LOGINหลังจากเรื่องในวันนั้นที่เปลี่ยนแปลงผมในหลายๆอย่าง ตั้งแต่วันนั้นผมก็ฝันร้ายมาตลอด จนกระทั่งได้มาเจอหน้าพี่อีกครั้ง ฝันร้ายนั้นถึงได้หายไปจากชีวิตผม
View MoreHe pressed a kiss to the crease of my thigh, just beside where I ached most, and my words dissolved into a sound I didn't recognize.
"There." His lips moved against my skin. "That's not hatred."
"I—"
He kissed higher. The juncture of my thigh and hip. The soft plane of my belly. Each press of his mouth was deliberate, unhurried, as though he had all the time in the world and intended to spend every second of it learning my body.
"I should be trying to kill you," I managed.
"You should." Another kiss, just below my navel. "Why aren't you?"
Because my fingers were tangled in his hair. Because my hips had canted forward without permission. Because the bond was flooding me with his satisfaction, his reverence, his raw and terrible need... and I was drowning in it.
I hated him. I did.
But hatred had never felt like this.
"Tell me what you want," he murmured against my skin. His tongue traced the ridge of my hip bone, and my knees buckled.
"Nothing."
"Liar." His mouth moved lower. "Tell me again."
"Nothing from you."
"Once more." His breath was hot against my curls now, so close I could feel the promise of him in every nerve ending. "And mean it this time."
I opened my mouth. Closed it. My throat worked around words that wouldn't come, denials, insults, demands that he release me. None of them made it past my lips.
Because his hands had tightened on my thighs, spreading me wider.
Because his tongue had found me at last.The sound I made wasn't human. It was animal, broken, dragged from somewhere deeper than my voice. My back arched off the stone, and my hands fisted in his hair, not to push him away, not to pull him closer, but just to hold on.
He didn't rush. That was the terrible thing. He tasted me like I was something to be savored, not consumed. Slow strokes. Lazy circles. Pauses where he simply breathed against me, letting me feel his heat, letting the anticipation build until I thought I might scream.
"You're so wet," he said, the words vibrating against my most sensitive flesh. "Your body knows what you won't admit."
"Shut up."
But my voice cracked on the last word, and he laughed... a dark, pleased sound that I felt all the way to my spine. His tongue returned to its work, more insistent now, tracing patterns I'd never imagined against the pearl of my sex.
My thighs began to shake.
"Tell me to stop." He pulled back just enough to speak, his lips slick with me. "Say the word, and I'll stop."
I couldn't. I wouldn't. The bond was a wildfire now, consuming everything, my anger, my pride, my three years of running. I felt what he felt: the exquisite torture of my taste, the maddening pulse of me against his tongue, the Hunger that had driven him to this moment.
"Nothing to say?" His tongue circled my entrance, teasing, not entering. "Then you'll listen."
His mouth returned to my pearl, and he drew it between his lips and sucked.
My vision went white. The pleasure was a blade, sharp and precise, cutting through every layer of resistance I'd built. My head fell back. My hips rolled. My body moved of its own accord, grinding against his mouth, chasing something I'd never caught before.
"Beg me."
The command rumbled through me. I shook my head, teeth gritted, pride screaming.
"Beg me, Maeve." His tongue flattened, pressed, held. "You've fought me for three years. Fight this too. Or give in. But don't lie to me."
"I hate you."
"I know." His tongue dipped inside me, just barely, and retreated. "Beg."
“เชี่ย! คำพูดเมื่อกี้ของเพื่อนกูเด็ดมาก นี่สิถึงจะเป็นไอ้คิงเพื่อนกูสมัยมัธยม โหดสาดด” เฉินเดินขึ้นหน้าไปกล่าวกับคิงด้วยสีหน้าตื่นเต้น อ่า..นานแค่ไหนแล้วนะที่เพื่อนเขาไม่ได้โหดแบบนี้ ทำเอาเฉินนึกไปถึงว่าคิงโดนสลับตัวโดยคนหน้าเหมือนไปแล้ว“หลีกไปเลย มึงนี่เชียร์แต่จะให้เพื่อนมีเรื่อง ทั้ง ๆ ที่คนที่กระจอกกว่าใคร ดูแลตัวเองก็ไม่ได้คือมึง” เชฟกลอกตา เดินขึ้นหน้าเอ่ยขึ้นพร้อมกับใช้มือดันศีรษะเฉินออกไป เกะกะขวางทางเดินของพวกเขาสองคน“ถึงกูจะไม่เก่งแต่กูรวยเว้ย! โลกนี้กูใช้เงินซื้อได้ทุกอย่าง ยกเว้นแค่พวกมึงสองคนไง ไม่งั้นพวกมึงไม่ได้มาเป็นเพื่อนกูหรอก” เฉินรีบวิ่งไปยืนต่อหน้าคิงและเชฟเอ่ยออกมาอย่างภูมิใจในอำนาจเงินของตัวเอง“เงินพ่อมึงเว้ย! ไม่ใช่เงินมึง” เชฟเอ่ยแก้ความเข้าใจผิดของเฉินให้“เงินป๊าก็คือเงินกูอยู่วันยังค่ำอะแหละ มึงพูดแบบนั้นไม่ได้หรอกนะ” เฉินกอดอกพูดออกมาอย่างภูมิใจ“ไอ้นี่วอนแล้ว” เชฟได้ยินอย่างนี้ก็คิ้วกระตุก อยากจะเข้าไปสั่งสอนเฉิน แต่ก็โดนร่างสูงข้าง ๆ ห้ามเอาไว้ก่อน“พอ ๆ เลยพวกมึงสองคน เลิกทะเลาะกันได้แล้ว ถ้าต่อไปไม่มีกูคอย
“อื้มม...ซี้ดด...ทำไมข้างหลัง...ซี้ดด มันอึดอัดจังวะ” ภาณุเอ่ยขึ้นมาตอนเช้าเมื่อเริ่มรู้สึกตัวแม้ว่าตาจะยังหลับอยู่ก็ตาม เวลาเขาขยับตัวมันรู้สึกเสียวไปทุกครั้งเลยแม้จะขยับเพียงนิดเดียว ยิ่งกับช่องทางด้านหลัง ยิ่งรู้สึกว่ามันแน่นมากผิดปกติ“อื้มม...พี่ภาณุอย่าขยับมากสิครั...ซี้ดดด...ยิ่งพี่ขยับผมยิ่งเสียวนะ...อ่า...หรือพี่ภาณุอยากให้ผมแตกในตอนเช้าแบบนี้ก่อนไปเรียนดีครับ” คิงเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าเหยเก เวลาที่พี่ภาณุขยับตัวเขาเสียวจะแย่จนตื่นนอนเลยเมื่อได้ยินเสียงกระเส่าของคิงที่ดังขึ้นข้างหู ภาณุก็ลืมตาตื่นขึ้นทันควัน มองสภาพร่างกายของตัวเองในตอนนี้ที่มีแขนสีขาวกอดรัดร่างอยู่ พร้อมกับความรู้สึกแปลก ๆ ที่ช่องทางด้านหลังที่คับแน่น พอลองขมิบดูก็ได้ยินเสียงครางกระเส่าและลมหายใจร้อนของคิงรดที่ต้นคอ บวกกับคำพูดของคิงในสถานการณ์แบบนี้ ภาณุก็รู้ทันทีเลยว่าอะไรที่ทำให้ตัวเองอึดอัดที่ด้านหลัง“ไอ้คิง!” ภาณุตะโกนเรียกชื่อคิงเสียงดังเมื่อเขาลองคิดไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืน ปรากฏว่าตั้งแต่ที่หยุดพักกันจนหลับ เขายังไม่เห็นหรือรู้สึกแต่อย่างใดว่าคิงนั้นถอนลำแก่นกายออกไปจากตัวเลย
“พี่ภาณุจะให้ผมแก้ผ้าโป๊อยู่คนเดียวเหรอครับ” ทันทีที่พี่ภาณุวางคิงลงบนเตียงนอนเขาก็เอ่ยถามขึ้น เมื่อเห็นว่าคนพี่ไม่มีทีท่าที่จะถอดเสื้อผ้าที่สวมอยู่บนตัวออกเลย“ใจร้อนจริงวัยรุ่นเนี่ย” ภาณุเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะค่อย ๆ ถอดเสื้อผ้าออก แต่ก็เป็นการถอดที่ช้ามาก ผ่านไปเกือบนาทีภาณุพึ่งจะปลดกระดุมเสื้อได้เพียงเม็ดเดียวเท่านั้น ภาณุต้องการยั่วให้เด็กน้อยใจร้อนเล่น แกล้งเจ้าหัวทุยที่มันกำลังกระดกผงกหัวน้ำสีใสปนขาวขุ่นไหลเยิ้มลงเตียงนอนเขา“ถ้าพี่จะถอดช้าขนาดนี้ เดี๋ยวผมช่วยถอดเองครับ” เห็นคนพี่ตั้งใจถอดช้าขนาดนี้ จากที่คิงตั้งใจรอให้พี่ภาณุถอดเสื้อผ้าเอง เขาก็ลุกขึ้นเข้าไปช่วยพี่ภาณุจนร่างกายคนพี่ไม่มีเสื้อเหลืออยู่สักชิ้นคิงดึงร่างคนพี่เข้ามาสวมกอด ใช้มือลูบไล้ไปตามลำตัวคนพี่ทุกสัดส่วน ขณะที่ปากก็ดูดเม้มสร้างรอยรักขึ้นรอบคออีกฝ่าย มือคิงจับแก่นกายสีไข่ของตัวเองและแก่นกายสีเนื้อของพี่ภาณุมาประกบกัน ก่อนจะกำแท่งเนื้อสองแท่ง ชักรูดขึ้นลงอย่างพร้อมเพรียงกันทำให้ภายในห้องลุกเป็นไฟ ทั้งคิงและพี่ภาณุต่างก็เปล่งเสียงครางกระเส่าออกมาอย่างเต็มที่ พวกเขาสองคนผลัดกันล
“คิงลงมากินข้าวได้แล้ว” ภาณุตะโกนเรียกคิงที่ขึ้นไปอาบน้ำชั้นสองให้ลงมากินข้าวเย็นหลังจากพวกเจ๊เกียงออกไป ภาณุกับคิงก็ช่วยกันทำความสะอาดบ้านขนานใหญ่จนสะอาดเหมือนเก่า การทำความสะอาดบ้านทำให้พวกเขาสองคนทั้งเหนื่อยและเนื้อตัวสกปรก เต็มไปด้วยกลิ่นเหงื่ออันไม่พึงประสงค์ภาณุที่ต้องรับหน้าที่ทำอาหารจึงขึ้นไปอาบน้ำก่อนเพื่อที่จะได้ลงมาทำอาหารเย็นเร็ว ๆ เมื่ออาบน้ำเสร็จภาณุก็ลงมาทำอาหารด้านล่าง ส่วนคิงก็ขึ้นไปอาบน้ำแทนจนเวลานี้ภาณุทำอาหารเสร็จแล้ว คิงก็ยังไม่ลงมาเลย ภาณุจึงต้องตะโกนเรียกไม่ได้รับการตอบกลับจากคิง ภาณุก็ขมวดคิ้ว ตอนแรกตั้งใจว่าจะรอกินพร้อมกัน แต่ดูท่าคิงน่าจะยังอาบน้ำไม่เสร็จ แม้จะไม่รู้ว่าทำไมคิงถึงได้อาบน้ำนานนัก แต่ภาณุนั้นหิวมากจากการใช้แรงมาทั้งวัน เขาทนไม่ไหวที่จะต้องรอจึงตักข้าวนั่งกินก่อน“พี่ภาณุครับ”พรวดด!ภาณุเงยหน้าขึ้นตามเสียงเรียก แต่ทันทีที่เห็นร่างเจ้าของเสียงเรียกนั้น อาหารที่อยู่ในปากภาณุถึงกลับพุ่งออกมาอย่างแรงภาพตรงหน้าคือคิงที่ยืนอยู่บนบันไดด้วยสภาพโป๊เปลือยร่างกายชุ่มน้ำ พันผ้าขนหนูสีขาวเอาไว้รอบเอว มัด
นับจากวันนั้นที่พี่ภาณุมาหาคิงที่ห้องเขาก็เลิกเก็บตัว เข้าเรียนและทำตัวตามปกติเหมือนก่อนหน้านั้น ซึ่งเชฟและเฉินก็ดีใจมากที่เพื่อนสนิทตัวเองกลับมาทำตัวเป็นปกติ ไม่ต้องให้เป็นห่วงอีกต่อไป ส่วนเรื่องฝันร้ายนั้นพอถามคิงไปคิงก็บอกว่าตัวเองนั้นไม่ฝันร้ายอีกต่อไปแล้วเฉินนั้นดีใจมากที่แผนที่ตัวเอ
“อื้มม”เมื่อแสงแดดสาดส่องเข้ามาภายในห้อง คิงที่นอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มที่ก็เริ่มรู้สึกตัวตื่น ความร้อนจากแสงแดดเมืองไทยไม่เคยปรานีใครแม้จะนอนอยู่ในห้อง ความร้อนแรงก็ยังคงสาดส่องเข้ามาให้รู้สึกร้อนอยู่ตลอดเวลาหนุบหนับ ๆ“หื้มมมม”‘อะไรนุ่ม ๆ วะ’ยังไม่ทันลืมตาตื่น มือของคิงก็สัมผัสเข้ากับอะไรบางอย
“เดี๋ยวพวกเราก็มาจับฉลากเลือกห้องกันเลยดีไหมครับ”“ดี!”“งั้นมาเริ่มกันเลย หนึ่งห้องต่อสองคนนะ”พอมาถึงค่ายที่เป็นจุดหมายปลายทาง รุ่นพี่ก็จัดการจับฉลากขึ้นเพื่อหาคนที่จะต้องนอนด้วยกันสองคนต่อหนึ่งห้อง ที่นี่ดูเหมือนจะเป็นค่ายสันทนาการขนาดใหญ่ เพราะมีด่านต่าง ๆ มากมายตลอดทางที่นั่งรถบัสมา“เชี่ยเอ๊ย
“เฮือก!”คิงลืมตาตื่นลุกขึ้นนั่งบนเตียงหอบหายใจอย่างรัวเร็ว ภายในห้องที่มืดสลัวชายหนุ่มมีสีหน้าที่หลากหลายอารมณ์ เขาหายใจอย่างรุนแรง มือแนบหน้าอกจับบริเวณหัวใจที่เต้นรัวของตัวเอง จนกระทั่งเวลาผ่านไปสักพักเขาถึงจะทำตัวให้สงบลงได้สักที“นี่ฝันร้ายอีกแล้วเหรอ”เป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้วที่คิงต้องฝันร้ายทุ