Masuk“เอาเป็นว่าสองเดือน ที่พี่จะรอหนู” เขาสรุปอย่างรวดเร็ว แล้วฉีกยิ้มพราย “ภายในสองเดือน พี่จะจีบหนูอย่างสุดชีวิต”
“...”
“และเมื่อครบ ก็เตรียมตัวเป็นของพี่ได้เลย”
มะ ไม่น้า
นี่มันทึกทักเอาเองอีกแล้วนี่นา
“เอ่อ... คือ” หนูร้อนรน แต่พูดออกมาไม่ได้ มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่เห็นร่างบึกบึนของคุณแม่ที่เดินมาทางนี้แล้วเห็นพวกเราเข้า แปลว่าเมื่อกี้แม่คงออกไปสั่งกล้วยแขกของคุณลุงที่มักเข็นรถเข็นมาขายหน้าค่ายมวยทาน พอเข้ามาก็เห็นว่าหนูถูกคุกคาม ก็เลยรีบบึ่งเข้ามาพร้อมกับถุงกล้วยแขก ตะคอกเสียงกึกก้องอย่างทรงพลัง
“นี่มึงเป็นใคร! กล้าดียังไงถึงมาจับมือถือแขนลูกสาวกู!!”
หมัดที่มาจากเรี่ยวแรงมหาศาลของแม่เตรียมพุ่งเข้าชกใบหน้ารูปงามของสมิง หากแต่พอสมิงหันกลับไปมอง แม่ก็ต้องชะงัก ซึ่งหนูในตอนนั้นก็แอบตกใจเหมือนกันที่แม่มีพรสวรรค์ที่สามารถหยุดหมัดไว้กลางอากาศได้
แล้วก็ดูเหมือนว่า...
“นะ... นี่ใช่คุณสมิง ลูกชาย สส. พรรคเกื้อกูลที่โด่งดังอยู่ในทีวีตอนนี้รึเปล่าจ๊ะ!!”
หนูจะเจอเรื่องยุ่งยากที่สุดในชีวิตเข้าแล้วล่ะค่ะ แง
[พาร์ท : สมิง]
เหมือนว่าทุกอย่างจะล็อคเข้าแผนมากกว่าที่คิดไว้ว่ะ
“ตายจริง! เธอชอบลูกสาวป้าเหรอ” เพราะภาพตรงหน้าผมตอนนี้ก็คือผู้หญิงวัยกลางคนที่มีกล้ามแขนสุดบึกบึน หน้าสวยดีคล้ายลูกสาว ใส่เสื้อกล้ามแบบทรงกีฬาที่เปิดกล้ามหน้าท้องสุดแข็งแกร่ง
ชักน่าสนใจเข้าไปใหญ่ แล้วก็ดูเหมือนว่าอีป้านี่มันจะคลั่งไคล้พ่อผมแบบเข้าขั้นจริงจัง
“เอาจริงๆ ก็คือตอนนี้เราคบกันอยู่ครับ” แต่ศาสตร์การเข้าหาหญิงของไอ้สมิง ก็คือต้องเข้าทางผู้ใหญ่ เรียกได้ว่าถ้าอยากได้ลูกเสือก็ต้องเข้าถ้ำเสือ เพราะถ้าจะให้พูดตามตรง ยัยปูน้อยนี่ก็เหมือนลูกเสือในคราบกระต่ายเหมือนกัน
หมัดลุ่นๆ ที่เธอสวนมาเมื่อกี้ มองด้วยตาเปล่าก็รู้ว่าเป็นทักษะที่พัฒนาได้ และถ้ามันพัฒนาไปมากกว่านี้อีกเท่าตัว ผมอาจจะรับหมัดเธอไม่ได้เหมือนตอนนี้อีก
แต่พอนึกถึงท่าทางของปูน้อยตอนที่เหวี่ยงหมัดอย่างจริงจังเพื่อจะชกหน้าผมให้ได้แล้ว
ให้ตายเหอะ น่ารักเป็นบ้า อีผู้หญิงคนนี้
“จริงเหรอ! จริงเหรอปู บอกแม่มาว่าไปคบกับลูกชายท่าน สส. ประยุทรตั้งแต่ตอนไหน!” แม่ของน้องปูน้อยเขย่าไหล่เล็กๆ ของเธอไปมา ผมที่นั่งอยู่ที่โซฟาในค่ายมวยฝั่งตรงข้ามพวกเขาเลยถือวิสาสะสำรวจยัยตัวเล็ก
เธอมีใบหน้าที่เรียกได้ว่า ไม่สวยมากเข้าขั้นดารา แต่น่ารักน่าหยอกอย่าบอกใคร ริมฝีปากจิ้มลิ้มอวบอิ่มได้รูปแบบน่ากัดสักที โครงหน้ารูปไข่ ผิวขาวนวลอมชมพู ไม่ค่อยแต่งหน้าแต่หน้าโคตรใสไร้สิว รวมกับในตอนนี้เธอมัดผมหางม้ากับเสื้อยืดธรรมดาช่างดูน่าค้นหา
ผมที่กอดอกอยู่เลยถือวิสาสะหรี่ตาลงมองส่วนที่สำคัญที่สุดของผู้หญิง ที่กลมๆ โตๆ สองลูก ที่พอแม่เธอเขย่าไหล่มันก็กระเพื่อมไปมานิดหน่อยพอเร้าใจ
เออ ก็น่าจะพอดีมืออยู่
นมยัยนี่อ่ะ
“นะ... หนู คือหนู” เธอเหมือนจะแก้ตัว กูเลยดีดนิ้วเรียกร้องความสนใจไม่ให้เธอพูดออกมาได้ว่าเราไม่ได้เป็นแฟนกัน จนแม่เธอให้ความสนใจผมที่เลือกที่จะพูดคำพล่อยๆ ออกมาแทนได้อย่างหน้าไม่อาย
“ผมชอบน้องมากครับ วันนี้ก็เลยตามมาหาที่บ้านน้องเพราะคิดถึงจนแทบทนไม่ไหว”
“...!”
“อ้อ ไม่สิ ไม่ใช่แค่นั้น” กูผละสายตาจากอีสองแม่ลูกที่เบิกตาโตเหมือนตะลึงในคำพูดที่เถรตรงว่าชอบยัยปูน้อยแทบบ้าของผม พร้อมกับกวักมือให้ลูกน้องที่ยืนคุมอยู่ข้างหลังส่งของกำนัลเล็กๆ น้อยๆ มาให้ “ผมได้ข่าวว่าคุณแม่เลี้ยงลูกทั้งสามคนมาด้วยตัวคนเดียว แถมยังเปิดค่ายมวยหญิงหาเลี้ยงครอบครัว ช่างน่าประทับใจจริงๆ เลยครับ”
“...”
“ผมเลยสั่งโสมจีนจากประเทศจีนแผ่นดินใหญ่มาฝากคุณแม่ ในการถือวิสาสะมาหาลูกสาวคุณแม่ด้วยความคิดถึงแทบคลั่งครั้งนี้”
เป็นไง ไหลเป็นปลาไหลเลยไอ้สัส ต้องขอบคุณพันธุกรรมการพูดโน้มน้าวใจคนเก่งมาจากบิดาผู้เป็นที่รัก ไม่งั้นท่านจะผันตัวมาเป็น สส. ได้ไง จริงมั้ยวะ
“ตะ ต๊าย ตายจริง ช่างเป็นเด็กที่น่ารักเหลือเกินจ้ะ” ผมที่ส่งกระเช้าโสมจีนอันใหญ่ให้แม่ของอีปูน้อยแอบซ่อนรอยยิ้มมาดร้ายเอาไว้ ก่อนที่แม่เธอจะรับกระเช้าไปด้วยความปิติยินดีแบบสัสๆ
ผมเลยเหลือบมองเธอ แล้วก็เห็นว่าเธอเองก็กำลังทำหน้าซีดพร้อมกับมองผมกลับด้วยสีหน้าที่พูดไม่ออก
ผมบอกเธอว่ายังไง ผมบอกว่าภายในสองเดือนก่อนที่เธอจะตกเป็นของผม ผมจะจีบเธอแบบสุดชีวิต ผมจะทำให้เธอเห็นว่าคนอย่างไอ้สมิงพูดจริงทำจริง ไม่เคยพูดแล้วกดทิ้งเหมือนเวลากดขี้ลงส้วมอย่างแน่นอน
ช่วงเวลาสองเดือนที่ไม่คอยท่า ผมจะจีบเธออย่างบ้าคลั่ง และทำให้ชีวิตเธอไม่สงบสุขจนถึงที่สุด
และสุดท้ายชีวิตยัยปูน้อยก็จะมีแต่ผม หายใจเข้าออกก็จะเป็นผม มองหน้าหมาก็จะเห็นเป็นหน้าผม
ผมจะทำให้ยัยนี่คลั่งรักผมให้ได้ภายในสองเดือน คอยดู
[จบพาร์ท : สมิง]
[พาร์ท : บุหรี่]
ผมท้าวคางมองออกไปนอกหน้าต่าง พ่นควันบุหรี่ออกทางจมูกอย่างอ้อยอิ่ง
เหลือบมองไปด้านหลัง ผู้หญิงที่เอามาคลุกด้วยกันหลังจากไปส่งยัยกระต่ายน้อยที่มหาลัยนอนเปลือยกายอยู่บนเตียง หลังจากผ่านศึกรักอันร้อนแรง เธอก็เหนื่อยอ่อน
น่าเบื่อ
ผมพ่นควันบุหรี่ออกมาตอนที่ลูบหน้าท้องที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้ออันแข็งแกร่งของตัวเอง ส่วนในหัวสมองก็เอาแต่นึกถึงใบหน้าจิ้มลิ้มของผู้หญิงที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกในวันนี้
ผู้หญิงที่ตัวเล็ก ท่าทางขี้กลัวเหมือนกระต่าย แต่แท้จริงกลับมีความบ้าคลั่งซ่อนอยู่
“... หึ” กูเผลอฉีกยิ้มออกมาเล็กๆ อย่างเปี่ยมสุขเมื่อนึกถึงหน้าของผู้หญิงคนนั้น เป็นครั้งแรกที่เวลามีเซ็กซ์กับใคร จะมีหน้าเธอเข้ามาซ้อนทับ แล้วก็ทำเหมือนว่ากำลังเอากับเธออยู่
ทั้งต้องการ ทั้งอยากได้
อีกใจนึงก็อยากจะทำให้เป็นของผมทันที แล้วกลายมาเป็นผู้หญิงของผม แต่อีกใจก็อยากรอดูเธอไปมากกว่านี้อีกสักหน่อย เลยละล้าละหลังที่จะรุกฆาต ที่ทำได้คือหอมแก้มเธอก่อนจากมา
... หอมดี
“อยากได้จัง” กูพูดกับตัวเอง แล้วกอดอกแน่นตอนที่หลับตาลง รู้สึกง่วงเหมือนกำลังจะหลับ
จะยอมให้ไอ้เวรสมิงเล่นไปก่อน หลังจากนั้นก็คือตาของผม
“นี่มันโสมจีนจากจีนแผ่นดินใหญ่จริงๆ ด้วย ตายๆ แกหวยหล่นใส่แล้วนังปู!”
หนูพ่นลมหายใจตอนที่เห็นว่าตั้งแต่ที่สมิงกลับไป แม่ก็ดูมีท่าทางอารมณ์ดีมาตลอดจนแยกย้ายส่งเด็กกลับบ้าน พอมาถึงบ้านก็ยังไม่วายยกกระเช้าใบใหญ่มาอวดเหล่าพี่ชายที่นั่งดูทีวีอยู่ หนูเองก็นั่งปอกส้มอยู่ตรงพื้นเพราะโซฟาคนนั่งไม่พอ
“อะไรวะแม่ มีคนมาจีบอีปูเหรอ?”
พี่ชายคนโตของหนูโพล่งขึ้นมา เขาชื่อ ‘พี่ไปป์’ พี่ไปป์เป็นผู้ชายที่ส่วนสูงแค่ 159 เซนติเมตร (ก็บอกแล้วว่าบ้านหนูไม่มีใครสูงกว่า 159 สักคน) แต่เรื่องมวยไทยนี่คือที่หนึ่งเลย พี่ชายเป็นคนที่อยากสานต่อกิจการของแม่แต่เพราะไม่ได้เกิดมาเป็นผู้หญิง ความหวังทุกอย่างเลยตกมาที่ลูกคนเล็กอย่างหนู พี่ไปป์เลยค่อนข้างจะหมั่นไส้หนูเล็กๆ ลักษณะนิสัยพี่ไปป์คือเป็นคนชอบค่อนขอด แดกดัน พูดจาเหลือรับประทาน
เอ่อ... ง่ายๆ ก็คือเป็นคนปากร้ายนี่ล่ะค่ะ
“ใช่ ลูกชาย สส. ที่ชื่อประยุทร พอรู้จักกันใช่มั้ย” แม่หันมาพูดถึงคนๆ นั้นอย่างปลื้มปริ่ม พี่เป๊กที่นั่งกินขนมอยู่ถึงกับเบ้หน้า
“ได้ข่าวว่าไอ้ลูกชาย สส. นั่นมันโคตรจะเกเรเลยไม่ใช่เหรอแม่”
‘พี่เป๊ก’ คือพี่ชายคนที่สอง คนนี้น่ะเป็นคนไม่ค่อยรักเรียน เก่งเทควันโดมาก เรื่องใช้เท้าสวนกลับคู่ต่อสู้นี่ถนัดอย่าบอกใคร เป็นคนเดียวที่ฉีกออกไปจากครอบครัว อุปนิสัยหลักๆ คือรักหนูมาก หวงน้องหวงพี่หวงครอบครัว แต่ก็เกเรเหมือนกัน เรียกว่าเป็นคนหัวรุนแรงพอดูเลยล่ะค่ะ
เอ่อ... ส่วนส่วนสูงก็จะประมาณ 158 ค่ะ เรียกว่าครอบครัวตัวเตี้ยได้โดยสมบูรณ์เลย แหะๆ
“เอ้ะ! พวกมึงนี่ อย่ามาพูดถึงว่าที่ลูกเขยกูแบบนั้นนะ” แม่โพล่งคำที่หนูถึงกับสำลักส้มออกมา
“มะ... แม่คะ! หนูยังไม่พร้อมจะแต่งงานนะ” หนูอ้าปากที่แก้มตุงไปด้วยเนื้อส้มเถียงแม่ที่ดูท่าจะปลื้มสมิงอย่างออกนอกหน้า แม่ไม่รู้เลยเหรอว่าเขาน่ะจะพาหนูไปนอนตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกันเลยนะ! “อย่างน้อยๆ ก็ให้หนูเลือกคนที่หนูรักจริงๆ เองไม่ดีกว่าเหรอ”
... แต่ขืนพูดไปแบบนั้นได้โดนแม่โบกแน่ๆ
“เพราะมัวแต่สนแต่นิสัยใจคออยู่แบบนี้ไง ทุกวันนี้แกถึงยังไม่มีผัว!!” แม่ตวาดลั่น
เอ่อ แล้วมันเกี่ยวกันตรงไหนเนี่ย
ที่จริงปกติลูกสาวเป็นแบบนี้คนเป็นแม่จะดีใจไม่ใช่เหรอ
“ผมไม่ชอบมัน” พี่เป๊กโพล่งออกมาอีกคำ ก่อนที่ดีดตัวลุกขึ้นยืนบนโซฟา “ข่าวไม่ดีก็เยอะแยะ เกเรชิบหายขนาดนั้นจะมาให้แต่งงานกับน้องปูที่น่ารักของเรา ผมไม่มีวันยอมแน่!!”
“ก็เพราะพวกมึงสนใจแต่นิสัยใจคอกันทั้งพี่ทั้งน้องแบบนี้ไง มึงถึงไม่มีเมียจนอายุ 23 ไอ้เป๊ก!”
“ว่าไงนะแม่!!” พี่เป๊กขึ้นเสียงทันที เพราะเรื่องแฟนเป็นเรื่องที่ค่อนข้างเป็นปมในใจของพี่เขามาเนิ่นนาน “ก็เพราะแม่เลือกผู้ชายที่เงินไม่ใช่เหรอไง สุดท้ายถึงโดนทิ้งจนต้องมาเป็นซิงเกิ้ลมัมเลี้ยงลูกสามแบบนี้อ่ะ!!”
“มึงว่ายังไงนะไอ้ลูกไม่รักดี!!” และสุดท้ายสองแม่ลูกก็ตีกัน หนูพ่นลมหายใจออกมาอีกครั้ง ก่อนที่จะหันไปมองหน้าพี่ไปป์ แล้วพวกเราก็พยักหน้าให้กันแล้วปล่อยให้พี่เป๊กกับแม่ตีกันไปสองคน ส่วนหนูกับพี่ไปป์ก็หนีเข้าห้อง
ปึง
ทันทีที่ปิดประตู หนูก็ถอนหายใจ โชคดีที่หอบส้มมาด้วยหลายลูกเลยพอมีอะไรกินเล่นตอนที่เครียดอยู่แบบนี้ หนูล้มตัวนั่งบนเตียงกระต่ายสีชมพู แล้วคว้าโทรศัพท์บนโต๊ะเขียนหนังสือที่ชาร์จแบตทิ้งไว้ในห้องขึ้นมาดู
เลื่อนเฟสไปเรื่อย จนรู้สึกว่ามีคนส่งข้อความมาหา
ติ๊ง
Akin Metha : ปูน้อย หลับยัง
พรวด!
แต่ก็แทบสำลักส้มเมื่อเห็นว่าเป็นอคิน ความรักของหนูส่งข้อความมา
หนูรีบเลื่อนเก้าอี้สีชมพูหวานแหววมานั่งแล้วตั้งใจกดพิมพ์ทุกตัวอักษรส่งไปให้อคินอย่างใส่ใจ
PooNoy Pu : ยังเลยจ้า
PooNoy Pu : คินมีอะไรเหรอ
Akin Metha : เปล่า เป็นห่วง แผลที่โดนตียังเจ็บอยู่มั้ย?
หนูหน้าร้อนวูบขึ้นมาทันที อคินทำไมต้องเป็นห่วงหนูขนาดนี้นะ รู้มั้ยเนี่ยว่าหนูใจเต้นหนักเลย
PooNoy Pu : ก็เจ็บอยู่นิดๆ นะ
พูดแล้วก็ลูบแผลแดงๆ ที่แก้มตัวเอง แต่ก็แค่แสบๆ เล็กๆ แต่ไม่ปวดเท่าไหร่ ตอนที่กลับมาบ้านดูเหมือนแม่จะชอบใจด้วยที่หนูเหมือนผ่านการสู้รบตบตีกับคนอื่นมา
จะว่าไปบ้านหนูก็แปลกๆ ทั้งครอบครัวอยู่เหมือนกันนะ
Akin Metha : เดี๋ยวพรุ่งนี้ขอดูแผลหน่อย
ฉ่า
หนูหน้าร้อนหนักกว่าเดิมเมื่อพอคิดอะไรยังไม่ทันจบ อคินก็รุกเข้าใส่อย่างอ่อนโยนแบบนั้น เผลอทำเอาคิดไปไกลว่าถ้าจะดูแผลก็แสดงว่าเขาจะต้องจับแก้มหนูน่ะสิ แง เขินมากกว่าเดิมอีก
PooNoy Pu : อื้ม รบกวนด้วยนะ
กลั้นใจพิมพ์คำอนุญาตผู้ชายที่แสนจะหน้าไม่อายแบบนั้นลงไป ก่อนที่จะผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ กระโดดเข้าใส่เตียงแล้วกรี๊ดอัดหมอน ดีดดิ้นไปมาอยู่คนเดียวอย่างเก้อเขินสุดชีวิต
ปูน้อย เธอนี่มันหน้าไม่อายจริงๆ!
แต่ทว่า
ณ เช้าวันต่อมาก่อนไปมหาวิทยาลัย
“แปะพลาสเตอร์ที่แก้มมาทำไมวะ ไม่เข้าใจเธอเลยจริงๆ ว่ะ”
หนูถอนหายใจหนักตอนที่ยืนอยู่หน้าประตูบ้าน แล้วก็พบว่ามีรถคันหรูมาจอดเอี๊ยดที่หน้าบ้าน ทันทีที่กระจกรถถูกเปิด ผู้ชายในชุดนักศึกษาที่ไม่เรียบร้อยคนหนึ่งก็ท้าวแขนกับกระจกรถด้วยมือหนึ่ง ส่วนอีกมือก็บีบแตรใส่หน้าบ้านหนูอย่างสุดจะเท่ (ในสายตาเขาคนเดียว) ในขณะที่ออกปากทักทาย
ใช่ค่ะ เขาคือสมิงนั่นเอง
“... มาทำไมคะ?” แต่นั่นก็เพราะหนูเริ่มชิน (แล้วก็เริ่มเบื่อหน้าเขาแล้ว) ก็เลยโพล่งขึ้นมาด้วยสีหน้าซังกะตายสุดๆ
“ก็มารับหนูไงคะ” เขาฉีกยิ้มกว้าง หนูจึงสั่นหน้า
“ไม่ไปค่ะ หนูนั่งวินไปได้”
“จะนั่งไปทำไมรถมอไซค์กากๆ มานั่งรถพี่ดีกว่า” เขาพูดแล้วบีบแตรอีกทีอย่างสุดไร้มารยาทจนหนูต้องยกมือขึ้นปิดหู “แพงระยับ เหมาะกับว่าที่เมียอย่างหนูโคตรๆ เลยจริงมั้ย”
“หนูก็บอกไปแล้วไงคะว่าหนูไม่ใช่...” หนูอ้าปากจะพูด แต่ดูเหมือนว่าจะมีแขกไม่ได้รับเชิญที่ขับบิ๊กไบค์ที่แสนคุ้นตามาจอดตรงหน้าบ้านหนูอีกคนหนึ่งในจังหวะนั้น พอหันไปมองดีๆ ก็เห็นว่าเป็นผู้ชายตัวสูง 186 กว่าๆ ในชุดหนังสุดเท่เละหมวกกันน็อคหูแมวสีดำมะเมี่ยม
แต่พอเขาถอดหมวกกันน็อคออกแล้วสะบัดหัวไปมาอย่างโคตรเท่เท่านั้น หนูถึงได้รู้ว่าเขาคือ
“พี่บุหรี่! / ไอ้บุหรี่!”
“พร้อมมั้ย” ร่างสูงโปร่งของพี่บุหรี่จ้องมองมาทางหนูด้วยสีหน้าตายสนิทเหมือนครั้งก่อน ก่อนที่เขาจะขยับปากพูดเสียงเนิบ “ขึ้นรถสิ”
หะ... ให้ตายเถอะค่ะ
มีผู้ชายหน้าตาดีท่าทางร้ายๆ สองคนมาจอดรถหน้าบ้านหนูเพื่อจะแย่งกันไปส่งหนูที่มหาลัยกันอ่ะ!
[พาร์ท : บุหรี่]ผมลืมตาขึ้นมาในห้องสีขาว ที่ที่บ่อยครั้งจะต้องได้เข้ามานอนเป็นผักอยู่ที่นี่... โรงพยาบาลที่ปากมีที่เครื่องช่วยหายใจที่ครอบไว้ ขาขยับไม่ค่อยได้ พอขยับทีก็รู้สึกทั้งหนักทั้งชา ผมค่อยๆ คว้าที่ครอบปากออกแล้วโยนทิ้งข้างหมอนอย่างไม่ใยดี รู้สึกเจ็บแปลบๆ เหมือนมีอะไรแปะติดอยู่บนหน้า พร้อมกับมือที่มีผ้าพันแผลพอหยัดตัวลุกขึ้นมา ก็เห็นว่ามีผู้หญิงนอนฟุบหลับอยู่ที่ปลายเตียงเธอคือยัยกระต่ายน้อย ในจังหวะนั้นผมเลยเข้าใจว่าทำไมเธอถึงมาอยู่ตรงนี้... ยุ่งไม่เข้าเรื่องจริงๆผมเผลอแค่นยิ้มออกมาโดยที่ไม่รู้ว่าทำไม มือหนาของตัวเองถูกบังคับให้ขยับอย่างอ้อยอิ่ง เพื่อไปแตะที่ปลายเส้นผมที่ปรกหน้าของสาวเจ้า มือของผมเกลี่ยเส้นผมรุงรังของเธอออก จนเผยให้เห็นใบหน้าขาวใสที่หลับตาพริ้ม“ปากไม่ตรงกับใจ... กระต่ายงี่เง่า”เป็นเสียงกระซิบที่หนักแน่นในจังหวะที่ผมค่อยๆ เลื่อนมือขึ้นมาลูบหัวเธอหัวใจที่ด้านชาของผม... ‘เต้น’ จนปวดหนึบ เป็นครั้งแรกที่เต้นให้กับคำว่าความสุขผมค่อยๆ ขยับตัวอย่างเงียบเชียบทั้งๆ ที่ยังใส่ชุดผู้ป่วยที่น่ารำคาญ ดึงสายน้ำเกลือออกจนเลือดกระเซ็นเล็กๆ ก่อนที่จะคว้าหนังยางรัดแกงมา
“มานอนอะไรตรงหน้าบ้านหนูคะ” หนูปล่อยถุงของกินทิ้งไว้แล้วเดินไปใช้เท้าเขี่ยๆ บริเวณสะบั้นเอวของเขา พี่บุหรี่พยายามหายใจ แต่ดูแผ่วเบามากจนเหมือนคนใกล้จะตาย หนูเลยมุ่นคิ้วพร้อมกับเตะเขาเบาๆ ไปหนึ่งที“... อึก”“อย่ามาทำสำออยนะคะ ลุกขึ้นมาแล้วออกไปจากหน้าบ้านหนูเดี๋ยวนี้” อาจจะดูเหมือนหนูไม่มีความเมตตากับเขา ทั้งๆ ที่เขาดูบาดเจ็บเลือดโชกขนาดนี้ แน่สิคะ ใครจะไปเมตตาลงกับสัตว์ร้ายที่บาดเจ็บอยู่แบบนี้เขาก็เหมือนสัตว์ป่านั่นแหละ ทำร้ายทุกคนได้แม้กระทั่งเพื่อนของตัวเองถ้าเกิดเผลอไว้ใจ แล้วเขาลุกขึ้นมาแว้งกัดเอาจะทำยังไงล่ะบางทีนี่อาจจะเป็นหนึ่งในแผนของเขาก็ได้“ลุก... ไม่ไหว” เขากระซิบเสียงแหบพร่าออกมา หนูชะงักไป ก่อนที่จะพิจารณารอบตัวเขา ใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ มีเลือดออกปากออกจมูกแต่ดูจะแห้งกรังไปแล้ว บวกกับขาข้างขวาที่ดู... เบี้ยวนิดๆเอ้ะ?สิบห้านาทีต่อมาสุดท้ายก็จบด้วยการที่แม่พระจำเป็นอย่างหนูต้องหิ้วถุงที่ระหว่างรักแร้ไปด้วย พร้อมกับลากแขนพี่บุหรี่เข้ามาในบ้านตัวเอง ลากที่แปลว่าลากจริงๆ น่ะ แบบลากเหมือนลากของหนักๆ อะไรประมาณนั้นกับคนแบบนี้ก็ไม่อยากช่วยนักหรอกค่ะ แต่พอสังเ
[พาร์ท : บุหรี่]ใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยรอยนิ้วทั้งห้านิ้วของผมสะบัดไปด้วยแรงตบ มันเป็นแรงตบของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ควบคุมตระกูลโอนิซึกะผู้ต่ำต้อยทั้งตระกูล ฝ่ามือหนาที่หยาบกร้านนั่นละเลงความเจ็บแสบบนใบหน้าของผมอีกหลายต่อหลายทีจนรู้สึกชาไปทั้งเสี้ยวหน้าทั้งซีกซ้ายและซีกขวามันรู้สึกดีที่โดนทำร้าย แต่กลับไม่รู้สึกสุขใจเท่าตอนที่โดนยัยกระต่ายน้อยทำเลย แทบกลายเป็นไร้ความรู้สึกด้วยซ้ำ“จะเซไปที่ไหน มองหน้าพ่อสิ!”พ่อจิกหัวผมขึ้นมา แล้วฟาดฝ่ามือลงไปที่ใบหน้าของผมสุดแรงอีกครั้งจนต้องสำลักลิ่มเลือดออกมาด้วยแรงตบ รู้สึกเหมือนฟันจะโยกหน่อยๆ ด้วยว่ะ รู้สึกว่าพ่อจะโกรธจัดได้ที่เลยสินะผมคงไปลองของเข้าให้“แกทำลายยาแก้หอบของคุณสมิงเขาได้ยังไง?” ผมหอบหายใจ เงยหน้าขึ้นมาสบตาคนที่เรียกตัวเองว่าเป็นพ่อของผมตั้งแต่ที่ถูกลากคอมาที่นี่แล้วโดนฝึกให้เชื่องเหมือนหมาคุณสมิง?เหอะผมถ่มเลือดลงพื้นตอนที่พ่อผลักผมจนล้มลงไปกองกับพื้น รักแร้ของผมถูกพวกลูกๆ คนอื่นๆ พยุงไว้ ทั้งๆ ที่ขาสั่นจนแทบยืนไม่ไหว พ่อกระทืบขาผมหลายต่อหลายครั้งจนกระดูกน่าจะร้าว และนี่ไม่ใช่ครั้งแรก“พ่อบอกแล้วใช่มั้ยเร็น ว่าห้ามคิดทำร้ายลูกขอ
[พาร์ท : สมิง]ผมนั่งอยู่ในรถ มองภาพของไอ้บุหรี่ที่อยู่กับยัยเด็กนั่นจากที่ไกลๆ อาการหอบกลับมาอีกครั้งเหมือนเจอสิ่งเสพติด มือผมสั่น ค่อยๆ คว้ายาพ่นมาพ่นเข้าลำคอ ก่อนที่จะกดปิดกระจกรถ“ออกรถ” ผมหันไปสั่งกับคนขับรถตรงหน้าที่เป็นหนึ่งในครอบครัวโอนิซึกะ อย่างที่บอกว่าผู้ชายคนนั้นกลายเป็นทาสรับใช้ตระกูลของพ่ออย่างสบูรณ์แบบ แต่จริงๆ ก็แค่อยากได้เวลาอยู่กับแม่เท่านั้นผมคือลูกที่เกิดมาโดยการลืมคุมกำเนิด แม่คลอดผมออกมาโดยไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อเด็ก แต่สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นพ่อของผม เพราะช่วงนั้นอยู่ด้วยกันเพราะพ่อมีทรัพย์สินและอำนาจมากมาย ในขณะที่คุณโอนิซะเป็นแค่ยากูซ่าตกอับที่ซมซานมาที่ไทยใหม่ๆปฏิเสธไม่ได้ว่าแม่รักคุณโอนิซึกะมากกว่า โดยที่พ่อก็ยินยอมเพราะความคลั่งไคล้แม่ แม่เทียวไปเทียวมาระหว่างบ้านพ่อกับบ้านของคุณโอนิซึกะ พ่อพยายามสร้างตัวเอง สร้างอำนาจ สร้างบ้านหลังใหญ่โตโอ่อ่าเพื่อให้แม่ได้กลับมาสู่อ้อมใจแต่แม่รักคนๆ นั้นมากกว่า มากกว่ามากทีเดียวพ่อเลือกเก็บผมไว้เพื่อเป็นตัวแทนของแม่ หน้าผมเหมือนกับแม่ แต่ในขณะเดียวกัน พ่อก็ทั้งรักทั้งชังแม่ เลยเลือกที่จะดูแลผมด้วยเงิน ส่งเสริมและทำร้ายในเว
ทันทีที่ปลายนิ้วแตะกับมือหนาของผู้ชายตรงหน้า หนูก็เหลือบตาขึ้นไปมองหน้าของเขาอย่างแข็งกร้าวรอยสักที่หลังมือเป็นรูปกางเขนแบบนี้ ก็คงมีคนเดียวสินะผู้ชายพวกนี้นี่ตื้อไม่เลิกเลยจริงๆ ไหนจะสมิงอีกคนหนึ่งแล้ว“มาเอายาให้ไอ้สมิงเหรอ?” น่าแปลกใจมากที่พี่บุหรี่เลือกที่จะเริ่มบทสนทนากับหนูก่อน เขาเป็นคนได้ซองยาในถุงพลาสติกไป ร่างสูงชูมันห้อยต่องแต่งไปมาต่อหน้าของหนูท่ามกลางสายตาของเภสัชกรที่อยู่หลังเคาน์เตอร์ “มาคาบไปสิ”หนูพยายามข่มอารมณ์โกรธเอาไว้กับคำพูดเหยียดหยันของเขา ก่อนที่จะเอื้อมมือไปคว้าซองยาในมือเขากลับมา แต่ร่างสูงก็ชักมือหลบเหมือนจงใจจะแกล้งกันดีนะที่ยังอยู่ในโรงพยาบาล ไม่งั้นเขาไม่รอดมือหนูแน่“เอาซองยาของพี่สมิงคืนมาค่ะ” หนูกัดฟันพูดกับเขา“ตามมาสิ”พี่บุหรี่หันหลังกลับ แล้วเดินถือซองยานั่นเดินไปทางอื่น ซึ่งมันก็ช่วยไม่ได้ที่ต้องเดินตามไปทั้งๆ ที่รู้ว่านั่นเป็นกับดัก เขาเล่นเอายาช่วยลดอาการหอบของสมิงเป็นของกลางนี่นาไม่รู้ทำไมหนูถึงยอมตามไปก็ไม่รู้ หรืออาจเพราะไม่อยากเห็นสมิงเป็นแบบนี้อีกก็ได้ ก็ถ้าเกิดเขาตายไป หนูคงรู้สึกผิดไปทั้งชีวิตที่เป็นส่วนหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เขาตายให
[พาร์ท : บุหรี่]“มึงต้องทำตามคำสั่งของกู คุ้มครองลูกชายของกูที่อยู่กับครอบครัวนั้น มึงต้องเชื่อฟังคำสั่งของกูเหมือนหมาผู้ซื่อสัตย์ เหมือนกับที่พวกเราใช้ชีวิตอยู่ภายใต้เงาของครอบครัวนั้น”“...”“อย่าเผยอออกมาจากเงาที่อยู่เบื้องหลังของสมิง จงอยู่เป็นเงาต่อไป เพื่อให้สมิงได้มีชีวิตที่สุขสบายในบ้านหลังนั้น”“ครับ... พ่อ”“!!”ผมผวาลุกขึ้นมาจากเตียงนอนภายในห้องของตัวเอง หอบหายใจถี่รัวจนแทบบ้า หลังจากที่ฝันถึงความทรงจำเมื่อสิบกว่าปีก่อน ตอนที่ถูกรับเลี้ยงออกมาจากบ้านเด็กกำพร้า แล้วมีชื่อเรียกในนาม โอนิซึกะ เร็น และดำรงอยู่ในครอบครัวที่ไล่ล่ากันไปมาเหมือนสัตว์อย่างครอบครัวโอนิซึกะเวรจริงๆดันมาฝันเรื่องที่คิดว่าลืมไปแล้วซะได้ไม่สิ ไม่เคยลืมหรอกว่ะผมหยัดกายออกมาจากเตียงนอน ก่อนที่จะคว้ามาโบโร หยิบมวนบุหรี่ออกมาจากซองด้วยมือที่สั่งเทา จุดไฟแช็คแล้วอัดควันเข้าปอดอย่างอ้อยอิ่ง เสียงผู้หญิงข้างหลังที่ขยับตัวยุกยิกจนน่ารำคาญ ทำให้ผมเลือกที่จะผละความสนใจจากเธอ แล้วผุดลุกขึ้นเดินอาดๆ ในสภาพเปลือยไปที่หน้าประตูมือผมคว้าเสื้อเชิ้ตมากลัดกระดุมใส่ให้เรียบร้อย พร้อมกับคว้ากางเกงที่กองอยู่กับพื้นมาสว







