LOGIN“มิใช่พระชายาอยากจะปรนนิบัติสามีหรอกหรือ”ชายหนุ่มกระตุกริมฝีปากขึ้นข้างหนึ่ง กระชับร่างในอ้อมกอดเข้ามาใกล้ ขยับไปจนกระทั่งแผ่นหลังชายาตัวน้อยชิดเข้ากับถังไม้ จากนั้นริมฝีปากหยักจึงตามลงไปบดขยี้ผิวนวลเนียนที่แดงไปทั่วทั้งร่าง มือทั้งสองเคล้าคลึงบั้นท้ายกลม ขยับขึ้นมาสัมผัสที่ทรวงอกนุ่มหยุ่นใบหน้าคมฝังลงระหว่างอก ดูดเม้มไปมาอย่างถือสิทธิ์ มือหยาบที่ลูบไล้ตามแผ่นหลังทำให้ไป่มู่ชิงขนลุกซู่ แอ่นกายขึ้นรับ จนบางครั้งนางถึงกับโอดครวญออกมาด้วยความเจ็บ ไม่รู้ว่าเขามิรู้ตัว ประมาณแรงไม่ได้ หรือมิรู้จักถนอมบุปผากันแน่เมื่อเริ่มเจ็บ หญิงสาวก็เริ่มถอยห่าง ทว่ายิ่งนางขยับ มือเขาก็ยิ่งกระชับแน่นจนมิอาจกระดิกตัวไปไหนได้ตามใจ ไป่มู่ชิงจึงทำได้เพียงร้องท้วงติง ทว่าเสียงที่เปล่งออกมากลับเป็นเพียงเสียงครวญครางอันแผ่วเบาราวกับลูกแมวตัวน้อยจนแทบไม่เชื่อหูตัวเอง!“ซูเหยียน...”ไป่มู่ชิงกัดฟันแน่นเมื่ออีกฝ่ายรุกเร้าหนักขึ้น ไม่ทันที่นางจะได้ตั้งตัวด้วยซ้ำมือหนาก็ยกเอวของนางขึ้นอย่างง่ายดาย พร้อมกับแท่งหยกร้อนล่วงล้ำร่างกายของนางได้อย่างพอดิบพอดีหญิงสาวกลั้นหายใจ ใช้มือทั้งสองโอบรอบคอเขา เล็บก็จิกลงบนแผ่น
ดวงตากลมโตจ้องมองไปนอกหน้าต่างอย่างครุ่นคิด ท้องฟ้ามืดครึ้มลงเรื่อยๆ หากแต่ฉู่ซูเหยียนมิได้มีท่าทีรีบร้อนจะกลับจวน กลับเดินเข้ามาใกล้แล้วปิดบานหน้าต่างจนไม่สามารถมองเห็นภายนอกได้อีกไป่มู่ชิงกะพริบตา ขมวดคิ้วมองอย่างไม่เข้าใจ“พวกเราอยู่ในที่แจ้ง”ประโยคนั้นทำให้หญิงสาวพยักหน้าอย่างเข้าใจ ภายนอกเงียบสงัดและมืดมิดจนไม่สามารถมองเห็นได้ว่ามีผู้ใดแอบมองอยู่หรือไม่ก๊อก...ก๊อก...ก๊อกยังไม่ทันที่จะได้เอ่ยประโยคอะไรออกไป เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นพร้อมกับลำตัวแข็งแกร่งที่แข็งตึง ดวงตาพยัคฆ์ปรายมองชั่วครู่ก่อนจะก้าวเดินตรงไปอย่างระมัดระวัง อีกทั้งยังใช้มือโบกลมกระแสหนึ่งจนไฟตะเกียงมอดดับ“นายท่าน!”เสียงของหลงจู๊ดังขึ้นหน้าห้องพร้อมกับใบหน้าเหวอหวาเมื่อเห็นว่าทั้งห้องไร้แสงสว่างพร้อมกับบรรยากาศที่น่ากลัว กลืนน้ำลายลงหนึ่งอึกอย่างลำบากใจอา...นี่เขามาขัดจังหวะการทำเรื่องดีๆ หรือไม่!ฉู่ซูเหยียนเมื่อเห็นว่าเป็นผู้ใด ใบหน้าก็คล้ายลง หากแต่แววตายังคงเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความชั่วร้าย“มีอะไร”“ข้าน้อยเห็นว่าอากาศกำลังอบอ้าว อีกทั้งพวกท่านอาจจะร้อนกว่าปกติ ข้าน้อยจึงให้คนเตรียมน้ำมาให้แช่ตัวขอรับ”ป
“เสด็จแม่ สตรีผู้นี้คือสะใภ้ของท่าน”ถึงแม้น้ำเสียงของอีกฝ่ายจะราบเรียบ หากแต่กลับเรียกสายตาของไป่มู่ชิงให้มองอย่างตกใจอยู่หลายส่วนนี่เขาถึงกับพานางมาแนะนำต่อมารดาผู้ล่วงลับของเขาเลยหรือ...นางไม่เคยคิดว่าบุรุษเช่นเขาจะมีความคิดเล็กคิดน้อยแบบนี้ด้วยถึงแม้จะมีความคิดเช่นนั้น หากแต่หญิงสาวกลับก้มลงคำนับอีกรอบ“หม่อมฉันไป่มู่ชิงเพคะ”ฉู่ซูเหยียนมองคนข้างกายที่เอ่ยแนะนำตัวกับมารดาโดยไม่ได้พูดอะไร มีเพียงแววตาที่จับจ้องออกไปข้างหน้าอย่างเหม่อลอยราวกับร่างกายไร้จิตวิญญาณไปแล้วอยากรู้นักว่าบุรุษผู้นี้กำลังคิดอะไรอยู่...ไม่รู้เป็นเพราะความเคยชินหรือไม่ ชั่วขณะนั้นนางถึงได้เอื้อมมือไปแตะลงบนท่อนแขนอีกฝ่ายเบาๆ‘ลูกมิอยากทำร้ายพี่ใหญ่ เสด็จแม่อภัยให้ลูกด้วย’เสียงที่ร้องอยู่ทำให้ไป่มู่ชิงก้มหน้าลงพร้อมกับถอนหายใจออกมา ที่แท้องค์รัชทายาทกับฉู่ซูเหยียนก็เป็นพี่น้องร่วมสายเลือด มิน่าเล่ายามที่สนทนากับฮ่องเต้เขาถึงได้มีท่าทีขึ้งเครียดถึงเพียงนั้นทั้งหมดนี้ก็เพื่ออำนาจ แม้กระทั่งพี่น้องร่วมสายเลือดก็ยังทำร้ายกันได้ลง“แอบอ่านใจข้าอีกแล้วหรือ”เสียงทุ้มเอ่ยออกมาทำให้คนที่ตกอยู่ในห้วงความคิดสะดุ้ง
หลับไปแล้วจริงๆ นะเรอะ!ไป่มู่ชิงขมวดคิ้วมองร่างสูงใหญ่ที่สวมชุดตัวในอันบางหวิวหลับตาพริ้มอยู่ด้านนอกของเตียงกว้าง แตกต่างจากนางที่สวมอาภรณ์มากถึงสามชั้น กำลังนั่งสัปหงกอยู่มุมหนึ่งของห้องหึ!หมอนี่นอกจากจะย้ายข้าวของของนางมาตามอำเภอใจแล้ว ก็ยังไม่ได้ยินเสียงชักชวนให้นอนด้วยกันสักคำ มิหนำซ้ำหลังอาบน้ำเสร็จก็เดินขึ้นเตียงหลับไปเสียหน้าตาเฉย!แล้วดูเอาเถิด! นอนขวางทางเช่นนั้น หากนางต้องการจะปีนขึ้นเตียง ก็หมายความว่านางต้องข้ามตัวเขาไปด้วย“ไอ้บ้าเอ๊ย”ไป่มู่ชิงสบถเสียงเบา กำลังใคร่ครวญว่าตนเองควรจะหยิ่งทะนงนอนบนพื้นหรือหน้าด้านปีนข้ามตัวเขาไปเพื่อนอนบนที่นอนนุ่มนิ่ม ยึดครองเตียงเขาให้สบายใจในที่สุดก็ตัดสินใจลุกขึ้นยืน เมื่อคิดได้ว่าในเมื่อเขาคิดจะกลั่นแกล้งนาง ก็อย่าได้นอนอย่างสงบสุขเพียงผู้เดียวเลยหญิงสาวย่างเท้าเข้าไปหาพร้อมทั้งปีนขึ้นบนเตียง พยายามอย่างยิ่งที่จะมิให้กายแตะต้องโดนตัวเขา จนกระทั่งร่างบอบบางข้ามผ่านมายังอีกฟากฝั่งหนึ่งได้ด้วยดีนางเหลือบสายตามองคนตัวใหญ่ที่ยังนอนนิ่งไม่ไหวติง ค่อยๆ หย่อนตัวลงนอนอย่างสบายใจ“พรุ่งนี้ยามเฉินข้าจะพาเจ้าไปข้างนอก”สิ้นประโยคลำตัวคนฟังก็
เป็นนาน...กว่าที่ไป่มู่ชิงจะดึงสติกลับมาได้หลังจากที่ฉู่ซูเหยียนออกจากเรือนเซียงอี้ไป ไม่นานนักหลี่หยู่ก็หอบเอาอ่างล้างหน้าพร้อมกับขี้ผึ้งบรรเทาอาการเจ็บช้ำที่ท่านอ๋องแปดกำชับว่าให้นำมาให้นางจากการสอบสวนหลี่หยู่ก็ได้ความมาว่าเมื่อคืนนี้นางถึงกับปีนขึ้นไปนั่งชมจันทร์บนต้นไม้ ฉู่ซูเหยียนที่โผล่มาจากไหนไม่รู้อุ้มนางเข้าเรือนเซียงอี้ด้วยโทสะ หลังจากนั้นจึงได้ยินเสียงนางที่ร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวดและประโยคต่อว่าอีกหลายคำคราวนี้จะมีผู้ใดไม่ทราบอีกบ้างว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น...“พระชายา ท่านอ๋องมีรับสั่งให้เสด็จไปที่เรือนเหอฮวาเพคะ”เสียงรายงานที่ดังขึ้นเรียกให้ไป่มู่ชิงหันไปมองแล้วถอนหายใจออกมาดังๆ ได้แต่โบกมือไหวแล้วตอบได้คำเดียวว่า…“เดี๋ยวไป!”ใช้เวลาราวครึ่งชั่วยามโดยที่หญิงสาวเองก็หาได้มีความเร่งรีบแต่อย่างใด ในที่สุดบ่าวคนหนึ่งก็นำทางนางเข้าไปทางด้านหลัง สองข้างทางปลูกต้นไม้เต็มไปหมดจนนางขมวดคิ้วสงสัย รกจนทึบไปหมดเช่นนี้นางจะถูกงูกัดตายไปก่อนหรือไม่!หากแต่เดินลัดเลาะเข้ามาอีกราวสามจั้ง10 ป่ารกร้างเมื่อครู่ก็ค่อยๆ สว่างขึ้นพร้อมกับปรากฏเรือนหลังใหญ่ มีลำธารสายเล็กทอดยาวออกไปสุดลูก
เป็นนาน...กว่าที่ไป่มู่ชิงจะดึงสติกลับมาได้หลังจากที่ฉู่ซูเหยียนออกจากเรือนเซียงอี้ไป ไม่นานนักหลี่หยู่ก็หอบเอาอ่างล้างหน้าพร้อมกับขี้ผึ้งบรรเทาอาการเจ็บช้ำที่ท่านอ๋องแปดกำชับว่าให้นำมาให้นางจากการสอบสวนหลี่หยู่ก็ได้ความมาว่าเมื่อคืนนี้นางถึงกับปีนขึ้นไปนั่งชมจันทร์บนต้นไม้ ฉู่ซูเหยียนที่โผล่มาจากไหนไม่รู้อุ้มนางเข้าเรือนเซียงอี้ด้วยโทสะ หลังจากนั้นจึงได้ยินเสียงนางที่ร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวดและประโยคต่อว่าอีกหลายคำคราวนี้จะมีผู้ใดไม่ทราบอีกบ้างว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น...“พระชายา ท่านอ๋องมีรับสั่งให้เสด็จไปที่เรือนเหอฮวาเพคะ”เสียงรายงานที่ดังขึ้นเรียกให้ไป่มู่ชิงหันไปมองแล้วถอนหายใจออกมาดังๆ ได้แต่โบกมือไหวแล้วตอบได้คำเดียวว่า…“เดี๋ยวไป!”ใช้เวลาราวครึ่งชั่วยามโดยที่หญิงสาวเองก็หาได้มีความเร่งรีบแต่อย่างใด ในที่สุดบ่าวคนหนึ่งก็นำทางนางเข้าไปทางด้านหลัง สองข้างทางปลูกต้นไม้เต็มไปหมดจนนางขมวดคิ้วสงสัย รกจนทึบไปหมดเช่นนี้นางจะถูกงูกัดตายไปก่อนหรือไม่!หากแต่เดินลัดเลาะเข้ามาอีกราวสามจั้ง10 ป่ารกร้างเมื่อครู่ก็ค่อยๆ สว่างขึ้นพร้อมกับปรากฏเรือนหลังใหญ่ มีลำธารสายเล็กทอดยาวออกไปสุดลูก







