LOGINสายลมเย็นพัดผ่านมา ณ สถานที่จัดงานที่เป็นโรงแรมริมแม่น้ำเจ้าพระยา อดีตเคยเป็นวังของขุนน้ำขุนนางมาก่อนจนกลายเป็นสมบัติของตระกูลหนึ่งที่หยิบจับสถานที่นี้มาเป็นที่พักสุดหรูและได้รับความนิยมจากทั้งในไทยและต่างชาติได้ไม่ยาก
นารยพยัคฆ์ยังคงเป็นที่ต้อนรับและเป็นที่พูดถึงและกำลังถูกสังคมเข้าหาและรุมทึ้ง จากที่ปรกติแทบจะไม่ลงมาจากเหนือ ไม่ค่อยปรากฏตัวสู่สังคมเท่าไหร่นัก นอกเสียจากว่าเป็นงานที่ใหญ่มากพอ หรือจะมีใครบากหน้าขึ้นเหนือเพื่อไปพบและเทียบเชิญนารยพยัคฆ์ด้วยตนเอง
มิเช่นนั้น คงไม่ได้ยลโฉมนายใหญ่แห่งนารยพยัคฆ์คนปัจจุบันดังเช่นนี้เป็นแน่แท้
“เป็นเกียรติมากนะคะที่ได้พบคุณแบบนี้” หลายคนเห็นด้วยกับถ้อยคำของท่านผู้หญิงคนหนึ่งที่กล่าวกับพันทิวา “ลูกสาวของดิฉันแกกำลังเดินทางกลับมาจากอังกฤษ…” แล้วก็ตามด้วยถ้อยคำทาบทามลูกหลานของตนเองมาอีกเป็นพรวนจากอีกหลายคนที่เข้าหาหล่อน
พันทิวาตอบรับ ยิ้มแย้มอย่างที่ทำมาตลอด ทว่าในใจหล่อนเข้าขั้นเบื่อหน่าย
หากไม่ใช่เพราะเด็กคนนั้น หล่อนคงไม่ต้องมาวุ่นวายกับคนพวกนี้แบบนี้แน่ ๆ
ใบไม้จากต้นไม้ใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางลานร่วงหล่นเพราะสายลมเย็นพัดพาจากแม่น้ำเจ้าพระยา
พร้อมด้วยเสียงบรรเลงขิม ดนตรีไทยเดิมที่ทำให้ผู้คนในงานต่างหยุดพูดคุย แล้วหันไปจับจ้องยังต้นเสียงทันใด
บุคคลที่บังอาจก่อกวนความคิดของหล่อนมาตลอด…ในที่สุดก็มาปรากฏตัวเป็น ๆ ให้หล่อนเห็นต่อตา
พันทิวากอดอก จับจ้อง จ้องมองยังใครบางคนที่นั่งหน้าแฉล้มไม่เข้ากับสถานที่และบรรยากาศ
ทั้งที่จริงนั้นเป็นที่สนใจของคนทั้งงาน เพราะท่าทางนั่งพับเพียบสงบเสงี่ยม มือนวลสองข้างค่อย ๆ จับซี่ไม้บอบบางเคาะเลียลามไปตามสายขิมจนเกิดเสียงกังวานพริ้ง...ฟุ้งฟ่องไปทั่วทั้งบรรยากาศงาน
สายลมพัดผ่านพาปอยผมพลิ้วระใบหน้าอ่อนหวานนั่น อีกทั้งชายสไบของชุดที่พลิ้วสีกลีบบัวอ่อนที่ขับผิวยิ่งนวลลออ นีรามน...เด็กคนนั้นยังคงมีสมาธินิ่ง จดจ่ออยู่กับการละเล่นเครื่องดนตรีไทยเป็นทำนองเพลงลาวดวงเดือน...เพลงไทยเดิมยอดนิยม
จึงไม่รู้เลยว่าทำใครต่อใครมิอาจละสายตาจาก...
“เหมือนางในวรรณคดีเลยนะ” ได้ยินเสียงหนึ่งในแขกที่เข้าร่วมงานกล่าวเช่นนั้น ทว่าพันทิวาหาได้เห็นด้วยไม่... หล่อนพยายามไม่สนใจคำชื่นชมและท่าทางชื่นชมของคนทั้งงาน
ก็แค่เต้นกินรำกิน มันจะอะไรหนักหนา...
หลังเพลงจบ คนในงานจึงยิ่งแตกตื่น เมื่อเห็นศิรินภา นราธิปกเดินฝ่าวงล้อมมาด้วยรอยยิ้มบนวงหน้าแฉล้ม
“พี่มารับค่ะ” ศิรินภายื่นขวดน้ำแร่เย็นเฉียบให้นีรามนที่เพิ่งเล่นดนตรีจบ
นีรามนยกยิ้มให้คนพี่ รับขวดน้ำแร่นั้นมาจิบ “ขอบคุณค่ะ”
ท่าทางของนักบรรเลงขิมสาวน้อยกับศิรินภา...หนึ่งในผู้นำนราธิปก ว่าที่นราธิปกคนต่อไป ได้สร้างความฮือฮาอย่างเงียบเชียบ ไหนจะท่าทีถ้อยอาศัยที่ศิรินภามีให้เด็กคนนั้นอีกเล่า ดูที่คุณภาคอยประคองเด็กคนนั้นลงมาจากเวทีโชว์นั่น ดูรอยยิ้มหวาน ๆ ของคุณเขาสิ
ท่าทางเด็กนักดนตรีคนนั้นคงจะมิใช่แค่นักดนตรีรับจ้างมาบรรเลงงานเลี้ยงนี่เฉย ๆ เสียแล้ว
“มองแค่พี่คนเดียวก็พอค่ะ” ศิรินภากำชับกับนีรามนที่แม้ภายนอกจะนิ่งสงบ แต่ทว่าหล่อนรู้ดีกว่าใครว่านีรามนต้องแบกรับความเสี่ยงมากแค่ไหนกับการเปิดตัวกลาย ๆ ของเธอเอง
ความสัมพันธ์ระหว่างหล่อนและเธอจะไม่เป็นความลับอีกต่อไป...ศิรินภาต้องการเช่นนั้น และนีรามนจำเป็นต้องทำตามเพราะมิอาจต่อต้านสัญญา ทว่าค่าเสียหายและความปลอดภัยทุกอย่าง ศิรินภาขอแบกรับนีรามนไว้ด้วยชีวิต
คนพี่จึงก้มลงมองหน้าคนน้องอย่างขอโทษด้วยสายตา ทว่ากลับเป็นนีรามนที่สุดท้ายก็ถอนหายใจแล้วยกยิ้ม กุมมือน้อย ๆ ตอบกลับมือเรียวของคนพี่ในท้ายที่สุด
“ฉันต้องทำให้คุ้มค่าจ้างสินะ” นีรามนกล่าวเช่นนั้น เธอต้องรับบทว่ารักกับศิรินภานักหนา...
ศิรินภารู้สึกเจ็บร้าวในอกทว่าสิ่งที่แสดงออกคือยิ้มให้คนน้อง “พี่ต้องรบกวนไม้แล้ว...” เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับคู่และเพื่อประกาศว่าหล่อนนั้นมีเจ้าของแล้ว ก็คือเด็กคนนี้นี่เอง
และแล้วโจทก์ใหญ่ก็มายืนปะทะอยู่ตรงหน้าเธอจนได้ นีรามนสบสายตากับหล่อนคนนั้นที่จงเกลียดจงชังเธอหนักหนา
ศิรินภากระชับมือเธอแน่นขึ้น ท่ามกลางสายตาใคร่รู้ของคนนอก ทว่านีรามนมิได้สนใจใคร...เธอสนใจเพียงความเกลียดที่คนตรงหน้าส่งมาให้เธอ
“ฉลาดดี รู้จักวิธีเปิดตัวให้คนเขาประทับใจ” น้ำเสียงเย้ยหยัน รอยยิ้มงดงามอ่อนหวานทว่าสายตาราวกับยิ้มเยาะ “คุณพ่อรู้เข้าคงชื่นชมว่าสะใภ้ใหญ่นราธิปกก็ไม่น้อยหน้าคนอื่น... เต้นกินรำกิน”
“พี่แพรคะ” ศิรินภาคล้ายจะอ้อนวอนพี่สาวต่างแม่
ทว่าสิ่งที่พันทิวาทำกลับเพียงแค่ปรายตามองน้องสาวต่างมารดาเพียงชั่วครู่ ยกยิ้มอ่อนโยน “คุณพ่อคงมาถึงงานแล้วมั้ง แกไม่ไปรับหน่อยล่ะ” เอ่ยเปลี่ยนประเด็นอย่างหน้าตาเฉย ทั้งที่สร้างร่องรอยบาดแผลใหญ่หลวงไว้ให้กับนีรามนที่เพียงนิ่งไป
“เด็กคนนั้น...จะพาไปด้วยมั้ย” พันทิวาเอ่ยออกมาตรง ๆ “หรือจะฝากไว้กับฉันก่อน”
แน่นอนว่าศิรินภาไม่มีทางเลือกอย่างหลังแน่นอน “ไม้อยู่กับน้องดีที่สุดแล้วค่ะ” คนเป็นน้องสาวบอกกับพี่สาวอย่างติดงอน ๆ ที่พี่สาวร้ายกับคนของน้องเหลือเกิน
นีรามนเงยหน้ามองศิรินภาที่เพิ่งเอ่ยออกไปว่าจะพาเธอไปด้วย...ไปหาผู้นำบ้านนราธิปกที่หมายมาดในชีวิตเธอที่สุด
ก็ไม่รู้ว่าจะเลือกอยู่ที่นี่ให้พันทิวาโขกสับหรือเลือกที่จะตัวติดกับศิรินภาจะดีกว่ากัน...
ศิรินภาจูบที่หลังมือที่สั่นเทาเล็กน้อยของนีรามนที่ยังคงยิ้มน้อย ๆ รักษาทีท่านิ่งสงบได้เป็นอย่างดีทีเดียว...ในสายตาของพันทิวาที่สังเกตสังกาเด็กคนนี้
จึงทำให้นายเหนือหัวของนารยพยัคฆ์นั้นยิ่งสนเท่ห์...สนเท่ห์ในสายตาที่เศร้าสร้อยตัดพ้อของเด็กคนนั้นที่มองมาทางตนเอง
เธอควรจะโกรธฉันสิ...ถึงจะถูก ไม่ใช่ทำหน้าทำตาเหมือนโดนปฏิเสธแบบนั้น
“คุณไปเถอะ ฉันรอที่นี่แหละค่ะ” นีรามนตัดสินใจกร้าวแกร่ง กล่าวกับศิรินภา
เธอไม่อยากดูเป็นคนอ่อนแอสำหรับใครบางคน ไม่ได้อยากดูสนิมสร้อยให้ใครบางคนหยามเหยียด
นีรามนพยักหน้าให้ศิรินภาพร้อมปล่อยมือจาก...
ศิรินภาถอนหายใจ ยกมือขึ้นลูบที่ศีรษะของเด็กน้อย “เดี๋ยวพี่มา” ละสายตาไปสบตากับพันทิวา “ฝากด้วยนะคะพี่แพร” เอย่ถ่อยคำชัด ไม่ได้ขู่คนพี่ แต่เป็นการขอร้อง...
ศิรินภาจากไป เหลือเพียงนีรามนในงาน เด็กสาวเตรียมจะเดินไปที่อื่นเพราะไม่อยากเป็นจุดเด่นไปมากกว่านี้ ทว่าเธอกลับหยุดเพราะเสียงเรียกของใครบางคน
“เดี๋ยวสิ...”
นีรามนหยุดฝีเท้าแล้วหันกลับไป
พันทิวาหยิบเช็คเปล่าออกมาจากกระเป๋าคลัตช์หรู ปลายนิ้วเหวี่ยงแผ่นเช็คเปล่าเบา ๆ จนเหมือนจะปะทะเข้ากับใบหน้าอ่อนละมุนของนีรามน
“จะเอาเท่าไหร่ก็เขียนมา ฉันเซ็นแล้ว” สายตานิ่งพร้อมรอยยิ้มเหยียดหยามเต็มขั้น รอยยิ้มเหยียดหยันของพันทิวาช่างกรีดลึกในใจเธอ
ท่ามกลางสายตาใครต่อใครที่ต่างสนเท่ห์ในตัวเด็กคนนี้
“พี่แพร” ศิรินภาคราง อ่อนอกอ่อนใจ พันทิวาเพียงเยาะยิ้มหยันน้องสาว“ไปเจอเด็กนั่นที่ไหน” เมื่อนึกขึ้นได้ จึงเริ่มถามคำถาม อย่างที่ไม่คิดจะถามไถ่มาก่อนเพราะมาถึงก็เอาแต่จะไล่ออกไป ไม่เคยแม้แต่จะถาม...ว่าเด็กคนนั้นรู้สึกอย่างไร หรือกลัวบ้างหรือเปล่า คำถามนั้นจึงหลุดออกมาอย่างไม่ตั้งใจ พันทิวาไม่ชินกับการอยากรู้เรื่องของใครสักคน แต่ครั้งนี้...มันต่างออกไปบัดนี้ เวลานี้ พันทิวานึกใคร่รู้ คล้ายพยัคฆาที่ต้องการสนใจและหยอกเล่นกับเหยื่อของตนเอง ก่อนที่จะขย้ำทิ้งเสียคามือศิรินภาหลุบตามองแก้วกาแฟดำของพี่สาว... ชอบดื่มกาแฟดำเหมือนเด็กคนนั้น นึกแล้วก็ให้ยิ้มเข้าอีกจนเจ้าตัวต้องยกมือหยิบเส้นผมสีช็อกโกแลตเข้มทัดใบหูที่แดงก่ำ “เจอที่ที่ไม่คิดว่าจะเจอค่ะ” พานให้นึกถึงเหตุการณ์ที่หล่อนนึกถูกใจเด็กสาวคนนี้ตั้งแต่แรกเห็น หล่อนมองดูจากข้างบน เห็นทุกเหตุการณ์ ทว่ามิได้คิดช่วยเหลือ เพราะอยากเห็นแล้วก็ได้เห็น...“ไม้เป็นคนใจกล้า ใจเด็ด” ศิรินภานึกถึงคนที่ตกเป็นเป้าสนทนา “พี่ก็น่าจะรู้ตั้งแต่ที่พบเขาครั้งแรกแล้วใช่มั้ยคะ”พันทิวาสบสายตาเป็นประกายของน้อง ส่ายหน้าไปมาคล้ายระอา “แกน่ะตามใจเด็กจนเคยตัว”
“ไม้” นีรามนที่กำลังมึนงงสะลึมสะลือมองหาใครอีกคนที่เธอทิ้งเจ้าตัวชิงหลับไปก่อนจะได้ต่อปากต่อคำนานกว่านี้ ทว่ากลับเป็นศิรินภาที่เข้ามาหา กอดเธอไว้หลวม ๆ ด้วยกลัวจะกระเทือนแผลของเธอ นีรามนยกยิ้ม ยกมือขึ้นกอดตอบอีกคนด้วยความเคยชิน เพราะคิดว่าเป็นครอบครัวคนหนึ่ง...ทว่าท่าทางกอดตอบของเธอ ดันไปขัดหูขัดตาใครบางคนที่เดินเข้ามาเข้าพอดี พันทิวามองภาพตรงหน้าแล้วเบือนหน้าหนี กลอกตาขึ้นราวกับรำคาญนีรามนกะพริบตาปริบ ๆ มองคนที่ขมวดคิ้วเล็กน้อย ทั้งที่ปรกติจะคงจะสวย ๆ นิ่ง ๆ ไว้มากกว่า“ไม้” นีรามนที่กำลังมึนงงสะลึมสะลือมองหาใครอีกคนที่เธอทิ้งเจ้าตัวชิงหลับไปก่อนจะได้ต่อปากต่อคำนานกว่านี้ ทว่ากลับเป็นศิรินภาที่เข้ามาหา กอดเธอไว้หลวม ๆ ด้วยกลัวจะกระเทือนแผลของเธอ นีรามนยกยิ้ม ยกมือขึ้นกอดตอบอีกคนด้วยความเคยชิน เพราะคิดว่าเป็นครอบครัวคนหนึ่ง...ทว่าท่าทางกอดตอบของเธอ ดันไปขัดหูขัดตาใครบางคนที่เดินเข้ามาเข้าพอดี พันทิวามองภาพตรงหน้าแล้วเบือนหน้าหนี กลอกตาขึ้นราวกับรำคาญนีรามนกะพริบตาปริบ ๆ มองคนที่ขมวดคิ้วเล็กน้อย ทั้งที่ปรกติจะคงจะสวย ๆ นิ่ง ๆ ไว้มากกว่า“ไม้” นีรามนที่กำลังมึนงงสะลึมสะลือม
นีรามนมองเห็นท่าทางเมินเฉย เมินสายตาไปทางอื่นของใครบางคน ใครคนนั้นทิ้งสายตาดุ ๆ เอาไว้ ก่อนเจ้าของขาเรียวชะลูดจะทิ้งระยะห่างออกไปเสียงประตูปิดดังปังตามหลังของชานนท์ที่ติดตามนายเหนือหัว ...“มันเป็นใคร”ใครมันเป็นคนทำ...พันทิวาดูแลตนเองดีมาตลอด จนเมื่อได้มาประสบพบเจอเรื่องคอขาดบาดตายนี้ก็ตอนลงมาจากทางเหนือมายังเมืองกรุงฯ ราวกับว่าฝั่งนั้นรู้ความเคลื่อนไหวและคอยจังหวะเชือดมาตลอด ยิ่งด้วยมาพลาดเมื่อมีตัวแปรอย่างนีรามนด้วยยิ่งแล้วใหญ่ หน้าประวัติศาสตร์อาจเปลี่ยนไปหากไม่ได้นีรามนเข้ามาแทรกแซง คนที่เพิ่งฟื้นตัวดีไม่เท่าไหร่ก็ดื้อแพ่งออกจากโรงพยาบาลเพื่อเคลียร์เรื่องนี้ กำลังจิบน้ำชา นั่งไขว่ห้างอย่างสงบนิ่ง สายตาคมกริบทอดมองไปยังสวนสวยของร้านกาแฟในโรงพยาบาล ด้านนอกมีผู้ติดตามคอยอารักขานอกเครื่องแบบเพื่อมิให้เป็นที่แตกตื่นสำหรับคนทั่วไป เพราะเมื่อมีสองทายาทมาอยู่ด้วยกันที่นี้ทางศิรินภาก็ได้ฟังรายงานจากฝั่งพันทิวาเรียบร้อย “คนทำน่าจะเตรียมการมาสักพักแล้ว ถึงได้รู้ว่าพี่จะไปคุยงานที่คลับนั่น” คนเป็นน้องสรุปความด้วยความเรียบนิ่ง นิ่งเฉย พวกหล่อนชินชาเสียแล้วกับสถานการณ์เฉียดตายแบบนี้จ
“เจ็บมากมั้ย” เสียงของศิรินภาคล้ายจะร้องไห้รอมร่อ ดึงความสนใจนีรามนชะงัด นีรามนจึงเพียงลูบหลัง ลูบไหล่ระหงของอีกคน กลิ่นอายของศิรินภาโอบล้อมนีรามน แทนที่กลิ่นเย็น ๆ ของใครบางคนมิด“เจ็บสิคะ” บอกไปตรง ๆ ไม่ปิดบัง เรียกเสียงหัวเราะจากศิรินภา ที่กดจูบขมับของคนตัวเล็กอย่างคุ้นเคยลึกซึ้งทำราวกับว่ามีเพียงเราสองในห้องนี้เท่านั้นปึง! เสียงเปิดและปิดตู้เย็นดังขึ้นจนนีรามนสะดุ้ง มองคนที่เปิดฝาขวดน้ำแร่ขึ้นจรดปากดื่มศิรินภาหันไปมองยังพี่สาวนิ่ง ๆ แค่นั้น “พี่ออกไปก่อนก็ได้ เดี๋ยวน้องตามไปค่ะ” เพราะรู้ว่าหลังจากนี้คงต้องคุยกันเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น“ฉันขอโทษ” ยิ่งรู้สึกว่าคุณภากำลังสั่นเทา นีรามนยิ่งจับมือเย็น ๆ นั้นคล้ายปลอบขวัญใครกันแน่ที่ถูกยิงกันนะ...นีรามนยิ้มเอ็นดูคนตัวสูง“ขอโทษทำไม” ไม้ยิ้มให้คนที่รู้สึกผิดไม่เข้าเรื่อง “คุณไม่ได้ยิงฉันสักหน่อย”“แต่ฉันน่าจะอยู่ตรงนั้น คอยปกป้องเธอ” ศิรินภาคว้านีรามนเข้าไปกอด ไม่วายจูบเข้าที่ศีรษะอย่างนั้น นีรามนเพียงเอียงซบใบหน้าเข้ากับสัมผัสอุ่น ๆ จากอีกคน ทว่าดูท่าทางนั้นจะทำใครบางคนระคายสายตากระมัง“เจ็บมากมั้ย” เสียงของศิรินภาคล้ายจะร้อง
“ไม้” นีรามนที่กำลังมึนงงสะลึมสะลือมองหาใครอีกคนที่เธอทิ้งเจ้าตัวชิงหลับไปก่อนจะได้ต่อปากต่อคำนานกว่านี้ ทว่ากลับเป็นศิรินภาที่เข้ามาหา กอดเธอไว้หลวม ๆ ด้วยกลัวจะกระเทือนแผลของเธอ นีรามนยกยิ้ม ยกมือขึ้นกอดตอบอีกคนด้วยความเคยชิน เพราะคิดว่าเป็นครอบครัวคนหนึ่ง...ทว่าท่าทางกอดตอบของเธอ ดันไปขัดหูขัดตาใครบางคนที่เดินเข้ามาเข้าพอดี พันทิวามองภาพตรงหน้าแล้วเบือนหน้าหนี กลอกตาขึ้นราวกับรำคาญนีรามนกะพริบตาปริบ ๆ มองคนที่ขมวดคิ้วเล็กน้อย ทั้งที่ปรกติจะคงจะสวย ๆ นิ่ง ๆ ไว้มากกว่า“ไม้” นีรามนที่กำลังมึนงงสะลึมสะลือมองหาใครอีกคนที่เธอทิ้งเจ้าตัวชิงหลับไปก่อนจะได้ต่อปากต่อคำนานกว่านี้ ทว่ากลับเป็นศิรินภาที่เข้ามาหา กอดเธอไว้หลวม ๆ ด้วยกลัวจะกระเทือนแผลของเธอ นีรามนยกยิ้ม ยกมือขึ้นกอดตอบอีกคนด้วยความเคยชิน เพราะคิดว่าเป็นครอบครัวคนหนึ่ง...ทว่าท่าทางกอดตอบของเธอ ดันไปขัดหูขัดตาใครบางคนที่เดินเข้ามาเข้าพอดี พันทิวามองภาพตรงหน้าแล้วเบือนหน้าหนี กลอกตาขึ้นราวกับรำคาญนีรามนกะพริบตาปริบ ๆ มองคนที่ขมวดคิ้วเล็กน้อย ทั้งที่ปรกติจะคงจะสวย ๆ นิ่ง ๆ ไว้มากกว่า“ไม้” นีรามนที่กำลังมึนงงสะลึมสะลือม
ศิรินภามาถึงทันทีที่เครื่องแตะแผ่นดิน ตอนนี้จึงเดินเข้ามา ทำหน้าเครียดเอาความกับคนที่เป็นดั่งพี่สาวพันทิวากอดอก สูทคลุมสีดำแบบแขนกุดคลุมไหล่ที่ใส่อยู่นั้นเผยให้เห็นต้นแขนที่ถูกผ้าพันเอาไว้ บ่งบอกถึงเหตุการณ์ร้ายแรงที่เพิ่งเกิดไม่นาน ศิรินภาละสายตาจากกระจกที่ส่องถึงคนที่นอนอุตุอยู่ในห้องพัก เอาความกับพี่สาว “ทำไมพี่ถึงอยู่กับไม้” ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่านีรามนต้องติดตามพันทิวาด้วยเรื่องงาน ในฐานะที่นีรามนเป็นนักศึกษาฝึกงาน ทว่าศิรินภาที่เปี่ยมไปด้วยเหตุผลกลับไร้เหตุผลขึ้นมาครามครันเมื่อเห็นว่าผลลัพธ์ของการที่นีรามนเอาตัวเองไปอยู่ใกล้พันทิวามันมีผลลัพธ์อย่างไรดังนั้นจากคนที่เปี่ยมด้วยเหตุและผลมาตลอด เมื่อเป็นเรื่องของนีรามน ศิรินภาก็พร้อมที่จะตีโพยตีพายได้เสมอ “ตอนนั้นคนคุ้มกันไปไหนหมด” ศิรินภาพาลพาโลไปยันคนติดตามคนสนิทของคนเป็นพี่สาวพันทิวาแค่นขำ “ควรไปถามเด็กนั่นมากกว่าว่าทำไมถึงตามตอแยฉัน” ก่อนที่หล่อนจะหยันตนเอง “ดี…จะได้รู้ไว้ว่าอยู่ใกล้ฉันแล้วมันจะเป็นยังไง” ก็คือสามารถตายได้ทุกเมื่อ…ศิรินภาจึงถอนหายใจ ไม่อยากไต่ถามกวนอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ ของคนเป็นพี่สาวที่เคารพให้ขุ่นมากกว่านี้ หล


![พี่ติวเตอร์ครับ...ช่วยสอนผมหน่อยนะครับ[PWP]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




