LOGINหลังจากคืนนั้นที่เขาต้องยอมเรียกลูกน้องมาขับรถให้ พายุก็ยังคงรับส่งเธอเพื่อลองชุดเตรียมตัวถ่ายพรีเวดดิ้งตามที่ได้นัดไว้ ในร้าน พายุนั่งเลื่อนโทรศัพท์นั่งรออยู่ตรงโซฟาแม้ว่าเจ้าสาวตรงหน้าจะกำลังหมุนตัวไปมาเพื่อให้เขาดูชุดที่ถูกใจ
“ชุดนี้เจ้าบ่าวว่ายังไงบ้างคะ? ดิฉันคิดว่าชุดเข้ากับเจ้าสาวมากเลยค่ะ กระโปรงก็...”
“เอาชุดที่ว่านี้แหละ” พายุตอบทั้งที่ตัวเองยังไม่เงยหน้าขึ้นมองเธอเลยสักนิด รอยยิ้มบนใบหน้ายี่หวาที่มีในตอนแรกหุบลงทันทีที่ได้ยิน เขาดูไม่สนใจเธอเลยแม้แต่น้อยยังคงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับหน้าจอโทรศัพท์เครื่องหรูอยู่อย่างนั้น
เมื่อพนักงานสาวเห็นอย่างนั้นก็ถึงกับทำหน้าเจื่อนก่อนจะหันไปหยิบชุดเจ้าบ่าวที่คิดว่าเข้าคู่กับชุดเจ้าสาวที่สุดออกมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มตามมารยาท หวังว่าชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าบ่าวจะหันมาสนใจเสียสักนิดก็ยังดี
“เจ้าบ่าวลองชุดนี้สิคะ ดิฉันว่ามันเข้าคู่กับชุดเจ้าสาวหรือว่าเจ้าบ่าวมีสีไหน...”
“ชุดไหนก็ได้” พายุตอบสวนขึ้นมาและยังคงนั่งอยู่ท่าเดิมไม่เปลี่ยน ก้มหน้าก้มตามองโทรศัพท์ตามเคย ยี่หวาเห็นอย่างนั้นจึงหันไปมองหน้าพนักงานสาวที่ตอนนี้ทำหน้าไม่ถูกไม่รู้ว่าจะไปต่อยังไง
“เอาสองชุดนี้ก็ได้ค่ะ” เธอพูดพร้อมส่งยิ้มให้พนักงานสาวอย่างเป็นมิตรก่อนจะพาตัวเองเดินเข้าห้องแต่งตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างเงียบๆ พนักงานสาวก็จัดแจงชุดแยกไว้รอส่งไปในวันงานตามที่ได้รายละเอียดไว้ก่อนจะเข้ามาลองชุด
“เอ่อ...ไม่ทราบว่าเรื่องพรีเวดดิ้งจะเลือกสถานที่...”
“ไม่ต้องถ่าย ผมขอตัดต่อเอไอแทน ผมไม่ว่าง” พายุเก็บโทรศัพทเมื่อหางตาเห็นว่ายี่หวาเดินออกมาจากห้องแต่งตัวหลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว ยี่หวาถึงกับสะอึกเมื่อได้ยินเขาพูดอย่างนั้น
พายุปลายตามองเธอครู่หนึ่งก่อนจะเดินนำออกจากร้านไปพร้อมกับลูกน้องมือซ้าย ส่วนมือขวายืนรอให้ยี่หวาเดินออกไปจึงจะเดินตาม ทั้งสี่เดินมาถึงรถคันหรูสองคันที่เตรียมมา รถคันหนึ่งของบอดี้การ์ดคันหนึ่งของพายุ เขาหันกลับมาทางยี่หวาที่เดินคอตกตามหลังอย่างเงียบๆ
“ไอ้เมษ มึงไปส่งคุณยี่หวา” พายุเอ่ย
“อ้าว แล้วนายล่ะครับ?”
“เรื่องของกู” พายุพูดแค่นั้นก่อนจะขึ้นรถไปโดยมีมือซ้ายอย่างแฟนต้าเปิดประตูให้ เมษถึงกับอ้าปากค้างกับการกระทำของเจ้านายตน บางครั้งก็เหมือนกับว่าเป็นห่วงยี่หวาบางครั้งก็ดูเหมือนไยดีเธอเลย
“เชิญครับคุณยี่หวา” เมษเอ่ยพร้อมกับเปิดประตูรถให้หญิงสาวที่ยังคงมองไปยังรถอีกคัน ยี่หวาหันกลับไปพยักหน้าก่อนจะเดินเข้าไปนั่งหลังรถตามที่เมษบอก รถพายุค่อยๆเคลื่อนตัวออกไปก่อนหน้าเธอโดยไม่มีรีรอ เมษเดินขึ้นรถประจำคนขับก่อนจะคาดเข็มขัดอย่างเงียบๆ
“เอ่อ...คุณ...เมษใช่ไหมคะ?”
“อ๋อ ครับ...ไม่ได้แนะนำตัวเลย ผมเป็นมือขวาของคุณพายุชื่อเมษครับคุณหนู”
“คือว่า...คุณพายุจะไปไหนเหรอคะเวลานี้”
“ผมว่า...ไม่ใช่เรื่องที่คุณหนูควรรู้ครับ” เมษตอบแค่นั้นก่อนจะออกรถไปคนละทางกับพายุทันที ยี่หวายคิดหนักกับคำตอบนั้นและแอบคิดว่าเขาคงจะมีธุระหรือไม่ก็...อาจจะไปหาผู้หญิงคนอื่นก็ได้จากที่เห็นเขายิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับโทรศัพท์ก็เดาได้ไม่อยาก แม้จะรู้สึกเศร้าแต่มันก็ไม่ได้เกี่ยวกับเธออีกต่อไป เธอแค่แต่งงานตามหน้าที่ซ้ำยังเป็นเจ้าสาวที่เขาไม่ชอบขี้หน้าเสียอีก
“อย่าเศร้าไปเลยครับ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นอย่างที่คุณคิดก็เถอะ” เมษพูดพร้อมกับยิ้มร่าส่งให้เธอผ่านกระจกหน้ารถ ยี่หวาขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะยิ้มแห้งๆตอบ
“ขอบคุณนะคะ...ไม่ได้ช่วยให้ใจชื้นขึ้นมาเลย” ยี่หวาตอบไปตามความจริงอย่างไม่ปิดบัง
“คุณยี่หวา...ชอบคุณพายุหรือครับ?”
“ก็...มันคงไม่มีประโยชน์หรอกค่ะ เพราะคุณพายุคงเกลียดฉันไปแล้ว” ยี่หวาเอ่ยขึ้นพลางหันหน้าออกไปมองด้านนอกรถพยายามหลบเลี่ยงใบหน้าที่เศร้าสร้อยของตัวเอง
“ก็คุณเล่นปลอมตัวเป็นผู้หญิงธรรมดาทำงานร้านกาแฟนี่ครับ เป็นใครก็โกรธ”
“ฉันไม่ได้ปลอมตัวสักหน่อย”
“คุณพายุเข้าใจว่าอย่างนั้นครับ”
“ช่างเขาเถอะค่ะ คุณเมษแวะร้านผัดไทยหน่อยได้ไหมคะ?”
“คุณหิวเหรอครับ? ไปร้านในห้างใกล้ๆไหมครับ?”
“ไม่ล่ะค่ะ ขอร้านผัดไทยหน้าปากซอยทางเข้าบ้านก็พอ”
“คุณดูเป็นคนกินง่ายอยู่ง่ายไม่เหมือนคุณหนูเลยนะครับ”
เมษพูดขึ้นพลางหัวเราะเล็กน้อยอย่างไม่อยากเชื่อ ปกติที่เคยเห็นเหล่าคุณหนูมักจะเข้าร้านอาหารแพงๆเสียมากกว่าจะสนใจร้านอาหารข้างทางที่ดูไม่ค่อยถูกสุขอนามัยเสียเท่าไหร่ ยี่หวาไม่ได้ตอบแต่ยิ้มแหยๆให้แล้วมองไปทางอื่นตามเดิม
หลังจากขับรถมาได้สักพักเมษก็ได้จอดรถร้านผัดไทยหน้าปากทางเข้าหมู่บ้านของยี่หวาตามที่เธอบอก ยี่หวาเปิดประตูลงจากรถโดยไม่รอให้เมษมาเปิดให้ เมษชะงักครู่หนึ่งแต่ก็พยักหน้าอย่างเงียบๆแล้วเดินตามเธอไปยังหน้าร้านผัดไทยนั้น
“เอาผัดไทยกุ้งสดสองค่ะ”
“คุณยี่หวาทานคนเดียวสองจานเลยเหรอครับ?”
“เผื่อคุณไงคะ”
“ครับ? ผมเหรอ?” เมษทำหน้าตางุนงงพร้อมกับชี้นิ้วมาที่ตัวเอง ยี่หวาพยักหน้ายิ้มๆก่อนจะเดินนำไปนั่งที่โต๊ะแสตนเลสที่ว่างอยู่ เมษหันมองตามก่อนจะเดินตามไปนั่งตรงข้ามเธออย่างเงียบๆ
“เห็นคุณมายืนรอฉันกับคุณพายุตั้งแต่เช้ายังไม่ได้กินอะไรเลยแม้แต่น้ำ มื้อนี้ฉันเลี้ยงค่ะ” ยี่หวาเอ่ยขึ้นพร้อมกับจัดแจงแก้วน้ำที่อยู่ไม่ไกลนักพร้อมกับรินน้ำในเหยือกพลาสติกใส่แก้วแล้วยื่นให้เมษอย่างคล่องแคล่ว เมษมองตามก่อนจะลอบมองใบหน้าของเธออย่างนึกสงสัย
“คุณยี่หวามาทานที่นี่บ่อยเหรอครับ?”
“ค่ะ”
“ทำไม...ไม่ให้คนรับใช้ในบ้านทำให้ล่ะครับ?”
“เอ่อ...คนรับใช้ทำให้จะอร่อยสู้คนที่ถนัดทำผัดไทยอร่อยๆมาหลายสิบปีได้ยังไงล่ะคะ” ยี่หวาพูดก่อนจะคว้าแก้วน้ำขึ้นมาดื่มพยายามปิดบังความน่าสงสัยไว้
“อ๋อ งั้นเองเหรอครับ” เมษตอบรับ ไม่นานนักผัดไทยก็มาสเสิร์ฟที่โต๊ะสองจาน ทั้งสองนั่งคุยกันไปทานผัดไทยไปราวกับคนคุ้นเคยทั้งที่เคยคุยกันครั้งนี้ครั้งแรก ยี่หวาดูแตกต่างจากที่เขาคิดไว้มากและเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมเจ้านายของเขาถึงได้ชอบเธอ แต่ติดตรงที่ว่า...เจ้านายของเขาปากแข็งไปเสียหน่อย
อีกด้านหนึ่ง
พายุวนรถกลับมายังร้านลองชุดเมื่อครู่หลังจากที่สั่งมือซ้ายของตัวเองวนรถรอบซอยอยู่รอบหนึ่ง ชายหนุ่มเดินเข้าร้านมาอย่างเงียบๆ พนักงานสาวคนเดิมเดินเข้าไปทักทายเขาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ในใจกลัวว่าลูกค้าจะยกเลิกเพราะไม่ถูกใจที่เธอแนะนำมากเกินไปหรือเปล่า
“คะ...คุณลูกค้ามีอะไรหรือเปล่าคะ? หรือว่า...”
“ผมมาลองชุดอีกครั้งน่ะครับ”
“คะ?”
“พอดีเมื่อครู่ผมติดงานเลยไม่ได้สนใจ”
“อ๋อ ได้สิคะ” ว่าแล้วพนักสาวก็เดินไปหยิบชุดที่เลือกไว้ตอนแรกมาให้พายุดู พายุมองดูชุดคู่นั้นอย่างพิจารณาก่อนจะหันไปเอ่ยถามพนักงานสาว
“ชุดเจ้าสาวมีกระโปรงเรียบๆไม่ฟูฟ่องมาขนาดนี้ไหมครับ? ปิดไหล่ ปิดอกไม่โป๊มาก ขอเป็นสีขาวชุดสูทเจ้าบ่าวก็เป็นสีขาว”
“มีค่ะ เป็นชุดที่ทางร้านพึ่งออกแบบมาอาทิตย์นี้เลยค่ะ ยังไม่เคยมีใครได้ชุดคู่นี้ไป” ว่าจบพนักงานก็นำชุดที่ว่านั้นออกมาให้เขาพิจารณาดู พายุมองชุดนั้นครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า
“เอาชุดนี้ครับ สัดส่วนเจ้าสาวคุณจำได้ใช่ไหมครับ?”
“ได้ค่ะ ทางร้านลงรายละเอียดไว้”
“ถ้าอย่างนั้นผมขอลองชุดหน่อย จะได้ปรับแก้ได้”
“ได้เลยค่ะ” พนักงานยิ้มรับก่อนจะเดินนำเขาไปยังห้องลองเสื้อผ้า พายุจัดการลองชุดสูทนั้นก่อนจะเดินออกมาให้พนักงานวัดตัว เขามองตัวเองในกระจกสำรวจชุดว่ามีตรงไหนที่ต้องแก้หรือไม่ แฟนต้าเห็นอย่างนั้นก็ยืนเอามือปิดปากก้มหน้าลงหัวเราะเบาๆ
“ขำอะไรของมึงไอ้ต้า” พายุปราดสายตามองลูกน้องตัวเองพลางขมวดคิ้ว
“จะเล่นบทโหดไม่สนใจเธอก็ลำบากหน่อยนะครับนาย อุตส่าห์ทำทรงขับรถวนซอยตั้งรอบนึง ฮึๆ” แฟนต้าพูดจบก็หัวเราะอีกครั้ง พายุปรายสายตามองไปรอบๆที่พนักงานที่ได้ยินต่างยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ พายุจึงหันไปส่งสายตาดุใส่ลูกน้องตน
“มึงก็รู้จักหุบปากซะบ้างไอ้ต้า” เค้นคำพูดออกจากไรฟันก่อนจะกระแอมเบาๆ แล้วทำหน้าจริงจังกับการลองชุดเจ้าบ่าวต่อ แม้ว่าลูกน้องของเขายืนหัวเราะอยู่ข้างหลังก็ตาม
“แล้วเรื่องพรีเวดดิ้ง....”
“ขอเป็นร้านกาแฟครับ” พายุเอ่ยแค่นั้นก่อนจะเดินกลับเข้าไปเปลี่ยนชุดอีกครั้งในชุดปกติ หลังจากที่พนักงานจดรายละเอียดที่ต้องแก้ไขชุดให้เรียบร้อยแล้ว
“ไม่ใช่นะคะ! หวารักลูก แต่หวาก็รักพี่พายุเท่าๆ กันเลยนะคะ” ยี่หวารีบเถียงคอเป็นเอ็น ช้อนสายตามองเขาด้วยความเว้าวอน“พี่พายุอย่าโกรธหวาเลยนะคะ อย่าลงไปนอนข้างล่างเลยนะ ถ้านอนไม่มีพี่พายุกอด... หวานอนไม่หลับแน่ๆ เลยค่ะ”สรรพนามการออดอ้อนที่มักจะงัดมาใช้ยามทำผิด ทำเอาภูเขาน้ำแข็งในใจของพายุละลายฮวบ แต่ประธานหนุ่มจอมเจ้าเล่ห์ยังคงเล่นตัวต่ออีกนิด เขาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง“จริงเหรอ? รักพี่จริงเหรอ... แต่เมื่อกี้ยังบ่นว่าพี่เหม็น ไล่พี่ไปอาบน้ำอยู่เลยนี่นา”“หวาผิดไปแล้วค่ะ หวาปากพล่อยเอง พี่พายุตัวหอมที่สุดในโลกเลย!”ยี่หวารีบเอาใจ เขย่งปลายเท้าขึ้นกอดคอสามี ซุกใบหน้าออดอ้อนลงกับซอกคอแกร่งของเขา“พี่พายุเหนื่อยไหมคะ วันนี้ประชุมหนักใช่ไหม... ให้หวานวดให้นะคะ นวดเสร็จเดี๋ยวหวาจะลงไปชงนมอุ่นๆ ให้ดื่ม แล้วคืนนี้... หวาจะตามใจพี่พายุทุกอย่างเลย ดีไหมคะ?”‘ตามใจทุกอย่าง’ประโยคสวรรค์ที่พายุรอคอยมานานนับปี! ตั้งแต่ยี่หวาท้องแก่จนกระทั่งคลอดและเลี้ยงลูกอ่อน เขาต้องอดทนอดกลั้นและทำตัวเป็นสุภาพบุรุษมาโดยตลอด บัดนี้ ร่างกายของภรรยาสาวฟื้นฟูเต็มร้อย แถมยังอวบอิ่มเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลขึ้นกว่าเดิมเป็นร้
เวลาผ่านไปไวราวกับโกหก เผลอเพียงไม่นาน ‘น้องตะวัน’ หรือเด็กชายปาณัสม์ เปรมปรีย์ ก็ก้าวเข้าสู่วัยสองขวบเต็ม จากทารกตัวจิ๋วตัวแดงๆ ในวันนั้น บัดนี้กลายเป็นเด็กจ้ำม่ำ แก้มยุ้ยเป็นซาลาเปา ผิวขาวจัดอมชมพู และมีดวงตากลมโตดำขลับที่ใครเห็นเป็นต้องตกหลุมรัก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง... ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในบ้านอย่าง ‘คุณย่าทวดกันยา’ณ ห้องโถงกว้างของเรือนหอเปรมปรีย์ บัดนี้ถูกยึดพื้นที่ไปกว่าครึ่งด้วยคอกกั้นเด็กขนาดยักษ์ ภายในเต็มไปด้วยของเล่นเสริมพัฒนาการนำเข้าจากต่างประเทศ กองภูเขาตุ๊กตา และเบาะรองคลานลายการ์ตูนสีสันสดใส“แอ้... หม่ำๆ แม่จ๋า” เสียงอ้อแอ้ของน้องตะวันดังกังวานไปทั่วห้อง เด็กน้อยในชุดหมีน้อยสีฟ้ากำลังนั่งจุ้มปุ๊กอยู่กลางคอกกั้น ในมือป้อมๆ กำลังกัดยางกัดเล่นอย่างเมามัน“โอ๊ยยย น่ารักน่าชังจริงๆ เหลนย่า! ดูสิมาลี ดูตาแป๋วๆ ของตะวันสิ ใจฉันละลายไปหมดแล้วเนี่ย!”คุณหญิงกันยาในวัยเจ็ดสิบกว่าปี นั่งขัดสมาธิอยู่บนเบาะรองคลานอย่างไม่ห่วงภาพลักษณ์คุณหญิงใหญ่แห่งวงการไฮโซเลยแม้แต่น้อย บนข้อมือและข้อเท้าป้อมๆ ของน้องตะวันเต็มไปด้วยกำไลทองคำแท้และสร้อยเพชรเส้นจิ๋วที่คุณย่าทวดประเคนรับขวัญให้แทบจะทุ
หลังจากพักฟื้นที่โรงพยาบาลจนร่างกายแข็งแรงดีแล้ว ก็ถึงเวลาที่คุณแม่ป้ายแดงจะต้องพาสมาชิกใหม่ตัวจิ๋วกลับไปดูแลต่อที่บ้านขบวนรถตู้หรูของตระกูลเปรมปรีย์แล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าเรือนหอ ทว่ากว่าจะได้ลงจากรถก็กินเวลาไปหลายนาที เพราะ ‘ประธานพายุ’ ผู้แสนดุดันเด็ดขาด บัดนี้กลายร่างเป็น ‘คุณพ่อจอมแพนิก’ ไปเสียแล้ว ชายหนุ่มอุ้มตะกร้าคาร์ซีทเด็กอ่อนเอาไว้ในอ้อมแขนอย่างระมัดระวังราวกับกำลังอุ้มระเบิดเวลา ก้าวเท้าลงจากรถช้าๆ ทีละก้าว ชนิดที่ว่ามดเดินแซงยังเร็วกว่า“พี่พายุคะ... เดินเร็วอีกนิดก็ได้ค่ะ แดดเริ่มร้อนแล้วนะ เดี๋ยวน้องตะวันจะไม่สบายเอานะคะ” ยี่หวาที่เดินประคองอยู่ข้างๆ อดไม่ได้ที่จะเอ่ยท้วง เมื่อเห็นสามีเดินเกร็งไปหมดทั้งตัว“ไม่ได้สิยี่หวา... พื้นตรงนี้มันไม่ค่อยเรียบ ถ้าเดินเร็วไปเดี๋ยวสะเทือนถึงลูก”พายุตอบหน้าตาย สายตาจ้องเขม็งไปที่ทารกน้อยวัยหนึ่งสัปดาห์ในตะกร้า “ไอ้เมษ! มึงไปบอกช่างให้มาเทปูนหน้าบ้านใหม่พรุ่งนี้เลยนะ เอาแบบเรียบกริบ ไม่มีรอยต่อ ห้ามมีก้อนกรวดแม้แต่เม็ดเดียว!”“ฮะ?... เอ่อ... ครับนาย...”เมษที่เดินกางร่มให้อยู่ด้านหลังรับคำเสียงอ่อย ลอบมองหน้าแฟนต้าแล้วส่ายหัวอย่างอ่
บรรยากาศที่เคยตึงเครียดผ่อนคลายลงทันที พายุเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ หยาดน้ำตาแห่งลูกผู้ชายร่วงหล่นลงมาอาบแก้มอย่างไม่อาจกลั้นได้อีกต่อไปเมื่อได้ยินเสียงร้องของสายเลือดตัวเอง ชายหนุ่มหันไปมองร่างสีแดงเรื่อที่พยาบาลกำลังอุ้มไปทำความสะอาดด้วยความรู้สึกที่บรรยายเป็นคำพูดไม่ได้“ยินดีด้วยนะครับท่านประธาน คุณแม่... ได้ลูกชายครับ! แข็งแรงสมบูรณ์ดีมากเลยครับ” คุณหมอเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้มกว้าง“ลูกชาย... พี่พายุ... เราได้ลูกชายค่ะ” ยี่หวายิ้มกว้างทั้งน้ำตา ความเหนื่อยล้าแทบจะปลิวหายไป“ครับ... เราได้ลูกชาย”พายุหันกลับมากอดศีรษะภรรยาเอาไว้แน่น ร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายใคร ชายหนุ่มพรมจูบไปทั่วใบหน้าหวานที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อและน้ำตา“ขอบคุณนะยี่หวา... ขอบคุณที่ยอมเหนื่อย ยอมเจ็บเพื่อลูกของเรา ขอบคุณที่มอบครอบครัวที่สมบูรณ์แบบให้กับผู้ชายคนนี้... พี่รักเธอนะ รักมากที่สุดในชีวิตเลย”“หวาก็รักพี่พายุค่ะ... แต่ตอนนี้อาจจะรักลูกมากกว่า”“โธ่... ยี่หวา ขนาดตอนท้องยังหวงแม่ขนาดนั้น ถ้าหวาพูดแบบนี้พี่ก็ตกกระป๋องน่ะสิ พี่ไม่ยอมนะ”พายุพูดขึ้นพลางอแงใส่ภรรยาของตน แต่ใบหน้ากลับเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม รอเ
เมื่อเคลียร์ใจกันจนความรักกลับมาหวานชื่นกว่าเดิม เวลาผ่านไปจนอายุครรภ์ของยี่หวาก้าวเข้าสู่ช่วงปลายเดือนที่แปด อีกเพียงไม่กี่สัปดาห์ก็จะถึงกำหนดคลอดพายุตัดสินใจเคลียร์งานโปรเจกต์สุดท้ายที่ต่างจังหวัด ซึ่งเป็นโครงการรีสอร์ตมูลค่าหลายพันล้านที่เขาริเริ่มเอาไว้ ชายหนุ่มจำใจต้องบินไปดูหน้างานและเจรจาสัญญาขั้นสุดท้ายที่จังหวัดภูเก็ต โดยมีกำหนดการเพียงแค่สองวันหนึ่งคืน ก่อนจะกลับมาสแตนด์บายเฝ้าภรรยา“ดูแลตัวเองดีๆ นะครับคนดี พรุ่งนี้เย็นๆ พี่ก็ถึงบ้านแล้ว... ไอ้เมษ ไอ้ต้า กูฝากดูแลเมียกูด้วย ถ้ามีอะไรผิดปกติ โทรหากูทันที” พายุสั่งเสียลูกน้องและหอมแก้มภรรยาฟอดใหญ่ก่อนจะขึ้นรถไปสนามบินทว่า... คล้อยหลังพายุไปได้เพียงไม่ถึงสิบสองชั่วโมงกลางดึกคืนนั้น ขณะที่ยี่หวากำลังนอนหลับพักผ่อน จู่ๆ ความรู้สึกปวดร้าวที่บริเวณหลังและหน้าท้องก็แล่นปราดขึ้นมาอย่างรุนแรง!“โอ๊ย...”ยี่หวาสะดุ้งตื่น หน้าผากมนผุดพรายไปด้วยหยาดเหงื่อ หญิงสาวนิ่วหน้า เอามือกุมท้องตัวเองที่กำลังแข็งเกร็งและบีบรัดตัวเป็นจังหวะ“แม่คะ... แม่มาลี! ช่วยด้วย หวาปวดท้อง...” ยี่หวากัดฟันเอื้อมมือไปกดกริ่งเรียกแม่บ้านที่หัวเตียงเพียงไม่ถ
เวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างรวดเร็ว เผลอแป๊บเดียวอายุครรภ์ของยี่หวาก็ก้าวเข้าสู่เดือนที่แปดแล้วหน้าท้องที่เคยแบนราบ บัดนี้นูนป่องขยายใหญ่ขึ้นจนเห็นได้ชัด รูปร่างที่เคยบอบบางอรชรเริ่มมีน้ำมีนวลขึ้นตามสรีระของคุณแม่ใกล้คลอด อาการแพ้ท้องของพายุหายเป็นปลิดทิ้งไปตั้งแต่เดือนที่สี่ แต่สิ่งที่เข้ามาแทนที่คือฮอร์โมนคนท้องของยี่หวาที่สวิงขึ้นลงอย่างรุนแรงภายในห้องแต่งตัวกว้างขวาง ยี่หวาในชุดคลุมอาบน้ำยืนมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกบานใหญ่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความกังวล หญิงสาวค่อยๆ ปลดปมเชือกคลุมอาบน้ำออก เผยให้เห็นหน้าท้องกลมโตที่มีรอยแตกลายสีแดงจางๆ ปรากฏขึ้นบริเวณหน้าท้องและสะโพก ขาเรียวสวยที่เคยสวมรองเท้าส้นสูงได้สบายๆ ตอนนี้กลับบวมเป่งจนต้องใส่แต่รองเท้าแตะพื้นนิ่ม“ฮึก... อ้วนก็อ้วน ขาก็บวม แถมยังมีรอยแตกลายอีก... ขี้เหร่ที่สุดเลย”ยี่หวายกมือขึ้นปิดหน้า สะอื้นไห้ออกมาเบาๆ ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจตีตื้นขึ้นมาในอก ยิ่งช่วงนี้พายุต้องเร่งเคลียร์งานที่บริษัทอย่างหนักเพื่อเตรียมตัวลางานยาวมาช่วยเลี้ยงลูก เขาก็ยิ่งกลับบ้านดึกและมีเวลาให้เธอน้อยลง แม้เขาจะโทรหาและสั่งลูกน้องให้ดูแลเธออย่างดี แต่คว
หลังจากที่พายุมาส่งเธอถึงหน้าบ้านหลังใหญ่พร้อมกับให้เสื้อสูทมาคุมไหล่เธอปกปิดเสื้อผ้าที่ขาดรุ่ยเพราะน้ำมือเขา พายุไม่ได้เอ่ยคำบอกลาใดๆเหมือนครั้งก่อนที่เธอเป็นสาวร้านกาแฟ รถของเขาแล่นออกจากเธอไปเงียบๆ โดยที่พายุไ
บรรยากาศภายในรถเงียบสนิท ไม่มีใครกล้าเอ่ยคำใดแม้แต่ลูกน้องมือซ้ายและมือขวาจอมกวนประสาทของพายุ ทั้งสองได้แต่ลอบมองพายุและยี่หวาผ่านกระจกมองหลังเท่านั้น ทั้งเธอและเขาต่างหันหน้าไปกันคนละทางเหม่อมองออกไปยังหน้าต่าง
ห้องอาหารโรงแรมดังในเครือของบริษัทพีวาย แต่คนไม่ค่อยรู้เท่าไหร่นักเพราะมันอยู่ในเครือบริษัทขนส่งต่างประเทศนอกเสียจากพนักงานที่เข้ามาอบรมถึงจะได้รู้ว่าเป็นสายเครือเดียวกันกับบริษัทพีวายที่พายุเป็นประธานบริษัทอยู่ การขนส่งนำเข้าข้าวของเครื่องใช้วัตถุดิบล้วนมาจากบริษัทพีวายทั้งหมด 
บทนำ หญิงสาวนอนตัวสั่นเทาอยู่ใต้ร่างของชายหนุ่มที่เธอตกหลุมรักมาตลอด เขาคือสามีของเธอที่ไม่เคยกลับเรือนหอเลยตั้งแต่คืนแรกที่เข้าหอ แต่ตอนนี้เขากลับมาทำร้ายจิตใจเธออย่างไม่เหลือชิ้นดี... “คุณพายุ! ฉันบอกให้ปล่อยฉัน!!” แม้ว่าร่างกายจะสั่นเพราะความกลัวคนตรงหน้าที่ตอนนี้ดู







