LOGIN
ร่างอรชรในชุดเดรสพอดีตัวเน้นส่วนเว้าส่วนโค้งเดินนวยนาดเข้ามาภายในโถงสะอาดสะอ้านของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ใบหน้าสวยรูปไข่รับกับดวงตากลมโตสีดำสนิทที่ตวัดหางตาดูเฉี่ยวคม ผมสีดำขลับสลวยที่เคยรวบตึงในเวลาทำงาน บัดนี้ถูกปล่อยให้ทิ้งตัวลงมาประบ่า เพิ่มเสน่ห์ให้เธอดูเย้ายวนกว่าวันไหน ๆ
แม้ภายนอกจะดูมั่นใจในฐานะประชาสัมพันธ์สาวของสายการบินระดับพรีเมียม แต่ลึกๆ ในใจเธอกลับว้าวุ่น ถึงอาการบางอย่างที่รบกวนร่างกายและจิตใจ จนกระทั่งตัดสินใจปรึกษาผ่านเพจของโรงพยาบาล และได้รับคำแนะนำจากคุณหมอท่านหนึ่งให้เข้ามาตรวจอย่างจริงจัง
“คุณชุติมน เชิญที่ห้องตรวจค่ะ” เสียงพยาบาลปลุกเธอออกจากภวังค์ หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะลุกขึ้นเดินตามแรงเรียก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างห้ามไม่ได้ เมื่อบานประตูเปิดออก
ภาพตรงหน้าทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดไปชั่วขณะ คุณหมอหนุ่มเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาอยู่ในชุดเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดตา เขากำลังก้มหน้าอ่านแฟ้มประวัติอย่างตั้งใจ ทันทีที่เขาเงยหน้าขึ้น รอยยิ้มอบอุ่นที่ประดับบนใบหน้าคมเข้มนั้นก็ทำเอาชุติมนใจเต้นแรงอย่างห้ามไม่อยู่
‘ในรูปหน้าห้องว่าหล่อแล้ว แต่ตัวจริงหล่อกว่าเป็นไหนๆ’ เธอแอบคิดในใจชั่ววูบ ก่อนหน้านี้เธอแอบเสียดายที่ไม่ได้จองคิวหมอผู้หญิงเอาไว้ แต่พอได้เห็นสายตาคมกริบที่ดูใจดีคู่นั้น ความกังวลก็แปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกแปลกประหลาดที่แล่นปราดไปทั่วร่าง จนเธอเผลอคิดเข้าข้างตัวเองไปไกล... หรือนี่จะเป็นพรหมลิขิตกันแน่!
“สวัสดีครับคุณชุติมน ช่วยเล่าอาการให้หมอฟังหน่อยครับ” เสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์เอ่ยถามขณะที่เขาละสายตาจากเอกสารมาประสานตากับเธอ
“คือ...ดิฉันคิดว่าตัวเองป่วยเป็นโรคประหลาดค่ะ” เธออ้อมแอ้มตอบ พยายามหลบสายตาที่ดูเหมือนจะอ่านใจเธอได้
“อาการที่ว่า เป็นแบบไหนครับ”
“เอ่อ...คือ...” ชุติมนเม้มริมฝีปากแน่น รู้สึกหน้าร้อนผ่าวจนถึงใบหู
“ดิฉันรู้สึกว่า...ตัวเองมีความต้องการทางเพศสูงผิดปกติค่ะ” คำสารภาพนั้นทำให้บรรยากาศในห้องเงียบลงชั่วครู่ คุณหมอหนุ่มชะงักไปเล็กน้อยแต่ยังคงรักษาท่าทีนิ่งสงบตามวิชาชีพ เขาจดอะไรบางอย่างลงในสมุดบันทึก
“ขออนุญาตนะครับ ไม่ทราบว่าตอนนี้คุณอายุเท่าไหร่แล้วครับ”
“ยี่สิบสี่โสดสนิทค่ะ” เธอเผลอโพล่งความในใจออกไปเพราะมัวแต่พิศมองใบหน้าหล่อเหลานั้นจนเพลินตา
“บอกแค่อายุก็ได้ครับ” คุณหมอหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะตอบแล้วพลางอมยิ้ม
ชุติมนหน้าแตกยับเยินจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนี เธอรีบกระแอมไอแก้เขินก่อนจะเข้าเรื่องที่ค้างคาใจ
“คือดิฉันสงสัยว่าตัวเองอาจจะกำลังป่วยเป็นโรคฮีสทีเรียค่ะคุณหมอ” คำถามนั้นทำให้คุณหมอวางปากกาลง เขาประสานมือเข้าด้วยกันพลางมองสบตาเธออย่างจริงจัง
“อย่าเพิ่งด่วนสรุปไปไกลถึงขนาดนั้นเลยครับ โรคฮีสทีเรียที่คุณว่า จริงๆ แล้วในทางการแพทย์มันคือโรคจิตประเภทหนึ่ง ซึ่งเกิดขึ้นได้กับทั้งผู้หญิงและผู้ชาย คนไข้กลุ่มนี้มักจะมีปัญหาเรื่องการควบคุมอารมณ์ ความวิตกกังวล และการเรียกร้องความสนใจมากกว่าเรื่องเพศอย่างที่คนส่วนใหญ่เข้าใจกันผิดๆ ครับ”
“แล้วมัน... ต่างกันยังไงคะหมอ” ชุติมนถามเสียงแผ่ว ความใกล้ชิดและเสน่ห์ที่ดึงดูดของคุณหมอเริ่มทำให้สมาธิของเธอกระเจิดกระเจิงอีกครั้ง
ภายในห้องนอนที่มืดสลัว มีเพียงแสงไฟสีส้มอ่อนจากโคมไฟหัวเตียงที่ฉาบไล้เงาร่างของคนสองคนซึ่งกำลังเกี่ยวกระหวัดกันอย่างแนบชิด พีรชาโน้มตัวลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นของมาริสาอย่างหลงใหล กลิ่นกายสาวที่ผสานกับกลิ่นแป้งเด็กอ่อนๆ ตราตรึงใจเขาจนสัญชาตญาณดิบในกายตื่นตัวทุกครั้งที่ได้สัมผัส“ดีใจไหมครับ... ที่พรุ่งนี้จะได้ไปหาคุณย่าที่สวิตเซอร์แลนด์กับอา” เสียงทุ้มต่ำที่พร่ามัวเอ่ยชิดใบหูเล็กอย่างหยอกเย้า“ดีใจที่สุดเลยค่ะ...” มาริสาตอบเสียงสั่นพร่า ร่างกายสาวสั่นสะท้านเมื่อฝ่ามือร้อนระอุของคุณหมอหนุ่มเริ่มซุกซน ลูบไล้ไปตามส่วนเว้าส่วนโค้งใต้ชุดนอนผ้าซาตินเนื้อบางเบาที่แทบจะปิดบังความปรารถนาของเขาไว้ไม่ได้ “คุณอาขา... อื้ออ อย่าเพิ่งสิคะ คุยกันก่อน”เธอพยายามประท้วงอย่างอ่อนแรง แต่ทรวงอกอวบอิ่มกลับแอ่นรับสัมผัสจากปลายนิ้วเรียวยาวอย่างทรยศความรู้สึก“ก็คุยมาสิครับ แต่อาขอชิมตรงนี้ก่อนได้ไหม... แค่นิดเดียวเองนะ อาจะขาดใจตายอยู่แล้วคนดี”“จะทำให้มายด์สมยอมให้ได้เลยใช่ไหมคะ”ในขณะที่พายุอารมณ์เริ่มก่อตัว มาริสาก็นึกขึ้นได้ถึงเรื่องสำคัญ เธอขยับกายออกเล็กน้อยพลางสบตาเขาด้วยความกังวล “คุณอาคะ... เมื่อวานมา
ณ โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังนิตรา ก้าวฉับๆ เข้ามาในห้องพักแพทย์ด้วยท่วงท่าราวกับนางสิงห์ที่กำลังออกล่าเหยื่อ เสียงส้นเข็มกระทบพื้นดัง กึก กึก บ่งบอกถึงอารมณ์ที่คุกรุ่น เธอไม่สนใจสายตาตื่นตระหนกของเหล่าพยาบาลหรือมารยาทใดๆ ทั้งสิ้น เมื่อก้าวมาถึงกลางห้อง หญิงสาวก็แผดเสียงประกาศก้องจนเพดานแทบสะเทือน“หมอพีรชาอยู่ไหน!!!!!!”สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องราวกับจะเผาทุกอย่างให้เป็นจุล จน หมอตรีวุฒิ เพื่อนสนิทจอมกวนของพีรชาที่กำลังเอนหลังพักผ่อนอยู่ ต้องรีบผุดลุกขึ้นมาสกัดกั้น เพราะเกรงว่าความบ้าคลั่งของสาวสวยตรงหน้าจะทำให้แพทย์ท่านอื่นขวัญผวาไปเสียก่อน“ไอ้หมอพีรชา... เอ๊ย! คุณหมอพีรชาน่าจะติดเคสทำคลอดอยู่นะครับคุณคนสวย” ตรีวุฒิคลี่ยิ้มหวานที่ดูเจ้าเล่ห์ไม่ต่างจากเพื่อนรัก ก่อนจะตอบอย่างใจเย็นพลางยกมือกอดอก“ห้องไหน!” นิตราตวัดเสียงถามสวนกลับทันควันจนหน้าสวยๆ เริ่มหักงอ“หมอทำคลอดเขาก็ต้องอยู่ห้องคลอดสิคร้าบ... ถามแปลกนะคุณเนี่ย” ตรีวุฒิยักไหล่ ยิ่งเห็นอีกลูกไฟลุกโชนเขาก็ยิ่งนึกสนุก“แล้วห้องคลอดมันอยู่ส่วนไหนของโรงพยาบาลกันเล่า! บอกมาเดี๋ยวนี้นะ!”“โอ๊ยยย! ผมบอกไม่ได้หรอกครับ ความลับทางราชการ” ตร
รุ่งเช้าวันอาทิตย์ ก่อนที่จะถึงเวลาส่งมาริสากลับเข้าหอพัก พีรชาตัดสินใจพาสาวน้อยแวะกลับไปที่คฤหาสน์อีกครั้งด้วยหวังจะถามความจริงจากปากของมารดา แต่ภายในบ้านกลับเงียบเหงา ไร้เงาของคุณหญิงมารศรี จะมีก็เพียงป้าสมใจ หญิงรับใช้เก่าแก่ที่อยู่คู่คฤหาสน์หลังนี้มาตั้งแต่วัยสาว“คุณท่านไม่อยู่หรอกค่ะคุณพีร์ มีธุระด่วนอะไรหรือเปล่าคะ” หญิงชราเอ่ยถามด้วยความเมตตา“คุณแม่ไปไหนครับป้าสมใจ” พีรชาถามเสียงเครียด“ท่านไปพักผ่อนที่เมืองนอกค่ะ เมื่อเช้านี้ท่านให้เจ้าราเชนไปส่งที่สนามบิน” ป้าสมใจเอ่ยพลางลอบสังเกตสีหน้าของพีรชาที่เธอรักเหมือนลูก พลางระลึกถึงคำสั่งเสียก่อนไปของคุณหญิงมารศรีที่กำชับเอาไว้ แต่ยังไม่ทันที่หญิงชราจะได้พูดอะไร พีรชาก็เอ่ยถามขึ้นมาเสียก่อน“ป้าสมใจครับ... ผมอยากรู้เรื่องผู้หญิงที่ชื่อศรีสุดา” หญิงชราถอนหายใจยาว ก่อนจะตัดสินใจเปิดเผยความจริงที่ถูกทับถมไว้ใต้พรมมานานแสนนาน “คุณพีร์เป็นลูกของคุณศรีสุดาจริงๆ ค่ะ ตามที่ระบุในสูติบัตรนั่นแหละ”“แล้วคุณศรีสุดาเป็นอะไรกับคุณย่าคะ” มาริสาแทรกถามด้วยความอยากรู้“คุณศรีสุดาเธอเป็นน้องสาวแท้ๆ ของคุณหญิงมารศรีค่ะ... ป้าอยู่บ้านหลังนี้มานาน ป้
บ่ายวันเสาร์ที่บรรยากาศรอบคฤหาสน์หลังโตดูอึมครึมกว่าปกติ คุณมารศรีกลับมาพักฟื้นที่บ้านตามกำหนดการ พีรชาเลือกใช้เวลานี้พามาริสาเดินทางกลับมาเผชิญหน้ากับความจริง เขาบีบมือนุ่มของคนข้างกายเบาๆ เพื่อส่งผ่านกำลังใจ ก่อนจะจูงมือกันเดินเข้าไปในห้องทำงานที่มารดานั่งพิจารณาเอกสารอยู่ด้วยสีหน้าเรียบเฉย“คุณแม่ครับ... ผมกับน้องมายด์มีเรื่องสำคัญจะมาสารภาพครับ” หญิงชราขยับแว่นสายตาพลางเงยหน้าขึ้นมอง ทันทีที่เห็นมือของทั้งสองเกาะกุมกันแน่น แววตาของเธอก็เปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวและฉายแววเย้ยหยันออกมาทันที“เรื่องอะไรล่ะ!” เสียงที่เปล่งออกมานั้นสั่นพร่าด้วยความกรุ่นโกรธ“เราสองคนรักกันครับคุณแม่” พีรชาเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นมั่นคง เพราะเตรียมใจมาอย่างดีแล้ว “และเราสองคนตกลงกันว่า... ทันทีที่น้องมายด์เรียนจบ เราจะแต่งกันครับ”“ไหนแกพูดอีกทีสิตาพีร์!!” คุณมารศรีลุกขึ้นยืนช้าๆ ราวกับไม่เชื่อหูตัวเอง“ผมรักน้องมายด์ครับคุณแม่ เรื่องแต่งงานกับลูกสาวเสี่ยมงคล ผมคงทำตามที่คุณแม่ต้องการไม่ได้จริงๆ ผมขอโทษครับ” พีรชายกมือขึ้นไหว้ขอขมาพร้อม ๆ กับมาริสา“แล้วแกจะให้ฉันเอาหน้าไปไว้ที่ไหน! ฉันรับปากทางโน้นไปแล้ว แ
“โธ่... ฉันก็แค่เสียดายแทนแก เป็นฉันหน่อยไม่ได้ พ่อจะจัดให้ทั้งคืนเลย!” ตรีวุฒิหัวเราะร่าพลางทำท่าเลียริมฝีปากแกล้งเพื่อน พีรชารีบเก็บของใส่กระเป๋าเพราะฟ้าฝนข้างนอกเริ่มตั้งเค้าทะมึน“ถ้าแกอยากได้นัก ฉันจะได้ยกประเคนให้!” พีรชาแหวใส่“เฮ้ยๆ ใจเย็นสิเพื่อน ฉันแค่ล้อเล่นให้แกคลายเครียด” ตรีวุฒิรีบเปลี่ยนโหมดมาเป็นจริงจัง “แต่แกเถอะ จะรับมือกับแม่สาวงามคนนั้นยังไง”“ก็ยังไม่รู้เลย” “งั้นฉันมีอะไรจะบอก... จริงๆ แล้วช่วงนี้แกควรหลอกให้เธอตายใจไปก่อน แต่ที่สำคัญกว่านั้นนะ... ฉันแอบได้ยินมาว่า แม่แกไม่ได้ป่วยหนักจริงๆ หรอกว่ะ” พีรชาชะงักกึก หันมาจ้องหน้าเพื่อนเขม็ง “แกพูดว่าอะไรนะ”“เบาๆ สิวะ!” ตรีวุฒิมองซ้ายมองขวา “ฉันได้ยินอาจารย์หมอที่รักษาแม่แกคุยกับผู้บริหารมาอีกที ถึงว่าล่ะรอบนี้แม่แกถึงไม่ยอมให้ฉันเป็นคนรักษา แต่กลับเจาะจงไปหาอาจารย์หมอท่านนั้นแทน”“แล้วทำไมแกไม่รีบบอกฉัน!”“ก็ตอนแรกฉันไม่แน่ใจ จนวันนี้ฉันไปแอบดูผลการรักษาในเวชระเบียนมา... ชัดเลยว่ะ ผลตรวจทุกอย่างปกติ แม่แกแค่แกล้งอ่อนแรงเรียกร้องความสนใจ” พีรชากำหมัดแน่น “ถ้าอย่างนั้น... แม่ก็หลอกให้ฉันยอมแต่งงานงั้นเหรอวะ”“ก็
หากขืนเธอยอมตรวจแล้วให้เครื่องนั่นบีบหน้าอกของเธอขึ้นมาจริงๆ เต้านมคู่งามที่เธอเพียรไปทำมาคงได้แตกละเอียดเป็นแน่ สิ่งที่เธอปรารถนาไม่ใช่การวินิจฉัยโรค แต่คือการให้เขาสัมผัสเรือนร่างของเธอแล้วหลงใหลมันต่างหาก“ตกลงนิตราต้องตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก กับตรวจมะเร็งเต้านมใช้มั้ย” พีรชาเอ่ยถามพลางถอนหายใจยาวอย่างยอมจำนนต่อลูกตื๊อ และคำขู่ที่เธอยกมาอ้าง“พูดง่ายๆ แบบนี้ค่อยน่ารักหน่อย เอาเลยค่ะ นิตราพร้อมแล้ว” นิตรายิ้มกริ่ม พีรชาจึงเริ่มขั้นตอนการเก็บเนื้อเยื่อปากมดลูกด้วยไม้พายขนาดเล็ก“อื้อ... เสียวจังเลยค่ะ... อื้มมม! ลึกๆ สิคะพี่พีร์ขา...”“นิตราครับ! เป็นอะไรหรือเปล่า เจ็บตรงไหนไหม” พีรชาชะงักด้วยความตกใจกับเสียงครางระงม เขาซึ้งแก่ใจว่าเธอตั้งใจอ่อย แต่ในฐานะหมอก็ต้องถามตามมารยาท“ไม่เจ็บเลยค่ะ... แต่มันเสียว... สอดเข้ามาลึกๆ เลยสิคะพี่พีร์... อื้อออ”พีรชาเร่งมือตรวจอย่างรวดเร็วที่สุดเพื่อจะจบสถานการณ์อันชวนปวดหัวนี้ แต่เมื่อตรวจช่วงล่างเสร็จ นิตราก็รุกคืบให้เขาตรวจเต้านมต่อทันทีตามที่ตกลงกันเอาไว้ ในจังหวะที่มือหนาสอดเข้าไปภายใต้เสื้อคลุมเพื่อคลำหาความผิดปกติ หญิงสาวกลับล็อกข้อมือเข







