Beranda / โรแมนติก / เด็กเสี่ย / คิแพง - บทที่ 4 -- หลบซ่อน

Share

คิแพง - บทที่ 4 -- หลบซ่อน

last update Terakhir Diperbarui: 2025-11-09 14:18:58

           

 เช้าวันต่อมา 

           เมื่อคืนพะแพงกลับถึงบ้านกว่าจะเข้านอนเกือบตีสาม แบบไม่สามารถหาคำตอบได้ว่าเธอช้าเพราะอะไร อาบน้ำนาน หรือมัวแต่นอนกระสับกระส่ายคิดถึงแต่เรื่องนั้น

           “แพง!”

           “...!!!”

           “ทำเป็นสะดุ้ง ม่อนเรียกแพงหลายรอบแล้วนะ”

           ตอนนี้เลยต้องมานั่งหลับอยู่ในรถของบาส ที่อุตส่าห์แวะมารับเธอก่อนถึงเวลานัดตั้งหนึ่งชั่วโมง เนื่องจากกลัวเธอจะผิดนัดอย่างเช่นครั้งก่อนอีก ด้วยความไม่พร้อมแต่เพื่อนขอให้พร้อม สภาพของเธอในตอนนี้จึงไม่ต่างกับคนป่วย

           “ว่า?”

           “เปล่าค่า แค่จะให้ดูอะไร แต่มันเลยมาแล้ว ช่างเถอะ” ม่อนทำปากยู่ พะแพงเห็นอย่างนั้นถึงกับส่ายหน้าเบื่อหน่าย เตรียมจะหลับต่อ แต่อีกคนไม่ยอมปล่อย ชวนคุยอยู่นั่น “อดหลับอดนอนมาจากไหน”

           “ม่อนดูสภาพแพง แพงควรไปนอนโรงบาลนะเอาจริง”

           เธอปรือตาขึ้นมาตอบเพื่อน แต่คนขำกลับเป็นคนขับที่ฟังอยู่ด้วย เขาปล่อยเสียงหัวเราะออกมาลั่นรถจนอีกฝ่ายถึงกับมองบน 

           “ทำไมอ่า เกิดอะไรขึ้น”

           “ค่อยเล่าได้ไหม ขอนอนก่อน”

           กว่าจะถึงอีกตั้งชั่วโมง อีกทั้งรถติดขนาดนี้ หากเธอได้นอนจริงๆ ตื่นขึ้นมาอีกทีใบหน้าที่ซีดเผือด คงจะมีเลือดฝาดขึ้นมาบ้าง แต่อีกคนก็ยังไม่ยอมปล่อยอีกตามเคย

           “ตอนนี้แหละ กำลังอยู่ในรถ เดี๋ยวไปดูหนัง ก็ไม่ได้คุยกันแล้ว”

           “ดูหนังปุ๊บ เป็นใบ้เลย?” คนตัวเล็กทำหน้ายียวน “ม่อนเห็นสภาพแพงไหมเนี่ย แต่งหน้าก็ไม่ติด ไม่อายคนอื่นเขาหรือไง”

           “อย่ามาเยอะ แพงสวย ต่อให้หน้าเป็นศพตอนนี้ก็ยังสวย”

           “เดี๋ยวเถอะ”

           ทั้งคู่เถียงกันโดยมีเสียงของคนขับเป็นดนตรีประกอบ พะแพงที่เลือกนั่งเบาะหลังตั้งแต่ต้นหวังนอนระหว่างเดินทางถึงกับหน้าบูดบึ้ง เธอยันตัวลุกขึ้นมานั่ง ไล่ความง่วงอยู่อึดใจจึงจะตัดสินใจเล่า และแน่นอนประโยคนั้นทำคนขับถึงกับเหยียบเบรก

           “เมื่อคืนมีคนมาขอเลี้ยงแพง”

           “บาส! ไอ้บ้า ดีไม่มีรถตามหลังมา”

           “โทษๆ กระผมตกใจ”

           ม่อนแยกเขี้ยวใส่เขาเสร็จ ทันทีที่ทรงตัวเกือบหัวคะมำกระแทกคอนโทรลขึ้นมาได้ ก็หันไปยังคนข้างหลังต่อ ที่ตอนนี้เหมือนจะหลับไปอีกแล้ว พลันสะดุ้งตื่นขึ้นมาใหม่ ขึงตาใส่เพื่อนสนิท 

           “ไอ้แพง อย่าเพิ่งหลับ อะไรยังไงไหนเล่ามาสิ!”

           “รำคาญมากบอกเลย...”

           “รำคาญคนมาขอเลี้ยง?”

           “รำคาญม่อนนี่แหละ!”

           

           พะแพงเล่าเรื่องเมื่อคืนให้ทั้งสองคนฟังอย่างละเอียด พอเล่าเสร็จก็ถึงที่หมายพอดี ความเห็นหลังจากนั้นจึงสะดุดเพราะหาที่จอดรถเจอเร็วราวกับเจ้าที่มายืนโบกให้

           “ถึงแล้วครับคุณหญิง”

           “ไปชั้นโรงหนังเลยเนอะ?”

           “อ้าว ไม่กินข้าวก่อน?”

           “โหบาส ขับรถถึงช้ายังมีน่ามาพูด แกดูหนังจะเข้าโรงอยู่แล้วเนี่ย”

           “ไม่ได้ขับช้าโว้ย ก็รถมันติดคุณหญิงก็เห็น”

           เสียงเถียงกันของคนทั้งคู่ระหว่างเดินเข้ามาในห้าง ตรงไปยังบันไดเลื่อนเพื่อขึ้นชั้นสูงสุด ทำพะแพงที่ฟังอยู่ถึงกับกลั้นขำ พลันจังหวะก้าวข้ามพื้นก่อนขึ้นบันไดเลื่อน สายตาเหลือบไปเห็นใครคนหนึ่งซึ่งเธอรู้จักดี ถึงกับยืนตัวแข็งทื่อ

           “บาส ยืมหลังแกหน่อยดิ้”

           “หะ ได้ๆ”

           แม้จะงงกับการกระทำของเพื่อน แต่ไม่ว่าเรื่องอะไรที่พะแพงขอความช่วยเหลือ เขาก็พร้อมที่จะช่วยเสมอ เข้าข่ายวลีที่ว่าซัพพอร์ตไปก่อนค่อยถามทีหลัง ผิดก็ว่าไปตามถูก อะไรเถือกนั้น

           “มีอะไรเหรอแพง”

           ม่อนก้าวเร็วขึ้นมาประชิดแผ่นหลังกระซิบถาม หญิงสาวผู้ที่ไม่เคยปิดบังเพื่อนจึงหันหน้ามากระซิบกลับเช่นกัน

           “เพชร”

           “ฮะ ไหน”

           “มันมากับผู้หญิง สงสัยแฟน”

           “จริงเหรอ?”

           “แกอย่าให้มันเห็นฉันนะ เดี๋ยวมันมาขอเงิน ฉันไม่มีเงินจะให้มันแล้ว”

           “เฮ้อ... บ้าบอ”

           ม่อนเหลือบตามองบน พอๆกับบาสที่พอได้ยินสีหน้าก็เปลี่ยนไปตามกัน เขารู้สึกเห็นใจเพื่อนจนโกรธอีกฝ่าย แต่เพราะนั่นคือน้องชายจึงไม่ได้แสดงความรู้สึกใดๆออกมา ทั้งที่แต่ก่อนมักได้ยินเป็นเรื่องเล่าจากปากพะแพง หลายครั้งทำได้แค่ออกความเห็น บางทีก็แค่เงียบเลือกที่จะปล่อยผ่าน แต่พอมาเห็นกับตาของตัวเองครั้งนี้ ถึงขั้นคนตัวเล็กกลัวจนต้องหาที่กำบัง มือที่คลายหลวมถึงกับกำหมัดแน่นทันที 

           “แพงจะยอมเขาทุกครั้งไม่ได้นะ”

           “ใช่แพง ทุกวันนี้แกทำงานหนักมาก ไหนจะส่งตัวเองเรียนอีก ค่าเทอมแกอีก”

           “อือๆ เข้าใจแล้ว เราไปดูหนังกันเถอะ”

           พะแพงจงใจตัดบทเพราะไม่อยากให้เพื่อนต้องเครียด หรือไม่สบายใจอะไรที่เกี่ยวกับเธอ หญิงสาวดุนแผ่นหลังเพื่อนทั้งสอง ไม่นานความตึงเครียดที่มีก็หายไป พลางถูกแทนที่ด้วยเสียงหัวเราะ เมื่อบาสเดินสะดุดเชือกรองเท้าตัวเองจนหน้าเกือบคะมำ และม่อนก็ตีความหมายนั้นเป็น...

           “สมน้ำหน้ากรรมตามสนอง เมื่อกี้แกทำพวกฉันหัวทิ่มในรถ”

           “ไปเรื่อยว่ะม่อน”

           เธอเองก็ขำ แต่เป็นการขำที่ออกไปทางฝืดสักหน่อย 

           

           

           ช่วงสายของอีกวัน 

           วันนี้พะแพงตื่นเช้าเนื่องจากเมื่อคืนได้นอนเต็มที่ หลังจากดูหนังจบเธอก็ไปหาอะไรกินกับเพื่อนต่อ ราวประมาณห้าโมงเย็นถึงจะพากันกลับ พอกลับถึงห้องอาบน้ำเสร็จ เธอก็หลับแบบซ้อมตายไปเลย ตื่นอีกทีคือหกโมงเช้าของวันนี้ และตอนนี้เธอกำลังคุยกับแม่ของตัวเองอยู่ 

           (แพงกินไรหรือยังลูก)

           “ยังเลยค่ะ แพงกะว่าไปหาแถวที่ทำงาน”

           (แพงซื้อของมาแช่ตู้เย็นเก็บไว้อย่างที่แม่บอกหรือเปล่า เผื่อเวลาหิวตอนดึกจะได้ลุกมากิน ไม่ต้องทนจนถึงเช้า)

           “ซื้อค่ะแม่”

           เธอโกหก แต่การโกหกนั้นถือว่าเป็นคำหลอกลวงที่ขาวสะอาด ไม่มีเจตนาใดแอบแฝง เนื่องจากไม่อยากให้แม่ไม่สบายใจ อีกทั้งยังไม่รู้ว่าลูกสาวนั้นทำงานกลางคืนแบบพาร์ทไทม์ หวังหารายได้เพิ่มส่งตัวเองเรียน และซัพพอร์ตน้องชายที่เอาแต่ขอเงินไม่หยุดหย่อน ไม่อยากบอกให้แม่รู้ว่าลำพังเงินที่แม่ส่งมาช่วยได้แค่ค่าเทอมเท่านั้น แต่ไม่ได้ช่วยค่าเดินทางและกินอยู่ ยิ่งมีน้องชายที่ถูกส่งมาเรียนด้วยกันที่นี่ ก็ยิ่งแล้วใหญ่ ถึงเขาจะเป็นวิทยาลัย ส่วนเธอเป็นมหาลัย แต่สมารถไปมาหาสู่กันได้อยู่ดี แถมยังมีห้าง  และสถานที่เที่ยวอยู่ตรงใจกลาง กึ่งกลางระหว่างสถาบันของพวกเขา ก็ยิ่งเจอกันง่ายมากขึ้น

           (แม่ไม่อยากให้แพงออกไปไหนตอนกลางคืน และก็ไม่อยากให้หนูต้องทนหิวด้วย)

           “แพงเข้าใจค่ะแม่ แม่ไม่ต้องห่วงนะ แพงทำอย่างที่แม่บอกหมดเลย”

           (ดีแล้ว ว่าแต่เจอน้องบ้างไหม ไปอยู่กับลุงไม่รู้ไปสร้างปัญหาอะไรให้เขาหรือเปล่า แม่โทรไปไม่รับเลย แถมไม่ค่อยจะโทรกลับด้วยนะ)

           มาถึงตรงนี้คนตัวเล็กถึงกับเงียบกริบ ความทรงจำของเมื่อวานผุดขึ้นมาในหัวโดยอัตโนมัติ มีภาพเหตุการณ์ตอนไปดูหนังแล้วเจอเขา ภาพเหล่านั้นค่อยๆเข้ามาทีละฉาก ทีละฉาก และไม่รู้มีอะไรผิดพลาดตรงไหนสมองถึงได้เลยเถิดไปไกล นึกถึงเรื่องที่นานกว่าเมื่อวานขึ้นมา      

 ‘ถ้าเสี่ยคิระเขาสนใจแพง แพงจะโอเคไหม’

  

 (แพง!)

 “ขาแม่”

 (แม่เรียกตั้งนานแน่ะ นึกว่าสายตัดไปซะละ)

 “เปล่าค่ะ แพงไม่ได้วาง  เมื่อกี้แม่ถามแพงว่าอะไรนะ”

 (ถามว่าเจอน้องบ้างไหม)

 “อ๋อ ไม่ค่ะ แต่เดี๋ยวว่างๆแพงจะแวะไปหาให้นะ”

 (ดีเลย บอกให้น้องโทรหาแม่บ้างนะ อย่าหายเงียบ คนทางนี้เป็นห่วง จะให้โทรหาลุงทุกครั้งก็คงไม่ได้หรอก เกรงใจเขา)

 “ค่ะแม่ แพงจะบอกน้องให้”

 (ถ้าอย่างนั้นแม่เลิกละนะ  ดูแลตัวเองด้วยล่ะ)

 “แม่ก็ด้วยนะคะ รักแม่ค่ะ”

 (รักลูกเช่นกันจ้ะ)

 พอวางสายเสียงถอนหายใจก็พุ่งพรวดออกมาทันที ถึงกับยกกำปั้นเคาะหัวตัวเอง ทำโทษที่เผลอวอกแวกไปนึกถึงเรื่องที่ไม่ควรนึก 

 “จะต้องสมองกลับด้านขนาดไหนกันนะ ถ้าตอบตกลง..”

 คนตัวเล็กพึมพำเพียงตัวเองได้ยิน พลันส่ายหน้าติดตลก ลุกไปอาบน้ำเตรียมตัวไปหางานเสริมเพิ่ม เพื่อเก็บไว้ทำในช่วงกลางวัน ก่อนไปทำงานร้านอาหารในช่วงเย็น  

  

           

           

           

           

           

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เด็กเสี่ย    บทที่ 155 บทส่งท้าย

    เสียงทีมงานเดินมากระซิบใกล้ๆ หลังจากนั้นม่านก็ค่อยๆแยกออกจากกัน นาทีที่ได้เห็นแสงสว่างในนาทีนั้น สาดส่องจากหลังม่านเข้ามา พร้อมเสียงดนตรีจากเปียโนที่ดังชัดเจนขึ้น เธอรู้สึกเหมือนร่างทั้งร่างกำลังอ่อนแรง แต่ละก้าวที่เดินเหมือนผู้เป็นแม่ของเธอประคองไปซะมากกว่า ช่างเป็นการเดินที่ยากต่อการตวบคุม ไม่ต่างกับเด็กน้อยเพิ่งเดินเป็น “ดูสิ คนหันมายิ้มให้ลูกของแม่เยอะเลย” พุนพินกระซิบบอกลูกสาว เธอกวาดตามองตาม เมื่อเห็นแขกที่ถูกเชิญ ทั้งเพื่อนของตัวเอง ทั้งคนที่รู้จัก และไม่รู้จัก ต่างพร้อมใจกันยืนขึ้น และส่งยิ้มให้ เพียงแค่นั้นความประหม่าของเธอก็หายไปทันที ไม่พอเพียงแค่นั้น สิ่งที่ทำให้เธอเกิดความมั่นใจขึ้น และกลับมาเดินอย่างมั่นคงต่อไปได้อีกครั้ง คือร่างสูงไกลๆตรงหน้า เขาอยู่ในชุดสูทสีขาวที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แต่กลับทำให้ดูดีมากขึ้นอีกเท่าตัว ไม่เกินจริงอย่างที่เพื่อนสนิทของเธอสปอยล์ เขากำลังยิ้ม สายตาจับจ้องมายังเธอเพียงคนเดียว ราวกับรอให้เธอเดินไปถึงด้วยก้าวที่มั่นคงทีละก้าวอย่างใจจดใจจ่อ และเมื่อมาถึงเขาระหว่างทาง เขาจะเป็นฝ่ายพาเธอไปยังอนาคตด้วยตั

  • เด็กเสี่ย    บทที่ 154 พิธีวิวาห์

    ผ่านไปนานเท่าไหร่เธอเองก็ไม่รู้ เพราะไม่ได้รู้สึกเบื่อหน่ายหรือเหนื่อยเลยกับการถูกจับทำโน่นทำนี่ราวกับตุ๊กตา กลับกันตลอดเวลาที่ช่างแต่งหน้าพากันล้อมรอบ แปลงโฉมด้วยเครื่องประทินผิวยี่ห้อแพง และคุณภาพดีให้เธอ เธอรู้สึกว่ามีค่าและวาสนามากเรียกได้ว่าวันนี้เป็นความสุขที่ล้นเปี่ยมอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิต และครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าตัวเองสวยขนาดนี้ ผ่านกระจกบานหรูของโรงแรม“โอมายก็อด..”“บอกแล้ว ว่านางฟ้าต้องประทับร่าง”“มงลงไปเลยจ้า”เสียงปรบพร้อมกับคำเยินยอดังสนั่นห้อง หลังจากเครื่องประดับทั้งหมดที่เตรียมมาได้ถูกจัดวางบนตัวเธอ รวมถึงชุดเจ้าสาวที่สวมอยู่ด้วย ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าตัวเองจะมาถึงจุดนี้ อาคีราเสกให้เธอกลายเป็นผู้โชคดีจริงๆแกร็ก!เสียงบานประตูถูกผลักเข้ามาหลังเคาะเป็นจังหวะสามครั้ง ดึงความสนใจของคนในห้องให้หันไปทั้งหมด เมื่อเห็นว่าเป็นแม่ของเจ้าสาว แม่ของเจ้าบ่าว และเพื่อนของเจ้าสาว ทั้งสามคนก็ถอยร่น เป็นการเปิดทางให้ทุกคนเข้ามา แน่นอนว่าทันทีที่ได้เห็น คนมาใหม่ถึงกับตาค้าง“สวยจังเลยลูก” นี่คงเป็นความรู้สึกหัวใจพองโตที่จะต้องจดจำไว้อย่าได้ลืมเชียว ก

  • เด็กเสี่ย    บทที่ 153 เจ้าสาวแสนสวย

    วันต่อมาเป็นครั้งแรกที่เพื่อนสนิทของเธอมาบ้าน ด้วยโลเคชั่นของเธอที่ส่งไปตั้งแต่เมื่อคืน เพียงแค่ทั้งสามคนเจอกันก็เรียกรอยยิ้มของคนป่วยได้ไม่น้อย ร่างเล็กนามว่าม่อนไม่ได้พูดอะไรมากนอกจากการพนมมือไหว้เคารพผู้ใหญ่ วางกระเป๋า แล้วเดินเข้าไปหา เธอเลือกนั่งข้างๆ ยื่นมือบางไปทาบทับมือเหี่ยวของแม่เพื่อนสนิทเบาๆ ทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้ มาจากความรู้สึกล้วนๆ หลังจากสังเกตว่าพุนพินซูบผอมลงไปเยอะ เหมือนคนป่วยจริงๆ จนหล่อนรู้สึกเศร้าขึ้นมาเลย ทันทีที่นึกไปถึงอนาคต วันนั้นที่พะแพงไม่มีแม่คนนี้แล้ว“ป้าพินเป็นไงบ้างคะ”“ก็ทรงตัวอยู่ แต่เวลาปวดขึ้นมาก็ทรมานเหมือนกัน”ร่างสูงที่เห็นแบบนั้น จากท่าเดินที่เร็วตามบุคลิก กลายเป็นเชื่องช้าลงขณะเดินไปนั่งโซฟาตรงกันข้าม มองภาพนั้นด้วยสายตาละห้อย ไร้คำพูดใดๆ ส่วนพะแพงคนเป็นลูกที่เห็นอาการของแม่จนชินตาแล้ว ทำได้เพียงยืนมองอยู่เฉยๆ ด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวังใช่..เธอยังคงมีความหวังอยู่ หวังว่าแม่ของเธอจะอยู่ถึงตอนเธอรับปริญญา แม้ว่ามันจะเป็นไปได้ยากก็ตามทีหนึ่งชั่วโมงผ่านไป หลังทุกคนพากันพูดคุยหัวเราะต่อกระซิก พร้อมกินขนมที่พุนพินทำไปด้วยความเอร็ดอร่อยตรงโ

  • เด็กเสี่ย    บทที่ 152 แต่งงานสายฟ้าแลบ

    สองอาทิตย์ต่อมา งานแต่งของพวกเขาถูกแพลนไปไกลแล้ว และเหลืออีกไม่กี่อย่างก็พร้อม อาคีราเลือกที่จะเริ่มไปนอนที่บ้านของตัวเองในคืนพรุ่งนี้ เช้านี้จึงอยากจะพาครอบครัวของฝั่งเจ้าสาวไปทำบุญก่อน ตกตอนเย็นก็ค่อยกลับบ้านตามลำพัง “คนมาทำทานเยอะเหมือนกันนะคะ” ใบหน้าสะสวยยืนหันหน้าไปทางกระแสลม ให้พัดหน้าจนผมปลิวว่อน ตรงข้ามเป็นแม่น้ำค่อนข้างใหญ่มีไว้สำหรับปล่อยปลา ข้างกันคือพุนพินที่หน้าตาถัดไปทางสดใสและอิ่มบุญ หากแต่ด้วยกายหยาบไม่ค่อยเอื้ออำนวยจึงทำอะไรเชื่องช้าไปหมด หล่อนเหมือนคนเหนื่อยตลอดเวลา ทว่าเมื่อถามทุกครั้งกลับส่ายหน้าและตอบว่าไม่เป็นไร ครั้งนี้ก็เช่นกัน “แม่หมดห่วงเรื่องของแพงได้แล้วใช่ไหมลูก” จู่ๆหล่อนก็โพล่งคำถามนี้ขึ้นมา หญิงสาวที่กำลังมองร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวกางเกงสีดำที่ยืนห่างไปพอควร อยู่ในลักษณะท่ายืนเท้าเอวสอบ หันหลังให้กับทุกคน เบื้องหน้าคือแม่น้ำวิวเดียวกันกับเธอ เขากำลังยืนรับลมไม่ต่าง เงยหน้าขึ้นเล็กน้อยปิดเปลือกตาลงปล่อยให้สายลมบางเบาพัดโบก เสมือนกำลังผ่อนคลายพลางหันมาทางผู้เป็นแม่ “แม

  • เด็กเสี่ย    บทที่ 151 จะอยู่ในทุกช่วงเวลา

    “ครับ ผมจะทำให้เลย ทำทันที และเร็วที่สุด”ก่อนความเงียบจะเข้าปกคลุมทันทีที่พุนพินเอ่ยจบ และค่อยๆเรียกรอยยิ้มของคนทั้งสามออกมาเปื้อนใบหน้า เมื่อคำขอนั้นแท้จริงไม่ได้ยากอะไรเลย กลับกันเป็นอีกเรื่องที่พวกเขากำลังครุ่นคิด และมีอยู่ในหัวอยู่ก่อนแล้ว“แต่งงานกับลูกสาวของน้าในตอนที่น้ายังแข็งแรงอยู่ได้ไหมคะ”“ได้ครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมกับแพงคิดอยู่เหมือนกันว่าจะเอายังไง พอเป็นแบบนี้ก็ดีครับ งั้นจบทริปนี้ กลับไปผมจะให้พ่อแม่มาสู่ขอเลยละกัน แพงว่าไง..หนูโอเคไหม”คนถูกถามละสายตาจากมือบางที่แอบบีบเข้าหากันแน่นเพราะความเขิน เงยหน้าขึ้น มองหน้าผู้เป็นแม่สลับกับเขาแล้วยิ้มกว้าง ถึงจะรู้สึกติดเรื่องเรียนอยู่เล็กน้อย เพราะรู้สึกเหมือนจะฉุกละหุกจนเกินไป แต่ถ้านี่คือความต้องการของแม่เธอ หญิงสาวก็ไม่ขัด ดีซะอีก จะได้ไม่ต้องค้างคา เพราะถึงยังไงคนที่เธอคิดจะฝากชีวิตและอยู่ด้วยกันจนวันสุดท้ายก็เป็นเขาอยู่แล้ว“ได้ค่ะ แพงโอเค”“ถ้าอย่างนั้นก็ตามนั้นครับ”“ขอบคุณนะคะ ขอบคุณมากที่เอ็นดูและรักยัยแพง”“ครับ ผมยินดี”วันต่อมาด้านของปานดาวเช้านี้หล่อนได้รับข่าวดีที่ทำให้กล้ามเนื้อทั้งมัดเล็กมัดใหญ่โลดเต้น

  • เด็กเสี่ย    บทที่ 150 มีอะไรอยากทำไหม

    จุดหมายปลายทางคือบ้านสวนที่อาคีราซื้อทิ้งไว้แถวปริมณฑล เคยเป็นที่ดินเปล่ารกร้างมาก่อน แต่ถูกดัดแปลงให้เป็นบ้านสวนเพื่อการพักผ่อนโดยเฉพาะ แน่นอนว่าสิ่งนี้คือสิ่งที่ย่าของเขาชื่นชอบ แต่ไม่มีเวลาได้มาพักผ่อนเลยสักครั้ง เนื่องจากท่านเสียชีวิตไปซะก่อน เหตุการณ์ครานั้นเป็นสิ่งย้ำเตือนใจเขา หากคิดจะทำอะไรสักอย่างอย่ารอวันที่สาย อาทิเช่นตอนนี้กับว่าที่ภรรยาของเขาคือพะแพงและแม่ของเธอ ที่ไม่อยากให้เวลาเดินไปข้างหน้าอย่างสูญเปล่าแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว เขาจึงจัดทริปนี้ขึ้นมา เพื่อให้แม่ของเธอได้สูดอากาศที่มาจากธรรมชาติจริงๆบ้าง อีกนัยยะ ไม่อยากให้อุดอู้อยู่แต่กับบ้าน ถึงมันจะใหญ่มากก็เถอะ“ซื้อไว้นานแล้วเหรอคะ”เสียงหวานกังวานหันมาถามทันทีที่เดินลงมาจากรถ โดยมีปุณและพยาบาลดูแลพุนพินอีกคนช่วยกันยกของ รวมถึงเขาและเธอที่ช่วยกันละไม้คนละมือ ไม่ได้เดินตัวเปล่าลงมา“ครับ หลายปีแล้ว ครั้งนี้ครั้งที่สามที่พี่มา”พะแพงเพิ่งสังเกตเห็นคนสวนเดินเข้ามาอย่างนอบน้อมและถ่อมตน ทันทีที่หยุดอยู่ตรงหน้าร่างสูงก็ยกมือไหว้ หลังจากนั้นเดินไปเปิดประตู แล้วไปช่วยปุณยกของต่อ“คนนี้..”“ลุงพันอยู่เฝ้าที่นี่ตั้งแต่แรก” เขา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status