Masuk“เป็นคนอื่นคงเตลิดไปแล้ว” ศิรินภายกยิ้ม จริงอยู่ที่ว่านีรามนมิใช่คนแรกของหล่อน
แต่ทว่าเมื่อได้พบเด็กคนนี้ ศิรินภาจึงไม่สนใจทุกอย่าง ไม่สนใจใคร มีแต่นีรามน และต้องการเลี้ยงนีรามนแบบผูกขาด
สัญญานี้ร่างไว้ตั้งแต่สองปีก่อน จะจบสิ้นกันก็ต่อเมื่อหล่อนเบื่อหน่าย นีรามนจึงจะเป็นอิสระจากหล่อน เป็นอิสระจากกันและกัน
ทว่าจนวันนี้ก็ยังเหมือนเดิม และศิรินภาหมายหมาดว่าจะเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ มิคิดไขว่คว้าใครอื่นที่ไหน
“พี่รักไม้” พูดครั้งที่สามแล้วในรอบหลายเดือนที่ผ่านมานี้ ครั้งแรกที่พูดคืออยู่ที่สวนสาธารณะริมแม่น้ำ...ที่ที่ทั้งสองเคยพบกันครั้งแรกเมื่อสองปีก่อน
ณ ในอดีตนั้นนีรามนเพิ่งเลิกงาน จึงมายืนพักสมองอยู่ตรงสวนสาธารณะริมแม่น้ำแถวนั้น พื้นที่เริ่มเงียบสงัดเพราะเป็นเวลาเช้ามืด
“มาอยู่กับฉัน” คำสั้น ๆ ทว่ามีอิทธิพลต่อนีรามน มันมาพร้อมกับข้อเสนอที่เธอยากจะปฏิเสธ
ทว่าสิ่งที่นีรามนทำคือการปฏิเสธไป เธอไม่ได้เดือดร้อนถึงขนาดนั้น...
ไม่จริง...เธอโกหก
“แล้วจะเอาเงินจากที่ไหน พ่อของเธอต้องการมันไม่ใช่รึ” อีกฝ่ายคงสืบเรื่องราวของครอบครัวเธอมาพอสมควร จึงได้รู้ลึกถึงอาการป่วยของพ่อที่ต้องใช้เงินรักษาจำนวนมาก...ลำพังแค่เงินก้อนจากประกันก็ยังไม่ครอบคลุม จึงได้มาเสนอเงินนั้นต่อหน้าเธอ ที่อีกฝ่ายคงจะถูกใจหรือแค่ต้องการเอาชนะเธอที่คล้ายดูเหมือนม้าพยศในสายตาของอีกฝ่ายกระมัง
เพราะใคร ๆ ก็ต่างมองเธอว่าเป็นแบบนั้น ‘เคี้ยวยาก’
ย้อนกลับไปในอดีตก่อนหน้านี้อีก...
“ขอบคุณครับ” เสียงนุ่มทุ้มของลูกค้าประจำที่เป็นชายหนุ่มทำให้นีรามนจำต้องยกยิ้มการค้าส่งให้ ทั้งที่ปกติเธอที่เพิ่งเข้ามาทำงานที่นี่ได้ไม่กี่เดือนแต่ก็รู้ดีว่าการบริการเสิร์ฟของเธอมิได้อยู่ที่โซนวีไอพีแห่งนี้
ทว่าจู่ ๆ พนักงานที่เป็นเพื่อนรุ่นพี่ที่เป็นเพื่อนร่วมงานของเธอด้วยก็เข้ามาหาพร้อมทั้งมอบหมายให้นีรามนไปบริการยังโซนนั้น โดยเฉพาะโต๊ะนั้น...ที่จ่ายหนักที่สุด
“นามสกุลนี้คุ้น ๆ นี่มันลูกชายนักการเมืองพรรคร่วมฯ นี่ ...งานดีนะแก” หากได้ร่วมอุ่นเตียงกับเขาคงจ่ายหนักไม่เบา เผลอ ๆ หากเขาถูกใจรับเป็นเด็กเลี้ยงคงสบาย
ทว่านีรามนกลับมิคิดจะเอื้อมสูงไปมากกว่านั้น ท่ามกลางสายตาที่อิจฉาเธอหลายคู่
เพราะเวลาตกลงมา...มันจะเจ็บปางตาย
จนเมื่อหลายวันเข้า เมื่อเขามิสามารถที่จะทำให้นีรามนยอมเลื่อนสถานะและมาสยบอยู่แทบเท้าของเขา
นีรามนหวีดร้องตกใจชั่วครู่ สายตาของเธอแทบจะเถือหนังของอีกฝ่ายที่ฉุดเอวเธอแล้วรั้งเข้าไปนั่งแนบอิงยังตักของเขาทันควัน
กลิ่นน้ำหอมผู้ชายผสานแอลกอฮอล์ทำให้นีรามนคล้ายถูกมึนเมา ผู้คนต่างมองมาด้วยความสนใจใคร่รู้ ทว่ามิคิดมีใครเข้ามายุ่มย่ามหรือช่วยเหลือ
คงคิดว่าเธอเป็นแค่ลูกตาสีตาสาคนหนึ่ง ใครเขาจะมายอมช่วยเพื่องัดข้อกับลูกชายของผู้มีอิทธิพลในการปกครองประเทศ
“คุยกับผมหน่อยสิคนสวย” ปลายจมูกและริมฝีปากร้อนที่ชิดใกล้ทำให้นีรามนสะอิดสะเอียนแทบบ้า ลมหายใจที่เจือกลิ่นน้ำเมานั้นยิ่งทำให้เธอขยะแขยงชนิดที่ว่าน้ำหอมราคาแพงที่อีกฝ่ายบรรจงประโคมมานั้นแทบจะไร้ราคา
“ปล่อยค่ะ” เธอมาทำงานในฐานะเด็กเสิร์ฟ หาใช่ตำแหน่งอื่นที่ตอบสนองเรื่องอย่างว่าอย่างที่พนักงานเสิร์ฟคนอื่นบางคนทำ นีรามนพยายามเบี่ยงกายพร้อมทั้งดันร่างกายอีกฝ่ายออกอย่างรังเกียจที่สุด สัมผัสมือกร้านที่เข้ามายุ่มย่ามกับร่างกายของเธอช่างน่าสะอิดสะเอียน
จนเมื่อนีรามนมิอาจทานทน ศักดิ์ศรีของเธอหาใช่ใครต้องมาปกป้อง
เธอต้องปกป้องตัวเอง...
ใบหน้าคมสันสะบัดตามแรงตบ ในหัวของเขามีเสียงวิ้ง...อื้ออึ้ง ความชาจนกลายเป็นแสบร้อนเต้นตุบ ๆ ที่ซีกหน้าด้านหนึ่ง
เขาหันขวับ มองนังตัวดีที่ผลุนผลันออกจากกายของเขาไปอย่างน่าเสียดาย สายตาแน่วแน่และปราศจากความรู้สึกผิดของผู้หญิงคนนี้ช่างถือดียิ่งนัก...
ทว่าก่อนจะได้ทำอันใดเพื่อเป็นการสั่งสอน เขากลับสบถออกมาเมื่อมีลูกน้องของเขาเข้ามาขัดจังหวะร้อนแรง...
นีรามนมิอาจได้ยินว่าอีกฝ่ายกระซิบกระซาบอันใด รู้เพียงแต่ว่ามันผู้นั้นหันมามองเธอด้วยความเคียดแค้นทว่าทำอันใดมิได้ไปมากกว่าลุกขึ้นแล้วเดินออกจากร้านไป
ใครกันที่กล้าขัดจังหวะ...สุ้มเสียงไต่ถามดังขึ้นรายรอบนีรามนที่ลุกขึ้นแล้วรีบเดินออกจากบริเวณนั้นเข้าหลังร้าน
จึงมิทันได้สังเกตเห็นว่ายังชั้นสามซึ่งเป็นชั้นที่เหนือชั้นที่สุด มิใช่ใครที่มีเงินแล้วจะเข้าไปผ่อนคลายอารมณ์ ณ ที่ตรงนั้นได้ง่าย ๆ บัดนี้ได้ถูกเปิดโซนใช้งานอย่างสงบ…เพียงหนึ่งเดียว
จากนั้นนีรามนที่คิดจะลาออกจากที่แห่งนั้นเมื่อคิดว่าอย่างไรเธอก็ไม่น่าที่จะถูกเพิกเฉย
ก็เล่นตบหน้าแขกวีไอพี ไหนยังจะสร้างความวุ่นวายในคืนนั้นอีก
ทว่าน้ำเสียงและสีหน้าเรียบเรื่อยของดิษยา...หนึ่งในเจ้าของร้านที่เธอเพิ่งเคยพบหน้าก็วันนี้ ก็เป็นหลักฐานชั้นดีว่าเรื่องนี้นีรามนมิจำเป็นต้องกังวล
“ทำไมถึงอยากลาออก”
“ฉันทำผิดค่ะ”
คิ้วเข้มพาดองศารับกับใบหน้าเรียวสวยเลิกขึ้น สายตาเรียวรีจับจ้องเธออย่างจะค้นหา “คุณตบเขาเพื่อปกป้องตัวเอง คุณทำอะไรผิด”
คล้ายถูกคาดคั้นให้ตอบโดยใช้จิตสำนึกไตร่ตรองให้มากกว่านี้ จนสุดท้ายนีรามนจึงต้องตอบ “ฉันไม่ผิดค่ะ”
รอยยิ้มเรียบเรื่อยผุดขึ้นบนใบหน้าพริ้มเพรา “ไม่ผิดงั้นก็ไม่จำเป็นต้องออก”
การหารือจบแค่นั้น จดหมายลาออกถูกทิ้งขยะไป หนำซ้ำนีรามนถูกทับถมด้วยเงินจำนวนมากที่เจ้าของคลับคนสวยอ้างว่าให้เธอเป็นค่าทำขวัญไปก้อนใหญ่
จนต่อมา เมื่อนีรามนต้องได้ยินข่าวโคมลอยแปลก ๆ ที่มาพร้อมกับการหายตัวไปเลยของลูกชายนักการเมืองพรรคใหญ่คนนั้น
“เห็นว่าพ่อโดนเลื่อยขาเก้าอี้ทิ้งเลยนะ” ข่าวตามทีวีและอินเทอร์เน็ตออกหรา
“แหงสิ ไปทำคุณภาเขาขุ่นเคืองนี่” พวกพี่ ๆ พนักงานเก่าแก่ที่รู้จักหล่อนคนนั้นดีจึงพากันกริ่งเกรง ยกเว้นนีรามนและพนักงานบางส่วนที่เพิ่งเข้ามาทำงานใหม่ที่ไม่นึกรู้จักคนน่ากลัวที่ว่า
คุณภา... ชื่อเรียกขานย่อ ๆ นั้นติดอยู่ในหัวของนีรามน นึกขอบคุณผู้หญิงคนนั้นที่กำจัดผู้ชายมือปลาหมึกนั่นออกจากชีวิตของเธอได้ ทั้งที่ไม่อยากรู้สักนิดว่าผู้ชายคนนั้นพร้อมทั้งครอบครัวของเขาต้องล่มจมอย่างไรในเบื้องลึก และถูกกำจัดด้วยเพราะสาเหตุใด...นีรามนไม่ค่อยอยากรู้จักคนจำพวกสูง ๆ แบบนี้เท่าใดนัก มันไม่จำเป็นสำหรับเธอ
ทว่าโลกของเธอที่แสนจะธรรมดาและยากเข็ญนั้นกลับต้องมาบรรจบกับผู้หญิงคนนั้นจนได้ในวันหนึ่ง
“เข้ามาสิ” ดิษยาที่นั่งอยู่ในห้องนั้นด้วย และเป็นคนที่เรียกให้นีรามนขึ้นมาบริการที่นี่แบบเจาะจงว่าต้องเป็นเธอเท่านั้น ทั้งที่ปรกติชั้นนั้นรวมทั้งลูกค้าคนนั้นมักจะมีเด็กประจำที่คอยบริการหล่อนอยู่แล้ว
นีรามนจึงถูกพวกรุ่นพี่บางส่วนเขม่นง่ายดาย โดยเฉพาะรุ่นพี่ที่เป็นเหมือนดาวเด่นของที่นี่ แต่จะออกตัวแรงมากไม่ได้เพราะกฎของที่นี่เข้มงวดมากเรื่องพนักงานขัดแย้งกัน
“ได้ดีแล้วอย่าลืมพวกพี่นะน้องไม้” พวกเขาเอ่ยคล้อยหลังแบบนั้น... ทว่าเธอมิได้ตอบรับอันใด
นีรามนตีหน้านิ่งเรียบ เป็นเอกลักษณ์ของเธอไปเสียแล้วที่หากจะยิ้มก็ต่อเมื่อเสิร์ฟเสร็จเรียบร้อย ทว่าก็เป็นรอยยิ้มที่เพียงมุมปากเล็กน้อยเท่านั้น
เธอไม่สบตา ไม่จ้องหน้าแขกคนสำคัญที่ขนาดเจ้าของร้านมารับรองเอง ใบหน้าและไรผมยังคงชื้นเหงื่อเพราะเลิกงานสอนพิเศษตอนเย็นสายไปนิดจนต้องรีบถ่อมาเข้างานที่นี่อย่างรวดเร็ว ลมหายใจหอบเล็กน้อย...
ซึ่งเหล่านี้ของนีรามนถูกจับสังเกตอย่างไม่ยากนัก เพราะอยู่ใกล้กันแค่นี้
นีรามนเบิกตากว้าง สะดุ้งเมื่อสัมผัสถึงมือร้อนผ่าวและหอมกลิ่นอายบางอย่างจากใครที่อยู่ใกล้กัน
จนต้องเงยหน้ามองเจ้าของผ้าเช็ดหน้าเนื้อนุ่มและหอมนั่นที่เจ้าตัวถือวิสาสะเอามันมาซับเหงื่อที่ขมับชื้นของเธอ... สัมผัสจากปลายนิ้วร้อนเพียงแค่มีเนื้อผ้าเรียบลื่นกางกั้นเท่านั้น
ความกรุ่นโกรธตีคุขึ้น ทว่าช่างขี้โกงที่รอยยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้าปานหยาดน้ำผึ้งนั่นทำให้ใจเธอเย็นลงอย่างประหลาด จากการล่วงละเมิดกลายเป็นความหวังดีเสียอย่างนั้น
พร้อมน้ำเสียงนุ่มที่เอ่ยขึ้นข้างหู “เหนื่อยแย่เลยนะคะ” สายตาหวานล้ำนั่นราวกับล่วงรู้ความเหนื่อยยากทุกอย่างของเธอทั้งหมด
มันจะเกินไปแล้ว...
นีรามนรีบผละออกมาพร้อมถาดเสิร์ฟในมือ เธอก้มหัวให้ดิษยาและหล่อนคนนั้นที่มองอยู่
หัวใจมันสั่นไหวแม้กระทั่งเดินเข้ามาประจำที่ยังที่ประจำก็ยังไม่คลาย สายตาพยายามละจากชั้นสามนั่นที่มีกระจกกว้างใสทำให้มองมาเห็นด้านล่างทั้งหมด...ไม่เว้นแม้กระทั่งที่ที่เธอยืนอยู่
จนเพื่อนร่วมงานน้อยใหญ่เข้ามาเกาะแกะและทู่ซี้เธออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “เป็นไงบ้างไม้”
นีรามนคนที่ค่อนข้างเข้าถึงยากและดูถือตัว ทว่าเมื่อพวกเขาได้ลองทำความรู้จักมาสักพัก พบว่ามันก็แค่เปลือกนอก ก็เป็นแค่เด็กสาวน่าเอ็นดูที่สู้ชีวิตคนหนึ่งเท่านั้น
นีรามนที่กำลังช่วยล้างแก้วและจานเลิกคิ้ว “อะไรคะ”
ก่อนคำตอบของเพื่อนร่วมงานพวกนั้นจะทำให้นีรามนเงยหน้าขึ้นมองยังที่ที่เพิ่งออกมา
คนคนนั้น...ที่กำลังหยิบยื่นข้อเสนอมาให้เธอถึงที่ อย่างที่หากอยากได้คนที่เอาไว้สำหรับทำเรื่องอย่างว่า ระดับอย่างผู้หญิงคนนี้ เพียงกระดิกนิ้วก็มีแต่คนดาหน้าเข้ามาให้เลือกเกลื่อนกลาด
หลังจากวันนั้น จนเวลาผ่านไปสักพัก นีรามนดันเจอผู้หญิงคนนี้อีก ราวกับเจ้ากรรมนายเวรที่คอยตามตัวเธอ รู้ทุกย่างก้าวของเธอ
และจะตามติด จนกว่าจะได้เธอ...
“พี่แพร” ศิรินภาคราง อ่อนอกอ่อนใจ พันทิวาเพียงเยาะยิ้มหยันน้องสาว“ไปเจอเด็กนั่นที่ไหน” เมื่อนึกขึ้นได้ จึงเริ่มถามคำถาม อย่างที่ไม่คิดจะถามไถ่มาก่อนเพราะมาถึงก็เอาแต่จะไล่ออกไป ไม่เคยแม้แต่จะถาม...ว่าเด็กคนนั้นรู้สึกอย่างไร หรือกลัวบ้างหรือเปล่า คำถามนั้นจึงหลุดออกมาอย่างไม่ตั้งใจ พันทิวาไม่ชินกับการอยากรู้เรื่องของใครสักคน แต่ครั้งนี้...มันต่างออกไปบัดนี้ เวลานี้ พันทิวานึกใคร่รู้ คล้ายพยัคฆาที่ต้องการสนใจและหยอกเล่นกับเหยื่อของตนเอง ก่อนที่จะขย้ำทิ้งเสียคามือศิรินภาหลุบตามองแก้วกาแฟดำของพี่สาว... ชอบดื่มกาแฟดำเหมือนเด็กคนนั้น นึกแล้วก็ให้ยิ้มเข้าอีกจนเจ้าตัวต้องยกมือหยิบเส้นผมสีช็อกโกแลตเข้มทัดใบหูที่แดงก่ำ “เจอที่ที่ไม่คิดว่าจะเจอค่ะ” พานให้นึกถึงเหตุการณ์ที่หล่อนนึกถูกใจเด็กสาวคนนี้ตั้งแต่แรกเห็น หล่อนมองดูจากข้างบน เห็นทุกเหตุการณ์ ทว่ามิได้คิดช่วยเหลือ เพราะอยากเห็นแล้วก็ได้เห็น...“ไม้เป็นคนใจกล้า ใจเด็ด” ศิรินภานึกถึงคนที่ตกเป็นเป้าสนทนา “พี่ก็น่าจะรู้ตั้งแต่ที่พบเขาครั้งแรกแล้วใช่มั้ยคะ”พันทิวาสบสายตาเป็นประกายของน้อง ส่ายหน้าไปมาคล้ายระอา “แกน่ะตามใจเด็กจนเคยตัว”
“ไม้” นีรามนที่กำลังมึนงงสะลึมสะลือมองหาใครอีกคนที่เธอทิ้งเจ้าตัวชิงหลับไปก่อนจะได้ต่อปากต่อคำนานกว่านี้ ทว่ากลับเป็นศิรินภาที่เข้ามาหา กอดเธอไว้หลวม ๆ ด้วยกลัวจะกระเทือนแผลของเธอ นีรามนยกยิ้ม ยกมือขึ้นกอดตอบอีกคนด้วยความเคยชิน เพราะคิดว่าเป็นครอบครัวคนหนึ่ง...ทว่าท่าทางกอดตอบของเธอ ดันไปขัดหูขัดตาใครบางคนที่เดินเข้ามาเข้าพอดี พันทิวามองภาพตรงหน้าแล้วเบือนหน้าหนี กลอกตาขึ้นราวกับรำคาญนีรามนกะพริบตาปริบ ๆ มองคนที่ขมวดคิ้วเล็กน้อย ทั้งที่ปรกติจะคงจะสวย ๆ นิ่ง ๆ ไว้มากกว่า“ไม้” นีรามนที่กำลังมึนงงสะลึมสะลือมองหาใครอีกคนที่เธอทิ้งเจ้าตัวชิงหลับไปก่อนจะได้ต่อปากต่อคำนานกว่านี้ ทว่ากลับเป็นศิรินภาที่เข้ามาหา กอดเธอไว้หลวม ๆ ด้วยกลัวจะกระเทือนแผลของเธอ นีรามนยกยิ้ม ยกมือขึ้นกอดตอบอีกคนด้วยความเคยชิน เพราะคิดว่าเป็นครอบครัวคนหนึ่ง...ทว่าท่าทางกอดตอบของเธอ ดันไปขัดหูขัดตาใครบางคนที่เดินเข้ามาเข้าพอดี พันทิวามองภาพตรงหน้าแล้วเบือนหน้าหนี กลอกตาขึ้นราวกับรำคาญนีรามนกะพริบตาปริบ ๆ มองคนที่ขมวดคิ้วเล็กน้อย ทั้งที่ปรกติจะคงจะสวย ๆ นิ่ง ๆ ไว้มากกว่า“ไม้” นีรามนที่กำลังมึนงงสะลึมสะลือม
นีรามนมองเห็นท่าทางเมินเฉย เมินสายตาไปทางอื่นของใครบางคน ใครคนนั้นทิ้งสายตาดุ ๆ เอาไว้ ก่อนเจ้าของขาเรียวชะลูดจะทิ้งระยะห่างออกไปเสียงประตูปิดดังปังตามหลังของชานนท์ที่ติดตามนายเหนือหัว ...“มันเป็นใคร”ใครมันเป็นคนทำ...พันทิวาดูแลตนเองดีมาตลอด จนเมื่อได้มาประสบพบเจอเรื่องคอขาดบาดตายนี้ก็ตอนลงมาจากทางเหนือมายังเมืองกรุงฯ ราวกับว่าฝั่งนั้นรู้ความเคลื่อนไหวและคอยจังหวะเชือดมาตลอด ยิ่งด้วยมาพลาดเมื่อมีตัวแปรอย่างนีรามนด้วยยิ่งแล้วใหญ่ หน้าประวัติศาสตร์อาจเปลี่ยนไปหากไม่ได้นีรามนเข้ามาแทรกแซง คนที่เพิ่งฟื้นตัวดีไม่เท่าไหร่ก็ดื้อแพ่งออกจากโรงพยาบาลเพื่อเคลียร์เรื่องนี้ กำลังจิบน้ำชา นั่งไขว่ห้างอย่างสงบนิ่ง สายตาคมกริบทอดมองไปยังสวนสวยของร้านกาแฟในโรงพยาบาล ด้านนอกมีผู้ติดตามคอยอารักขานอกเครื่องแบบเพื่อมิให้เป็นที่แตกตื่นสำหรับคนทั่วไป เพราะเมื่อมีสองทายาทมาอยู่ด้วยกันที่นี้ทางศิรินภาก็ได้ฟังรายงานจากฝั่งพันทิวาเรียบร้อย “คนทำน่าจะเตรียมการมาสักพักแล้ว ถึงได้รู้ว่าพี่จะไปคุยงานที่คลับนั่น” คนเป็นน้องสรุปความด้วยความเรียบนิ่ง นิ่งเฉย พวกหล่อนชินชาเสียแล้วกับสถานการณ์เฉียดตายแบบนี้จ
“เจ็บมากมั้ย” เสียงของศิรินภาคล้ายจะร้องไห้รอมร่อ ดึงความสนใจนีรามนชะงัด นีรามนจึงเพียงลูบหลัง ลูบไหล่ระหงของอีกคน กลิ่นอายของศิรินภาโอบล้อมนีรามน แทนที่กลิ่นเย็น ๆ ของใครบางคนมิด“เจ็บสิคะ” บอกไปตรง ๆ ไม่ปิดบัง เรียกเสียงหัวเราะจากศิรินภา ที่กดจูบขมับของคนตัวเล็กอย่างคุ้นเคยลึกซึ้งทำราวกับว่ามีเพียงเราสองในห้องนี้เท่านั้นปึง! เสียงเปิดและปิดตู้เย็นดังขึ้นจนนีรามนสะดุ้ง มองคนที่เปิดฝาขวดน้ำแร่ขึ้นจรดปากดื่มศิรินภาหันไปมองยังพี่สาวนิ่ง ๆ แค่นั้น “พี่ออกไปก่อนก็ได้ เดี๋ยวน้องตามไปค่ะ” เพราะรู้ว่าหลังจากนี้คงต้องคุยกันเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น“ฉันขอโทษ” ยิ่งรู้สึกว่าคุณภากำลังสั่นเทา นีรามนยิ่งจับมือเย็น ๆ นั้นคล้ายปลอบขวัญใครกันแน่ที่ถูกยิงกันนะ...นีรามนยิ้มเอ็นดูคนตัวสูง“ขอโทษทำไม” ไม้ยิ้มให้คนที่รู้สึกผิดไม่เข้าเรื่อง “คุณไม่ได้ยิงฉันสักหน่อย”“แต่ฉันน่าจะอยู่ตรงนั้น คอยปกป้องเธอ” ศิรินภาคว้านีรามนเข้าไปกอด ไม่วายจูบเข้าที่ศีรษะอย่างนั้น นีรามนเพียงเอียงซบใบหน้าเข้ากับสัมผัสอุ่น ๆ จากอีกคน ทว่าดูท่าทางนั้นจะทำใครบางคนระคายสายตากระมัง“เจ็บมากมั้ย” เสียงของศิรินภาคล้ายจะร้อง
“ไม้” นีรามนที่กำลังมึนงงสะลึมสะลือมองหาใครอีกคนที่เธอทิ้งเจ้าตัวชิงหลับไปก่อนจะได้ต่อปากต่อคำนานกว่านี้ ทว่ากลับเป็นศิรินภาที่เข้ามาหา กอดเธอไว้หลวม ๆ ด้วยกลัวจะกระเทือนแผลของเธอ นีรามนยกยิ้ม ยกมือขึ้นกอดตอบอีกคนด้วยความเคยชิน เพราะคิดว่าเป็นครอบครัวคนหนึ่ง...ทว่าท่าทางกอดตอบของเธอ ดันไปขัดหูขัดตาใครบางคนที่เดินเข้ามาเข้าพอดี พันทิวามองภาพตรงหน้าแล้วเบือนหน้าหนี กลอกตาขึ้นราวกับรำคาญนีรามนกะพริบตาปริบ ๆ มองคนที่ขมวดคิ้วเล็กน้อย ทั้งที่ปรกติจะคงจะสวย ๆ นิ่ง ๆ ไว้มากกว่า“ไม้” นีรามนที่กำลังมึนงงสะลึมสะลือมองหาใครอีกคนที่เธอทิ้งเจ้าตัวชิงหลับไปก่อนจะได้ต่อปากต่อคำนานกว่านี้ ทว่ากลับเป็นศิรินภาที่เข้ามาหา กอดเธอไว้หลวม ๆ ด้วยกลัวจะกระเทือนแผลของเธอ นีรามนยกยิ้ม ยกมือขึ้นกอดตอบอีกคนด้วยความเคยชิน เพราะคิดว่าเป็นครอบครัวคนหนึ่ง...ทว่าท่าทางกอดตอบของเธอ ดันไปขัดหูขัดตาใครบางคนที่เดินเข้ามาเข้าพอดี พันทิวามองภาพตรงหน้าแล้วเบือนหน้าหนี กลอกตาขึ้นราวกับรำคาญนีรามนกะพริบตาปริบ ๆ มองคนที่ขมวดคิ้วเล็กน้อย ทั้งที่ปรกติจะคงจะสวย ๆ นิ่ง ๆ ไว้มากกว่า“ไม้” นีรามนที่กำลังมึนงงสะลึมสะลือม
ศิรินภามาถึงทันทีที่เครื่องแตะแผ่นดิน ตอนนี้จึงเดินเข้ามา ทำหน้าเครียดเอาความกับคนที่เป็นดั่งพี่สาวพันทิวากอดอก สูทคลุมสีดำแบบแขนกุดคลุมไหล่ที่ใส่อยู่นั้นเผยให้เห็นต้นแขนที่ถูกผ้าพันเอาไว้ บ่งบอกถึงเหตุการณ์ร้ายแรงที่เพิ่งเกิดไม่นาน ศิรินภาละสายตาจากกระจกที่ส่องถึงคนที่นอนอุตุอยู่ในห้องพัก เอาความกับพี่สาว “ทำไมพี่ถึงอยู่กับไม้” ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่านีรามนต้องติดตามพันทิวาด้วยเรื่องงาน ในฐานะที่นีรามนเป็นนักศึกษาฝึกงาน ทว่าศิรินภาที่เปี่ยมไปด้วยเหตุผลกลับไร้เหตุผลขึ้นมาครามครันเมื่อเห็นว่าผลลัพธ์ของการที่นีรามนเอาตัวเองไปอยู่ใกล้พันทิวามันมีผลลัพธ์อย่างไรดังนั้นจากคนที่เปี่ยมด้วยเหตุและผลมาตลอด เมื่อเป็นเรื่องของนีรามน ศิรินภาก็พร้อมที่จะตีโพยตีพายได้เสมอ “ตอนนั้นคนคุ้มกันไปไหนหมด” ศิรินภาพาลพาโลไปยันคนติดตามคนสนิทของคนเป็นพี่สาวพันทิวาแค่นขำ “ควรไปถามเด็กนั่นมากกว่าว่าทำไมถึงตามตอแยฉัน” ก่อนที่หล่อนจะหยันตนเอง “ดี…จะได้รู้ไว้ว่าอยู่ใกล้ฉันแล้วมันจะเป็นยังไง” ก็คือสามารถตายได้ทุกเมื่อ…ศิรินภาจึงถอนหายใจ ไม่อยากไต่ถามกวนอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ ของคนเป็นพี่สาวที่เคารพให้ขุ่นมากกว่านี้ หล







