Share

บทที่ 2

last update Tanggal publikasi: 2025-07-13 22:10:14

ใยไหมขอตัวแยกกับปูเป้เพื่อนร่วมงานด้วยระดับความขุ่นมัวในใจที่วิ่งพล่านทั่วร่าง หลังจากถูกหนุ่มเจ้าของงานส่งสายตาหวานเชื่อมให้จนกระทั่งงานจบ ในขณะที่หญิงสาวกำลังจะเก็บของกลับ เขาก็เรียกตัวเธอเพื่อไปพูดคุยเป็นการส่วนตัว ตอนแรกใยไหมก็คิดว่าเขาจะทาบทามงานครั้งหน้า ซึ่งเขาก็เสนอจริงๆ เพียงแค่มันไม่ใช่งานพริตตี้ เอ็มซี อย่างที่เข้าใจ แต่มาถามราคาค่าตัวสำหรับร่วมหลับนอนกับเขาต่างหาก ทำโทสะเธอพุ่งปรี๊ดเกือบจะตบหน้าหล่อๆ นั่นอยู่แล้ว

แต่ด้วยสถานะที่ต่างกันราวฟ้ากับเหวก็ฉุดสติเธอไว้ก่อน แล้วเลือกที่จะปฏิเสธคำชวนนั้นอย่างตรงไปตรงมา สีหน้าเธอคงแสดงออกถึงความไม่พอใจชัดเจน ทำให้ฟลุ๊คหน้าเสียเล็กน้อย แต่ก็ยังมีจิตสำนึกพอที่จะไม่เซ้าซี้เธอต่อ ไม่เช่นนั้นเธออาจจะต้องไปเสียค่าปรับยังโรงพักข้อหาทำร้ายร่างกายประธานหนุ่มสุดหล่อแล้ว

มือบางกระชับกระเป๋าเสื้อผ้าใบอ้วนบนไหล่ ก้าวขาฉับๆ เสียงส้นสูงยามมันกระทบพื้นทางดินหินอ่อนดังเป็นจังหวะ และด้วยระดับความหงุดหงิดในใจทำให้ใยไหมระบายอารมณ์กับการย่ำเท้ายิ่งขึ้น สะโพกกลมกลึงอวบอิ่มส่ายไหวยั่วสายตาชวนให้ผู้ชายต้องเหลียวหลังมองน้ำลายแทบหก ยิ่งได้เดรสสั้นสีส้มแปร๊ดรัดรูปรวมกับใบหน้าสวยจัดยิ่งทำให้เสน่ห์เปี่ยมล้นในตัวเธอทวีตัวขึ้นไปอีก

แต่ช่วงเวลานี้เธอไม่มีอารมณ์จะเดินทอดน่องเป็นอาหารตาให้ใครแล้ว รีบมุ่งหน้าไปทางห้องน้ำเพื่อถอดเดรสรัดรูปที่อวดเน้นสัดส่วนเธอให้ชัดเจนออกพ้นร่างโดยเร็วที่สุด

ใช้เวลาเพียงไม่นานใยไหมก็จัดการเปลี่ยนชุดกลับมาเป็นเสื้อกล้ามกางเกงยีนเช่นตอนแรก ร่างบางระบายลมหายใจยาวเฮือกใหญ่อย่างเหนื่อยล้ากับสิ่งที่ต้องเผชิญในแต่ละวัน ยอมรับว่างานที่ตัวเองทำนั้นคนส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ยกย่องให้เกียรติอยู่แล้ว แม้จะเคยเจอหนุ่มหล่อรวยดูมีการศึกษาแค่ไหน แต่ในหัวสมองผู้ชายมันก็คิดแต่เรื่องอย่างว่าทั้งนั้น จะโทษใครได้นอกจากความจนในชีวิตตัวเองที่ทำให้เธอต้องรับงานขายรูปร่างหน้าตาเพื่อหาเลี้ยงปากท้อง และก็ต้องยอมรับว่ามีเพื่อนร่วมอาชีพหลายคนที่รับงานนอกเวลากับลูกค้ากระเป๋าหนักจริงๆ นั่นยิ่งทำให้ชื่อเสียงของพริตตี้ เอ็มซี ที่พยายามขายความสามารถในการพูดถูกลดทอนคุณค่าลง

เธอก้มหน้าเดินครุ่นคิดจมดิ่งกับเหตุการณ์เมื่อครู่อยู่ในหัวตลอดทางเดินยาวออกจากห้องน้ำ ทำให้ไม่ทันระวังคนที่เดินโผล่ออกมาจากทางหลัก เนื่องจากเป็นมุมอับสายตาพอดี

ปึก!

"อ๊ะ! ขอโทษค่ะ"

หญิงสาวเซถอยหลังไปเล็กน้อย เมื่อหัวกระแทกเข้ากับกำแพงหนา รีบกล่าวขอโทษเนื่องจากตัวเองใจลอยจนไม่ได้มองทาง พอเหลือบสายตาขึ้นมองก็ต้องพบว่า คนที่ชน คือคนเดียวกับชายแปลกหน้าที่ยืนจับจ้องตอนเธออยู่บนเวทีจัดงานจนรู้สึกอึดอัด

สายตาดุดันร้อนแรงคู่เดิมไล่สำรวจการแต่งกายของเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าอีกครั้งอย่างจาบจ้วงไร้มารยาท ทำให้เธออารมณ์ขึ้นหน่อยๆ แล้วรีบก้าวถอยหลังให้ห่างจากคนประหลาดด้วยความหวาดระแวง

"เดินดูทางซะบ้าง ไม่ใช่ดีแต่อ่อยผู้ชายไปวันๆ"

เขาทิ้งสายตาล้ำลึกพร้อมคำพูดรุนแรง ทำหญิงสาวหน้าชาวาบเหมือนถูกตบกลางสี่แยก แต่ยังไม่ทันที่สมองจะคิดคำพูดโต้กลับ เขาก็ส่ายหน้าราวกับเธอเป็นสิ่งน่ารำคาญแล้วก้าวเดินจากไปทั้งแบบนั้น ปล่อยให้สาวสวยที่ถูกด่ายืนเหวอ ก่อนที่สติจะกลับเข้าร่าง

"เอ้า! เฮ้ยคุณ! บ้าเอ๊ย! ผู้ชายอะไรวะ ปากโคตรเสีย!"

ใยไหมยีเส้นผมตรงยาวจรดเอวด่าตะโกนไล่หลังด้วยความโมโห เธอรู้ว่าเขาได้ยินคำด่าเธอแน่นอนแต่เลือกที่จะมองเมิน ทำกองไฟโทสะในกายที่เพิ่งมอดดับไปเมื่อครู่ลุกโชนอีกครั้ง

"ชีวิตแต่ละวัน เจอบ้าอะไรเนี่ย แค่เดินชนก็ถูกด่า โวะ!" ร่างสมส่วนสบถออกมาหยาบคาย ขัดกับใบหน้าสวยไร้ที่ติสิ้นเชิง แต่ใครเจอแบบเธอแล้วไม่หัวร้อนบ้างให้มันรู้ไป

ดวงตาเฉี่ยวคมตวัดค้อนมองตามแผ่นหลังของหนุ่มหล่อนิสัยโคตรแย่วางท่าสูงส่งเหนือคนอื่นอย่างเคียดแค้น แต่ก็ขี้เกียจจะไปต่อความยาวสาวความยืดกับคนบ้า จึงเลือกเก็บความโมโหเอาไว้แล้วกระทืบเท้าปึงปังจากไปอีกทาง

อีกด้าน

"อะไรของมึงวะ ไอ้แผ่นดิน กูขึ้นไปสัมภาษณ์แป๊บเดียวกลับลงมามึงก็หายหัวไปแล้ว นึกว่ากลับบ้านไปแล้วซะอีก" ฟลุ๊คขมวดคิ้วมองเพื่อนร่างสูงที่เดินเข้ามาในร้านอาหารด้วยความแปลกใจ หลังจากเพิ่งได้รับข้อความจากอีกฝ่ายชวนกินข้าวกะทันหัน

"กูแค่ออกไปเดินเล่นแก้เบื่อ หิวพอดีเลยชวนมึงกินข้าว" แผ่นดินว่าพลางเลื่อนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามทิ้งตัวลงนั่ง

พอสองหนุ่มหล่อสวมสูทผูกไทราศีคนรวยจับทุกกระเบียดนิ้วมาอยู่พร้อมหน้ากัน ก็เรียกสายตาเคลิบเคลิ้มของสาวๆ ในร้านได้เป็นอย่างดี แผ่นดินเลือกที่จะไม่สนใจท่าทางเชิญชวนเหล่านั้นแล้วคว้าเมนูอาหารขึ้นมาดู ผิดกับหนุ่มเจ้าเสน่ห์อย่างฟลุ๊คที่มียักคิ้ว ส่งยิ้มให้สาวๆ ใจละลายเล่นจนเพื่อนหน้านิ่งเริ่มรำคาญ

เขาหันไปสั่งเมนูที่ต้องการพร้อมไวน์แดงเข้ากับสเต๊กเนื้อชั้นดีกับบริกรสาวที่ยืนเหม่อเผลอใจลอย มองความหล่อเหลาคมเข้มนั้นอย่างลืมตัว ก่อนจะได้สติเมื่อลูกค้าสุดหล่อปิดเมนู รีบก้มหน้าเขินจิ้มเมนูบนเครื่องรับออร์เดอร์

"ลูกค้าอีกท่านรับเป็นอะไรดีคะ"

"ผมขอสเต๊กปลากับไวน์ขาวแล้วกันครับ"

"ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ"

เธอก้มหน้าเอียงอายเมื่อหนุ่มหน้าใสที่ดูสุภาพกว่าส่งยิ้มละลายใจมาให้ ส่งผลให้พวงแก้มใสเห่อร้อน โค้งตัวให้ทั้งคู่แล้วรีบหลบไปหวีดร้องด้วยความเขินสุดขีดกับเพื่อนร่วมงานด้านหลังร้าน

"เมื่อไหร่จะเลิกสักทีไอ้นิสัยอ่อยเรี่ยราดเนี่ย รำคาญตาฉิบ" แผ่นดินแขวะเพื่อนไปที แต่อีกฝ่ายก็ทำเพียงส่งยิ้มระรื่นกลับมาให้อย่างไม่สะทกสะท้าน

"ก็แล้วเมื่อไหร่มึงจะเลิกทำหน้าเป็นตูด เหมือนโกรธคนทั้งโลกล่ะ"

"เรื่องของกู"

"เออ งั้นกูจะยิ้มให้สาวก็เรื่องของกูเหมือนกัน"

แผ่นดินทำได้เพียงพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ ใช้สายตาดุดันจ้องกลับกับคำตอบของเพื่อนรักที่ยอกย้อนกวนอารมณ์ หากไม่ใช่เพราะทั้งคู่รู้จักกันตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัยตอนไปเรียนยังสหรัฐอเมริกา และถ้าไม่ใช่ตอนนี้ต้องร่วมงานทางด้านธุรกิจกับมันต่อ เขาคงเลิกคบมันไปแล้ว

"ไหนบอกจะดีลเด็กไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงตกลงรับนัดกินข้าวกับกูได้"

ร่างสูงใหญ่หนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรเต็มไปด้วยมัดกล้ามอย่างคนชอบออกกำลังกายเอนหลังพิงพนัก ท่อนขากำยำเพรียวสอบใต้กางเกงสแล็กสีดำยกขึ้นไขว่ห้าง ผ่อนคลายไปกับบรรยากาศดีๆ ของร้านอาหารหรู เอ่ยถามเพื่อนสนิทด้วยความสงสัย

พอได้ยินคำถาม ฟลุ๊คก็กลอกสายตาพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ อย่างสุดแสนเสียดาย เมื่อคิดถึงหน้าสวยๆ และหุ่นอวบอึ๋มน่าสัมผัสของเหยื่อที่หมายตา

"เฟลดิ! น้องเขาไม่รับงานนอก"

"..."

คำตอบนั้นทำให้แผ่นดินขมวดคิ้วมองอีกฝ่ายด้วยความแปลกใจ เพราะผู้ชายหน้าตาดี ฐานะร่ำรวยแบบฟลุ๊คเป็นที่หมายปองของสาวๆ อยู่แล้ว ปกติเพื่อนมากรักก็มักควงพวกเน็ตไอดอล พริตตี้ ดาราหน้าใหม่สลับเปลี่ยนแทบจำหน้าไม่ได้ จึงไม่เข้าใจว่าทำไมถึงมีคนปฏิเสธโอกาสดีๆ ที่จะได้ใกล้ชิดกับนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงเช่นนี้ได้

"มึงเสนอราคาให้น้อยไปหรือเปล่า" คำดูแคลนหลุดออกจากปากหนุ่มหน้าคมเข้ม ซึ่งเพื่อนรักก็ดูเหมือนจะรับไม่ค่อยได้กับคำพูดจาตรงไปตรงมาไม่ให้เกียรติเช่นนั้น แต่ก็ขี้เกียจจะเอามาเป็นหัวข้อทะเลาะ จึงปล่อยผ่านเหมือนอย่างเคย

"แค่กูถามว่ารับงานพิเศษเพิ่มหรือเปล่า น้องก็ทำหน้าเหมือนจะอยากตบกูแล้ว พอบอกว่าไม่รับงานแบบนั้นกูเลยไม่กล้าเซ้าซี้ต่อ รู้สึกผิดนะที่ไปถามแบบนั้น แต่ก็เสียดายอยู่ดี โคตรสวยเลย"

"เล่นตัวโก่งราคาให้มึงสนใจน่ะสิ"

"ก็แย่ละ! กูดีลผู้หญิงมาตั้งกี่คน ดูออกโว้ยว่าใครแค่เล่นตัว ใครไม่เอา!"

"งั้นมึงคงไม่ใช่สเป็กยัยพริตตี้คนนั้นแหละ"

แผ่นดินไหวไหล่ตอบกลับสบายๆ อย่างไรเขาก็ไม่ค่อยอยากจะเชื่อเสน่ห์มารยาของผู้หญิงสมัยนี้เท่าไร ยิ่งทำอาชีพล่อแหลมต้องใช้หน้าตาร่างกายหาเงิน ร้อยทั้งร้อยก็อยากสบายทั้งนั้น

"ขี้เกียจจะคุยกับมึงแล้วจริงๆ หัวแข็งฉิบหาย"

ฟลุ๊คส่ายหัวระอากับความเชื่อฝังหัวแปลกๆ ของเพื่อนสนิท แล้วก็เป็นจังหวะเดียวกับที่บริกรสาวยกเครื่องดื่มมาเสิร์ฟทำให้ทั้งคู่หยุดโต้เถียงกันชั่วคราว ก่อนจะหันกลับไปคุยเรื่องธุรกิจที่เขากำลังร่วมงานกับแผ่นดินแทน

คอนโดใยไหม

ใยไหมเดินทางกลับถึงห้องพัก แม้จะอยู่นอกตัวเมืองไปหน่อยแต่ก็ไม่ไกลมหาวิทยาลัยนัก แถมเดินเท้าออกจากซอยประมาณห้าถึงสิบนาทีก็เจอรถไฟฟ้า ทำให้สามารถเดินทางไปไหนได้สะดวก แม้ห้องพักเธอมันจะไม่ใหญ่โตหรูหราก็ตาม แต่พอเป็นกรุงเทพทุกอย่างมันก็ดูแพงไปหมด ห้องขนาดเท่าหรูหนู ประมาณสามสิบตารางวา ราคาค่าเช่าต่อเดือนยังสูงถึงแปดพันบาท ไม่รวมค่าน้ำค่าไฟ ค่าครองชีพในแต่ละวัน

หญิงสาววางข้าวของพะรุงพะรังในมือยังโต๊ะกาแฟตัวเตี้ยหน้าทีวี พร้อมทิ้งตัวลงนอนแผ่หลาบนโซฟาขนาดกะทัดรัดนั่งได้เพียงสองคน ขนาดของมันเล็กถึงที่ว่าพอเธอนอนราบเหยียดตัวยาว ก็ทำให้ช่วงเข่าไปเกยบนที่วางแขนซะแล้ว แต่เธอก็ไม่ได้สนใจ หลับตาผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากทั้งงานและเรื่องราววุ่นวายที่เผชิญตลอดวัน

แล้ววันอันแสนยากลำบากก็ดูเหมือนจะยังไม่จบสิ้นเมื่อเสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าแผดเสียงร้อง หญิงสาวปรือดวงตาคู่สวยขึ้นมองอย่างเกียจคร้าน แต่จะไม่รับก็ไม่ได้เผื่อเป็นเอเจนซี่ติดต่องาน จึงพยายามเอื้อมมือคว้ากระเป๋าสะพายบนโต๊ะด้านหน้า แต่ความขี้เกียจก็ทำให้ใยไหมไม่ยอมลุกขึ้นนั่งดีๆ

มือบางควานหาโทรศัพท์หรูรุ่นใหม่ขึ้นมา แล้วก็ต้องพ่นลมออกแรงๆ พร้อมกลอกสายตาระอาเมื่อเห็นเบอร์ของมารดาแสดงบนหน้าจอ

'ติ๊ด'

"ว่าไงแม่"

(โอ๊ยกว่าจะยอมรับสาย ฉันถือสายรอเป็นชาติ!) ธิดาเปิดปากบ่นลูกสาวตั้งแต่ประโยคแรกที่เธอกดรับ นั่นยิ่งทำให้ระดับความอยากคุยกับอีกฝ่ายลดฮวบแม้จะไม่ได้เจอกันเกือบสามปีก็ตาม

"หนูก็ไม่ได้ว่างจับโทรศัพท์ตลอดไหมล่ะ! สรุปโทรมาจะบ่นเรื่องรับสายช้าว่างั้น"

(หน็อยยัยนี่! พูดกับฉันดีๆ สิยะ นี่แม่นะแม่ คนที่ต้องอุ้มท้องแกมาเก้าเดือน ลำบากลำบนเลี้ยงจนแกโตขึ้นมาได้อย่างทุกวันนี้)

"เรื่องนี้พูดมาเป็นล้านรอบแล้ว! ถ้าจะทวงบุญคุณ ระลึกย้อนความหลังให้หนูซาบซึ้งก็เอาไว้รอบหน้าแล้วกันค่ะ หนูเหนื่อยมาก ขอตัวไปพักก่อน" เธอขู่มารดาแล้วทำท่าจะวางสายจริงๆ ทำให้อีกฝ่ายต้องรีบร้องเรียกเอาไว้

ใยไหมพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ ก่อนจะยอมยกมือถือแนบหูอีกครั้ง แล้วรีบพูดดักคออีกฝ่ายไว้ก่อนราวกับรู้ทันความคิด

"ถ้าจะโทรมาขอเงินไม่มีนะ!"

(โวะ! ไอ้นี่! จะไม่มีได้ไง คิดว่าฉันไม่รู้เหรอว่าแกอยู่ดีกินดีแค่ไหนที่กรุงเทพ จะมางกอะไรกับคนเป็นแม่ฮะ!" อีกฝ่ายตะคอกกลับด้วยความหงุดหงิดไม่แพ้กัน ไม่วายย้ำสถานะความเป็นแม่ให้เธอจำขึ้นสมองว่าลูกควรมีหน้าที่เลี้ยงดูบุพการี ทำใยไหมเหนื่อยหน่ายมากที่ต้องมาพูดคุยกับคนที่ได้ชื่อว่าแม่

"ก็เงินที่ทำงานมาก็เอาไปจ่ายค่าเทอม ค่าห้องไงล่ะ แม่ไม่ช่วยออกอย่ามาพูดดีกว่า!"

(แต่รายได้แกมันเยอะไง! อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะ ฉันไปถามยายเพ็ญมาแล้วว่างานพวกพริตตี้แบบที่แกเป็นเนี่ย วันหนึ่งไม่ต่ำกว่าสามพันห้าพันแน่)

"แล้วคิดว่ามันเยอะนักเหรอไงกับการใช้ชีวิตในกรุงเทพเนี่ย หนูทำงานหนูก็เหนื่อยนะ ไม่ได้มีเหลือพอให้แม่เอาไปเล่นไพ่หรอก"

(ฉันน่ะถึงบอกว่าแกมันโง่! ได้ไปร่ำไปเรียนอยู่ในมหาลัยดีๆ หน้าตาก็ได้จากฉันไปเยอะไม่รู้จักหาผัวรวยๆ ให้มันดูแลจะได้สบาย)

ใยไหมไม่รู้จะสรรหาคำพูดไหนมาเปลี่ยนตรรกะความคิดของคนเป็นแม่เลยจริงๆ พอทั้งคู่ถกเถียงกันเรื่องเงิน มันก็จะวนมาอีหรอบนี้เช่นเดิม คือให้เธอจับผู้ชายรวยเป็นแฟน จนเธอขี้เกียจจะมานั่งปวดหัวคุยกับอีกฝ่ายต่อ

"พอๆ หนูขี้เกียจจะฟังแม่บ่นแล้ว มีอยู่แค่สามพันจะเอาไหม"

(ชิ! ถ้าพูดง่ายๆ แบบนี้ตั้งแต่แรกก็จบแล้ว โอนมาด้วย)

"หนูโอนให้แม่ไว้ใช้จ่าย อย่าให้รู้ว่าแอบเอาไปเล่นไพ่กับพวกยายเพ็ญจนหมดตัว ครั้งหน้าหนูจะไม่โอนให้แล้วจริงๆ" หญิงสาวขู่กลับทำให้มารดาส่งเสียงจิ๊จ๊ะขึ้นจมูกขัดใจที่ถูกคนเป็นลูกมาวางท่าสอน

(ฉันจะไปจ่ายดอกยัยป้าที่ตลาดโว้ย! ไม่ต้องทำมาเป็นเก่งสอนฉันหน่อยเลย ฉันรู้ว่าอะไรเป็นอะไร แกน่ะเลิกเล่นตัวแล้วหาผู้ชายรวยๆ ดูแลซะ หน้าตาดีๆ แค่อ้อนนิดอ้อนหน่อย ขี้คร้านจะสบายเป็นคุณนายไปตลอดชาติ ไอ้ศักดิ์ศรีที่ยึดมั่นถือมั่นไว้น่ะมันแดกไม่ได้รู้ไว้ซะ!)

"..."

เธอเลือกที่จะไม่ตอบกลับอะไรมารดาบังเกิดเกล้าต่อ กดตัดสายทิ้งไปเลยทั้งที่อีกฝ่ายเหมือนยังพูดไม่จบ นั่นคงทำให้ธิดาหัวเสียไม่น้อย ถึงได้โทรย้ำกลับมาอีกหลายครั้ง อยากจะด่าลูกสาวหัวแข็งอีกสักยก นิ้วเรียวกดตัดสายทิ้งไปอีกครั้ง เข้าแอปธนาคารเพื่อโอนเงินให้อีกฝ่ายไปซะจะได้เลิกวุ่นวายกับเธอสักที

และมันก็จริงอย่างที่คิด เพราะเมื่ออีกฝ่ายได้เงินไปโทรศัพท์เธอก็เงียบกริบ

มือบางยกขึ้นก่ายหน้าผาก หลับตาลงช้าๆ ความรู้สึกมากมายวิ่งวนอยู่ในอกพร้อมความน้อยเนื้อต่ำใจลึกๆ ที่ไม่เคยระบายให้ใครรับทราบ

ใยไหมนั้นเป็นเด็กต่างจังหวัด เธอเกิดมาในครอบครัวที่ค่อนข้างขัดสน อยู่กับธิดาเพียงแค่สองคน พ่อที่แท้จริงของเธอยังมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุขดีในบ้านหลังโตพร้อมครอบครัวแสนอบอุ่นของเขา และนั่นคือสิ่งที่เธอและแม่ไม่เคยได้รับ เพราะแม่เธอนั้นเป็นเมียน้อย

ความโลภและความคิดที่มีไม่มากนัก ทำให้ธิดาในวัยยี่สิบปีปล่อยให้ตัวเองท้อง เพื่อจะเหนี่ยวรั้งเจ้าของโรงงานที่เธอแอบลักลอบมีความสัมพันธ์ด้วยให้หันมาสนใจ หวังว่าเขาจะยอมทิ้งแฟนสาวที่คบกันมานาน แล้วมาดูแลรับผิดชอบเธอกับลูก

แล้วธิดาก็คิดผิด เพราะวิวัฒน์ดูแลส่งเสียเธอแต่ช่วงแรก ใช้คำหวานหลอกล่อให้หลงเชื่อว่าจะตบแต่งกับเธอ จนกระทั่งท้องโตใกล้คลอดไปทุกวัน อีกฝ่ายก็เริ่มวางตัวห่างเหินเบื่อหน่าย รู้ตัวอีกทีเขาก็เข้าประตูวิวาห์กับแฟนสาวคนนั้น และไล่อดีตชู้ท้องแก่ออกจากงานพร้อมเงินก้อนหนึ่งให้เธอเลิกวุ่นวายกับชีวิตเขาซะ

ใยไหมจึงได้เติบโตมากับมารดาตามลำพังอย่างยากลำบาก เงินที่ได้มามีไม่มาก จึงทำให้ธิดาต้องไปหยิบยืมมาจากคนอื่นบ่อยครั้ง พร้อมผลักดันให้ลูกสาวที่ฉายแววสวยตั้งแต่เด็กเข้าประกวดนั่นนี่เพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัวอีกทาง

เหตุผลที่เธอย้ายมาเรียนในกรุงเทพเพราะเบื่อนิสัยเช่นนี้ของแม่เต็มทน อยากจะเจอสังคมใหม่และมีชีวิตที่ดีกว่าเดิม แต่สุดท้ายเธอก็ต้องทำงานที่อาศัยรูปร่างหน้าตาอยู่ดี ไม่อยากจะยอมรับแต่ลึกๆ เธอก็อยากร่ำรวยสุขสบายอย่างคนอื่นบ้าง แต่ศักดิ์ศรีที่ค้ำคอว่าจะไม่เจริญรอยตามมารดาเด็ดขาด จึงเพียรพยายามทำแค่งานที่รับมอบหมายเท่านั้น ไม่เคยรับงานเสริมแบบสาวอื่นทำ แม้มันจะได้เงินดีกว่าก็ตาม

ใยไหมไม่ได้หวงพรหมจรรย์ แต่ด้วยหน้าตา บุคลิกที่ดูแรงๆ หรือดวงก็ไม่ทราบ ทำให้ในชีวิตดูไม่ค่อยจะเจอผู้ชายดีๆ กับเขาสักเท่าไร จึงครองตัวเป็นโสดมาตลอด ถึงแม้จะมีชายหนุ่มหน้าตาดี ฐานะร่ำรวยเข้าหาไม่ขาดสายก็ตาม

ตั้งใจว่าหลังเรียนจบจะไปสมัครงานดีๆ แบบคนทั่วไป เริ่มต้นชีวิตใหม่ให้ห่างวงจรอุบาทว์อย่างที่ผ่านมา ผู้ชายจะได้เลิกมองแค่นมกับหน้าแล้วถามราคา ถึงตอนนั้นอาจจะหาผู้ชายสักคนไม่ต้องร่ำรวยล้นฟ้า ขอแค่ไม่เป็นภาระแล้วช่วยกันเก็บเงินสร้างครอบครัว เท่านี้ก็ดูเป็นชีวิตเรียบง่ายอย่างที่หวังแล้ว

แม้จะมีอีกหนทางที่รวดเร็วและสบายกว่าดึงดูดใจอยู่เสมอ แต่ใยไหมก็ยังเชื่อว่าชีวิตเธอยังไม่อับสิ้นหนทางขนาดนั้น เงินไม่สามารถทำให้ผู้หญิงหัวแข็งแบบเธอยอมขายศักดิ์ศรี ถ้ามันไม่คุ้มค่ามากพอ

ร่างสมส่วนนอนคิดวางแผนชีวิตเรื่อยเปื่อยบนโซฟาตัวเดิมไม่ยอมขยับไปไหนนานนับชั่วโมงตั้งแต่วางสายมารดาไป ดวงตาเรียวสวยปรือขึ้นมองนาฬิกาบอกเวลาบนผนังห้อง บิดกายขับไล่ความขี้เกียจแล้วจึงยอมลุกตัวขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัว

วันอันแสนวุ่นวายเธอยังไม่จบเพราะยังต้องออกไปทำงานในคลับหรูอีก ในฐานะพริตตี้ระดับท็อปของร้าน!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เด็กโปรดท่านรอง   บทที่ 195

    แล้วก็เป็นไปอย่างที่คาด พอเมื่อคาเตอร์และม่านฟ้ามาค้างด้วย วายุก็รีบกระโดดเกาะขาคุณน้าใจดีทั้งสองเข้าไปในห้องนอนด้วย เพราะคาเตอร์ก็ยังติดนิสัยแสบซนไม่หาย และมักจะหาเรื่องสนุกชวนน่าหวาดเสียวมาเล่นกับหลานชาย ผิดกับแผ่นดินที่ค่อนข้างจริงจังและดุกว่า ทำให้วันนี้เด็กชายทิ้งพ่อแม่ไปซะงั้นแต่นั่นก็ถือเป็น

  • เด็กโปรดท่านรอง   บทที่ 194

    "ยับบบ""รับต่างหาก" เด็กชายแก้ไขคำผิดให้และกลิ้งลูกบอลกลับไปให้น้องสาวเบาๆ เรียกสายตาเอ็นดูจากเหล่าผู้ใหญ่ในห้องได้ทันที"วายุนี่น่ารักจริงๆ" ม่านฟ้าอดชมออกมาไม่ได้"อ่อนโยน ว่าง่าย แถมยังมีความเป็นผู้นำตั้งแต่เด็กเลย เห็นแบบนี้ป๊าล่ะปลื้มจริงๆ" เดชาฉีกยิ้มกว้างสายตาอ่อนโยนมองดูหลานทั้งสองเล่นกันด้

  • เด็กโปรดท่านรอง   บทที่ 193

    "แอบมาหลบกันอยู่ที่นี่กันนี่เอง" เสียงใสของลูกสาวคนเล็กดังขึ้น พร้อมการปรากฏตัวของแขกหน้าคุ้นเคยทั้งสามใบหน้าของม่านฟ้าอิ่มเอม จูงมือมากับคาเตอร์พร้อมลูกสาววัยหนึ่งขวบอย่างน้องคาเทียร์ในอ้อมแขนบิดาด้วย"โอ้ มาพร้อมหน้าพร้อมตากันเชียว""สวัสดีค่ะป๊า หน้าตามีความสุขเชียว เล่นกับหลานชายทั้งวันเลยสิท่า

  • เด็กโปรดท่านรอง   บทที่ 192

    สามปีต่อมาเด็กชายตัวน้อยวัยสามขวบวิ่งเล่นยังสนามหญ้ากว้างโดยมีพี่เลี้ยงวัยกลางคนวิ่งไล่ตาม ใบหน้าเล็กฉายแววหล่อตั้งแต่เด็กแดงก่ำด้วยเม็ดเหงื่อ หัวเราะคิกคักเสียงใสมีความสุข"คุณวายุวิ่งช้าๆ หน่อยสิคะ หวานวิ่งตามไม่ทันแล้ว""คิกคิก พี่หวานช้า แน่จริงก็จับวายุให้ได้สิ"พี่เลี้ยงระบายยิ้ม ชะลอแรงลงเล็

  • เด็กโปรดท่านรอง   บทที่ 191

    "กลัวครับ จะพยายามยั้งแรงนะ แต่พรุ่งนี้เมียห้ามบ่ายเบี่ยงไปหาหมอเด็ดขาด"เธอคลี่ยิ้มกว้าง ดวงตาเปล่งประกายด้วยความสุขใจ แม้แผ่นดินจะกังวลถึงลูกในท้องใจจะขาด แต่แรงปรารถนาก็พลุ่งพล่านเกินกว่าจะหยุดลงเพียงแค่นี้ใยไหมหยัดกายขึ้นให้กายร้อนหลุดออกมา พลิกตัวไปเกาะขอบอ่างเอาไว้แน่น พลางเอี้ยวหน้ามาส่งยิ้ม

  • เด็กโปรดท่านรอง   บทที่ 190

    "ก็ลองเคยมีสิ! ไหมจะเจื๋อนไอ้แผ่นดินน้อยทิ้งไปซะ!""ทำลงเหรอครับ งั้นใครจะทำให้ไหมครางเสียงหลงได้ล่ะ"แผ่นดินเปลี่ยนท่าทีเป็นออดอ้อนเอาใจ จุมพิตแก้มใสของภรรยาไปอีกครั้ง ต้องใช้เวลาพูดคุยอีกหลายนาทีกว่าคุณพ่อขี้เห่อจะยอมใจเย็นแล้วจูงมือภรรยาสุดที่รักเข้าไปอาบน้ำล้างคราบเหงื่อไคลด้วยกันภายในห้องน้ำอ่

  • เด็กโปรดท่านรอง   บทที่ 160

    "อะไรกัน แอบย่องเข้ามาคิดจะลวนลามฉันหรือไง""ใครลวนลามใครกันแน่! ฉันจะมาหยิบหมอนข้างเท่านั้น เลิกหลงตัวเองสักทีเถอะน่า!""ข้ออ้างเยอะจริงๆ อยากมานอนด้วยกันก็บอกตรงๆ สิ ฉันไม่ว่าหรอก""ข้ออ้างที่ไหนเล่า! ปล่อยเลยนะ!"เธอออกแรงดีดดิ้น แต่ก็ไม่อาจหลุดออกไปจากพันธนาการแกร่งได้ จนเป็นฝ่ายหอบแฮกเสียเอง ดว

  • เด็กโปรดท่านรอง   บทที่ 85

    "บะ...บอสหมายถึงอะไร""ก็ฉันไม่ได้ซุกเด็กไว้ไง ดังนั้นวันนี้เตรียมตัวถูกลงโทษหนักๆ ได้เลย"ความใหญ่โตเบียดเสียดโพรงอ่อนแทรกลึกเข้ามาทีละน้อย เพียงแค่แผ่นดินกดสะโพกหนักๆ ปลายหยักก็กระทุ้งชนผนังด้านในเต็มแรง จนใยไหมต้องเบ้หน้าจุกหน่วงวูบหวามไปหมด"อึก...เอาออกไปนะ!...ไหมล่ะเกลียดผู้ชายแบบบอสที่สุดเลย.

  • เด็กโปรดท่านรอง   บทที่ 74

    ยิ่งแผ่นดินนิ่งสงบคนที่ถูกมองก็เริ่มหนาวๆ ร้อนๆ ราวกับพื้นบริเวณนี้มีแรงสั่นสะเทือนชวนน่าขนลุก แต่ก็ยังคงรักษาภาพลักษณ์น่านับถือไว้เหนียวแน่น ไม่เปิดพิรุธให้อีกฝ่ายเล่นงานได้"ผมรู้ว่าอาเคยทำงานกับบริษัทเรามาตั้งแต่รุ่นพ่อผม และแน่นอนว่ามีเส้นสายมากมายในบริษัทแห่งนี้ด้วย ไม่แปลกเลยที่ 'โอภาส' ลูกชาย

  • เด็กโปรดท่านรอง   บทที่ 39

    และในเมื่อคิดหาคำตอบไม่ได้ ใยไหมจึงตัดสินใจโทรไปหาหลิว เพื่อนสาวในคลับหรูที่เธอไว้ใจในระดับหนึ่งเพื่อขอคำปรึกษา(หื้ม แปลกมาก แกโทรมาหาเนี่ยนะ) ปลายสายเอ่ยทักขึ้นด้วยความแปลกใจชัดเจน เพราะปกติแล้วใยไหมไม่ค่อยโทรเมาท์มอยกับใครนัก"อืม มีเรื่องนิดหน่อย สะดวกคุยไหม" เธอถามด้วยความเกรงใจ กลัวอีกฝ่ายอาจจ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status