Mag-log in[พาร์ท : สมิง]
ผมนั่งกดมือถือยิกๆ เล่นเกมกับเพื่อนในเกมฆ่าเวลาไอ้ความรู้สึกหัวควยในหัวอย่างเมามันส์
ไอ้บุหรี่นั่งดูหนังโป๊อยู่อีกหัวมุมด้วยโน๊ตบุ้คคู่ใจของแม่ง อีเจ๊มดกลับไปแล้ว นมใหญ่ๆ กับบั้นท้ายงอนๆ ทำเอาต้องเผลอใจอยู่ชั่วครู่ แต่ผู้หญิงที่อยู่ในหัวดันเป็นยัยหน้าเด็กนั่น
เวรเอ้ย สลัดอีปูน้อยออกไปไม่ได้!
น่าเศร้าที่ระหว่างเล่นเกม ไอ้หยาดแม่งก็โทรเข้ามาไม่ดูจังหวะจะโคนเป็นสิบยี่สิบสาย
แค่ไม่ไปตามนัดต้องโทรจิกอะไรขนาดนั้นวะ ไอ้สัส
“เหี้ยเอ้ย แพ้เลยไอ้เวร” ตะคอกลั่นตอนที่ปามือถือลงพื้นจนหน้าจอแตก แต่ไอ้เหี้ยบุหรี่ไม่มีท่าทางว่าจะหันมาสนใจหรือยี่หระอะไร มันนั่งดูหนังโป๊อย่างตั้งใจ
ผมหงุดหงิดเลยเดินออกไปจะดูดบุหรี่ข้างนอกในขณะที่เก็บมือถือมาเพื่อจะกดโทรหาผู้หญิงสักคนให้เริงอารมณ์ระหว่างนั้น แต่กลับไม่มีอารมณ์กำหนัดจนต้องตัดสายทิ้งทั้งที่ยัยผู้หญิงคนนั้นยังไม่รับ
ไอ้หยาดโทรเข้ามาอีกสาย ที่ไม่ได้บล็อกเบอร์เพราะมันคือหนึ่งในแก๊งของเรา เลยกดรับสายอย่างยอมแพ้
ติ๊ด
“ว่าไงครับคุณหยาดคนสวย?” หยอกไปนิด ก็นะ กูไม่รู้สึกผิดเหี้ยไรหรอก
[สวยที่หน้าพ่อมึงดิ] มันตวาดกลับมาทันที ท่าจะโกรธหนัก แต่แล้วไงอ่ะ [มึงรู้มั้ยว่ามึงทำกูลำบากขนาดไหนไอ้เวร]
“ก็นะ” ไหวไหล่ตอนที่แนบมือถือไว้ข้างหูแล้วใช้ไหล่ดันไว้ ขณะที่คาบบุหรี่มาโบโรของไอ้ตีหรี่มาจุดไฟแช็คสูดควันเข้าปอด “กูไม่รู้หรอก”
[แต่เผอิญว่ากูรู้ว่ามึงติดพันอะไรอยู่] คิ้วกูกระตุกเมื่อได้ยินว่ามันพูดเรื่องห่าไรไม่รู้ จนกระทั่งได้ยินเสียงเคาะประตูหน้าห้อง
ไอ้เหี้ยหยาดมันเล่นอะไรอีกแล้ววะ
กูพ่นควันบุหรี่ออกจมูกตอนที่เดินเกาหัวไปส่องตาแมว พอเห็นว่าเป็นไอ้หยาดกับพรรคพวกก็ตีหน้าเซ็ง ก่อนที่จะเปิดประตูให้แม่ง
พลั่ก!
ทันทีที่เปิดไปตรงหน้า หมัดหนักๆ ของไอ้หยาดก็สวนเข้าที่ข้างแก้มขวาจนเซเข้าไปในห้องทันทีแบบไม่ต้องคุยห่าไรกันก่อน มันเป็นพวกปากว่ามือถึง บุหรี่ที่คาบไว้ถูกกัดจนป่นปี้ ก่อนที่จะถูกคลายปากออกจนหล่นลงไปที่พื้น
สัสเอ้ย เจ็บชิบ
“ละ ลูกพี่หยาด!” ลูกน้องของมันกรูกันไปคว้าแขนไอ้หยาดไว้ที่ทำท่าจะถีบยอดอกผมต่อ แต่มือมันข้างนึงกำลังคว้าข้อแขนของผู้หญิงตัวเล็กๆ สักคนมาด้วยเลยทำไรไม่ได้มากกว่านั้น
กูถ่มน้ำลายลงพื้น เห็นได้ชัดว่าผู้หญิงคนนั้นคือคนที่กำลังหมายตา
“พะ... พี่หยาด! อย่าทำแบบนั้นค่ะ” เธอกอดแขนไอ้เหี้ยหยาดเอาไว้แน่นไม่ให้มาทำร้ายผมได้อีก แต่มันกลับถลึงตาฉีกยิ้มเลือดเย็น เหมือนการต่อยหน้าเพื่อนร่วมธุรกิจเป็นอะไรที่โคตรน่าหฤหรรษ์
“ต่อยกูทำเหี้ยไร” กูถุยเลือดลงพื้นเพราะอย่างที่บอก ไอ้หยาดมันเก่งเรื่องต่อยตี มันเรียนมวยมา การต่อสู้นับว่าเป็นที่หนึ่ง แถมยังเป็นสตรีทไฟต์เตอร์ รู้จักประยุคดัดแปลงการต่อสู้ ไม่ต่อสู้ในกฎเกณฑ์ง่อยๆ
“ค่าที่ปล่อยกูลุยเดี่ยว กูคงไม่เอาเศษเงินของมึงเป็นค่าจ้างหรอก” มันกระตุกยิ้มจนเห็นเขี้ยว หักนิ้วกรอบแกรบ ก่อนที่จะผลักยัยตัวเล็กนั่นจนเซมาชนอกผมจนต้องรวบเอวไว้ “เดี๋ยวนี้เลือกคู่ขาเก่งดีนี่ อีนี่แม่งเป็นมวยด้วย”
“ว่าไงนะ?”
เป็นมวย? พล่ามไรของแม่ง
“ดูแผลตรงแก้มกูสิ อีนี่แม่งต่อยหมัดเดียว หน้ากูชาไปครึ่งแถบ” กูเบิกตากว้างตอนมันใช้นิ้วชี้ที่ไว้เล็บจนยาวจิ้มตรงแก้มที่เป็นรอยช้ำ หันกลับไปมองยัยปูน้อยที่อยู่คาอก เธอตัวสั่นอย่างหวาดกลัว ดูยังไงก็ไม่น่าทำอะไรไอ้หยาดจนได้แผลขนาดนั้น
“จะปดไรก็เอาเรื่องที่แม่งเป็นไปได้หน่อยไอ้ควาย” พูดแล้วดึงเธอมาหลบข้างหลัง ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน สงสัยต่อมคนดีจะทำงาน
“มึงดูถูกผู้หญิงมากเกินไปนะไอ้หมิง อย่าคิดว่าผู้หญิงทุกคนจะอ่อนแอให้มึงรวบหัวรวบหางได้ง่าย” มันกอดอกแล้วกระดิกนิ้วให้ลูกน้องมันพุ่งเข้าหายัยตัวเล็กที่อยู่ข้างหลัง กูทำท่าจะสวน แต่เธอไวกว่า
อีปูน้อยตั้งท่าใช้เข่ากระแทกลูกหมากมันเต็มๆ ต่อหน้าผมและไอ้หยาดกับลูกน้องของมัน
พลั่ก!!
“อ้ากกกก!” ไอ้ขี้ข้าตัวนั้นล้มลงกุมเป้าร้องโอดโอย “อีนี่แม่งแรงเยอะชิบหาย!!”
“ยะ... อย่าให้น้องต้องใช้ความรุนแรงเลยนะคะ!” เธอตะโกนแทรกเสียงครวญครางด้วยความเจ็บปวดขึ้นมาด้วยเสียงเล็กๆ หวานๆ นั่น ดูน่ารักน่าหยอกมากกว่าจะน่าเกรงขาม แต่ภาพที่เธอศอกเข่าใส่เป้าลูกน้องไอ้หยาดแม่งติดตากูมาก “ถึงพี่สมิงเขาจะเลว แต่ก็ไม่ควรใช้ความรุนแรงเป็นทางออกของการแก้ไขปัญหาค่ะ!”
กูชะงักไป ยัยนี่แม่งบอกว่าผมเลวว่ะ พูดออกมาได้อย่างชัดถ้อยชัดคำ
กูแสยะยิ้ม ตวัดสายตามองไอ้หยาดที่ฉีกยิ้มกลับอย่างรู้กัน
ผู้หญิงที่ดูจะอ่อนแอ ยอมให้โดนตบเหมือนไอ้พวกกระจอก แต่จริงๆ แล้วกลับมีของดีซ่อนอยู่
ยิ่งน่าสนใจเข้าไปใหญ่
พลั่ก!!
“อ้ากกกก!” ไอ้ขี้ข้าตัวนั้นล้มลงกุมเป้าร้องโอดโอย “อีนี่แม่งแรงเยอะชิบหาย!!”
“ยะ... อย่าให้น้องต้องใช้ความรุนแรงเลยนะคะ!” เธอตะโกนแทรกเสียงครวญครางด้วยความเจ็บปวดขึ้นมาด้วยเสียงเล็กๆ หวานๆ นั่น ดูน่ารักน่าหยอกมากกว่าจะน่าเกรงขาม แต่ภาพที่เธอศอกเข่าใส่เป้าลูกน้องไอ้หยาดแม่งติดตากูมาก “ถึงพี่สมิงเขาจะเลว แต่ก็ไม่ควรใช้ความรุนแรงเป็นทางออกของการแก้ไขปัญหาค่ะ!”
กูชะงักไป ยัยนี่แม่งบอกว่าผมเลวว่ะ พูดออกมาได้อย่างชัดถ้อยชัดคำ
กูแสยะยิ้ม ตวัดสายตามองไอ้หยาดที่ฉีกยิ้มกลับอย่างรู้กัน
ผู้หญิงที่ดูจะอ่อนแอ ยอมให้โดนตบเหมือนไอ้พวกกระจอก แต่จริงๆ แล้วกลับมีของดีซ่อนอยู่
ยิ่งน่าสนใจเข้าไปใหญ่
ผมยกมือขึ้นกอดอก กระดิกนิ้วทั้งห้าที่มีแหวนทองราคาแพงอย่างสบายอุรา ก่อนที่จะโพล่งขึ้นมาเสียงเข้มขึ้น
“มาคุยกันหน่อย น้องปูน้อย” ร่างเล็กที่ตั้งท่าจะชกอยู่ชะงักไป เธอกวาดสายตาไปมองรอบๆ ก่อนที่จะค่อยๆ หันหน้ามามองผมที่กระตุกยิ้ม
หน้าเธอซีดเผือดเมื่อกูดีดนิ้วเปาะ คงรู้ตัวแล้วดิว่าได้แสดงอะไรสุดมหัศจรรย์ลงไป
“อยากรู้ว่าท่าเตะผ่าหมากอันแสนวิเศษนั่น ไปได้มาจากไหนเหรอคะ?”
[จบพาร์ท : สมิง]
หนูนั่งเหงื่อแตกพลั่กๆ อยู่ในห้องที่กำลังเปิดแอร์เหน็บหนาว
ภาพตรงหน้าคือผู้ชายทั้งสามคน พร้อมกับลูกน้องที่ยืนเฝ้าอยู่เป็นโขยง ดูเหมือนถ้าหนีไม่ยอมตอบอะไรตอนนี้ คงจะโดนรุมรังแกได้อย่างง่ายๆ เลยล่ะค่ะ
สมิงที่นั่งอยู่ตรงกลางถือโทรศัพท์สีชมพูของหนูเลื่อนดูหน้าเฟสที่มีเพื่อนไม่ถึง 200 กว่าคนของหนูอย่างสนใจสุดๆ เขาฉีกยิ้มตอนที่ลดมือที่ถือโทรศัพท์ลงแล้วสบตาสายตากับหนูที่รีบหลบตาไปอย่างรวดเร็ว
“ค่ายมวยหญิง? น่าสนใจดีนะ” เขาพูดพร้อมกับฉีกยิ้มจนเห็นฟันขาวกระจ่าง “แล้วทำไมถึงปิดเรื่องนี้ไว้ แล้วยอมโดนตบจนอ่วมขนาดนั้นวะ?”
“นะ... หนูไม่ชอบใช้ความรุนแรงค่ะ” หนูเลือกที่จะโกหกออกไป แล้วหลับตาปี๋เมื่อสมิงแค่นหัวเราะแล้วกางขาออกมามากขึ้น จนสายตาที่หนูโฟกัสอยู่กลายเป็นเป้ากางเกงที่กำลังตุงอยู่ของเขา “... อีกอย่างอีกฝ่ายก็เป็นรุ่นพี่ที่อายุมากกว่า ถ้าลงมืออาจจะเป็นการปีนเกลียว แล้วก็จะทำให้เป็นเรื่องใหญ่มากกว่านี้ก็ได้นะคะ”
“เหอะ!” พี่หยาดสบถออกมา “แม่พระสิ้นดี”
“น่าตลกดีที่น้องเก่งมวยขนาดนั้น” สมิงฉีกยิ้มกริ่ม ก่อนที่จะโยนโทรศัพท์ส่งให้หนูที่รับแทบไม่ทัน “เอางี้ปะ”
“...”
“มาเป็นของพี่ซะ แล้วพี่จะปิดเรื่องที่เธอเป็นมวยไม่ให้คนอื่นรู้”
หนูหน้าเหวอออกมาทันที ตะ... ตรงประเด็นเกินไปแล้วค่ะ แล้วรู้ได้ยังไงว่าหนูต้องการปิดบังมันไว้ เพราะที่หนูพูดออกไปยังไม่มีคำว่าหนูต้องการจะปิดบังเลย
“มะ... ไม่ได้นะคะ” หนูรีบส่ายหน้าทันที สมิงเลยจิ๊ปาก “เรายังไม่ได้ตกลงดูใจกันเลย แล้วอีกอย่างน้องก็ไม่ได้ชอบพี่...”
“น่ารำคาญชิบหาย! แล้วจะยอมให้แพร่งพรายออกไปเหรอไง” แต่สมิงก็ตะคอกออกมาเหมือนไม่อยากฟัง เขาขยับเท้ามานั่งไขว่ห้างแบบผู้ชายแล้วเริ่มคีบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบต่อหน้า “ว่าน้องปูน้อยที่ยอมโดนรังแกเสมอมา ที่แท้โคตรเหง้าศักราชเสือกเป็นค่ายมวยหญิง แถมยังเตะผ่าหมากลูกน้องของแก๊งสมิงซะช้ำใน”
“...”
“ตลกร้ายดีที่ต้องบอกว่า ถ้าทุกคนรู้ เธอจะไม่มีเพื่อนในมหาลัยอีกแน่” ร่างสูงเอียงตัวมาตรงหน้าโต๊ะ แล้วสูดบุหรี่เข้าปอด พร้อมกับพ่นควันออกมาใส่หน้าหนูจนต้องไอค่อกแค่ก “แค่พี่ถูกใจหนู ไม่พอเหรอวะ”
“...”
“ต้องปฏิเสธอะไรขนาดนั้น” เขาฉีกยิ้มแล้วเอนตัวไปพิงกับพนักเก้าอี้แล้วพาดแขนกับไหล่ของพี่หยาดที่ปัดออกแทบจะทันทีอย่างรำคาญ ร่างสูงเลยพ่นควันบุหรี่ออกมา “ใช่มั้ยครับคุณหยาด”
“คนอย่างมึงอย่ามั่นหน้าว่าต้องมีผู้หญิงทุกคนมาชอบ” เขาพูดแดกดันแล้วพ่นควันบุหรี่ไปทางอื่น
“แล้วมึงอ่ะ ไอ้บุหรี่” พูดอย่างไม่ยี่หระกับคำด่า แล้วเอียงคอไปหาคนที่ชื่อบุหรี่ที่ตอนนี้ใส่กางเกงแล้วพร้อมกับส่งบุหรี่ที่ตัวเองดูดไปแล้วให้เขา บุหรี่เลยรับมาแล้วสูดควันเข้าปอดตอนที่จ้องหน้าหนูผ่านกลิ่นควัน
แววตาของเขาดูวาววับเหมือนมีความสนใจ แต่ก็คาดเดายากเหมือนกันในฐานะของคู่ต่อสู้
“ยังไงก็ได้” เขากระซิบเสียงแหบพร่าตอบกลับมา ก่อนที่จะดีดขี้บุหรี่ที่ปลายมวนทิ้ง “กูก็ชอบเหมือนกัน”
ชะ... ชอบเหมือนกัน?
หมายความว่ายังไงคะ
“อืม” สมิงตอบรับสั้นๆ เขาใช้นิ้วก้อยขยี้หูอย่างรำคาญ ก่อนที่จะผุดลุกขึ้นแล้วโน้มหน้าผ่านโต๊ะกระจกใสมาตรงหน้าหนูที่เหงื่อซ่กเต็มกรอบหน้า เขาคว้าปลายคางหนูด้วยมือใหญ่ๆ สากๆ นั่น แล้วแลบลิ้นออกมา
“อะ... แลบลิ้นทำไมคะ?”
“ถ้าอยากให้พี่ยอมแพ้” เขากรีดยิ้มตอนที่พูดคำต่อไป “ก็แสดงให้เห็นว่าแลกลิ้นเป็นก่อนดิ”
“...”
“ละถ้าพี่แลกลิ้นกับหนูแล้วหนูไม่เคลิ้ม พี่จะยอมปล่อยหนูไปก็ได้”
อะ... อะไรนะ
[พาร์ท : บุหรี่]ผมเช็คทุกอย่างจากกล้องวงจรปิด ที่ไอ้เด็กหน้าตาละอ่อนที่เป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวโอนิซึกะติดไว้ในบ้านสมัยโบราณนั่น รวมทั้งคุณป้าใบ้ที่เป็นแม่บ้านของพ่อที่ปลอมมาเป็นชาวบ้านใช่ ก็แค่สถานการณ์ที่ถูกจัดให้ไอ้เวรสมิงรู้ตัวอย่างเงียบๆ ผมก็แค่อยากรู้ว่าถ้าคนอย่างมันจะมีความรักแบบจริงจัง จะแสดงออกมาแบบไหนไม่น่าเชื่อว่าจะคลั่งไคล้เด็กคนนี้ถึงขนาดนั้น ถึงขนาดยอมเอาตัวเข้าไปเป็นของเล่นทั้งๆ ที่ปกติมันเป็นคนที่มองคนอื่นเป็นของเล่นมาตลอดมึงจะได้ลิ้มรสความเจ็บปวดก็คราวนี้แหละไอ้สมิง ในเวลาที่กูกับอคินมีเซ็กซ์กับยัยเด็กคนนั้นโดยที่มึงก็รับรู้อยู่เต็มอกว่ายัยนั่นมันไม่ได้มีอะไรแค่กับมึงคนเดียวผมไม่ได้จงใจจะตัดขาดกับมัน แต่ก็พอรู้ว่าในตอนนี้มันต้องไม่สบอารมณ์ผม แล้วคงหาทางจะต่อยหน้าผมสักทาง ที่ผมเลือกพาอคินไปสวิงกิ้งกับยัยกระต่ายน้อยลับหลังก็แค่ทดสอบอะไรนิดหน่อย แต่แน่นอนว่ามันจะต้องเป็นไปตามแผนเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นน่ะเหรอ?ก็แค่... บังคับทางอ้อมให้ไอ้คินอยากเอาชนะผมเข้าเส้นจนต้องใช้ลูกอมกับเธอ ในขณะเดียวกันก็วางแผนให้เท็นเท็นวางยาในเหล้าที่ไอ้สมิงดื่ม คาดเดาอยู่แล้วว่าไอ้สมิงน่าจะต
หนูที่หมดเรี่ยวแรงจากศึกรักถูกยกตัวขึ้นอุ้มด้วยมือแกร่งของสมิง เขาพันผ้าเช็ดตัวปิดร่างกายที่เปลือยเปล่าของหนูไว้ แล้วพาฝ่าฝนขึ้นบันได้เดินผ่านสองคนที่ดูเหมือนจะเป็นแม่ลูกกัน พวกเขามองสภาพเปียกปอนของเราทั้งคู่อย่างตกใจ คงคิดว่าพวกเราบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่เข้าไปอาบน้ำด้วยกันกลางสายฝนแรงแบบนี้สมิงไม่ได้พูดขออนุญาตสักคำทั้งๆ ที่นี่ไม่น่าจะใช่บ้านของเขา ร่างสูงพาหนูเข้าไปในห้องห้องเดิมแล้วปิดประตูลงอย่างไร้มารยาท“วะ... วางลงด้วยนะคะ ขาน้องไม่มีแรง” หนูไม่ได้สลบเหมือนทุกครั้งที่น่าจะมีอะไรกับพวกเขา หากแต่ขอร้องเสียงผะแผ่ว สมิงหรี่ตาลงมองสภาพของหนูที่อิดโรย ก่อนที่เขาจะวางหนูให้นั่งลงบนฟูกตามที่หนูพูดนั่นทำให้หนูนึกแปลกใจในความว่าง่ายของเขานิดๆ“ไม่ได้ทำแรงขนาดนั้น” เขาพูดเสียงอ่อน แล้วเกลี่ยเส้นผมที่ปรกหน้าของหนูออก หนูเลยเม้มริมฝีปากแน่น เพราะตอนที่เดินฝ่าฝนมา เขาพยายามใช้ตัวเองบังเพื่อไม่ให้ฝนโดนหนูด้วยนะทำไมสมิงที่มักจะเป็นตัวตั้งตัวตีที่คอยทำร้ายรังแกหนูในทุกๆ เรื่อง กลับอ่อนโยนต่อหนูได้ขนาดนี้กันนะ?เขาชอบหนูอย่างที่แสดงออกมาขนาดนั้นจริงๆ เหรอ หรือเขาแค่ชอบเพราะว่าหนูยินยอมให้เขาทำเรื่อ
[พาร์ท : สมิง]ผมนิ่งไปเมื่อเห็นว่าตัวของยัยนี่ร้อนผะผ่าว ยิ่งกอบกุมนมพอดีมือนั้นไว้ก็ยิ่งร้อน เหมือนเอานมไปลนไฟมาไม่มีผิดสบู่นกแก้วที่อยู่ใกล้มือที่สุดถูกผมคว้ามา ผมเริ่มถูตัวให้เธอแบบไม่พูดพร่ำทำเพลง ในขณะที่รั้งเอวเธอไว้แน่น จนร่างกายเล็กๆ ขาวๆ นั่นแนบกับกางเกงบ็อกเซอร์ที่พองโตของผมยัยตัวเล็กกัดไหล่ผมเบาๆ เธอในจังหวะนี้โคตรเร่าร้อน ผมถูสบู่ที่กลิ่นหอมติดค่อนข้างฉุนลงไปจนถึงบั้นท้ายงามงอน ขยำมันอย่างแรงจนเป็นรอยมือ พร้อมกับเอาขันตักน้ำในโอ่งมาราดตัวเธอจนเปียกปอนมือหนาของผมยังคงใช้สบู่ถูไปตามเรียวขาอ่อน เธอถูกผมดันจนชิดกับโอ่งมังกร พร้อมกับยกขาข้างหนึ่งของเธอขึ้นในขณะที่ค้อมตัวลงนั่งประจันหน้ากับกลีบสวาทสีชมพูเข้มผมถูสบู่ลงไปที่ปลายเท้าเล็กทั้งสองข้าง ทั้งข้างที่ยืนพื้น กับข้างที่ยกขึ้นสูง เอาจริงๆ ปะ ผมไม่เคยถูสบู่ให้ใครตั้งแต่หัวจรดตีนมาก่อน นี่คือการแสดงออกว่ายัยปูน้อยเป็นคนที่ค่อนข้างพิเศษสำหรับผมผมยอมรับในตอนนี้ก็ได้ ในจังหวะที่เรามาติดบ้านรูหนูนี่ด้วยกันผมชอบเธอน้ำเปล่าถูกราดตรงเรียวขาของเธอ ขายัยตัวเล็กสั่นพั่บๆ เพราะความเย็นของน้ำ ผมกระตุกยิ้มเมื่อรู้สึกว่าตัวเธอหอมขึ้
“เอาเลยค่ะพี่” หนูพูดแล้วฉีกยิ้มมุ่งมั่นออกมา “ทำให้มันจบเลย เพราะตอนนี้น้องหิวแถมง่วงแล้วด้วย”สมิงสบตาหนูกลับมา เขาดูมีแววตาแปลกๆ ที่แสดงออกได้ถึงความเห็นใจ แต่หนูไม่ต้องการมันหรอกนะ หนูแข็งแรงพอที่จะโดนย่ำยีไปเรื่อยๆ ได้โดยที่ยังคงความสดใสไว้อยู่เหมือนเดิม“อย่ามาทำตัวน่าสมเพชหน่อยเลย” เขาเงียบไปนานก่อนที่จะโพล่งคำพูดคำจาแดกดันแบบที่เป็นเขาในเวลาปกติขึ้นมา มือหนายังกอบกุมใบหน้าของหนูไว้ ก่อนที่ต่อมาเขาจะกัดฟันกรอด “จริงๆ เธอเองก็เจ็บเจียนจะตายอยู่แล้ว”“...”“คบกันเหอะ” แล้วอยู่ดีๆ สมิงที่แสนโหดร้ายคนนั้นก็พูดคำๆ นึงออกมา พูดมันออกมาโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง “คบเป็นแฟนกับพี่ แล้วพี่จะรับผิดชอบหนูทุกอย่างเอง”“!!”“ทั้งร่องรอยที่ไอ้คินทำ ทั้งที่ไอ้บุหรี่ทำ แม้กระทั่งร่องรอยที่พี่สร้าง”หนูเบิกตากว้าง แล้วก็เห็นว่าใบหน้าหล่อเหลาที่พราวไปด้วยหยดน้ำฝนมีสีหน้าจริงจังในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนใช่ค่ะ หนูเจ็บ หนูเจ็บปวดอยู่ลึกๆ ที่ตัวเองถูกย่ำยีเหมือนไม่มีความเป็นคนจากผู้ชายทั้งสามคน แต่หนูแค่พยายามต่อสู้กับมันต่อ หนูไม่ได้คิดว่าหนึ่งในพวกเขาจะเข้ามาเห็นใจ เพราะยังไงความรู้สึกเรื่องเพศของหนูก็เป
“ตกใจหมดเลยค่ะ” หนูโพล่งออกมาพร้อมกับล้มตัวลงไปนั่งขัดสมาธิกับพื้นอย่างโล่งอก ถึงจะเป็นสมิง แต่ก็ดูจะไว้ใจได้อยู่นิดหน่อย อย่างน้อยก็เป็นคนที่พอรู้จักกัน ซึ่งไม่รู้ทำไมหนูถึงต้องรู้สึกไว้ใจเขาแบบนี้ด้วยเขาค่อยๆ เลื่อนประตูปิดอย่างช้าๆ หนูเห็นผ่านสายตาแวบๆ ว่ามีเด็กผู้ชายท่าทางหน่วยก้านดีอยู่ข้างนอก เขากำลังจ้องหน้าหนูตอนที่หั่นผัก หนูเลยจ้องสู้กลับไป ก่อนที่ประตูจะถูกปิดลง“... ทำไมน้องถึงมาอยู่ที่นี่กับพี่ได้คะ ก็จำได้ว่าก่อนหน้านั้น” หนูเว้นคำไว้แล้วถามเขาอย่างนึกฉงน สมิงคว้าปมผ้าเช็ดตัว ก่อนที่เขาจะหันแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยรอยสักและมัดกล้ามใส่แทนคำตอบ “ตอบสิคะ”“เรื่องมันยาว จะให้สาธยายเรื่องไหนก่อนดี” เขาคลายปมผ้าเช็ดตัวออกแบบโต้งๆ เลย แวบหนึ่งที่หนูแอบเห็นบั้นท้ายงามงอนของเขา หนูก็รีบชักมือขึ้นมาปิดตาไว้ “เรื่องที่เธอไปแอบแรดมีอะไรกับผู้ชายตั้งสองคน หรือเรื่องที่พี่ช่วยเธอออกมาจากดงโจร?”หนูขมวดคิ้วตอนที่คลายมือออกจากตา“พูดอะไรไม่เห็นรู้เรื่องเลย” ใช่ เขาพูดไม่รู้เรื่องจริงๆ นะ อะไรคือมีอะไรกับผู้ชายตั้งสองคน เท่าที่จำได้ก็มีแค่อคินนี่นา และถึงจะมีสักกี่คนมันก็ไม่เกี่ยวกับเขา“พ
“อื้ม” ผมใช้นิ้วคว้านวนรอบๆ ภายในตัวของเธอ น้ำหล่อลื่นทะลักออกมามากขึ้น ผมใช้ทั้งสองนิ้วชักเข้าชักออกภายในกลีบเนื้อเต่งตึงนั่น แล้วทำท่าจะปลดกางเกงตัวเองลงไปด้วยแต่แสงไฟที่ดูจะสว่างวาบมาจากข้างหลังทำให้ผมรีบดึงชายกางเกงในปิดร่องสวาทของเธอไว้เหมือนเดิม พร้อมกับเหลียวหลังหันกลับไปมองอย่างนึกฉงน“ผมได้ยินมาจากแถวๆ คลองนี้นะแม่” เป็นหนุ่มชาวบ้านที่รู้สึกว่าจะเดินมากับแม่ของมัน พร้อมกับส่องไฟฉายไปรอบๆ คลองที่น่าจะเป็นบ่อเลี้ยงปลาโล่งไป ดูท่าจะไม่ใช่พรรคพวกของไอ้โจรทรามพวกนั้นผมลุกขึ้นยืนพร้อมกับช้อนตัวยัยเด็กน้อยขึ้นอุ้ม แล้วตะโกนเสียงดัง“อยู่นี่ครับ!” ต่อหน้าคนที่คิดว่าช่วยเราได้ผมก็ต้องสุภาพชนใส่เป็นธรรมดา อีกอย่างเพราะไม่มีโทรศัพท์ แถมที่ตรงนี้ก็น่าจะเลยจากบ้านผมไปเยอะด้วย แถบๆ ชานเมืองแบบนี้ไม่ค่อยเห็นผ่านตาเท่าไหร่ แถวบ้านผมมันมีแต่ตึก“นั่นไงแม่” เสียงไอ้หนุ่มคนนั้นดังขึ้นพร้อมกับวิ่งหน้าตั้งเข้ามา ผมปรับอารมณ์ที่ค้างมาจากเมื่อกี้ ก่อนที่จะอุ้มยัยตัวเล็กเดินเข้าไปหามัน “คุณครับ! โดนอันธพาลชิงทรัพย์แถวนี้ไล่มาตรงนี้ใช่มั้ยครับ”ทันทีที่มาถึงตัวมันก็ถามตรงกับเรื่องที่เจอมาเหมือนรู้







