LOGIN[พาร์ท : บุหรี่]
เพราะเป็นคนที่เคยถูกผู้หญิงที่เคยรักมากหลอกใช้เป็นเครื่องมือในการหากินให้ผู้ชายคนใหม่ พอฟื้นตัวจากสภาพหัวใจที่บอบช้ำตอนนั้นได้ ผมก็กลายมาเป็นคนที่นอนกับผู้หญิงมากมายทุกค่ำคืน
ไม่ต้องห่วงว่าจะติดโรค เพราะป้องกันและไปตรวจสม่ำเสมอจนแทบเป็นกิจวัตร
แต่เรียกได้ว่าไม่เข็ดไม่จำกับสงครามที่เรียกว่าความรัก สุดท้ายสเป็คก็คือผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ท่าทางเหมือนกระต่าย แต่จริงๆ อาจใสแต่หน้า เนื้อแท้กลับจงใจจะหลอกใช้เราแล้วเททิ้งเหมือนน้ำเสีย
ไอ้ประโยคท้ายคงไม่รวม... แต่ส่วนใหญ่ผู้หญิงที่ตรงสเป็คมักจะไม่ซิง แล้วก็ร้าย
ตอนเช้าตื่นมา หลังจากที่กลับจากไปส่งกระต่ายน้อยที่ตรงสเป็คตัวนั้น ก็เลยหาทางตะครุบจับให้เธอไปไหนไม่เป็น ด้วยการจ้างคนตามสืบถึงพื้นเพและที่อยู่ของครอบครัว รวมทั้งตารางเรียน เพราะตามสัญญาว่าจะไปรับไปส่ง
ไอ้สมิงไม่ยอมโทรมาบอกอะไรเกี่ยวกับผู้หญิงคนนั้น จนรู้ว่าเมื่อตอนเย็นวานมันบุกไปที่บ้านเธอ แล้วเข้าหาแม่เธอจนสำเร็จ
หวงของไม่เข้าเรื่อง คงเพราะถูกใจจนทนไม่ได้ล่ะสิ
จะแย่งมาเป็นของตัวเองให้ดู เพราะเวลาที่ไอ้สมิงหวงของเล่นเป็นเด็กๆ ก็น่าตื่นเต้นนิดหน่อย
ผมเลือกขับรถบิ๊กไบค์ไปส่ง จริงๆ จากกิจการที่ทำอยู่ก็พอจะซื้อรถได้หลายคัน แต่เป็นคนที่ชอบขับบิ๊กไบค์มากกว่า ถ้ามีธุระหนักต้องไปส่งเสี่ยเงินหนาหรือผู้หญิง ก็อาจจะยืมรถไอ้สมิงมาใช้
หลังจากเลือกหมวกกันน็อคอันโปรดมาใส่ ก็ขับไปที่หน้าบ้านเธอซึ่งติดกับค่ายมวยหญิงอะไรนั่น เป็นซอยเล็กๆ ท่าทางไม่ค่อยมีรถผ่าน เห็นป้ายทะเบียนรถที่จำได้ว่าเป็นของไอ้สมิงอยู่ข้างหน้า เหมือนกำลังจะจอดคุยกับผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ใส่ชุดนักศึกษา ซึ่งก็คือปูน้อย
ผมหยุดรถนิ่งดูลาดเลาอยู่แค่แปปเดียว ก่อนที่จะตัดสินใจขับออกไปข้างรถมัน ถอดหมวกกันน็อคออกเมื่อเห็นว่าแววตากลมโตมองมา
“พี่บุหรี่! / ไอ้บุหรี่!”
เสียงของไอ้เวรสมิงกับปูน้อยดังขึ้นมาแทบพร้อมกัน ผมซ่อนรอยยิ้มไว้ในใจเมื่อเห็นว่าเธอยอมเรียกผมว่าพี่บุหรี่ แล้วกลับมาตีหน้านิ่งดังเดิม
“พร้อมมั้ย”
“...”
“ขึ้นรถสิ”
“มึงมาแย่งหน้าที่กูทำเหี้ยไรเนี่ยไอ้เวร” ไอ้สมิงกระแทกเสียงอย่างไม่พอใจแทบทันที แต่ผมไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่
“หน้าที่ของกูต่างหาก” พูดออกมาแบบนั้น แล้วก็จ้องไปทางปูน้อยที่ยืนตัวแข็งทื่อเป็นหุ่น
“...”
“ใช่มั้ย... ปูน้อย?”
“อะ เอ่อ...” คนตัวเล็กดูจะปะติดปะต่ออะไรไม่ทัน เธอมุ่นคิ้วยืนคิดอยู่สักพัก ก่อนที่จะดีดนิ้วเปาะ “อ้อ! ใช่ๆๆ ใช่แล้วค่ะพี่สมิง ปูน้อยจำได้ว่าสัญญากับพี่บุหรี่ไว้ว่าพี่บุหรี่จะไปส่งทุกวัน”
“ว่าไงนะ” ไอ้สมิงหรี่ตาลงเหมือนจะจับผิด
“ก็ตามที่ได้ยิน” กูชิงตอบแทนเธอ พอเห็นว่ามันตวัดสายตามามอง กูก็ฉีกยิ้มนิดหน่อย ก่อนที่จะไล่สายตากลับไปยังคนตัวเล็ก “ขึ้นมาสิ”
“ค่ะ!” เธอกุลีกุจอวิ่งก่อนที่จะยืนละล้าละหลังอยู่หน้ารถบิ๊กไบค์คันใหญ่ ผมจ้องอยู่นิ่งๆ อย่างหยั่งเชิงจนเธอหันมาส่งสายตาเหมือนอ้อนวอนว่าเธอขึ้นมันไม่ได้ เพราะเธอตัวเล็กเกินไป
“... หึ” ผมแค่นยิ้ม ไม่รู้ทำไมถึงยิ้มบ่อยนักเพราะเธอ “ต้องให้ดูแลอีกแล้วสินะ”
พ่นออกไปอย่างนิ่งเฉยแบบนั้นก็จริง แต่ก็ยอมลงจากรถบิ๊กไบค์เพื่ออุ้มส่งเธอขึ้นไปกวาดขานั่งคร่อมบนรถ ท่ามกลางสายตาหึงหวงของไอ้สมิง
แปลว่าคงยังไม่มีโอกาสได้อุ้มเธอเหมือนกัน
บอกแล้วไงว่า... วู่วามไป ไม่มีประโยชน์
“พะ... พี่สมิง อย่าไปเรียนสายนะคะ!” แต่ผู้หญิงที่ขึ้นซ้อนหลังคงเป็นคนดีเกินเหตุ เธอตะโกนบอกไอ้สมิงระหว่างที่ผมสตาร์ทเครื่อง แล้วขับออกไปอย่างรวดเร็วเพราะรู้สึกขัดหูขัดตา
แต่คงเพราะเร่งเครื่องแรงไปหน่อย มือเล็กๆ ถึงได้เผลอเข้ามาสวมกอดที่สะบั้นเอวอย่างกะทันหัน บางสิ่งนุ่มๆ แตะเข้าที่แผ่นหลัง ประมวลผลได้ทันทีว่านั่นคือ... หน้าอก
ถึงจะเล็กกว่าหลายคนที่เคยมีเซ็กซ์ด้วย แต่ก็ถือว่า
พอดีมือน่าดู
[จบพาร์ท : บุหรี่]
พะ... พี่บุหรี่ขับรถน่ากลัวจัง
หนูเผลอตัวไปกอดเขาแน่นโดยที่ไม่รู้ตัว ตัวใหญ่ๆ ของพี่บุหรี่กอดอุ่นมากๆ เผลอทำให้ใจเต้นชั่วขณะหนึ่ง ก่อนที่ต่อมาจะเปลี่ยนเป็นความหวาดเสียวสุดชีวีเมื่อเขาเร่งเครื่องบึ่งแรงกว่าเดิมจนตัวย่อลงไปเหมือนจงใจจะแกล้งกัน
พอรู้สึกตัวว่ากำลังกอดเอวเขาแน่นพร้อมกับหลับตาปี๋ไม่ยอมคลายมือออก หนูก็...
ไม่ปล่อยอยู่ดีอ่ะค่ะ เพราะถ้าปล่อยมีหวังได้ตัวแอ่นลอยละล่องท้าลมพายุกับแสงอาทิตย์ยามเช้าแน่ๆ
“พะ พี่บุหรี่คะ” หนูกลั้นใจเอ่ยเรียกชื่อเขาระหว่างที่หลับตาปี๋ ใจโหมโรงเต้นตึกตักแบบแทบจะเด้งทะลุหน้าอกออกมา พอเห็นว่าเขาไม่ได้ยินเลยต้องตะคอกเสียงอันทรงพลังแปดหลอดใส่เขา “พี่-บุ-หรี่-คะ!!”
เอี๊ยด!
เขาเบรกแทบจะทันทีที่ตะโกนออกไป ทั้งตัวหนูเบียดเข้ากับหลังกว้างๆ ของเขาทันทีแบบไม่มีแขนป้องกันไว้ ส่งผลให้หน้าอกหน้าใจที่แสนจะหวงแหนบู้บี้แนบกับหลังของเขาเข้าเต็มรัก
หนูสะดุ้งเฮือก แล้วก็เห็นว่าเขาเองก็ชะงัก
พี่บุหรี่พ่นลมหายใจเฮือกใหญ่จนได้ยินชัด ทั้งๆ ที่ใส่หมวกกันน็อคอยู่ เขาเงยหน้าขึ้นมองตึกระฟ้าข้างๆ ก่อนที่หนูจะกวาดสายตาที่ร้อนรนมองตามไป แล้วก็แทบตกใจแทบสิ้นสติ
ตะ... ตรงหน้าของหนูคือ
LOVE HOTEL!!
เลิฟโฮเตลแบบของจริง แบบที่เห็นในหนังเอวีเลยค่ะ!
“เครื่องติดแล้ว” เขาพูดออกมาเสียงเนิบนาบ หนูสะดุ้งโหยง พยายามคิดในทางที่ดีว่าเครื่องติดของเขาที่ว่าก็คือรถบิ๊กไบค์ที่เรานั่งอยู่ “รถเสีย ไปเรียนสายได้รึเปล่า?”
“อะ... อะไรนะคะ” หนูแทบไม่เชื่อหูตัวเองตอนที่เขาพูดออกมา แล้วสั่นหน้าอย่างรุนแรงพอปะติดปะต่ออะไรได้ “ไม่ได้ค่ะ! ไปสายไม่ได้เด็ดขาด อาจารย์จะให้ติด 0 ค่ะ!”
ติด 0 บ้าบออะไรเล่ายัยปูน้อย มหาวิทยาลัยมีติด 0 ที่ไหน ฮือ
“อืม” แต่พี่บุหรี่ดันเชื่อ! “งั้นรอก่อน ต้องดูรถ”
“แต่หนูว่าเลื่อนรถไปก่อนดีมั้ยคะ เดี๋ยวหนูเลื่อนให้ก็ได้นะ” หนูพูดพร้อมกับเหลียวไปมองรอบๆ ข้างๆ มีคลับอโคจรที่ปิดอยู่เพราะเปิดในช่วงกลางคืน มีร้านอาหารฝรั่งข้างๆ และตรงหน้าคือดิเลิฟโฮเตล
“เลื่อนไหวเหรอ” เขาถามห้วนสั้น หันหมวกกันน็อคที่บังใบหน้าหันมามองเหมือนสงสัย
“ค่ะ! เลื่อนไหวค่ะ” พูดไปแบบนั้นแหละ จริงๆ คือไม่รู้จะเลื่อนบิ๊กไบค์คันเท่าช้างคันนี้ไปที่อื่นได้ไหวได้ยังไงเหมือนกัน
“แต่เป็นผู้หญิง” พี่บุหรี่พูดแบบนั้น พร้อมกับค่อยๆ เอื้อมมือมาถอดหมวกกันน็อคบนศีรษะของตัวเองออก เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลารับกับทรงผมย้อมเงินที่ยาวระใบหน้า ใบหน้าของเขาทั้งหล่อทั้งสวย แถมยังมีไฝใต้ตาแบบผู้หญิง “ไม่ต้องยุ่งหรอก”
เมื่อรวมเข้ากับท่าทางสุดเยือกเย็นแบบนั้น คะ... โคตรจะพระเอกในการ์ตูนโชเน็นเลยค่ะ
ตึกตัก
หนูเผลอใจเต้นนิดหน่อย แต่อยู่ในจังหวะที่ควบคุมได้ ตอนนั้นที่รู้สึกว่าจะเผลอใจให้กับผู้ชายท่าทางร้ายๆ ที่เพิ่งเจอ หนูก็ทุบอกตัวเองดังอั่กๆ จนเขาชะงัก ก่อนที่จะพยายามยืดขาที่แสนสั้นของตัวเองลงจากรถบิ๊กไบค์
ยังไงเขาก็เป็นเพื่อนกับสมิงนี่ ไว้ใจไม่ได้หรอกค่ะ
เผลอๆ ที่มาจอดหน้าโรงแรมอินเลิฟแบบนี้ อาจจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญก็เป็นได้
“นะ... น้องลงไม่ได้ค่ะ” หนูช้อนสายตาขึ้นมองเขาเหมือนจะงอแงเพราะขาสั้นเกินจนค้ำพื้นไม่ถึง พี่บุหรี่กระตุกยิ้มมุมปากระหว่างที่มองปฏิกิริยาของหนูอยู่ตลอดเวลา ก่อนที่จะกวาดขายาวๆ นั่นลงจากรถ
“จะให้อุ้มเหรอ” เขาถามออกมาสั้นๆ แต่ทำเอาหนูไปต่อไม่ถูกเลย เพราะหน้าร้อนจัดจนชา
เกิดเป็นคนขาสั้นแถมตัวเตี้ยนี่มันลำบากจริงๆ นะ อีกอย่างพอลงไม่ได้ก็ต้องมาเปลืองตัวกับการโดนผู้ชายแปลกหน้าที่ตัวสูงชะลูดอุ้มลงจากรถเหมือนอุ้มลูกลิงด้วย
“... รบกวนด้วยค่ะ” หนูหลุบตาลงมองพื้นอย่างสะเทิ้นอาย เห็นว่าเขาแค่นหัวเราะในลำคอแล้วช้อนข้อพับขาหนูขึ้นอุ้ม แต่คราวนี้มันไม่ใช้การอุ้มแบบยกข้อพับแขนขึ้นสูงแล้ววางลงเหมือนครั้งที่แล้ว
ครั้งนี้เขาอุ้มหนูแบบท่าอุ้มเจ้าหญิง แล้วพาเดินตรงเข้าเลิฟโฮเตลนั่นทันที!
มะ... แม่จ๋า! ว่าแล้วว่าไว้ใจไม่ได้จริงๆ ด้วย!
“พี่บุหรี่! ไม่นะคะ น้องจะเลื่อนรถให้ไม่ใช่ให้พี่อุ้มน้องเข้าโรงแรม!!” พอได้สติว่าตัวเองกำลังจะโดนอุ้มเข้าเลิฟโฮเตล หนูก็แผดเสียงตะโกนลั่นอย่างไม่อายคนแถวนั้น (แต่มันก็ไม่ค่อยมีคนอยู่แล้วแหละ) พร้อมกับดีดตัวไปมาอย่างสุดฤทธิ์
แต่ตัวพี่บุหรี่ค่อนข้างกำยำและแข็งแรงมาก หนูไม่รู้ว่าระหว่างสมิงกับพี่บุหรี่ใครแรงเยอะกว่ากัน แต่เพิ่งมารู้สึกตัวก็ตอนนี้นี่เองว่าแรงหมัดที่ใช้ทุบหลังเขาดังอั่กๆ สุดชีวิตนั่น แทบไม่ส่งผลให้อีกฝ่ายสะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย
“สวัสดีครับคุณบุหรี่” หนูหยุดดีดดิ้นเมื่อได้ยินเสียงของพนักงานประชาสัมพันธ์ที่ทักทายพี่บุหรี่เหมือนว่าเขาเคยมาที่นี่หลายครั้งแล้ว หนูเหลียวมอง เห็นว่าเสี้ยวหน้าที่นิ่งสนิทของพี่บุหรี่พยักหน้ารับ แล้ววางแผ่นกระดาษลงบนเคาน์เตอร์ “ตรงไปที่ห้องชั้นแปด เลขที่ห้อง 84G ได้เลยนะครับ ผมรับรองไว้ให้เรียบร้อยแล้ว”
พี่บุหรี่พยักหน้าแล้วเดินตรงไปทางลิฟต์ด้านหลัง พอระยะสายตาหนูโฟกัสตรงกับผู้ชายที่เป็นพนักงานประชาสัมพันธ์คนนั้น ก็เห็นว่าเขากำลังเอาใบกระดาษนั่นมาตรวจดู
พอเพ่งไปจริงจังเพราะสงสัยมากๆ ถึงได้เห็นจำนวนเลขหลายหลัก นับนิ้วดูก็ประมาณ 6 หลัก
หลักหมื่น! นั่นเป็นเช็คไม่ผิดแน่นอน!
นี่เขาจ่ายเงินค่าห้องเป็นเช็ค เพื่อจะพาหนูขึ้นไปทำมิดีมิร้ายงั้นเหรอคะ!!
[พาร์ท : สมิง]
ไอ้เหี้ยบุหรี่ บอกแล้วไงว่ากูเจอก่อน กูต้องได้ก่อน
ผมคีบบุหรี่จากเก๊ะรถราคาแพงระยับที่ยืมมาจากบริษัทพ่อมาดูดอย่างไม่สบอารมณ์ หลังจากที่ไอ้เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดเป็นคนได้ไปส่งอีปูน้อยข้ามหน้าข้ามตาคนที่ทำคะแนนได้สุดโต่งอย่างผม ผมก็ขับตามมันไปแบบห่างๆ อย่างหงุดหงิดงุ่นง่าน
เวรเอ้ย คนอย่างมันแม่งดูความคิดไม่ค่อยออกซะด้วย หวังว่าคงไม่คิดห่าไรพิเรนทร์ๆ กับยัยนั่นหรอกนะ
แต่ยังไม่ทันระแวงได้จบดี ก็เห็นว่าพวกมันกอดกันกลมจนคนที่มองห่างๆ อย่างผมอดไม่ได้ที่จะเลือดขึ้นหน้าสัสๆ โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน อีกอย่างนมยัยเด็กนั่นมันแนบหลังแม่งไปไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่
ผมซี๊ดบุหรี่แล้วพ่นควันออกทางจมูกตอนที่เลี้ยวตามมันเข้ามาในซอยที่คุ้นเคยดี กวาดตามองไปรอบๆ ก่อนที่จะต้องสบถออกมาเสียงดังลั่นรถคันหรู แล้วตบพวงมาลัยอย่างแรงจนรถสั่น
“ไอ้เวรบุหรี่ ไอ้โสโครก!!”
ถามว่าสบถไปทำไม?
ไม่น่าถาม ก็แม่งอาศัยจังหวะขับเร็วจนยัยเด็กนั่นกลัวไม่กล้ามองไปรอบๆ แล้วพาเธอเลี้ยวเข้าเครือข่ายที่ญาติมันที่เคยติดคุกสร้างม่านรูดไว้แถวนั้นอ่ะดิ
มันจะหลอกอีปูน้อยมาแดกไง ไอ้เหี้ยเอ้ย
[พาร์ท : อคิน]มือผมที่ถือมีดที่ถ่ายทอดมาจากลูกสมุนของพ่อมาหายชั่วอายุคนสั่นเทา ผมถามเธอออกไปโดยไร้คำตอบ ผมรู้ว่าเธอคงจะไม่เลือกผมอีกต่อไปแล้ว ในวันนี้เธอมีอะไรกับผู้ชายอีกสองคนที่ผมเกลียดและยอมรับว่ามันคือแฟนของเธอ เธอไม่ได้รักผมมากพอที่จะมีผมแค่คนเดียวพ่อก็คิดว่าผมเป็นลูกในครอบครัวที่นอกคอกเพราะหลงรักเธอ ผมพยายามปกป้องเธอทุกทางเพื่อให้ได้ครอบครองเธอแต่เธอมีใจให้ผู้ชายทั้งสามคนพร้อมๆ กันไม่อีกแล้วว่ะ... ผมจะฆ่าตัวตายต่อหน้าเธอ และจะจบตัวตนที่ลวงหลอกของตัวเองลงในวันนี้“ลาก่อน... ปูน้อย” ผมยกปลายแหลมมาจ่อที่ลำคอของตัวเอง ผมไม่มีความกลัวอะไรทั้งนั้น สิ่งที่ผมกลัวที่สุดก็คือวันที่ปูน้อยจะไม่หลงเหลือความต้องการในตัวผมอีกต่อไป และในวันนี้มันมาถึงแล้วแต่ว่าฉึก“!!!”เลือดสีแดงสดหยดลงมาตามแนวยาวของมีด มือที่คว้ามันไว้แล้วยื้อแรงเพื่อไม่ให้มันแทงคอหอยผมไว้คือมือเล็กๆ ของปูน้อย เธอพุ่งตรงมาแบบไม่คิดชีวิตในเสี้ยววินาที และยื้อปลายแหลมของมีดเอาไว้จนฝ่ามือของเธอเต็มไปด้วยรอยบาดและมีเลือดไหลเป็นแนวยาวผมเบิกตากว้าง มือที่กำมีดด้ามยาวไว้แน่นสั่นเทาจนเผลอทำหลุดมือไป มันคาอยู่ในมือเล็กที่อ่อนนุ
ผมค่อยๆ หยัดกายลุกขึ้นจากตรงนั้น เดินลากขาไปที่ทั้งสองคนตรงหน้าที่กำลังกระแทกกันอย่างเมามันส์ ไอ้เวรสมิงเงยหน้าขึ้นมามองผม เราสองคนกระตุกยิ้มให้กันอย่างเงียบเชียบรู้ความคิดของกันและกัน ทั้งๆ ที่ยังบาดหมางกันอยู่ช่วยไม่ได้... ก็เคยเป็นเพื่อนกันก่อนที่ต่อมาผมจะสอดหน้าตักไปรองหัวของคนตัวเล็กที่กำลังมีสีหน้าแปลกใจพอๆ กับเสียดเสียวสุดตัวเพราะกำลังโดนเด้งสะโพกสับเข้าออกอย่างหนักหน่วง ท่อนเอ็นของผมยังแข็งตัวอยู่ ยังชูชันให้เธอได้ลิ้มรสมัน“อ๊า... เดี๋ยว อึก ทำไม” เธอสะอึกถามออกมาอย่างต้องการคำตอบให้แน่ใจว่าทำไมเหมือนเรากำลังร่วมมือกันเพื่อมีเซ็กซ์กับเธอ แต่ผมกลับไม่มีคำตอบใดๆ ให้“... ขอเป็นด้วยคนสิ” ผมกระซิบเสียงแหบพร่าอยู่เหนือใบหน้าที่แสดงอาการตื่นตกใจของเธอ ส่งแววตาให้ไอ้สมิงจับเธอพลิกให้หันหลังเป็นท่าหมา เพื่อที่เธอจะได้โม๊คให้ผมได้ถนัดขึ้น “สองคนไม่พอหรอก”“ดะ เดี๋ยวค่ะ... อุ้ก!”ไม่รอฟังเธอพูดให้จบประโยค ผมสอดท่อนเอ็นเข้าไปในอุ้งปากที่ฉ่ำแฉะไปด้วยน้ำลายหวานของเธอ ยัยกระต่ายน้ำตาเล็ดออกมาด้วยขนาดที่ใหญ่คับแน่นโพรงปาก แต่เพราะไอ้สมิงมันกระแทกดีจนเกินต้านทานแรงสวาท ในที่สุดเธอก็ยอมดูด
[พาร์ท : อคิน][เธอจะตกเป็นเมียใครสักกี่คนก็ได้ ขอแค่เอาพี่เป็นหนึ่งในนั้นก็พอ][อื้อ... อา พี่สมิง]“... ฮึก” ผมซุกตัวอยู่ในผ้าห่มที่เหม็นไปด้วยกลิ่นบุหรี่มวนแล้วมวนเล่า เพราะติดนิสัยชอบเขี่ยบุหรี่กับผ้าปูเตียงจนไหม้เป็นวงกว้างหลายรอย ทั่วทั้งสรรพางค์กายสั่นเทิ้มไปด้วยแรงอารมณ์ หลังจากได้ยินเสียงปูน้อยที่คอลสายมากำลังเริงรักกับไอ้เวรสมิง โดยที่เธอก็กำลังคบกับผมอยู่เธอบอกกับมันว่า เธออยากมีผัวสองคน เธออยากเอามันอีกคนนึงปูน้อยที่เคยรักผมมากกว่าคนอื่น ตอนนี้เธอกำลังโลเลแล้วพยายามที่จะมีเซ็กซ์กับผู้ชายอีกคน“ฮึก ฮืออออ ไม่นะ ปูน้อย”ผมร้องไห้ออกมา สั่นสะอื้นไปด้วยความปวดร้าวในหัวใจ ผมมองเธอเป็นแสงสว่างในชีวิตผม เธอเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ผมรักจนแทบคลั่ง ผมแอบถ่ายรูปเธอ ติดรูปเธอมากมายบนผนังห้อง เพื่อที่จะมองดูเธอภายในนี้เวลาที่ผมผวาจากฝันร้ายแล้วตื่นขึ้นมาด้วยตัวคนเดียวผมพยายามแสดงตัวตนที่ไม่ใช่ตัวเองให้เธอเห็น ผมหลอกลวงเธอมากมายว่าผมเป็นคนดี เป็นเหมือนดั่งพระอาทิตย์ชะโลมจิตใจของเธอ แต่ความจริงแล้วเธอต่างหากที่เป็นดวงตะวันที่ชะล้างบาปของผมดวงตะวันของผมกำลังต้องการบริวารเพิ่มขึ้นผมซึ่งเ
ผมคิดในใจอย่างเดือดพล่าน ก่อนที่จะหมุนตัวหันหลังกลับ เดินดุ่มๆ ตรงไปที่ยัยเด็กน้อยที่กำลังเขย่าร่างกายของไอ้บุหรี่อย่างบ้าคลั่ง มือหนาของผมปลดเข็มขัดที่คาดอยู่บนกางเกงยีนส์ตัวโปรด ดึงมันจนตึงโดยที่เธอไม่รู้สึกตัวว่าผมกำลังเป็นบ้าเพราะอะไรผมไม่รู้ว่าทำไม แต่พอเดินไปซ้อนอยู่ข้างหลังของเธอ แล้วยัยนั่นหันกลับมามอง ผมก็กระชากข้อมือของเธอเข้ามาใกล้ท่ามกลางสีหน้าตื่นตกใจของเธอ พร้อมๆ กับมือหนาที่ตรึงเข็มขัดกับข้อมือของร่างเล็ก ผูกมันจนแน่นกับข้อมือทั้งสองข้าง แล้วยกตัวเธอขึ้นอุ้มในท่าแบกกระสอบทราย“พะ... พี่สมิง ทำบ้าอะไรคะ!!” เธอกรีดร้องสุดเสียงแต่ผมเหมือนหูดับไปแล้ว ผมเดินพาเธอตรงเข้าไปในห้องนอนเหมือนหุ่นที่ไร้สติสัมปชัญญะ เหวี่ยงเธอลงไปนอนบนเตียง ก่อนที่จะขึ้นคร่อมทั้งตัว “ไม่! ทำบ้าอะไร ปล่อยนะ!!”“เธอชอบพี่ไม่ใช่เหรอ?” ผมกระซิบกลับไปด้วยน้ำเสียงเดือดดาษ มือหนาที่สั่นเทาของตัวเองเอื้อมมือไปลูบไล้โครงหน้าของเธอ แล้วบีบปลายคางของเธออย่างหนักแน่น “เธอแสดงออกว่าเป็นห่วงพี่ขนาดนั้นแล้ว จะบอกว่าไม่ใช่อย่างงั้นเหรอวะ”“... อะไรนะ”“เธอชอบพี่ไม่ใช่เหรอ เธอเกลียดขี้หน้าไอ้บุหรี่จะตาย เธอกระทืบหั
[พาร์ท : บุหรี่]ผมลืมตาขึ้นมาในห้องสีขาว ที่ที่บ่อยครั้งจะต้องได้เข้ามานอนเป็นผักอยู่ที่นี่... โรงพยาบาลที่ปากมีที่เครื่องช่วยหายใจที่ครอบไว้ ขาขยับไม่ค่อยได้ พอขยับทีก็รู้สึกทั้งหนักทั้งชา ผมค่อยๆ คว้าที่ครอบปากออกแล้วโยนทิ้งข้างหมอนอย่างไม่ใยดี รู้สึกเจ็บแปลบๆ เหมือนมีอะไรแปะติดอยู่บนหน้า พร้อมกับมือที่มีผ้าพันแผลพอหยัดตัวลุกขึ้นมา ก็เห็นว่ามีผู้หญิงนอนฟุบหลับอยู่ที่ปลายเตียงเธอคือยัยกระต่ายน้อย ในจังหวะนั้นผมเลยเข้าใจว่าทำไมเธอถึงมาอยู่ตรงนี้... ยุ่งไม่เข้าเรื่องจริงๆผมเผลอแค่นยิ้มออกมาโดยที่ไม่รู้ว่าทำไม มือหนาของตัวเองถูกบังคับให้ขยับอย่างอ้อยอิ่ง เพื่อไปแตะที่ปลายเส้นผมที่ปรกหน้าของสาวเจ้า มือของผมเกลี่ยเส้นผมรุงรังของเธอออก จนเผยให้เห็นใบหน้าขาวใสที่หลับตาพริ้ม“ปากไม่ตรงกับใจ... กระต่ายงี่เง่า”เป็นเสียงกระซิบที่หนักแน่นในจังหวะที่ผมค่อยๆ เลื่อนมือขึ้นมาลูบหัวเธอหัวใจที่ด้านชาของผม... ‘เต้น’ จนปวดหนึบ เป็นครั้งแรกที่เต้นให้กับคำว่าความสุขผมค่อยๆ ขยับตัวอย่างเงียบเชียบทั้งๆ ที่ยังใส่ชุดผู้ป่วยที่น่ารำคาญ ดึงสายน้ำเกลือออกจนเลือดกระเซ็นเล็กๆ ก่อนที่จะคว้าหนังยางรัดแกงมา
“มานอนอะไรตรงหน้าบ้านหนูคะ” หนูปล่อยถุงของกินทิ้งไว้แล้วเดินไปใช้เท้าเขี่ยๆ บริเวณสะบั้นเอวของเขา พี่บุหรี่พยายามหายใจ แต่ดูแผ่วเบามากจนเหมือนคนใกล้จะตาย หนูเลยมุ่นคิ้วพร้อมกับเตะเขาเบาๆ ไปหนึ่งที“... อึก”“อย่ามาทำสำออยนะคะ ลุกขึ้นมาแล้วออกไปจากหน้าบ้านหนูเดี๋ยวนี้” อาจจะดูเหมือนหนูไม่มีความเมตตากับเขา ทั้งๆ ที่เขาดูบาดเจ็บเลือดโชกขนาดนี้ แน่สิคะ ใครจะไปเมตตาลงกับสัตว์ร้ายที่บาดเจ็บอยู่แบบนี้เขาก็เหมือนสัตว์ป่านั่นแหละ ทำร้ายทุกคนได้แม้กระทั่งเพื่อนของตัวเองถ้าเกิดเผลอไว้ใจ แล้วเขาลุกขึ้นมาแว้งกัดเอาจะทำยังไงล่ะบางทีนี่อาจจะเป็นหนึ่งในแผนของเขาก็ได้“ลุก... ไม่ไหว” เขากระซิบเสียงแหบพร่าออกมา หนูชะงักไป ก่อนที่จะพิจารณารอบตัวเขา ใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ มีเลือดออกปากออกจมูกแต่ดูจะแห้งกรังไปแล้ว บวกกับขาข้างขวาที่ดู... เบี้ยวนิดๆเอ้ะ?สิบห้านาทีต่อมาสุดท้ายก็จบด้วยการที่แม่พระจำเป็นอย่างหนูต้องหิ้วถุงที่ระหว่างรักแร้ไปด้วย พร้อมกับลากแขนพี่บุหรี่เข้ามาในบ้านตัวเอง ลากที่แปลว่าลากจริงๆ น่ะ แบบลากเหมือนลากของหนักๆ อะไรประมาณนั้นกับคนแบบนี้ก็ไม่อยากช่วยนักหรอกค่ะ แต่พอสังเ







