Law In Love #นิติติดเกียร์

Law In Love #นิติติดเกียร์

last updateLast Updated : 2026-04-27
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
30Chapters
943views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

หลังจากเรื่องในวันนั้นที่เปลี่ยนแปลงผมในหลายๆอย่าง ตั้งแต่วันนั้นผมก็ฝันร้ายมาตลอด จนกระทั่งได้มาเจอหน้าพี่อีกครั้ง ฝันร้ายนั้นถึงได้หายไปจากชีวิตผม

View More

Chapter 1

บทนำ

He pressed a kiss to the crease of my thigh, just beside where I ached most, and my words dissolved into a sound I didn't recognize.

"There." His lips moved against my skin. "That's not hatred."

"I—"

He kissed higher. The juncture of my thigh and hip. The soft plane of my belly. Each press of his mouth was deliberate, unhurried, as though he had all the time in the world and intended to spend every second of it learning my body.

"I should be trying to kill you," I managed.

"You should." Another kiss, just below my navel. "Why aren't you?"

Because my fingers were tangled in his hair. Because my hips had canted forward without permission. Because the bond was flooding me with his satisfaction, his reverence, his raw and terrible need... and I was drowning in it.

I hated him. I did.

But hatred had never felt like this.

"Tell me what you want," he murmured against my skin. His tongue traced the ridge of my hip bone, and my knees buckled.

"Nothing."

"Liar." His mouth moved lower. "Tell me again."

"Nothing from you."

"Once more." His breath was hot against my curls now, so close I could feel the promise of him in every nerve ending. "And mean it this time."

I opened my mouth. Closed it. My throat worked around words that wouldn't come, denials, insults, demands that he release me. None of them made it past my lips.

Because his hands had tightened on my thighs, spreading me wider.

Because his tongue had found me at last.The sound I made wasn't human. It was animal, broken, dragged from somewhere deeper than my voice. My back arched off the stone, and my hands fisted in his hair, not to push him away, not to pull him closer, but just to hold on.

He didn't rush. That was the terrible thing. He tasted me like I was something to be savored, not consumed. Slow strokes. Lazy circles. Pauses where he simply breathed against me, letting me feel his heat, letting the anticipation build until I thought I might scream.

"You're so wet," he said, the words vibrating against my most sensitive flesh. "Your body knows what you won't admit."

"Shut up."

But my voice cracked on the last word, and he laughed... a dark, pleased sound that I felt all the way to my spine. His tongue returned to its work, more insistent now, tracing patterns I'd never imagined against the pearl of my sex.

My thighs began to shake.

"Tell me to stop." He pulled back just enough to speak, his lips slick with me. "Say the word, and I'll stop."

I couldn't. I wouldn't. The bond was a wildfire now, consuming everything, my anger, my pride, my three years of running. I felt what he felt: the exquisite torture of my taste, the maddening pulse of me against his tongue, the Hunger that had driven him to this moment.

"Nothing to say?" His tongue circled my entrance, teasing, not entering. "Then you'll listen."

His mouth returned to my pearl, and he drew it between his lips and sucked.

My vision went white. The pleasure was a blade, sharp and precise, cutting through every layer of resistance I'd built. My head fell back. My hips rolled. My body moved of its own accord, grinding against his mouth, chasing something I'd never caught before.

"Beg me."

The command rumbled through me. I shook my head, teeth gritted, pride screaming.

"Beg me, Maeve." His tongue flattened, pressed, held. "You've fought me for three years. Fight this too. Or give in. But don't lie to me."

"I hate you."

"I know." His tongue dipped inside me, just barely, and retreated. "Beg."

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
30 Chapters
บทนำ
ท้องฟ้าที่กลายเป็นสีส้มนั้น เป็นสัญญาณว่าพระอาทิตย์ใกล้จะลาลับขอบฟ้าไปแล้ว“แฮ่ก ๆ แฮ่ ๆ”ภายในตรอกซอกซอยแห่งหนึ่ง มีเด็กหนุ่มวัยมัธยมกำลังวิ่งหอบเหนื่อยวิ่งหนีอย่างหัวซุกหัวซุนโดยไม่รู้เส้นทาง เด็กหนุ่มวิ่งหนีไปตามตรอกซอย วิ่งหนีไปโดยไม่คิดชีวิต แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้ามากเพียงใด แต่เขาก็ยังวิ่งหนีต่อไปตามตรอกซอกซอยโดยไม่คิดชีวิต“แน่จริงมึงก็อย่าหนีดิวะ”“หยุดนะเว้ยไอ้เด็กเปรต”“เด็กเวรนี่! อย่าให้กูจับตัวได้นะ”ข้างหลังเด็กหนุ่มมีกลุ่มวัยรุ่นสี่ถึงห้าคนวิ่งตามในระยะประชิด ปากก็ตะโกนด่าอยู่ตลอดทางไม่หยุด คงไม่ต้องคิดถึงสภาพว่า ถ้าทันทีที่เจ้าตัวหยุดวิ่งจะโดนอะไรเรื่องทั้งหมดนี้มันเกิดขึ้นเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้ วันนี้ ‘คิง’ ใช้เส้นทางลัดเพื่อที่จะกลับบ้านเองคนเดียว แต่ระหว่างทางดันเจอกลุ่มวัยรุ่นที่โตกว่าดักขวางเส้นทางข้างหน้า ทั้งกลุ่มกำลังดูดยืนบุหรี่ขวางทางจนคนไม่สามารถผ่านไปได้ เหมือนเป็นพื้นที่ของตนคิงเองก็ไม่ได้คิดอะไร ทำเพียงเหมือนมองไม่เห็นแล้วรีบ ๆ เดินหนีออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด เขาเองก็ตัวคนเดียว ถ้าเกิดมีเรื่องอะไรขึ้นคงจะไม่มีใครยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ แต่เหมือนส
Read more
เด็กนิติ
กริ๊ง ๆหลังจากสัญญาณกริ่งหมดคาบเรียนดังขึ้นหน้าตึกนิติเหล่านักศึกษาก็พากันเดินออกมาจากตัวตึกไม่เว้นแต่กลุ่มหนุ่มหล่อสามคน ทั้งผู้หญิงและผู้ชายต่างก็แอบมองมาทางกลุ่มนี้กันแทบทุกสายตา นั่นก็เพราะว่าสามหนุ่มนั้นต่างมีหน้าตาหล่อเหลากันจนเลือกไม่ถูกว่าใครหล่อกว่าใคร“อาจารย์แม่งบ้าฉิบหายเลยว่ะ คิดได้ไงเรียนวันแรกก็ให้พวกเราลองสอบวัดความรู้ซะแล้ว”“จริงไอ้เหี้ย เข้าห้องสอบมาคำแรกที่พูดเล่นเอาทั้งห้องเงียบไปเลย”‘วันนี้เป็นวันแรกที่พวกเราเจอหน้ากัน เพราะงั้นอาจารย์จะขอสอบวัดความรู้พื้นฐานพวกเธอหน่อย’“แค่นึกถึงคำพูดแรกของอาจารย์ กูก็หนาวสั่นไปทั้งตัวแล้ว ตอนนั้นเล่นเอาขนลุกไปหมดเลย”“มึงขนลุกแค่ตอนนั้น ส่วนกูนี่ขนลุกตั้งแต่เริ่มยันสอบเสร็จกูยังงงอยู่เลยว่า มันเกิดอะไรขึ้น”“เออจริง แค่ข้อแรกมากูก็งงจนไปไม่เป็นละ กฎหมายเอกชนกับกฎหมายมหาชนแตกต่างกันยังไง ไอ้สัตว์ กูยังไม่รู้เลยว่ามันคืออะไร แล้วจะให้กูอธิบายได้ยังไงวะ”“พวกมึงก็พูดกันเกินไปเปล่า อาจารย์แค่จะวัดความรู้พื้นฐานเท่านั้นแหละ คะแนนอะไรก็ไม่มี จะซีเรียสกันไปทำไม”‘คิง’ ที่เดินนำอยู่ด้านหน้าหันไปพูดกับเพื่อนทั้งสองที่กำลังหัวเสียกับเ
Read more
รอดหวุดหวิด
“นี่! มันชื่อภาณุ วิศวะปีสาม อดีตเดือนคณะวิศวะ ไอ้นี่แหละที่เป็นเจ้าของรถมอเตอร์ไซค์ที่ขับปาดหน้าพวกเรา” เชฟกลืนอาหารที่อยู่ในปากลงคอแล้วยื่นมือถือตัวเองให้คิงดู ปากก็พูดข้อมูลที่ตัวเองสืบหามาได้ให้อีกฝ่ายได้ฟังในตอนนี้พวกเขาสามคนกำลังนั่งกินข้าวอยู่ภายในโรงอาหารของคณะ กินข้าวไปได้สักพักหนึ่งสายสืบของเชฟก็หาตัวคนขับรถมอเตอร์ไซค์สีแดงที่คาดว่าน่าจะเป็นคนที่ขับรถเกือบเฉี่ยวชนพวกเขาสามคนเจอในที่สุดคิงไม่ได้พูดอะไรขึ้นแต่รับมือถือของเชฟมาถือเองขณะที่รับฟังข้อมูลจากปากของอีกฝ่าย สิ่งที่อยู่ในมือถือคือหนุ่มวิศวะหน้าตาอึมครึม หน้าเรียวคม ผิวสีแทน อีกฝ่ายถือดอกไม้ช่อโตในมือ บนหัวมีมงกุฎดอกไม้สวมใส่ด้านบน ใส่สายคาดสะพายไหล่สีแดงที่บ่งบอกว่าอีกฝ่ายคือเดือนคณะวิศวะเฉินทนความอยากรู้อยากเห็นหน้าคนจะขับชนพวกเขาไม่ไหว ยื่นหน้ามองรูปในมือคิงด้วยคน“หื้มม... ไอ้เหี้ยที่จะขับรถชนเราตอนเช้ามันหล่อจังวะ หล่อขนาดนี้ได้เป็นแค่เดือนคณะวิศวะเหรอวะ” พอได้เห็นแล้วเขาก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากชม เพราะหน้าตาอีกฝ่ายนั้นหล่อจริง ๆ สมแล้วที่เป็นเดือนคณะวิศวะ“อยากเห็นหน้าเดือนมหา’ลัยปีนั้นเลยว่าแม่งจะหล่อขนาดไหน” เฉ
Read more
ฝันร้ายที่กลับมา
“เฮือก!”คิงลืมตาตื่นลุกขึ้นนั่งบนเตียงหอบหายใจอย่างรัวเร็ว ภายในห้องที่มืดสลัวชายหนุ่มมีสีหน้าที่หลากหลายอารมณ์ เขาหายใจอย่างรุนแรง มือแนบหน้าอกจับบริเวณหัวใจที่เต้นรัวของตัวเอง จนกระทั่งเวลาผ่านไปสักพักเขาถึงจะทำตัวให้สงบลงได้สักที“นี่ฝันร้ายอีกแล้วเหรอ”เป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้วที่คิงต้องฝันร้ายทุกคืน ตื่นขึ้นมากลางดึกในทุกวันเพราะฝันถึงเรื่องคราวนั้นที่เขาควรจะลืมมันไปได้แล้วสิครั้งล่าสุดที่คิงฝันร้ายเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็คือสองสามปีก่อน ก่อนที่พ่อจะพาเขาไปรักษาจนหาย ไม่ฝันร้ายอีกต่อไป ทั้งที่ลืมความฝันนั้นไปแล้วแท้ ๆ แต่ทำไมมันถึงวนกลับมาอีกรอบกันนะ นัยน์ตาเรียวแดงเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ น้ำตาค่อย ๆ ไหลรินลงมา เขากอดเข่าตัวเองก้มหน้าซุกพร้อมกับร้องไห้เสียงเบาออกมาไม่หยุด“มึงเป็นอะไรหรือเปล่าคิง ทำไมตามันแดง ๆ วะ นี่มึงร้องไห้เหรอ” เชฟหยุดมือที่กำลังเอาขนมปังทาเนยเข้าปากทันที เมื่อเห็นว่าเพื่อนอย่างคิงนั้นออกมาจากห้องด้วยนัยน์ตาที่แดงเหมือนคนพึ่งร้องไห้มาอย่างไรอย่างนั้นทันทีที่คิงเดินออกมาจากห้องก็เจอเชฟที่กำลังกินมื้อเช้าอยู่ และแน่นอนว่าไม่ได้มีแค่เชฟแต่ยังมีเฉินด้วยอีกคนที่พักอยู
Read more
นอนห้องเดียวกัน
“เดี๋ยวพวกเราก็มาจับฉลากเลือกห้องกันเลยดีไหมครับ”“ดี!”“งั้นมาเริ่มกันเลย หนึ่งห้องต่อสองคนนะ”พอมาถึงค่ายที่เป็นจุดหมายปลายทาง รุ่นพี่ก็จัดการจับฉลากขึ้นเพื่อหาคนที่จะต้องนอนด้วยกันสองคนต่อหนึ่งห้อง ที่นี่ดูเหมือนจะเป็นค่ายสันทนาการขนาดใหญ่ เพราะมีด่านต่าง ๆ มากมายตลอดทางที่นั่งรถบัสมา“เชี่ยเอ๊ย! ทำไมกูได้นอนกับมึงวะเฉิน”“คิดว่ากูอยากนอนกับมึงเหรอ”“พวกมึงเลิกทะเลาะกันได้แล้ว กูนี่สิไม่รู้จะได้นอนกับใคร”หลังจับฉลากเสร็จ ปรากฏว่าทั้งเชฟและเฉินต่างก็ได้นอนด้วยกัน เหลือแค่คิงที่ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองจะได้นอนกับใคร ตอนนี้ทุกคนต่างก็เดินหารูมเมทของตัวเอง กันให้วุ่น แตกต่างจากคณะวิศวะที่รุ่นพี่เป็นคนกำหนดห้องให้ทุกคนเอง“หื้ม...ทุกคนหารูมเมทเจอหมดแล้วเหรอ” คิงเอ่ยขึ้นด้วยความแปลกใจ ใครก็ตามที่เจอรูมเมตตัวเองแล้ว ต่างก็พากันนั่งลงหมด จะเหลือก็แต่คิงที่ยังยืนอยู่คนเดียว“อะ พี่ลืมบอกไปว่ามีห้องเหลือห้องหนึ่งที่ไม่มีคู่ ต้องนอนคนเดียว น้อง...คิงนั่งลงได้” พี่มาร์กที่พวกเขาเคยเจอเป็นคนดำเนินกิจกรรมพูด คิงจึงนั่งลงกับที่ตัวเอง“อิจฉาจริงที่มึงได้นอนคนเดียว เปลี่ยนกับกูไหมคิง”“ทำไมมึงจะเปลี่
Read more
ใต้แสงจันทร์
“อื้มม”เมื่อแสงแดดสาดส่องเข้ามาภายในห้อง คิงที่นอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มที่ก็เริ่มรู้สึกตัวตื่น ความร้อนจากแสงแดดเมืองไทยไม่เคยปรานีใครแม้จะนอนอยู่ในห้อง ความร้อนแรงก็ยังคงสาดส่องเข้ามาให้รู้สึกร้อนอยู่ตลอดเวลาหนุบหนับ ๆ“หื้มมมม”‘อะไรนุ่ม ๆ วะ’ยังไม่ทันลืมตาตื่น มือของคิงก็สัมผัสเข้ากับอะไรบางอย่าง เมื่อลองบีบมันดูก็ให้ความรู้สึกแปลก ๆ มันนุ่มนิ่ม บีบสนุกมือและก็ยังแข็งอยู่หน่อย ๆ เหมือนกัน จากที่บีบอย่างไม่คิดอะไร คิงก็เริ่มสนุกมือ บีบมันอย่างเมามันโดยไม่คิดจะลืมตาตื่น“อื้มมม มึงทำอะไรวะ” ภาณุที่กำลังหลับฝันหวานลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงีย ก่อนพูดขึ้นเสียงดังเมื่อเห็นเต็มตาว่าคนที่นอนอยู่ข้าง ๆ นั้นกำลังใช้มือบีบหน้าอกตัวเองอยู่“เห้ยย!”พลั่ก!เสียงใครไม่รู้ดังขึ้นภายในห้องที่มีควรจะมีคิงเข้าพักแค่คนเดียว ทำเอาเขาสะดุ้งลืมตาตื่นขึ้นทันที พอเห็นว่ามีผู้ชายนอนอยู่ข้าง ๆ และมือของตัวเองก็กำลังบีบหน้าอกอีกฝ่ายอยู่ก็ตกใจ สมองสั่งการทันทีอย่างไม่รีรอ ยกเท้าขึ้นออกแรงเต็มที่ถีบเข้าที่เอวคนตรงหน้า“โอ๊ยยยย เจ็บ ๆ ๆ ไอ้เด็กนี่ มึงจับหน้าอกกูบีบ...ซี้ดดด...แล้วยังมาถีบกันตกเตียงได้ลงคอนะม
Read more
อีกแล้ว
หมับ ๆคิงขมวดคิ้วขณะที่นอนอยู่ มือของเขานั้นเหมือนกำลังจับอะไรบางอย่างที่ทั้งแข็งและนุ่มในเวลาเดียวกัน มันทั้งนุ่มและแน่นอย่างอธิบายไม่ถูก ยิ่งออกแรงบีบมากขึ้นก็รู้สึกว่ามันนุ่มจนอยากบีบเรื่อย ๆ หัวคิ้วคิงขมวดเป็นปม ถ้าเป็นฝันก็คงเป็นฝันที่แปลกมาก เขาไม่เคยฝันว่าได้จับอะไรแบบนี้มาก่อนเลย“อะ...อ่าส์ ถ้ายังไม่เลิกบีบนมกู ซี้ดดด...กูจะต่อยจริง ๆ นะ” ภาณุที่ตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกแปลก ๆ กัดฟันพูดขึ้น มองใบหน้าหล่อที่คิ้วขมวดหลับตาพริ้มแต่มือนั้นกลับกำลังบีบหน้าอกเขาอยู่อย่างเหลืออดถ้าไม่ติดว่าคิงมันหลับอยู่ ภาณุคงได้ปล่อยหมัดซัดหน้ามันไปแล้ว เห็นว่าหลับอยู่อาจจะละเมอ จึงได้กัดฟันพูดดีด้วยก่อน“เห้ย!” คิงที่ได้ยินเสียงที่คุ้นหูดังขึ้นใกล้ ๆ ก็ลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว สิ่งที่เห็นเล่นเอาคิงตกใจ ร่างกายขยับไปก่อนความคิด ปลายเท้าถีบเข้าที่ซี่โครงรุ่นพี่คณะวิศวะที่นอนข้างกันกระเด็นตกเตียงเสียงดังตุ๊บ!“อั๊กกก...ไอ้เด็กเวร!” ภาณุเอ่ยปากพูดเสียงดังขึ้นมาด้วยความเจ็บจากการตกเตียงเป็นครั้งที่สอง มือจับบริเวณก้นที่กระแทกพื้นถูอย่างรัวเร็วหวังลดอาการเจ็บที่พึ่งเกิดขึ้นให้น้อยลง“พี่ภาณุเป็นอะ
Read more
แบกขึ้นหลัง
“เอาละ ถึงคราวกลุ่มของพวกเราออกเดินทางกันบ้าง ออกเดินทางกันได้ ไป!”รุ่นพี่ปีสามคนหนึ่งที่เป็นหัวหน้ากลุ่มพูดเสียงดัง เดินนำหน้าไปที่ทางเข้าป่า โดยการเดินป่าในครั้งนี้นั้นได้แบ่งเด็กในคณะวิศวะและนิติออกเป็นกลุ่มแยกย่อยหลาย ๆ กลุ่ม มีรุ่นพี่ปีสามคนหนึ่งเป็นหัวหน้ากลุ่มคอยเดินนำและมีรุ่นปีสองอีกหลายคนคอยดูแลช่วยเหลืออีกที“วันนี้ทำไมมึงมาสายวะคิง” เฉินเอ่ยถามคิงขึ้นอย่างสงสัยเพราะว่าคิงนั้นมาสาย ซึ่งขัดกับนิสัยของคิงที่เป็นคนตื่นเช้า“ไม่มีอะไรหรอก แค่พอดีวันนี้กูนอนฝันดีเท่านั้นเอง” คิงเอ่ยปากบอกออกไปตามความจริงส่วนหนึ่งเท่านั้น ที่มาสายเพราะฝันดีนั้นเป็นความจริง แต่เหตุผลส่วนใหญ่นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง“มึง...ไม่ฝันร้ายแล้วเหรอวะ” เชฟขมวดคิ้วด้วยความสงสัยจากคำตอบของคิง เอ่ยปากถามขึ้นอย่างไม่แน่ใจว่าควรถามไหมการที่คิงต้องไปนอนคนเดียวก็ทำเอาเชฟและเฉินแอบเป็นห่วง กลัวว่ามันจะฝันร้ายเกี่ยวกับเรื่องนั้นและเป็นอะไรไปโดยที่ไม่มีใครช่วยเหลือ แต่การที่วันนี้คิงบอกว่าตัวเองนั้นฝันดีจนตื่นสาย ทำให้เชฟสงสัยเพราะมันก็นานแล้วที่คิงไม่ได้ฝันดีเวลานอน“เออ...จริงด้วย”สิ่งที่เชฟถามทำให้คิงนึกถึงเรื่อ
Read more
ทายา
“พี่ภาณุพักอยู่ที่นี่ก่อนไหมครับ พักเอาแรงก่อนแล้วค่อยกลับพร้อมผม” กานเสนอความคิดขึ้นเมื่อหมดเวลาที่จะพักผ่อนภายในแคมป์ของกลุ่มนี้แล้ว ทั้งกลุ่มจะต้องเดินทางกันต่อเพื่อให้ออกจากป่าทันก่อนจะมืด“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมยังแบกพี่ภาณุได้สบาย ๆ และอีกอย่างพวกเราก็อยู่ห้องเดียวกันด้วย กลับพร้อมกันเลยย่อมดีกว่าอยู่แล้ว” ไม่รอให้พี่ภาณุได้ตอบ คิงก็ตอบแทนออกไปก่อน พร้อมกับเดินไปนั่งหันหลังให้พี่ภาณุย่อตัวลงพร้อมที่จะแบก“ขึ้นมาสิครับพี่ภาณุ ผมแข็งแรงพอที่จะแบกพี่ลงไปได้นะครับ” คิงเอ่ยพร้อมจ้องมองคนพี่ที่ยังทำตัวไม่ถูกอยู่ไม่รู้ทำไมภาณุถึงรู้สึกได้ว่าคำพูดของคิงเหมือนจะใส่อารมณ์ไปด้วยยังไงก็ไม่รู้ รู้หรอกว่าอีกฝ่ายแข็งแรง ตอนเช้าก็เห็นแล้ว ไม่ต้องบอกเขาก็ยังจำภาพนั้นติดตาได้“เดี๋ยวพี่ลงไปพร้อมคิงอะแหละดีแล้ว พวกเราอยู่ห้องเดียวกันและยังอยู่กลุ่มเดียวกันอีก พี่ต้องรับผิดชอบกลุ่มนี้ ไม่กลับไปพร้อมกันก็คงจะไม่ได้ แต่ยังไงก็ขอบใจนะ ไว้ตอนกลางคืนค่อยเจอกัน” ภาณุขึ้นขี่หลังคิงขณะที่พูดและมองกานไปด้วย ไม่รู้ทำไมเขาถึงได้รู้สึกถึงสายตาอาฆาตจากคิงก็ไม่รู้ เมื่อพูดว่าจะไปเจอกานตอนกลางคืน‘ไอ้เด็กนี่เป็นอะ
Read more
คืนวายป่วน
“ห้ะ พี่ภาณุคือพี่คนนั้นของมึงจริง ๆ เหรอ” เฉินพูดขึ้นมาเสียงดังด้วยความตกใจ“ชู่ว! มึงจะเสียงดังทำไมวะเฉิน” คิงเอามือปิดปากเฉินเอาไว้อย่างไว พร้อมเตือนไม่ให้เฉินส่งเสียงดังคิงตัดสินใจเรื่องเล่าที่ตัวเองคิดว่าพี่ภาณุนั้นคือคนในความทรงจำของตนแก่เพื่อนทั้งสอง ทั้งคู่ต่างก็รู้เรื่องคนในความทรงจำของคิงเป็นอย่างดี เฉินที่ได้ยินถึงกับตกใจจนพูดเสียงดังก่อนจะโดนคิงใช้มือปิดปาก ส่วนเชฟนั้นก็หันไปจ้องมองพี่ภาณุพร้อมกับคิดอะไรบางอย่าง“แล้วมึงแน่ใจได้ยังไงว่าพี่ภาณุคือคนคนนั้นจริง ๆ” เชฟมองตรงเข้าไปในกลุ่มวิศวะ จ้องมองพี่ภาณุไม่วางตาขณะที่พูด“กูจำหน้าพี่เขาได้ ใบหน้านั้นกูไม่เคยลืม ตั้งแต่วันนั้นที่มึงเอารูปให้กูดู กูก็คิดว่าต้องเป็นพี่เขาแน่ ๆ อั๊ก...” คิงตอบอย่างมั่นใจก่อนจะร้องออกมาเสียงเบาเพราะมีหมาบ้ากัดมือเขา“แค่ก ๆ ปล่อยได้สักที มึงกะฆ่ากูหรือไง” เฉินหอบหายใจหลังจากได้รับอิสระในการพูด“โทษที ๆ” คิงรีบขอโทษเฉิน“มึงแน่ใจได้ยังไงว่าเป็นพี่เขา ไม่ใช่คนหน้าเหมือน” เชฟยิงคำถามที่ตรงจุดเข้าไปอีกดอก“กูรู้สึกได้ว่าใช่พี่เขาแน่ ๆ ไม่ใช่
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status