تسجيل الدخولอย่างน้อยก็ยังมีเจ๊อวยพรที่ให้งานทำ และเอ็นดูเลี้ยงข้าวเธอด้วย หากไม่มีกิน ก็แวะมากินที่นี่ได้ เจ๊บอกว่า หมาแมวแกยังให้กินได้ แต่นี่ หยาดฝนเป็นคน แกต้องดูดำดูดี
“เจ๊คะ พรุ่งนี้หนูไม่มาทำงานนะ” เธอบอกกับเจ๊อวยพรก่อนจะออกจากร้านไป
“จะไปหาน้องที่โรงพยาบาลเหรอ ฝนมาเอาเงินค่าจ้างไป” เจ๊กวักมือเรียก หยาดฝนเดินเข้าไปหา
“เจ๊จะจ่ายทุกวันศุกร์ไม่ใช่หรือคะ” พูดพลางมองตามมือของเจ๊อวยพรที่ล้วงเอาเงินออกมาจากกระเป๋า
“เอ้า... นี่ค่าแรง” เจ๊ยังหยิบธนบัตรใบละพันให้อีกใบ
“มันเกินหรือเปล่าคะเจ๊” หยาดฝนมองหน้าเจ๊ด้วยความเกรงอกเกรงใจ
“ไม่ได้เกิน อีกพันน่ะเจ๊ให้ซื้อของไปฝากน้องแก เอาซื้อไอ้ที่มันเป็นประโยชน์นะ”
หยาดฝนรีบยกมือไหว้ น้ำตาคลอหน่วย
“ไป ไปได้แล้ว จะมาเรียกน้ำตาฉันหรือ ไม่มีวันหรอก” เจ๊อวยพรไล่หลัง เพราะความเป็นคนขี้สงสาร นางพานจะร้องไห้ออกมา
หยาดฝนน้ำตากลบใบหน้า ตอนนั้นฝนก็ตั้งเค้ามาแล้ว มันคงจะหลงฤดูเป็นแน่ เธอรีบวิ่งไปหลบที่ป้ายรถเมล์ที่ขึ้นประจำ แต่ด้วยความรีบเร่งทำให้ไม่ได้มองทาง หยาดฝนชนกับใครเข้าอย่างจัง ร่างแกร่งรีบใช้มือของเขาจับเธอเอาไว้
“ขอโทษค่ะ” ก้มหัวโค้งแทบแตะพื้น อายด้วยเพราะกลัวคนจะเห็นน้ำตาของเธอเอง รีบวิ่งตรงไปในทันที โดยไม่ได้เงยหน้ามองคู่กรณี
เขาได้แต่มองตามหลังเธอไป สะดุดกับใบหน้าสาวใส แต่น้ำตาอาบสองแก้ม คิดแค่ว่า เธอจะรีบไปไหนกัน สุดท้ายฝนเจ้ากรรมก็ลงเม็ดหนา ทำให้เขาต้องเข้าไปหลบในร้านสะดวกซื้อ
ในคืนนั้นหยาดฝนกลับไปที่พักด้วยร่างกายที่เปียกปอน
หยาดฝนยืนกะพริบตาปริบ ๆ อยู่ที่หน้าร้าน ตอนนั่งรถประจำทางมาก็แน่ใจเหลือเกินว่าจะไม่เปลี่ยนใจอย่างแน่นอน แต่เมื่อมาถึงที่หน้าร้านแล้ว จากที่เคยคิดว่าตัวเธอเองนั้นทำใจได้ แต่ไม่ใช่เลย
ในส่วนลึกของหัวใจแล้ว หยาดฝนเธอกลัวมาก กลัวจนสั่น มือเท้าเย็นจนเจ้าตัวก็รับรู้ได้ เพราะความหนาวยะเยือกมันแล่นเข้าไปจนร่างกายของเธอรับรู้
หมับ... ฝ่ามือของใครบางคนกระทบลงที่หัวไหล่ของเธอ หยาดฝนออกอาการสะดุ้ง
“มาไวเหมือนกันนี่ ฉันนึกว่าเธอจะเปลี่ยนใจเสียแล้ว ตามมาสิ”
วาว่านั้นเอง นางเปรี้ยวตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า ชุดที่ใส่ก็วาบหวิวชวนมอง เสียอย่างเดียว นางแต่งหน้าจัดจ้านไปหน่อย จนปกปิดผิวพรรณดี ๆ ไป เครื่องสำอางที่ฉาบใบหน้าอาจจะทำให้ตัววาว่าเองกล้าหน้าด้านขึ้นมาก็ได้
หยาดฝนก้มมองดูตัวเอง ชุดที่เธอหามาใส่ได้ มันเป็นเพียงเด็กสาวที่เริ่มใจแตก แต่ก็ยังคงมีความรู้สึกกล้า ๆ กลัว ๆ
“ตามมาเร็ว” วาว่าหันมาจับมือของหยาดฝนที่เย็นเฉียบเหมือนกับน้ำแข็ง จนวาว่าเองก็ต้องหันมามองหน้าของหยาดฝนเต็มตาอีกที
“แน่ใจแล้วหรือ” นางถามย้ำอีกครั้ง
“แน่ใจจ้ะพี่ ฝนต้องการใช้เงิน”
“หื้อ” พยักหน้าแบบเข้าอกเข้าใจ จะว่าไปใครอยากทำอาชีพแบบนี้กันบ้าง หากไม่เข้าตาจน
วาว่าเปิดประตู แล้วผลักหลังของหยาดฝนให้เข้าไปในห้อง ซึ่งเป็นห้องทำงานของเจ๊ใหญ่ของที่นี่
“ถ้าเจ๊ออกมาให้เรียก เจ๊ใหญ่นะ”
“ค่ะ” หยาดฝนรับปาก
เธอมองตามมือของวาว่าที่จัดการช่วยถอดเสื้อคลุมด้านนอกให้ออกหมด ตอนนี้หยาดฝนอยู่ในชุดที่เธอคิดว่าเจ๋งที่สุดแล้ว วาว่าเมื่อได้เห็นก็ออกอาการหัวเราะ
“คิดเอาไว้แล้วไม่ผิด” ยังคงขบขันอยู่
“พี่หัวเราะอะไรคะ” สาวน้อยออกอาการงงงวย
“ก็ชุดที่เธอนุ่งมันทั้งเฉิ่มและก็เชยนะสิ แบบนี้เขาก็นึกว่าเด็กกวาดพื้น” วาว่าใช้นิ้วจิ้มลงไปตามเนื้อตัวของหยาดฝนด้วย
“ฝนไม่ค่อยมีเสื้อผ้าแบบพี่หรอกจ้ะ”
“เอ่อ... ก็เข้าใจได้ แต่จะมาทำงานอย่างนี้ ชุดคลุมมิดจี้รี่อย่างนี้ มันไม่เหมาะ” พูดจบก็จับตัวของหยาดฝน ปล้นเอาเสื้อนอกของเธอออกไป
เด็กสาวก็พยายามยกมือห้าม แต่ก็ถูกวาว่าตีมือ เสื้อสีขาวตัวนอกถูกถอดออกไปอีกชิ้นหนึ่ง เหลือแต่เสื้อชั้นในสีขาวสะอาดที่อยู่ข้างใน
หยาดฝนอายมากจนต้องยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาปิดสองเต้า แม้จะเป็นผู้หญิงเหมือนกัน แต่มันก็เป็นเรื่องที่น่าอับอาย
“ใส่เสื้อของพี่นี่”
วาว่าถอดเสื้อซีทรูสีดำตัวที่นางใส่ออกมา แล้วจับแต่งเข้าไปในบนเนื้อตัวของหยาดฝน ยังไม่พอยังจับกรรไกรที่อยู่บนโต๊ะของเจ๊ใหญ่มาตัดกระโปรงยีนที่หยาดฝนสวมใส่จนขาดวิ่น แต่มันก็ดูมีสไตล์
“ว้าว! มันต้องอย่างนี้” ชมไป แล้วเดินวนเวียนรอบ ๆ ตัวของหยาดฝน
วาว่ายังคงไม่หยุด หยิบเอาเครื่องสำอางในกระเป๋าของเธอออกมาละเลงบนใบหน้าของหยาดฝนด้วย
“พี่อย่าให้มันแดงฉูดฉาดไปนะ”
“นี่คุณน้องขา ปากไม่แดง มันจะไม่มีแรงเดินล่ะสิ คิดสิคิด การแต่งหน้ามันก็กลบความอายได้ มันทำให้เราหน้าด้าน”
ปากพร่ำไป ก็ใช้มือจับใบหน้าของหยาดฝน ทั้งปัดแก้ม ทั้งทาตา ลงสีชาดที่ริมฝีปาก ใช้มือทำการขยี้ขยำไปบนผมสีดำของหยาดฝนจนยุ่งเหยิง
นางหยิบหนังยางรัดผมออกมาจากกระเป๋าเกล้ารวบผมของหยาดฝนลวก ๆ และใช้นิ้วกรีดเส้นผมตรงด้านหน้าออกมาเป็นปอยระปิดใบหน้านิด ๆ
“มันเป็นเสียงสะท้อนนะลูก เวลาที่เราตะโกน แล้วเสียงของเราเดินทางไปกระทบกับสิ่งที่ขวางกั้นอยู่ ทำให้มันสะท้อนกลับมาน่ะ”“จริงหรือครับ มันดีจัง พ่อลองตะโกนสิ”หลุยส์รีบทำตาม “ผมรักคุณเรนนี่ รักมาก ๆ รักมากถึงมากที่สุด อยากให้คุณได้ยินคำนี้มาตลอดเวลาที่ผมรอคอย ยกโทษให้ผมได้ไหมครับ อยู่กับผมได้ไหมครับ”ตาของเขามองไปที่หญิงสาวด้วยความเว้าวอนมือน้อยของน้องอาเธอร์หันไปจับใบหน้าของแม่“แม่จ๋า แม่ตอบพ่อสิครับ ผมอยากอยู่กับพ่อ แล้วแม่อยากอยู่กับพ่อไหม” เด็กชายบอกความในใจของเขาไปกับแม่ สายตามองแม่ด้วยความหวังหยาดฝนถึงกับหลั่งน้ำตา ภาพพ่ออุ้มลูกชายตรงหน้ามันช่างประทับใจ ริมฝีปากของเธอสั่นระริก ๆ ขยับอ้าปาก ก่อนจะส่ายหน้าระรัวหลุยส์ดึงตัวของเธอเข้ามากอด แล้วเขาก็น้ำตาไหล“อย่าปฏิเสธเลยนะ ให้โอกาสผมสักครั้งเถอะ ผมจะดูแลคุณกับลูกให้ดีที่สุด”หยาดฝนร้องไห้ฮือ ๆ อยู่ในอ้อมกอดของเขาโดยมีเด็กชายอาเธอร์คอยลูบหลังคุณแม่ปลอบประโลม“แม่จ๋า แม่อย่าร้องเลยนะครับ เธอร์ไม่อยากเห็นแม่ร้องไห้เลย” เด็กน้อยทำเสียงสั่นผู้เป็นแม่สบตากับลูกชาย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปสบตากับหลุยส์ทั้งม่านน้ำตา เขาจับปลายทางของเธอขึ้น
“เรนนี่ คุณช่วยหยิบจับอะไรออกมา แล้วช่วยเอาใส่เข้าไปในปากของคุณด้วย” เขาเล่นลิ้น พลางก้มลงมาหอมแก้มเธอฟอด...ฟอด... จุ๊บแรกของพ่อ จุ๊บที่สองของลูก“อาเธอร์ไปกับพ่อ เราจะไปเอาม้ากัน”“เย่...” กระโดดแบบดีอกดีใจ“แล้วขี่ขึ้นมาหาแม่ใช่ไหมครับ”“ใช่ เรนนี่จ๋า รอเราสองคนอยู่ที่นี่นะครับ”“อือ...” คุณแม่พยักหน้า มองพ่อที่อุ้มลูกชายกลับไปที่รถ แล้วขับลงเนินไปยังคอกม้า ที่นั่งอยู่ตรงนั้นก็เห็นหยาดฝนหยิบมือถือของหลุยส์ขึ้นมา เธอแปลกใจที่เขาไม่ได้ล็อกหน้าจอ เห็นหลุยส์ใช้รูปของอาเธอร์เป็นภาพพักหน้าจอแล้ว เธอเปิดเข้าไปด้านใน หยาดฝนได้เห็นรูปของตัวเองที่หลุยส์ได้แอบถ่ายเอาไว้ตอนที่เธอหลับ“อะไรของเขาเนี่ย” อดที่จะอมยิ้มไม่ได้หยาดฝนยกหน้าขึ้นมา เห็นหลุยส์กำลังควบม้าสีดำตัวทะมึน โดยมีอาเธอร์นั่งอยู่ด้านหน้า หญิงสาวยกมือถือขึ้นมาพร้อมกับเปิดกล้องถ่ายรูปสองพ่อลูกเอาไว้“แม่ครับ สนุกมากครับ”อาเธอร์ตะโกนออกมาตอนที่วิ่งผ่านตรงที่แม่ฝนนั่งอยู่ น้ำตาของแม่ค่อย ๆ ไหล นี่มันสวรรค์ชัด ๆ เป็นความโชคดีของเธอกับลูกใช่ไหมหลุยส์พาอาเธอร์ขี่ม้าวิ่งไปชมรอบ ๆ สวนองุ่นของเขา แล้วกลับมาทางที่หยาดฝนนั่งอยู่ เมื่อเห็
บ่ายคล้อยของวันนั้นจุ๊บ... หลุยส์จุมพิตลงไปที่กลางหน้าผากของหยาดฝน“ที่รัก” เขากระซิบบอกเธอเบา ๆ หญิงสาวลืมตาขึ้นมามอง“จะบ่ายสามโมงแล้วนะ คุณหลับไปจนเลยเวลาอาหารเที่ยงมาแล้วด้วย แล้วตอนนี้ ผมจะพาอาเธอร์ไปขี่ม้าเล่น และผมอยากจะให้คุณไปกับพวกเราด้วย”หยาดฝนคิดว่าเธอฝันไป ใบหน้าของหลุยส์อยู่ใกล้แค่เอื้อม หญิงสาวยกมือขึ้นมาแตะ ก่อนจะพูด“คุณกลับมาแล้วหรือคะ คุณจะมาอยู่กับฝนกับลูกใช่ไหม” หยาดฝนคิดว่าตัวเองฝันไป“ใช่” หลุยส์ตอบพร้อมกับจับมือของเธอแนบไปที่แก้มของเขา ปลายคางสาก ๆ และหนวดเคราของหลุยส์ที่เริ่มยาวออกมาทิ่มลงไปบนหลังมือของเธอหยาดฝนจึงสะดุ้ง แล้วเธอก็จำได้ทุกอย่างว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง“คุณ”“ก็ใช่ไง ผมเอง” เขายิ้ม พร้อมกับใช้มือช้อนศีรษะของเธอขึ้น ปลุกเธอให้นั่ง“ไปล้างหน้าล้างตาสิ ผมให้แต้วจัดปิกนิกให้ด้วย เราจะไปนั่งเล่นที่บนเขานู้นกัน” พูดพร้อมกับชี้ให้เธอดูออกไปที่นอกหน้าต่างหยาดฝนพ่นลมหายใจออกมา ขยับตัวเองอย่างช้า ๆ ร่องรอยที่หลุยส์ประทับความรักลงบนตัวเธอเมื่อเช้าสร้างความระบมให้กับเธอเช่นเดียวกัน“เป็นอะไร ขยับตัวช้าจัง”เธอมองค้อนเขา“อ๋อ... รู้แล้ว” ยิ้มมีเลศนัย“วันห
“ตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกัน คุณพูดภาษาอังกฤษกับฉัน ทั้งที่คุณพูดภาษาไทยได้ชัดเป๊ะ” เธอตั้งท่าหาเรื่อง หยาดฝนคิดว่าเขากลับไปฝรั่งเศสแล้ว ในชีวิตนี้ เธอกับลูกจะไม่มีวันได้เจอกับเขาอีก“ผมขอโทษคุณแล้วกัน”“คุณตั้งใจโกหก”“โอเค ผมขอโทษแล้วไง”“ก็มันเป็นเรื่องโกหกเรื่องแรกของคุณค่ะ ที่ทำให้ฉันรู้ว่า ฉันไม่ควรเชื่อใจใครทั้งนั้น และฉันไม่ควรจะเชื่อ หรือไว้ใจคุณอีก”“เรนนี่คุณจะเอาประสบการณ์ในชีวิตแย่ ๆ ที่คุณเจอมา มาวัดกับนิสัยใจคอของผมไม่ได้นะ” เขาบีบมือของเธอแน่นขึ้นกว่าเดิม หลุยส์รู้สึกเจ็บในหัวใจ“คุณไม่รู้หรอกว่า ผมผ่านอะไรมาบ้างในช่วงที่ผ่านมา ตอนที่ผมยังหาคุณไม่เจอ”“คุณก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะว่าฉันผ่านอะไรมาบ้าง ตอนที่ไม่มีคุณ” เธอโต้เขากลับ“คุณจะไม่ให้โอกาสผมเลยเหรอ แล้วคุณจะไม่ให้โอกาสตัวเอง หรือแม้แต่อาเธอร์เลยใช่ไหม ผมเป็นพ่อแท้ ๆ ของอาเธอร์ ผมมีสิทธิ์ในตัวของลูกเท่ากับคุณ วันไหนที่ผลดีเอ็นเอออก วันนั้นจะเป็นวันที่วัดว่า ผมไม่ได้พูดโกหก และคุณเองก็รู้อยู่แก่ใจ มานี่”เขาดึงแขนเธอ และพาตัวเธอที่หน้างอเข้าไปด้านใน“แม่ครับ มาดูสิ เรื่องนี้ไง ที่เธอร์อยากดูน่ะ และแม่ก็หาไม่ได้” เด็กชาย
“แต่ผมจะบอกคุณให้รู้นะ คุณตรงข้ามกับผมเลย ผมรู้สึกดีใจมากที่ได้เจอคุณกับลูก” เขาหยอดคำหวาน และพยายามจะจับมือของเธอ หยาดฝนชักมือของเธอลงไปใต้โต๊ะ“คุณพ่อครับ คุณพ่อรักคุณแม่แล้วหรือครับ”คำถามของลูกชายทำให้ทั้งสองตกใจ หันมามองหน้ากัน แล้วหลุยส์ก็พูดขึ้น“พ่อรักแม่ของลูกไม่เคยเปลี่ยนแปลง แต่อาเธอร์ต่างหากที่ต้องถามแม่ว่า แม่น่ะรักพ่อหรือเปล่า”น้องหันไปหาคุณแม่ในทันที“คุณแม่รักคุณพ่อหรือยังครับ”เด็กน้อยช่างไม่รู้อะไรเลย คนจะรักกันได้ง่าย ๆ ได้อย่างไร คนเป็นแม่ที่ได้ยินถึงกับหน้าออกสีแดง“กินข้าวไปเถอะเธอร์” คนเป็นแม่เรียกชื่อลูกสั้น ๆเด็กชายก็หันมายิ้มกับพ่อ ยกมือขึ้นป้องปาก“แม่อารมณ์บ่จอยแล้วครับ”“จริงหรือ เธอร์รู้ได้ยังไง”“อ๋อ... เวลาแม่อารมณ์ดี แม่ก็จะเรียกว่า อาเธอร์ อาเธอร์ครับ แต่ถ้าแม่อารมณ์เสียนะครับ แม่ก็จะเรียก เธอร์สั้น ๆ แบบนี้” พร้อมกับออกเสียงเลียนแบบเสียงของแม่หลุยส์หัวเราะออกมาเสียงดังแต่หยาดฝนทำเป็นไม่สนใจ เลือกที่จะกินข้าวไปอย่างเงียบเชียบแทน มื้อนี้เธอกินแทบจะไม่ลง มันตื้ออยู่ในลำคอ มันตื้นตันอยู่ในหัวใจอาเธอร์ยังคงส่งเสียงถามพ่อเจื้อยแจ้ว“คุณพ่อครับ เธอร์เห
อาเธอร์เดินไปหาคุณพ่อ“เธอร์มาหาแม่” หยาดฝนเรียกลูกเสียงดัง สะบัดมือของหลุยส์ที่ยังจับแน่น อาเธอร์ชะงักก่อนจะเดินเข้ามากอดแม่“อยากกลับบ้านหรือยัง” เธอก้มลงไปถามลูก“ไม่กลับ เธอร์จะอยู่บ้านคุณพ่อ”“เอ๊ะ!” หญิงสาวทำเสียง“เราจะอยู่ที่นี่ไม่ได้ เราจะต้องกลับไปหาคุณตาคุณยายนะลูก คุณตาคุณยายรออยู่”“เธอร์อยากจะอยู่กับคุณพ่อครับ เธอร์โทร. ไปบอกคุณตาแล้ว คุณตาคุณยายอนุญาต คุณพ่อบอกคุณตาว่าจะกลับไปส่งพวกเราวันอาทิตย์ครับ”“นี่เธอร์ ทำไมดื้อ ชักจะเอาใหญ่แล้วนะ” หยาดฝนทำเสียงดังเข้าใส่ลูก“เรนนี่ ให้ลูกอยู่ที่นี่เถอะ ผมอยากจะใช้เวลา และขอให้ผมมีความสุขกับลูกบ้าง” เขาจับเธอและลูกหมุนตัว พาไปนั่งที่โต๊ะอาหาร“พี่แต้วตักข้าวได้เลยครับ” เขาสั่งแต้วรีบยกสำรับกับข้าวออกมา“วันนี้มีพะแนงเนื้อ ไก่ทอดและน้ำพริกปลาทู ผมไม่รู้ว่าคุณชอบกินอะไร ก็เลยสั่งพี่แต้วมั่ว ๆ ลองชิมดูนะ” หลุยส์พูดเอาใจ“ข้







