LOGIN[พาร์ท : สมิง]
ผมนั่งกดมือถือยิกๆ เล่นเกมกับเพื่อนในเกมฆ่าเวลาไอ้ความรู้สึกหัวควยในหัวอย่างเมามันส์
ไอ้บุหรี่นั่งดูหนังโป๊อยู่อีกหัวมุมด้วยโน๊ตบุ้คคู่ใจของแม่ง อีเจ๊มดกลับไปแล้ว นมใหญ่ๆ กับบั้นท้ายงอนๆ ทำเอาต้องเผลอใจอยู่ชั่วครู่ แต่ผู้หญิงที่อยู่ในหัวดันเป็นยัยหน้าเด็กนั่น
เวรเอ้ย สลัดอีปูน้อยออกไปไม่ได้!
น่าเศร้าที่ระหว่างเล่นเกม ไอ้หยาดแม่งก็โทรเข้ามาไม่ดูจังหวะจะโคนเป็นสิบยี่สิบสาย
แค่ไม่ไปตามนัดต้องโทรจิกอะไรขนาดนั้นวะ ไอ้สัส
“เหี้ยเอ้ย แพ้เลยไอ้เวร” ตะคอกลั่นตอนที่ปามือถือลงพื้นจนหน้าจอแตก แต่ไอ้เหี้ยบุหรี่ไม่มีท่าทางว่าจะหันมาสนใจหรือยี่หระอะไร มันนั่งดูหนังโป๊อย่างตั้งใจ
ผมหงุดหงิดเลยเดินออกไปจะดูดบุหรี่ข้างนอกในขณะที่เก็บมือถือมาเพื่อจะกดโทรหาผู้หญิงสักคนให้เริงอารมณ์ระหว่างนั้น แต่กลับไม่มีอารมณ์กำหนัดจนต้องตัดสายทิ้งทั้งที่ยัยผู้หญิงคนนั้นยังไม่รับ
ไอ้หยาดโทรเข้ามาอีกสาย ที่ไม่ได้บล็อกเบอร์เพราะมันคือหนึ่งในแก๊งของเรา เลยกดรับสายอย่างยอมแพ้
ติ๊ด
“ว่าไงครับคุณหยาดคนสวย?” หยอกไปนิด ก็นะ กูไม่รู้สึกผิดเหี้ยไรหรอก
[สวยที่หน้าพ่อมึงดิ] มันตวาดกลับมาทันที ท่าจะโกรธหนัก แต่แล้วไงอ่ะ [มึงรู้มั้ยว่ามึงทำกูลำบากขนาดไหนไอ้เวร]
“ก็นะ” ไหวไหล่ตอนที่แนบมือถือไว้ข้างหูแล้วใช้ไหล่ดันไว้ ขณะที่คาบบุหรี่มาโบโรของไอ้ตีหรี่มาจุดไฟแช็คสูดควันเข้าปอด “กูไม่รู้หรอก”
[แต่เผอิญว่ากูรู้ว่ามึงติดพันอะไรอยู่] คิ้วกูกระตุกเมื่อได้ยินว่ามันพูดเรื่องห่าไรไม่รู้ จนกระทั่งได้ยินเสียงเคาะประตูหน้าห้อง
ไอ้เหี้ยหยาดมันเล่นอะไรอีกแล้ววะ
กูพ่นควันบุหรี่ออกจมูกตอนที่เดินเกาหัวไปส่องตาแมว พอเห็นว่าเป็นไอ้หยาดกับพรรคพวกก็ตีหน้าเซ็ง ก่อนที่จะเปิดประตูให้แม่ง
พลั่ก!
ทันทีที่เปิดไปตรงหน้า หมัดหนักๆ ของไอ้หยาดก็สวนเข้าที่ข้างแก้มขวาจนเซเข้าไปในห้องทันทีแบบไม่ต้องคุยห่าไรกันก่อน มันเป็นพวกปากว่ามือถึง บุหรี่ที่คาบไว้ถูกกัดจนป่นปี้ ก่อนที่จะถูกคลายปากออกจนหล่นลงไปที่พื้น
สัสเอ้ย เจ็บชิบ
“ละ ลูกพี่หยาด!” ลูกน้องของมันกรูกันไปคว้าแขนไอ้หยาดไว้ที่ทำท่าจะถีบยอดอกผมต่อ แต่มือมันข้างนึงกำลังคว้าข้อแขนของผู้หญิงตัวเล็กๆ สักคนมาด้วยเลยทำไรไม่ได้มากกว่านั้น
กูถ่มน้ำลายลงพื้น เห็นได้ชัดว่าผู้หญิงคนนั้นคือคนที่กำลังหมายตา
“พะ... พี่หยาด! อย่าทำแบบนั้นค่ะ” เธอกอดแขนไอ้เหี้ยหยาดเอาไว้แน่นไม่ให้มาทำร้ายผมได้อีก แต่มันกลับถลึงตาฉีกยิ้มเลือดเย็น เหมือนการต่อยหน้าเพื่อนร่วมธุรกิจเป็นอะไรที่โคตรน่าหฤหรรษ์
“ต่อยกูทำเหี้ยไร” กูถุยเลือดลงพื้นเพราะอย่างที่บอก ไอ้หยาดมันเก่งเรื่องต่อยตี มันเรียนมวยมา การต่อสู้นับว่าเป็นที่หนึ่ง แถมยังเป็นสตรีทไฟต์เตอร์ รู้จักประยุคดัดแปลงการต่อสู้ ไม่ต่อสู้ในกฎเกณฑ์ง่อยๆ
“ค่าที่ปล่อยกูลุยเดี่ยว กูคงไม่เอาเศษเงินของมึงเป็นค่าจ้างหรอก” มันกระตุกยิ้มจนเห็นเขี้ยว หักนิ้วกรอบแกรบ ก่อนที่จะผลักยัยตัวเล็กนั่นจนเซมาชนอกผมจนต้องรวบเอวไว้ “เดี๋ยวนี้เลือกคู่ขาเก่งดีนี่ อีนี่แม่งเป็นมวยด้วย”
“ว่าไงนะ?”
เป็นมวย? พล่ามไรของแม่ง
“ดูแผลตรงแก้มกูสิ อีนี่แม่งต่อยหมัดเดียว หน้ากูชาไปครึ่งแถบ” กูเบิกตากว้างตอนมันใช้นิ้วชี้ที่ไว้เล็บจนยาวจิ้มตรงแก้มที่เป็นรอยช้ำ หันกลับไปมองยัยปูน้อยที่อยู่คาอก เธอตัวสั่นอย่างหวาดกลัว ดูยังไงก็ไม่น่าทำอะไรไอ้หยาดจนได้แผลขนาดนั้น
“จะปดไรก็เอาเรื่องที่แม่งเป็นไปได้หน่อยไอ้ควาย” พูดแล้วดึงเธอมาหลบข้างหลัง ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน สงสัยต่อมคนดีจะทำงาน
“มึงดูถูกผู้หญิงมากเกินไปนะไอ้หมิง อย่าคิดว่าผู้หญิงทุกคนจะอ่อนแอให้มึงรวบหัวรวบหางได้ง่าย” มันกอดอกแล้วกระดิกนิ้วให้ลูกน้องมันพุ่งเข้าหายัยตัวเล็กที่อยู่ข้างหลัง กูทำท่าจะสวน แต่เธอไวกว่า
อีปูน้อยตั้งท่าใช้เข่ากระแทกลูกหมากมันเต็มๆ ต่อหน้าผมและไอ้หยาดกับลูกน้องของมัน
พลั่ก!!
“อ้ากกกก!” ไอ้ขี้ข้าตัวนั้นล้มลงกุมเป้าร้องโอดโอย “อีนี่แม่งแรงเยอะชิบหาย!!”
“ยะ... อย่าให้น้องต้องใช้ความรุนแรงเลยนะคะ!” เธอตะโกนแทรกเสียงครวญครางด้วยความเจ็บปวดขึ้นมาด้วยเสียงเล็กๆ หวานๆ นั่น ดูน่ารักน่าหยอกมากกว่าจะน่าเกรงขาม แต่ภาพที่เธอศอกเข่าใส่เป้าลูกน้องไอ้หยาดแม่งติดตากูมาก “ถึงพี่สมิงเขาจะเลว แต่ก็ไม่ควรใช้ความรุนแรงเป็นทางออกของการแก้ไขปัญหาค่ะ!”
กูชะงักไป ยัยนี่แม่งบอกว่าผมเลวว่ะ พูดออกมาได้อย่างชัดถ้อยชัดคำ
กูแสยะยิ้ม ตวัดสายตามองไอ้หยาดที่ฉีกยิ้มกลับอย่างรู้กัน
ผู้หญิงที่ดูจะอ่อนแอ ยอมให้โดนตบเหมือนไอ้พวกกระจอก แต่จริงๆ แล้วกลับมีของดีซ่อนอยู่
ยิ่งน่าสนใจเข้าไปใหญ่
พลั่ก!!
“อ้ากกกก!” ไอ้ขี้ข้าตัวนั้นล้มลงกุมเป้าร้องโอดโอย “อีนี่แม่งแรงเยอะชิบหาย!!”
“ยะ... อย่าให้น้องต้องใช้ความรุนแรงเลยนะคะ!” เธอตะโกนแทรกเสียงครวญครางด้วยความเจ็บปวดขึ้นมาด้วยเสียงเล็กๆ หวานๆ นั่น ดูน่ารักน่าหยอกมากกว่าจะน่าเกรงขาม แต่ภาพที่เธอศอกเข่าใส่เป้าลูกน้องไอ้หยาดแม่งติดตากูมาก “ถึงพี่สมิงเขาจะเลว แต่ก็ไม่ควรใช้ความรุนแรงเป็นทางออกของการแก้ไขปัญหาค่ะ!”
กูชะงักไป ยัยนี่แม่งบอกว่าผมเลวว่ะ พูดออกมาได้อย่างชัดถ้อยชัดคำ
กูแสยะยิ้ม ตวัดสายตามองไอ้หยาดที่ฉีกยิ้มกลับอย่างรู้กัน
ผู้หญิงที่ดูจะอ่อนแอ ยอมให้โดนตบเหมือนไอ้พวกกระจอก แต่จริงๆ แล้วกลับมีของดีซ่อนอยู่
ยิ่งน่าสนใจเข้าไปใหญ่
ผมยกมือขึ้นกอดอก กระดิกนิ้วทั้งห้าที่มีแหวนทองราคาแพงอย่างสบายอุรา ก่อนที่จะโพล่งขึ้นมาเสียงเข้มขึ้น
“มาคุยกันหน่อย น้องปูน้อย” ร่างเล็กที่ตั้งท่าจะชกอยู่ชะงักไป เธอกวาดสายตาไปมองรอบๆ ก่อนที่จะค่อยๆ หันหน้ามามองผมที่กระตุกยิ้ม
หน้าเธอซีดเผือดเมื่อกูดีดนิ้วเปาะ คงรู้ตัวแล้วดิว่าได้แสดงอะไรสุดมหัศจรรย์ลงไป
“อยากรู้ว่าท่าเตะผ่าหมากอันแสนวิเศษนั่น ไปได้มาจากไหนเหรอคะ?”
[จบพาร์ท : สมิง]
หนูนั่งเหงื่อแตกพลั่กๆ อยู่ในห้องที่กำลังเปิดแอร์เหน็บหนาว
ภาพตรงหน้าคือผู้ชายทั้งสามคน พร้อมกับลูกน้องที่ยืนเฝ้าอยู่เป็นโขยง ดูเหมือนถ้าหนีไม่ยอมตอบอะไรตอนนี้ คงจะโดนรุมรังแกได้อย่างง่ายๆ เลยล่ะค่ะ
สมิงที่นั่งอยู่ตรงกลางถือโทรศัพท์สีชมพูของหนูเลื่อนดูหน้าเฟสที่มีเพื่อนไม่ถึง 200 กว่าคนของหนูอย่างสนใจสุดๆ เขาฉีกยิ้มตอนที่ลดมือที่ถือโทรศัพท์ลงแล้วสบตาสายตากับหนูที่รีบหลบตาไปอย่างรวดเร็ว
“ค่ายมวยหญิง? น่าสนใจดีนะ” เขาพูดพร้อมกับฉีกยิ้มจนเห็นฟันขาวกระจ่าง “แล้วทำไมถึงปิดเรื่องนี้ไว้ แล้วยอมโดนตบจนอ่วมขนาดนั้นวะ?”
“นะ... หนูไม่ชอบใช้ความรุนแรงค่ะ” หนูเลือกที่จะโกหกออกไป แล้วหลับตาปี๋เมื่อสมิงแค่นหัวเราะแล้วกางขาออกมามากขึ้น จนสายตาที่หนูโฟกัสอยู่กลายเป็นเป้ากางเกงที่กำลังตุงอยู่ของเขา “... อีกอย่างอีกฝ่ายก็เป็นรุ่นพี่ที่อายุมากกว่า ถ้าลงมืออาจจะเป็นการปีนเกลียว แล้วก็จะทำให้เป็นเรื่องใหญ่มากกว่านี้ก็ได้นะคะ”
“เหอะ!” พี่หยาดสบถออกมา “แม่พระสิ้นดี”
“น่าตลกดีที่น้องเก่งมวยขนาดนั้น” สมิงฉีกยิ้มกริ่ม ก่อนที่จะโยนโทรศัพท์ส่งให้หนูที่รับแทบไม่ทัน “เอางี้ปะ”
“...”
“มาเป็นของพี่ซะ แล้วพี่จะปิดเรื่องที่เธอเป็นมวยไม่ให้คนอื่นรู้”
หนูหน้าเหวอออกมาทันที ตะ... ตรงประเด็นเกินไปแล้วค่ะ แล้วรู้ได้ยังไงว่าหนูต้องการปิดบังมันไว้ เพราะที่หนูพูดออกไปยังไม่มีคำว่าหนูต้องการจะปิดบังเลย
“มะ... ไม่ได้นะคะ” หนูรีบส่ายหน้าทันที สมิงเลยจิ๊ปาก “เรายังไม่ได้ตกลงดูใจกันเลย แล้วอีกอย่างน้องก็ไม่ได้ชอบพี่...”
“น่ารำคาญชิบหาย! แล้วจะยอมให้แพร่งพรายออกไปเหรอไง” แต่สมิงก็ตะคอกออกมาเหมือนไม่อยากฟัง เขาขยับเท้ามานั่งไขว่ห้างแบบผู้ชายแล้วเริ่มคีบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบต่อหน้า “ว่าน้องปูน้อยที่ยอมโดนรังแกเสมอมา ที่แท้โคตรเหง้าศักราชเสือกเป็นค่ายมวยหญิง แถมยังเตะผ่าหมากลูกน้องของแก๊งสมิงซะช้ำใน”
“...”
“ตลกร้ายดีที่ต้องบอกว่า ถ้าทุกคนรู้ เธอจะไม่มีเพื่อนในมหาลัยอีกแน่” ร่างสูงเอียงตัวมาตรงหน้าโต๊ะ แล้วสูดบุหรี่เข้าปอด พร้อมกับพ่นควันออกมาใส่หน้าหนูจนต้องไอค่อกแค่ก “แค่พี่ถูกใจหนู ไม่พอเหรอวะ”
“...”
“ต้องปฏิเสธอะไรขนาดนั้น” เขาฉีกยิ้มแล้วเอนตัวไปพิงกับพนักเก้าอี้แล้วพาดแขนกับไหล่ของพี่หยาดที่ปัดออกแทบจะทันทีอย่างรำคาญ ร่างสูงเลยพ่นควันบุหรี่ออกมา “ใช่มั้ยครับคุณหยาด”
“คนอย่างมึงอย่ามั่นหน้าว่าต้องมีผู้หญิงทุกคนมาชอบ” เขาพูดแดกดันแล้วพ่นควันบุหรี่ไปทางอื่น
“แล้วมึงอ่ะ ไอ้บุหรี่” พูดอย่างไม่ยี่หระกับคำด่า แล้วเอียงคอไปหาคนที่ชื่อบุหรี่ที่ตอนนี้ใส่กางเกงแล้วพร้อมกับส่งบุหรี่ที่ตัวเองดูดไปแล้วให้เขา บุหรี่เลยรับมาแล้วสูดควันเข้าปอดตอนที่จ้องหน้าหนูผ่านกลิ่นควัน
แววตาของเขาดูวาววับเหมือนมีความสนใจ แต่ก็คาดเดายากเหมือนกันในฐานะของคู่ต่อสู้
“ยังไงก็ได้” เขากระซิบเสียงแหบพร่าตอบกลับมา ก่อนที่จะดีดขี้บุหรี่ที่ปลายมวนทิ้ง “กูก็ชอบเหมือนกัน”
ชะ... ชอบเหมือนกัน?
หมายความว่ายังไงคะ
“อืม” สมิงตอบรับสั้นๆ เขาใช้นิ้วก้อยขยี้หูอย่างรำคาญ ก่อนที่จะผุดลุกขึ้นแล้วโน้มหน้าผ่านโต๊ะกระจกใสมาตรงหน้าหนูที่เหงื่อซ่กเต็มกรอบหน้า เขาคว้าปลายคางหนูด้วยมือใหญ่ๆ สากๆ นั่น แล้วแลบลิ้นออกมา
“อะ... แลบลิ้นทำไมคะ?”
“ถ้าอยากให้พี่ยอมแพ้” เขากรีดยิ้มตอนที่พูดคำต่อไป “ก็แสดงให้เห็นว่าแลกลิ้นเป็นก่อนดิ”
“...”
“ละถ้าพี่แลกลิ้นกับหนูแล้วหนูไม่เคลิ้ม พี่จะยอมปล่อยหนูไปก็ได้”
อะ... อะไรนะ
[พาร์ท : อคิน]มือผมที่ถือมีดที่ถ่ายทอดมาจากลูกสมุนของพ่อมาหายชั่วอายุคนสั่นเทา ผมถามเธอออกไปโดยไร้คำตอบ ผมรู้ว่าเธอคงจะไม่เลือกผมอีกต่อไปแล้ว ในวันนี้เธอมีอะไรกับผู้ชายอีกสองคนที่ผมเกลียดและยอมรับว่ามันคือแฟนของเธอ เธอไม่ได้รักผมมากพอที่จะมีผมแค่คนเดียวพ่อก็คิดว่าผมเป็นลูกในครอบครัวที่นอกคอกเพราะหลงรักเธอ ผมพยายามปกป้องเธอทุกทางเพื่อให้ได้ครอบครองเธอแต่เธอมีใจให้ผู้ชายทั้งสามคนพร้อมๆ กันไม่อีกแล้วว่ะ... ผมจะฆ่าตัวตายต่อหน้าเธอ และจะจบตัวตนที่ลวงหลอกของตัวเองลงในวันนี้“ลาก่อน... ปูน้อย” ผมยกปลายแหลมมาจ่อที่ลำคอของตัวเอง ผมไม่มีความกลัวอะไรทั้งนั้น สิ่งที่ผมกลัวที่สุดก็คือวันที่ปูน้อยจะไม่หลงเหลือความต้องการในตัวผมอีกต่อไป และในวันนี้มันมาถึงแล้วแต่ว่าฉึก“!!!”เลือดสีแดงสดหยดลงมาตามแนวยาวของมีด มือที่คว้ามันไว้แล้วยื้อแรงเพื่อไม่ให้มันแทงคอหอยผมไว้คือมือเล็กๆ ของปูน้อย เธอพุ่งตรงมาแบบไม่คิดชีวิตในเสี้ยววินาที และยื้อปลายแหลมของมีดเอาไว้จนฝ่ามือของเธอเต็มไปด้วยรอยบาดและมีเลือดไหลเป็นแนวยาวผมเบิกตากว้าง มือที่กำมีดด้ามยาวไว้แน่นสั่นเทาจนเผลอทำหลุดมือไป มันคาอยู่ในมือเล็กที่อ่อนนุ
ผมค่อยๆ หยัดกายลุกขึ้นจากตรงนั้น เดินลากขาไปที่ทั้งสองคนตรงหน้าที่กำลังกระแทกกันอย่างเมามันส์ ไอ้เวรสมิงเงยหน้าขึ้นมามองผม เราสองคนกระตุกยิ้มให้กันอย่างเงียบเชียบรู้ความคิดของกันและกัน ทั้งๆ ที่ยังบาดหมางกันอยู่ช่วยไม่ได้... ก็เคยเป็นเพื่อนกันก่อนที่ต่อมาผมจะสอดหน้าตักไปรองหัวของคนตัวเล็กที่กำลังมีสีหน้าแปลกใจพอๆ กับเสียดเสียวสุดตัวเพราะกำลังโดนเด้งสะโพกสับเข้าออกอย่างหนักหน่วง ท่อนเอ็นของผมยังแข็งตัวอยู่ ยังชูชันให้เธอได้ลิ้มรสมัน“อ๊า... เดี๋ยว อึก ทำไม” เธอสะอึกถามออกมาอย่างต้องการคำตอบให้แน่ใจว่าทำไมเหมือนเรากำลังร่วมมือกันเพื่อมีเซ็กซ์กับเธอ แต่ผมกลับไม่มีคำตอบใดๆ ให้“... ขอเป็นด้วยคนสิ” ผมกระซิบเสียงแหบพร่าอยู่เหนือใบหน้าที่แสดงอาการตื่นตกใจของเธอ ส่งแววตาให้ไอ้สมิงจับเธอพลิกให้หันหลังเป็นท่าหมา เพื่อที่เธอจะได้โม๊คให้ผมได้ถนัดขึ้น “สองคนไม่พอหรอก”“ดะ เดี๋ยวค่ะ... อุ้ก!”ไม่รอฟังเธอพูดให้จบประโยค ผมสอดท่อนเอ็นเข้าไปในอุ้งปากที่ฉ่ำแฉะไปด้วยน้ำลายหวานของเธอ ยัยกระต่ายน้ำตาเล็ดออกมาด้วยขนาดที่ใหญ่คับแน่นโพรงปาก แต่เพราะไอ้สมิงมันกระแทกดีจนเกินต้านทานแรงสวาท ในที่สุดเธอก็ยอมดูด
[พาร์ท : อคิน][เธอจะตกเป็นเมียใครสักกี่คนก็ได้ ขอแค่เอาพี่เป็นหนึ่งในนั้นก็พอ][อื้อ... อา พี่สมิง]“... ฮึก” ผมซุกตัวอยู่ในผ้าห่มที่เหม็นไปด้วยกลิ่นบุหรี่มวนแล้วมวนเล่า เพราะติดนิสัยชอบเขี่ยบุหรี่กับผ้าปูเตียงจนไหม้เป็นวงกว้างหลายรอย ทั่วทั้งสรรพางค์กายสั่นเทิ้มไปด้วยแรงอารมณ์ หลังจากได้ยินเสียงปูน้อยที่คอลสายมากำลังเริงรักกับไอ้เวรสมิง โดยที่เธอก็กำลังคบกับผมอยู่เธอบอกกับมันว่า เธออยากมีผัวสองคน เธออยากเอามันอีกคนนึงปูน้อยที่เคยรักผมมากกว่าคนอื่น ตอนนี้เธอกำลังโลเลแล้วพยายามที่จะมีเซ็กซ์กับผู้ชายอีกคน“ฮึก ฮืออออ ไม่นะ ปูน้อย”ผมร้องไห้ออกมา สั่นสะอื้นไปด้วยความปวดร้าวในหัวใจ ผมมองเธอเป็นแสงสว่างในชีวิตผม เธอเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ผมรักจนแทบคลั่ง ผมแอบถ่ายรูปเธอ ติดรูปเธอมากมายบนผนังห้อง เพื่อที่จะมองดูเธอภายในนี้เวลาที่ผมผวาจากฝันร้ายแล้วตื่นขึ้นมาด้วยตัวคนเดียวผมพยายามแสดงตัวตนที่ไม่ใช่ตัวเองให้เธอเห็น ผมหลอกลวงเธอมากมายว่าผมเป็นคนดี เป็นเหมือนดั่งพระอาทิตย์ชะโลมจิตใจของเธอ แต่ความจริงแล้วเธอต่างหากที่เป็นดวงตะวันที่ชะล้างบาปของผมดวงตะวันของผมกำลังต้องการบริวารเพิ่มขึ้นผมซึ่งเ
ผมคิดในใจอย่างเดือดพล่าน ก่อนที่จะหมุนตัวหันหลังกลับ เดินดุ่มๆ ตรงไปที่ยัยเด็กน้อยที่กำลังเขย่าร่างกายของไอ้บุหรี่อย่างบ้าคลั่ง มือหนาของผมปลดเข็มขัดที่คาดอยู่บนกางเกงยีนส์ตัวโปรด ดึงมันจนตึงโดยที่เธอไม่รู้สึกตัวว่าผมกำลังเป็นบ้าเพราะอะไรผมไม่รู้ว่าทำไม แต่พอเดินไปซ้อนอยู่ข้างหลังของเธอ แล้วยัยนั่นหันกลับมามอง ผมก็กระชากข้อมือของเธอเข้ามาใกล้ท่ามกลางสีหน้าตื่นตกใจของเธอ พร้อมๆ กับมือหนาที่ตรึงเข็มขัดกับข้อมือของร่างเล็ก ผูกมันจนแน่นกับข้อมือทั้งสองข้าง แล้วยกตัวเธอขึ้นอุ้มในท่าแบกกระสอบทราย“พะ... พี่สมิง ทำบ้าอะไรคะ!!” เธอกรีดร้องสุดเสียงแต่ผมเหมือนหูดับไปแล้ว ผมเดินพาเธอตรงเข้าไปในห้องนอนเหมือนหุ่นที่ไร้สติสัมปชัญญะ เหวี่ยงเธอลงไปนอนบนเตียง ก่อนที่จะขึ้นคร่อมทั้งตัว “ไม่! ทำบ้าอะไร ปล่อยนะ!!”“เธอชอบพี่ไม่ใช่เหรอ?” ผมกระซิบกลับไปด้วยน้ำเสียงเดือดดาษ มือหนาที่สั่นเทาของตัวเองเอื้อมมือไปลูบไล้โครงหน้าของเธอ แล้วบีบปลายคางของเธออย่างหนักแน่น “เธอแสดงออกว่าเป็นห่วงพี่ขนาดนั้นแล้ว จะบอกว่าไม่ใช่อย่างงั้นเหรอวะ”“... อะไรนะ”“เธอชอบพี่ไม่ใช่เหรอ เธอเกลียดขี้หน้าไอ้บุหรี่จะตาย เธอกระทืบหั
[พาร์ท : บุหรี่]ผมลืมตาขึ้นมาในห้องสีขาว ที่ที่บ่อยครั้งจะต้องได้เข้ามานอนเป็นผักอยู่ที่นี่... โรงพยาบาลที่ปากมีที่เครื่องช่วยหายใจที่ครอบไว้ ขาขยับไม่ค่อยได้ พอขยับทีก็รู้สึกทั้งหนักทั้งชา ผมค่อยๆ คว้าที่ครอบปากออกแล้วโยนทิ้งข้างหมอนอย่างไม่ใยดี รู้สึกเจ็บแปลบๆ เหมือนมีอะไรแปะติดอยู่บนหน้า พร้อมกับมือที่มีผ้าพันแผลพอหยัดตัวลุกขึ้นมา ก็เห็นว่ามีผู้หญิงนอนฟุบหลับอยู่ที่ปลายเตียงเธอคือยัยกระต่ายน้อย ในจังหวะนั้นผมเลยเข้าใจว่าทำไมเธอถึงมาอยู่ตรงนี้... ยุ่งไม่เข้าเรื่องจริงๆผมเผลอแค่นยิ้มออกมาโดยที่ไม่รู้ว่าทำไม มือหนาของตัวเองถูกบังคับให้ขยับอย่างอ้อยอิ่ง เพื่อไปแตะที่ปลายเส้นผมที่ปรกหน้าของสาวเจ้า มือของผมเกลี่ยเส้นผมรุงรังของเธอออก จนเผยให้เห็นใบหน้าขาวใสที่หลับตาพริ้ม“ปากไม่ตรงกับใจ... กระต่ายงี่เง่า”เป็นเสียงกระซิบที่หนักแน่นในจังหวะที่ผมค่อยๆ เลื่อนมือขึ้นมาลูบหัวเธอหัวใจที่ด้านชาของผม... ‘เต้น’ จนปวดหนึบ เป็นครั้งแรกที่เต้นให้กับคำว่าความสุขผมค่อยๆ ขยับตัวอย่างเงียบเชียบทั้งๆ ที่ยังใส่ชุดผู้ป่วยที่น่ารำคาญ ดึงสายน้ำเกลือออกจนเลือดกระเซ็นเล็กๆ ก่อนที่จะคว้าหนังยางรัดแกงมา
“มานอนอะไรตรงหน้าบ้านหนูคะ” หนูปล่อยถุงของกินทิ้งไว้แล้วเดินไปใช้เท้าเขี่ยๆ บริเวณสะบั้นเอวของเขา พี่บุหรี่พยายามหายใจ แต่ดูแผ่วเบามากจนเหมือนคนใกล้จะตาย หนูเลยมุ่นคิ้วพร้อมกับเตะเขาเบาๆ ไปหนึ่งที“... อึก”“อย่ามาทำสำออยนะคะ ลุกขึ้นมาแล้วออกไปจากหน้าบ้านหนูเดี๋ยวนี้” อาจจะดูเหมือนหนูไม่มีความเมตตากับเขา ทั้งๆ ที่เขาดูบาดเจ็บเลือดโชกขนาดนี้ แน่สิคะ ใครจะไปเมตตาลงกับสัตว์ร้ายที่บาดเจ็บอยู่แบบนี้เขาก็เหมือนสัตว์ป่านั่นแหละ ทำร้ายทุกคนได้แม้กระทั่งเพื่อนของตัวเองถ้าเกิดเผลอไว้ใจ แล้วเขาลุกขึ้นมาแว้งกัดเอาจะทำยังไงล่ะบางทีนี่อาจจะเป็นหนึ่งในแผนของเขาก็ได้“ลุก... ไม่ไหว” เขากระซิบเสียงแหบพร่าออกมา หนูชะงักไป ก่อนที่จะพิจารณารอบตัวเขา ใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ มีเลือดออกปากออกจมูกแต่ดูจะแห้งกรังไปแล้ว บวกกับขาข้างขวาที่ดู... เบี้ยวนิดๆเอ้ะ?สิบห้านาทีต่อมาสุดท้ายก็จบด้วยการที่แม่พระจำเป็นอย่างหนูต้องหิ้วถุงที่ระหว่างรักแร้ไปด้วย พร้อมกับลากแขนพี่บุหรี่เข้ามาในบ้านตัวเอง ลากที่แปลว่าลากจริงๆ น่ะ แบบลากเหมือนลากของหนักๆ อะไรประมาณนั้นกับคนแบบนี้ก็ไม่อยากช่วยนักหรอกค่ะ แต่พอสังเ







