Se connecter"กดฉันให้ลงสิ...นายเป็นคาสโนว่าตัวพ่อไม่ใช่หรือไง แล้วมานอนใต้ร่างฉันทำไม" ................................... คาสโนว่าสุดหล่อที่ถูกตาต้องใจคุณหมอหน้าหวาน ละมุน ชวนหลงใหล เขาบอกตัวเองว่าจะยังไงเขาจะต้องเป็น ผัวหมอ ให้ได้ แต่เมื่อเข้าไปใกล้ชิดกลับพบว่า คุณหมอหน้าหวานให้สถานะเขาได้คือ เมียหมอ เท่านั้น แล้วคาสโนว่าหนุ่มจะยินยอมหรือล่าถอยไป เพราะรุกชนรุกมันจะไปกันได้เหรอ...
Voir plusแนะนำตัวละคร
หมอชล ชลธี ปุณชัยพิพัฒน์ (พระเอก)
นักศึกษาแพทย์ปี 6 อายุ 24 ปี (188-78-60)
หน้าหวาน สวย หล่อขาวสะอาดสะอ้านเหมือนคนอาบน้ำวันละ 100 รอบ
รูปร่างสูงเพรียว กล้ามเนื้อกำยำ เรียกว่าหน้าตาคิตตี้แต่บอดี้มาเวล
บุคลิกนิ่ง สงบ อบอุ่น
คริส ศิวภพ คริสโตเฟอร์ เดวิสสัน (นายเอก)
เจ้าของผับชื่อดัง อายุ 21 ปี (186-75-58)
หนุ่มหล่อลูกครึ่งไทย-อเมริกัน คาสโนว่าตัวพ่อ หน้าตาหล่อเหลา ผิวขาว
รูปร่างหนากำยำแต่เอวคอด เป็นที่หมายปองของทั้งชายและหญิง
บุคลิกใจร้อน ขี้เหงา เอาแต่ใจ
ตอนที่ 1 อยากได้เป็นเมียจัง
เสียงดนตรีกระแทกหนัก ๆ สะท้อนก้องอยู่ภายในผับชื่อดังย่านกลางเมือง แสงไฟสีสันวูบวาบไปทั่วทั้งฟลอร์เต็มไปด้วยผู้คนกำลังปลดปล่อยตัวเองไปตามจังหวะดนตรี กลิ่นเหล้าคละเคล้ากับควันบุหรี่ชวนให้เวียนหัว แต่สำหรับคนที่มาที่นี่จนชินมันกลับเป็นเหมือนกลิ่นประจำบ้านหลังที่สอง
บนชั้นสองโซนวีไอพีชายหนุ่มร่างสูงใหญ่กำยำในเสื้อเชิ้ตสีดำปลดกระดุมคอทิ้งไว้สองสามเม็ด กำลังเอนหลังพิงโซฟาหนังราคาแพงข้างกายมีหญิงสาวแต่งตัวจัดจ้าน นั่งซุกซบอกเขาส่งเสียงหัวเราะคิกคัก มือเรียวลูบไปตามท่อนแขนแน่นด้วยกล้ามเนื้อของเขาอย่างยั่วยวน
คริส ลูกครึ่งอเมริกัน–ไทย หน้าคมคายดวงตาสีอำพันดูกรุ้มกริ่มไม่เคยจริงจังกับใคร กำลังนั่งยกแก้วเหล้าขึ้นจิบด้วยสีหน้าสำราญใจปล่อยให้ผู้หญิงแนบชิดราวกับไม่ใส่ใจว่าตนอยู่ที่ไหน
“แหม่…แดกทั้งเหล้าแดกทั้งสาวตั้งแต่หัววันเลยนะมึง” เสียงหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับแรงกดลงบนเบาะฝั่งตรงข้าม คริสเหลือบตาไปเห็นเพื่อนสนิทที่คุ้นเคยกันตั้งแต่โรงเรียนนานาชาติ ตั้ม ชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง ใบหน้ากวน ๆ แสยะยิ้มเหมือนจะล้อ คริสหัวเราะหึ ๆ เล็กน้อยมือขยับยกแก้วขึ้นอีกครั้ง
“มีอะไร…พรุ่งนี้บอกว่ามีเรียนไม่ใช่เหรอ” เขาเลิกคิ้วถามแววตากึ่งขำกึ่งท้าทาย
“เออ…แต่กูเบื่อ ๆ อยู่ห้องว่ะเลยออกมาหาอะไรทำดีกว่า” ตั้มยักไหล่พลางรินเหล้าใส่แก้วของตัวเอง
สองหนุ่มกระดกเหล้าพร้อมกันเสียงดนตรีด้านล่างยังดังต่อเนื่องเหมือนไม่เคยหยุด
“ว่าแต่…ไอ้วินหายหัวไปไหนวะ ไม่เห็นหน้ามาหลายวันแล้ว” คริสพูดขึ้นขณะวางแก้วลงกับโต๊ะกระจกใส
“…มันหายไปไหนวะ” คริสเลิกคิ้วขึ้นน้อย ๆ อย่างนึกแปลกใจ
“มันเข้าโรงพยาบาล” ตั้มตอบเสียงขรึมลงเล็กน้อย
“มันบอกว่าแพ้อาหาร…เห็นว่ามีไข้ด้วยนะเว้ย” คริสชะงักเล็กน้อยดวงตาอำพันหรี่ลงชั่วครู่ก่อนจะถอนหายใจเหมือนไม่ได้ใส่ใจมากนักเขาเพียงยักไหล่เบา ๆ
“กูว่าคงเหล้าแดกมันนั่นแหละถึงได้ล้มหมอนนอนเสื่อ”
“กูว่าใช่ว่ะ ไอ้เหี้ยนั่นตบเหล้าหนักกว่าใคร” ตั้มหัวเราะหึ ๆ
บทสนทนาของสองเพื่อนสนิทจบลงเพียงเท่านั้นก่อนที่พวกเขาจะหันกลับไปสนุกสนานกับแก้วเหล้าและผู้คนรอบกาย เวลาล่วงเลยจนเกือบเช้า…
คริสเอนตัวลงกับโซฟาในห้องวีไอพีร่างสูงที่เป็นเจ้าของผับและนอนราวกับเป็นบ้านหลังที่สองกำลังขยับตัวลุกขึ้นในช่วงเจ็ดโมงกว่า ๆ หลังจากงีบไปทั้งคืน ใบหน้าคมหล่อเหลาแฝงความอ่อนล้าแววตาหรี่ปรือเพราะความเมาและปวดหัวตุบ ๆ
“ไงมึง…เมาจนแดกเด็กไม่ได้ชิงสลบก่อนเลยนะ” ตั้มที่ยังไม่กลับบ้านนั่งเอนหลังอยู่ตรงข้ามเอ่ยแซะพร้อมหัวเราะขำดวงตากรุ้มกริ่มจ้องเพื่อน
“แม่ง…สงสัยแดกเยอะเกินไปจริง ๆ” คริสบ่นเสียงต่ำมือหนายกขึ้นกุมขมับข้างหนึ่งสีหน้าบูดบึ้งเล็กน้อย ตั้มยกแก้วที่เหลืออยู่ขึ้นจิบอีกครั้งก่อนเอ่ยอย่างอารมณ์ดี
“ไหน ๆ ก็ตื่นแล้ว ไปพร้อมกูไหมวะ”
“ไปไหน” คริสเงยหน้าขึ้นถามแววตาไม่ค่อยเข้าใจนัก
“กูกะจะไปเรียน แต่จะแวะไปเยี่ยมไอ้วินมันก่อนน่ะ” ตั้มพูดพลางวางแก้วลงกับโต๊ะเสียงแก้วกระทบเบา ๆ
“เห็นมึงถาม…ไปด้วยกันเลยดีไหม”
“ตามนั้น” ตั้มยักคิ้วส่งยิ้ม
คริสไม่ได้พูดอะไรต่อเพียงพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะลุกไปอาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อย ร่างสูงในชุดลำลองดูสะอาดตาแตกต่างจากสภาพเมื่อคืน เขาก้าวออกจากผับพร้อมกับตั้มแต่ต่างคนต่างขับรถไปคนละคัน
ขาแกร่งของชายหนุ่มสองคนก้าวพ้นประตูอัตโนมัติของโรงพยาบาลเข้าไปพร้อมกัน ร่างสูงใหญ่ในชุดลำลองธรรมดาแต่เพียงแค่เดินเข้ามาสายตาหลายคู่ก็เผลอมองตาม ทั้งพยาบาลที่เดินผ่านทั้งญาติผู้ป่วยที่นั่งรอต่างหันมามองด้วยความรู้สึกคล้ายถูกแรงดึงดูดจากรูปร่างและใบหน้าคมสันของพวกเขา
คริสสอดมือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกงก้าวยาว ๆ ตามหลังเพื่อนสนิท ใบหน้าลูกครึ่งที่หล่อเหลาอยู่แล้วยิ่งเมื่อทำสีหน้านิ่ง ๆ ยิ่งดูมีเสน่ห์ร้ายกาจ ตรงข้ามกับตั้มที่ออกท่าทางเป็นฝ่ายพูดมากกว่า
“สวัสดีครับ…สุรภัทรพักอยู่ห้องไหนครับ” ตั้มถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ พยาบาลสาวเงยหน้าจากเอกสารยิ้มบางให้ก่อนตอบเสียงนุ่ม
“ห้อง 247 ค่ะ อยู่ชั้นสี่นะคะ”
“ขอบคุณครับ” ตั้มยกมือไหว้เล็ก ๆ แล้วหันกลับมาทางเพื่อน
คริสพยักหน้าแทนคำพูดเดินตามไปขึ้นลิฟต์เงียบ ๆ สีหน้าดูเฉยชาเหมือนไม่ได้ตื่นเต้นอะไรนัก
“มึง…” ตั้มเอ่ยขึ้นระหว่างรอลิฟต์
“เราไม่ได้ซื้ออะไรไปฝากไอ้วินเลยนะเว้ย” คริสเหลือบตามองเล็กน้อย มุมปากยกยิ้มกวน ๆ
“ช่างแม่ง เดี๋ยวมันออกมาค่อยเลี้ยงเหล้าก็พอ” ตั้มส่ายหัวเบา ๆ หลุดหัวเราะเพราะความคิดเพื่อน นิสัยมันก็เป็นอย่างนี้ตลอดไม่เคยเปลี่ยน
ติ๊ง…เสียงลิฟต์ดังขึ้นประตูเลื่อนเปิดออกช้า ๆ เผยให้เห็นร่างสูงโปร่งของใครบางคนในชุดกาวน์สีขาวสะอาดตา ใบหน้าเรียวได้รูปผิวขาวจัดรับกับดวงตาคมที่มองมาอย่างสงบ
คริสชะงักเท้าไปทันทีดวงตาสีอำพันเบิกเล็กน้อย ก่อนที่จะแนบแน่นด้วยแววตาเหมือนถูกตรึงให้หยุดอยู่ตรงนั้น
“ขึ้นหรือลงครับ” เสียงทุ้มนิ่งของคุณหมอเอ่ยถามไม่สั้นไม่ยาวเกินไปแต่ชัดถ้อยชัดคำ
“ขึ้นครับคุณหมอ” ตั้มที่ตั้งสติได้เร็วกว่าก้าวเข้าลิฟต์ทันที
คริสขยับตามเข้ามาแต่สายตายังคงมองร่างสูงในชุดกาวน์ไม่วาง ดวงตาคมนั้นไม่ใช่ความดุหรือน่าเกรงขามทว่ากลับเต็มไปด้วยความนิ่งเรียบจนอ่านยาก…ยิ่งทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังโดนมองทะลุ
“มีอะไรหรือเปล่าครับ” น้ำเสียงนิ่งเรียบของหมอดังขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นคนตัวสูงเอาแต่มอง
“ปะ…เปล่าครับ” คริสสะดุ้งเล็กน้อยเหมือนถูกจับได้ รีบยกยิ้มกลบเกลื่อนทั้งที่หูร้อนวาบ
ตั้มที่ยืนข้าง ๆ แอบเห็นทุกอย่างก็อดกระตุกยิ้มขำไม่ได้ เขายกศอกสะกิดแขนเพื่อนเบา ๆ เหมือนจงใจแซว
ไม่นานนักลิฟต์ก็ดังติ๊งอีกครั้งประตูเลื่อนเปิดออกตรงชั้นที่พวกเขาต้องการ ตั้มก้าวออกไปก่อนส่วนคริสยังเหลียวหลังไปมองคนในชุดกาวน์อยู่
“ชอบเหรอมึง…” ประตูลิฟต์กำลังจะปิดลงตั้มก็หันมายิ้มเจ้าเล่ห์แล้วเอ่ยเบา ๆ
คริสหันหน้ากลับมาช้า ๆ ดวงตายังคงแฝงแววติดตรึงไม่หายริมฝีปากหนายกยิ้มยอมรับเสียงเรียบ
“เออ…สวยสัส”
เขาเป็นคนไม่เคยปิดบังรสนิยมของตัวเองอยู่แล้วเป็นไบได้ทั้งหญิงทั้งชายและเป็นฝ่ายรุกมาตลอด แต่ครั้งนี้ความรู้สึกกลับต่างออกไปหมอคนนั้นทั้งใบหน้าหวาน ทั้งท่าทีสงบเย็นชวนให้สายตาเขาไม่อาจละไปไหนได้เลย
“เธอขาอย่างสวย…” คริสพึมพำในลำคอรู้ตัวอีกทีหัวใจก็เต้นแรงอย่างน่าประหลาด
สงสัย…เขาคงต้องหาโอกาสมาโรงพยาบาลนี้บ่อย ๆ เสียแล้ว
“แม่ง...อยากได้มาเป็นเมียจัง”
ผ่านไปสามอาทิตย์หลังจากคืนดีกันชีวิตคู่ของหมอชลกับคริสก็ยังคงเต็มไปด้วยความอบอุ่นเหมือนเดิมทั้งเสียงหัวเราะในทุกเช้า การงอนง้อเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่กลายเป็นเรื่องน่ารักประจำวันและการใช้เวลาอยู่ด้วยกันจนกลายเป็นความเคยชินที่แสนหวานเช้าวันนี้เป็นวันหยุดยาวที่ทั้งสองคนรอคอยหมอชลลางานไว้ล่วงหน้าเพื่อพาคริสไปเที่ยวพักผ่อนที่ภูเก็ต ทริปนี้เขาตั้งใจจัดการทุกอย่างด้วยตัวเองตั้งแต่จองตั๋วที่พักจนถึงร้านอาหารที่อีกฝ่ายเคยพูดว่าอยากลองบรรยากาศในสนามบินตอนเช้ายังคึกคักผู้คนเดินขวักไขว่ เสียงประกาศจากลำโพงดังเป็นระยะ ๆ สลับกับเสียงพูดคุยของนักท่องเที่ยวที่ต่างถือกระเป๋าเดินทางคนละใบคริสยืนรออยู่หน้าประตูเช็กอินในชุดลำลองสบาย ๆ เสื้อยืดสีขาวกับกางเกงขายาวผ้าฝ้าย ดวงตาเปล่งประกายเหมือนเด็กได้ไปเที่ยวครั้งแรกเขามองไปรอบ ๆ อย่างตื่นเต้น ทุกอย่างดูน่าสนใจไปหมด“ไม่ได้ไปเที่ยวมานานแล้วนะเนี่ย” เขาพึมพำกับตัวเองก่อนจะยิ้มกว้างออกมาโดยไม่รู้ตัว มือถือหมวกปีกกว้างที่เพิ่งซื้อมาใหม่หมาด ๆ แกว่งไปมาเบา ๆ ตามจังหวะความตื่นเต้นระหว่างที่รอเขาก็เหลียวซ้ายแลขวามองหาของกินเพราะเสียงท้องร้องเริ่มดังแข่งกับเสียงประก
สวบ!!!“อ๊ะ อ๊ะ อื้อ” คริสครางออกมาขณะที่ค่อยๆ กดปากทางของเขาสอดรับความแข็งขืนของหมอชล"อาส์ แน่นจัง..." หมอชลครางยาว กลั้นความอยากที่จะกระแทกสวนขึ้นรับการกดลงลของคริส สองมือของหมอชลจับเอวคริสแน่น“ขอบคุณครับที่รัก” หมอชลเอ่ยขอบคุณคริสอย่างจริงใจ ในขณะที่หมอชลคิดว่าคริสจะทำสิ่งที่เขาต้องการตั้งแต่แรก แต่เมื่อครู่คริสกลับเลือกทำอีกอย่าง"อ่า... อ๊ะ...อื้อ " คริสครางแทนคำตอบ เขากดรับความแข็งขืนเข้าไปจนสุด นั่งนิ่งชั่วครู่เพื่อปรับตัว ก่อนจะเริ่มขยับสะโพกขึ้นลงช้าๆใบหน้าของคริสในตอนนี้ช่างเย้ายวน แก้มแดงระเรื่อด้วยความเร่าร้อน ริมฝีปากเผยอ ดวงตาเยิ้มหวาน หมอชลมองคริสที่ขยับตัวอยู่เหนือร่างยิ่งน่ารักน่าหลงไหลจนหมอชลอดไม่ไหวที่จะชมออกมา"คริส สวยมาก" หมอชลพึมพำ มือลูบไล้จากเอวไปยังหน้าอกของคริส"อ๊ะ อ๊ะ อาส์..." คริสขยับสะโพกเร็วขึ้น แรงขึ้น จนความรู้สึกอ่อนไหวเริ่มเอ่อล้นหมอชลไม่สามารถทนต่อความอยากที่ต้องการกระแทกสวนขึ้นไปได้ เขาจับเอวของคริสแน่น ก่อนจะกระแทกสวนสะโพกขึ้นรับจังหวะ แรงและเร็วยิ่งขึ้น คริสเหมือนจะโกรธที่หมอชลแย่งการควบคุม แต่ความรู้สึกดีเกินกว่าจะต่อต้าน ยิ่งหมอชลกระแทกต
เช้าในครัวของคอนโดห้องเดิมที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ วันนี้กลับเงียบสงบมีเพียงเสียงขยับมีดกระทบเขียงดังเบา ๆ เป็นจังหวะไม่สม่ำเสมอคริสในเสื้อยืดตัวหลวมจนไหล่ตกข้างหนึ่งกับกางเกงขาสั้นที่ใส่จนยับเดินง่วนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มจับจ้องสูตรอาหารในมือถือสลับกับก้มมองแฮมตรงหน้าเหมือนเด็กกำลังตั้งใจทำการบ้านที่ไม่ถนัดนัก“ใส่เกลือ...นิดนึง แล้วก็หั่นแฮม...” เขาพึมพำกับตัวเอง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความพยายาม เขาอยากลองมีโมเมนต์แบบที่เห็นในซีรีส์ทำอาหารเช้าให้แฟนตื่นมาเห็นก่อนออกไปทำงาน มันดูเรียบง่ายแต่อบอุ่นเหลือเกินมือข้างหนึ่งจับมีดอีกข้างคอยหมุนมือถือดูสูตรแต่เพราะสายตาไม่อยู่กับของตรงหน้า จังหวะต่อมาจึงได้ยินเสียงเฉาะพร้อมความแสบวาบที่ปลายนิ้ว“เฮ้ย!” คริสร้องลั่นดึงมือนั้นขึ้นมาดูเลือดซึมออกจากรอยบาดเป็นเส้นบาง ๆ สีแดงสด เขารีบวิ่งไปเปิดน้ำล้างแผลทันทีน้ำเย็นจัดกระทบเนื้อสด ๆ จนเขาสูดปาก“โธ่...ซวยฉิบหาย! แค่จะทำอาหารเช้าให้สักมื้อ ยังพังเลย” ดวงตาเขาไหววูบด้วยความผิดหวังปนหงุดหงิดมุมปากเบะน้อย ๆ เหมือนเด็กโดนดุทั้งที่ตั้งใจดีเสียงเปิดประตูจากห้องนอนดังขึ้นเบา ๆ หมอชลในเสื
บ่ายแก่ ๆ แสงอาทิตย์สีทองเริ่มอ่อนแรงแสงลอดผ่านต้นไม้ใหญ่ที่ปลูกเรียงรายหน้าอาคารของโรงพยาบาลส่องต้องพื้นจนเกิดเงาทอดยาวคริสในชุดลำลองง่าย ๆ เสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีขาวกับกางเกงยีนส์สีซีดยืนพิงกำแพงข้างประตูทางออก มือหนึ่งถือโทรศัพท์อีกมือซุกกระเป๋ากางเกงไว้คล้ายคนที่พยายามไม่ให้ตัวเองดูใจร้อนปลายนิ้วกดเช็กเวลาในหน้าจอทุก ๆ สองนาทีทั้งที่รู้ดีว่าหมอหมอชลยังไม่ถึงเวลาออกเวรเสียด้วยซ้ำ แต่หัวใจกลับเต้นแรงอย่างห้ามไม่อยู่ความรู้สึกตื่นเต้นแบบคนรอใครสักคนที่สำคัญเต็มไปหมดในแววตาสายลมอ่อนพัดผ่านปลายผมของเขาให้ไหวเบา ๆ ดวงตาคมทอดมองประตูอัตโนมัติที่เปิดปิดอยู่เรื่อย ๆ ทุกครั้งที่มีคนเดินผ่าน เขาจะเงยหน้าขึ้นมองแทบทุกครั้ง เหมือนหวังว่าครั้งต่อไปที่บานประตูเลื่อนออกจะปรากฏร่างคุ้นตาของใครคนนั้นริมฝีปากคลี่ยิ้มบางโดยไม่รู้ตัวแววตาเต็มไปด้วยความอบอุ่นและรอคอย มันเป็นภาพเรียบง่ายของคนที่อยู่ในช่วงความรักอิ่มตัวไม่ต้องหวือหวาแค่ได้เจออีกคนก็เพียงพอแล้วระหว่างที่กำลังเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์ดูเวลาอีกครั้ง จู่ ๆ ก็มีแรงชนจากด้านข้าง คริสเซไปเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาด้วยความตกใจ“อ้าว ขอโทษครับ” เสีย










![กรงแค้นขังรัก [Mpreg]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






