Masuk"กดฉันให้ลงสิ...นายเป็นคาสโนว่าตัวพ่อไม่ใช่หรือไง แล้วมานอนใต้ร่างฉันทำไม" ................................... คาสโนว่าสุดหล่อที่ถูกตาต้องใจคุณหมอหน้าหวาน ละมุน ชวนหลงใหล เขาบอกตัวเองว่าจะยังไงเขาจะต้องเป็น ผัวหมอ ให้ได้ แต่เมื่อเข้าไปใกล้ชิดกลับพบว่า คุณหมอหน้าหวานให้สถานะเขาได้คือ เมียหมอ เท่านั้น แล้วคาสโนว่าหนุ่มจะยินยอมหรือล่าถอยไป เพราะรุกชนรุกมันจะไปกันได้เหรอ...
Lihat lebih banyakدخلتُ مطعم البرغر مسرعةً، وتوجهتُ بخطوات متعجلة نحو غرفة تغيير الملابس. تقلصت معدتي حين أدركت أنني تأخرت مجدداً. عظيم، هذا ما كان ينقصني. كل ما أتمناه الآن ألا يجد مديري الوغد أي حجة لطردي.
لم أكن أملك رفاهية خسارة هذه الوظيفة، ليس وأنا بالكاد أستطيع لملمة شتات حياتي.
"أهلاً أميليا." ابتسمت زميلتي "آنا" بخبث وهي تنظر إليّ. لسبب ما، لم تكن تطيقني قط، وكل ذلك بسبب مديرنا الوغد. كانت تبدو دائماً مستمتعة بسوء حظي. كرهتُ إعجابها بالسيد "لويد"، مديرنا، ذلك الرجل نفسه الذي جعل من مناوبتي كابوساً حياً.
في الخامسة والأربعين من عمره، زير نساء، ومن ذلك النوع الذي يجعل كل تفاعل معه مثيراً للاشمئزاز. ومع ذلك، كانت "آنا" مستعدة لتحريك الجبال من أجله، ولجعل حياتي جحيماً لا يُطاق.
"مرحباً." أردفتُ بخجل، آملةً أن يجعلها ذلك تتركني وشأني. يا إلهي، كم كنت مخطئة.
"قررتِ التأخر مجدداً. هل أحتاج إلى إرسال عصفورة صغيرة لتنقل هذا الخبر للسيد لويد؟" قالت "آنا" والمرح يرقص في عينيها، وبدت راضية جداً عن نفسها.
"آنا... أرجوكِ لا تفعلي. ماذا تريدين؟" توسلتها، واليأس يقطر من صوتي. لا يمكنني أن أفقد هذه الوظيفة.
فقدانها يعني رسوبي في الجامعة، وعجزي عن دفع الإيجار، وترك والديّ يغرقان أكثر في وحل إدمانهما.
بالكاد نمتُ خلال الليلتين الماضيتين، وأنا أتنقل بين ثلاث وظائف فقط لأتمكن من البقاء على قيد الحياة.
انفتح باب غرفة تغيير الملابس فجأة، وكان هو هناك. السيد "لويد"، متكئاً على إطار الباب بتلك النظرة المتعجرفة والراضية عن نفسها، وكأنه يملك العالم بأسره ويحكم قبضته على موظفيه. وتحديداً، موظفة مثلي.
طال تحديقه بي أكثر من اللازم، بنظرة باردة وماكرة، يمسحني بعينيه وكأنه يستطيع قراءة كل خط في وجهي.
"متأخرة مجدداً يا أميليا؟" كان صوته لزجاً وجعل معدتي تتقلص بانزعاج.
"آمل ألا تكوني مهملة في وظائفك الصغيرة الأخرى... أو في دراستك. سأكره أن أرى طالبة ذكية مثلك تتسرب من التعليم كما تعلمين..." تذمر بنعومة، والرضا جليّ على وجهه.
ابتلعتُ ريقي بصعوبة، وأبقيت نظري مثبتاً على الأرض، مصليةً ألا أتفوه بشيء خاطئ. ارتجفت يداي قليلاً وأنا أتشبث بحزام خزانتي. كل عصب في جسدي كان يصرخ بأن زلة واحدة ستدمر كل شيء، وتلك رفاهية لا أملكها.
"ن..نعم يا سيدي،" همستُ، وأنا أتمسك بباب خزانتي وكأنه طوق نجاة لا أستطيع إفلاته.
ابتسم بخبث، واتخذ خطوة أقرب إليّ.
"جيد. سأكره أن أظن أنكِ تتكاسلين أو تلجئين إلى دوافع أخرى لكسب المال." طالت نظراته بشكل مبالغ فيه، ولم تترك مجالاً لسوء الفهم كعادتها دائماً.
استندت "آنا" إلى الحائط، مستمتعة بالعرض بوضوح. شعرتُ بتسليتها تخترقني كما كانت أظافري تنغرز في باطن كفي.
"ربما يجب أن تأخذي استراحة يا أميليا،" قالت وصوتها يقطر بقلق زائف. "أنا متأكدة أن السيد لويد سيتفهم إن كنتِ بحاجة إلى... اهتمام خاص من أجل، إحم... وظائفكِ الأخرى."
لم يكن الأمر يتطلب عبقرياً لإدراك أن "آنا" كانت تلمّح إلى أنني، في الواقع، عاهرة. كان بإمكاني الرد عليها، لكن آخر ما أردته هو منحه سبباً ليجعلني أفقد كل شيء بالكاد أتمسك به.
وبقدر ما كان السيد "لويد" معجباً بي، كان معجباً أيضاً بـ "آنا" لأنها تمنحه ما يريد. ومن بين جميع وظائفي، هذه هي الوحيدة التي تدر عليّ دخلاً جيداً بالفعل. ولم أكن لأخسرها لأنني لم أستطع إبقاء فمي مغلقاً.
ابتلعتُ ريقي مجدداً والتفتت لأنظر إليه، مجبرةً صوتي على الثبات.
"أنا... لن أتأخر مجدداً يا سيدي."
اتسعت ابتسامته الماكرة، ولمع الرضا في عينيه. "احرصي على ألا تفعلي."
ومع تهديده هذا، استدار مبتعداً، ولحقت به "آنا" كظله.
أخذت نفساً عميقاً وتوجهت نحو المنضدة بعد أن ارتديت زي العمل الخاص بي.
"أريد برغراً وقهوة. أحضريهما إلى هنا." هكذا أمر رجل مسن، لا يصغر السيد "لويد" كثيراً، من إحدى الطاولات.
"في الحال." أجبته وبدأت في العمل.
بعد أن انتهيت، سلمتُ الطعام لزميلي الآخر "بين" ليقوم بتوصيله.
بعد دقيقة، عاد والطلب لا يزال في يده.
"ماذا حدث؟ ألم يعجب زبوننا؟" سألتُ "بين" بهدوء.
"لا أعتقد أن للأمر علاقة بالطلب. قال إنه يريدكِ أنتِ أن تخدميه." تمتم "بين".
لم تكن هذه المرة الأولى التي يطلب فيها الزبائن ذلك. كنت ألقي باللوم على جسدي الجذاب. تمنيت لو جئت إلى هذا العالم نحيلة وهزيلة، ربما حينها سيتركني هؤلاء المنحرفون اللعناء وشأني.
أخذت نفساً عميقاً وسحبتُ الصينية من يد "بين" بابتسامة متوترة، مجبرةً نفسي على عدم إبداء أي تعبير بالاشمئزاز بعد أن التفتت لأنظر إلى الرجل في منتصف العمر والذي كان يلعق شفتيه بطريقة بذيئة.
"كوني حذرة." همس لي "بين" وهو يتجه ليأخذ مكاني خلف المنضدة.
كان هو الشخص الوحيد هنا الذي يمنحني ذرة من الأمان. لقد كان يعاملني حقاً كإنسانة.
شققتُ طريقي بثبات نحو الطاولة وحييت الرجل.
ارتجفت يداي وأنا أضع الصينية. لم ينظر الرجل الجالس حتى إلى شطيرته؛ بل انزلقت يده كالأفعى ممتدةً نحو فخذي.
وباندفاعة نقية من الأدرينالين، أصدرتُ فحيحاً غاضباً وصفعت يده مبعدةً إياها قبل أن تلامسني. ولم أبقَ لسماع احتجاجه.
ركضتُ مسرعة نحو الحمام، وكانت أضواء الفلورسنت تتشوش في عيني وأنا أغلق على نفسي أحد المراحيض، وأنهار مستندةً إلى الباب، أبكي بحرقة حتى شعرت بحنجرتي تتمزق.
بعد أن جفت دموعي، انسحبتُ إلى ملاذي في غرفة تغيير الملابس. زمت معدتي متألمة، فقد مرت أيام منذ أن تناولتُ وجبة حقيقية. أخرجتُ لوح بروتين مسحوقاً من حقيبتي، وهو وسيلتي الوحيدة للبقاء على قيد الحياة، وابتلعته مع رشفات من ماء فاتر. وفي النهاية، انتصر الإرهاق الذي كان أثقل وطأة من خوفي.
أغمضتُ عينيّ مستسلمة.
استيقظتُ على شعور مقزز يقشعر له البدن، ويد ثقيلة تقبض على صدري من فوق زي العمل الذي أرتديه.
اندفعتُ إلى الأعلى بشهقة رعب خالصة، وطارت يدي في قوس حاد ولاسع لتستقر مباشرة على وجنة الرجل.
وما إن انقشع ضباب النوم، حتى هوى قلبي بين قدميّ. كان الواقف أمامي، يمسد وجهه المحمر، هو السيد "لويد". تراجعتُ إلى الخلف بهلع، ليصطدم ظهري بالخزائن المعدنية بصوت مكتوم وبارد، بينما اجتاحني رعب لا يوصف.
"أوه... هل صفعتني للتو؟" سأل السيد "لويد"، بصوت خفيض وهادئ بشكل خطير وهو يفرك فكه.
ผ่านไปสามอาทิตย์หลังจากคืนดีกันชีวิตคู่ของหมอชลกับคริสก็ยังคงเต็มไปด้วยความอบอุ่นเหมือนเดิมทั้งเสียงหัวเราะในทุกเช้า การงอนง้อเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่กลายเป็นเรื่องน่ารักประจำวันและการใช้เวลาอยู่ด้วยกันจนกลายเป็นความเคยชินที่แสนหวานเช้าวันนี้เป็นวันหยุดยาวที่ทั้งสองคนรอคอยหมอชลลางานไว้ล่วงหน้าเพื่อพาคริสไปเที่ยวพักผ่อนที่ภูเก็ต ทริปนี้เขาตั้งใจจัดการทุกอย่างด้วยตัวเองตั้งแต่จองตั๋วที่พักจนถึงร้านอาหารที่อีกฝ่ายเคยพูดว่าอยากลองบรรยากาศในสนามบินตอนเช้ายังคึกคักผู้คนเดินขวักไขว่ เสียงประกาศจากลำโพงดังเป็นระยะ ๆ สลับกับเสียงพูดคุยของนักท่องเที่ยวที่ต่างถือกระเป๋าเดินทางคนละใบคริสยืนรออยู่หน้าประตูเช็กอินในชุดลำลองสบาย ๆ เสื้อยืดสีขาวกับกางเกงขายาวผ้าฝ้าย ดวงตาเปล่งประกายเหมือนเด็กได้ไปเที่ยวครั้งแรกเขามองไปรอบ ๆ อย่างตื่นเต้น ทุกอย่างดูน่าสนใจไปหมด“ไม่ได้ไปเที่ยวมานานแล้วนะเนี่ย” เขาพึมพำกับตัวเองก่อนจะยิ้มกว้างออกมาโดยไม่รู้ตัว มือถือหมวกปีกกว้างที่เพิ่งซื้อมาใหม่หมาด ๆ แกว่งไปมาเบา ๆ ตามจังหวะความตื่นเต้นระหว่างที่รอเขาก็เหลียวซ้ายแลขวามองหาของกินเพราะเสียงท้องร้องเริ่มดังแข่งกับเสียงประก
สวบ!!!“อ๊ะ อ๊ะ อื้อ” คริสครางออกมาขณะที่ค่อยๆ กดปากทางของเขาสอดรับความแข็งขืนของหมอชล"อาส์ แน่นจัง..." หมอชลครางยาว กลั้นความอยากที่จะกระแทกสวนขึ้นรับการกดลงลของคริส สองมือของหมอชลจับเอวคริสแน่น“ขอบคุณครับที่รัก” หมอชลเอ่ยขอบคุณคริสอย่างจริงใจ ในขณะที่หมอชลคิดว่าคริสจะทำสิ่งที่เขาต้องการตั้งแต่แรก แต่เมื่อครู่คริสกลับเลือกทำอีกอย่าง"อ่า... อ๊ะ...อื้อ " คริสครางแทนคำตอบ เขากดรับความแข็งขืนเข้าไปจนสุด นั่งนิ่งชั่วครู่เพื่อปรับตัว ก่อนจะเริ่มขยับสะโพกขึ้นลงช้าๆใบหน้าของคริสในตอนนี้ช่างเย้ายวน แก้มแดงระเรื่อด้วยความเร่าร้อน ริมฝีปากเผยอ ดวงตาเยิ้มหวาน หมอชลมองคริสที่ขยับตัวอยู่เหนือร่างยิ่งน่ารักน่าหลงไหลจนหมอชลอดไม่ไหวที่จะชมออกมา"คริส สวยมาก" หมอชลพึมพำ มือลูบไล้จากเอวไปยังหน้าอกของคริส"อ๊ะ อ๊ะ อาส์..." คริสขยับสะโพกเร็วขึ้น แรงขึ้น จนความรู้สึกอ่อนไหวเริ่มเอ่อล้นหมอชลไม่สามารถทนต่อความอยากที่ต้องการกระแทกสวนขึ้นไปได้ เขาจับเอวของคริสแน่น ก่อนจะกระแทกสวนสะโพกขึ้นรับจังหวะ แรงและเร็วยิ่งขึ้น คริสเหมือนจะโกรธที่หมอชลแย่งการควบคุม แต่ความรู้สึกดีเกินกว่าจะต่อต้าน ยิ่งหมอชลกระแทกต
เช้าในครัวของคอนโดห้องเดิมที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ วันนี้กลับเงียบสงบมีเพียงเสียงขยับมีดกระทบเขียงดังเบา ๆ เป็นจังหวะไม่สม่ำเสมอคริสในเสื้อยืดตัวหลวมจนไหล่ตกข้างหนึ่งกับกางเกงขาสั้นที่ใส่จนยับเดินง่วนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มจับจ้องสูตรอาหารในมือถือสลับกับก้มมองแฮมตรงหน้าเหมือนเด็กกำลังตั้งใจทำการบ้านที่ไม่ถนัดนัก“ใส่เกลือ...นิดนึง แล้วก็หั่นแฮม...” เขาพึมพำกับตัวเอง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความพยายาม เขาอยากลองมีโมเมนต์แบบที่เห็นในซีรีส์ทำอาหารเช้าให้แฟนตื่นมาเห็นก่อนออกไปทำงาน มันดูเรียบง่ายแต่อบอุ่นเหลือเกินมือข้างหนึ่งจับมีดอีกข้างคอยหมุนมือถือดูสูตรแต่เพราะสายตาไม่อยู่กับของตรงหน้า จังหวะต่อมาจึงได้ยินเสียงเฉาะพร้อมความแสบวาบที่ปลายนิ้ว“เฮ้ย!” คริสร้องลั่นดึงมือนั้นขึ้นมาดูเลือดซึมออกจากรอยบาดเป็นเส้นบาง ๆ สีแดงสด เขารีบวิ่งไปเปิดน้ำล้างแผลทันทีน้ำเย็นจัดกระทบเนื้อสด ๆ จนเขาสูดปาก“โธ่...ซวยฉิบหาย! แค่จะทำอาหารเช้าให้สักมื้อ ยังพังเลย” ดวงตาเขาไหววูบด้วยความผิดหวังปนหงุดหงิดมุมปากเบะน้อย ๆ เหมือนเด็กโดนดุทั้งที่ตั้งใจดีเสียงเปิดประตูจากห้องนอนดังขึ้นเบา ๆ หมอชลในเสื
บ่ายแก่ ๆ แสงอาทิตย์สีทองเริ่มอ่อนแรงแสงลอดผ่านต้นไม้ใหญ่ที่ปลูกเรียงรายหน้าอาคารของโรงพยาบาลส่องต้องพื้นจนเกิดเงาทอดยาวคริสในชุดลำลองง่าย ๆ เสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีขาวกับกางเกงยีนส์สีซีดยืนพิงกำแพงข้างประตูทางออก มือหนึ่งถือโทรศัพท์อีกมือซุกกระเป๋ากางเกงไว้คล้ายคนที่พยายามไม่ให้ตัวเองดูใจร้อนปลายนิ้วกดเช็กเวลาในหน้าจอทุก ๆ สองนาทีทั้งที่รู้ดีว่าหมอหมอชลยังไม่ถึงเวลาออกเวรเสียด้วยซ้ำ แต่หัวใจกลับเต้นแรงอย่างห้ามไม่อยู่ความรู้สึกตื่นเต้นแบบคนรอใครสักคนที่สำคัญเต็มไปหมดในแววตาสายลมอ่อนพัดผ่านปลายผมของเขาให้ไหวเบา ๆ ดวงตาคมทอดมองประตูอัตโนมัติที่เปิดปิดอยู่เรื่อย ๆ ทุกครั้งที่มีคนเดินผ่าน เขาจะเงยหน้าขึ้นมองแทบทุกครั้ง เหมือนหวังว่าครั้งต่อไปที่บานประตูเลื่อนออกจะปรากฏร่างคุ้นตาของใครคนนั้นริมฝีปากคลี่ยิ้มบางโดยไม่รู้ตัวแววตาเต็มไปด้วยความอบอุ่นและรอคอย มันเป็นภาพเรียบง่ายของคนที่อยู่ในช่วงความรักอิ่มตัวไม่ต้องหวือหวาแค่ได้เจออีกคนก็เพียงพอแล้วระหว่างที่กำลังเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์ดูเวลาอีกครั้ง จู่ ๆ ก็มีแรงชนจากด้านข้าง คริสเซไปเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาด้วยความตกใจ“อ้าว ขอโทษครับ” เสีย
คริสก้าวออกมาจากห้างด้วยสีหน้าตึงมือข้างหนึ่งกำแน่นราวกับต้องการควบคุมความโกรธและความวุ่นวายในใจ เขาพยายามไม่หันไปมองใคร หรือพูดอะไร คริสยืนนิ่งมองไปที่จอดรถของหมอชล เขากำลังจะเดินไปแต่ทุกก้าวที่เขาเดินกลับไม่สามารถหลีกเลี่ยงแรงดึงดูดจากใครบางคนได้ทันใดนั้นเสียงเรียบอ่อนแต่คุ้นเคยดังแทรกเข้ามาในโส
เสียงผู้คนในห้างยังคงดังจอแจแต่สำหรับคริสทุกอย่างเหมือนหยุดนิ่งไปชั่วขณะทันทีที่สายตาปะทะเข้ากับร่างบางที่ยืนอยู่ตรงหน้า...ปลายฟ้า หญิงสาวที่เป็นแฟนเก่าของเขาเธอเงยหน้าขึ้นยิ้มอ่อน ๆ ที่เต็มไปด้วยความคุ้นเคยรอยยิ้มที่ครั้งหนึ่งเคยทำให้เขาใจสั่นยามมองทุกครั้ง แววตาเธอสะท้อนความรู้สึกเก่า ๆ เหมือนจ
รถของคริสและชลแล่นเข้าสู่ลานจอดห้างในยามเย็นแสงไฟจากเสาไฟและกระจกสะท้อนลงบนพื้นเปียกเล็กน้อยเพราะเพิ่งมีฝนพรำผ่านไปทั้งสองก้าวลงจากรถพร้อมกัน คริสเดินเคียงข้างหมอชลด้วยท่าทางชิล ๆ แต่สายตากลับเลื่อนไปจับอยู่กับใบหน้าของหมอชลอย่างถอนสายตาไม่ได้หมอชลในชุดเสื้อเชิ้ตสีครีมอ่อนแขนพับถึงข้อศอกกางเกงยีนส
หนึ่งสัปดาห์ต่อมาคริสตื่นเช้ากว่าปกติแสงแดดอ่อน ๆ ส่องลอดม่านเข้ามาในห้องทำให้ตาของเขาปรับสภาพช้า ๆ รู้สึกตัวแต่เช้าอย่างแปลก ๆ พอเดินออกมาจากห้องก็เห็นหมอชลยืนอยู่ในครัว ใส่เสื้อเชิ้ตสีอ่อนแขนพับขึ้นจนเลยข้อศอกกำลังหั่นผักเรียงใส่ถาดและทอดไข่บนกระทะ กลิ่นอาหารที่หอมลอยอบอวลเข้าจมูกทำให้หัวใจคริสเ





