LOGINวาว่าหมุนร่างของหยาดฝนให้หันไปมองตัวเองอีกครั้งในกระจกบานใหญ่ที่อยู่ในห้องนั้น
“เป็นอย่างไง ต่างจากเมื่อกี้ราวฟ้ากับเหว ใช่ไหม” ยิ้มอย่างภาคภูมิใจในผลงานการสร้างสรรค์ของตัวเอง
“ค่ะ” หยาดฝนเริ่มเห็นตัวเองที่ไม่ใช่ตัวเองอยู่ในกระจกนั้นแล้ว เธอเห็นตัวเอง ก็ยังแทบจะจำไม่ได้
“โอม มะโม นะโม มะโม วันนี้ อีวาว่าจะของลง ณ หน้าทอง องค์กะหรี่ องค์วันทอง องค์หลายผัว นางกากี จงมาลงที่อีนางคนนี้ ให้มันได้ ให้มันโดน ให้มันได้ ให้มันโดน ให้มันได้ ให้มันโดน เพี้ยง” วาว่าเป่าลมลงไปกลางกระหม่อมของหยาดฝนด้วย
ผลัวะ... เจ๊ใหญ่เปิดประตูเข้ามา
“คนนี้เหรอที่แกบอก” เจ้าของสถานบริการมองหยาดฝนอย่างวิเคราะห์ ปากก็ถามวาว่าไปด้วย
“ใช่จ้ะเจ๊ รับเถอะเจ๊ เด็กมันจำเป็นต้องใช้เงิน อยู่ไปเดี๋ยวก็เก่งเองแหละ”
“อ่อนประสบการณ์หรือ ยังไม่เคยมีผัว ว่างั้น” ปากตรง ๆ เล่นเอาคนฟังยังสะดุ้ง
“โอ้ย! มันก็ได้มาหลายอันแล้วล่ะ ดูทรงมันสิเจ๊ เด็กสาว ๆ เดี๋ยวนี้ หอ มอ ออ ยอ ยังไม่ทันแทงขน มันก็มีผัวกันแล้วจ้าเจ๊” วาว่ากลัวว่าเจ๊ใหญ่จะไม่รับ
เจ๊ใหญ่ยังคงเดินวนไปวนมารอบ ๆ ตัวของหยาดฝน
“ชื่ออะไร”
“เรนนี่” วาว่าชิงตอบ
“อื้อ พอไปวัดไปวา”
“บ้าน่า เจ๊... เด็กมันออกจะอวบจะอั๋น หน้าตาก็สวย ๆ จะบอกแค่ว่าไปวัดไปวาได้อย่างไร”
“ก็มันขาวนี่นา ฝรั่งมังค่ามันชอบตัวดำ ขอบเขียว ๆ”
“แหมพูดเสียเห็นภาพเลย แต่ทรงนี้ ทางแขกดูไบ แขกอาหรับ มันว่าเด็ดน่า”
“เอ่อ... เอ้า ลองดูก็ได้ เริ่มงานเลย วาว่าก็สอนน้องหน่อยก็แล้วกัน เวลาคุยกับลูกค้าต้องทำอย่างไร อย่าให้มีปัญหาก็แล้วกันนะ”
“ค่ะ เจ๊” เจ๊เดินอ้อมไปนั่งที่โต๊ะ
“แล้วค่าตัวของหนูล่ะจ๊ะ”
หยาดฝนกล้าถาม เพราะทำงานมันต้องได้เงิน ไหน ๆ ก็ใจกล้ามาหากินแบบนี้ ต้องเอาตัวเข้าแลก มันต้องมีทั้งเสีย และก็ต้องมีได้
“ออฟไปกับแขก แขกต้องจ่ายร้านชั่วคราวห้าร้อย ถ้าค้างคืนก็ต้องพันห้า ส่วนค่าตัวตกลงกับแขกเอาเอง” เจ๊ใหญ่หันมาหรี่ตามอง
วาว่ากระตุกแขนของหยาดฝน เพราะเรื่องนี้ไม่ได้เตี๊ยม เห็นสีหน้าของเจ๊ใหญ่ไม่ค่อยพอใจแล้ว วาว่าก็รีบดึงหยาดฝนออกมาจากห้อง
“ค่าจ้างก็คือดริงก์ ดริงก์ละหกสิบ แต่จะได้เยอะก็ตอนที่แขกออฟไป ยังไงถ้าฝนอยากได้เงินเยอะ ๆ ก็ต้องเชียร์ให้แขกพาออกไปข้างนอก ร้านจะเก็บจากแขกสามพัน ร้านได้พันห้า ฝนได้พันห้า แต่ถ้าออกไปจากแขก จะอ้อนเอาเท่าไหร่ก็ว่ากันไป ถ้าฝรั่งทางยุโรปก็เรียกเป็นเงินดอลลาร์”
“แล้วเราต้องเรียกกี่บาทละพี่”
“เอ็งคิดง่าย ๆ ก็หารสามสิบไปสิ”
“หารสามสิบ”
“ใช่”
“ถ้าแกจะเอาสักหมื่น ก็หารไปได้เท่าไหร่”
“สามร้อยกว่า ๆ”
“อื้อ” คำตอบที่ออกมาจากปากของวาว่านั้นแสนง่าย แต่คนมันไม่เคยแบบหยาดฝน เธอได้แต่อึ้งและมึนงง มันไม่รู้จะเริ่มตรงไหน และไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร
วาว่าพาเธอชมร้าน และยังพาเดินไปถึงห้องบนชั้นสองและชั้นสาม ที่กลายเป็นม่านรูดดี ๆ นี่เอง
หยาดฝนรู้สึกขยะแขยง แต่ก็ต้องเก็บอาการทั้งหมด เธอชำเลืองมองหน้าของวาว่าเป็นระยะ ใครกันที่จะเต็มใจทำงานแบบนี้ เธอคิดว่าไม่มีหรอก นอกจากคำว่าเงินที่ทำให้สาว ๆ ทุกคนมารวมกันอยู่ตรงนี้
หยาดฝนต้องทำใจ และคิดถึงแต่ใบหน้าและรอยยิ้มของน้องสาวสุดที่รัก “พี่จะทำทุกอย่างเพื่อเธอ”
หลุยส์มองโทรศัพท์ในมือ บล็อกที่เพื่อนของเขาเขียน มีเรื่องหนึ่งที่เป็นที่โจษจันที่กล่าวขานอยู่จนถึงตอนนี้ ก็คือเรื่องที่พี่ชายของอีริกเดินทางมาเที่ยวเมืองไทย
มีร้านอาหารร้านหนึ่งที่เปิดใจกลางเมืองหลวง ด้านหน้าเป็นร้านอาหารไทยรสอร่อย แต่ด้านในมีการขายบริการอย่างว่า และที่สำคัญหน้าสาวในร้านที่ทำงานแบบนี้ มันสวยจนจับจิตจับใจ และที่พี่ชายของอีริกคอนเฟิร์ม ก็คือสาว ๆ ทุกนางนั้นแซ่บเว่อร์
หลุยส์ก้ม ๆ เงย ๆ มองหน้าจอกับป้ายชื่อหน้าร้านอาหารที่อยู่ตรงหน้า เขาออกอาการหัวเราะ ยิ้มเก้อเขิน ถามตัวเองอยู่นั่นแหละว่า จะเอาจริงหรือ จะเข้าไปใช้บริการที่นี่จริง ๆ หรือ
เสียงของอีริกดังก้องเข้ามา
“ฉันว่านายไม่กล้าหรอกหลุยส์ ครั้งที่แล้ว นายไปปาร์ตี้กับพวกเรา แต่ตอนที่นายกำลังเข้าด้ายเข้าเข็มกับโซเฟีย นายกลับวิ่งหน้าตื่น แล้วหนีกลับบ้านไป” อีริกทำสีหน้าหยัน ๆ
“ฉันบอกแกตั้งหลายครั้งแล้วนะอีริกว่าวันนั้นฉันไม่ได้พกถุง”
“ฉันไม่เชื่อ มาปาร์ตี้แล้วไม่พกถุงมา แสดงว่าแกนะบ่อมีจี๊”
“อะไรของแก บ่อมีจี๊” ศัพท์สแลงภาษาวัยรุ่นฝรั่งเศสชอบว่ากัน ว่าไม่กล้าเล่นจ้ำจี้กับสาว ๆ
“และยายโซเฟียจะขึ้นฉันอยู่แล้ว”
“แล้วทำไม แกไม่วิ่งมาขอถุงกับฉันเล่า”
“ฮ่า... ของแกกับของฉันมันไซซ์ต่างกัน”
“อ้วก! แกว่าของแกใหญ่กว่าว่างั้น”
“ฮ่า...” หลุยส์ตบท้ายด้วยเสียงหัวเราะ แม้ว่าอีริกจะพูดยกตนข่มเขาอีกหลายเรื่อง และก็แขวะเรื่องนี้ไม่เลิก
“ถ้าแกถึงเมืองไทย ฉันขออย่างเดียว”
“อะไรวะ”
“ช่วยถ่ายรูปแกเซลฟีที่หน้าร้าน และสาว ๆ ที่ห้อมล้อมเหมือนกับพี่ชายฉันถ่ายมาสักรูป”
“โอเค ไม่น่ามีปัญหา”
“ก็ลองแกไม่ทำดูสิ ฉันจะเขียนลงบล็อกว่าแกน่ะ มันคือไอ้...”
“หยุด ฉันรับคำท้า แล้วฉันจะทำให้ได้”
“โอเค ดีล (Deal)”
“มันเป็นเสียงสะท้อนนะลูก เวลาที่เราตะโกน แล้วเสียงของเราเดินทางไปกระทบกับสิ่งที่ขวางกั้นอยู่ ทำให้มันสะท้อนกลับมาน่ะ”“จริงหรือครับ มันดีจัง พ่อลองตะโกนสิ”หลุยส์รีบทำตาม “ผมรักคุณเรนนี่ รักมาก ๆ รักมากถึงมากที่สุด อยากให้คุณได้ยินคำนี้มาตลอดเวลาที่ผมรอคอย ยกโทษให้ผมได้ไหมครับ อยู่กับผมได้ไหมครับ”ตาของเขามองไปที่หญิงสาวด้วยความเว้าวอนมือน้อยของน้องอาเธอร์หันไปจับใบหน้าของแม่“แม่จ๋า แม่ตอบพ่อสิครับ ผมอยากอยู่กับพ่อ แล้วแม่อยากอยู่กับพ่อไหม” เด็กชายบอกความในใจของเขาไปกับแม่ สายตามองแม่ด้วยความหวังหยาดฝนถึงกับหลั่งน้ำตา ภาพพ่ออุ้มลูกชายตรงหน้ามันช่างประทับใจ ริมฝีปากของเธอสั่นระริก ๆ ขยับอ้าปาก ก่อนจะส่ายหน้าระรัวหลุยส์ดึงตัวของเธอเข้ามากอด แล้วเขาก็น้ำตาไหล“อย่าปฏิเสธเลยนะ ให้โอกาสผมสักครั้งเถอะ ผมจะดูแลคุณกับลูกให้ดีที่สุด”หยาดฝนร้องไห้ฮือ ๆ อยู่ในอ้อมกอดของเขาโดยมีเด็กชายอาเธอร์คอยลูบหลังคุณแม่ปลอบประโลม“แม่จ๋า แม่อย่าร้องเลยนะครับ เธอร์ไม่อยากเห็นแม่ร้องไห้เลย” เด็กน้อยทำเสียงสั่นผู้เป็นแม่สบตากับลูกชาย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปสบตากับหลุยส์ทั้งม่านน้ำตา เขาจับปลายทางของเธอขึ้น
“เรนนี่ คุณช่วยหยิบจับอะไรออกมา แล้วช่วยเอาใส่เข้าไปในปากของคุณด้วย” เขาเล่นลิ้น พลางก้มลงมาหอมแก้มเธอฟอด...ฟอด... จุ๊บแรกของพ่อ จุ๊บที่สองของลูก“อาเธอร์ไปกับพ่อ เราจะไปเอาม้ากัน”“เย่...” กระโดดแบบดีอกดีใจ“แล้วขี่ขึ้นมาหาแม่ใช่ไหมครับ”“ใช่ เรนนี่จ๋า รอเราสองคนอยู่ที่นี่นะครับ”“อือ...” คุณแม่พยักหน้า มองพ่อที่อุ้มลูกชายกลับไปที่รถ แล้วขับลงเนินไปยังคอกม้า ที่นั่งอยู่ตรงนั้นก็เห็นหยาดฝนหยิบมือถือของหลุยส์ขึ้นมา เธอแปลกใจที่เขาไม่ได้ล็อกหน้าจอ เห็นหลุยส์ใช้รูปของอาเธอร์เป็นภาพพักหน้าจอแล้ว เธอเปิดเข้าไปด้านใน หยาดฝนได้เห็นรูปของตัวเองที่หลุยส์ได้แอบถ่ายเอาไว้ตอนที่เธอหลับ“อะไรของเขาเนี่ย” อดที่จะอมยิ้มไม่ได้หยาดฝนยกหน้าขึ้นมา เห็นหลุยส์กำลังควบม้าสีดำตัวทะมึน โดยมีอาเธอร์นั่งอยู่ด้านหน้า หญิงสาวยกมือถือขึ้นมาพร้อมกับเปิดกล้องถ่ายรูปสองพ่อลูกเอาไว้“แม่ครับ สนุกมากครับ”อาเธอร์ตะโกนออกมาตอนที่วิ่งผ่านตรงที่แม่ฝนนั่งอยู่ น้ำตาของแม่ค่อย ๆ ไหล นี่มันสวรรค์ชัด ๆ เป็นความโชคดีของเธอกับลูกใช่ไหมหลุยส์พาอาเธอร์ขี่ม้าวิ่งไปชมรอบ ๆ สวนองุ่นของเขา แล้วกลับมาทางที่หยาดฝนนั่งอยู่ เมื่อเห็
บ่ายคล้อยของวันนั้นจุ๊บ... หลุยส์จุมพิตลงไปที่กลางหน้าผากของหยาดฝน“ที่รัก” เขากระซิบบอกเธอเบา ๆ หญิงสาวลืมตาขึ้นมามอง“จะบ่ายสามโมงแล้วนะ คุณหลับไปจนเลยเวลาอาหารเที่ยงมาแล้วด้วย แล้วตอนนี้ ผมจะพาอาเธอร์ไปขี่ม้าเล่น และผมอยากจะให้คุณไปกับพวกเราด้วย”หยาดฝนคิดว่าเธอฝันไป ใบหน้าของหลุยส์อยู่ใกล้แค่เอื้อม หญิงสาวยกมือขึ้นมาแตะ ก่อนจะพูด“คุณกลับมาแล้วหรือคะ คุณจะมาอยู่กับฝนกับลูกใช่ไหม” หยาดฝนคิดว่าตัวเองฝันไป“ใช่” หลุยส์ตอบพร้อมกับจับมือของเธอแนบไปที่แก้มของเขา ปลายคางสาก ๆ และหนวดเคราของหลุยส์ที่เริ่มยาวออกมาทิ่มลงไปบนหลังมือของเธอหยาดฝนจึงสะดุ้ง แล้วเธอก็จำได้ทุกอย่างว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง“คุณ”“ก็ใช่ไง ผมเอง” เขายิ้ม พร้อมกับใช้มือช้อนศีรษะของเธอขึ้น ปลุกเธอให้นั่ง“ไปล้างหน้าล้างตาสิ ผมให้แต้วจัดปิกนิกให้ด้วย เราจะไปนั่งเล่นที่บนเขานู้นกัน” พูดพร้อมกับชี้ให้เธอดูออกไปที่นอกหน้าต่างหยาดฝนพ่นลมหายใจออกมา ขยับตัวเองอย่างช้า ๆ ร่องรอยที่หลุยส์ประทับความรักลงบนตัวเธอเมื่อเช้าสร้างความระบมให้กับเธอเช่นเดียวกัน“เป็นอะไร ขยับตัวช้าจัง”เธอมองค้อนเขา“อ๋อ... รู้แล้ว” ยิ้มมีเลศนัย“วันห
“ตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกัน คุณพูดภาษาอังกฤษกับฉัน ทั้งที่คุณพูดภาษาไทยได้ชัดเป๊ะ” เธอตั้งท่าหาเรื่อง หยาดฝนคิดว่าเขากลับไปฝรั่งเศสแล้ว ในชีวิตนี้ เธอกับลูกจะไม่มีวันได้เจอกับเขาอีก“ผมขอโทษคุณแล้วกัน”“คุณตั้งใจโกหก”“โอเค ผมขอโทษแล้วไง”“ก็มันเป็นเรื่องโกหกเรื่องแรกของคุณค่ะ ที่ทำให้ฉันรู้ว่า ฉันไม่ควรเชื่อใจใครทั้งนั้น และฉันไม่ควรจะเชื่อ หรือไว้ใจคุณอีก”“เรนนี่คุณจะเอาประสบการณ์ในชีวิตแย่ ๆ ที่คุณเจอมา มาวัดกับนิสัยใจคอของผมไม่ได้นะ” เขาบีบมือของเธอแน่นขึ้นกว่าเดิม หลุยส์รู้สึกเจ็บในหัวใจ“คุณไม่รู้หรอกว่า ผมผ่านอะไรมาบ้างในช่วงที่ผ่านมา ตอนที่ผมยังหาคุณไม่เจอ”“คุณก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะว่าฉันผ่านอะไรมาบ้าง ตอนที่ไม่มีคุณ” เธอโต้เขากลับ“คุณจะไม่ให้โอกาสผมเลยเหรอ แล้วคุณจะไม่ให้โอกาสตัวเอง หรือแม้แต่อาเธอร์เลยใช่ไหม ผมเป็นพ่อแท้ ๆ ของอาเธอร์ ผมมีสิทธิ์ในตัวของลูกเท่ากับคุณ วันไหนที่ผลดีเอ็นเอออก วันนั้นจะเป็นวันที่วัดว่า ผมไม่ได้พูดโกหก และคุณเองก็รู้อยู่แก่ใจ มานี่”เขาดึงแขนเธอ และพาตัวเธอที่หน้างอเข้าไปด้านใน“แม่ครับ มาดูสิ เรื่องนี้ไง ที่เธอร์อยากดูน่ะ และแม่ก็หาไม่ได้” เด็กชาย
“แต่ผมจะบอกคุณให้รู้นะ คุณตรงข้ามกับผมเลย ผมรู้สึกดีใจมากที่ได้เจอคุณกับลูก” เขาหยอดคำหวาน และพยายามจะจับมือของเธอ หยาดฝนชักมือของเธอลงไปใต้โต๊ะ“คุณพ่อครับ คุณพ่อรักคุณแม่แล้วหรือครับ”คำถามของลูกชายทำให้ทั้งสองตกใจ หันมามองหน้ากัน แล้วหลุยส์ก็พูดขึ้น“พ่อรักแม่ของลูกไม่เคยเปลี่ยนแปลง แต่อาเธอร์ต่างหากที่ต้องถามแม่ว่า แม่น่ะรักพ่อหรือเปล่า”น้องหันไปหาคุณแม่ในทันที“คุณแม่รักคุณพ่อหรือยังครับ”เด็กน้อยช่างไม่รู้อะไรเลย คนจะรักกันได้ง่าย ๆ ได้อย่างไร คนเป็นแม่ที่ได้ยินถึงกับหน้าออกสีแดง“กินข้าวไปเถอะเธอร์” คนเป็นแม่เรียกชื่อลูกสั้น ๆเด็กชายก็หันมายิ้มกับพ่อ ยกมือขึ้นป้องปาก“แม่อารมณ์บ่จอยแล้วครับ”“จริงหรือ เธอร์รู้ได้ยังไง”“อ๋อ... เวลาแม่อารมณ์ดี แม่ก็จะเรียกว่า อาเธอร์ อาเธอร์ครับ แต่ถ้าแม่อารมณ์เสียนะครับ แม่ก็จะเรียก เธอร์สั้น ๆ แบบนี้” พร้อมกับออกเสียงเลียนแบบเสียงของแม่หลุยส์หัวเราะออกมาเสียงดังแต่หยาดฝนทำเป็นไม่สนใจ เลือกที่จะกินข้าวไปอย่างเงียบเชียบแทน มื้อนี้เธอกินแทบจะไม่ลง มันตื้ออยู่ในลำคอ มันตื้นตันอยู่ในหัวใจอาเธอร์ยังคงส่งเสียงถามพ่อเจื้อยแจ้ว“คุณพ่อครับ เธอร์เห
อาเธอร์เดินไปหาคุณพ่อ“เธอร์มาหาแม่” หยาดฝนเรียกลูกเสียงดัง สะบัดมือของหลุยส์ที่ยังจับแน่น อาเธอร์ชะงักก่อนจะเดินเข้ามากอดแม่“อยากกลับบ้านหรือยัง” เธอก้มลงไปถามลูก“ไม่กลับ เธอร์จะอยู่บ้านคุณพ่อ”“เอ๊ะ!” หญิงสาวทำเสียง“เราจะอยู่ที่นี่ไม่ได้ เราจะต้องกลับไปหาคุณตาคุณยายนะลูก คุณตาคุณยายรออยู่”“เธอร์อยากจะอยู่กับคุณพ่อครับ เธอร์โทร. ไปบอกคุณตาแล้ว คุณตาคุณยายอนุญาต คุณพ่อบอกคุณตาว่าจะกลับไปส่งพวกเราวันอาทิตย์ครับ”“นี่เธอร์ ทำไมดื้อ ชักจะเอาใหญ่แล้วนะ” หยาดฝนทำเสียงดังเข้าใส่ลูก“เรนนี่ ให้ลูกอยู่ที่นี่เถอะ ผมอยากจะใช้เวลา และขอให้ผมมีความสุขกับลูกบ้าง” เขาจับเธอและลูกหมุนตัว พาไปนั่งที่โต๊ะอาหาร“พี่แต้วตักข้าวได้เลยครับ” เขาสั่งแต้วรีบยกสำรับกับข้าวออกมา“วันนี้มีพะแนงเนื้อ ไก่ทอดและน้ำพริกปลาทู ผมไม่รู้ว่าคุณชอบกินอะไร ก็เลยสั่งพี่แต้วมั่ว ๆ ลองชิมดูนะ” หลุยส์พูดเอาใจ“ข้







