Masuk
อะไรมันจะดีกว่าการที่ได้แบ่งของดีให้เพื่อนแดก
‘สมิง’ กับบุหรี่ไฟฟ้าของเขา พยายามจะเลิกบุหรี่หลายทีแต่ไม่เคยเป็นผล หัวใจเขาทั้งสี่ห้องหัวใจให้บุหรี่เป็นที่หนึ่งเสมอ ส่วนชีวิตวัยรุ่นมันส์ๆ ก็ให้เพื่อนรักเพื่อนตายเป็นผู้ร่วมชะตากรรม
จ่อม
สิ่งปฏิกูลหล่นหนึ่งก้อน กับเสียงผู้หญิงนอกห้องน้ำ
สมิงจ่อโทรศัพท์โทรหาเพื่อนผู้ตายยาก มันกดรับสายทันทีพร้อมกับส่งเสียงเนือยๆ เข้ามาในโทรศัพท์
[... ว่า?]
“ไงไอ้หรี่ กูขี้อยู่” ร่างสูงกำยำที่เต็มไปด้วยรอยสักของสมิงเอ่ยทัก ในขณะที่จ่อบุหรี่ไฟฟ้าเข้าปาก “มึงจะตื่นได้ยัง”
[กูง่วง]
“มึงช่วยตื่นมาสักห้าวินาทีก่อนได้มั้ยวะ ไอ้หยาดโทรมาบอกมีเรื่องในโกดังเก็บของเก่า มาช่วยกันเหยียบหน้าพวกแม่งหน่อย”
[เมื่อคืนหนัก... คงไม่ไหว]
“เลี้ยงเสียข้าวสุกชิบหาย”
[มึงก็ขี้อยู่ในห้องน้ำหญิงอีกตามเคย] เพื่อนรักพูดหยิกแกมหยอกอย่างรู้ทันกัน นับว่าไอ้บุหรี่มันรู้ลึกรู้จริง เพราะสมิงคือผู้ชายโรคจิตที่ชอบเข้าไปทำธุระในห้องน้ำของเพศตรงข้ามเสมอ แม้จะยังเรียนอยู่
ครืด ครืด
สายซ้อนของหยาดดังขึ้น ไอ้นี่มันคือหนึ่งในพวกของสมิงและบุหรี่ เป็นเพื่อนชายที่ชื่อเหมือนผู้หญิง โดนล้อชื่อพ่อล่อชื่อแม่บ่อยๆ แต่ก็มีสกิลต่อยตีขั้นเจ๋ง เอาไว้ใช้ประโยชน์ได้เวลาที่อาฆาตมาดร้ายใคร หรือหมายหัวใครไว้อยู่
“น้องหยาดโทรมา กูคงต้องวาง จะบอกว่ามึงแอ็กซิเดนซ์ละกันไอ้เวร”
[เค]
ติ๊ด
สมิงควงสว่านกลับมาที่สายของหยาดทันใด พร้อมกับกดรับ ทักทายกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“สวัสดีครับคุณหยาด”
[มึงไม่ต้องมาพิธี ไอ้หมิง!!] เสียงเซ็งแซ่ด้วยเนื้อกระทบหมัดดังข้างหู แต่สมิงก็ยังคงพ่นควันบุหรี่กลิ่นสตอเบอร์รี่หอมชื่นใจอย่างใจเย็น และขี้อยู่เหมือนเดิม [กูตามมึงเป็นชาติ ฝากให้ตามไอ้บุหรี่มาด้วย แล้วไหน ไม่เห็นหัวสักตัวเดียว!!!]
“กูขี้อยู่”
[ว่าไงนะ]
“กูขี้อยู่คร้าบ” ทำเสียงหวานๆ ให้น้องหยาดเห็นใจชายโสดที่นั่งขี้อยู่คนเดียวภายใต้ห้องน้ำสตรีเพศ “คุณหยาดต่อยไปก่อน เดี๋ยวกูตามไปคร้าบ”
[ไอ้ควายหมิง มึง!!]
ติ๊ด
ทันทีที่กดตัดสายแล้วโยนขี้ให้เพื่อนออกรับศึกสงคราม สมิงก็เอนหลังพิงกับฝาโถส้วม เอี้ยวตัวไปล้วงบุหรี่กรองทิพย์ออกมาจากกระเป๋ากางเกงที่ถอดวางข้างหลัง มันมีที่สำหรับวางของอยู่
“... สุดท้ายบุหรี่ไฟฟ้าแม่งก็แค่ลูกเมียน้อย” พึมพำกับตัวเอง มือที่สั่นเทาคีบมวนบุหรี่มาคาบไว้ที่ปากตอนที่ฉีดล้างก้นตัวเองแบบลวกๆ ก่อนที่จะกดโถส้วมให้สิ่งสกปรกที่ปล่อยจากรูตูดลงไปกองในท่อ
กะจะเลิกขาดแล้วเชียว สุดท้ายบุหรี่ก็คือบุหรี่ มีเพื่อนรักชื่อนี้ ยังขาดไอ้สิ่งเหี้ยนี่ไปไม่ได้อีก
วันนี้สักมวนก็พอวะ
ปึง!!
“อีปู! มึงแย่งผัวกู”
แต่ยังไม่ทันที่จะกดไฟแช็ค แรงกระแทกจากด้านนอกห้องน้ำที่สมิงอยู่ก็ทำให้เขาผละปากออกจากบุหรี่มวนนั้นจนมันตกลงกองกับพื้นห้องน้ำ เสียงคำรามของผู้หญิงที่ดูเหมือนจะมากันสี่ห้าคนดังขึ้น และดูเหมือนว่าแรงกระแทกนั้นจะเป็นร่างของผู้หญิงที่ถูกกล่าวหา
ศึกแย่งผู้ชายของสตรีเพศ
นั่งชมสักหน่อยละกัน
“นะ... หนูไม่ได้ไปแย่งใครนะคะ” เสียงหวานล้ำที่ทำให้ขนแขนของสมิงลุกขึ้นพรึ่บดังขึ้น เธอมีเสียงที่สั่นเครือเหมือนหวาดกลัวสุดชีวิต
ช่างน่ารังแกเป็นยิ่งนัก ความคิดอันชั่วร้านในหัวของสมิงแวบขึ้นมาแบบนั้น
เป็นกูก็คงจะรังแก ถ้าต้องมาถูกกลัวด้วยคนที่มีน้ำเสียงแบบนั้น
“อีตอแหล! ว่านบอกฉันแล้วว่ามันชอบแก และมันจะมาขอแกคบด้วย ถ้าแกไม่ไปยั่วให้ท่ามัน จะให้บอกว่ามันมาชอบแกเองงั้นเหรอ!!”
“นะ หนูไม่รู้จริงๆ ค่ะ ได้โปรดปล่อยหนูไป อย่าทำร้ายหนูเลยนะคะ” สมิงท้าวคางฟัง เสียงหวานที่สั่นเทิ้มช่างเสนาะหู นั่งนับนิ้วดูดีกว่าว่าจะออกไปช่วยหรือไม่ช่วยดี เอาสักห้านิ้ว
ช่วย
เพี้ยะ!
“แกมันก็ดีแค่หว่านเสน่ห์ไปวันๆ ไม่มีดีอะไรมากกว่าหน้าตาสวยๆ ของแก ถ้าร่านขนาดนี้ลองไปขายตัวดูดีมั้ยล่ะ!!”
ไม่ช่วย
“นะ... หนูไม่ได้หว่านเสน่ห์ใคร ขอร้องอย่าตบหนูเลย”
ช่วย
“ขอดูน้ำหน้าคนยั่วโลกีย์อย่างแกหน่อย ว่าถ้าเจอมือฉันแล้วหน้าจะหนาได้อีกแค่ไหน!”
ไม่ช่วย
“ฮึก! ขอร้องอย่า!”
ช่วย
โอเค
สมิงเปิดประตูออกไปทันที ท่ามกลางสายตาที่ตกใจหนักของผู้หญิงที่รุมรังแกสาวน้อยเหล่านั้นที่ว่า ทำไมมีผู้ชายอยู่ในห้องน้ำหญิงได้ แต่มันไม่สำคัญสำหรับเขา เพราะสิ่งที่สะดุดตาชายหนุ่มผู้โสดสนิทมาสองเดือนอย่างเขาเป็นที่สุด คือใบหน้าจิ้มลิ้มนั่น
เธอชื่อ ‘ปูน้อย’
ชื่อน่ารักพอๆ กับหน้าตาที่สวยละมุน เหมือนเทพธิดาตกสวรรค์ เป็นเด็กใหม่ที่มีชื่อเสียงเรื่องเสน่ห์เหลือล้น แต่ผู้หญิงมากกว่าครึ่งในมหาลัยเกลียดเธอเพราะเรียกว่าสวยจนผัวคนอื่นหลง เป็นเสน่ห์แบบผิดที่ผิดทาง
แต่ไม่เป็นไร
เขาไม่มีเมีย หมายถึงในตอนนี้
“ทำไรแฟนกูครับ คุณผู้หญิง” ใบหน้าที่มีรอยนิ้วมือแต่ก็ยังสวยคงกระพันของสาวน้อยเบิกตากว้างเมื่อเขาฉุดข้อแขนเธอลุกขึ้นมา แล้วฉีกยิ้มเอาเรื่องพวกผู้หญิงวายร้ายตรงหน้า
“...!!”
“ไม่เคยได้ยินเหรอ ว่าแฟนสมิงใครห้ามแตะอ่ะ”
[พาร์ท : บุหรี่]ผมลืมตาขึ้นมาในห้องสีขาว ที่ที่บ่อยครั้งจะต้องได้เข้ามานอนเป็นผักอยู่ที่นี่... โรงพยาบาลที่ปากมีที่เครื่องช่วยหายใจที่ครอบไว้ ขาขยับไม่ค่อยได้ พอขยับทีก็รู้สึกทั้งหนักทั้งชา ผมค่อยๆ คว้าที่ครอบปากออกแล้วโยนทิ้งข้างหมอนอย่างไม่ใยดี รู้สึกเจ็บแปลบๆ เหมือนมีอะไรแปะติดอยู่บนหน้า พร้อมกับมือที่มีผ้าพันแผลพอหยัดตัวลุกขึ้นมา ก็เห็นว่ามีผู้หญิงนอนฟุบหลับอยู่ที่ปลายเตียงเธอคือยัยกระต่ายน้อย ในจังหวะนั้นผมเลยเข้าใจว่าทำไมเธอถึงมาอยู่ตรงนี้... ยุ่งไม่เข้าเรื่องจริงๆผมเผลอแค่นยิ้มออกมาโดยที่ไม่รู้ว่าทำไม มือหนาของตัวเองถูกบังคับให้ขยับอย่างอ้อยอิ่ง เพื่อไปแตะที่ปลายเส้นผมที่ปรกหน้าของสาวเจ้า มือของผมเกลี่ยเส้นผมรุงรังของเธอออก จนเผยให้เห็นใบหน้าขาวใสที่หลับตาพริ้ม“ปากไม่ตรงกับใจ... กระต่ายงี่เง่า”เป็นเสียงกระซิบที่หนักแน่นในจังหวะที่ผมค่อยๆ เลื่อนมือขึ้นมาลูบหัวเธอหัวใจที่ด้านชาของผม... ‘เต้น’ จนปวดหนึบ เป็นครั้งแรกที่เต้นให้กับคำว่าความสุขผมค่อยๆ ขยับตัวอย่างเงียบเชียบทั้งๆ ที่ยังใส่ชุดผู้ป่วยที่น่ารำคาญ ดึงสายน้ำเกลือออกจนเลือดกระเซ็นเล็กๆ ก่อนที่จะคว้าหนังยางรัดแกงมา
“มานอนอะไรตรงหน้าบ้านหนูคะ” หนูปล่อยถุงของกินทิ้งไว้แล้วเดินไปใช้เท้าเขี่ยๆ บริเวณสะบั้นเอวของเขา พี่บุหรี่พยายามหายใจ แต่ดูแผ่วเบามากจนเหมือนคนใกล้จะตาย หนูเลยมุ่นคิ้วพร้อมกับเตะเขาเบาๆ ไปหนึ่งที“... อึก”“อย่ามาทำสำออยนะคะ ลุกขึ้นมาแล้วออกไปจากหน้าบ้านหนูเดี๋ยวนี้” อาจจะดูเหมือนหนูไม่มีความเมตตากับเขา ทั้งๆ ที่เขาดูบาดเจ็บเลือดโชกขนาดนี้ แน่สิคะ ใครจะไปเมตตาลงกับสัตว์ร้ายที่บาดเจ็บอยู่แบบนี้เขาก็เหมือนสัตว์ป่านั่นแหละ ทำร้ายทุกคนได้แม้กระทั่งเพื่อนของตัวเองถ้าเกิดเผลอไว้ใจ แล้วเขาลุกขึ้นมาแว้งกัดเอาจะทำยังไงล่ะบางทีนี่อาจจะเป็นหนึ่งในแผนของเขาก็ได้“ลุก... ไม่ไหว” เขากระซิบเสียงแหบพร่าออกมา หนูชะงักไป ก่อนที่จะพิจารณารอบตัวเขา ใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ มีเลือดออกปากออกจมูกแต่ดูจะแห้งกรังไปแล้ว บวกกับขาข้างขวาที่ดู... เบี้ยวนิดๆเอ้ะ?สิบห้านาทีต่อมาสุดท้ายก็จบด้วยการที่แม่พระจำเป็นอย่างหนูต้องหิ้วถุงที่ระหว่างรักแร้ไปด้วย พร้อมกับลากแขนพี่บุหรี่เข้ามาในบ้านตัวเอง ลากที่แปลว่าลากจริงๆ น่ะ แบบลากเหมือนลากของหนักๆ อะไรประมาณนั้นกับคนแบบนี้ก็ไม่อยากช่วยนักหรอกค่ะ แต่พอสังเ
[พาร์ท : บุหรี่]ใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยรอยนิ้วทั้งห้านิ้วของผมสะบัดไปด้วยแรงตบ มันเป็นแรงตบของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ควบคุมตระกูลโอนิซึกะผู้ต่ำต้อยทั้งตระกูล ฝ่ามือหนาที่หยาบกร้านนั่นละเลงความเจ็บแสบบนใบหน้าของผมอีกหลายต่อหลายทีจนรู้สึกชาไปทั้งเสี้ยวหน้าทั้งซีกซ้ายและซีกขวามันรู้สึกดีที่โดนทำร้าย แต่กลับไม่รู้สึกสุขใจเท่าตอนที่โดนยัยกระต่ายน้อยทำเลย แทบกลายเป็นไร้ความรู้สึกด้วยซ้ำ“จะเซไปที่ไหน มองหน้าพ่อสิ!”พ่อจิกหัวผมขึ้นมา แล้วฟาดฝ่ามือลงไปที่ใบหน้าของผมสุดแรงอีกครั้งจนต้องสำลักลิ่มเลือดออกมาด้วยแรงตบ รู้สึกเหมือนฟันจะโยกหน่อยๆ ด้วยว่ะ รู้สึกว่าพ่อจะโกรธจัดได้ที่เลยสินะผมคงไปลองของเข้าให้“แกทำลายยาแก้หอบของคุณสมิงเขาได้ยังไง?” ผมหอบหายใจ เงยหน้าขึ้นมาสบตาคนที่เรียกตัวเองว่าเป็นพ่อของผมตั้งแต่ที่ถูกลากคอมาที่นี่แล้วโดนฝึกให้เชื่องเหมือนหมาคุณสมิง?เหอะผมถ่มเลือดลงพื้นตอนที่พ่อผลักผมจนล้มลงไปกองกับพื้น รักแร้ของผมถูกพวกลูกๆ คนอื่นๆ พยุงไว้ ทั้งๆ ที่ขาสั่นจนแทบยืนไม่ไหว พ่อกระทืบขาผมหลายต่อหลายครั้งจนกระดูกน่าจะร้าว และนี่ไม่ใช่ครั้งแรก“พ่อบอกแล้วใช่มั้ยเร็น ว่าห้ามคิดทำร้ายลูกขอ
[พาร์ท : สมิง]ผมนั่งอยู่ในรถ มองภาพของไอ้บุหรี่ที่อยู่กับยัยเด็กนั่นจากที่ไกลๆ อาการหอบกลับมาอีกครั้งเหมือนเจอสิ่งเสพติด มือผมสั่น ค่อยๆ คว้ายาพ่นมาพ่นเข้าลำคอ ก่อนที่จะกดปิดกระจกรถ“ออกรถ” ผมหันไปสั่งกับคนขับรถตรงหน้าที่เป็นหนึ่งในครอบครัวโอนิซึกะ อย่างที่บอกว่าผู้ชายคนนั้นกลายเป็นทาสรับใช้ตระกูลของพ่ออย่างสบูรณ์แบบ แต่จริงๆ ก็แค่อยากได้เวลาอยู่กับแม่เท่านั้นผมคือลูกที่เกิดมาโดยการลืมคุมกำเนิด แม่คลอดผมออกมาโดยไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อเด็ก แต่สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นพ่อของผม เพราะช่วงนั้นอยู่ด้วยกันเพราะพ่อมีทรัพย์สินและอำนาจมากมาย ในขณะที่คุณโอนิซะเป็นแค่ยากูซ่าตกอับที่ซมซานมาที่ไทยใหม่ๆปฏิเสธไม่ได้ว่าแม่รักคุณโอนิซึกะมากกว่า โดยที่พ่อก็ยินยอมเพราะความคลั่งไคล้แม่ แม่เทียวไปเทียวมาระหว่างบ้านพ่อกับบ้านของคุณโอนิซึกะ พ่อพยายามสร้างตัวเอง สร้างอำนาจ สร้างบ้านหลังใหญ่โตโอ่อ่าเพื่อให้แม่ได้กลับมาสู่อ้อมใจแต่แม่รักคนๆ นั้นมากกว่า มากกว่ามากทีเดียวพ่อเลือกเก็บผมไว้เพื่อเป็นตัวแทนของแม่ หน้าผมเหมือนกับแม่ แต่ในขณะเดียวกัน พ่อก็ทั้งรักทั้งชังแม่ เลยเลือกที่จะดูแลผมด้วยเงิน ส่งเสริมและทำร้ายในเว
ทันทีที่ปลายนิ้วแตะกับมือหนาของผู้ชายตรงหน้า หนูก็เหลือบตาขึ้นไปมองหน้าของเขาอย่างแข็งกร้าวรอยสักที่หลังมือเป็นรูปกางเขนแบบนี้ ก็คงมีคนเดียวสินะผู้ชายพวกนี้นี่ตื้อไม่เลิกเลยจริงๆ ไหนจะสมิงอีกคนหนึ่งแล้ว“มาเอายาให้ไอ้สมิงเหรอ?” น่าแปลกใจมากที่พี่บุหรี่เลือกที่จะเริ่มบทสนทนากับหนูก่อน เขาเป็นคนได้ซองยาในถุงพลาสติกไป ร่างสูงชูมันห้อยต่องแต่งไปมาต่อหน้าของหนูท่ามกลางสายตาของเภสัชกรที่อยู่หลังเคาน์เตอร์ “มาคาบไปสิ”หนูพยายามข่มอารมณ์โกรธเอาไว้กับคำพูดเหยียดหยันของเขา ก่อนที่จะเอื้อมมือไปคว้าซองยาในมือเขากลับมา แต่ร่างสูงก็ชักมือหลบเหมือนจงใจจะแกล้งกันดีนะที่ยังอยู่ในโรงพยาบาล ไม่งั้นเขาไม่รอดมือหนูแน่“เอาซองยาของพี่สมิงคืนมาค่ะ” หนูกัดฟันพูดกับเขา“ตามมาสิ”พี่บุหรี่หันหลังกลับ แล้วเดินถือซองยานั่นเดินไปทางอื่น ซึ่งมันก็ช่วยไม่ได้ที่ต้องเดินตามไปทั้งๆ ที่รู้ว่านั่นเป็นกับดัก เขาเล่นเอายาช่วยลดอาการหอบของสมิงเป็นของกลางนี่นาไม่รู้ทำไมหนูถึงยอมตามไปก็ไม่รู้ หรืออาจเพราะไม่อยากเห็นสมิงเป็นแบบนี้อีกก็ได้ ก็ถ้าเกิดเขาตายไป หนูคงรู้สึกผิดไปทั้งชีวิตที่เป็นส่วนหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เขาตายให
[พาร์ท : บุหรี่]“มึงต้องทำตามคำสั่งของกู คุ้มครองลูกชายของกูที่อยู่กับครอบครัวนั้น มึงต้องเชื่อฟังคำสั่งของกูเหมือนหมาผู้ซื่อสัตย์ เหมือนกับที่พวกเราใช้ชีวิตอยู่ภายใต้เงาของครอบครัวนั้น”“...”“อย่าเผยอออกมาจากเงาที่อยู่เบื้องหลังของสมิง จงอยู่เป็นเงาต่อไป เพื่อให้สมิงได้มีชีวิตที่สุขสบายในบ้านหลังนั้น”“ครับ... พ่อ”“!!”ผมผวาลุกขึ้นมาจากเตียงนอนภายในห้องของตัวเอง หอบหายใจถี่รัวจนแทบบ้า หลังจากที่ฝันถึงความทรงจำเมื่อสิบกว่าปีก่อน ตอนที่ถูกรับเลี้ยงออกมาจากบ้านเด็กกำพร้า แล้วมีชื่อเรียกในนาม โอนิซึกะ เร็น และดำรงอยู่ในครอบครัวที่ไล่ล่ากันไปมาเหมือนสัตว์อย่างครอบครัวโอนิซึกะเวรจริงๆดันมาฝันเรื่องที่คิดว่าลืมไปแล้วซะได้ไม่สิ ไม่เคยลืมหรอกว่ะผมหยัดกายออกมาจากเตียงนอน ก่อนที่จะคว้ามาโบโร หยิบมวนบุหรี่ออกมาจากซองด้วยมือที่สั่งเทา จุดไฟแช็คแล้วอัดควันเข้าปอดอย่างอ้อยอิ่ง เสียงผู้หญิงข้างหลังที่ขยับตัวยุกยิกจนน่ารำคาญ ทำให้ผมเลือกที่จะผละความสนใจจากเธอ แล้วผุดลุกขึ้นเดินอาดๆ ในสภาพเปลือยไปที่หน้าประตูมือผมคว้าเสื้อเชิ้ตมากลัดกระดุมใส่ให้เรียบร้อย พร้อมกับคว้ากางเกงที่กองอยู่กับพื้นมาสว







