LOGINอุบัติเหตุไม่คาดฝัน ทำให้ไป่มู่ชิงจมหายไปในแม่น้ำกลางเมือง ตื่นมาอีกที...แทนที่จะได้นอนอยู่ในโรงพยาบาลหรือเจอยมฑูต กลับพบว่าตัวเองมาสิงอยู่ในร่างองค์หญิงเก้าที่ถูกแม่เลี้ยงและพี่สาวใจร้ายรังแก มิหนำซ้ำยังอายุเพียงเจ็ดขวบและมีความสามารถในการอ่านใจคนออกแถมมาอีก สู้รบปรบมืออยู่หลายปี จนกระทั่งถึงเวลาที่ต้องหาทางเอาตัวรอดจากความวุ่นวาย นั่นคือการเข้าไปลี้ภัยในจวนชินอ๋องแห่งถงเยว่ในฐานะพระชายาเอก พร้อมกับการสืบหาความจริงเรื่องการฆ่าตัวตายของพี่สามที่เป็นสนมของฮ่องเต้ที่ยังเป็นปริศนา อีกทั้งยังถูกเข้าไปพัวพันในศึกแย่งชิงบัลลังก์อีกต่างหาก บอกแล้วว่าเขาน่ะมันตัวโชคร้ายชัดๆ!
View More“ฉันกำลังจะถึงแล้ว”
“เหลืออีกห้านาทีหนังจะเข้าแล้วนะ”
“ฉันก็กำลังรีบอยู่นี่ไง”
ไป่มู่ชิงพูดใส่หูฟังในขณะที่กำลังปั่นจักรยานด้วยความรีบเร่ง วันนี้เธอมีนัดกับเพื่อนๆ ในห้องในวันหยุดสัปดาห์เพื่อเป็นการอำลาที่ทุกคนต่างกำลังจะแยกย้ายเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย
มองออกไปสุดสายตาพบว่าตึกสูงใหญ่ของห้างสรรพสินค้าอยู่อีกไม่ไกล เหลือเพียงแค่ปั่นจักรยานผ่านแม่น้ำสายนี้ไปเท่านั้น
หญิงสาวเหลือบมองน้ำลึกด้วยใจที่สั่นไหวเล็กน้อยอย่างไม่ทราบสาเหตุ ก่อนที่จะยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูแล้วถอนหายใจเสียงดัง เมื่อวานดูซีรีส์ดึกไปหน่อยวันนี้เลยตื่นสายเอาเสียได้ จะให้รอรถประจำทางก็กลัวจะช้าเกินไปเลยตัดสินใจปั่นจักรยานมาท่ามกลางแดดร้อนๆ
หากแต่เมื่อละสายตาออกจากข้อมือ ทันใดนั้นจู่ๆ ก็มีรถยนต์คันใหญ่กำลังขับมาด้วยความโซซัดโซเซเหมือนคนเมา
ไป่มู่ชิงเบิกตากว้าง เบี่ยงจักรยานหักหลบไปอีกทางด้วยความตกใจ
“กรี๊ดดด”
ตู๊ม!!!
--------------------------------------------------------
ตู๊ม!!!
“องค์หญิง นางตกไปในน้ำแล้ว ทำอย่างไรกันดีเพคะ”
นางกำนัลผู้หนึ่งหันมาถามองค์หญิงห้าด้วยความกระสับกระส่าย ในขณะที่ไป่ลู่อิงมองดูร่างเล็กของน้องสาวที่ตกลงไปในสระบัว ถึงแม้ในใจจะไม่ชอบไป่มู่ชิงนัก หากแต่ภาพที่เด็กวัยเจ็ดขวบกำลังตะเกียกตะกายเอาชีวิตรอดก็ทำให้สีหน้าคนทำซีดเผือด
“รีบไปตามคนมาช่วยเร็วเข้า!”
รับสั่งด้วยความร้อนรน เมื่อครู่นางเพียงเข้ามาหาเรื่องแกล้งน้องสาวเพราะเบื่อหน่ายเท่านั้น คิดไม่ถึงว่านางจะหวงของที่เสด็จพ่อพระราชทานให้จนถึงกับทำตัวเองพลัดตกลงไปในน้ำทั้งที่ตัวเองว่ายน้ำไม่เป็น
เวลาเพียงเสี้ยววินาทีร่างของขันทีผู้หนึ่งก็กระโดดลงไปพร้อมๆ กับคว้าเอาร่างองค์หญิงเก้าที่หมดเรี่ยวแรงไปแล้ว
“ไปตามหมอหลวงมาเร็วเข้าสิ!”
ไป่ลู่อิงรีบหันไปสั่ง มองดูใบหน้าน้องสาวที่อายุห่างกันเพียงหนึ่งปีด้วยความกลัว ไป่มู่ชิงเนื้อตัวเปียกปอนไปหมด อีกทั้งริมฝีปากยังซีดไร้สีเลือด ปลายมือปลายเท้ายิ่งไม่ต้องพูดถึง
หากนางเป็นอะไรไป เสด็จพ่อต้องลงโทษนางแน่
“องค์หญิงเก้า สิ้นชีพจรแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
เสียงของหมอหลวงทำให้ไป่ลู่อิงกลืนน้ำลายลงหนึ่งอึก ลำตัวสั่นไปหมดด้วยความหวั่นวิตก ก่อนที่ไม่กี่อึดใจถัดมาร่างของเจ้าแคว้นเหอเป่ยจะก้าวเข้ามาเร็วๆ พร้อมกับพระชายาเอก
“นี่มันเกิดอันใดขึ้น”
ไป่ซีลู่ ค่อยๆ โอบร่างบุตรสาวที่เกิดจากชายารองด้วยใบหน้าตื่นตระหนก หัวคิ้วทั้งสองขมวดติดกันขึ้งเครียดจนไป่ลู่อิงกลั้นลมหายใจ รีบสาวเท้าเข้าไปโอบกอดมารดา
“เสด็จแม่ ข้ามิได้ตั้งใจ”
“ชู่วว”
พระชายาเอกรีบเอามือแตะที่ปากเพื่อมิให้บุตรสาวกล่าววาจาอะไรออกมาอีก
“พ่อถามเจ้าว่าเกิดอันใดขึ้น”
ไป่ซีลู่เหลือบมองทางไป่ลู่อิงดวงตาแดงก่ำเล็กน้อยจนเด็กน้อยสะดุ้ง เอ่ยตอบเสียงตะกุกตะกักในขณะที่จับมือมารดาไว้แน่น
“หม่อมฉันเห็นน้องเก้าเล่นตุ๊กตาอยู่ผู้เดียว จึงคิดจะมาเล่นด้วย แต่ตุ๊กตาหล่นไปในสระบัว น้องเก้าจึงเอาไม้เขี่ยขึ้นมาจนตัวเองตกลงไปเพคะ”
ไป่ลู่อิงก้มหน้าลงเสียงสั่นเครือ อันที่จริงควรจะบอกว่าเธอเห็นไป่มู่ชิงกำลังเล่นอยู่เพียงผู้เดียวโดยไม่มีนางกำนัล จึงคิดเข้ามาแกล้งโดยการแย่งตุ๊กตาที่เสด็จพ่อพระราชทานให้ พอเบื่อแล้วก็จะคืนกลับไป
หากแต่อีกฝ่ายกลับไม่ยอมส่งมาให้นางแต่โดยดี จึงเกิดการแย่งชิงขึ้นจนตุ๊กตากระเด็นตกลงไปในสระ ไป่มู่ชิงจึงพยายามเก็บทว่ากลับพลาดลื่นลงไปเสียก่อน
ภาพที่ตัวเองกำลังสัมผัสผิวน้ำอย่างรุนแรงจนบาดผิวไปหมดทำให้ร่างกายสะดุ้งเฮือกพร้อมกับความหนาวเย็นจับขั้วหัวใจ เสียงผู้คนกำลังคุยกันอยู่เหนือศีรษะทำให้ต้องลืมตาขึ้นมอง
บางทีที่นี่อาจจะเป็นโรงพยาบาล...
หญิงสาวคิดปลอบใจตัวเองหากแต่ภาพที่เห็นทำเอาชะงัก ร่างกายของตนเองกำลังถูกประคองด้วยชายร่างสูงใหญ่ผู้หนึ่งที่กำลังแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับคนรอบข้างที่ต่างจับจ้องมองหล่อนเป็นตาเดียว
“มู่ชิง...”
เด็กหญิงคนหนึ่งเอ่ยเรียกด้วยความตระหนกตกใจ ในขณะเดียวกันเธอก็พยายามคิดทบทวนว่าที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เหตุใดคนพวกนี้ถึงได้แต่งกายด้วยชุดโบราณแบบนี้กันเล่า
“ลูกแม่ เจ้ามิเป็นอันใดแล้ว”
จู่ๆ สตรีผู้งดงามผู้หนึ่งก็ก้าวเข้ามาโอบกอดร่างหล่อนไว้แน่นจนรู้สึกอึดอัดไปหมดจนต้องใช้มือแตะที่แขนอีกฝ่ายเบาๆ เพื่อจะรั้งให้ปล่อยออก หากแต่เพียงสัมผัสเท่านั้นกลับมีเสียงหนึ่งดังแว่วขึ้นมาในหัว
‘นางจะฟื้นขึ้นมาทำไมอีก ทำไมไม่ตายๆ ไปเสียที!’
เสียงกระบี่กระทบส่งเสียงดังสนั่นพร้อมๆ กับร่างสูงใหญ่ของชายผู้หนึ่งกำลังพลาดท่าตกเป็นเป้าของคมดาบทำให้ผู้ที่เงื้ออาวุธแท่งยาวหยุดมือ โยนแท่งเหล็กสีเงินวาวลงพื้น“ท่านอ๋องโปรดระงับโทสะด้วยพ่ะย่ะค่ะ”หมางกั๋ว องครักษ์คู่กายเอ่ยเสียงเรียบ หากแต่ริมฝีปากกลับกระตุกเล็กน้อยคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม“ข้ามีโทสะเมื่อใดกัน”สิ้นประโยคคนฟังแทบจะหัวเราะออกมาดังๆ ถึงแม้อีกฝ่ายจะปฏิเสธหากแต่หัวคิ้วที่ขมวดติดกันแน่นและใบหน้าอึมครึมนั่นทำให้เขาคาดเดาอารมณ์ท่านอ๋องตอนนี้ได้ไม่ยากนักเห็นอยู่ชัดๆ ว่าอีกฝ่ายกำลังอารมณ์ไม่ดี!“องค์หญิงเก้ารูปโฉมมิต้องตาหรือพ่ะย่ะค่ะ”“มิแย่นัก”ว่าแล้วก็ก้าวย่างไปนั่งในศาลา ยกจอกน้ำชาขึ้นมาดื่มดับกระหาย ใบหน้ายังไร้ซึ่งความรู้สึกเช่นเคยหมางกั๋วลอบหัวเราะเบา ขยับเข้ามาใกล้พร้อมกับกระซิบกระซาบเสียงจริงจัง“หรือท่านอ๋องเกรงว่านางจะเป็นคนขององค์รัชทายาท”“มิมีทางเป็นเช่นนั้นแน่”ดวงตาพยัคฆ์จ้องมองไปยังจอกน้ำชาที่ถูกเขย่าเบาๆ อย่างครุ่นคิด องค์หญิงแห่งเหอเป่ยนั่นเป็นพระราชโองการของบิดา สงครามทางใจกำลังก่อตัวเช่นนี้ เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอนที่เสด็จพ่อจะดึงคนเข้ามาเพิ่ม มั่นใจได้เส
“เชิญเสด็จองค์หญิงเก้าพ่ะย่ะค่ะ”กงกงร่างท้วมที่เดินนำเอ่ยบอกอย่างมีมารยาทก่อนจะเปิดประตูสลักลวดลายบุปผาออกตรงหน้าของนางคือห้องเล็กๆ ห้องหนึ่งที่ประดับตกแต่งไปด้วยดอกไม้หอมมากมาย ตรงกลางห้องมีถังน้ำโรยกลีบกุหลาบแดง อีกทั้งยังมีธูปหอมจุดไว้มุมหนึ่ง หน้าต่างมีลมพัดผ่านจนผ้าม่านสีขาวบางพลิ้วไหวไปตามแรง“องค์หญิง ที่นี่สวยจริงๆ เพคะ”หลี่หยู่ที่เดินตามเข้ามาติดๆ กระซิบกระซาบในขณะที่ไป่มู่ชิงพยักหน้ารับเงียบๆ ดูเหมือนว่าที่นี่จะถูกจัดเตรียมเอาไว้เพื่อต้อนรับนางโดยเฉพาะ“พระชายาซูเสี่ยนมีรับสั่งให้เตรียมไว้ต้อนรับพระองค์พ่ะย่ะค่ะ”พูดจบกงกงก็รีบขอตัวออกไป ปล่อยให้ไป่มู่ชิงเดินดูไปรอบๆ ห้องอย่างพิจารณา ดูเหมือนว่าชายารัชทายาทผู้นั้นต้องการทำดีกับนางไม่น้อย ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเพราะความหวังดีจากใจจริงหรือมีอันใดแอบแฝงกันแน่หญิงสาวถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เดินอ้อมไปยังหลังฉากกั้น“หยู่เอ๋อร์ เจ้าปรนนิบัติเราหน่อยเถิด”ไป่มู่ชิงเอ่ยออกมาเสียงเรียบ ปล่อยให้หลี่หยู่จัดการกับอาภรณ์ของนางตามอำเภอใจ ไหนๆ พวกเขาก็อุตส่าห์เตรียมการต้อนรับนางถึงเพียงนี้ นางก็มิขัดศรัทธาเช่นกันน้ำในถังกระฉอกออกมาในขณ
ดูยิ่งใหญ่มากจริงๆ มิน่าเล่าผู้คนถึงได้ให้ความสนใจมากมายถึงเพียงนั้นไป่มู่ชิงคลี่ยิ้มเบิกบานมองดูขบวนองค์หญิงเก้าที่กำลังเดินทางอยู่ตรงหน้า เมื่อครู่นางแสร้งหยุดรถม้าก่อนจะอาศัยจังหวะชุลมุนเล็กน้อยนั่นหนีออกมาในคราบชุดของหลี่หยู่หญิงสาวสลัดผ้าที่ปิดบริเวณใบหน้าของตัวเองออก ถือเป็นความโชคดีอย่างหนึ่งที่แคว้นเหอเป่ยมีขนบธรรมเนียมประเพณีให้หญิงสาวต้องใช้ผ้าคลุมบริเวณจมูกลงมาหากไปเยือนเมืองอื่นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของแคว้นหญิงสาวลอบสำรวจเส้นทางเดินไปเรื่อยๆ มองดูการค้าขายที่เจริญรุ่งเรืองอย่างสนใจ อาหารหลายอย่างคล้ายคลึงกับสมัยใหม่ แต่บางอย่างก็ไม่เคยเห็นมาก่อนทันทีที่ดวงตากลมโตปะทะเข้ากับขนมเซาปิ่ง4 ประกายในดวงตาก็สลดลงเล็กน้อย ขาทั้งสองก้าวเข้าไปตามกลิ่นหอมน่ากินนั่นอย่างลืมตัว‘หม่าม้า...ขากลับอย่าลืมซื้อเซาปิ่งมาให้ด้วยนะ’นี่เป็นประโยคที่นางมักใช้กล่าวกับมารดาเสมอยามที่บุพการีออกไปทำธุระนอกบ้าน...มันคือขนมที่นางเคยชอบที่สุดในอดีต“แม่นางรับอะไรดี ขนมนี่เพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ เลยนะ” เสียงหนึ่งดังขึ้นด้วยรอยยิ้ม พร้อมทั้งผายมือออกให้ดูเซาปิ่งวางเรียงรายกันอยู่มากมายไป่มู่ชิงกะพริบตาเล็กน้
“เสด็จพ่อมีอันใดจะรับสั่ง บอกหม่อมฉันได้เลยพ่ะย่ะค่ะ”คราวนี้ฮ่องเต้พยายามจะลุกขึ้นนั่งอย่างทุลักทุเล จ้องมองอีกฝ่ายนิ่งคล้ายกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง“เรื่องที่พระสนมปลิดชีพตัวเอง เจ้าคิดเห็นว่าอย่างไร”ฉู่ซูเหยียนยิ้มน้อยๆ“หม่อมฉันมิทราบว่าสตรีมีใจซับซ้อนมากเพียงใด เป็นไปได้หรือไม่ว่าสิ่งที่ผู้คนพูดจะเป็นความจริง จากการตรวจสอบมิพบร่องรอยของการถูกลอบฆ่าหรือวางยา”เขาตอบตามใจคิด ผู้คนเล่าลือกันไปต่างๆ นานาว่าพระสนมไป่มีใจริษยาต่อกุ้ยเฟยที่จะได้รับการเลื่อนตำแหน่งสนมที่สูงสุดรองมาจากฮองเฮาถึงแม้จะได้รับการอวยยศเป็นชินอ๋องถึงสามปี เคยมีสัมพันธ์กับสตรีมาบ้างตั้งแต่อายุสิบสี่ แต่ถึงกระนั้นก็ล้วนเป็นการเรียนรู้ที่จะตอบสนองความต้องการทางกายที่บุรุษเพศพึงมี โดยไม่มีความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวข้องเพราะเป็นเช่นนั้น...เขาจึงไม่เคยเรียนรู้ความคิดอ่านของสตรีมาก่อนฮ่องเต้มิได้ตอบ หากแต่กระตุกริมฝีปากขึ้น“เดิมทีพระสนมไป่ถวายตัวแก่ข้า ก็เพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีของเหอเป่ยกับถงเยว่ เจ้าคิดว่าการที่นางปลิดชีพในวังหลวงเช่นนี้ แคว้นเหอเป่ยจะคิดเช่นไร”คนฟังหรี่ตาลง ตอบเสียงทุ้มอย่างมีหลักการ“หากคิดในด้าน





