LOGIN5
失望 / ผิดหวัง
ร่างบางรีบวิ่งออกมาตามหาร่างสูงแฟนหนุ่ม แม้เขาจะเพิ่งบอกเลิกเธอไป แม้ว่าตอนนี้เค้าโครงหลังก็ไม่มีแต่เงาที่คุ้นเคย สายตาคอยสอดส่องชะเง้อคอมองซ้ายขวาก็พบแต่ผู้คนอื่น ๆ
ก่อนเธอหันซ้ายเพราะได้ยินเสียงหยอกล้อ เมื่อหันไปก็พบกับชายหญิงคู่หนึ่ง ผู้หญิงหน้าตาน่ารักกำลังโดนแฟนหนุ่มของเธอผูกเชือกรองเท้าให้
‘สิ่งนี้เซินก็เคยทำให้เธอ’ หญิงสาวนึกคิดในใจ ก่อนเรื่องราวเก่า ๆ ไหล่แล่นออกมาฉาย
‘จินหยุดก่อน’ ร่างบางกำลังวิ่งจับมือกับชายหนุ่มข้างกาย เราสองคนกำลังจะรีบไปซื้อตั๋วหนังต้องชะงักลง
‘อะไรเซิน’ เธอถามเขาอย่างไม่เข้าใจเพราะจะถึงรอบฉายหนังรอบสุดท้ายแล้ว
จู่ ๆ คนตัวโตก็ก้มลงผูกเชือกรองเท้าผ้าใบให้เธอ‘...’ ภาพนั้นเล่นเอาเธออมยิ้มเขินม้วนอายไปหมด
‘เสร็จแล้ววิ่งต่อได้’
เหตุการณ์นั้นทำให้น้ำตาอุ่นไหลออกมาต่อเนื่อง เธอยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตาเมื่อนึกขึ้นได้ว่ารถของโอวเซินอาจจะผ่านหน้าห้างก่อนถึงทางออก
แต่แล้วก็ไม่พบรถเขาอีกตามเคย ตอนนี้หญิงสาวยืนอยู่ริมถนนสองขาเดินเอื่อย ๆ ลังเลว่าจะไปทางไหนต่อ ไม่ได้สนเสียงแตรรถบีบใส่เพราะบางก้าวของเธอจะเซไปโดนรถที่กำลังไปข้างหน้า จนกระทั่ง...
ปี๊ด-ด-ด-ด
เสียงแตรและเสียงเบรกดังสนั่นจนร่างเล็กกำลังสติหลุดหยุดชะงักหลับตาลง หัวใจเต้นโครมคราม
“หนิคุณเป็นบ้าไปแล้วหรือไงมาเดินเล่นกลางถนน” เขาขมวดคิ้วเข้าหาว่ามีผู้หญิงบ้าที่ไหนเดินมากลางถนนจนเขาเกือบชนเธอตาย
“...” จิราภาได้สติเปิดตาพบว่าเป็นชายหนุ่มที่เธอวานให้เขาถ่ายรูปให้
“ผมคุยด้วยเนี่ยได้ยินมั้ย?” เขาเขย่าแขนเรียวอีกครั้ง
จนเธอตอบกลับ “คุณเองเหรอ ฮึก” ก่อนจะโผ่กอดร่างกำยำนั้นไว้ คลายกับกับว่าเป็นที่พักพิง
“อะไรเนี่ยคุณ” เมื่อถูกอีกฝ่ายกอดรัดเขาก็เริ่มขัดขืนจะผลักร่างเล็กออก
“คุณสองคนไปรักกันที่อื่นนี่มันถนน” เสียงตะโกนดังลั่นมาจากคนขับรถด้านหลัง เพราะเขาจอดอยู่กลางถนนทำให้รถคันหลังไปไม่ได้
“ขึ้นรถ” สุดท้ายต้องจำใจบอกคนที่กำลังกอดเขาให้ขึ้นรถไปด้วยกัน
เมื่อสองได้ขึ้นมาอยู่บนรถด้วยกันเจ้าของรถรีบเอ่ยถาม
“จะฆ่าตัวตายก็ช่วยไม่ทำให้คนอื่นต้องมาเดือดร้อน” เขาเอ่ยออกอย่างนึกฉุน นี่หากเขาไม่มีสติความเร็วของรถชนเธอสิ้นชีพแน่นอน
“ฉันไม่ได้จะฆ่าตัวตาย” “ฉันแค่มารอแฟน” หญิงสาวตอบน้ำตายังคอยจะไหลแต่เธอพยายามกลั้นเอาไว้
“รอแฟนงั้นผมจอดให้คุณลงข้างหน้า”
“ไม่นะคะ” “รบกวนไปส่งที่คอนโดหน่อยค่ะฉันโดนแฟนบอกเลิกแล้ว” “เขาคงไม่มารับ” เธอรีบแย้งขึ้น กลับไปตั้งหลักที่พักก่อนดีกว่าว่าจะเอายังไงต่อ ยังไงเธอไม่ยอมให้รักสี่ปีต้องจบลงง่าย ๆ
สิรภพเมื่อรับรู้ถึงความเศร้าของคนก็รู้สึกสงสารเธอไปด้วย เธอโดนแฟนบอกเลิกยังมีสถานะ เขาโดนบอกเลิกแต่ไม่มีสถานะ ก่อนจะมาถึงคอนโดที่มีหญิงสาวคอยบอกทาง เราสองคนต่างเงียบส่วนเธอยังคงยกมือปาดน้ำตาจนในที่สุดเขาก็มาส่งคนข้าง ๆ ถึงคอนโด
ไม่มีคำขอบคุณใด ๆ จากร่างบาง สายตาคมมองตึกสูงร้อยชั้นสมองเขาจดจำสถานที่นี้อัตโนมัติ
...
มือบางกำเข้าหาแน่นเมื่อภาพครอบครัวสองครอบครัวตระกูลดังประกาศลั่นวิวาร์สายฟ้าแล่บ นักข่าวยกไมค์สัมภาษณ์ไปยังคู่บ่าวสาวยิ้มรับสมกับหัวพาดข่าว ‘คู่รักแห่งปี’
“ขนมผิงเธอแย่งแฟนฉัน” สายตาเครียดแค้นไปยังผู้หญิงหน้าตาสะสวยซึ่งเธอก็เหมาะกับผู้ชายว่าที่เจ้าบ่าวของเธอนั่นแหละ “แต่ที่ตรงนั้นมันต้องเป็นฉันมากกว่า”
หญิงสาวถอนหายใจออกมาเมื่อโทร.หาโอวเซินก็ไม่ติด ข้อความส่งไปทุกช่องทางไร้การอ่านจนใจดวงเล็กเริ่มสั่นกลัวว่าเขาจะบล็อคเบอร์ของเธอไปแล้ว จิราภาจึงรีบซื้อเบอร์มาเปลี่ยน
ผลปรากฏว่าไม่ว่าเบอร์ไหนเขาก็ไม่รับ...
“นึกออกแล้ว” นิ้วเรียวกดค้นหาแอ็คเค้าท์ผู้หญิงชื่อขนมผิงเธอมีชื่อเสียงแวดวงธุรกิจเพียงกดค้นหาก็ขึ้นมาเป็นอันดับแรก สาวลูกครึ่งไม่รอช้ากดเข้าไปดูความเคลื่อนไหวผ่านสตอรี่พบว่าพรุ่งนี้เธอและแฟนของเธอจะไปลองชุดแต่งงานร้าน...
...
สองมือกำเข้าหากันแน่น สถานที่แห่งนี้มันต้องเป็นเธอสิ ทำไมต้องมาเป็นเธอด้วย ร่างระหงส์ยืนอยู่หน้าร้านชุดแต่งงานอยู่นานจนพนักงานเดินออกมาต้อนรับใบหน้ายิ้มแย้ม
“เข้ามาดูด้านในก่อนได้นะคะ”
จิราภายิ้มให้พนักงานแบบฝืน ๆ ก่อนจะเดินตามหลังผู้มาชวนเข้าไป สายตาของไล่ผ่านชุดแต่งงานสีขาวหลากหลายสไตล์ นี่คือหนึ่งในความฝันของเธอ
“คุณผู้หญิงเลือกได้ตามสบายเลยนะคะ” พนักงานเอ่ยเสร็จเธอก็ออกไปทันที เพราะลูกค้าอาจจะต้องการเลือกด้วยความเป็นส่วนตัว
หญิงสาวผมทองละสายตาจากชุดสีขาวเมื่อได้ยินเสียงคุ้นหูแฟนหนุ่มของตน ก่อนสองขาจะสาวเท้าเดินเข้าไปใกล้ ๆ เสียงนั้น
ภาพตรงหน้าชวนให้ใจเจ็บ ลมหายใจเริ่มแรงขึ้น โอวเซินกำลังรูดซิปข้างหลังให้ว่าที่เจ้าสาว
ผลั่ก!
จิราภาเดินเข้าไปก่อนจะใช้มือปัดการกระทำบาดใจนั้นอย่างแรง
“จิน!” เสียงที่เคยเฝ้าบอกคิดถึงตอนนี้แปรเปลี่ยนเป็นโกรธเคือง
“หน้าด้านแย่งแฟนคนอื่น” “ไม่รู้เหรอว่าเซินมีแฟนแล้วเขาคบกับฉันมาสี่ปี” แต่เธอหาได้สนใจตวัดสายไปจ้องบอกใบหน้าผู้หญิงร่างบางคนนั้นที่ตอนนี้เธอก้มหน้าเงียบซึม ‘หึ เสแสร้งแกล้งทำเป็นนางเอก’
“…” ขนมผิงเพิ่งรู้ว่าคนที่เธอแอบชอบมาตั้งแต่เด็กมีแฟนแล้ว เพราะโอวเซินไม่เคยคงรูปผู้หญิง ไม่เคยบอกที่บ้านว่ามีใครในใจ จู่ ๆ ผู้หญิงลูกครึ่งก็ประกาศว่าคบกับเจ้าบ่าวของเธอมาสี่ปีแล้ว แปลว่าเธอกำลังแย่งผู้ชายของคนอื่นมา
“จินผมบอกเลิกคุณไปแล้ว” โอวเซินเดินเข้ามาหากดเสียงเข้มต่ำ ชี้นิ้วไปที่หน้าสวย ๆ ของอดีตแฟน
“นี่นายรู้จักกับเธอคนนี้เหรอมันแย่งแฟนฉัน” มือบางปัดนิ้วแกร่งชี้หน้าเธอออก เมื่อชายหนุ่มที่เธอเจอเขาสองครั้งรู้จักกับผู้หญิงหน้าด้าน
“จินพอได้แล้ว” ชายหนุ่มรั้งอดีตแฟนเอาไว้เมื่อเธอตั้งท่าจะเดินเข้าไปหาว่าที่เจ้าสาวของเขาอีกครั้ง ยังดีตอนนี้ญาติเขาซินได้กันตัวขนมผิงเอาไว้
“จินไม่พอ มานี่! ฉันจะตบหน้าแกอีหน้าด้าน” จิราภาใช้แรงทั้งหมดสลัดมือแกร่งก่อนจะผลักร่างหนาจนเซถลา คนที่ไม่ทันได้ตั้งตัวก็รีบทรงตัวขึ้นแต่ทว่าไม่ทันคนตัวเล็ก
เผียะ!
มือบางง้างสุดแขนตวัดลงบนแก้มขาว แต่แล้ว“คะคุณมาบังทำไม” มือของเธอฟาดลงแก้มสากของเขาคนนั้นเต็มแรงจนหน้าเป็นรอยฝ่ามือเธอ
“หยุด!” “อย่าทำร้ายขนมผิง” สิรภพหันหน้ามาหาผู้หญิงบ้าพลัง เขาตะเบ็งเสียงใส่กลับไป ก่อนจะฉุดลากร่างบางให้ออกไปข้างนอก
“ฮึกฮือ มันแย่งแฟนฉันนะ” “เซิน จินจะแต่งงานกับเซิน” เธอพยายามบอกเหตุผลคนตัวสูง หญิงสาวตะโกนลั่นบอกไม่อายสายตาคนในร้านที่ให้ความสนใจ
13หงุดหงิด รถหรูขับมาจอดบ้านหลังเล็กที่มีกำแพงไม่ได้สูงมากสามารถมองเห็นตัวบ้านได้ ปากหยักยิ้มมุมปากที่มองเห็นผมสีทองถูกมัดรวมเป็นหางม้า แต่มีสิ่งหนึ่งสะดุดสายตา พลันทำให้คิ้วหนาขมวดเข้าหากันปึ้ง จิราภาเห็นว่ารถหรูมาจอดก็เปิดประตูขึ้นไปนั่งด้วยความยากลำบาก เพราะเธอใส่รองเท้าส้นสูงสีแดงเพลิงความสูงสามนิ้ว “รองเท้าอื่นไม่มีเหรอ” เสียงเข้มเอ่ยแกมดุ ไม่เข้าใจว่าเธอยังจะห่วงสวยไปอีกทำไม “ไม่มี” เธอตอบสั้น ๆ ก่อนจะรีบหยิบยาบำรุงขึ้นมากิน เธอพยายามเก็บสีหน้าท่าทางเพราะรู้สึกจะคลื่นไส้อีกกระรอกเมื่อกลิ่นน้ำหอมคนข้าง ๆ โชยขึ้นมา “อุบ” มือบางรีบหยิบถุงขยะมีกลิ่นขึ้นมาอาเจียน “เป็นอะไรไหวมั้ย” คนตัวโตได้ยินเสียงนั้นรีบตีไฟเลี้ยวเปิดไฟฉุกเฉินจอดก่อนจะโน้มตัวไปหาร่างบางโก่งคออยู่ ฝ่ามือหนาลูบหลังให้อัตโนมัติ “ฉันเหม็นกลิ่นน้ำหอมคุณ” มือบางเช็ดปากด้วยทิชชูเปียกที่เธอเตรียมมาพร้อมกับหยิบยาดมสมุนไพรยกขึ้นมาดม ยังดีกลิ่นนี้พอช่วยบรรเทาอาการแพ้ท้องได้ดี ไม่เพียงเท่านั้นเธอยังเอ่ยลูบหน้าท้องเบา ๆ “อย่าทำแม่แพ้ท้องแรงสิคะ” “...” ชายหนุ่มที่เห็นแบบน
ซ่า ซ่า ซ่าเสียงน้ำมันกระเด็นเสียงดังในกระทะ เมื่อคนไม่เคยทำอาหารกำลังลงครัวครั้งแรก จิราภาล้างกระทะและไม่ทันได้เช็ดมันให้แห้งสนิทและเธอดันใส่น้ำมันลงไป พอมันเริ่มเดือดเลยกระเด็นกระดอนกระจายไปทั่ว “ต้องทำได้สิ” “เพื่อลูกเพื่อลูก” เธอพยายามปลอบใจตัวเอง วันนี้ตั้งใจจะหัดทำอาหารง่าย ๆ และง่ายจริง ๆ ไข่เจียวพิเศษเพิ่มหมูสับที่เพิ่งซื้อมา มือบางจับตะหลิวเก้ ๆ กัง ๆ มืออีกข้างเอื้อมมาแตะปัดน้ำมันกระเด็นใส่ เมื่อเสียงในกระทะเริ่มเงียบสงบหญิงสาวจึงนำไข่ใส่ลงไป ใช้เวลานานสำหรับเมนูไข่เจียวหมูสับ ในจานก็มีไข่เจียวไหม้เกรียมบางที่เสิร์ฟรอคนทำมากิน ในขณะร่างบางกำลังยกกระทะวางแต่เมื่อหันมาก็ต้องตกใจเมื่อมีใครบางคนยืนมองอยู่เงียบ ๆ “มาทำไม” “ทำไมจะมาไม่ได้นี่บ้านผม” สิรภพตอบลอยหน้าลอยตา ส่งความกงกวนนี้ไปให้อีกคนที่ตอนนี้ใบหน้าเธอเต็มไปด้วยเหงื่อไคลจากการทำอาหาร “หึ” “มาเอาของที่คุณลืมใช่มั้ย อยู่ข้างหลังตรงโซฟาหยิบแล้วก็กลับไปเลย” จิราภาชี้ไปยังทางด้านหลังของเขา บุ้ยปากพร้อมเป็นนัย ๆ เชิงว่าไล่ “ของอะไร” เขางงเล็กน้อย “ก็ขวดนม จุกนมไง” หญิงสาวเปลี่ยนท่ามาเป็นเท้าสะเ
12เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายก่อนจะขึ้นรถมาเราทั้งสองมีปากเสียงกัน แต่เมื่อมาถึงบ้านหลังเล็กสีครีมชายหนุ่มก็ช่วยถือยกของเข้ามาให้ จิราภาไม่ได้สนใจเพราะไม่อยากทะเลาะกับเขาจึงหยิบแต่ถุงของที่ตัวเองเลือกเข้าไปจัดก่อน ร่างเล็กวางวัตถุดิบ ของสด ของแห้งแบ่งแยกไว้ชัดเจนเพราะตอนเรียนมหาลัยเธอมักจะชอบตุนของแบบนี้ที่ทำเป็นเธอได้มันมาจากโอวเซิน ถึงแม้ว่างานเหล่านี้จะเป็นงานผู้หญิงแต่ก็ไม่ใช่กับจิราภา ‘คิดถึงเขาอีกแล้ว’ ไม่รู้ว่ามันต้องใช้เวลานานเท่าไรความรู้สึกถึงจะจางหาย กี่เดือน กี่ปี หรืออาจจะไม่ลืม และก็สงสัยว่าเขา ‘ทำไมลืมง่ายจัง’ “เสร็จแล้ว” ที่เสร็จคือส่วนครัวยังเหลือห้องน้ำ ห้องนอนและห้องนั่งเล่น และเกือบลืมไปเลยว่ามีแปลงสวนข้างบ้านเล็ก ๆ ที่ยังไม่รู้ว่าจะทำอะไรกับมันดี สายตาสอดส่องมองไปยังถุงอีกสองใบที่ในนั้นมีของที่เธอเลือกมา มือบางเปิดถุงพบว่าข้างในมีขวดนม จุกนม ชุดเด็กคาดว่าเขาน่าจะลืม “ทีกับขนมผิงไรนั่นเลือกของดีและใส่ใจดี” จิราภาบ่นในใจอุบอิบก่อนจะยกมือขึ้นมาทาบอก ‘นี่เราคงไม่ได้น้อยใจหมอนั่นอีกหรอกใช่มั้ย’ ก่อนมันจะเตลิดไปมากกว่าคนท้องอ่อน ๆ เริ่มตั้งสมาธิรีบจัดของใ
สายตาจับจ้องหน้าจอภาพสีดำซึ่งเธอเองก็มองไม่ออกว่าส่วนไหนเป็นอะไร มีเพียงเสียงทุ้มของนายแพทย์ภวัฒน์ “ตอนนี้เด็กแข็งแรงความยาวตามเกณฑ์ยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง” “ไตรมาสแรกต้องระวังเรื่องอาหารการกินนะครับ ของหมักของดอง อาหารดิบและคาเฟอีนไม่ควรดื่ม” “ค่ะ” “หมอสั่งยาบำรุงให้แล้วนะครับและนัดอีกทีเดือนหน้า” ระหว่างรอชำระเงินและรับยาสายตาหลายคู่ก็จับจ้องมาที่เธอ เพราะคนท้องในคลินิกนี้ล้วนแต่มีสามีมาด้วยเกือบทุกคนและนั่งให้กำลังใจข้าง ๆ กัน มือบางเลื่อนจับหน้าท้องตัวเองเบา ๆ ภาวนาในใจ ’ไม่เป็นไรนะลูกมามี๊เลี้ยงดูให้ความรักไม่ต่างจากพ่อแม่คู่อื่นได้’ “คุณจิราภาเชิญรับยาค่ะ” ร่างบางดีใจเมื่อได้ยินชื่อของตัวเองเพราะอึดอึดสายตาคนอื่น เมื่อถุงยาอยู่ตรงหน้า “เท่าไหร่คะพอดียังไม่ได้ชำระค่ะ” “อ๋อมีคุณผู้ชายชำระเรียบร้อยแล้วค่ะ” ประโยคนั้นทำให้หญิงสาวลูกครึ่งหันไปมองหาเขาคนนั้น ก่อนจะพบว่าชายหนุ่มกำลังยืนพิงรถคุยโทร.อยู่ “ครับเดี๋ยวพี่ซื้อเข้าไปให้” ชายหนุ่มวางสายและหันกลับมาจากใบหน้าแจ่มชื่นเปลี่ยนเป็นขรึมทันที “เสร็จแล้ว” เธอบอกเขา ปากอยากขอบคุณแต่
11烦躁 หงุดหงิด รอบนี้หญิงสาวไม่ได้แบกสัมภาระตัวเองมา เพราะมารดาของสั่งคนช่วยขนไปยังที่พักใหม่ของเธอ ระหว่างทางเดินมาก็พบต้นลีลาวดีใหญ่เบ่งบานดอกสีขาวชวนให้คนตั้งครรค์นึกชอบมัน จึงเอื้อมมือลงไปหยิบพร้อมกับสูดดม เดินไปไม่ไกลก็ถึงบ้านพักหลังเล็กที่สีบ้านยังใหม่อยู่ ที่นี่ดูเงียบสงบร่มรื่นมีบ่อปลาคราฟ และกำแพงไม่ได้สูงเหมือนฝั่งหน้าบ้าน ทำให้มองเห็นบ้านใกล้เรือนเคียง จิราภาเดินเข้ามาบันไดทางขึ้นมีเพียงห้าขั้น เธอค่อย ๆ ถอดรองเท้าสนสูงสีแดงที่มีอยู่เพียงคู่เดียวไว้หน้าบ้านก่อนจะเดินเข้ามา “สงบดีจัง” เสียงเล็กพึมพำก่อนจะนำสัมภาระเข้าไปจัดใหม่ เธอใช้เวลานานหลายชั่วโมงในการจัดวาง ร่างบางก็เดินออกมาว่ามีอะไรในตู้เย็น ผลปรากฏว่าไม่มีอะไรติดตู้เย็นเลย สมองน้อย ๆ พลันนึกได้ว่าสิรภพให้เช็คเงินเธอมาห้าล้าน จิราภาคิดว่าจะนำมาใช้ อย่างน้อยเธอยังมีเงินสำรองไม่ได้เห็นแก่ความสะใจ จิราภาตั้งใจว่าจะออกไปฝากครรภ์ซึ่งตอนนี้เธอยังไม่รู้ว่าท้องได้กี่เดือนแล้ว พร้อมกับขึ้นเช็คและซื้อของใช้ด้วยเงินของเขา ในขณะที่สาวลูกครึ่งเดินมาถึงบ้านตระกูลหยางโชคเข้าข้างให้เธอได้พบกับอดีตแฟนห
10发泄 ระบาย NC จิราภาเดินออกมารอเธอคิดว่าตนเองเร็วแล้วแต่ทว่าเธอยังช้ากว่าคนอื่น ๆ “ปล่อยให้ผู้ใหญ่รอใช้ไม่ได้” เม่ยถือพัดโบกพัดลมเข้าหาตัวก่อนจะเดินเชิดขึ้นรถไป หญิงสาวไม่ได้ตอบโต้อะไรเพราะรู้สึกว่าตอนนี้เธอกำลังเป็นรองพวกคนตระกูลบ้านนี้อยู่ไหนจะแพ้ท้องที่เริ่มหนักขึ้นทุกวัน ทำให้เธอไม่มีแรงพอจะสวนกลับแม้จะรู้สึกเจ็บแค้นก็ตาม รถอัลพาร์ดสีดำจอดเรียงกันตระกูลหยางพากันเดินขึ้นและรถคันแรกนำออกไปแล้ว ส่วนหญิงสาวเห็นแม่บ้านผายมือว่าตัวเธอต้องขึ้นคันหลังเป็นคันของบ้านตระกูลจาง จิราภาได้ที่นั่งหลังสุดด้านข้าง ๆ เป็นเบาะว่างไม่มีใครนั่ง ยังพอทำให้เธอคลายความเครียดลงได้บ้างอย่างน้อยคนบ้านนี้ก็ไม่ได้มีคำพูดเหน็บแนมเธอ แต่ที่ไหนได้... “ถ้าดีเอ็นเอออกมาไม่ตรงคิดไว้ยังจะไปทางไหนต่อ” เสียงของคุณนายตระกูลจางแม่ของสิรภพที่เขาขมขืนเธอเอ่ยขึ้นมาน้ำเสียงฟังแล้วชวนอึดอัด “ไม่ไปไหนค่ะเพราะยังไงผลออกมาว่าตรง” หญิงสาวตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ย้ายสายตาออกไปมองนอกหน้าต่าง น้ำเสียงของหญิงสาวทำให้ชายหนุ่มเกิดประหม่าขึ้นมา เขามองออกไปนอกหน้าต่างเช่นกันว่าจะทำอย่







