LOGIN4
悲伤 / เศร้า สายตาดวงตามนจ้องมองหนังสือตรงหน้าที่วางบนชั้นด้วยความเป็นระเบียบ มือบางหยิบหนังสือเล่มหนาเมื่ออ่านชื่อเรื่องแล้วเล่มนี้เป็นที่สนใจจึงหยิบลงไปในตะกร้าที่มีคนตัวสูงคอยรับอาสาถือให้ “...” ชายหนุ่มยิ้มให้ทุกครั้งแต่เหมือนรอบนี้รอยยิ้มของเขาคล้ายกับอมทุกข์เพราะเรื่องน่ายินดีของคนตรงหน้า เมื่อเล่มหนังสือวางบนตะกร้าที่เขาถือ หนักเพียงไหนเขาไม่เคยบ่น เพราะมันคงเป็นเหมือนหน้าที่ทุกครั้งที่ได้มาที่นี่ และหญิงสาวรับรู้เป็นอย่างดี “หนักมั้ยคะพี่ซิน วางก่อนก็ได้นะ” ขนมผิงเอ่ยบอกคนที่เธอนับถือว่าเป็นพี่ชายมาตลอด เรื่องงานแต่งของเขากับตระกูลหยางเขาคงรู้แล้ว วันนี้เธอต้องรีบบอกให้เขาตัดใจ “ไม่หนักครับ” ไม่ว่าเธอจะถามเขามาแล้วกี่ครั้งเขาก็ยังตอบยืนยันคำเดิม “ไม่ว่าผิงจะเลือกสิบยี่สิบเล่มพี่ก็ไม่หนัก” โทนน้ำเสียงประโยคที่สองเล่นเอาคนกำลังเลือกหนังสือต้องหยุดชะงัก “ผิงพอแค่นี้แหละค่ะ” เธอตอบชายหนุ่มไปเพียงเท่านั้นแม้ว่าตัวเองจะยังไม่รู้สึกพอ เพราะเธอชอบอ่านหนังสือนวนิยายเป็นชีวิตจิตใจพอมาร้านหนังสือทีไรก็จะติดลมหอบกับบ้านเยอะตลอด และคนรู้ใจเธอในเรื่องนี้มีเพียงพี่ชายแสนดีคนนี้ ชายหนุ่มจัดการชำระเงินและถือหนังสือให้ตามเคย ก่อนทั้งคู่จะพากันไปทานข้าว รอบนี้หญิงสาวเป็นฝ่ายให้สิรภพเลือกและก็พอจะเดาได้ว่าชายหนุ่มชอบทานอาหารอีสาน เราทั้งคู่เดินเข้าในร้านอีสานชื่อดัง ชายหนุ่มเลือกเมนูที่เขาอยากกินและเธอก็เลือกเพียงหนึ่งอย่างเพราะตัวเองไม่ค่อยชอบอาหารภาคพื้นนี้เท่าไร พอทุกที่ที่เราสองคนมาสิรภพจะพาแต่เธอไปร้านที่เธอชอบเป็นหลักส่วนของเขาเป็นรอง “คอหมูย่างหนึ่งครับ” “เท่านี้” เขาสั่งเพิ่มเผื่อว่าเธอจะทานในสิ่งที่ตัวเองสั่งไม่ได้ เขาแคร์เธอมากทะนุถนอมหญิงสาวมาหลายปี จนวันนี้เธอกำลังไปเป็นของคนอื่นที่ไม่ใช่ใครคนอื่นไกล ญาติเขา... แต่ถึงยังไงเขาก็คอยดูแลเธอห่าง ๆ ระหว่างรออาหาร พนักงานนำเครื่องมาเสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงเป็นผักสดทานคู่กับอาหาร “พี่ซินรู้เรื่องงานแต่งของผิงแล้วใช่มั้ยคะ?” พิชชาถามเขา พร้อมกับหยิบขวดน้ำเปิดฝารินน้ำให้เขาก่อน “ครับ” เขาตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นแต่แววตาเศร้า “ทำไมไม่ยินดีกับผิงเลยล่ะคะ” เธอเลยทำน้ำเสียงออดอ้อนเพื่อให้ชายหนุ่มตรงหน้าคลายความเศร้าลง “ผิงก็รู้ว่าพี่คิดยังไงกับผิง” เขาบอกความในใจไปตรง ๆ ทั้งที่ผ่านมาเขามีโอกาสบอกแต่เขาคิดว่าเธอคงรู้อยู่แล้วว่าเขาคิดยังไง “แต่ผิงรู้สึกกับพี่ซินแบบพี่ชาย” ประโยคนี้เธอเอ่ยออกมาแผ่วเบา ก่อนเธอจะสลับโหมดเปลี่ยนความเศร้าเป็นดีใจได้อย่างดีเยี่ยม “ในใจของผิงตั้งแต่เริ่มรู้สึกก็ชอบเขามาตลอด” “พี่เข้าใจ” “พี่ทำใจแล้วพี่แสดงความยินดีกับคนสวยของพี่ล่วงหน้าแล้วกันนะ” สิ้นสุดประโยคมือสากเคลื่อนกอบกุมแก้มเนียนไว้ข้างหนึ่งก่อนจะผละออกด้วยความแสนเสียดาย “ต้องอย่างนี้สิคะพี่ชายของผิง” หญิงสาวยิ้มกับความเข้าใจง่ายของอีกคนไม่สิเธอคิดว่าเขาคงทำใจมาสักพัก เรื่องความรู้สึกมันบังคับใครไม่ได้ ต่อเมื่อคนนั้นเขาก็ไม่ได้ถูกใจเธอแต่เธอก็จะทำให้เขาถูกใจให้ได้ โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่าคนที่ตนเองกำลังจะแต่งงานด้วยมีเจ้าของแล้ว ... เมื่อการรอคอยสิ้นสุดลง ร่างบางผมทองก็รีบดีดตัวขึ้นจากที่นอนจัดการอาบน้ำผลัดเสื้อผ้าเตรียมรอแฟนหนุ่ม ที่โทร.เข้ามาหลายสายคนที่ทำท่าลีลาเพราะงอนไม่ได้ถ่ายรูปในวันสำคัญด้วยกัน แต่ความคิดถึงและรักเขามีมากกว่าจึงตัดสินใจรับและคนรักจะพาเธอไปทานข้าวแทนคำขอโทษ ตอนนี้เธออยู่ในเสื้อยืดสีดำหลายหมีสบาย ๆ เสื้อนี้ไม่ได้ธรรมดาเพราะมันคือเสื้อคู่ที่เธอใช้อำนาจเหนือกว่าสั่งให้แฟนหนุ่มใส่ไปทานข้าวคู่กันกับเธอ หลังจากแต่งตัวเรียบร้อยจิราภาจึงเดินฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีรอแฟนหนุ่มแต่ทว่ารถคุ้นตาจอดรอเธอก่อนอยู่แล้ว “มาถึงนานแล้วเหรอ แล้วก็ไม่โทร.บอก” “จินจะได้รีบลงมา” จิราภาเปิดประตูรถเข้ามาไม่ได้มองหน้าแฟนหนุ่มที่เงียบซึมเพราะเธอมัวแต่ควานหาของในกระเป๋า “เปล่าพึ่งถึงเมื่อกี้” โอวเซินตอบเพียงเท่านั้น ทั้งที่จริงเขามาถึงได้สักพักแล้ว ทั้งที่เมื่อก่อนหน้านี้เขามาที่นี่เขาจะรีบตรงดิ่งขึ้นไปหาเธอบนห้อง พอรู้ว่าตัวเองกำลังเป็นเจ้าบ่าว มันเหมือนกับว่าเขากำลังทิ้งเธอทั้งที่เธอก็ไม่ได้ผิดอะไร “เซินเป็นอะไรอะ” “หน้าเซินดูเครียด ๆ นะ” “หรือว่า” หญิงสาวเลิกหาของในกระเป๋าหันมาเจอหน้าเคร็งเครียดของชายหนุ่มจึงยกนิ้วชี้ไปที่หน้าหล่อขาวนั้นจนทำให้เขาต้องตกใจ “หรืออะไรจิน” ชายหนุ่มตกใจเพราะคิดว่าหญิงสาวรู้เรื่องการแต่งงานของเขาแล้ว “หรือคิดว่าจินจะโกรธเรื่องที่เซินไม่ยอมมาตามสัญญา” สิ้นประโยคของจิราภา โอวเซินรู้สึกโล่งอกเหมือนยกภูเขาออกจากอก “อืมใช่เซินขอโทษนะ” เขาขอโทษเธอจริง ๆ เรื่องนี้เขาพอรู้ว่าหญิงสาวไม่มีใครมาและเขาก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะต้องรีบไปทานข้าวกับครอบครัว ทำไมเขารู้สึกเหนื่อยกับชีวิตจังเลยตอนนี้ “ไม่เป็นไรตอนแรกจินโกรธนะ” “เรายังต้องอยู่ด้วยกันอีกนานไว้ค่อยไปถ่ายนอกรอบก็ได้” “จินจะได้แต่งตัวสวย ๆ กว่านี้ วันนั้นจินรอเซินจนหน้ามันเยิ้มไปหมด” จิราภาหันหน้ามาคุยกับคนรักตรง ๆ และเธอจับสังเกตเขาได้ว่าสิ้นสุดประโยคเขาเครียดหนักกว่าเดิมเหมือนมีเรื่องหนักใจ “เซินคงหิวข้าวเราไปกินข้าวกันจินอยากกินร้านนั้น” ... เมื่อมาถึงห้างสรรพสินค้าคนอารมณ์ดีเริงร่าจูงมือสากหนาเข้ามาในร้านที่ตนเองหมายมั่นอยากทานเมนูพิเศษของร้านขึ้นมา มีเพียงหญิงสาวเท่าที่ตื่นเต้นเพราะตอนนี้ร้านอาหารที่เธอเลือกมีกิจกรรม “เอาเมนูนี้ค่ะเป็นของหวาน” นิ้วเรียวชี้ในหนังสือเมนูหน้าที่เธอเป็นรูปบิงซูสีชมพูแต่เหมือนว่าเมนูนี้ต้องทำกิจกรรมก่อนถึงจะสั่งได้ “เงื่อนไขรับเมนูนี้คุณลูกค้าเป็นแฟนกันหรือเปล่าคะ?” พนักงานสาวถามพร้อมรอยยิ้ม “เป็นค่ะ” เสียงเล็กตอบพร้อมส่งรอยยิ้มกลับไป “งั้นรบกวนลูกค้าถ่ายรูปคู่เช็คอินให้ที่ร้านด้วยนะคะ” “พิเศษสำหรับลูกค้าใส่ชุดคู่มาที่ร้านลดราคาเพิ่มอีกสิบเปอร์เซ็นต์ค่ะ” เสียงของพนักงงานยังคงเอ่ยบอกเงื่อนไขต่อเพื่อให้ลูกค้าได้ผลประโยชน์มากขึ้น “เราโชคดีมากเลยนะเซิน” “มา ๆ ถ่ายรูปเช็คอินดีกว่า” จิราภาว่าจบเตรียมหยิบโทร.ขึ้นมาเตรียมถ่ายทำตามเงื่อนไขอย่างว่าง่าย แต่ทว่ากลับกลายเป็นต้องชะงัก “จินไม่ต้องอยากกินได้มั้ย?” เสียงทุ้มเปล่งออกมาเพราะเขาเครียดเต็มทนจนทำให้พนักงานเห็นท่าไม่ดีจึงโค้งตัวออกไปรอที่อื่น “ทำไมก็แค่ถ่ายรูปคู่กันเองและอีกอย่างเราก็เป็นแฟนกัน” หญิงสาวขมวดคิ้วไม่รู้ว่าคนตรงหน้าจะกลัวที่บ้านไปถึงไหน เพียงแค่มีปัญหาถ้าเขาจับมือเธอแน่นเธอจะไม่มีวันกลัว แต่จะกลัวก็ต่อเมื่อเขาปล่อยมือเธอแล้วเท่านั้น เท่ากับว่าเธอต้องสู้เพียงลำพัง “จินก็รู้ว่าถ่ายแบบนั้นไม่ได้” เขายังคงย้ำ “เดี๋ยวลงเสร็จก็ลบเลย” เธอจึงต่อรอง “ก็อีแค่บิงซูทำไมต้องทำให้ยุ่งยากวะ” รอบนี้คำพูดของเขาเริ่มรุนแรงขึ้นเพราะควบคุมอารมณ์ตนเองไม่ได้ “ก็แค่ถ่ายรูปคู่กันเป็นแฟนกันเซินจะเครียดอะไร” เมื่อเห็นว่าเขาใช้น้ำเสียงไม่ดีเธอขึ้นเสียงบ้าง “ไม่ให้เซินเครียดได้ไงก็เซินกำลังจะแต่งงาน” โอวเซินตัดสินใจบอกคนที่กำลังจะเป็นอดีต ถึงแม้ว่าเขาเคยคิดว่าจะแต่งงานหลอก ๆ ไปก่อนพอได้ขึ้นตำแหน่งค่อยว่ากัน แต่เหมือนทุกอย่างมันจะไปได้ยากเมื่อมารดาเขารู้ทันทุกอย่าง ‘และอย่าคิดมาแต่งงานเพื่อแค่เอาตำแหน่ง เพราะม๊าไม่ปล่อยเธอคนนั้นไว้แน่’ “ตะแต่งงานงั้นเหรอ” “เซินจะแต่งกับใคร” ร่างสั่นเทิ้มเพราะตั้งรับปรับอารมณ์ไม่ทัน ถามคนตรงหน้าเสียงสั่น “เราเลิกกันเถอะจิน” “บ้านเซินไม่มีวันยอมรับจินหรอก” “อีกไม่กี่วันเซินต้องแต่งงานช่วยงานตระกูล” เขาเปิดใจพูดความจริงกับเธอเพื่อที่เขาจะได้โล่งจัดการแก้ปัญหาตัวเองไปทีละอย่าง เขาเบื่อฟังคำพูดเปรียบเทียบของมารดาเต็มที “ไม่เอาอะจินผิดอะไรจินไม่เลิก” มือบางปิดปากพยายามไม่ปล่อยโฮเสียงดัง “เข้าใจผมหน่อยนะผมเองก็ลำบากใจ” มือสากแตะไหล่บางสองข้างพร้อมเอ่ยออกมาด้วยความยากลำบาก “แต่เรารักกันมากเลยนะ” “นี่จินเคยดูมาว่ารักจะทำให้ชนะทุกอย่าง” จิราภาพยายามบอกเหตุผลรั้งเขาไว้ “มันก็แค่บทความจินดูความเป็นจริงสิ” “เซินต้องโดนอะไรบ้างเวลาคบกับจิน” เขาและเธอต่างต้องคบกันแบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ จินนี่ไม่เคยไปค้างที่คอนโดเขาเพราะมารดาส่งคนมาจับตาดูตลอด รูปคู่ที่เราถ่ายด้วยกันไม่เคยถูกลงในโซเชี่ยลถึงมีก็ตั้งค่าไว้ให้เห็นกันแค่คนสนิทหรือสองคนเขาและเธอ ไปไหนทำอะไรก็ต้องลับตาเพราะตระกูลเขาใหญ่ไปไหนใครก็รู้จัก “แต่เราก็ผ่านกันมาได้” ใช่เราทั้งสองคบกันหลบสายตาคนอื่น ถึงเหนื่อยแต่เธอก็มีความสุข “รอบนี้มันผ่านไม่ได้ไง” ชายหนุ่มยังยืนยันคำเดิม ก่อนจะเป็นฝ่ายเดินออกจากร้านทิ้งเธอไว้อย่างนั้น “เซิน! เซิน! เซิน! ฮึก” เธอตะโกนเรียกเสียงดังลืมตัว ผู้คนในร้านมีหลายโต๊ะสายตาหลายคู่มองบทสนทนามาตั้งแต่ต้น จนตอนนี้เธอถูกเชิญออกมานอกร้านเพราะเสียงดังซ่า ซ่า ซ่าเสียงน้ำมันกระเด็นเสียงดังในกระทะ เมื่อคนไม่เคยทำอาหารกำลังลงครัวครั้งแรก จิราภาล้างกระทะและไม่ทันได้เช็ดมันให้แห้งสนิทและเธอดันใส่น้ำมันลงไป พอมันเริ่มเดือดเลยกระเด็นกระดอนกระจายไปทั่ว “ต้องทำได้สิ” “เพื่อลูกเพื่อลูก” เธอพยายามปลอบใจตัวเอง วันนี้ตั้งใจจะหัดทำอาหารง่าย ๆ และง่ายจริง ๆ ไข่เจียวพิเศษเพิ่มหมูสับที่เพิ่งซื้อมา มือบางจับตะหลิวเก้ ๆ กัง ๆ มืออีกข้างเอื้อมมาแตะปัดน้ำมันกระเด็นใส่ เมื่อเสียงในกระทะเริ่มเงียบสงบหญิงสาวจึงนำไข่ใส่ลงไป ใช้เวลานานสำหรับเมนูไข่เจียวหมูสับ ในจานก็มีไข่เจียวไหม้เกรียมบางที่เสิร์ฟรอคนทำมากิน ในขณะร่างบางกำลังยกกระทะวางแต่เมื่อหันมาก็ต้องตกใจเมื่อมีใครบางคนยืนมองอยู่เงียบ ๆ “มาทำไม” “ทำไมจะมาไม่ได้นี่บ้านผม” สิรภพตอบลอยหน้าลอยตา ส่งความกงกวนนี้ไปให้อีกคนที่ตอนนี้ใบหน้าเธอเต็มไปด้วยเหงื่อไคลจากการทำอาหาร “หึ” “มาเอาของที่คุณลืมใช่มั้ย อยู่ข้างหลังตรงโซฟาหยิบแล้วก็กลับไปเลย” จิราภาชี้ไปยังทางด้านหลังของเขา บุ้ยปากพร้อมเป็นนัย ๆ เชิงว่าไล่ “ของอะไร” เขางงเล็กน้อย “ก็ขวดนม จุกนมไง” หญิงสาวเปลี่ยนท่ามาเป็นเท้าสะเ
12เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายก่อนจะขึ้นรถมาเราทั้งสองมีปากเสียงกัน แต่เมื่อมาถึงบ้านหลังเล็กสีครีมชายหนุ่มก็ช่วยถือยกของเข้ามาให้ จิราภาไม่ได้สนใจเพราะไม่อยากทะเลาะกับเขาจึงหยิบแต่ถุงของที่ตัวเองเลือกเข้าไปจัดก่อน ร่างเล็กวางวัตถุดิบ ของสด ของแห้งแบ่งแยกไว้ชัดเจนเพราะตอนเรียนมหาลัยเธอมักจะชอบตุนของแบบนี้ที่ทำเป็นเธอได้มันมาจากโอวเซิน ถึงแม้ว่างานเหล่านี้จะเป็นงานผู้หญิงแต่ก็ไม่ใช่กับจิราภา ‘คิดถึงเขาอีกแล้ว’ ไม่รู้ว่ามันต้องใช้เวลานานเท่าไรความรู้สึกถึงจะจางหาย กี่เดือน กี่ปี หรืออาจจะไม่ลืม และก็สงสัยว่าเขา ‘ทำไมลืมง่ายจัง’ “เสร็จแล้ว” ที่เสร็จคือส่วนครัวยังเหลือห้องน้ำ ห้องนอนและห้องนั่งเล่น และเกือบลืมไปเลยว่ามีแปลงสวนข้างบ้านเล็ก ๆ ที่ยังไม่รู้ว่าจะทำอะไรกับมันดี สายตาสอดส่องมองไปยังถุงอีกสองใบที่ในนั้นมีของที่เธอเลือกมา มือบางเปิดถุงพบว่าข้างในมีขวดนม จุกนม ชุดเด็กคาดว่าเขาน่าจะลืม “ทีกับขนมผิงไรนั่นเลือกของดีและใส่ใจดี” จิราภาบ่นในใจอุบอิบก่อนจะยกมือขึ้นมาทาบอก ‘นี่เราคงไม่ได้น้อยใจหมอนั่นอีกหรอกใช่มั้ย’ ก่อนมันจะเตลิดไปมากกว่าคนท้องอ่อน ๆ เริ่มตั้งสมาธิรีบจัดของใ
สายตาจับจ้องหน้าจอภาพสีดำซึ่งเธอเองก็มองไม่ออกว่าส่วนไหนเป็นอะไร มีเพียงเสียงทุ้มของนายแพทย์ภวัฒน์ “ตอนนี้เด็กแข็งแรงความยาวตามเกณฑ์ยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง” “ไตรมาสแรกต้องระวังเรื่องอาหารการกินนะครับ ของหมักของดอง อาหารดิบและคาเฟอีนไม่ควรดื่ม” “ค่ะ” “หมอสั่งยาบำรุงให้แล้วนะครับและนัดอีกทีเดือนหน้า” ระหว่างรอชำระเงินและรับยาสายตาหลายคู่ก็จับจ้องมาที่เธอ เพราะคนท้องในคลินิกนี้ล้วนแต่มีสามีมาด้วยเกือบทุกคนและนั่งให้กำลังใจข้าง ๆ กัน มือบางเลื่อนจับหน้าท้องตัวเองเบา ๆ ภาวนาในใจ ’ไม่เป็นไรนะลูกมามี๊เลี้ยงดูให้ความรักไม่ต่างจากพ่อแม่คู่อื่นได้’ “คุณจิราภาเชิญรับยาค่ะ” ร่างบางดีใจเมื่อได้ยินชื่อของตัวเองเพราะอึดอึดสายตาคนอื่น เมื่อถุงยาอยู่ตรงหน้า “เท่าไหร่คะพอดียังไม่ได้ชำระค่ะ” “อ๋อมีคุณผู้ชายชำระเรียบร้อยแล้วค่ะ” ประโยคนั้นทำให้หญิงสาวลูกครึ่งหันไปมองหาเขาคนนั้น ก่อนจะพบว่าชายหนุ่มกำลังยืนพิงรถคุยโทร.อยู่ “ครับเดี๋ยวพี่ซื้อเข้าไปให้” ชายหนุ่มวางสายและหันกลับมาจากใบหน้าแจ่มชื่นเปลี่ยนเป็นขรึมทันที “เสร็จแล้ว” เธอบอกเขา ปากอยากขอบคุณแต่
11烦躁 หงุดหงิด รอบนี้หญิงสาวไม่ได้แบกสัมภาระตัวเองมา เพราะมารดาของสั่งคนช่วยขนไปยังที่พักใหม่ของเธอ ระหว่างทางเดินมาก็พบต้นลีลาวดีใหญ่เบ่งบานดอกสีขาวชวนให้คนตั้งครรค์นึกชอบมัน จึงเอื้อมมือลงไปหยิบพร้อมกับสูดดม เดินไปไม่ไกลก็ถึงบ้านพักหลังเล็กที่สีบ้านยังใหม่อยู่ ที่นี่ดูเงียบสงบร่มรื่นมีบ่อปลาคราฟ และกำแพงไม่ได้สูงเหมือนฝั่งหน้าบ้าน ทำให้มองเห็นบ้านใกล้เรือนเคียง จิราภาเดินเข้ามาบันไดทางขึ้นมีเพียงห้าขั้น เธอค่อย ๆ ถอดรองเท้าสนสูงสีแดงที่มีอยู่เพียงคู่เดียวไว้หน้าบ้านก่อนจะเดินเข้ามา “สงบดีจัง” เสียงเล็กพึมพำก่อนจะนำสัมภาระเข้าไปจัดใหม่ เธอใช้เวลานานหลายชั่วโมงในการจัดวาง ร่างบางก็เดินออกมาว่ามีอะไรในตู้เย็น ผลปรากฏว่าไม่มีอะไรติดตู้เย็นเลย สมองน้อย ๆ พลันนึกได้ว่าสิรภพให้เช็คเงินเธอมาห้าล้าน จิราภาคิดว่าจะนำมาใช้ อย่างน้อยเธอยังมีเงินสำรองไม่ได้เห็นแก่ความสะใจ จิราภาตั้งใจว่าจะออกไปฝากครรภ์ซึ่งตอนนี้เธอยังไม่รู้ว่าท้องได้กี่เดือนแล้ว พร้อมกับขึ้นเช็คและซื้อของใช้ด้วยเงินของเขา ในขณะที่สาวลูกครึ่งเดินมาถึงบ้านตระกูลหยางโชคเข้าข้างให้เธอได้พบกับอดีตแฟนห
10发泄 ระบาย NC จิราภาเดินออกมารอเธอคิดว่าตนเองเร็วแล้วแต่ทว่าเธอยังช้ากว่าคนอื่น ๆ “ปล่อยให้ผู้ใหญ่รอใช้ไม่ได้” เม่ยถือพัดโบกพัดลมเข้าหาตัวก่อนจะเดินเชิดขึ้นรถไป หญิงสาวไม่ได้ตอบโต้อะไรเพราะรู้สึกว่าตอนนี้เธอกำลังเป็นรองพวกคนตระกูลบ้านนี้อยู่ไหนจะแพ้ท้องที่เริ่มหนักขึ้นทุกวัน ทำให้เธอไม่มีแรงพอจะสวนกลับแม้จะรู้สึกเจ็บแค้นก็ตาม รถอัลพาร์ดสีดำจอดเรียงกันตระกูลหยางพากันเดินขึ้นและรถคันแรกนำออกไปแล้ว ส่วนหญิงสาวเห็นแม่บ้านผายมือว่าตัวเธอต้องขึ้นคันหลังเป็นคันของบ้านตระกูลจาง จิราภาได้ที่นั่งหลังสุดด้านข้าง ๆ เป็นเบาะว่างไม่มีใครนั่ง ยังพอทำให้เธอคลายความเครียดลงได้บ้างอย่างน้อยคนบ้านนี้ก็ไม่ได้มีคำพูดเหน็บแนมเธอ แต่ที่ไหนได้... “ถ้าดีเอ็นเอออกมาไม่ตรงคิดไว้ยังจะไปทางไหนต่อ” เสียงของคุณนายตระกูลจางแม่ของสิรภพที่เขาขมขืนเธอเอ่ยขึ้นมาน้ำเสียงฟังแล้วชวนอึดอัด “ไม่ไปไหนค่ะเพราะยังไงผลออกมาว่าตรง” หญิงสาวตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ย้ายสายตาออกไปมองนอกหน้าต่าง น้ำเสียงของหญิงสาวทำให้ชายหนุ่มเกิดประหม่าขึ้นมา เขามองออกไปนอกหน้าต่างเช่นกันว่าจะทำอย่
9真爱ตัวจริง กระเป๋าเสื้อผ้า เครื่องใช้ต่าง ๆ ถูกแพคใส่กระเป๋าแบรนด์ดังมาเป็นอย่างดี ที่บ้านใหญ่แห่งนี้มีแม่บ้านคอยรับใช้มากมาย แต่ไม่มีใครมีน้ำใจมาช่วยลากถือ เพราะหญิงสาวลูกครึ่งไม่ได้เป็นที่ยอมรับของตระกูล “นี่คือห้องของคุณ” จี๊ดแม่บ้านสาวผายมือไปยังห้องนอนด้วยน้ำเสียงไม่เป็นมิตรนัก แม้ว่าการมาอยู่ในฐานะแขกแต่แขกท่านนี้เจ้านายของพวกเธอไม่ชอบ แม่บ้านอย่างเธอก็ต้องไม่ชอบตาม ร่างบางวางกระเป๋าใบใหญ่ก่อนจะผลักประตูเปิดเข้าไป “นี่น่ะเหรอห้องฉัน” “ข้างบนล่ะไม่ว่างเหรอ?” “ใช่ค่ะ” เสียงตอบห้วน ๆ พร้อมกับเดินออกไปทันที ทิ้งให้แขกไม่รับเชิญยืนไม่พอใจอยู่ตรงนั้น จิราภาจำใจต้องถือสัมภาระตัวเองไว้ในห้องรับแขกก่อน ก่อนจะเดินไปเอากระเป๋าที่เธอไม่สามารถลากถือมาหมดในรอบเดียวได้ ระหว่างเดินมาหยิบก็พบเจ้าของร่างสูงยืนดูโทร.อยู่กลางบ้าน ส่งผลให้อารมณ์ครุ่กครุ่นของเธอพุ่งสูงอีก “ทำไมฉันได้นอนห้องชั้นล่าง นั่นมันห้องเก็บของชัด ๆ” ร่างบางเท้าสะเอวจ้องใบหน้าหล่อตรงหน้าเอาเรื่อง “เธอไม่ใช่เมียและไม่ใช่ญาติ นอนห้องนั้นถูกต้องแล้ว” เขาปรายตามองพร้อมกับถอนหายใจรำคาญหญิงสาวตรงหน้าเต็มทน







