Mag-log in“พอดีว่ากูเจอก่อน” พูดแล้วกระชากข้อมือเล็กมาใกล้ตัว ก่อนที่จะไล้ปลายนิ้วไปตามลำคอระหงของเธอที่มีชุดนักศึกษาปิดเรือนร่างที่น่าจะขาวแถมสดใหม่ไว้ “แล้วก็บังเอิญว่าเป็นผู้มีพระคุณของน้องตอนที่กำลังจะโดนรุมตบ”
“...”
“นั่งดูดนิ้วรอกูเอาน้องมันไปก่อนละกัน”
ไอ้บุหรี่พ่นลมหายใจอย่างรำคาญ แต่มันก็ยอมล่าถอยเมื่อเห็นว่าคนนี้ผมเอาจริง ผมจะเปิดซิงคนเดียวแล้วไม่สวิงกับแม่งด้วย เบื่อที่ต้องแบ่งกับมันเหมือนกัน หรืออาจเพราะคนนี้ถูกสเป็คมากพอตัว
ตัวเล็กๆ ขาวๆ นมดูใหญ่เกินขนาดตัว ขาเรียวแต่ไม่ยาวมาก
ไม่จำเป็นต้องหุ่นนางแบบเรียกแม่ แค่ตัวเล็กๆ หน้าใสๆ ก็พอเย้ายวนสายตาได้
อีกอย่างน้องปูน้อย... กูเล็งมานานแล้ว
เฟรชชี่ที่ฮอตในมหาลัยที่พ่อผมเป็นผู้บริหารขนาดนี้ คนอย่างไอ้สมิงมันไม่พลาดหรอกจริงมั้ย
ไอ้บุหรี่ไม่ได้ปิดประตูให้ คงอยากเห็นหนังสด แล้วผมก็ไม่สน ผมดึงข้อมือเธอให้เข้ามาชิดอีก ดูน้องปูน้อยจะมีความระวังตัวเป็นศูนย์ เอาง่ายๆ คือไม่มีภูมิคุ้มกันกับพวกซาดิสต์อย่างผม
ที่ดูเหมือนจะแย่งผัวใครต่อใคร แอ๊บแบ๊วใสๆ หรือว่าของจริงกันแน่วะ?
“สะ... สวิงคืออะไรเหรอคะ?” เธอถามออกมาเสียงสั่นเป็นคำถามแรก เป็นคำถามที่อยากจะโก่งคอหัวเราะให้โลกแตก
เลือกคำถามได้เก่งดีนะ
“แอ๊บจัง” โพล่งออกมาคำนึงอย่างโคตรลูกผู้ชาย ลูกผู้ชายหน้าตัวเมียอ่ะนะ ก่อนที่จะเข้าเรื่องที่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมสนใจคนสวยอย่างเธอ “ข่าวหนูดังมากเลยนะ ครึกโครมเลย ในมหาลัย”
“...”
“ที่แย่งผัวคนอื่นนี่ ใช้อะไรแย่งมาเหรอ?” หยอกเย้าอย่างกวนส้นตีน ก่อนที่จะผลักเธอจนล้มลงไปนั่งบนเตียง พร้อมขยับเข้ามาใกล้ ยกปลายเท้ายันเตียงข้างตัวเธอไว้เป็นการกักบริเวณ “ช่วยมาแย่งพี่จากความโสดทีดิ”
“นะ... น้องไม่เคยแย่งแฟนใครค่ะ” เธอพูดอย่างกล้าๆ กลัวๆ แต่ผมไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ เพราะน้องปูมีข่าวลือพวกนี้มาตั้งแต่เข้ารับน้อง ผู้ชายชอบเธอเยอะ แถมเป็นผู้ชายที่มีแฟนแล้ว สำหรับผมที่ไม่ค่อยใส่ใจจะร่วมกิจกรรมกะทางมหาลัย แค่เข้าเรียนก็เต็มกลืน เรื่องนี้นับว่าน่าใส่ใจดี “ถ้าจะมาคุกคามหนูขนาดนี้ หนูจะแจ้งตำรวจนะคะ”
“มีความกล้าดีนี่” ผมฉีกยิ้มจนเห็นเขี้ยวข้างมุมปาก “เอาเลย แจ้งเลยค่ะ”
“...”
“บอกเลยว่าพี่คุกคามทางเพศหนูแบบโคตรระยำ”
“...”
“แต่อย่างน้อย พี่ก็เชื่อว่าเสน่ห์ของพี่จะทำให้หนูยอม” เออ ผมโคตรหลงตัวเอง แต่แล้วไง? ใครๆ ที่ได้เจอก็ยอมทั้งนั้น ศตวรรษของไอ้สมิงถ้าคิดจะล่อหญิง หญิงมักจะติดกับอย่างง่ายดายเสมอ
ผมมีความสุขกะการเปลี่ยนแฟน การมีเซ็กซ์ การสวิงอย่างเมามันส์กับเพื่อนรัก ทำเหมือนผู้หญิงเป็นวัตถุขับเคลื่อนกามารมณ์
ผู้หญิงก็เหมือนกันหมด
แค่หล่อๆ เถื่อนๆ มีอิสระแบบลูกผู้ชาย ไม่ทำอะไรเห่ยๆ อยู่แต่ในกรอบ เป็นคนดีเกินไปจนน่าสะอิดสะเอียนก็พอแล้ว ผู้หญิงสมัยนี้มันชอบคนเลว แล้วยิ่งรวยด้วยก็ยิ่งเหมือนหวยหล่นใส่
แต่
“ไม่เอาค่ะ” น้องปูน้อยกลับเน้นย้ำออกมาอย่างหนักแน่น ทั้งที่ตัวสั่นเหมือนลูกนก ผมที่กำลังชื่นชมความหล่อรวยของตัวเองในใจ แล้วคิดว่าคนนี้จะต้องได้ถึงกับนิ่ง
“ว่าไงนะ?”
“นะ น้องบอกว่าไม่ไงคะ” เธอย้ำอีกรอบ “น้องขอเปิดใจเลยนะคะ เผื่อเราเข้าใจไม่ตรงกัน... พี่ไม่ใช่สเป็คของน้องเลย แล้วอีกอย่างสำหรับน้อง พี่เป็นคนอันตรายที่น้องระวังตัวที่จะเข้าใกล้ค่ะ”
“... ห้ะ?”
“ผู้ชายที่ไม่สนใจการเรียน ไม่กตัญญู ใช้เงินพ่อแม่อย่างสิ้นเปลือง ทั้งที่สิ่งนั้นควรจะเป็นหน้าที่ของตัวเองแท้ๆ”
“...”
“ละ... แล้วถ้าการที่พี่จะมาบอกว่าหนูเป็นแฟนพี่ หนูยังไม่ได้ตกลงเลยนะคะ การคบกันควรใช้เวลาดูใจอย่างน้อยสองถึงสามปีค่ะ”
“...”
“ละ... แล้วอีกอย่าง” ยัยเด็กปูพูดมายืดยาว ไม่รู้ว่าใส่ซื่อหรือโง่ถึงบ่นคนอย่างผมในสถานการณ์แบบนี้ แต่ผมสตั๊นตั้งแต่ที่เธอบอกว่าผมไม่ใช่สเป็คเธอแล้ว พูดทั้งๆ ที่ตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า ยืนยันเท้าอึ้งแดกอยู่อย่างนั้นเพราะนี่คือครั้งแรกในชีวิตที่โดนผู้หญิงหัวอ่อนที่คิดว่าน่าจะล่อง่ายปฏิเสธ แถมยังปฏิเสธด้วยคำที่โคตรเจ็บว่า ไม่ใช่สเป็ค
คนอย่างไอ้สมิงมันต้องอยู่หนึ่งในสเป็คของผู้หญิงทุกคนดิวะ!!
“...”
“หนูมีคนที่ชอบอยู่แล้วด้วย”
สันกรามผมปูดขึ้นทันทีด้วยอารมณ์โกรธขึ้ง ไม่ใช่สเป็คไม่พอ ไม่ยอมให้เซ็กซ์ด้วยไม่พอ ยังชอบคนอื่นอีกว่างั้น?
“เดี๋ยวนะ” พูดก่อนจะชี้ไปที่ตัวเองอย่างดีเลย์ ที่ไม่รู้ว่าทำหน้าตาเหี้ยมใส่ขนาดไหนน้องปูน้อยถึงได้หน้าซีดเผือดขนาดนั้น “นี่เธอ... ปฏิเสธพี่?”
“กะ... ก็ใช่นะคะ”
“ออกไป” พอได้คำตอบที่ชัดขึ้นผมก็พ่นออกมาเสียงเข้ม น้องสะอึก ก่อนที่จะทำหน้างุนงง “กูบอกให้ออกไป!”
“คะ... ค่ะ” เธอพูดเสียงสั่นก่อนที่จะเดินเป็นวิ่งก้มตัวหลบผมไปด้านนอก ที่ไม่รู้ว่าไอ้บุหรี่อยู่รึเปล่า แต่ช่างหัวแม่งแล้วไอ้เวร
กูโดนผู้หญิงปฏิเสธที่จะมีเพศสัมพันธุ์ด้วย แค่เพราะกูไม่ใช่สเป็คกับเธอมีคนที่ชอบอยู่แล้ว!!
นี่แม่งบ้าชัดๆ แล้วกูก็ไม่นิยมล่อหญิงที่ไม่สมยอมซะด้วย แต่ที่ผ่านมาแม่งไม่เคยมีเลยไง
“อีเวรเอ้ย” สบถออกมาพร้อมกับกระชากมาโบโรบนโต๊ะของไอ้เชี่ยบุหรี่มาคาบไว้ แต่พอจะจุดไฟแช็คเสือกลืมว่าจะเลิกบุหรี่ เลยเขวี้ยงทิ้งแม่ง
กูสูญเสียความมั่นใจอย่างรุนแรง
“ยัยกระต่ายออกไปแล้ว... มึงไม่ทำอะไรเธอ?” ในระหว่างที่กำลังหงุดหงิดอยากพาลใส่ใครสักคน ไอ้บุหรี่เข้ามาพอดี ผมนิ่งไม่ตอบแล้วผุดลุกขึ้นยืน รู้สึกเซ็งที่มันเรียกยัยนั่นแบบหวานแหววอย่างไม่มีเหตุผล บิดนิ้วตัวเองดังกรอบแกรบ
“ตลกดีนะ มาบอกว่ากูไม่ใช่สเป็ค เลยไม่ยอมเซ็กซ์ด้วย” ไอ้บุหรี่ฉีกยิ้มสมเพช “ยิ้มเหี้ยไรไอ้เวร ตลกมากเหรอ”
“ครั้งแรก” มันพูดสั้นๆ ไอ้ห่านี่มันเป็นงี้มานานแล้ว ไม่ชอบพูดเยอะ แต่พอมาอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องการคำตอบยาวๆ แม่งโคตรอย่างตั้นหน้ามันเลยว่ะ “มึงแคร์ทำไม”
“พอดีว่ามันตรงสเป็คกู” ผมโพล่งขึ้นมา ใช่ ผมรู้ดีเลย ผู้หญิงที่เคยคบมาก็ตัวเล็กทั้งนั้น แต่ส่วนมากก็ยอมง่ายๆ จนน่าเบื่อ เลยคบๆ เลิกๆ มาหลายคน แต่ก็อย่างที่บอก ชอบผู้หญิงตัวเล็ก เพราะเวลาอุ้มแตงแม่งเบาดี
เป็นผู้ชายระยำแล้วไง ไม่ชอบผู้ชายเลวๆ แล้วไง
ผมเกิดความคิดดีๆ ขึ้นมาในระหว่างนั้น เพราะคิดไปคิดมา การที่ได้เธอยากๆ มันก็ดูน่าพยายามดีไม่ใช่เหรอ
ผู้หญิงซิงๆ อ่ะ ใครก็อยากเปิดหมด ไม่เว้นแม้แต่คนเจ๋งๆ อย่างผม
“ถ้ามันไม่ชอบ” ผมฉีกยิ้มเหี้ยมออกมา “ก็ทำให้ชอบก็พอไม่ใช่เหรอวะ”
อีปูน้อย มึงต้องเป็นของกู
หนูเดินเป็นวิ่งออกมาจากห้องๆ นั้น ห้องที่มีแต่เรื่องที่ไม่คุ้นเคย
ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยรู้จักคำว่า ‘สวิงกิ้ง’ มาก่อน ไหนจะผู้ชายท่าทางติสท์ๆ ที่เปลือยกายอยู่ในห้อง รวมถึงผู้หญิงอกสะบึมที่เปลือยทั้งตัวเช่นกัน
สวิงกิ้งเนี่ย... คงจะเป็นไปในทางเซ็กซ์สินะคะ
“แย่เลย... ปูน้อย เกือบไปแล้ว” หนูถอนหายใจออกมาตอนที่มาหยุดยืนอยู่ที่หน้าป้ายรถเมล์ หายใจหอบแฮ่กอย่างเหนื่อยอ่อน หัวใจยังเต้นแรงเมื่อรู้สึกได้ว่าเมื่อกี้ตัวเองกำลังจะโดนคุกคามอย่างชัดเจน
ผะ ผู้ชายที่ชื่อสมิงเป็นผู้ชายที่อันตรายจริงๆ นั่นล่ะ
ตอนนั้นรู้สึกกลัวมากที่เหมือนจะเจอคู่ต่อสู้ที่เป็นเพศชายเป็นครั้งแรก จากการประเมินส่วนสูงและสัดส่วนร่างกายภายนอก สมิงคงไม่ใช่เล่นๆ เรื่องพละกำลังและการต่อสู้เลยล่ะ ก็เลยคิดว่าการพูดตรงๆ คงจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด จนสมิงที่ดูจะหน้าแตกไล่หนูออกมา
กะ... เกือบเผลอแย๊บหน้าเขาไปแล้ว
เอ่อ ทุกคนอาจจะรู้สึกแปลกใจใช่มั้ยคะ ว่าทำไมปูน้อยที่ท่าทางเรียบร้อยใสซื่อ กำลังบอกว่าจะแย๊บ (เป็นเทคนิกมวยอย่างหนึ่ง) กับคนที่อันตรายที่สุดในมหาวิทยาลัย แถมยังใช้คำว่า ‘คู่ต่อสู้’ กับอีกฝ่ายอีกต่างหาก
แหะๆ จริงๆ แล้วบ้านหนูทำกิจการค่ายมวยหญิงอยู่น่ะค่ะ
คนที่เริ่มกิจการก็คือคุณแม่ที่เป็นนักมวยปล้ำหญิงเก่า พันธุกรรมของบ้านเราตัวเล็กกันทุกคน ส่วนสูงไม่เคยเกินจาก 159 เลย ส่วนหนูเป็นน้องเล็กที่ตัวเล็กที่สุดในบรรดาพี่ๆ หนูสูงแค่ 156 เอง
และเพราะโดนรังแกตั้งแต่เด็ก แม่เลยให้หนูเข้าคอร์สสอนมวยไทย และก็ฝึกฝนกำลังเพื่อที่จะเอาไปป้องกันตัวได้ในระดับหนึ่ง
หนูก็ไม่ได้เก่งมาก... แค่ได้แชมป์ระดับจังหวัดบ้างเป็นครั้งคราวเองค่ะ
เนื่องจากเหล่าพี่ๆ เป็นผู้ชายกันทุกคน และแต่ละคนก็สนใจกิจกรรมการต่อสู้ที่แตกต่างออกไป คุณแม่ที่คิดจะเอาผู้หญิงมาสืบทอดกิจการค่ายมวยหญิง ถึงได้เลือกหนูที่ไม่ชอบการต่อสู้เลยเข้ามาร่ำเรียนคอร์สนี้
พูดมาถึงตรงนี้ ทุกคนคงจะสงสัยว่าทำไมตอนที่โดนลากมาตบตีในตอนแรกทำไมหนูถึงไม่ป้องกันตัว
... นั่นก็เพราะหนูไม่อยากทำน่ะสิคะ
คุณแม่น่ะเป็นผู้หญิงที่แกร่งและโหดสุดๆ เลี้ยงลูกด้วยตัวคนเดียวตั้งแต่ที่คุณพ่อนอกใจไปมีแฟนใหม่ คุณแม่เล่าว่าท่านชกพ่อจนเข้าโรงพยาบาลด้วยวิชาที่เรียนมา แล้วหอบลูกออกจากบ้านหลังนั้นที่อยู่ด้วยกันตอนอายุสิบแปด
แต่ลูกสาวเพียงคนเดียวอย่างหนู ดันเกิดมาเป็นเด็กผู้หญิงที่ค่อนข้างจะขี้ใจอ่อนเป็นอย่างมาก แถมยังเป็นคนหัวอ่อนไม่ชอบใช้ความรุนแรง ถึงจะมีวิชามวยติดตัวไปก็เท่านั้น... เพราะสุดท้ายพอย้ายมาเรียนมหาลัยที่สอบติดได้ที่กรุงเทพ หนูก็เลือกที่จะปกปิดเรื่องที่บ้านเป็นค่ายมวยอยู่ดี
นั่นเพราะหนูไม่อยากเป็นผู้หญิงแข็งแกร่ง
นั่นก็เพราะหนู... มีคนที่ชอบอยู่ด้วย
‘อคิน’ เพื่อนสมัยเรียนมัธยมด้วยกันที่สอบติดที่เดียวกันที่นี่ เป็นเพื่อนที่ทั้งสมาร์ทและใจดี หนูแอบชอบอคินข้างเดียวมาตลอด และรู้ว่าสเป็คของเขาคือผู้หญิงที่อ่อนแอ เพราะเขาชอบเข้าไปช่วยเหลือเพื่อนผู้หญิงที่โดนรังแกและดูแลอย่างดีเสมอ
เรียกได้ว่า เขาคือเทวดาที่อยู่บนดินเลย
หนูพยายามอย่างมากที่จะไม่แสดงออกว่าหนูมีกำลังและชกมวยได้ และก็ปล่อยให้ตัวเองโดนรังแกมาตลอดจนอคินเข้ามาสนิทด้วย
แต่วันนี้ หนูกลับโดนผู้ชายแบบที่ไม่ใช่สเป็คที่สุด ลากมาเพื่อที่จะนอนด้วย
แล้วเขาก็รู้ด้วย... ว่าหนูไม่เคยเรื่องอย่างว่า
น่ากลัว หนูน่ะไม่เคยชกกับผู้ชายจริงๆ มาก่อนเลยนะ คู่ซ้อมส่วนมากก็จะเป็นผู้หญิง รวมถึงคู่ชกที่มาท้าชิงด้วย พอโดนผู้ชายคุกคามขนาดนั้นก็จะเผลอหน้ามืดสวนไปทุกที แต่ก็ใช่ว่าจะชนะกลับมาทุกครั้ง
นั่นทำให้หนูกลัวผู้ชายที่ดูท่าทางจะเป็นอันธพาลมากที่สุด ในบรรดาประเภทของผู้ชายทั้งหมดบนโลก
จะต้องไม่เข้าไปยุ่งกับเขาอีก รวมถึงผู้ชายท่าทางเนือยๆ ที่ก็ดูอันตรายพอดูคนนั้นด้วย
หนูทำท่าจะโบกรถเมล์เพื่อกลับไปที่มหาวิทยาลัย อย่างน้อยๆ ก็ต้องกลับไปเรียนคลาสตอนบ่าย เพราะวันนี้มีเรียนอยู่สองคาบ
แต่ทว่า
“ไอ้เวรหมิงมันโคตรสารชั่วเลยไอ้สัส! กูอยากจะกระทืบแม่งให้เละคาส้นตีน” หนูที่หูผึ่งเพราะได้ยินชื่อของคนบางคนที่คุ้นเคย หมิงนี่คือชื่อเรียกสั้นๆ เวลาคนที่สนิทกับสมิงเรียกเขา แต่ส่วนมากก็จะดูเป็นพวกเดียวกันกับเขานั่นแหละ
หนูไปแอบอยู่หลังป้ายรถเมล์ที่เป็นป้ายโฆษณาเมื่อมีกลุ่มนักเลงผ่านมาทางนี้ แล้วก็เห็นว่าเป็นผู้ชายท่าทางหน้าตาดุดันคนหนึ่ง มีรอยสักเต็มตัวแถมตัวสูงปราดเปรียว มีแผลที่ริมฝีปากและตามตัว กำลังเดินสูบบุหรี่มากับฝูงลูกน้องที่ตามเขาต้อยๆ (เพราะเขาดูโดดเด่นที่สุดในนั้น)
ผะ... ผู้ชายคนนี้ดูน่ากลัวสุดๆ เลย
“พี่หยาดครับ ผมว่าอย่าไปหาเรื่องสมิงเลยดีกว่า” ผู้ชายหัวโล้นอีกคนพูดขึ้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ “พ่อมันเป็นถึงผู้บริหารมหาลัยชื่อดัง แถมยังเป็น สส. ผู้ว่าอีกนะครับ”
สะ... สส. ผู้ว่า?
“ช่างหัวบิดาแม่งดิ กูจะเอาเลือดชั่วออกจากกบาลมันให้ได้!” ผู้ชายที่ชื่อหยาดบี้บุหรี่ที่กำลังติดไฟจนแหลกคามือเปล่า “มาปล่อยให้กูต่อยไอ้พวกเหี้ยนั้นคนเดียว โชคดีที่พวกมันมีแค่สิบห้าคน เลยสอยร่วงไปได้ง่ายๆ”
“...”
“มันอยู่ที่ห้องไอ้บุหรี่ไม่มีผิดแน่ จีพีเอสที่กูแอบติดที่มือถือแม่งไว้บอกว่ามันอยู่จุดนี้” ร่างสูงโปร่งพูดพร้อมปล่อยซากบุหรี่ในมือร่วงผล็อยลงพื้น “กูจะเลาะฟันมันซะ ให้มันแดกข้าวไม่ได้สักเดือนสองเดือน”
หนูตัวสั่นพอได้ยินว่าเขาคิดจะจัดการสมิงด้วยการเลาะฟัน นั่นเป็นวิธีการของพวกสตรีทไฟต์เตอร์ คือพวกที่ต่อสู้กันตามท้องถนน จะใช้ท่าสกปรกยังไงกับคู่ต่อสู้ก็ได้
สำหรับมวยไทยที่มีกฎกติกาเป็นของตัวเอง เรื่องนี้รับไม่ได้เลยจริงๆ นะ
“ขะ... ขอโทษนะคะ!” หนูกลั้นใจโพล่งออกมาพร้อมกับเอาตัวที่มีส่วนสูงแค่เพียง 156 เซนติเมตรไปต่อหน้าผู้ชายตรงหน้ารวมทั้งพรรคพวก ซึ่งดูจะสูง 180 ขึ้นไปกันทุกคนเลย “ถ้าจะใช้วิธีแบบสตรีทไฟต์เตอร์ ก็ขอให้มีกติกาที่ตายตัวในการต่อสู้หน่อยเถอะนะคะ!”
พะ พูดออกไปแล้ว
“มึงเป็นใคร?” ผู้ชายตรงหน้าหยุดชะงักพร้อมกับเอียงคอถามด้วยสรรพนามสุดหยาบคายเป็นคำถามแรก หนูที่เพิ่งรู้สึกตัวถึงได้นิ่งอึ้งไป
นี่หนูกำลังทำอะไร หนูกำลังปกป้องคนอันตรายในมหาวิทยาลัยอย่างสมิง คนที่เพิ่งลักพาตัวหนูไปเพราะชอบแล้วก็ตั้งใจจะมีอะไรกับหนูอย่างข้ามขั้นตอนอย่างงั้นเหรอ!
“... เอ่อ”
“ทำไมมึงถึงรู้จักคำว่าสตรีทไฟต์เตอร์?” หยาดพูดออกมาพร้อมกับมองหนูตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ก่อนที่จะแค่นหัวเราะ “ผู้หญิงตัวเท่าหมาอย่างมึงรู้จักศัพท์ของสงการต่อสู้ได้ไงวะ แถมยังกล้าเข้ามาขวางทางกูได้อย่างหน้าไม่อายซะด้วย”
“คะ... คือ” ตะ... ตัวเท่าหมาเหรอ พูดไม่ออกเลย
“อ้อ หรือว่า”
“...”
“มึงจะเป็นคู่ขาของไอ้เหี้ยหมิง?”
[พาร์ท : บุหรี่]ผมเช็คทุกอย่างจากกล้องวงจรปิด ที่ไอ้เด็กหน้าตาละอ่อนที่เป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวโอนิซึกะติดไว้ในบ้านสมัยโบราณนั่น รวมทั้งคุณป้าใบ้ที่เป็นแม่บ้านของพ่อที่ปลอมมาเป็นชาวบ้านใช่ ก็แค่สถานการณ์ที่ถูกจัดให้ไอ้เวรสมิงรู้ตัวอย่างเงียบๆ ผมก็แค่อยากรู้ว่าถ้าคนอย่างมันจะมีความรักแบบจริงจัง จะแสดงออกมาแบบไหนไม่น่าเชื่อว่าจะคลั่งไคล้เด็กคนนี้ถึงขนาดนั้น ถึงขนาดยอมเอาตัวเข้าไปเป็นของเล่นทั้งๆ ที่ปกติมันเป็นคนที่มองคนอื่นเป็นของเล่นมาตลอดมึงจะได้ลิ้มรสความเจ็บปวดก็คราวนี้แหละไอ้สมิง ในเวลาที่กูกับอคินมีเซ็กซ์กับยัยเด็กคนนั้นโดยที่มึงก็รับรู้อยู่เต็มอกว่ายัยนั่นมันไม่ได้มีอะไรแค่กับมึงคนเดียวผมไม่ได้จงใจจะตัดขาดกับมัน แต่ก็พอรู้ว่าในตอนนี้มันต้องไม่สบอารมณ์ผม แล้วคงหาทางจะต่อยหน้าผมสักทาง ที่ผมเลือกพาอคินไปสวิงกิ้งกับยัยกระต่ายน้อยลับหลังก็แค่ทดสอบอะไรนิดหน่อย แต่แน่นอนว่ามันจะต้องเป็นไปตามแผนเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นน่ะเหรอ?ก็แค่... บังคับทางอ้อมให้ไอ้คินอยากเอาชนะผมเข้าเส้นจนต้องใช้ลูกอมกับเธอ ในขณะเดียวกันก็วางแผนให้เท็นเท็นวางยาในเหล้าที่ไอ้สมิงดื่ม คาดเดาอยู่แล้วว่าไอ้สมิงน่าจะต
หนูที่หมดเรี่ยวแรงจากศึกรักถูกยกตัวขึ้นอุ้มด้วยมือแกร่งของสมิง เขาพันผ้าเช็ดตัวปิดร่างกายที่เปลือยเปล่าของหนูไว้ แล้วพาฝ่าฝนขึ้นบันได้เดินผ่านสองคนที่ดูเหมือนจะเป็นแม่ลูกกัน พวกเขามองสภาพเปียกปอนของเราทั้งคู่อย่างตกใจ คงคิดว่าพวกเราบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่เข้าไปอาบน้ำด้วยกันกลางสายฝนแรงแบบนี้สมิงไม่ได้พูดขออนุญาตสักคำทั้งๆ ที่นี่ไม่น่าจะใช่บ้านของเขา ร่างสูงพาหนูเข้าไปในห้องห้องเดิมแล้วปิดประตูลงอย่างไร้มารยาท“วะ... วางลงด้วยนะคะ ขาน้องไม่มีแรง” หนูไม่ได้สลบเหมือนทุกครั้งที่น่าจะมีอะไรกับพวกเขา หากแต่ขอร้องเสียงผะแผ่ว สมิงหรี่ตาลงมองสภาพของหนูที่อิดโรย ก่อนที่เขาจะวางหนูให้นั่งลงบนฟูกตามที่หนูพูดนั่นทำให้หนูนึกแปลกใจในความว่าง่ายของเขานิดๆ“ไม่ได้ทำแรงขนาดนั้น” เขาพูดเสียงอ่อน แล้วเกลี่ยเส้นผมที่ปรกหน้าของหนูออก หนูเลยเม้มริมฝีปากแน่น เพราะตอนที่เดินฝ่าฝนมา เขาพยายามใช้ตัวเองบังเพื่อไม่ให้ฝนโดนหนูด้วยนะทำไมสมิงที่มักจะเป็นตัวตั้งตัวตีที่คอยทำร้ายรังแกหนูในทุกๆ เรื่อง กลับอ่อนโยนต่อหนูได้ขนาดนี้กันนะ?เขาชอบหนูอย่างที่แสดงออกมาขนาดนั้นจริงๆ เหรอ หรือเขาแค่ชอบเพราะว่าหนูยินยอมให้เขาทำเรื่อ
[พาร์ท : สมิง]ผมนิ่งไปเมื่อเห็นว่าตัวของยัยนี่ร้อนผะผ่าว ยิ่งกอบกุมนมพอดีมือนั้นไว้ก็ยิ่งร้อน เหมือนเอานมไปลนไฟมาไม่มีผิดสบู่นกแก้วที่อยู่ใกล้มือที่สุดถูกผมคว้ามา ผมเริ่มถูตัวให้เธอแบบไม่พูดพร่ำทำเพลง ในขณะที่รั้งเอวเธอไว้แน่น จนร่างกายเล็กๆ ขาวๆ นั่นแนบกับกางเกงบ็อกเซอร์ที่พองโตของผมยัยตัวเล็กกัดไหล่ผมเบาๆ เธอในจังหวะนี้โคตรเร่าร้อน ผมถูสบู่ที่กลิ่นหอมติดค่อนข้างฉุนลงไปจนถึงบั้นท้ายงามงอน ขยำมันอย่างแรงจนเป็นรอยมือ พร้อมกับเอาขันตักน้ำในโอ่งมาราดตัวเธอจนเปียกปอนมือหนาของผมยังคงใช้สบู่ถูไปตามเรียวขาอ่อน เธอถูกผมดันจนชิดกับโอ่งมังกร พร้อมกับยกขาข้างหนึ่งของเธอขึ้นในขณะที่ค้อมตัวลงนั่งประจันหน้ากับกลีบสวาทสีชมพูเข้มผมถูสบู่ลงไปที่ปลายเท้าเล็กทั้งสองข้าง ทั้งข้างที่ยืนพื้น กับข้างที่ยกขึ้นสูง เอาจริงๆ ปะ ผมไม่เคยถูสบู่ให้ใครตั้งแต่หัวจรดตีนมาก่อน นี่คือการแสดงออกว่ายัยปูน้อยเป็นคนที่ค่อนข้างพิเศษสำหรับผมผมยอมรับในตอนนี้ก็ได้ ในจังหวะที่เรามาติดบ้านรูหนูนี่ด้วยกันผมชอบเธอน้ำเปล่าถูกราดตรงเรียวขาของเธอ ขายัยตัวเล็กสั่นพั่บๆ เพราะความเย็นของน้ำ ผมกระตุกยิ้มเมื่อรู้สึกว่าตัวเธอหอมขึ้
“เอาเลยค่ะพี่” หนูพูดแล้วฉีกยิ้มมุ่งมั่นออกมา “ทำให้มันจบเลย เพราะตอนนี้น้องหิวแถมง่วงแล้วด้วย”สมิงสบตาหนูกลับมา เขาดูมีแววตาแปลกๆ ที่แสดงออกได้ถึงความเห็นใจ แต่หนูไม่ต้องการมันหรอกนะ หนูแข็งแรงพอที่จะโดนย่ำยีไปเรื่อยๆ ได้โดยที่ยังคงความสดใสไว้อยู่เหมือนเดิม“อย่ามาทำตัวน่าสมเพชหน่อยเลย” เขาเงียบไปนานก่อนที่จะโพล่งคำพูดคำจาแดกดันแบบที่เป็นเขาในเวลาปกติขึ้นมา มือหนายังกอบกุมใบหน้าของหนูไว้ ก่อนที่ต่อมาเขาจะกัดฟันกรอด “จริงๆ เธอเองก็เจ็บเจียนจะตายอยู่แล้ว”“...”“คบกันเหอะ” แล้วอยู่ดีๆ สมิงที่แสนโหดร้ายคนนั้นก็พูดคำๆ นึงออกมา พูดมันออกมาโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง “คบเป็นแฟนกับพี่ แล้วพี่จะรับผิดชอบหนูทุกอย่างเอง”“!!”“ทั้งร่องรอยที่ไอ้คินทำ ทั้งที่ไอ้บุหรี่ทำ แม้กระทั่งร่องรอยที่พี่สร้าง”หนูเบิกตากว้าง แล้วก็เห็นว่าใบหน้าหล่อเหลาที่พราวไปด้วยหยดน้ำฝนมีสีหน้าจริงจังในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนใช่ค่ะ หนูเจ็บ หนูเจ็บปวดอยู่ลึกๆ ที่ตัวเองถูกย่ำยีเหมือนไม่มีความเป็นคนจากผู้ชายทั้งสามคน แต่หนูแค่พยายามต่อสู้กับมันต่อ หนูไม่ได้คิดว่าหนึ่งในพวกเขาจะเข้ามาเห็นใจ เพราะยังไงความรู้สึกเรื่องเพศของหนูก็เป
“ตกใจหมดเลยค่ะ” หนูโพล่งออกมาพร้อมกับล้มตัวลงไปนั่งขัดสมาธิกับพื้นอย่างโล่งอก ถึงจะเป็นสมิง แต่ก็ดูจะไว้ใจได้อยู่นิดหน่อย อย่างน้อยก็เป็นคนที่พอรู้จักกัน ซึ่งไม่รู้ทำไมหนูถึงต้องรู้สึกไว้ใจเขาแบบนี้ด้วยเขาค่อยๆ เลื่อนประตูปิดอย่างช้าๆ หนูเห็นผ่านสายตาแวบๆ ว่ามีเด็กผู้ชายท่าทางหน่วยก้านดีอยู่ข้างนอก เขากำลังจ้องหน้าหนูตอนที่หั่นผัก หนูเลยจ้องสู้กลับไป ก่อนที่ประตูจะถูกปิดลง“... ทำไมน้องถึงมาอยู่ที่นี่กับพี่ได้คะ ก็จำได้ว่าก่อนหน้านั้น” หนูเว้นคำไว้แล้วถามเขาอย่างนึกฉงน สมิงคว้าปมผ้าเช็ดตัว ก่อนที่เขาจะหันแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยรอยสักและมัดกล้ามใส่แทนคำตอบ “ตอบสิคะ”“เรื่องมันยาว จะให้สาธยายเรื่องไหนก่อนดี” เขาคลายปมผ้าเช็ดตัวออกแบบโต้งๆ เลย แวบหนึ่งที่หนูแอบเห็นบั้นท้ายงามงอนของเขา หนูก็รีบชักมือขึ้นมาปิดตาไว้ “เรื่องที่เธอไปแอบแรดมีอะไรกับผู้ชายตั้งสองคน หรือเรื่องที่พี่ช่วยเธอออกมาจากดงโจร?”หนูขมวดคิ้วตอนที่คลายมือออกจากตา“พูดอะไรไม่เห็นรู้เรื่องเลย” ใช่ เขาพูดไม่รู้เรื่องจริงๆ นะ อะไรคือมีอะไรกับผู้ชายตั้งสองคน เท่าที่จำได้ก็มีแค่อคินนี่นา และถึงจะมีสักกี่คนมันก็ไม่เกี่ยวกับเขา“พ
“อื้ม” ผมใช้นิ้วคว้านวนรอบๆ ภายในตัวของเธอ น้ำหล่อลื่นทะลักออกมามากขึ้น ผมใช้ทั้งสองนิ้วชักเข้าชักออกภายในกลีบเนื้อเต่งตึงนั่น แล้วทำท่าจะปลดกางเกงตัวเองลงไปด้วยแต่แสงไฟที่ดูจะสว่างวาบมาจากข้างหลังทำให้ผมรีบดึงชายกางเกงในปิดร่องสวาทของเธอไว้เหมือนเดิม พร้อมกับเหลียวหลังหันกลับไปมองอย่างนึกฉงน“ผมได้ยินมาจากแถวๆ คลองนี้นะแม่” เป็นหนุ่มชาวบ้านที่รู้สึกว่าจะเดินมากับแม่ของมัน พร้อมกับส่องไฟฉายไปรอบๆ คลองที่น่าจะเป็นบ่อเลี้ยงปลาโล่งไป ดูท่าจะไม่ใช่พรรคพวกของไอ้โจรทรามพวกนั้นผมลุกขึ้นยืนพร้อมกับช้อนตัวยัยเด็กน้อยขึ้นอุ้ม แล้วตะโกนเสียงดัง“อยู่นี่ครับ!” ต่อหน้าคนที่คิดว่าช่วยเราได้ผมก็ต้องสุภาพชนใส่เป็นธรรมดา อีกอย่างเพราะไม่มีโทรศัพท์ แถมที่ตรงนี้ก็น่าจะเลยจากบ้านผมไปเยอะด้วย แถบๆ ชานเมืองแบบนี้ไม่ค่อยเห็นผ่านตาเท่าไหร่ แถวบ้านผมมันมีแต่ตึก“นั่นไงแม่” เสียงไอ้หนุ่มคนนั้นดังขึ้นพร้อมกับวิ่งหน้าตั้งเข้ามา ผมปรับอารมณ์ที่ค้างมาจากเมื่อกี้ ก่อนที่จะอุ้มยัยตัวเล็กเดินเข้าไปหามัน “คุณครับ! โดนอันธพาลชิงทรัพย์แถวนี้ไล่มาตรงนี้ใช่มั้ยครับ”ทันทีที่มาถึงตัวมันก็ถามตรงกับเรื่องที่เจอมาเหมือนรู้







