LOGINเธออยู่กับเขามาหลายปี เธอรักเขา ทว่า…เขากลับชอบเพื่อนสนิทของเธอที่เพิ่งเจอหน้ากันครั้งแรก
View Moreแนะนำตัวละคร
บราวน์ อายุ21ปี สูง186เซนติเมตร ทายาทเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่เป็นอันดับต้นของประเทศ ลลิล อายุ15ปี สูง158เซนติเมตร . . . . . ตัวอย่าง “ฉันชอบเพื่อนของเธอ” “…” “ฉันชอบณัชชา” . . . . “ทำไมเธอชอบปฏิเสธฉันอยู่เรื่อยเลยล่ะ” “…” ลลิลเม้มปากมองหน้าอีกฝ่ายแล้วคิดในใจว่าเพราะเขามีแฟนยังไงล่ะ เธอถึงต้องปฏิเสธเขาแบบนี้ “เพราะฉันมีณัชชาใช่ไหมเธอถึงไม่อยากไปไหนกับฉัน” “…” “ถ้าฉันไม่มีณัชชา เธอก็คงไม่เป็นแบบนี้สินะ” . . . . “คุณบราวน์!” “จูบเธอฉันก็ทำมาแล้ว นี่แค่หอมแก้มเธอจะตกใจทำไม” “ลลิลไม่ใช่แฟนของคุณนะคะที่จะมาหอมแก้มแบบนี้” . . . . . . . . . . . . . . . . . โรงเรียนมัธยมของรัฐแห่งหนึ่ง วันนี้บราวน์ในวัยยี่สิบเอ็ดปีเป็นตัวแทนของพ่อมามอบทุนการศึกษาให้นักเรียนที่มีผลการเรียนดี แต่ขาดทุนทรัพย์ ซึ่งหนึ่งในนักเรียนที่ได้รับทุนการศึกษาก็มีลลิลด้วย เมื่อบราวน์มอบทุนการศึกษาให้เด็กนักเรีนนเสร็จ ผู้อำนวยการของโรงเรียนก็หยิบไมโครโฟนพร้อมกับพูดออกไป “วันนี้ทางโรงเรียนของเราต้องขอขอบพระคุณคุณบราวน์เป็นอย่างยิ่งที่เมตตามามอบทุนการศึกษาให้กับเด็กๆครับ” บราวน์ระบายยิ้มอ่อนๆให้กับผู้อำนวยการแล้วหันไปมองเด็กนักเรียนหลายสิบคนที่เขามอบทุนให้เมื่อครู่ ดวงตาคมจ้องมองไปยังเด็กสาวที่ชื่อลลิลด้วยความรู้สึกสงสาร เพราะเขารู้ประวัติของเธอมาก่อนแล้วว่าเธออยู่บ้านคนเดียว เนื่องจากพ่อแม่เพิ่งเสียชีวิตเมื่อไม่กี่เดือนก่อนด้วยอุบัติเหตุ ตอนที่พ่อกับแม่ของลลิลขี่รถมอเตอร์ไซด์จะไปตลาดก็มีรถยนต์คันหนึ่งขับเสียหลักพุ่งมาชนจนทั้งสองอาการสาหัสและไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล เวลาต่อมา หลังจากเสร็จพิธีมอบทุนการศึกษา บราวน์ก็บอกกับผู้อำนวยการว่าต้องการคุยกับเด็กที่ชื่อลลิลเป็นการส่วนตัว เมื่อลลิลรู้ว่าบราวน์ต้องการพบ เธอจึงไปหาเขาที่นั่งอยู่ใต้ต้นไม้หน้าอาคารเรียน “สวัสดีค่ะคุณบราวน์” ร่างเล็กที่อยู่ในชุดนักเรียนมอต้นยกมือไหว้พร้อมกับพูดออกไปด้วยท่าทีอ่อนน้อม “นั่งสิ” สิ้นเสียงทุ้มเอ่ย เด็กสาวที่เรียนอยู่ชั้นมอสามเทอมสองก็หย่อนสะโพกนั่งฝั่งตรงข้ามเขา “ฉันรู้มาว่าพ่อแม่ของเธอเสียชีวิตเมื่อห้าเดือนก่อนเพราะอุบัติเหตุ” “ใช่ค่ะ” “แล้วตอนนี้เธอก็อยู่บ้านคนเดียว แล้วบ้านหลังนั้นก็จะโดนยึดแล้วไม่ใช่เหรอ” เขารู้เรื่องนี้จากผู้อำนวยการ “ใช่ค่ะ” “ฉันจะให้ทุนเธอเรียนจนจบปริญญาตรี” “ขอบคุณมากค่ะคุณบราวน์” เธอระบายยิ้มด้วยความดีใจพร้อมกับยกมือไหว้นอบน้อม “ฉันจะพาเธอไปอยู่กับฉันที่คอนโด” “…” เธอถึงกับนิ่งงันเมื่อได้ยินอย่างนั้น “อีกไม่ถึงเดือนบ้านของเธอก็จะโดนยึด ต่อไปเธอก็จะไม่มีที่อยู่ ดังนั้นฉันจะให้เธอไปอยู่กับฉันที่คอนโด หลังจากเรียนจบและได้ทำงานเธอค่อยย้ายออกมาก็แล้วกัน” “อ๋อค่ะ ถ้าอย่างนั้นลลิลย้ายไปอยู่กับคุณบราวน์ก็ได้ค่ะ” เธอที่ตอนนี้ไม่มีที่พึ่งจึงตอบกลับไปโดยไม่ต้องคิดอะไรให้มากมาย เพราะตอนนี้เธอคิดว่าอยากเรียนให้จบปริญญาเพื่อจะได้ทำงานเลี้ยงตัวเองได้ เด็กในวัยสิบห้าปีอย่างเธอคงไม่มีงานอะไรให้ทำ เพราะต้องรอให้อายุสิบแปดปีถึงจะทำงานพาร์ทไทม์ได้ “บอกเบอร์โทรของเธอมา” “089893xxxxค่ะ” บราวน์เมมเบอร์โทรของเธอแล้วพูดออกไป “งั้นเย็นนี้ฉันจะไปรับเธอที่บ้านก็แล้วกัน” “ได้ค่ะคุณบราวน์ ขอบคุณมากค่ะ” เธอยกมือไหว้คนตัวสูงด้วยความรู้สึกซาบซึ้งใจ ก่อนที่ชายหนุ่มจะลุกจากม้าหินอ่อนแล้วเดินไปขึ้นรถสปอร์ตหรู จากนั้นลลิลจึงขึ้นอาคารเรียนไป ตอนเย็น เมื่อรถสปอร์ตหรูของบราวน์เคลื่อนตัวมาจอดยังหน้าบ้านหลังเล็กของลลิล ลลิลที่นั่งรออยู่หน้าบ้านก็หิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าแล้วเดินไปขึ้นรถของเขา ชายหนุ่มดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาดให้คนตัวเล็ก ก่อนจะขับรถออกไปด้วยความเร็ว ห้างสรรพสินค้า เมื่อทั้งสองเข้ามาในห้างสรรพสินค้า เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาก็เอ่ยกับร่างเล็กของเด็กสาวด้วยน้ำเสียงปกติ “เธออยากซื้ออะไรก็ซื้อได้ตามสบายเลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ” “ค่ะคุณบราวน์” “เธอยังไม่ได้กินอะไรใช่ไหม” “ยังค่ะ” “งั้นเราไปหาอะไรกินกันก่อนดีกว่า” พูดจบเรียวขายาวก็ก้าวนำคนตัวเล็กไปยังร้านอาหารหรู เมื่อรับประทานเสร็จเขาก็พาเธอไปซื้อเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ เมื่อได้ของครบแล้วบราวน์ก็พาลลิลกลับคอนโดไป คอนโดบราวน์ เมื่อบราวน์พาลลิลเข้ามาในห้องคอนโดหรู เขาก็ให้เธอเอาข้าวของไปเก็บในห้องนอนซึ่งอยู่ติดกับห้องนอนของเขา หลังจากลลิลนำเสื้อผ้าและข้าวของเก็บเข้าที่จนเรียบร้อยแล้วก็ออกมาจากห้องนอน เมื่อเห็นชายหนุ่มนั่งสูบบุหรี่อยู่ในห้องโถงจึงเดินไปหาพร้อมกับพูดออกไปด้วยท่าทีเจียมเนื้อเจียมตัว “คุณบราวน์อยากให้ลลิลทำอะไรก็บอกได้เลยนะคะ” “เธอแค่เรียนอย่างเดียวพอ” เขาบี้บุหรี่ทิ้งลงในที่รองแล้วเงยหน้ามาพูดกับร่างบอบบางที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยใบหน้าราบเรียบ แววตาคมที่มองเธอนั้นเต็มไปด้วยความสงสารและเห็นใจเมื่อคิดว่าอยู่ๆเธอต้องขาดพ่อและแม่อย่างกะทันหัน เธอคงจะรู้สึกโดดเดี่ยวไม่น้อย “วันโรงเรียนปิดลลิลจะทำงานบ้านเองค่ะ” “ไม่ต้อง เพราะงานบ้านฉันจ้างให้แม่บ้านมาทำอยู่แล้ว ส่วนเรื่องอาหารฉันก็ให้เขาเอามาส่งทุกวัน” “อ๋อค่ะ” “เธอแค่ตั้งใจเรียนอย่างเดียวพอ แล้วก็ห้ามมีแฟนจนกว่าจะเรียนจบ เข้าใจไหม” “เข้าใจค่ะ” เธอรับคำพลางคิดในใจว่าถึงเขาจะไม่พูดกำชับ เธอก็ไม่คิดจะมีแฟนอยู่แล้ว ในสมองของเธอตอนนี้คิดแต่เรื่องเรียนอย่างเดียวเท่านั้น ห้าเดือนต่อมา เป็นเวลาห้าเดือนแล้วที่ลลิลมาอยู่กับบราวน์ ตอนนี้ลลิลก็เรียนจบมอสามแล้ว ส่วนบราวน์ก็เรียนจบแล้วเช่นกัน ช่วงหลายเดือนที่ลลิลมาอยู่กับเขา ตอนเช้าเธอจะไปโรงเรียนด้วยรถไฟฟ้าที่อยู่ไม่ไกลกับคอนโดของเขา และช่วงนี้ก็อยู่ในช่วงปิดเทอม วันนี้บราวน์พาลลิลไปสมัครเรียนที่โรงเรียนเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง เมื่อสมัครเรียนเสร็จเขาก็ซื้อชุดนักเรียนและของใช้ต่างๆจนครบทุกอย่างโดยไม่มีอะไรขาดตกบกพร่อง เขาดูแลและเอาใจใส่เธอเป็นอย่างดีจนลลิลรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างมากบราวน์เคลื่อนมือไปสัมผัสกับความเป็นสาวของเธอเบาๆ ก่อนจะก้มลงไปลิ้มเลียร่องกลีบสีหวานที่อยู่ตรงหน้าอย่างหลงใหลแผล่บๆๆๆ“ซี้ด” ลลิลสูดปากพลางแอ่นเนินรักด้วยความเสียวซ่านอย่างลืมอายเมื่อลิ้นนุ่มลื่นของเขาสัมผัสลงในร่องรักของเธอบราวน์ที่เห็นปฏิกิริยาของคนตัวเล็กจึงลากลิ้นเลียไปทั่วร่องกลีบที่แฉะเยิ้มไปด้วยน้ำสีใสที่พากันหลั่งไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย ลิ้นร้อนตวัดเลียและดูดติ่งเกสรซ้ำๆแผล่บๆๆๆ จ๊วบๆๆ“อื้อ ไม่ไหวแล้ว” จนทำเอาร่างบางส่งเสียงครางออกมาอย่างไม่อาจจะข่มกลั้น สะโพกมนส่ายไปมาตามจังหวะที่ลิ้นร้อนละเลงและดุนดันในร่องกลีบรักของเธอแจ๊ะๆๆบราวน์ลากเลียในรูสวาทสีสวยพลางดุนลิ้นเข้าออกด้วยความกระชั้นชิดขึ้นหมายจะส่งเธอไปให้ถึงปลายทาง กระทั่งคนตัวเล็กก็เกร็งกระตุกพร้อมกับปลดปล่อยน้ำหวานออกมาในจำนวนมาก“อ๊า อ๊า”ร่างสูงกวาดลิ้นเลียน้ำรักแล้วกลืนลงคอไปอย่างรู้สึกดีจนบอกไม่ถูกที่ได้กลืนกินน้ำหวานของเธอร่างแกร่งหยัดตัวขึ้นพลางจ้องมองไปยังใบหน้าเรียวสวยที่ดวงตาปรือปรอยพร้อมกับยกยิ้มเย้าแล้วพูดออกมา“น้ำของเธอหวานน่ากินมากเลย”ลลิลเขินจนหน้าแดงเรื่อเมื่อเขาบอกแบบนั้นพลางคิดในใจว่าน้ำของเธอหวา
หนึ่งอาทิตย์ต่อมาเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์แล้วที่ลลิลมาอยู่กับบราวน์ หนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมานี้เธอตื่นเช้ามาก็จัดเตรียมอาหารเช้าให้เขาได้ทานก่อนออกไปทำงาน และก่อนที่เขาจะกลับจากทำงานเธอก็จะทำอาหารไว้รอเขา เธอและเขาจะรับประทานอาหารเย็นพร้อมกัน ซึ่งงานบ้านที่เธอทำไม่ได้หนักหนาอะไรเลยก๊อกๆบราวน์เดินไปเคาะประตูห้องของลลิล วันนี้เขาหยุดงานจึงอยากชวนเธอออกไปข้างนอก“มีอะไรหรือเปล่าคะ” เธอเปิดประตูแล้วเอ่ยถามร่างสูงที่ยืนอยู่“อาบน้ำแต่งตัวสิ เดี๋ยวฉันจะพาเธอออกไปกินข้าวข้างนอก เธอทำอาหารมาหลายวันแล้ว วันนี้ไปกินนอกบ้านดีกว่านะ”“ได้ค่ะ” ลลิลรับคำด้วยรอยยิ้มแล้วกลับเข้าห้องไปจัดการอาบน้ำแต่งตัว ส่วนบราวน์ก็เข้าห้องไปอาบน้ำเหมือนกัน เสร็จแล้วทั้งสองจึงเดินทางไปยังร้านอาหารชื่อดังแห่งหนึ่ง เมื่อทานเสร็จก็พากันมาขึ้นรถหรูบนรถ“เดี๋ยวฉันจะพาเธอไปร้านเพชรนะ” เมื่อบราวน์ออกรถก็เอ่ยบอกกับร่างบาง“คุณบราวน์จะไปซื้ออะไรเหรอคะ” ใบหน้าเรียวได้รูปหันถามด้วยความรู้สึกสงสัยพลางคิดในใจว่าอยู่กับเขามาตั้งหลายปี เขาไม่เคยพาเธอเข้าร้านเพชรหรือร้านเครื่องประดับสักครั้ง“ฉันจะไปซื้อแหวนแต่งงานน่ะ” เสียงทุ้มเอ่ยพลา
ลลิลวางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะแล้วเดินมาหย่อนตัวนั่งบนเตียง เธอมองไปยังร่างแกร่งที่หลับสนิทอยู่ มือบางเลื่อนไปอังหน้าผากจึงรู้ว่าอุณหภูมิในร่างกายของเขาลดลงแล้ว เมื่อเป็นอย่างนั้นเธอจึงผ่อนลมหายใจออกมาด้วยความรู้สึกเบาใจก่อนจะล้มตัวนอนข้างเขาพร้อมกับดึงผ้าขึ้นมาห่มตัวเองและห่มให้เขา จากนั้นไม่นานเธอก็หลับไปวันต่อมาลลิลตื่นก่อนบราวน์แล้วเข้าไปทำธุระในห้องน้ำ เธอโทรสั่งของกินจากทางโรงแรมก่อนที่ไม่นานพนักงานจะนำขึ้นมาส่ง ในขณะเดียวกันนั้นบราวน์ก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาพอดี ลลิลที่หันไปเห็นจึงเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงหวาน“ลลิลสั่งของกินมาให้คุณแล้วนะคะ”“ขอบใจนะ” เสียงทุ้มแหบแห้งเอ่ยพร้อมกับขยับตัวลุกไปทำธุระในห้องน้ำ ก่อนจะออกมาหย่อนตัวนั่งยังโต๊ะที่มีของกินวางอยู่พร้อมกับเอ่ยออกไป“เมื่อคืนเธอออกไปซื้อยามาให้ฉันเหรอ”“ลลิลเอามาจากณัชชาค่ะ ณัชชาเอาติดมาด้วย”“ฉันอุตส่าห์พาเธอมาเที่ยวแท้ๆ แต่ต้องมาป่วยให้เธอเป็นภาระซะงั้น” เขาพูดด้วยสีหน้าอิดโรย“คุณบราวน์อย่าคิดแบบนั้นสิคะ คุณไม่ได้เป็นภาระของลลิลเลย ลลิลเต็มใจที่ได้ดูแลคุณค่ะ ถึงจะไม่ได้ออกไปไหนก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ” เธอเอ่ยออกไปด้วยรอยยิ้มไม่ได้อะไร
ก๊อกๆลลิลเคาะประตูห้องที่คนตัวสูงอยู่ข้างใน ก่อนที่ไม่นานประตูจะถูกเปิดออกมาพร้อมกับเสียงทุ้มที่เอ่ยออกไปด้วยสีหน้าเย้าหยอก“ห้องเต็มหมดแล้วใช่ไหม”“ค่ะ” ว่าแล้วบราวน์ก็จับมือเรียวแล้วลากเธอเข้าไปข้างในพร้อมกับปิดประตูลลิลมองไปยังเตียงเดี่ยวขนาดคิงไซส์ที่วางอยู่กลางห้องพลางคิดในใจว่านี่เธอต้องนอนร่วมเตียงกับเขาอีกแล้วเหรอ เธอไม่คิดเลยว่าเขาจะจองไว้สองห้อง มีแต่เธอคนเดียวสินะที่ไม่รู้ ส่วนเซฟกับณัชชาคงรู้มาก่อนล่วงหน้าแล้วสินะว่าเขาจองไว้แค่สองห้อง“เราจะอยู่ที่นี่กันกี่วันคะ” เธอหันถามร่างสูงที่ยืนข้างตัวเอง“สองวัน”“เซฟกับณัชชารู้ใช่ไหมคะว่าคุณจองไว้สองห้อง”“อืม”“ทำไมคุณไม่บอกลลิลด้วยล่ะคะ”“ถ้าบอกก่อนเธอก็ไม่มาน่ะสิ”“คนฉวยโอกาส” เธอว่าออกไปด้วยสีหน้าไม่พอใจแล้วเดินไปหย่อนสะโพกนั่งบนเตียง บราวน์เดินไปหย่อนตัวนั่งข้างเธอแล้วจับไหล่บางให้นอนลงไป ลลิลจะหยัดตัวขึ้นแต่เขากดร่างของเธอไว้พลางร่างหนาก็ทาบลงมาบนร่างของเธอ“ปล่อยนะคะ”“ตอนนี้ฉันไม่มีพันธะกับณัชชาแล้วนะ”“…” เธอจ้องหน้าเขาที่ห่างกันไม่ถึงคืบอย่างตั้งใจรอฟังเมื่อเขาบอกมาแบบนั้น“เมื่อวานฉันนัดณัชชาออกมากินข้าว…” แล้วเขาก็เ
“เธอไม่ใช่เด็กมัธยมเหมือนเมื่อก่อนแล้วนะ ดังนั้นถ้าฉันจะทำแบบนั้นกับเธอมันก็ไม่ได้ผิดอะไร ฟอดด” เขาพูดพร้อมกับจูบไปที่หน้าผากมน หัวใจของเธอเต้นแรงเหมือนกับทะลุออกมานอกอกเมื่อคิดว่าเขาจะทำแบบนั้นกับเธอ“ฉันขอทำคืนนี้เลยได้ไหม” ปากหนาเอ่ยพลางจมูกโด่งได้รูปคลอเคลียอยู่ข้างแก้มขาวเนียน“คุณบราวน์จะทำแบ
ห้างสรรพสินค้าเมื่อทั้งสี่คนเข้ามาในห้างสรรพสินค้าบราวน์ก็เอ่ยขึ้น“เดี๋ยวเราไปหาอะไรกินกันก่อนนะ” จากนั้นเรียวขายาวก็ก้าวนำคนทั้งสามไปยังร้านอาหารหรูร้านอาหารเมื่อเข้ามาในร้านอาหารเซฟก็จัดแจงให้ณัชชานั่งแล้วเขาก็หย่อนตัวนั่งข้างเธอ ในขณะที่บราวน์ก็จัดแจงให้ลลิลนั่งและเขาก็หย่อนตัวนั่งลงข้างเธอก
เมื่อณัชชาออกจากห้องน้ำก็เห็นร่างสูงของเพื่อนสนิทยืนอยู่ก็ถึงกับมีสีหน้าตกตะลึง ก่อนที่ใบหน้าหล่อเหลาจะเอ่ยออกไป“เห็นเธอบอกว่าเวียนหัว ฉันก็เลยอยากมาดู” เขารู้ว่าที่เธอโกหกว่าเวียนหัวเพราะรู้สึกอึดอัดที่เจอเขาในวันนี้ ก่อนหญิงสาวจะเอ่ย แต่ไม่ได้มองหน้าเขา“ตอนนี้ฉันหายแล้ว” ว่าแล้วเธอก็ก้าวออกไป แ
วันต่อมาบ้านคชา“สวัสดีค่ะคุณลุงคุณป้า” ลลิลยกมือไหว้ชายหญิงวัยกลางคนที่นั่งอยู่ด้วยท่าทีอ่อนน้อม รอยยิ้มสดใส“ใครมาส่งเหรอ” นวดีเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม“เซฟมาส่งค่ะ”“ระหว่างรออาหาร นั่งคุยกันก่อนสิ” ว่าแล้วร่างบางก็หย่อนสะโพกนั่งบนโซฟาหรู ก่อนที่คชาจะเอ่ยออกไป“บราวน์ก็คงใกล้จะถึงแล้วละ เมื่อเช้าโทรม