LOGINสายลมเย็นพัดผ่านมา ณ สถานที่จัดงานที่เป็นโรงแรมริมแม่น้ำเจ้าพระยา อดีตเคยเป็นวังของขุนน้ำขุนนางมาก่อนจนกลายเป็นสมบัติของตระกูลหนึ่งที่หยิบจับสถานที่นี้มาเป็นที่พักสุดหรูและได้รับความนิยมจากทั้งในไทยและต่างชาติได้ไม่ยาก
นารยพยัคฆ์ยังคงเป็นที่ต้อนรับและเป็นที่พูดถึงและกำลังถูกสังคมเข้าหาและรุมทึ้ง จากที่ปรกติแทบจะไม่ลงมาจากเหนือ ไม่ค่อยปรากฏตัวสู่สังคมเท่าไหร่นัก นอกเสียจากว่าเป็นงานที่ใหญ่มากพอ หรือจะมีใครบากหน้าขึ้นเหนือเพื่อไปพบและเทียบเชิญนารยพยัคฆ์ด้วยตนเอง
มิเช่นนั้น คงไม่ได้ยลโฉมนายใหญ่แห่งนารยพยัคฆ์คนปัจจุบันดังเช่นนี้เป็นแน่แท้
“เป็นเกียรติมากนะคะที่ได้พบคุณแบบนี้” หลายคนเห็นด้วยกับถ้อยคำของท่านผู้หญิงคนหนึ่งที่กล่าวกับพันทิวา “ลูกสาวของดิฉันแกกำลังเดินทางกลับมาจากอังกฤษ…” แล้วก็ตามด้วยถ้อยคำทาบทามลูกหลานของตนเองมาอีกเป็นพรวนจากอีกหลายคนที่เข้าหาหล่อน
พันทิวาตอบรับ ยิ้มแย้มอย่างที่ทำมาตลอด ทว่าในใจหล่อนเข้าขั้นเบื่อหน่าย
หากไม่ใช่เพราะเด็กคนนั้น หล่อนคงไม่ต้องมาวุ่นวายกับคนพวกนี้แบบนี้แน่ ๆ
ใบไม้จากต้นไม้ใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางลานร่วงหล่นเพราะสายลมเย็นพัดพาจากแม่น้ำเจ้าพระยา
พร้อมด้วยเสียงบรรเลงขิม ดนตรีไทยเดิมที่ทำให้ผู้คนในงานต่างหยุดพูดคุย แล้วหันไปจับจ้องยังต้นเสียงทันใด
บุคคลที่บังอาจก่อกวนความคิดของหล่อนมาตลอด…ในที่สุดก็มาปรากฏตัวเป็น ๆ ให้หล่อนเห็นต่อตา
พันทิวากอดอก จับจ้อง จ้องมองยังใครบางคนที่นั่งหน้าแฉล้มไม่เข้ากับสถานที่และบรรยากาศ
ทั้งที่จริงนั้นเป็นที่สนใจของคนทั้งงาน เพราะท่าทางนั่งพับเพียบสงบเสงี่ยม มือนวลสองข้างค่อย ๆ จับซี่ไม้บอบบางเคาะเลียลามไปตามสายขิมจนเกิดเสียงกังวานพริ้ง...ฟุ้งฟ่องไปทั่วทั้งบรรยากาศงาน
สายลมพัดผ่านพาปอยผมพลิ้วระใบหน้าอ่อนหวานนั่น อีกทั้งชายสไบของชุดที่พลิ้วสีกลีบบัวอ่อนที่ขับผิวยิ่งนวลลออ นีรามน...เด็กคนนั้นยังคงมีสมาธินิ่ง จดจ่ออยู่กับการละเล่นเครื่องดนตรีไทยเป็นทำนองเพลงลาวดวงเดือน...เพลงไทยเดิมยอดนิยม
จึงไม่รู้เลยว่าทำใครต่อใครมิอาจละสายตาจาก...
“เหมือนางในวรรณคดีเลยนะ” ได้ยินเสียงหนึ่งในแขกที่เข้าร่วมงานกล่าวเช่นนั้น ทว่าพันทิวาหาได้เห็นด้วยไม่... หล่อนพยายามไม่สนใจคำชื่นชมและท่าทางชื่นชมของคนทั้งงาน
ก็แค่เต้นกินรำกิน มันจะอะไรหนักหนา...
หลังเพลงจบ คนในงานจึงยิ่งแตกตื่น เมื่อเห็นศิรินภา นราธิปกเดินฝ่าวงล้อมมาด้วยรอยยิ้มบนวงหน้าแฉล้ม
“พี่มารับค่ะ” ศิรินภายื่นขวดน้ำแร่เย็นเฉียบให้นีรามนที่เพิ่งเล่นดนตรีจบ
นีรามนยกยิ้มให้คนพี่ รับขวดน้ำแร่นั้นมาจิบ “ขอบคุณค่ะ”
ท่าทางของนักบรรเลงขิมสาวน้อยกับศิรินภา...หนึ่งในผู้นำนราธิปก ว่าที่นราธิปกคนต่อไป ได้สร้างความฮือฮาอย่างเงียบเชียบ ไหนจะท่าทีถ้อยอาศัยที่ศิรินภามีให้เด็กคนนั้นอีกเล่า ดูที่คุณภาคอยประคองเด็กคนนั้นลงมาจากเวทีโชว์นั่น ดูรอยยิ้มหวาน ๆ ของคุณเขาสิ
ท่าทางเด็กนักดนตรีคนนั้นคงจะมิใช่แค่นักดนตรีรับจ้างมาบรรเลงงานเลี้ยงนี่เฉย ๆ เสียแล้ว
“มองแค่พี่คนเดียวก็พอค่ะ” ศิรินภากำชับกับนีรามนที่แม้ภายนอกจะนิ่งสงบ แต่ทว่าหล่อนรู้ดีกว่าใครว่านีรามนต้องแบกรับความเสี่ยงมากแค่ไหนกับการเปิดตัวกลาย ๆ ของเธอเอง
ความสัมพันธ์ระหว่างหล่อนและเธอจะไม่เป็นความลับอีกต่อไป...ศิรินภาต้องการเช่นนั้น และนีรามนจำเป็นต้องทำตามเพราะมิอาจต่อต้านสัญญา ทว่าค่าเสียหายและความปลอดภัยทุกอย่าง ศิรินภาขอแบกรับนีรามนไว้ด้วยชีวิต
คนพี่จึงก้มลงมองหน้าคนน้องอย่างขอโทษด้วยสายตา ทว่ากลับเป็นนีรามนที่สุดท้ายก็ถอนหายใจแล้วยกยิ้ม กุมมือน้อย ๆ ตอบกลับมือเรียวของคนพี่ในท้ายที่สุด
“ฉันต้องทำให้คุ้มค่าจ้างสินะ” นีรามนกล่าวเช่นนั้น เธอต้องรับบทว่ารักกับศิรินภานักหนา...
ศิรินภารู้สึกเจ็บร้าวในอกทว่าสิ่งที่แสดงออกคือยิ้มให้คนน้อง “พี่ต้องรบกวนไม้แล้ว...” เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับคู่และเพื่อประกาศว่าหล่อนนั้นมีเจ้าของแล้ว ก็คือเด็กคนนี้นี่เอง
และแล้วโจทก์ใหญ่ก็มายืนปะทะอยู่ตรงหน้าเธอจนได้ นีรามนสบสายตากับหล่อนคนนั้นที่จงเกลียดจงชังเธอหนักหนา
ศิรินภากระชับมือเธอแน่นขึ้น ท่ามกลางสายตาใคร่รู้ของคนนอก ทว่านีรามนมิได้สนใจใคร...เธอสนใจเพียงความเกลียดที่คนตรงหน้าส่งมาให้เธอ
“ฉลาดดี รู้จักวิธีเปิดตัวให้คนเขาประทับใจ” น้ำเสียงเย้ยหยัน รอยยิ้มงดงามอ่อนหวานทว่าสายตาราวกับยิ้มเยาะ “คุณพ่อรู้เข้าคงชื่นชมว่าสะใภ้ใหญ่นราธิปกก็ไม่น้อยหน้าคนอื่น... เต้นกินรำกิน”
“พี่แพรคะ” ศิรินภาคล้ายจะอ้อนวอนพี่สาวต่างแม่
ทว่าสิ่งที่พันทิวาทำกลับเพียงแค่ปรายตามองน้องสาวต่างมารดาเพียงชั่วครู่ ยกยิ้มอ่อนโยน “คุณพ่อคงมาถึงงานแล้วมั้ง แกไม่ไปรับหน่อยล่ะ” เอ่ยเปลี่ยนประเด็นอย่างหน้าตาเฉย ทั้งที่สร้างร่องรอยบาดแผลใหญ่หลวงไว้ให้กับนีรามนที่เพียงนิ่งไป
“เด็กคนนั้น...จะพาไปด้วยมั้ย” พันทิวาเอ่ยออกมาตรง ๆ “หรือจะฝากไว้กับฉันก่อน”
แน่นอนว่าศิรินภาไม่มีทางเลือกอย่างหลังแน่นอน “ไม้อยู่กับน้องดีที่สุดแล้วค่ะ” คนเป็นน้องสาวบอกกับพี่สาวอย่างติดงอน ๆ ที่พี่สาวร้ายกับคนของน้องเหลือเกิน
นีรามนเงยหน้ามองศิรินภาที่เพิ่งเอ่ยออกไปว่าจะพาเธอไปด้วย...ไปหาผู้นำบ้านนราธิปกที่หมายมาดในชีวิตเธอที่สุด
ก็ไม่รู้ว่าจะเลือกอยู่ที่นี่ให้พันทิวาโขกสับหรือเลือกที่จะตัวติดกับศิรินภาจะดีกว่ากัน...
ศิรินภาจูบที่หลังมือที่สั่นเทาเล็กน้อยของนีรามนที่ยังคงยิ้มน้อย ๆ รักษาทีท่านิ่งสงบได้เป็นอย่างดีทีเดียว...ในสายตาของพันทิวาที่สังเกตสังกาเด็กคนนี้
จึงทำให้นายเหนือหัวของนารยพยัคฆ์นั้นยิ่งสนเท่ห์...สนเท่ห์ในสายตาที่เศร้าสร้อยตัดพ้อของเด็กคนนั้นที่มองมาทางตนเอง
เธอควรจะโกรธฉันสิ...ถึงจะถูก ไม่ใช่ทำหน้าทำตาเหมือนโดนปฏิเสธแบบนั้น
“คุณไปเถอะ ฉันรอที่นี่แหละค่ะ” นีรามนตัดสินใจกร้าวแกร่ง กล่าวกับศิรินภา
เธอไม่อยากดูเป็นคนอ่อนแอสำหรับใครบางคน ไม่ได้อยากดูสนิมสร้อยให้ใครบางคนหยามเหยียด
นีรามนพยักหน้าให้ศิรินภาพร้อมปล่อยมือจาก...
ศิรินภาถอนหายใจ ยกมือขึ้นลูบที่ศีรษะของเด็กน้อย “เดี๋ยวพี่มา” ละสายตาไปสบตากับพันทิวา “ฝากด้วยนะคะพี่แพร” เอย่ถ่อยคำชัด ไม่ได้ขู่คนพี่ แต่เป็นการขอร้อง...
ศิรินภาจากไป เหลือเพียงนีรามนในงาน เด็กสาวเตรียมจะเดินไปที่อื่นเพราะไม่อยากเป็นจุดเด่นไปมากกว่านี้ ทว่าเธอกลับหยุดเพราะเสียงเรียกของใครบางคน
“เดี๋ยวสิ...”
นีรามนหยุดฝีเท้าแล้วหันกลับไป
พันทิวาหยิบเช็คเปล่าออกมาจากกระเป๋าคลัตช์หรู ปลายนิ้วเหวี่ยงแผ่นเช็คเปล่าเบา ๆ จนเหมือนจะปะทะเข้ากับใบหน้าอ่อนละมุนของนีรามน
“จะเอาเท่าไหร่ก็เขียนมา ฉันเซ็นแล้ว” สายตานิ่งพร้อมรอยยิ้มเหยียดหยามเต็มขั้น รอยยิ้มเหยียดหยันของพันทิวาช่างกรีดลึกในใจเธอ
ท่ามกลางสายตาใครต่อใครที่ต่างสนเท่ห์ในตัวเด็กคนนี้
“คุณนีรามนจะไปกับเราค่ะ” หญิงสาวในชุดดำคนนั้นก้าวเข้ามาเจรจากับเธอคนพวกนี้รู้จักไม้... ปลายฟ้ากอดอก ยืนประจันหน้ากับอีกคนและใช้ตนเองเป็นดั่งโล่ปกป้องคนเมาที่หลับไม่รู้เรื่องที่นั่งอยู่ในรถของเธอไว้ ยังดีที่ตอนนี้นั้นเพื่อน ๆ ของเธอและนีรามนกลับไปกันเป็นกลุ่มซึ่งจอดรถไว้อีกที่ไกล ๆ บางส่วนก็เหมารถทางแอพพลิเคชั่นกลับกัน เรื่องจึงยังไม่เอิกเกริกมาก มีเพียงบางส่วนที่เธอไม่รู้จักที่มองเห็นเหตุการณ์ทว่าก็ไม่คิดจะเข้ามายุ่ง มีคนที่ดูอยู่เฉย ๆ ไม่พอ ยังเอามือถือขึ้นมากดถ่ายคลิปไว้ ทว่าไม่นานนักกลับต้องลดมือถือลงแล้วพากันแยกย้ายไปที่อื่นเพียงเพราะมีชายในสูทดำคนอื่น ๆ รวมทั้งการ์ดของคลับนี้เข้าหาและกระจายไปกันสายตาไว้ทั่วบริเวณ“เขามากับดิฉันค่ะ” ปลายฟ้ายื่นคำขาด จนเมื่อรุ่นพี่ที่เป็นหนึ่งในหุ้นส่วนของร้านเข้ามาดึงต้นแขนหล่อนเล็กน้อยคล้ายเตือนสติให้ระวังคำพูด “ถ้ายังคุยกันไม่รู้เรื่องแบบนี้ ฉันจะแจ้งตำรวจ”จนเมื่อคล้ายจะยืดเยื้อเกินไปกระมัง มีใครบางคนที่ขี้เกียจรอ จึงเดินลงจากรถ เข้าหาประจันหน้ากับเด็กแก่แดดปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมทันที“คุณนีรามนจะไปกับเราค่ะ” หญิงสาวในชุดดำคนนั้นก้าวเข้ามาเจ
“เดี๋ยวฉันไปส่งไม้เอง” ปลายฟ้าสรุปความกับผองเพื่อน ขณะที่ประคองนีรามนที่เมาแล้วเงียบเชียบ ไม่โวยวาย เช่นเดียวกับตอนที่เธอปกตินั่นแหละ “นอกจากเราแล้วไม้อย่าไปเมาแบบนี้กับใครอีกนะ” กลิ่นน้ำหอมราคาแพงของปลายฟ้าโชยเข้าจมูกเล็กของคนเมา สื่อให้รู้ว่าใกล้ชิดกันแค่ไหน “เข้าใจไหมคะ”“อือ” ตอบอืออารับคำไปอย่างนั้น นีรามนแทบประคองสติไม่อยู่ด้วยซ้ำนีรามนไม่ทันได้รับรู้ถึงรอยยิ้มหวานซึ้งจากเพื่อนคนสวยที่มีให้เธอ ทว่าก่อนที่ปลายฟ้าจะได้พาคนในการดูแลขึ้นรถส่วนตัวของตนเอง กลับมีหญิงสาวในสูทดำทั้งตัว และชายหนุ่มในชุดเดียวกันเข้ามาหาเธอ ไม่ไกลนั้นแลเห็นรุ่นพี่ที่เป็นหนึ่งในหุ้นส่วนของไนต์คลับนี้ที่ปลายฟ้าก็รู้จัก...เขากุลีกุจอเข้ามาแทนที่จะเป็นหน้าที่ของผู้จัดการร้านมากกว่าหากจะเข้ามาไกล่เกลี่ยแสดงว่าระดับนี้คงไม่ธรรมดา... ทว่าปลายฟ้ากลับไม่นึกเกรงเช่นกัน ใหญ่มาจากไหนกันเชียว เธอก็ไม่น้อยหน้าพวกเขาหรอกทว่าปลายฟ้ากลับคิดผิดมหันต์“เดี๋ยวฉันไปส่งไม้เอง” ปลายฟ้าสรุปความกับผองเพื่อน ขณะที่ประคองนีรามนที่เมาแล้วเงียบเชียบ ไม่โวยวาย เช่นเดียวกับตอนที่เธอปกตินั่นแหละ “นอกจากเราแล้วไม้อย่าไปเมาแบบนี้กับใ
พันทิวา นารยพยัคฆ์ยิ้ม...“ตกลงดีลตามนี้ค่ะ ยินดีที่ได้ร่วมงานกัน” พันทิวายกยิ้มพร้อมจับมือส่งลาบรรดาคู่ค้าที่พากันงงเป็นไก่ตาแตก ก่อนจะส่งหน้าที่ในการตกลงเซ็นสัญญาอีกทีหนึ่งให้กับปณิดาที่เดินนำคู่ค้าทางธุรกิจออกไปก่อนแล้ว พร้อมกับผู้ติดตามอีกสองคนของพันทิวาที่ติดตามไปด้วยทั้งที่ตอนนี้หล่อนควรจะกลับบ้านกลับช่องหลังจากคุยเจราจาธุรกิจคร่ำเคร่งกับการงานภาระอันหนักอึ้ง ทว่าบัดนี้กลับอยากทิ้งตัวอยู่ตรงนี้ไว้สักพัก... พันทิวาก็แปลกใจในความอยากผ่อนคลายของตนเองเหมือนกันแสงสีเสียงกำลังเมามันเมื่อใกล้ถึงท่อนฮุกของเพลงที่เป็นที่นิยมตลอดกาลในร้านเหล้า ทว่าในสายตาพราวของหล่อนมีเพียงเด็กตัวเล็ก ๆ คนนั้นที่เต้นสลัดคราบแมวจอมหยิ่งยั่วสวาทออกหมดสิ้นเหลือเพียงเด็กสาววัยใสคนหนึ่งเที่ยงคืนฉันออกมาคอยเธอ ก็ ลั่น ลัน ลาโอ้เธอเจ้าซินเดอเรลล่า เจอเธอไม่ทันร่ำลา โอ้เธอเจ้าซินเดอเรลล่า เธอเอาแต่ ลั่น ลัน ลาจนเมื่อเพลงจบ เสียงโห่ร้องอย่างสนุกสนานปลดเปลื้องดังขึ้น สายตาคมกริบมองเห็นภาพนีรามนชูมือขึ้นสูง กระโดดเหยง ๆ ไปมากับผองเพื่อนน่าขันจริงเชียว... หมายถึงหล่อนน่ะ น่าขันจริงเชียวมานั่งเสียเวลามองรอยยิ
.ดูท่าทางอ้อแอ้นั่นสิ เมาแล้วยังซ่าไปร้องเพลงกระโดดโลดเต้นเย้ว ๆ ท่ามกลางผู้คนช่างไม่คิดระวังเนื้อระวังตัวเอาเสียเลย...ใครจับอะไรเข้าก็ยอมเขาไปหมดส่งนัยน์ตาหวานให้ติดตรึงตรา แล้วเธอก็เดินหายไปเหมือนดั่งนินจา หยอกเย้า แว้บไปแว้บมา แล้วเธอก็หายไป2เสียงเพลงจากภายนอกที่เข้ามาในห้องให้ได้ยินแผ่ว ๆ ทำให้พันทิวายกยิ้มไม่รู้ตัว มองคนเมาที่กำลังออกลาย เต้นอย่างที่หล่อนไม่เคยคิดว่าคนนิ่ง ๆ ไม่แพ้หล่อนแบบนั้นจะสามารถรั่วได้ถึงขนาดนี้ ท่าทางเต้นก็หาได้เย้ายวนตาไม่ กลับเป็นท่าเต้นที่ตลกขบขันเสียด้วยซ้ำ...เหตุใดจึงละสายตาไม่ได้หนอภาพนายเหนือหัวที่ยกยิ้ม แย้มหัวเราะออกมาเล็กน้อยนั่นส่งให้บรรดาผู้ติดตามพากันมองหน้ากันเหรอหราตาแทบถลนจากเบ้า สองสาวสวยที่ถูกเจ้าของร้านส่งตัวมาให้เสือยิ้มยากเชยชมพากันน้อยอกน้อยใจทว่ามิอาจตีโพยตีพายอะไรมาก เพราะกริ่งเกรงกลัวเงาหัวจะไม่มีออกจากที่แห่งนี้ เช่นเดียวกันกับคู่ค้าทางธุรกิจที่ถูกนัดให้มาคุยดีลกันที่นี่ พวกเขาราวกับพบเจอภาพหายากพันทิวา นารยพยัคฆ์ยิ้ม....ดูท่าทางอ้อแอ้นั่นสิ เมาแล้วยังซ่าไปร้องเพลงกระโดดโลดเต้นเย้ว ๆ ท่ามกลางผู้คนช่างไม่คิดระวังเนื้อระ
หรืออีกนัยหนึ่ง...มีใครข้างตัวที่ทำให้คนอื่นเข้าถึงเธอไม่ได้หรือเปล่า พันทิวาคลึงแก้วใสใส่เครื่องดื่มในมือ เมินสัมผัสเย้ายวนจากหญิงสาวทั้งสองคนที่เข้ามานั่งพะเน้าพะนอเอาใจขนาบข้าง... ดวงตาคมสวยสังเกตสังกาคล้ายมุมมองพระเจ้า ที่สามารถมองลงไปด้านล่างและด้านนอกได้ฝั่งเดียว เพราะห้องวีไอพีที่หล่อนนั่งอยู่นั้นไม่สามารถมองเข้ามาจากภายนอกได้...“ไม้ ไปเต้นกันเถอะ” นีรามนไม่ทันได้ปฏิเสธ เธอถูกปลายฟ้าจับจูงมือไปที่โล่งใกล้ ๆ กับโต๊ะที่นั่งกันอยู่ นีรามนที่เริ่มแก้มร้อนผ่าวเล็กน้อย แอลกอฮอล์เข้าสู่สายเลือด แล้วยิ่งเห็นคนอื่น ๆ พากันโห่ร้องเมื่อนักดนตรีเริ่มเล่นเพลงที่เป็นที่รู้จักมานักต่อนักของวงดนตรีไทยชื่อดัง ไม้จึงคิดว่าจะเต้นคลายเครียดกับเขาสักหน่อยคงไม่เป็นไรกระมัง... “เมาแล้วแน่เลย ยิ้มกว้าง ๆ แบบนี้น่ะ” มือหอมเย็นของปลายฟ้าเข้ามาแตะใบหน้าที่ร้อนผ่าวของนีรามนที่คลี่ยิ้มส่งให้ “อืม” เธอไม่ปฏิเสธคำสันนิษฐานของเพื่อน ก่อนแสงสีจะทำให้นีรามนรู้สึกผ่อนคลาย สบายใจ เด็กสาวในชุดเสื้อยืดพอดีตัวกับกางเกงยีนสีซีดขาดเข่าจึงเริ่มเต้นตามเพลงและเพื่อนที่พาสนุก...ดูท่าทางอ้อแอ้นั่นสิ เมาแล้วยั
นีรามนจามยกใหญ่ จนเพื่อน ๆ รวมทั้งปลายฟ้าพากันมอง ยังดีที่เธอใช้แขนเสื้อปิดจมูกพอดี“ไม่สบายเหรอไม้ เมื่อกี้ยังปกติอยู่เลย” ปลายฟ้ากุลีกุจอเข้าทาบมือที่หน้าผากและแก้มเธอยกใหญ่ จนนีรามนต้องแถลงไข “ไม่เป็นไรหรอก น่าจะฝุ่นเยอะมากกว่า”วันนี้เธอถูกกึ่งบังคับ กลุ่มเพื่อนของปลายฟ้าที่พากันดรามาว่าเธอไม่ค่อยมีเวลาว่างมาเที่ยวด้วยกันนานแล้ว นีรามนพอจะรู้จักเพื่อนกลุ่มนี้เพราะปลายฟ้าเคยพาเธอมาพบเจอ บ้างก็มาช่วยพวกเขาติวบทเรียนเพิ่มคะแนนสอบนีรามนจึงถูกลากมาที่ไนต์คลับชื่อดังแห่งหนึ่งกลางกรุง “อีกเดี๋ยวก็คงไม่ได้เจอกันบ่อย ๆ แบบนี้แล้ว” หนึ่งในกลุ่มเพื่อนเอ่ยขึ้น “วันนี้ก็ถือว่ามาเที่ยวฉลองก่อนจบฝึกงานกันนะพวกมึง เดี๋ยวจบฝึกงานครบทุกคนเมื่อไหร่ค่อยมาแดกอีกที ฉลองปีสุดท้ายของมหาฯ ลัยโว้ย” นีรามนรู้สึกอุ่นใจ เพราะไม่ค่อยมีใครเข้าหาเธอมากนัก จะเป็นแบบนี้ทุกครั้งที่เธอมากับปลายฟ้าคงเพราะปลายฟ้า…เพื่อนของเธอนั้นน่าสนใจและน่าดึงดูดมากกว่าเป็นไหน ๆ ก็นี่ดีกรีเชียร์ลีดเดอร์ประจำมหาวิทยาลัยเลยนะ“นานทีจะได้มาเที่ยวด้วยกันเนอะไม้” ปลายฟ้าในชุดเดรสสั้นสีดำขับผิวขาวผ่อง จับมือจับไม้นีรามนอย่างดีใจ เพร
นางเกลียดมัน เกลียดมันที่เป็นเหมือนหนามยอกอกของนางไม่จบไม่สิ้น ซ้ำยังทำอันใดกับมันมิได้เลยเพราะนราธิปกอาจล่มโดยง่ายเพราะความชั่วร้ายและสุดแค้นของมันที่มีต่อนางและตระกูลนี้ตระกูลที่เบ่งมันออกมา ชุบเลี้ยงมันจนให้มาโอหังใส่ถึงทุกวันนี้อย่างไรเล่า!ใช่ว่าตระกูลนี้จะไร้ซึ่งบุรุษให้สืบทอด ทว่าบุรุษในตระ
ศิรินภายกยิ้มละไม เรียวนิ้วเกี่ยวยกแก้วกาแฟขึ้นจิบอย่างเงียบสงบ “ขอโทษแทนคนของภาด้วยค่ะ” ขอโทษทั้งที่เหตุการณ์ก็ผ่านมานานแล้ว “จนอยู่ไปอยู่มา ได้เห็นว่าชีวิตเด็กคนนี้น่าสนใจกว่าเปลือกนอกเป็นไหน ๆ” ช่วงเวลาที่ได้เห็นความอดทนของเด็กคนนั้นจนกระทั่งเด็กคนนั้นอ่อนแอลงตรงหน้าโชคยังดีที่หล่อนรับเด็กคนนั
“ถือว่าน้องขอด้วยอีกแรง” ศิรินภายิ่งซ้ำเมื่อเห็นพันทิวานิ่งคิด แววตาหวานซึ้งราวน้ำผึ้งเดือนห้าอ้อนวอนคนที่เหมือนเป็นพี่สาว “ถือซะว่าพี่แพรเมตตาน้อง ...แล้วก็คนของน้อง”พันทิวามองออกไปนอกหน้าต่าง ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง “แกห่วงตัวเองก่อนเถอะตอนนี้” เพราะทราบข่าวว่าเมื่อไม่นานมานี้ ศิรินภาถูกเรียกพบเร่งด
“ไม้” นีรามนที่กำลังมึนงงสะลึมสะลือมองหาใครอีกคนที่เธอทิ้งเจ้าตัวชิงหลับไปก่อนจะได้ต่อปากต่อคำนานกว่านี้ ทว่ากลับเป็นศิรินภาที่เข้ามาหา กอดเธอไว้หลวม ๆ ด้วยกลัวจะกระเทือนแผลของเธอ นีรามนยกยิ้ม ยกมือขึ้นกอดตอบอีกคนด้วยความเคยชิน เพราะคิดว่าเป็นครอบครัวคนหนึ่ง...ทว่าท่าทางกอดตอบของเธอ ดันไปขัดหูข







