Partager

7 - พรีเวดดิ้ง

last update Date de publication: 2025-02-23 19:00:09

หลังจากที่ลองชุดเสร็จสิ้นก็กลับมานั่งรอในบริษัทอยู่นาน ในมือหนากดโทรศัพท์โทรหาลูกน้องคนสนิทอยู่หลายสายแต่กลับไม่มีคนรับสายจนเขาร้อนใจไปหมด กลัวว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่าเพราะจากนิสัยลูกน้องของเขามีอะไรจะรายงานตลอดจนน่ารำคาญแม้กระทั่งเรื่องเล็กน้อยๆหรือเรื่องไร้สาระ

               "ทำไมมันไม่รับสายวะ!” พูดออกมาอย่างหัวเสียก่อนจะโยนโทรศัพท์ลงบนโต๊ะทำงานของตัวเองอย่างไม่ไยดี แฟนต้ายืนมองการกระทำของเขาเงียบๆอมยิ้มกรุ่มกริ่มที่เห็นเจ้านายตัวเองร้อนใจอยากรู้ข่าวคราวของหญิงสาวคนนั้นที่ทำท่าทางเกลียดนักเกลียดหนา

               ก๊อกๆ

               “รีบเข้ามา” เสียงเคาะประตูยังไม่ทันเงียบลงดีพายุก็รีบเอ่ยอนุญาตขึ้นมาพลางจ้องมองไปยังหน้าประตูอย่างลุ้นๆ และมันก็เป็นอย่างที่เขาคิดเมื่อลูกน้องคนสนิทอย่างเมษเดินเข้ามา พายุรีบเดินไปหาลูกน้องของเขาแทบจะทันที

               “มึงไปไหนมา กูโทรไปตั้งหลายสายทำไมไม่รับ?”

               “แหม ผมไม่คิดว่านายจะเป็นห่วงผมถึงขนาดนี้” เมษเอ่ยพลางทำท่าทางเขินอายกวนประสาทผู้เป็นเจ้านาย

               “ตีนกูนี่ อย่ามาเล่นลิ้นตอบกูมา”

               “คุณหนูยี่หวาชวนกินผัดไทยครับ เลยนั่งกินผัดไทยกันหน้าปากซอยทางเข้าหมู่บ้าน”

               “มึงว่าอะไรนะ?! ที่มึงมาช้าเพราะไปนั่งกินผัดไทยกับยี่หวา?!”

               “เธอบอกว่าจะเลี้ยง”

               “แล้วมึงก็ให้เธอเลี้ยง?”

               “ไม่ครับ ผมจ่ายเองในฐานะหนุ่มหล่อแล้วต้องจ่ายครับนาย”

               “ตีนกูนี่!!” พายุได้ยินอย่างนั้นก็ทำท่าจะยกขาขึ้นเตะลูกน้องของตนแต่แฟนต้าเดินเข้ามาดึงเขาไว้เสียก่อน

               “ใจเย็นครับนาย มันก็แค่ทำตามคำสั่งของคุณหนู” แฟนต้าเอ่ย

               “ใช่ครับบบบ” เมษตอบไปอย่างอารมณ์ดีพร้อมกับพยักหน้าหงึกๆ

               “มึงเป็นลูกน้องกูต้องฟังกูไม่ใช่? กูบอกให้ส่งกลับบ้านเลยเสือกพายี่หวาแวะกินข้าวด้วยกันสองต่อสอง” พายุเอ่ยขึ้นอย่างหัวเสีย ไม่ว่ากับใครก็ช่างเขาไม่อยากให้นั่งกินข้าวกับเธอนอกจากเขา

               “หึงเหรอครับนาย?” เมษเอียงหน้าถามอย่างกวนๆทั้งที่มือทั้งสองข้างยังคงกุมอยู่ตรงหน้าเข็มขัดอย่างเรียบร้อย พายุหันไปปราดสายตามองเมษครู่หนึ่งก่อนจะสะบัดแขนออกจากห้ามของแฟนต้าแล้วจัดชุดสูทตัวเองให้เรียบร้อย

               “ใครบอกว่ากูหึง แค่กลัวว่าจะไปเจออันตราย”

               “อยู่กับนายอันตรายสุดแล้วครับ แค่วันแรกที่รู้ว่าเธอเป็นคุณหนูนายก็ลากเธอเข้าโรงแรมม่านรูดเลย” แฟนต้าเอ่ยขึ้นก่อนจะทำท่านึกคิด พายุขมวดคิ้วแน่นมองลูกน้องจอมกวนประสาทของเขา

               “กูแค่ลองใจ ไม่ได้จะทำอะไรแบบนั้น...พวกมึงเลิกรวมหัวกวนตีนกูและไปทำงานได้แล้ว” พายุเอ่ยขึ้นเสียงเข้ม ลูกน้องทั้งจึงยิ้มแฉ่งโค้งตอบรับก่อนจะเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบๆ พายุมองตามลูกน้องตนไปจนเห็นว่าออกไปพ้นประตูแล้วก็เดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้ตามเดิม

               คำพูดของลูกน้องนั้นทำให้เขาฉุกคิดถึงคืนนั้นที่ได้ลิ้มรสริมฝีปากบางนั่นอย่างที่เขาไม่เคยได้ลิ้มรสมาก่อนทั้งที่เดทกับเธอมาตั้งสามเดือน เสืออย่างเขายอมอยู่เฉยๆทั้งที่เหยื่ออยู่ตรงหน้าเพราะมันคือเธอ คิดแล้วก็ยกมือขึ้นลูบริมฝีปากตัวเองไปมา ดีแค่ไหนแล้วที่คืนนั้นเขาห้ามใจตัวเองไว้ได้

               พายุสะบัดความคิดในหัวก่อนจะเข้าอีเมล์เพื่อเช็กสถานที่ที่ร้านรับจัดงานแต่งส่งมาให้เขา ทุกสถานที่เขาเลือกมันเองแล้วคอนเฟิร์มเองกับมือ อย่างน้อยก็อาจจะทำให้เธอคิดถึงความทรงจำระหว่างเขาในช่วงสามเดือนก่อนที่เรื่องมันจะเป็นแบบนี้ได้บ้าง เขาคิดว่ามันอาจจะทำให้เธอรู้สึกได้ที่มาหลอกหลวงเขาแบบนี้ พายุคิดแล้วก็เจ็บใจ...ทั้งที่ตัวเองอุตส่าห์จะจริงจังด้วย แต่กลับกลายเป็นว่าเรื่องราวของเธอคือเรื่องโกหกทั้งหมด

               พอคิดไปคิดว่าก็รู้สึกว่ามันแปลก พายุหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองออกมาก่อนจะกดโทรหาลูกน้องมือขวาของตัวเองในทันที เสียงรอสายดังแค่ครั้งเดียวก็ได้ยินเสียงปลายสายตอบรับ

               “มึงไปสืบเรื่องยี่หวามาให้กูอย่างละเอียด และอย่าให้ใครรู้แม้แต่ย่ากูก็ด้วย” เขาพูดแค่นั้นก็กดวางสายไปในทันที ก่อนที่สายตาจะมองเหม่อลงไปยังร้านกาแฟข้างล่างที่เขาเคยซื้อมันทุกเช้าเพื่อเจอหน้าเธอ....

               ตลอดอาทิตย์พายุไปรับยี่หวาเพื่อถ่ายพรีเวดดิ้งแม้ว่ายี่หวาจะไม่เข้าใจว่าทำไมอยู่ ๆ เขาถึงเปลี่ยนใจ หลังจากที่บอกทางร้านไปว่าให้ใช้เป็นรูปตัดต่อแทน การถ่ายพรีเวดดิ้งดำเนินไปด้วยดีอย่างไม่มีติดขัด พายุไม่ได้มีทีท่าว่าไม่เต็มใจเลยแม้แต่น้อย ทุกอย่างดูเป็นธรรมชาติจนยี่หวาแอบหวั่นใจไม่ได้

               “เรียบร้อยครับ” เสียงของตากล้องเอ่ยขึ้นหลังจากถ่ายภาพเช็ตสุดท้ายในวันสุดท้ายที่นัดถ่ายสำเร็จ มือหนาที่รวบกอดเอวบางของยี่หวาไว้นั้นรีบปล่อยแทบจะทันที สีหน้าที่เคยยิ้มแย้มหน้ากล้องหุบลงเปลี่ยนเป็นใบหน้าเรียบเฉยไปเสียอย่างนั้น

               พายุรูดเนกไทด์ที่คอของตัวเองพร้อมกับชุดสูทแต่งงานออกวางไว้ตรงโซฟาหลังจากถ่ายรูปคู่แต่งงานที่ต้องใช้ติดหน้างานเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่เขาจะเดินกลับเข้าไปในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเปลี่ยนชุด ยี่หวามองดูการกระทำของเขาก่อนจะทอดถอนหายใจ ในหัวคิดต่อว่าตัวเองที่คิดอะไรโง่ๆว่าความสัมพันธ์ของเธอกับเขาอาจจะดีขึ้นมาบ้างก็เป็นได้ เขาแค่ทำตามหน้าที่หรืออาจจะเป็นเพราะกันยาผู้เป็นย่าของเขาสั่งให้ทำก็เท่านั้น

               ยี่หวาสะบัดความคิดต่างๆนานาออกจากหัวก่อนจะเดินเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเช่นกัน เธอรูดซิปด้านหลังอย่างเหม่อลอยก่อนที่จะพยายามรูดลงยังไงก็ไม่ลงสักที

               “เอ๊ะ...ทำไมถึงติดนะ” ยี่หวาเหลียวไปเหลียวมาพยายามมองซิบนั้นว่ามันกินผ้าส่วนไหนไปหรือเปล่าถึงได้รูดลงต่อไม่ได้ ก่อนที่หางตาจะหันไปเห็นพายุยืนกอดอกพิงผนังจับจ้องมองเธอด้วยสีหน้าที่คาดเดาไม่ถูก มุมปากของเขายกยิ้มขึ้นเล็กน้อย

               “คุณพายุ ขะ...เข้ามาในห้องลองเสื้อผู้หญิงได้ยังไงคะ?”

               “ไม่มีป้ายบอกนี่ว่าผู้ชายห้ามเข้า...”

               “ถึงอย่างนั้นก็ไม่ควรเข้ามานะคะ”

               “ฉันแค่มาตามเห็นว่าเธอชักช้า ฉันมีงานที่ต้องไปทำต่อ”

               “เอ่อ...คือ...เดี๋ยวฉันจะรีบแล้วกันนะคะ” ยี่หวาพูดแค่นั้นพลางก้มหน้าอย่างรู้สึกผิดที่ทำให้ประธานบริษัทอย่างเขาเสียเวลา แต่พายุกลับไม่ได้ฟังในสิ่งที่เธอพูด เขาเดินเข้าไปใกล้ๆ เธอในทันทีพร้อมกับโน้มหน้าลงไปกระซิบแผ่วข้างใบหูเล็ก ยี่หวาเบิกตากว้างมองหน้าเขาผ่านกระจก

               “อยู่นิ่งๆ...”

               “คะ...คุณจะทำอะไรน่ะ!” เธอสะดุ้งโหยงเมื่อปลายนิ้วเรียวของเขาเลื่อนไล้ไปตามแผ่นหลัง ความรู้สึกไหววูบแล่นเข้ามาในใจและร่างกายอย่างห้ามไม่ได้ หัวใจเต้นโครมครามจนเจ้าของหัวใจรู้สึกได้

               พายุยกยิ้มจดจ้องใบหน้าสวยผ่านกระจกนั้นพลางยกยิ้มอย่างพอใจที่เห็นใบหน้าสวยแดงเรื่อจนเห็นได้ชัด เขาค่อยๆรูดซิบชุดเดรสนั้นลงจนไปถึงบั้นท้ายพลางปลายนิ้วจงใจกรีดกรายโดนเนื้อเนียนสวยนั้นให้เธอสยิวเล่น เขาผละตัวออกมาเล็กน้อยก่อนจะจ้องมองแผ่นหลังสวยนั้นอย่างหลงใหล ก่อนที่มือหนาจะเลื่อนลูบเข้าไปในชุดที่อ้าออกสัมผัสเอวบางนั้นอย่างลืมตัว

               “อือ...เอ่อ...เดี๋ยวที่เหลือฉันจัดการเองได้ค่ะ” ยี่หวาเผลอครางออกมาเล็กน้อยก่อนจะรีบผลิกตัวไปมองเขาพร้อมกับถอยกรูไปติดกระจก สองแขนเรียวกอดตัวเองไว้เพื่อไม่ให้ชุดมันหลุดออกมาต่อหน้าต่อตาเขา พายุดึงสายตาขึ้นมองใบหน้าของเธอก่อนจะพยักหน้าแล้วยอมเดินออกไปแต่โดยดี ยี่หวามองดูเขาออกไปจากห้องลองเสื้อจนลับตาก่อนจะเลื่อนมือไปทาบที่อกและลูบมันเบาๆให้ใจมันเย็นลง

               พายุเดินออกมาจากห้องลองเสื้อก่อนจะเดินตรงยังเคาน์เตอร์ของร้าน พนักงานสาวคนเดิมเงยหน้ามองเขาอย่างนึกสงสัยว่ามีอะไรผิดพลาดไปหรือเปล่า

               “ซิบชุดเจ้าสาวแก้ให้ตัวนะครับ...มันติด”

               “เอ่อ...ได้ค่ะ” พนักงานสาวตอบรับด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่พายุจะเดินกลับไปทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาไม่ไกลจากเคาน์เตอร์มากนัก เขายกมือขึ้นนวดหัวคิ้วราวกับว่าจะให้มันเลิกคิดถึงภาพและสัมผัสเมื่อครู่ก่อนที่ตัวเองจะห้ามใจไม่ไหว เขาต้องการจะทำให้เธอรู้สำนึก ไม่ใช่ให้เธอมาทำให้เขาหลงใหลขนาดนี้ไม่อย่างนั้นคงจะโกรธไม่ลงจนต้องยอมมันเสียทุกอย่าง

               “รู้แม้กระทั่งซิบ...อย่าบอกนะว่านายแอบเข้าไปช่วยเจ้าสาวถอดชุดน่ะครับ” แฟนต้าลูกน้องมือซ้ายของพายุเอ่ยกระซิบแซวเขาใกล้ๆ พายุเหลียวไปมองลูกน้องตนตาขวางก่อนจะหันกลับมานวดขมวดตัวเองต่อ ปวดหัวกับใจตัวเองไม่พอยังต้องมาปวดหัวกับลูกน้องจอมปากหมาแซวมันทุกเรื่องอีก

               ไม่นานนักยี่หวาก็เดินออกมาจากห้องลองเสื้อแต่เธอก็ยังไม่กล้าที่จะมองหน้าพายุตรงๆ พายุปรายสายตามองเธอครู่หนึ่งก่อนจะลุกขึ้น

               “วันนี้ฉันจะไปส่งเธอเอง”

               “ไม่ใช่ว่ามีงานต่อเหรอคะ?”

               “มีแล้วจะทำไม? ไปส่งไม่ได้?”

               “เมื่อวานก็ไม่เห็นคุณจะไปส่ง ฉันกลับกับคุณเมษก็ได้ค่ะ คุณไปทำงานเถอะ” ยี่หวากล่าว

               “ยินดีครับคุณหนู” เมษโค้งตอบรับด้วยใบหน้าที่ยิ้มร่า แต่ก็ต้องหุบยิ้มลงเมื่อพายุปราดสายตามองเขาอย่างคาดโทษ

               “เมษต้องไปทำงานให้ฉัน” พายุเอ่ยขัดทันที

               “งาน? งานอะไรหรือครับ? วันนี้...อ๋อ ใช่ครับ ผมมีงานที่ต้องทำ” เมษรีบกลับคำแทบไม่ทันเมื่อเห็นสายตาดุร้ายของเจ้านาย ถึงอย่างไรเขาก็ไม่ได้อยากตกงานเงินเดือนดีๆแบบนี้แน่นอน

               “ไปสิไอ้ต้า ยืนซื่อบื้ออยู่ทำไมวะ” เมษสะกิดแฟนต้าอย่างแรงทำเอามือซ้ายอย่างแฟนต้าถึงกับงง

               “กู? กูด้วยเหรอวะ?” แฟนต้าชี้ตัวเองก่อนจะมองหน้าเมษเพื่อนของตนและพายุสลับกันไปมา พายุขมวดคิ้วก่อนจะสะบัดเป็นชิงบอกว่าให้ไปทั้งคู่ แฟนต้าจึงยอมออกจากร้านไปกับเมษโดยไม่พูดอะไร

               “ไปกันได้หรือยัง?” พายุเอ่ยถามยี่หวาที่มองตามหลังลูกน้องทั้งสองของตนไป ยี่หวาจึงหันกลับมาพยักหน้าให้พายุก่อนที่พายุจะเดินนำออกจากร้านไป ยี่หวาเดินตามไปโดยไม่พูดอะไรแม้แต่ประตูผลักเขาก็ไม่เปิดให้ปล่อยให้มันปิดต่อหน้าต่อตายี่หวาที่เดินตามหลังเขาอยู่อย่างจงใจ ยี่หวามองประตูนั้นอย่างตกใจที่เกือบจะกระแทกเข้าที่หน้า เธอมองตามหลังพายุตาขวาง

               “คนอะไรใจดำชะมัด” ยี่หวาบ่นอุบก่อนจะผลักประตูออกไปเองเมื่อเห็นว่าพายุเข้าไปนั่งในรถประจำตำแหน่งคนขับเรียบร้อยแล้ว เธอรีบเดินไปอีกฝั่งเปิดประตูที่นั่งข้างหลัง พายุเห็นอย่างนั้นก็หันไปมองเธอด้วยใบหน้าเรียบนิ่งแววตาฉายแววไม่พอใจเท่าไหร่นัก

               “เธอเห็นฉันเป็นคนขับรถของเธอหรือยังไง? มานั่งข้างหน้า”

               “ไม่ดีกว่าค่ะ นั่งห่างๆกันบ้างก็ดีเหมือนกัน”

               “ฉันบอกให้มานั่งข้างหน้า” พายุเอ่ยเสียงเข้มพลางจ้องมองเธออย่างหัวเสีย ยี่หวาทำหน้ายู่ก่อนจะยอมปิดประตูด้านหลังแล้วเดินอ้อมไปนั่งด้านข้างคนขับอย่างไม่เต็มใจเท่าไหร่นัก

               ไม่ทันที่เธอจะได้คาดเข็มขัดนิรภัยเรียบร้อยดีพายุก็รีบเหยียบคันเร่งออกรถทันที ทำเอาร่างของเธอถึงกับผะโงกโงนไปด้านหน้าก่อนที่เธอจะรีบคาดเข็มขัดนิรภัยนั้นอย่างไม่พอใจเท่าไหร่นัก

               “ถ้ารีบขนาดนี้ก็น่าจะปล่อยให้กลับเองสิ” ยี่หวาพึมพำแต่ก็ตั้งใจให้คนข้างๆได้ยิน

               “นี่เธอ! นับวันยิ่งปากกล้าขึ้นเยอะนะ” พายุหันไปทำเสียงดุใส่เธอก่อนจะหันไปมองทาง

               “แล้วทำไมฉันจะพูดบ้างไม่ได้ ทีคุณยังไม่เคยพูดดีๆกับฉันเลยนี่คะ” ยี่หวาตอบกลับทั้งที่ไม่ยอมหันหน้ามองเขา พายุปรายสายตามองเธอครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าอย่างไม่พอใจ

                    “ได้สิยี่หวา เธอต้องการแบบนั้นใช่ไหม?”

               “ไม่ใช่ฉันหรอกค่ะ คุณพายุเองต่างหาก”

               “ได้เลย” พายุตอบแค่นั้นก่อนจะเหยียบคันเร่งแทบจะมิดไมล์ ปาดซ้ายปาดขวารถทุกคันที่ขวางทางจนยี่หวาถึงกับกระชับมือที่จับที่คาดเข็มขัดนิรภัยนั้นไว้แน่น ก่อนจะหลับตาข้างหนึ่งด้วยความหวาดกลัวการขับรถของเขา

               หลังจากเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายอยู่บนถนนใหญ่มาสักพัก รถของเขาก็แล่นช้าลงก่อนจะจอดนิ่งสนิทในที่สุด ยี่หวาที่หลับตาตลอดทางรู้สึกว่ารถไม่เคลื่อนไหวแล้วจึงค่อยๆเปิดตาขึ้นคิดว่าคงถึงบ้านแล้วแต่พอมองบรรยากาศข้างนอกแล้วกลับไม่ใช่บ้าน แต่เป็นปากทางเข้าบ้าน เธอหันไปมองพายุที่เปิดประตูลงจากรถคันหรูก่อนจะรีบลงรถตามเขาเพื่อจะถาม

               “คุณพาฉันมาที่นี่ทำไม?”

               “ฉันหิว จะแวะกินผัดไทยไม่ได้เลย?”

               “คนอย่างคุณเนี่ยนะจะมานั่งกินผัดไทยที่นี่?” ยี่หวาเอ่ยอย่างไม่อยากเชื่อ

               “ทำไมจะกินไม่ได้? ก่อนหน้านี้เธอก็เป็นคนพาฉันไปกินอาหารข้างทางไม่ใช่หรือไง” พายุตอบอย่างหงุดหงิดก่อนจะนึกขึ้นได้ในสิ่งที่เขาพูดไป พายุหันกลับไปมองยี่หวาที่มองเขาตาปริบๆอ้าปากค้างเล่นเอาเขาทำตัวไม่ถูก...ไม่น่าเผลอพูดแบบนั้นออกไปเลย

               “ฉันหมายถึงทีเธอยังมากินผัดไทยสองต่อสองกับไอ้เมษได้ทำไมจะกินผัดไทยกับฉันไม่ได้” พายุพยายามแก้ต่าง ยี่หวามองเขานิ่งก่อนจะหันหน้าไปทางหน้าร้าน

               “ไม่เห็นเกี่ยวกันตรงไหน”

               “เอาอะไรดีจ้ะ” แม่ค้าเอ่ยถามขึ้นขัดทั้งสองด้วยรอยยิ้ม ยี่หวาเหลือบมองพายุที่เหลือบมองเธอเช่นกัน ก่อนที่เขาจะพูดตะกุกตะกักขึ้นมาเสียอย่างนั้น

               “เธอ...ก็สั่งสิ เอาแบบวันนั้นที่เธอมานั่งกินกับไอ้เมษน่ะ” เมื่อได้ยินอย่างนั้นยี่หวาถึงกับส่ายหน้าก่อนจะหันไปทางแม่ค้าที่รอรับออร์เดอร์ของเธออยู่

               “เอาผัดไทยกุ้งสดสองจานจ้ะป้า” ยี่หวาพูดด้วยรอยยิ้มก่อนจะเดินไปนั่งที่โต๊ะที่ว่างอยู่ พายุจึงเดินตามเธอไปอย่างเงียบๆและนั่งลง สายตาคมมองสำรวจรอบๆร้านอย่างอยากรู้อยากเห็น

               “วันก่อนนั่งกันโต๊ะนี้หรือไง?”

               “เปล่า โต๊ะข้างหลัง”

               “งั้นไปนั่งข้างหลัง”

               “อะไรของคุณเนี่ยคุณพายุ” ยี่หวามองเขาอย่างไม่เข้าใจก่อนที่ชายหนุ่มจะลุกขึ้นเดินไปนั่งโต๊ะข้างหลังโต๊ะที่เธอนั่งอย่างเอาแต่ใจ ยี่หวาเห็นอย่างนั้นก็ถอนหายใจยอมเดินตามไปแต่โดยดี

               “เอาแต่ใจชะมัด” ยี่หวาพึมพำหลังจากที่นั่งลงตรงข้ามเขา...

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เปลี่ยนห่านอย่างเธอให้เป็นหงส์   50-END

    “ไม่ใช่นะคะ! หวารักลูก แต่หวาก็รักพี่พายุเท่าๆ กันเลยนะคะ” ยี่หวารีบเถียงคอเป็นเอ็น ช้อนสายตามองเขาด้วยความเว้าวอน“พี่พายุอย่าโกรธหวาเลยนะคะ อย่าลงไปนอนข้างล่างเลยนะ ถ้านอนไม่มีพี่พายุกอด... หวานอนไม่หลับแน่ๆ เลยค่ะ”สรรพนามการออดอ้อนที่มักจะงัดมาใช้ยามทำผิด ทำเอาภูเขาน้ำแข็งในใจของพายุละลายฮวบ แต่ประธานหนุ่มจอมเจ้าเล่ห์ยังคงเล่นตัวต่ออีกนิด เขาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง“จริงเหรอ? รักพี่จริงเหรอ... แต่เมื่อกี้ยังบ่นว่าพี่เหม็น ไล่พี่ไปอาบน้ำอยู่เลยนี่นา”“หวาผิดไปแล้วค่ะ หวาปากพล่อยเอง พี่พายุตัวหอมที่สุดในโลกเลย!”ยี่หวารีบเอาใจ เขย่งปลายเท้าขึ้นกอดคอสามี ซุกใบหน้าออดอ้อนลงกับซอกคอแกร่งของเขา“พี่พายุเหนื่อยไหมคะ วันนี้ประชุมหนักใช่ไหม... ให้หวานวดให้นะคะ นวดเสร็จเดี๋ยวหวาจะลงไปชงนมอุ่นๆ ให้ดื่ม แล้วคืนนี้... หวาจะตามใจพี่พายุทุกอย่างเลย ดีไหมคะ?”‘ตามใจทุกอย่าง’ประโยคสวรรค์ที่พายุรอคอยมานานนับปี! ตั้งแต่ยี่หวาท้องแก่จนกระทั่งคลอดและเลี้ยงลูกอ่อน เขาต้องอดทนอดกลั้นและทำตัวเป็นสุภาพบุรุษมาโดยตลอด บัดนี้ ร่างกายของภรรยาสาวฟื้นฟูเต็มร้อย แถมยังอวบอิ่มเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลขึ้นกว่าเดิมเป็นร้

  • เปลี่ยนห่านอย่างเธอให้เป็นหงส์   49-ศึกชิงเหลน & ทวงคืนเมีย

    เวลาผ่านไปไวราวกับโกหก เผลอเพียงไม่นาน ‘น้องตะวัน’ หรือเด็กชายปาณัสม์ เปรมปรีย์ ก็ก้าวเข้าสู่วัยสองขวบเต็ม จากทารกตัวจิ๋วตัวแดงๆ ในวันนั้น บัดนี้กลายเป็นเด็กจ้ำม่ำ แก้มยุ้ยเป็นซาลาเปา ผิวขาวจัดอมชมพู และมีดวงตากลมโตดำขลับที่ใครเห็นเป็นต้องตกหลุมรัก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง... ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในบ้านอย่าง ‘คุณย่าทวดกันยา’ณ ห้องโถงกว้างของเรือนหอเปรมปรีย์ บัดนี้ถูกยึดพื้นที่ไปกว่าครึ่งด้วยคอกกั้นเด็กขนาดยักษ์ ภายในเต็มไปด้วยของเล่นเสริมพัฒนาการนำเข้าจากต่างประเทศ กองภูเขาตุ๊กตา และเบาะรองคลานลายการ์ตูนสีสันสดใส“แอ้... หม่ำๆ แม่จ๋า” เสียงอ้อแอ้ของน้องตะวันดังกังวานไปทั่วห้อง เด็กน้อยในชุดหมีน้อยสีฟ้ากำลังนั่งจุ้มปุ๊กอยู่กลางคอกกั้น ในมือป้อมๆ กำลังกัดยางกัดเล่นอย่างเมามัน“โอ๊ยยย น่ารักน่าชังจริงๆ เหลนย่า! ดูสิมาลี ดูตาแป๋วๆ ของตะวันสิ ใจฉันละลายไปหมดแล้วเนี่ย!”คุณหญิงกันยาในวัยเจ็ดสิบกว่าปี นั่งขัดสมาธิอยู่บนเบาะรองคลานอย่างไม่ห่วงภาพลักษณ์คุณหญิงใหญ่แห่งวงการไฮโซเลยแม้แต่น้อย บนข้อมือและข้อเท้าป้อมๆ ของน้องตะวันเต็มไปด้วยกำไลทองคำแท้และสร้อยเพชรเส้นจิ๋วที่คุณย่าทวดประเคนรับขวัญให้แทบจะทุ

  • เปลี่ยนห่านอย่างเธอให้เป็นหงส์   48-มหกรรมคุณพ่อ

    หลังจากพักฟื้นที่โรงพยาบาลจนร่างกายแข็งแรงดีแล้ว ก็ถึงเวลาที่คุณแม่ป้ายแดงจะต้องพาสมาชิกใหม่ตัวจิ๋วกลับไปดูแลต่อที่บ้านขบวนรถตู้หรูของตระกูลเปรมปรีย์แล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าเรือนหอ ทว่ากว่าจะได้ลงจากรถก็กินเวลาไปหลายนาที เพราะ ‘ประธานพายุ’ ผู้แสนดุดันเด็ดขาด บัดนี้กลายร่างเป็น ‘คุณพ่อจอมแพนิก’ ไปเสียแล้ว ชายหนุ่มอุ้มตะกร้าคาร์ซีทเด็กอ่อนเอาไว้ในอ้อมแขนอย่างระมัดระวังราวกับกำลังอุ้มระเบิดเวลา ก้าวเท้าลงจากรถช้าๆ ทีละก้าว ชนิดที่ว่ามดเดินแซงยังเร็วกว่า“พี่พายุคะ... เดินเร็วอีกนิดก็ได้ค่ะ แดดเริ่มร้อนแล้วนะ เดี๋ยวน้องตะวันจะไม่สบายเอานะคะ” ยี่หวาที่เดินประคองอยู่ข้างๆ อดไม่ได้ที่จะเอ่ยท้วง เมื่อเห็นสามีเดินเกร็งไปหมดทั้งตัว“ไม่ได้สิยี่หวา... พื้นตรงนี้มันไม่ค่อยเรียบ ถ้าเดินเร็วไปเดี๋ยวสะเทือนถึงลูก”พายุตอบหน้าตาย สายตาจ้องเขม็งไปที่ทารกน้อยวัยหนึ่งสัปดาห์ในตะกร้า “ไอ้เมษ! มึงไปบอกช่างให้มาเทปูนหน้าบ้านใหม่พรุ่งนี้เลยนะ เอาแบบเรียบกริบ ไม่มีรอยต่อ ห้ามมีก้อนกรวดแม้แต่เม็ดเดียว!”“ฮะ?... เอ่อ... ครับนาย...”เมษที่เดินกางร่มให้อยู่ด้านหลังรับคำเสียงอ่อย ลอบมองหน้าแฟนต้าแล้วส่ายหัวอย่างอ่

  • เปลี่ยนห่านอย่างเธอให้เป็นหงส์   47-เด็กชายตะวัน

    บรรยากาศที่เคยตึงเครียดผ่อนคลายลงทันที พายุเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ หยาดน้ำตาแห่งลูกผู้ชายร่วงหล่นลงมาอาบแก้มอย่างไม่อาจกลั้นได้อีกต่อไปเมื่อได้ยินเสียงร้องของสายเลือดตัวเอง ชายหนุ่มหันไปมองร่างสีแดงเรื่อที่พยาบาลกำลังอุ้มไปทำความสะอาดด้วยความรู้สึกที่บรรยายเป็นคำพูดไม่ได้“ยินดีด้วยนะครับท่านประธาน คุณแม่... ได้ลูกชายครับ! แข็งแรงสมบูรณ์ดีมากเลยครับ” คุณหมอเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้มกว้าง“ลูกชาย... พี่พายุ... เราได้ลูกชายค่ะ” ยี่หวายิ้มกว้างทั้งน้ำตา ความเหนื่อยล้าแทบจะปลิวหายไป“ครับ... เราได้ลูกชาย”พายุหันกลับมากอดศีรษะภรรยาเอาไว้แน่น ร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายใคร ชายหนุ่มพรมจูบไปทั่วใบหน้าหวานที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อและน้ำตา“ขอบคุณนะยี่หวา... ขอบคุณที่ยอมเหนื่อย ยอมเจ็บเพื่อลูกของเรา ขอบคุณที่มอบครอบครัวที่สมบูรณ์แบบให้กับผู้ชายคนนี้... พี่รักเธอนะ รักมากที่สุดในชีวิตเลย”“หวาก็รักพี่พายุค่ะ... แต่ตอนนี้อาจจะรักลูกมากกว่า”“โธ่... ยี่หวา ขนาดตอนท้องยังหวงแม่ขนาดนั้น ถ้าหวาพูดแบบนี้พี่ก็ตกกระป๋องน่ะสิ พี่ไม่ยอมนะ”พายุพูดขึ้นพลางอแงใส่ภรรยาของตน แต่ใบหน้ากลับเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม รอเ

  • เปลี่ยนห่านอย่างเธอให้เป็นหงส์   46-สัญชาตญาณของพ่อ

    เมื่อเคลียร์ใจกันจนความรักกลับมาหวานชื่นกว่าเดิม เวลาผ่านไปจนอายุครรภ์ของยี่หวาก้าวเข้าสู่ช่วงปลายเดือนที่แปด อีกเพียงไม่กี่สัปดาห์ก็จะถึงกำหนดคลอดพายุตัดสินใจเคลียร์งานโปรเจกต์สุดท้ายที่ต่างจังหวัด ซึ่งเป็นโครงการรีสอร์ตมูลค่าหลายพันล้านที่เขาริเริ่มเอาไว้ ชายหนุ่มจำใจต้องบินไปดูหน้างานและเจรจาสัญญาขั้นสุดท้ายที่จังหวัดภูเก็ต โดยมีกำหนดการเพียงแค่สองวันหนึ่งคืน ก่อนจะกลับมาสแตนด์บายเฝ้าภรรยา“ดูแลตัวเองดีๆ นะครับคนดี พรุ่งนี้เย็นๆ พี่ก็ถึงบ้านแล้ว... ไอ้เมษ ไอ้ต้า กูฝากดูแลเมียกูด้วย ถ้ามีอะไรผิดปกติ โทรหากูทันที” พายุสั่งเสียลูกน้องและหอมแก้มภรรยาฟอดใหญ่ก่อนจะขึ้นรถไปสนามบินทว่า... คล้อยหลังพายุไปได้เพียงไม่ถึงสิบสองชั่วโมงกลางดึกคืนนั้น ขณะที่ยี่หวากำลังนอนหลับพักผ่อน จู่ๆ ความรู้สึกปวดร้าวที่บริเวณหลังและหน้าท้องก็แล่นปราดขึ้นมาอย่างรุนแรง!“โอ๊ย...”ยี่หวาสะดุ้งตื่น หน้าผากมนผุดพรายไปด้วยหยาดเหงื่อ หญิงสาวนิ่วหน้า เอามือกุมท้องตัวเองที่กำลังแข็งเกร็งและบีบรัดตัวเป็นจังหวะ“แม่คะ... แม่มาลี! ช่วยด้วย หวาปวดท้อง...” ยี่หวากัดฟันเอื้อมมือไปกดกริ่งเรียกแม่บ้านที่หัวเตียงเพียงไม่ถ

  • เปลี่ยนห่านอย่างเธอให้เป็นหงส์   45-อาการคนท้อง

    เวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างรวดเร็ว เผลอแป๊บเดียวอายุครรภ์ของยี่หวาก็ก้าวเข้าสู่เดือนที่แปดแล้วหน้าท้องที่เคยแบนราบ บัดนี้นูนป่องขยายใหญ่ขึ้นจนเห็นได้ชัด รูปร่างที่เคยบอบบางอรชรเริ่มมีน้ำมีนวลขึ้นตามสรีระของคุณแม่ใกล้คลอด อาการแพ้ท้องของพายุหายเป็นปลิดทิ้งไปตั้งแต่เดือนที่สี่ แต่สิ่งที่เข้ามาแทนที่คือฮอร์โมนคนท้องของยี่หวาที่สวิงขึ้นลงอย่างรุนแรงภายในห้องแต่งตัวกว้างขวาง ยี่หวาในชุดคลุมอาบน้ำยืนมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกบานใหญ่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความกังวล หญิงสาวค่อยๆ ปลดปมเชือกคลุมอาบน้ำออก เผยให้เห็นหน้าท้องกลมโตที่มีรอยแตกลายสีแดงจางๆ ปรากฏขึ้นบริเวณหน้าท้องและสะโพก ขาเรียวสวยที่เคยสวมรองเท้าส้นสูงได้สบายๆ ตอนนี้กลับบวมเป่งจนต้องใส่แต่รองเท้าแตะพื้นนิ่ม“ฮึก... อ้วนก็อ้วน ขาก็บวม แถมยังมีรอยแตกลายอีก... ขี้เหร่ที่สุดเลย”ยี่หวายกมือขึ้นปิดหน้า สะอื้นไห้ออกมาเบาๆ ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจตีตื้นขึ้นมาในอก ยิ่งช่วงนี้พายุต้องเร่งเคลียร์งานที่บริษัทอย่างหนักเพื่อเตรียมตัวลางานยาวมาช่วยเลี้ยงลูก เขาก็ยิ่งกลับบ้านดึกและมีเวลาให้เธอน้อยลง แม้เขาจะโทรหาและสั่งลูกน้องให้ดูแลเธออย่างดี แต่คว

  • เปลี่ยนห่านอย่างเธอให้เป็นหงส์   4 - กลืนลงคอ

    หลังจากที่พายุมาส่งเธอถึงหน้าบ้านหลังใหญ่พร้อมกับให้เสื้อสูทมาคุมไหล่เธอปกปิดเสื้อผ้าที่ขาดรุ่ยเพราะน้ำมือเขา พายุไม่ได้เอ่ยคำบอกลาใดๆเหมือนครั้งก่อนที่เธอเป็นสาวร้านกาแฟ รถของเขาแล่นออกจากเธอไปเงียบๆ โดยที่พายุไ

  • เปลี่ยนห่านอย่างเธอให้เป็นหงส์   3 - ลองใจ

    บรรยากาศภายในรถเงียบสนิท ไม่มีใครกล้าเอ่ยคำใดแม้แต่ลูกน้องมือซ้ายและมือขวาจอมกวนประสาทของพายุ ทั้งสองได้แต่ลอบมองพายุและยี่หวาผ่านกระจกมองหลังเท่านั้น ทั้งเธอและเขาต่างหันหน้าไปกันคนละทางเหม่อมองออกไปยังหน้าต่าง

  • เปลี่ยนห่านอย่างเธอให้เป็นหงส์   2 - เป็นคนแบบนี้เองสินะ

    ห้องอาหารโรงแรมดังในเครือของบริษัทพีวาย แต่คนไม่ค่อยรู้เท่าไหร่นักเพราะมันอยู่ในเครือบริษัทขนส่งต่างประเทศนอกเสียจากพนักงานที่เข้ามาอบรมถึงจะได้รู้ว่าเป็นสายเครือเดียวกันกับบริษัทพีวายที่พายุเป็นประธานบริษัทอยู่ การขนส่งนำเข้าข้าวของเครื่องใช้วัตถุดิบล้วนมาจากบริษัทพีวายทั้งหมด 

  • เปลี่ยนห่านอย่างเธอให้เป็นหงส์   1 - CEO ที่เหมือนพนักงาน

    บทนำ หญิงสาวนอนตัวสั่นเทาอยู่ใต้ร่างของชายหนุ่มที่เธอตกหลุมรักมาตลอด เขาคือสามีของเธอที่ไม่เคยกลับเรือนหอเลยตั้งแต่คืนแรกที่เข้าหอ แต่ตอนนี้เขากลับมาทำร้ายจิตใจเธออย่างไม่เหลือชิ้นดี... “คุณพายุ! ฉันบอกให้ปล่อยฉัน!!” แม้ว่าร่างกายจะสั่นเพราะความกลัวคนตรงหน้าที่ตอนนี้ดู

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status