู่ ชายหนุ่มเดินมายืนข้างเตียงแล้วเลื่อนมือไปสัมผัสกับหน้าผากของเธอ เมื่อเห็นว่ายังร้อนเหมือนเดิมจึงพึมพำออกมา“กินยาไปตั้งชั่วโมงแล้วไข้ยังไม่ลดอีกเหรอ แบบนี้คงต้องเช็ดตัวไข้จะได้ลด” ว่าจบเขาก็หยิบผ้าขนหนูผืนเล็กที่แขวนไว้นำไปชุบน้ำอุ่นและบิดพอหมาด จากนั้นจึงมาหย่อนตัวนั่งข้างเธอบราวน์จัดการเช็ดตามกรอบใบหน้าสวย เลื่อนลงมาเช็ดซอกคอ จากนั้นก็เช็ดที่แขนทั้งสองข้าง ก่อนจะสอดมือเข้าไปเช็ดหน้าท้องแบนราบ“อื้อ พอแล้ว” เมื่อรู้สึกว่ามือของเขาโดนเต้านมของเธอจึงร้องห้ามด้วยน้ำเสียงอู้อี้ ในขณะที่เปลือกตายังปิดอยู่“ฉันแค่เช็ดตัวให้เฉยๆ ไม่ได้ตั้งใจจะจับนมเธอนะ”“พอแล้วค่ะ ลลิลหนาว” เมื่อได้ยินอย่างนั้นเขาก็ดึงผ้าห่มมาคลุมให้เธอระดับหน้าอก เขาลุกไปซักผ้าขนหนูแล้วตากไว้ในห้องน้ำ จากนั้นจึงออกจากห้องไปก่อนที่ไม่นานลลิลจะหลับต่อสองชั่วโมงต่อมาลลิลรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาพร้อมกับมีเหงื่อผุดขึ้นเต็มหน้าผากและลำคอ ร่างบอบบางขยับตัวลุกจากเตียงแล้วเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าเธอออกจากห้องไปก็เห็นเขาคุยโทรศัพ
ด้านบราวน์กับณัชชา“ลลิลไปไหน” เมื่อณัชชาเข้ามานั่งในรถ บราวน์ก็เอ่ยถามทันทีเมื่อไม่เห็นคนตัวเล็กที่เขาเลี้ยงดูมาหลายปีพลางรู้สึกแปลกๆ เพราะหลายปีที่ผ่านมานี้ลลิลจะมาขึ้นรถกลับกับเขาทุกครั้ง“ลลิลมีนัดกับเซฟและรันดาไปร้านตัดผมกันค่ะ”“อืม” เขารับคำแล้วออกรถมุ่งหน้าไปส่งณัชชาแล้วกลับคอนโดทันทีด้านล
มหาวิทยาลัย วันต่อมาเมื่ออาจารย์ออกไปจากห้องเรียน ลลิลก็หันไปพูดกับณัชชาที่นั่งข้างตัวเองด้วยรอยยิ้ม แต่ภายในใจหมองเศร้า“ณัชชาเดี๋ยวกลับกับฉันนะ”“วันนี้พี่บราวน์จะมารับเธอใช่ไหม” เธอเรียกเขาว่าพี่บราวน์อย่างเต็มปากเต็มคำเพราะเธอดีใจมากที่เขาให้เกียรติเธอเรียกเขาว่าพี่ทั้งที่เพิ่งเจอกันครั้งแรก“
มหาวิทยาลัยชื่อดังตอนเย็นในขณะที่ลลิลกับณัชชาเดินออกมาจากตึกเรียน โทรศัพท์เครื่องหรูของลลิลก็มีเสียงดังขึ้น หญิงสาวหยิบออกมาดูเมื่อเห็นว่าเป็นคนตัวสูงโทรมาจึงกดรับสายทันที“ค่ะคุณบราวน์”(เลิกเรียนแล้วใช่ไหม) เขารู้ตารางเรียนของเธอ และรู้ว่าเธอเลิกเรียนตอนไหน“เลิกแล้วค่ะ ลลิลกำลังไปค่ะ” พูดจบเธอ
คอนโดเมื่อเข้ามาในห้องนอนลลิลก็อาบน้ำแล้วสวมใส่ชุดนอนกางเกงขาสั้นสีชมพูอ่อน จากนั้นจึงหยิบโทรศัพท์และล้มตัวนอนบนเตียงขนาดคิงไซส์เมื่อเห็นว่ามีข้อความจากณัชชาเธอจึงเปิดเข้าไปดูแล้วพิมพ์กลับไปในขณะที่เธอพิมพ์ข้อความกับณัชชาอยู่นั้น ร่างสูงที่อยู่ในชุดนอนเสื้อแขนยาวกางเกงขายาวสีน้ำเงินก็เปิดประตูเข







