Home / โรแมนติก / เด็กเสี่ย / คิแพง - บทที่ 5 -- เรซควีน

Share

คิแพง - บทที่ 5 -- เรซควีน

last update Last Updated: 2025-11-10 13:02:22

     

            พะแพงเดินเท้าจากลานจอดรถเข้ามายังร้านอาหารที่เธอทำงานด้วยใบหน้าขาวจัดถัดไปทางซีดซึ่งมีมากกว่าปกติทำให้ผิดสังเกตของคนพบเห็น แม็กกำลังจัดของเตรียมเปิดบาร์ถึงกับขมวดคิ้วยุ่ง

           “แพง?”

           “จะเป็นลม แพงจะเป็นลมแล้วแม็ก”

           คนตัวเล็กเดินมาเกาะบาร์ กว่าจะปีนขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้สูงนั้นได้ ถึงกับใช้พลังที่เหลือหยดสุดท้าย เพราะคนอื่นอาจแค่เขย่ง ส่วนคนที่สูงแค่ระดับล้อรถบรรทุกอย่างเธอจะต้องปีน

           “ไปทำอะไรมา”

           “แพงไปหางานทำมา”

           แก้วน้ำเปล่าถูกเลื่อนมาตรงหน้าโดยที่เธอไม่ได้ร้องขอ นั่นเพราะคนตัวสูงสังเกตว่าเธอไม่ได้มีน้ำมา คนตัวเล็กเลิกคิ้วคล้ายจะถามของเธอไหม แต่เพราะกระหายมาก และมันอยู่ตรงหน้าจึงคว้าดื่มไม่รอคำตอบ แม็กเห็นแบบนั้นถึงกับหลุดยิ้ม เธอน่ารักอีกแล้ว

           “จะลาออก?”

           “เปล่าๆ หาเพิ่ม”

           “งานแบบไหน แล้วมีเวลาพอเหรอ ที่นี่ก็เลิกดึกมากแล้วนะ”

           “ก็งานที่ออกไปทำสายๆ เสร็จก็มาที่นี่ต่อไง แบบงานแจกใบปลิวอะไรแบบนี้อ่า ช่วงปิดเทอมอยากทำให้เยอะหน่อย”

           “โห แพง แค่นี้ยังเหนื่อยไม่พออีกเหรอไง”

           “เงินไม่พอใช้มันเหนื่อยกว่านะแม็ก”

           เธอยกน้ำในแก้วที่เหลือน้อยกว่าครึ่งกระดกรวดเดียวหมด พลางวางปึงลงบนบาร์ จังหวะลงจากเก้าอี้จะไปห้องแต่งตัวเพื่อเปลี่ยนยูนิฟอร์ม พลันถูกยื้อไว้โดยแม็กเสียก่อน หลังตกผนึกในคำพูดของเธอ แล้วเกิดความเห็นใจขึ้นมา

           “แพงเลือกงานไหมล่ะ”

           แน่นอนเธอหันขวับ

           “ไม่เลย แม็กมีแนะนำเหรอ”

           “อืม แม็กพอจะรู้จักรุ่นพี่คนหนึ่ง แฟนเขาก็ทำที่เดียวกับเขา คล้ายหาคนไปทำน่ะ เป็นงานเสริมเหมือนกัน รายได้ก็..เยอะอยู่นะ ครั้งหนึ่งได้เป็นก้อนเลย  แต่เป็นงานที่แพงอาจไม่ค่อยชอบเท่าไหร่”

           “ไหนว่ามาซิ ถ้าไม่เปลืองตัวมากก็ได้หมดนะ”

           “เรซควีนอะ”

           “.......”

           “พริตตี้สนามแข่ง ออกงานนานๆครั้ง เฉพาะตอนมีแข่ง สนใจไหม”

           แม็กเดาว่าพะแพงน่าจะช็อคไปแล้ว เนื่องจากเธอเอาแต่ยืนนิ่งไม่คิดตอบ หรืออาจกำลังประมวลผลอยู่ ซึ่งนั้นเป็นการเดาที่ถูกต้อง เพราะคนตัวเล็กค้างไปตั้งแต่คำว่าเรซควีน พร้อมกับภาพในหัวเต็มไปหมด มันผุดขึ้นมาเองเป็นฉากๆ แถมเห็นตัวเองสวมชุดตรีมนักแข่งอยู่ในนั้นด้วย พอได้สติถึงกับสลัดออกหน้าสั่นกันเลยทีเดียว

           แต่ไม่ทันที่เธอจะอ้าปากตอบ เกียรติที่โผล่มาจากฝั่งขวาซึ่งเป็นทางไปห้องทำงานเขากวักมือเรียกกันเสียก่อน

           “แพง มาหาเฮียหน่อยครับ”

           “ค่ะ”

           ก่อนไปยังไม่วายหันมาทำหน้าตลกใส่แม็ก ที่คราวนี้คนหลังบาร์ถึงกับหัวเราะลั่น เพราะไม่ใช่แค่หน้าทะเล้น หากแต่เธอขยับปากไร้เสียงด้วย ...ซวยแล้ว

           ในห้องเดิมของคืนนั้นที่เกือบจะได้สาดอารมณ์ใส่กัน โชคดีที่มีสติยับยั้งทันจึงยังไม่เกิดขึ้น พะแพงเดินเข้ามาด้วยสภาพอิดโรย หากแต่เธอสวมหน้ากากอนามัย และใส่ฮู้ดติดเสื้อคลุมจึงไม่เป็นจุดสนใจของเกียรติเท่าไหร่

           “นั่งลงสิ พี่จะคุยเรื่องนั้นกับแพง”

           “เรื่องอะไรเหรอคะ”

           ทันทีที่นั่งลงเธอก็เอ่ยออกมาทันที ไม่ปล่อยให้เวลาสูญเปล่า เนื่องจากตอนนี้เริ่มหิวข้าวแล้ว ต้องการไปหาอะไรกินในครัวกับป้าน้อยก่อนเริ่มงาน และเชื่อว่าสิ่งนี้แหละที่ทำให้เธอรู้สึกหวิว คล้ายจะเป็นลม

           “เรื่องที่แพงบอกให้พี่ไปบอก เรื่องเสี่ย”

           “อ๋อ แล้วเขาว่ายังไงบ้างคะ”

           ทีแรกไม่ได้ตั้งใจฟัง หูเธอเหมือนจะดับไปครึ่งหนึ่ง แต่พอได้ยินเป็นเรื่องของเขา ถึงกับผึ่งขึ้นมาใหม่ ใช้งานได้ดีราวกับถูกรีบูต

           “พี่ไม่ได้คุยกับเขาโดยตรง คุยกับลูกน้องเขาแทน พอพูดไปแบบนั้น ไม่มีการโทรกลับมา คิดว่าน่าจะเข้าใจ”

           “เขาว่าง่ายดีจังค่ะ”

           คนตัวเล็กยิ้มกว้าง ประโยคนี้ไม่ได้เหน็บแนม เจตนาจะชมออกมาจากใจจริงๆ แต่อีกคนกลับตีความหมายเป็นอย่างอื่น

           “ระดับนั้นแล้ว ไม่มาวิ่งตามใครหรอก เว้นแต่จะอยากได้มากจนเขาต้องล่า หรือไม่ก็ต้องมีผลประโยชน์กับเขาก่อน”

           พะแพงดึงหัวคิ้วมาชนกัน เธอไม่รู้คนตรงหน้าพูดหมายถึงอะไร แต่ไม่สบายใจราวกับโดนดูถูก ถึงเลือกที่จะเงียบเป็นฝ่ายฟังมากกว่า และเป็นการฟังที่ไม่ได้ใส่ใจอะไรด้วย เมนูอาหารในครัวต่างหากที่สำคัญ เธอกำลังจินตนาการว่าวันนี้เชฟน้อยจะทำอะไรให้กิน

           “ไม่มีอะไรแล้วใช่ไหมคะพี่ งั้นแพงขอตัวนะ”

           คนตัวเล็กลุกขึ้น มือบางเลื่อนมาเกาะกุมกันเตรียมยกไหว้ แต่พอเขาถามอีกเรื่องจึงชะงักค้างไว้

           “ได้ทิปหรือยัง”

           “ยังค่ะ ยังไม่เจอพี่ยิ้มเลย”

           “เดี๋ยวเอาที่พี่ก่อน วันนี้ยิ้มลาป่วย”

           หญิงสาวเลิกคิ้วสูงในแวบแรก พลันพยักหน้าเป็นอันเข้าใจภายหลัง คราวนี้ได้ยกมือขึ้นพนมจริงๆ เพราะต้องรับเงินที่เขายื่นมา หากแต่ภายในใจมีคำถามเป็นล้านคำ ยังสงสัยว่ายิ้มลาป่วยทำไมไม่เห็นบอก ปกติหล่อนหยุดจะแจ้งลงกลุ่มเสมอ

           

“ตะเอ๋!”

           “ถาเถร... ไอ้แพง เด็กคนนี้นี่ ดีป้าไม่ปล่อยหม้อ ไม่งั้นแกเอ้ย”

           คนตัวเล็กทำปากเป็นรูปตัวโอ หลังเพิ่งจะเห็นว่าในมือเชฟน้อยถือหม้อใบหนึ่งซึ่งมีน้ำร้อนอยู่ ก่อนหน้านี้ร่างท้วมยืนหันหลังจึงไม่ทันสังเกต มัวแต่อารมณ์ดีเรื่องเสี่ยคนนั้น และได้เงินพิเศษมาสนองการจับจ่ายเพิ่มขึ้น

           “ขอโทษค่ะ แพงไม่เห็น”

           “หิวไหมหนู วันนี้มีมะกะโรนีมะเขือเทศที่แพงชอบด้วยนะ”

           ใบหน้าสลดเพราะรู้สึกผิดในทีแรกขึงตากว้าง พลันยกนิ้วหัวแม่มือขึ้นมาเขย่าตรงหน้าเบาๆ

     “สุดยอด...”

           เชฟน้อยที่เห็นถึงกับหลุดขำ  ให้กับเพื่อนร่วมงานรุ่นลูก เธอมักจะทำตัวน่ารักแบบนี้เสมอ

           

           

           เลิกงานคนตัวเล็กกลับมาถึงห้องด้วยความเหนื่อยล้าเช่นเคย หากแต่วันนี้หมดแรงคูณสองเมื่อออกจากลิฟต์มาเห็นบิลมากมายอยู่ในกล่องจดหมาย มากถึงขนาดล้นออกมา เธอหยิบมันเข้ามาในห้อง และตัวเลขมากมายหลังเอามาบวกกันทำให้ต้องฟุบลงกลางเตียงด้วยความหมดแรงอีกครั้ง พลันภาพจำของวันนี้กลับปลุกให้ลืมตาตื่น ชนิดขยุมหัวหน้าแหงนมานั่งตัวตรง

           “หรือว่าจะลอง..”

           ไม่พูดเปล่าแต่ควานหาโทรศัพท์ในกระเป๋าผ้าด้วย จากนั้นจึงจะเข้าไปในแชทของแม็กที่ตกไปอยู่ข้างล่างเพราะไม่ได้คุยกันนานเป็นปี แม้เวลานี้จะดึกแล้วแต่ไม่ได้มีผลอะไรต่อพวกเธอ เพราะคนในแชทยังไม่เลิกงาน ยังคงดำรงตำแหน่งส่วนหน้าในผับอยู่

           แม็ก (เพื่อนมัธยม )

                                   : เรื่องที่คุยกันตอนเย็น แพงสนใจนะ

           

           คืนนั้น..

           เวลาเดียวกันกับเธอ อาคีรา เพิ่งจะกลับมาจากประชุมนัดใหญ่ที่รวมคณะกรรมการเกือบทุกหมู่เหล่าเกี่ยวกับการสร้างโครงการใหม่ระดับหมื่นล้าน ที่จะเปิดตัวภายในสองไตรมาสนี้

เมื่อมาถึงบ้านห้องที่เขาจะไปต่อไม่ใช่ห้องนอน อาบน้ำพักผ่อนอย่างเช่นนักธุรกิจทั่วไป แต่เป็นอีกห้องหนึ่งที่สามารถดื่มเหล้าได้ บางครั้งใช้ในเรื่องเซ็กซ์ด้วย

           เหล้าคอนยัคถูกเทใส่แก้วสนิฟเตอร์จากเจ้าของมือที่กำลังหงุดหงิด ความพิถีพิถันจึงถูกพลัดพรากไปในพริบตา แต่การวางมือไว้ก้นแก้วรออุณหภูมิ เพิ่มกลิ่นหอมออกมา พลันควงแก้วเบาๆแล้วค่อยจิบนั้นยังคงอยู่ หากแต่ครั้งนี้เหล้าที่เขาดื่มเหมือนจะถูกลดทอนคุณค่า เมื่อความคิดที่พอว่างจากการคิดเรื่องงานแวบไปนึกถึงสาวน้อยคนนึง เธอสวยระดับดารา หุ่นดีระดับนางแบบ แต่กล้าดีอย่างไรมาปฏิเสธเขา!

           ดวงตาคมกริบหลุบต่ำ มองแก้วเปล่าไม่เหลือบรั่นดีสักหยดหลังถูกกระดกไปจนหมดแล้ว ท่าทางของเขาดูคุกรุ่น  ทว่านั้นไม่น่าแปลกใจเท่ากับความคิด

           ร่างสูงมองรูปผู้หญิงมากมายซึ่งเรียงรายอยู่ในแมคบุ๊ค ถูกส่งมาโดยลูกน้องคนสนิทตามคำสั่งของทุกๆเดือน เขาจะใช้บริการผู้หญิงเหล่านี้ที่มีดีกรีระดับนางแบบเป็นว่าเล่น เงื่อนไขไม่ผูกมัด แค่ดื่ม คุย นอนด้วยกันและลืมกันไป ยากนักที่จะมีการสานต่อเป็นครั้งที่สอง เพราะเขาไม่ชอบกินเมนูซ้ำ เว้นแต่จะผ่านไปเนิ่นนานจนลืมรสชาติแล้ว ทว่าวันนี้เขากลับมองพวกหล่อนด้วยสายตานิ่งสนิท ราวกับเป็นภาพถ่ายธรรมดา

ดวงสายตาวางเปล่าไร้ความรู้สึกแต่คมกริบขณะมองอยู่ เปลี่ยนเป็นหลุบต่ำกะทันหันราวโบกมือดับเปลวไฟบนไส้เทียนดับ เหลือแต่ควัน เขาดึงตัวเองลุกจากขอบโต๊ะขึ้นมายืนเต็มความสูง  ตวัดสายตาไปยังลูกน้องคนสนิท ที่ยืนผสานมือกุมต่ำรอรับคำสั่ง พลันกระดิกนิ้วชี้

           “เด็กคนนั้น..”

           “ครับนาย ให้ผมทำยังไงดีครับ”

           “ตาม”

           

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เด็กเสี่ย    บทที่ 155 บทส่งท้าย

    เสียงทีมงานเดินมากระซิบใกล้ๆ หลังจากนั้นม่านก็ค่อยๆแยกออกจากกัน นาทีที่ได้เห็นแสงสว่างในนาทีนั้น สาดส่องจากหลังม่านเข้ามา พร้อมเสียงดนตรีจากเปียโนที่ดังชัดเจนขึ้น เธอรู้สึกเหมือนร่างทั้งร่างกำลังอ่อนแรง แต่ละก้าวที่เดินเหมือนผู้เป็นแม่ของเธอประคองไปซะมากกว่า ช่างเป็นการเดินที่ยากต่อการตวบคุม ไม่ต่างกับเด็กน้อยเพิ่งเดินเป็น “ดูสิ คนหันมายิ้มให้ลูกของแม่เยอะเลย” พุนพินกระซิบบอกลูกสาว เธอกวาดตามองตาม เมื่อเห็นแขกที่ถูกเชิญ ทั้งเพื่อนของตัวเอง ทั้งคนที่รู้จัก และไม่รู้จัก ต่างพร้อมใจกันยืนขึ้น และส่งยิ้มให้ เพียงแค่นั้นความประหม่าของเธอก็หายไปทันที ไม่พอเพียงแค่นั้น สิ่งที่ทำให้เธอเกิดความมั่นใจขึ้น และกลับมาเดินอย่างมั่นคงต่อไปได้อีกครั้ง คือร่างสูงไกลๆตรงหน้า เขาอยู่ในชุดสูทสีขาวที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แต่กลับทำให้ดูดีมากขึ้นอีกเท่าตัว ไม่เกินจริงอย่างที่เพื่อนสนิทของเธอสปอยล์ เขากำลังยิ้ม สายตาจับจ้องมายังเธอเพียงคนเดียว ราวกับรอให้เธอเดินไปถึงด้วยก้าวที่มั่นคงทีละก้าวอย่างใจจดใจจ่อ และเมื่อมาถึงเขาระหว่างทาง เขาจะเป็นฝ่ายพาเธอไปยังอนาคตด้วยตั

  • เด็กเสี่ย    บทที่ 154 พิธีวิวาห์

    ผ่านไปนานเท่าไหร่เธอเองก็ไม่รู้ เพราะไม่ได้รู้สึกเบื่อหน่ายหรือเหนื่อยเลยกับการถูกจับทำโน่นทำนี่ราวกับตุ๊กตา กลับกันตลอดเวลาที่ช่างแต่งหน้าพากันล้อมรอบ แปลงโฉมด้วยเครื่องประทินผิวยี่ห้อแพง และคุณภาพดีให้เธอ เธอรู้สึกว่ามีค่าและวาสนามากเรียกได้ว่าวันนี้เป็นความสุขที่ล้นเปี่ยมอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิต และครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าตัวเองสวยขนาดนี้ ผ่านกระจกบานหรูของโรงแรม“โอมายก็อด..”“บอกแล้ว ว่านางฟ้าต้องประทับร่าง”“มงลงไปเลยจ้า”เสียงปรบพร้อมกับคำเยินยอดังสนั่นห้อง หลังจากเครื่องประดับทั้งหมดที่เตรียมมาได้ถูกจัดวางบนตัวเธอ รวมถึงชุดเจ้าสาวที่สวมอยู่ด้วย ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าตัวเองจะมาถึงจุดนี้ อาคีราเสกให้เธอกลายเป็นผู้โชคดีจริงๆแกร็ก!เสียงบานประตูถูกผลักเข้ามาหลังเคาะเป็นจังหวะสามครั้ง ดึงความสนใจของคนในห้องให้หันไปทั้งหมด เมื่อเห็นว่าเป็นแม่ของเจ้าสาว แม่ของเจ้าบ่าว และเพื่อนของเจ้าสาว ทั้งสามคนก็ถอยร่น เป็นการเปิดทางให้ทุกคนเข้ามา แน่นอนว่าทันทีที่ได้เห็น คนมาใหม่ถึงกับตาค้าง“สวยจังเลยลูก” นี่คงเป็นความรู้สึกหัวใจพองโตที่จะต้องจดจำไว้อย่าได้ลืมเชียว ก

  • เด็กเสี่ย    บทที่ 153 เจ้าสาวแสนสวย

    วันต่อมาเป็นครั้งแรกที่เพื่อนสนิทของเธอมาบ้าน ด้วยโลเคชั่นของเธอที่ส่งไปตั้งแต่เมื่อคืน เพียงแค่ทั้งสามคนเจอกันก็เรียกรอยยิ้มของคนป่วยได้ไม่น้อย ร่างเล็กนามว่าม่อนไม่ได้พูดอะไรมากนอกจากการพนมมือไหว้เคารพผู้ใหญ่ วางกระเป๋า แล้วเดินเข้าไปหา เธอเลือกนั่งข้างๆ ยื่นมือบางไปทาบทับมือเหี่ยวของแม่เพื่อนสนิทเบาๆ ทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้ มาจากความรู้สึกล้วนๆ หลังจากสังเกตว่าพุนพินซูบผอมลงไปเยอะ เหมือนคนป่วยจริงๆ จนหล่อนรู้สึกเศร้าขึ้นมาเลย ทันทีที่นึกไปถึงอนาคต วันนั้นที่พะแพงไม่มีแม่คนนี้แล้ว“ป้าพินเป็นไงบ้างคะ”“ก็ทรงตัวอยู่ แต่เวลาปวดขึ้นมาก็ทรมานเหมือนกัน”ร่างสูงที่เห็นแบบนั้น จากท่าเดินที่เร็วตามบุคลิก กลายเป็นเชื่องช้าลงขณะเดินไปนั่งโซฟาตรงกันข้าม มองภาพนั้นด้วยสายตาละห้อย ไร้คำพูดใดๆ ส่วนพะแพงคนเป็นลูกที่เห็นอาการของแม่จนชินตาแล้ว ทำได้เพียงยืนมองอยู่เฉยๆ ด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวังใช่..เธอยังคงมีความหวังอยู่ หวังว่าแม่ของเธอจะอยู่ถึงตอนเธอรับปริญญา แม้ว่ามันจะเป็นไปได้ยากก็ตามทีหนึ่งชั่วโมงผ่านไป หลังทุกคนพากันพูดคุยหัวเราะต่อกระซิก พร้อมกินขนมที่พุนพินทำไปด้วยความเอร็ดอร่อยตรงโ

  • เด็กเสี่ย    บทที่ 152 แต่งงานสายฟ้าแลบ

    สองอาทิตย์ต่อมา งานแต่งของพวกเขาถูกแพลนไปไกลแล้ว และเหลืออีกไม่กี่อย่างก็พร้อม อาคีราเลือกที่จะเริ่มไปนอนที่บ้านของตัวเองในคืนพรุ่งนี้ เช้านี้จึงอยากจะพาครอบครัวของฝั่งเจ้าสาวไปทำบุญก่อน ตกตอนเย็นก็ค่อยกลับบ้านตามลำพัง “คนมาทำทานเยอะเหมือนกันนะคะ” ใบหน้าสะสวยยืนหันหน้าไปทางกระแสลม ให้พัดหน้าจนผมปลิวว่อน ตรงข้ามเป็นแม่น้ำค่อนข้างใหญ่มีไว้สำหรับปล่อยปลา ข้างกันคือพุนพินที่หน้าตาถัดไปทางสดใสและอิ่มบุญ หากแต่ด้วยกายหยาบไม่ค่อยเอื้ออำนวยจึงทำอะไรเชื่องช้าไปหมด หล่อนเหมือนคนเหนื่อยตลอดเวลา ทว่าเมื่อถามทุกครั้งกลับส่ายหน้าและตอบว่าไม่เป็นไร ครั้งนี้ก็เช่นกัน “แม่หมดห่วงเรื่องของแพงได้แล้วใช่ไหมลูก” จู่ๆหล่อนก็โพล่งคำถามนี้ขึ้นมา หญิงสาวที่กำลังมองร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวกางเกงสีดำที่ยืนห่างไปพอควร อยู่ในลักษณะท่ายืนเท้าเอวสอบ หันหลังให้กับทุกคน เบื้องหน้าคือแม่น้ำวิวเดียวกันกับเธอ เขากำลังยืนรับลมไม่ต่าง เงยหน้าขึ้นเล็กน้อยปิดเปลือกตาลงปล่อยให้สายลมบางเบาพัดโบก เสมือนกำลังผ่อนคลายพลางหันมาทางผู้เป็นแม่ “แม

  • เด็กเสี่ย    บทที่ 151 จะอยู่ในทุกช่วงเวลา

    “ครับ ผมจะทำให้เลย ทำทันที และเร็วที่สุด”ก่อนความเงียบจะเข้าปกคลุมทันทีที่พุนพินเอ่ยจบ และค่อยๆเรียกรอยยิ้มของคนทั้งสามออกมาเปื้อนใบหน้า เมื่อคำขอนั้นแท้จริงไม่ได้ยากอะไรเลย กลับกันเป็นอีกเรื่องที่พวกเขากำลังครุ่นคิด และมีอยู่ในหัวอยู่ก่อนแล้ว“แต่งงานกับลูกสาวของน้าในตอนที่น้ายังแข็งแรงอยู่ได้ไหมคะ”“ได้ครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมกับแพงคิดอยู่เหมือนกันว่าจะเอายังไง พอเป็นแบบนี้ก็ดีครับ งั้นจบทริปนี้ กลับไปผมจะให้พ่อแม่มาสู่ขอเลยละกัน แพงว่าไง..หนูโอเคไหม”คนถูกถามละสายตาจากมือบางที่แอบบีบเข้าหากันแน่นเพราะความเขิน เงยหน้าขึ้น มองหน้าผู้เป็นแม่สลับกับเขาแล้วยิ้มกว้าง ถึงจะรู้สึกติดเรื่องเรียนอยู่เล็กน้อย เพราะรู้สึกเหมือนจะฉุกละหุกจนเกินไป แต่ถ้านี่คือความต้องการของแม่เธอ หญิงสาวก็ไม่ขัด ดีซะอีก จะได้ไม่ต้องค้างคา เพราะถึงยังไงคนที่เธอคิดจะฝากชีวิตและอยู่ด้วยกันจนวันสุดท้ายก็เป็นเขาอยู่แล้ว“ได้ค่ะ แพงโอเค”“ถ้าอย่างนั้นก็ตามนั้นครับ”“ขอบคุณนะคะ ขอบคุณมากที่เอ็นดูและรักยัยแพง”“ครับ ผมยินดี”วันต่อมาด้านของปานดาวเช้านี้หล่อนได้รับข่าวดีที่ทำให้กล้ามเนื้อทั้งมัดเล็กมัดใหญ่โลดเต้น

  • เด็กเสี่ย    บทที่ 150 มีอะไรอยากทำไหม

    จุดหมายปลายทางคือบ้านสวนที่อาคีราซื้อทิ้งไว้แถวปริมณฑล เคยเป็นที่ดินเปล่ารกร้างมาก่อน แต่ถูกดัดแปลงให้เป็นบ้านสวนเพื่อการพักผ่อนโดยเฉพาะ แน่นอนว่าสิ่งนี้คือสิ่งที่ย่าของเขาชื่นชอบ แต่ไม่มีเวลาได้มาพักผ่อนเลยสักครั้ง เนื่องจากท่านเสียชีวิตไปซะก่อน เหตุการณ์ครานั้นเป็นสิ่งย้ำเตือนใจเขา หากคิดจะทำอะไรสักอย่างอย่ารอวันที่สาย อาทิเช่นตอนนี้กับว่าที่ภรรยาของเขาคือพะแพงและแม่ของเธอ ที่ไม่อยากให้เวลาเดินไปข้างหน้าอย่างสูญเปล่าแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว เขาจึงจัดทริปนี้ขึ้นมา เพื่อให้แม่ของเธอได้สูดอากาศที่มาจากธรรมชาติจริงๆบ้าง อีกนัยยะ ไม่อยากให้อุดอู้อยู่แต่กับบ้าน ถึงมันจะใหญ่มากก็เถอะ“ซื้อไว้นานแล้วเหรอคะ”เสียงหวานกังวานหันมาถามทันทีที่เดินลงมาจากรถ โดยมีปุณและพยาบาลดูแลพุนพินอีกคนช่วยกันยกของ รวมถึงเขาและเธอที่ช่วยกันละไม้คนละมือ ไม่ได้เดินตัวเปล่าลงมา“ครับ หลายปีแล้ว ครั้งนี้ครั้งที่สามที่พี่มา”พะแพงเพิ่งสังเกตเห็นคนสวนเดินเข้ามาอย่างนอบน้อมและถ่อมตน ทันทีที่หยุดอยู่ตรงหน้าร่างสูงก็ยกมือไหว้ หลังจากนั้นเดินไปเปิดประตู แล้วไปช่วยปุณยกของต่อ“คนนี้..”“ลุงพันอยู่เฝ้าที่นี่ตั้งแต่แรก” เขา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status