Mag-log in“เป็นคนอื่นคงเตลิดไปแล้ว” ศิรินภายกยิ้ม จริงอยู่ที่ว่านีรามนมิใช่คนแรกของหล่อน
แต่ทว่าเมื่อได้พบเด็กคนนี้ ศิรินภาจึงไม่สนใจทุกอย่าง ไม่สนใจใคร มีแต่นีรามน และต้องการเลี้ยงนีรามนแบบผูกขาด
สัญญานี้ร่างไว้ตั้งแต่สองปีก่อน จะจบสิ้นกันก็ต่อเมื่อหล่อนเบื่อหน่าย นีรามนจึงจะเป็นอิสระจากหล่อน เป็นอิสระจากกันและกัน
ทว่าจนวันนี้ก็ยังเหมือนเดิม และศิรินภาหมายหมาดว่าจะเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ มิคิดไขว่คว้าใครอื่นที่ไหน
“พี่รักไม้” พูดครั้งที่สามแล้วในรอบหลายเดือนที่ผ่านมานี้ ครั้งแรกที่พูดคืออยู่ที่สวนสาธารณะริมแม่น้ำ...ที่ที่ทั้งสองเคยพบกันครั้งแรกเมื่อสองปีก่อน
ณ ในอดีตนั้นนีรามนเพิ่งเลิกงาน จึงมายืนพักสมองอยู่ตรงสวนสาธารณะริมแม่น้ำแถวนั้น พื้นที่เริ่มเงียบสงัดเพราะเป็นเวลาเช้ามืด
“มาอยู่กับฉัน” คำสั้น ๆ ทว่ามีอิทธิพลต่อนีรามน มันมาพร้อมกับข้อเสนอที่เธอยากจะปฏิเสธ
ทว่าสิ่งที่นีรามนทำคือการปฏิเสธไป เธอไม่ได้เดือดร้อนถึงขนาดนั้น...
ไม่จริง...เธอโกหก
“แล้วจะเอาเงินจากที่ไหน พ่อของเธอต้องการมันไม่ใช่รึ” อีกฝ่ายคงสืบเรื่องราวของครอบครัวเธอมาพอสมควร จึงได้รู้ลึกถึงอาการป่วยของพ่อที่ต้องใช้เงินรักษาจำนวนมาก...ลำพังแค่เงินก้อนจากประกันก็ยังไม่ครอบคลุม จึงได้มาเสนอเงินนั้นต่อหน้าเธอ ที่อีกฝ่ายคงจะถูกใจหรือแค่ต้องการเอาชนะเธอที่คล้ายดูเหมือนม้าพยศในสายตาของอีกฝ่ายกระมัง
เพราะใคร ๆ ก็ต่างมองเธอว่าเป็นแบบนั้น ‘เคี้ยวยาก’
ย้อนกลับไปในอดีตก่อนหน้านี้อีก...
“ขอบคุณครับ” เสียงนุ่มทุ้มของลูกค้าประจำที่เป็นชายหนุ่มทำให้นีรามนจำต้องยกยิ้มการค้าส่งให้ ทั้งที่ปกติเธอที่เพิ่งเข้ามาทำงานที่นี่ได้ไม่กี่เดือนแต่ก็รู้ดีว่าการบริการเสิร์ฟของเธอมิได้อยู่ที่โซนวีไอพีแห่งนี้
ทว่าจู่ ๆ พนักงานที่เป็นเพื่อนรุ่นพี่ที่เป็นเพื่อนร่วมงานของเธอด้วยก็เข้ามาหาพร้อมทั้งมอบหมายให้นีรามนไปบริการยังโซนนั้น โดยเฉพาะโต๊ะนั้น...ที่จ่ายหนักที่สุด
“นามสกุลนี้คุ้น ๆ นี่มันลูกชายนักการเมืองพรรคร่วมฯ นี่ ...งานดีนะแก” หากได้ร่วมอุ่นเตียงกับเขาคงจ่ายหนักไม่เบา เผลอ ๆ หากเขาถูกใจรับเป็นเด็กเลี้ยงคงสบาย
ทว่านีรามนกลับมิคิดจะเอื้อมสูงไปมากกว่านั้น ท่ามกลางสายตาที่อิจฉาเธอหลายคู่
เพราะเวลาตกลงมา...มันจะเจ็บปางตาย
จนเมื่อหลายวันเข้า เมื่อเขามิสามารถที่จะทำให้นีรามนยอมเลื่อนสถานะและมาสยบอยู่แทบเท้าของเขา
นีรามนหวีดร้องตกใจชั่วครู่ สายตาของเธอแทบจะเถือหนังของอีกฝ่ายที่ฉุดเอวเธอแล้วรั้งเข้าไปนั่งแนบอิงยังตักของเขาทันควัน
กลิ่นน้ำหอมผู้ชายผสานแอลกอฮอล์ทำให้นีรามนคล้ายถูกมึนเมา ผู้คนต่างมองมาด้วยความสนใจใคร่รู้ ทว่ามิคิดมีใครเข้ามายุ่มย่ามหรือช่วยเหลือ
คงคิดว่าเธอเป็นแค่ลูกตาสีตาสาคนหนึ่ง ใครเขาจะมายอมช่วยเพื่องัดข้อกับลูกชายของผู้มีอิทธิพลในการปกครองประเทศ
“คุยกับผมหน่อยสิคนสวย” ปลายจมูกและริมฝีปากร้อนที่ชิดใกล้ทำให้นีรามนสะอิดสะเอียนแทบบ้า ลมหายใจที่เจือกลิ่นน้ำเมานั้นยิ่งทำให้เธอขยะแขยงชนิดที่ว่าน้ำหอมราคาแพงที่อีกฝ่ายบรรจงประโคมมานั้นแทบจะไร้ราคา
“ปล่อยค่ะ” เธอมาทำงานในฐานะเด็กเสิร์ฟ หาใช่ตำแหน่งอื่นที่ตอบสนองเรื่องอย่างว่าอย่างที่พนักงานเสิร์ฟคนอื่นบางคนทำ นีรามนพยายามเบี่ยงกายพร้อมทั้งดันร่างกายอีกฝ่ายออกอย่างรังเกียจที่สุด สัมผัสมือกร้านที่เข้ามายุ่มย่ามกับร่างกายของเธอช่างน่าสะอิดสะเอียน
จนเมื่อนีรามนมิอาจทานทน ศักดิ์ศรีของเธอหาใช่ใครต้องมาปกป้อง
เธอต้องปกป้องตัวเอง...
ใบหน้าคมสันสะบัดตามแรงตบ ในหัวของเขามีเสียงวิ้ง...อื้ออึ้ง ความชาจนกลายเป็นแสบร้อนเต้นตุบ ๆ ที่ซีกหน้าด้านหนึ่ง
เขาหันขวับ มองนังตัวดีที่ผลุนผลันออกจากกายของเขาไปอย่างน่าเสียดาย สายตาแน่วแน่และปราศจากความรู้สึกผิดของผู้หญิงคนนี้ช่างถือดียิ่งนัก...
ทว่าก่อนจะได้ทำอันใดเพื่อเป็นการสั่งสอน เขากลับสบถออกมาเมื่อมีลูกน้องของเขาเข้ามาขัดจังหวะร้อนแรง...
นีรามนมิอาจได้ยินว่าอีกฝ่ายกระซิบกระซาบอันใด รู้เพียงแต่ว่ามันผู้นั้นหันมามองเธอด้วยความเคียดแค้นทว่าทำอันใดมิได้ไปมากกว่าลุกขึ้นแล้วเดินออกจากร้านไป
ใครกันที่กล้าขัดจังหวะ...สุ้มเสียงไต่ถามดังขึ้นรายรอบนีรามนที่ลุกขึ้นแล้วรีบเดินออกจากบริเวณนั้นเข้าหลังร้าน
จึงมิทันได้สังเกตเห็นว่ายังชั้นสามซึ่งเป็นชั้นที่เหนือชั้นที่สุด มิใช่ใครที่มีเงินแล้วจะเข้าไปผ่อนคลายอารมณ์ ณ ที่ตรงนั้นได้ง่าย ๆ บัดนี้ได้ถูกเปิดโซนใช้งานอย่างสงบ…เพียงหนึ่งเดียว
จากนั้นนีรามนที่คิดจะลาออกจากที่แห่งนั้นเมื่อคิดว่าอย่างไรเธอก็ไม่น่าที่จะถูกเพิกเฉย
ก็เล่นตบหน้าแขกวีไอพี ไหนยังจะสร้างความวุ่นวายในคืนนั้นอีก
ทว่าน้ำเสียงและสีหน้าเรียบเรื่อยของดิษยา...หนึ่งในเจ้าของร้านที่เธอเพิ่งเคยพบหน้าก็วันนี้ ก็เป็นหลักฐานชั้นดีว่าเรื่องนี้นีรามนมิจำเป็นต้องกังวล
“ทำไมถึงอยากลาออก”
“ฉันทำผิดค่ะ”
คิ้วเข้มพาดองศารับกับใบหน้าเรียวสวยเลิกขึ้น สายตาเรียวรีจับจ้องเธออย่างจะค้นหา “คุณตบเขาเพื่อปกป้องตัวเอง คุณทำอะไรผิด”
คล้ายถูกคาดคั้นให้ตอบโดยใช้จิตสำนึกไตร่ตรองให้มากกว่านี้ จนสุดท้ายนีรามนจึงต้องตอบ “ฉันไม่ผิดค่ะ”
รอยยิ้มเรียบเรื่อยผุดขึ้นบนใบหน้าพริ้มเพรา “ไม่ผิดงั้นก็ไม่จำเป็นต้องออก”
การหารือจบแค่นั้น จดหมายลาออกถูกทิ้งขยะไป หนำซ้ำนีรามนถูกทับถมด้วยเงินจำนวนมากที่เจ้าของคลับคนสวยอ้างว่าให้เธอเป็นค่าทำขวัญไปก้อนใหญ่
จนต่อมา เมื่อนีรามนต้องได้ยินข่าวโคมลอยแปลก ๆ ที่มาพร้อมกับการหายตัวไปเลยของลูกชายนักการเมืองพรรคใหญ่คนนั้น
“เห็นว่าพ่อโดนเลื่อยขาเก้าอี้ทิ้งเลยนะ” ข่าวตามทีวีและอินเทอร์เน็ตออกหรา
“แหงสิ ไปทำคุณภาเขาขุ่นเคืองนี่” พวกพี่ ๆ พนักงานเก่าแก่ที่รู้จักหล่อนคนนั้นดีจึงพากันกริ่งเกรง ยกเว้นนีรามนและพนักงานบางส่วนที่เพิ่งเข้ามาทำงานใหม่ที่ไม่นึกรู้จักคนน่ากลัวที่ว่า
คุณภา... ชื่อเรียกขานย่อ ๆ นั้นติดอยู่ในหัวของนีรามน นึกขอบคุณผู้หญิงคนนั้นที่กำจัดผู้ชายมือปลาหมึกนั่นออกจากชีวิตของเธอได้ ทั้งที่ไม่อยากรู้สักนิดว่าผู้ชายคนนั้นพร้อมทั้งครอบครัวของเขาต้องล่มจมอย่างไรในเบื้องลึก และถูกกำจัดด้วยเพราะสาเหตุใด...นีรามนไม่ค่อยอยากรู้จักคนจำพวกสูง ๆ แบบนี้เท่าใดนัก มันไม่จำเป็นสำหรับเธอ
ทว่าโลกของเธอที่แสนจะธรรมดาและยากเข็ญนั้นกลับต้องมาบรรจบกับผู้หญิงคนนั้นจนได้ในวันหนึ่ง
“เข้ามาสิ” ดิษยาที่นั่งอยู่ในห้องนั้นด้วย และเป็นคนที่เรียกให้นีรามนขึ้นมาบริการที่นี่แบบเจาะจงว่าต้องเป็นเธอเท่านั้น ทั้งที่ปรกติชั้นนั้นรวมทั้งลูกค้าคนนั้นมักจะมีเด็กประจำที่คอยบริการหล่อนอยู่แล้ว
นีรามนจึงถูกพวกรุ่นพี่บางส่วนเขม่นง่ายดาย โดยเฉพาะรุ่นพี่ที่เป็นเหมือนดาวเด่นของที่นี่ แต่จะออกตัวแรงมากไม่ได้เพราะกฎของที่นี่เข้มงวดมากเรื่องพนักงานขัดแย้งกัน
“ได้ดีแล้วอย่าลืมพวกพี่นะน้องไม้” พวกเขาเอ่ยคล้อยหลังแบบนั้น... ทว่าเธอมิได้ตอบรับอันใด
นีรามนตีหน้านิ่งเรียบ เป็นเอกลักษณ์ของเธอไปเสียแล้วที่หากจะยิ้มก็ต่อเมื่อเสิร์ฟเสร็จเรียบร้อย ทว่าก็เป็นรอยยิ้มที่เพียงมุมปากเล็กน้อยเท่านั้น
เธอไม่สบตา ไม่จ้องหน้าแขกคนสำคัญที่ขนาดเจ้าของร้านมารับรองเอง ใบหน้าและไรผมยังคงชื้นเหงื่อเพราะเลิกงานสอนพิเศษตอนเย็นสายไปนิดจนต้องรีบถ่อมาเข้างานที่นี่อย่างรวดเร็ว ลมหายใจหอบเล็กน้อย...
ซึ่งเหล่านี้ของนีรามนถูกจับสังเกตอย่างไม่ยากนัก เพราะอยู่ใกล้กันแค่นี้
นีรามนเบิกตากว้าง สะดุ้งเมื่อสัมผัสถึงมือร้อนผ่าวและหอมกลิ่นอายบางอย่างจากใครที่อยู่ใกล้กัน
จนต้องเงยหน้ามองเจ้าของผ้าเช็ดหน้าเนื้อนุ่มและหอมนั่นที่เจ้าตัวถือวิสาสะเอามันมาซับเหงื่อที่ขมับชื้นของเธอ... สัมผัสจากปลายนิ้วร้อนเพียงแค่มีเนื้อผ้าเรียบลื่นกางกั้นเท่านั้น
ความกรุ่นโกรธตีคุขึ้น ทว่าช่างขี้โกงที่รอยยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้าปานหยาดน้ำผึ้งนั่นทำให้ใจเธอเย็นลงอย่างประหลาด จากการล่วงละเมิดกลายเป็นความหวังดีเสียอย่างนั้น
พร้อมน้ำเสียงนุ่มที่เอ่ยขึ้นข้างหู “เหนื่อยแย่เลยนะคะ” สายตาหวานล้ำนั่นราวกับล่วงรู้ความเหนื่อยยากทุกอย่างของเธอทั้งหมด
มันจะเกินไปแล้ว...
นีรามนรีบผละออกมาพร้อมถาดเสิร์ฟในมือ เธอก้มหัวให้ดิษยาและหล่อนคนนั้นที่มองอยู่
หัวใจมันสั่นไหวแม้กระทั่งเดินเข้ามาประจำที่ยังที่ประจำก็ยังไม่คลาย สายตาพยายามละจากชั้นสามนั่นที่มีกระจกกว้างใสทำให้มองมาเห็นด้านล่างทั้งหมด...ไม่เว้นแม้กระทั่งที่ที่เธอยืนอยู่
จนเพื่อนร่วมงานน้อยใหญ่เข้ามาเกาะแกะและทู่ซี้เธออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “เป็นไงบ้างไม้”
นีรามนคนที่ค่อนข้างเข้าถึงยากและดูถือตัว ทว่าเมื่อพวกเขาได้ลองทำความรู้จักมาสักพัก พบว่ามันก็แค่เปลือกนอก ก็เป็นแค่เด็กสาวน่าเอ็นดูที่สู้ชีวิตคนหนึ่งเท่านั้น
นีรามนที่กำลังช่วยล้างแก้วและจานเลิกคิ้ว “อะไรคะ”
ก่อนคำตอบของเพื่อนร่วมงานพวกนั้นจะทำให้นีรามนเงยหน้าขึ้นมองยังที่ที่เพิ่งออกมา
คนคนนั้น...ที่กำลังหยิบยื่นข้อเสนอมาให้เธอถึงที่ อย่างที่หากอยากได้คนที่เอาไว้สำหรับทำเรื่องอย่างว่า ระดับอย่างผู้หญิงคนนี้ เพียงกระดิกนิ้วก็มีแต่คนดาหน้าเข้ามาให้เลือกเกลื่อนกลาด
หลังจากวันนั้น จนเวลาผ่านไปสักพัก นีรามนดันเจอผู้หญิงคนนี้อีก ราวกับเจ้ากรรมนายเวรที่คอยตามตัวเธอ รู้ทุกย่างก้าวของเธอ
และจะตามติด จนกว่าจะได้เธอ...
“เดี๋ยวฉันไปส่งไม้เอง” ปลายฟ้าสรุปความกับผองเพื่อน ขณะที่ประคองนีรามนที่เมาแล้วเงียบเชียบ ไม่โวยวาย เช่นเดียวกับตอนที่เธอปกตินั่นแหละ “นอกจากเราแล้วไม้อย่าไปเมาแบบนี้กับใครอีกนะ” กลิ่นน้ำหอมราคาแพงของปลายฟ้าโชยเข้าจมูกเล็กของคนเมา สื่อให้รู้ว่าใกล้ชิดกันแค่ไหน “เข้าใจไหมคะ”“อือ” ตอบอืออารับคำไปอย่างนั้น นีรามนแทบประคองสติไม่อยู่ด้วยซ้ำนีรามนไม่ทันได้รับรู้ถึงรอยยิ้มหวานซึ้งจากเพื่อนคนสวยที่มีให้เธอ ทว่าก่อนที่ปลายฟ้าจะได้พาคนในการดูแลขึ้นรถส่วนตัวของตนเอง กลับมีหญิงสาวในสูทดำทั้งตัว และชายหนุ่มในชุดเดียวกันเข้ามาหาเธอ ไม่ไกลนั้นแลเห็นรุ่นพี่ที่เป็นหนึ่งในหุ้นส่วนของไนต์คลับนี้ที่ปลายฟ้าก็รู้จัก...เขากุลีกุจอเข้ามาแทนที่จะเป็นหน้าที่ของผู้จัดการร้านมากกว่าหากจะเข้ามาไกล่เกลี่ยแสดงว่าระดับนี้คงไม่ธรรมดา... ทว่าปลายฟ้ากลับไม่นึกเกรงเช่นกัน ใหญ่มาจากไหนกันเชียว เธอก็ไม่น้อยหน้าพวกเขาหรอกทว่าปลายฟ้ากลับคิดผิดมหันต์“เดี๋ยวฉันไปส่งไม้เอง” ปลายฟ้าสรุปความกับผองเพื่อน ขณะที่ประคองนีรามนที่เมาแล้วเงียบเชียบ ไม่โวยวาย เช่นเดียวกับตอนที่เธอปกตินั่นแหละ “นอกจากเราแล้วไม้อย่าไปเมาแบบนี้กับใ
พันทิวา นารยพยัคฆ์ยิ้ม...“ตกลงดีลตามนี้ค่ะ ยินดีที่ได้ร่วมงานกัน” พันทิวายกยิ้มพร้อมจับมือส่งลาบรรดาคู่ค้าที่พากันงงเป็นไก่ตาแตก ก่อนจะส่งหน้าที่ในการตกลงเซ็นสัญญาอีกทีหนึ่งให้กับปณิดาที่เดินนำคู่ค้าทางธุรกิจออกไปก่อนแล้ว พร้อมกับผู้ติดตามอีกสองคนของพันทิวาที่ติดตามไปด้วยทั้งที่ตอนนี้หล่อนควรจะกลับบ้านกลับช่องหลังจากคุยเจราจาธุรกิจคร่ำเคร่งกับการงานภาระอันหนักอึ้ง ทว่าบัดนี้กลับอยากทิ้งตัวอยู่ตรงนี้ไว้สักพัก... พันทิวาก็แปลกใจในความอยากผ่อนคลายของตนเองเหมือนกันแสงสีเสียงกำลังเมามันเมื่อใกล้ถึงท่อนฮุกของเพลงที่เป็นที่นิยมตลอดกาลในร้านเหล้า ทว่าในสายตาพราวของหล่อนมีเพียงเด็กตัวเล็ก ๆ คนนั้นที่เต้นสลัดคราบแมวจอมหยิ่งยั่วสวาทออกหมดสิ้นเหลือเพียงเด็กสาววัยใสคนหนึ่งเที่ยงคืนฉันออกมาคอยเธอ ก็ ลั่น ลัน ลาโอ้เธอเจ้าซินเดอเรลล่า เจอเธอไม่ทันร่ำลา โอ้เธอเจ้าซินเดอเรลล่า เธอเอาแต่ ลั่น ลัน ลาจนเมื่อเพลงจบ เสียงโห่ร้องอย่างสนุกสนานปลดเปลื้องดังขึ้น สายตาคมกริบมองเห็นภาพนีรามนชูมือขึ้นสูง กระโดดเหยง ๆ ไปมากับผองเพื่อนน่าขันจริงเชียว... หมายถึงหล่อนน่ะ น่าขันจริงเชียวมานั่งเสียเวลามองรอยยิ
.ดูท่าทางอ้อแอ้นั่นสิ เมาแล้วยังซ่าไปร้องเพลงกระโดดโลดเต้นเย้ว ๆ ท่ามกลางผู้คนช่างไม่คิดระวังเนื้อระวังตัวเอาเสียเลย...ใครจับอะไรเข้าก็ยอมเขาไปหมดส่งนัยน์ตาหวานให้ติดตรึงตรา แล้วเธอก็เดินหายไปเหมือนดั่งนินจา หยอกเย้า แว้บไปแว้บมา แล้วเธอก็หายไป2เสียงเพลงจากภายนอกที่เข้ามาในห้องให้ได้ยินแผ่ว ๆ ทำให้พันทิวายกยิ้มไม่รู้ตัว มองคนเมาที่กำลังออกลาย เต้นอย่างที่หล่อนไม่เคยคิดว่าคนนิ่ง ๆ ไม่แพ้หล่อนแบบนั้นจะสามารถรั่วได้ถึงขนาดนี้ ท่าทางเต้นก็หาได้เย้ายวนตาไม่ กลับเป็นท่าเต้นที่ตลกขบขันเสียด้วยซ้ำ...เหตุใดจึงละสายตาไม่ได้หนอภาพนายเหนือหัวที่ยกยิ้ม แย้มหัวเราะออกมาเล็กน้อยนั่นส่งให้บรรดาผู้ติดตามพากันมองหน้ากันเหรอหราตาแทบถลนจากเบ้า สองสาวสวยที่ถูกเจ้าของร้านส่งตัวมาให้เสือยิ้มยากเชยชมพากันน้อยอกน้อยใจทว่ามิอาจตีโพยตีพายอะไรมาก เพราะกริ่งเกรงกลัวเงาหัวจะไม่มีออกจากที่แห่งนี้ เช่นเดียวกันกับคู่ค้าทางธุรกิจที่ถูกนัดให้มาคุยดีลกันที่นี่ พวกเขาราวกับพบเจอภาพหายากพันทิวา นารยพยัคฆ์ยิ้ม....ดูท่าทางอ้อแอ้นั่นสิ เมาแล้วยังซ่าไปร้องเพลงกระโดดโลดเต้นเย้ว ๆ ท่ามกลางผู้คนช่างไม่คิดระวังเนื้อระ
หรืออีกนัยหนึ่ง...มีใครข้างตัวที่ทำให้คนอื่นเข้าถึงเธอไม่ได้หรือเปล่า พันทิวาคลึงแก้วใสใส่เครื่องดื่มในมือ เมินสัมผัสเย้ายวนจากหญิงสาวทั้งสองคนที่เข้ามานั่งพะเน้าพะนอเอาใจขนาบข้าง... ดวงตาคมสวยสังเกตสังกาคล้ายมุมมองพระเจ้า ที่สามารถมองลงไปด้านล่างและด้านนอกได้ฝั่งเดียว เพราะห้องวีไอพีที่หล่อนนั่งอยู่นั้นไม่สามารถมองเข้ามาจากภายนอกได้...“ไม้ ไปเต้นกันเถอะ” นีรามนไม่ทันได้ปฏิเสธ เธอถูกปลายฟ้าจับจูงมือไปที่โล่งใกล้ ๆ กับโต๊ะที่นั่งกันอยู่ นีรามนที่เริ่มแก้มร้อนผ่าวเล็กน้อย แอลกอฮอล์เข้าสู่สายเลือด แล้วยิ่งเห็นคนอื่น ๆ พากันโห่ร้องเมื่อนักดนตรีเริ่มเล่นเพลงที่เป็นที่รู้จักมานักต่อนักของวงดนตรีไทยชื่อดัง ไม้จึงคิดว่าจะเต้นคลายเครียดกับเขาสักหน่อยคงไม่เป็นไรกระมัง... “เมาแล้วแน่เลย ยิ้มกว้าง ๆ แบบนี้น่ะ” มือหอมเย็นของปลายฟ้าเข้ามาแตะใบหน้าที่ร้อนผ่าวของนีรามนที่คลี่ยิ้มส่งให้ “อืม” เธอไม่ปฏิเสธคำสันนิษฐานของเพื่อน ก่อนแสงสีจะทำให้นีรามนรู้สึกผ่อนคลาย สบายใจ เด็กสาวในชุดเสื้อยืดพอดีตัวกับกางเกงยีนสีซีดขาดเข่าจึงเริ่มเต้นตามเพลงและเพื่อนที่พาสนุก...ดูท่าทางอ้อแอ้นั่นสิ เมาแล้วยั
นีรามนจามยกใหญ่ จนเพื่อน ๆ รวมทั้งปลายฟ้าพากันมอง ยังดีที่เธอใช้แขนเสื้อปิดจมูกพอดี“ไม่สบายเหรอไม้ เมื่อกี้ยังปกติอยู่เลย” ปลายฟ้ากุลีกุจอเข้าทาบมือที่หน้าผากและแก้มเธอยกใหญ่ จนนีรามนต้องแถลงไข “ไม่เป็นไรหรอก น่าจะฝุ่นเยอะมากกว่า”วันนี้เธอถูกกึ่งบังคับ กลุ่มเพื่อนของปลายฟ้าที่พากันดรามาว่าเธอไม่ค่อยมีเวลาว่างมาเที่ยวด้วยกันนานแล้ว นีรามนพอจะรู้จักเพื่อนกลุ่มนี้เพราะปลายฟ้าเคยพาเธอมาพบเจอ บ้างก็มาช่วยพวกเขาติวบทเรียนเพิ่มคะแนนสอบนีรามนจึงถูกลากมาที่ไนต์คลับชื่อดังแห่งหนึ่งกลางกรุง “อีกเดี๋ยวก็คงไม่ได้เจอกันบ่อย ๆ แบบนี้แล้ว” หนึ่งในกลุ่มเพื่อนเอ่ยขึ้น “วันนี้ก็ถือว่ามาเที่ยวฉลองก่อนจบฝึกงานกันนะพวกมึง เดี๋ยวจบฝึกงานครบทุกคนเมื่อไหร่ค่อยมาแดกอีกที ฉลองปีสุดท้ายของมหาฯ ลัยโว้ย” นีรามนรู้สึกอุ่นใจ เพราะไม่ค่อยมีใครเข้าหาเธอมากนัก จะเป็นแบบนี้ทุกครั้งที่เธอมากับปลายฟ้าคงเพราะปลายฟ้า…เพื่อนของเธอนั้นน่าสนใจและน่าดึงดูดมากกว่าเป็นไหน ๆ ก็นี่ดีกรีเชียร์ลีดเดอร์ประจำมหาวิทยาลัยเลยนะ“นานทีจะได้มาเที่ยวด้วยกันเนอะไม้” ปลายฟ้าในชุดเดรสสั้นสีดำขับผิวขาวผ่อง จับมือจับไม้นีรามนอย่างดีใจ เพร
ประตูถูกเปิดออกโดยนีรามนที่ยังคงมีสภาพครบสามสิบสอง อย่างมิน่าเชื่อ... “หลับไปแล้วค่ะ” เด็กคนนี้พูดหน้าตาเฉย ไม่สั่นกลัวสักนิดต้องเป็นเด็กคนนี้อีกแล้วหรือที่จะอยู่ในเหตุการณ์สำคัญ ๆ ของนาย? สายตาเคลือบแคลงปรากฏบนใบหน้าของชานนท์และศิลา ทว่าพวกเขาไม่มีโอกาสให้ได้สงสัยเพราะต้องรีบเข้าไปดูนายเหนือหัวที่อยู่ในห้องนายนอนบนเตียง ห่มผ้าเรียบร้อย นายของพวกเขาลืมตาขึ้นมาแวบเดียว “ขอฉันพักผ่อนแปปหนึ่ง” แวบหนึ่งเหมือนนายของพวกเขาสอดส่ายสายตา มองหาใครบางคนที่หายไปจากอ้อมกอดชานนท์และศิลาโค้งรับ อนงค์ที่รีบกุลีกุจอเข้ามาด้วยความเป็นห่วงในภายหลัง ดวงตาของหญิงสูงวัยแดงก่ำ จะคาดโทษนายเหนือหัวตนเองก็มิได้พันทิวาจึงยกยิ้ม “ขออาหารแก้แฮงค์ทุกอย่างเลยนะนงค์...ทุกอย่าง”อนงค์จึงคล้ายจะแสนงอน ว่าพร้อมปาดน้ำตา “นายแพร...จริง ๆ เลย”พันทิวายกยิ้ม หัวเราะ มองไปยังทางเข้าห้อง เด็กคนนั้นไปแล้วรึ? “มาส่งเอกสารแล้วก็ออกไปแล้วครับ” ศิลาเอ่ยขึ้นอย่างรู้ใจนาย พันทิวาจึงเพียงเชิดปลายคาง หลับตาลง สั่งความสุดท้าย “นัดจิตแพทย์ให้ฉันที อาการมันกำเริบอีกแล้ว” แต่สภาพก็ดีกว่าครั้งก่อนมาก เพราะเด็กคนนั้นมาช่วยหล่อนไว้ศิ







