Share

3 กล้าดีอย่างไร

last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-25 18:22:30

 

เขาทิ้งนางอย่างไม่เหลือเยื่อใยไว้ที่สวนดอกเบญจมาศท่ามกลางสายตาของชนชั้นสูงที่มาร่วมงานเลี้ยงชมดอกเบญจมาศในวันนี้ พานเยี่ยนซินไม่อยากรู้สึกชินชา แต่เป็นเพราะสถานการณ์และหลายสิ่งหลายอย่างบีบบังคับให้นางต้องรู้สึกเช่นนั้น

ชนชั้นสูงเหล่านั้นคาดหวังให้นางยืนร้องไห้สะอึกสะอื้นที่ถูกรัชทายาททอดทิ้ง แต่เปล่าเลย นางแข็งแกร่งกว่านั้น หญิงสาวยังคงเดินชื่นชมดอกเบญจมาศอย่างทำทีว่าอารมณ์ดี โดยมิได้แสดงท่าทีของคนพ่ายแพ้ออกไปให้พวกเขาเห็น

ไม่เพียงเท่านั้น นางยังส่งรอยยิ้มเย็นยะเยือกไปให้แก่พวกเขา เป็นการแสดงให้พวกเขาเห็นว่า นางรู้และเห็นว่าพวกเขากำลังมองมาที่นางเช่นไร นางคือสตรีสกุลพาน เป็นบุตรสาวภรรยาเอกแห่งจวนกั๋วกง พวกบุตรสาวขุนนางระดับล่างมีสิทธิอันใดมาใช้สายตามองนางอย่างเหยียดหยาม

ครั้นทุกคนเห็นสายตาของนางเช่นนั้นก็รีบหลบไปทางอื่น

เมื่อชื่นชมดอกเบญจมาศจนเบื่อ พานเยี่ยนซินก็ปลีกตัวเดินเลี่ยงออกไปตั้งใจหาที่สงบ ๆ นั่งพักผ่อน สักชั่วครู่เท่านั้น แต่เมื่อก้าวเท้าไปได้เพียงไม่กี่ก้าว สายตาของนางก็เห็นซูลิ่งอี้นั่งหัวเราะคิกคักอย่างรื่นรมย์อยู่กับไป๋ซูเอ๋อ พวกเขากระซิบกระซาบสนทนาสิ่งใดกันบางอย่าง ซูลิ่งอี้ลุกขึ้น ทำท่าทางโบกไม้โบกมือและหายลับไป

หญิงสาวที่งดงามราวกับดอกบัวทอดสายตามองตามแผ่นหลังของชายหนุ่มไป ใบหน้าเคลือบไว้ด้วยรอยยิ้มบาง ๆ

เมื่อซูลิ่งอี้ไม่อยู่แล้ว พานเยี่ยนซินก็ถือโอกาสนี้เข้าไปทักทาย

ไป๋ซูเอ๋อ เบือนสายตากลับมาพลันเห็นคนที่ไม่ควรเห็น นางแต่งกายงดงามดูก็รู้ทันทีว่าทุกอย่างที่อยู่บนกายนางเวลานี้มีราคาแพงโดยเฉพาะปิ่นปักผมชิ้นนั้น

“นึกไม่ถึงว่าคุณหนูพานห้า ได้รับเชิญมาร่วมงานเลี้ยงกับเขาด้วย” ไป๋ซูเอ๋อทักทาย

“...”

พานเยี่ยนซินมิได้ตอบสิ่งใด ทุกครั้งก็เป็นเช่นนี้ พบหน้ากันทีไรมิเคยพูดจาดีต่อกันเลยสักครั้ง นางรู้นิสัยของไป๋ซูเอ๋อดีว่าเป็นเช่นไร เหตุใดผู้คนจึงมองไม่ออก

“ปิ่นปักผมทองคำที่ท่านปักมาร่วมงานวันนี้ ช่างงดงามยิ่งนัก สกุลพานช่าง...มั่งคั่งจริง ๆ ไม่รู้ว่าทำกิจการอันใดกัน จึงได้มีเงินให้คุณหนูพานห้าใช้จ่ายมือเติบเช่นนี้ ในขณะที่ประชาชนทุกข์ยาก แต่ชนชั้นขุนนางกลับอวดร่ำอวดรวย”

พอถูกดูถูกพานเยี่ยนซินก็เกิดความโมโห เป็นแค่บุตรสาวราชบัณฑิตจน ๆ เท่านั้น กล้าดีอย่างไรมาพูดจาเช่นนี้กับนาง

“สกุลพานของข้าจะทำกิจการอันใดย่อมไม่เกี่ยวกับเจ้า ทุกอย่างที่ข้าได้มานั้นก็เป็นเพราะบิดารักข้า ข้าอยากได้สิ่งใดท่านก็มอบให้ข้า ข้านับว่าได้รับการเลี้ยงดูมาเป็นอย่างดี อีกอย่าง สกุลพานสร้างคุณงามความดีมาหลายชั่วอายุคน ได้รับปูนบำเหน็จมากมายรับใช้ราชวงศ์มาอย่างยาวนาน จะมั่งคั่งร่ำรวยนั้นไม่แปลก และต้องบอกว่าบรรพบุรุษของข้านั้นฉลาดหลักแหลม รู้จักสร้างกิจการสร้างรากฐานให้ลูกหลาน ไม่ใช่รอแต่เงินหลวงเพียงอย่างเดียว อ้อ... แต่ก็คงไม่เหมือนกับสกุลราชบัณฑิตไป๋หรอกใช่หรือไม่ ได้ยินว่าเพิ่งเข้าเมืองหลวงเมื่อไม่นานมานี้ มิได้มีทรัพย์สมบัติใด ๆ ติดตัวมา แต่กลับสร้างเรือนหลังใหญ่บนพื้นที่กว้างขวางทำเลดี น่าแปลกจริง จู่ ๆ ก็มีเรือนหลังใหญ่เช่นนั้น ทั้งที่...”

ไป๋ซูเอ๋อถูกตอกกลับจนหน้าชา แต่ก็ยังคงพยายามรักษาสีหน้าตนเองไว้

“กล่าวหากันเกินไปแล้ว”

“เกินไปอะไรกันคุณหนูไป๋ ที่เมื่อครู่เจ้ายังกล่าวหาข้าได้อย่างไม่ละอาย กล้าพูดค่อนแคะคนอื่น ก็ต้องกล้ารับผลการกระทำของตนเองด้วย” พานเยี่ยนซินตอกย้ำ

ไป๋ซูเอ๋อสุดจะทนอีกต่อไป ยกมือขึ้นเงื้อออกไปตั้งใจจะตบหน้าพานเยี่ยนซิน แต่สายตาพลันเห็นว่ารัชทายาทกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ มือที่จะตบผู้อื่นกลับตบตนเอง แล้วทรุดตัวลงกับพื้นบีบน้ำตาอย่างน่าสงสาร

“คุณหนูพานห้า อย่าทำร้ายข้าเลยเจ้าค่ะ ข้าขอโทษ ข้ามิได้ตั้งใจดูหมิ่นท่าน” ไป๋ซูเอ๋อโวยวายเสียงดัง

พานเยี่ยนซินยืนอยู่นิ่ง ๆ  นางมิได้ทำอันใดทั้งสิ้น คนที่ด่าก่อนก็คือนาง พอเถียงสู้ไม่ได้กลับมาเล่นละครบีบน้ำตาเช่นนั้นหรือ

เสียงฝีเท้าหนัก ๆ มุ่งตรงมาทางนี้ ทันทีที่นางหันหน้ากลับไปก็พบกับสายตานับสิบคู่ ที่มองมายังจุดที่นางยืนอยู่

“พานเยี่ยนซิน เจ้าทำเกินไปแล้ว” ซูลิ่งอี้ตะคอกเสียงดัง ผู้คนที่อยู่โดยรอบมองมายังศาลาอันเป็นจุดเกิดเหตุ

“หม่อมฉันทำอะไรเพคะ?” นางถามเพราะไม่รู้ว่าตนทำอะไรผิด

“เจ้าทำร้ายนาง” รัชทายาทหนุ่มชี้นิ้วไปที่สตรีที่นั่งอยู่บนพื้น

“ทรงเห็นกับพระเนตรของพระองค์เองหรือเพคะว่าหม่อมฉันเป็นคนทำร้ายนาง” พานเยี่ยนซินถามกลับ “ทรงตรัสมาสิเพคะ ว่าพระโอรสของแผ่นดิน ผู้ที่จะได้ปกครองแผ่นดินเล่ยหยวนในอนาคตเห็นกับตาของพระองค์เอง ว่าหม่อมฉันทำร้ายคุณหนูไป๋” นางพูดจบก็กอดอกยืนรอให้เขาพูดคำนั้นออกมา เพราะนางมั่นใจว่าเขาต้องไม่เห็นอย่างแน่นอนว่าเกิดอะไรขึ้น

“เจ้า!” เป็นแน่ว่าเขามิได้เห็นเหตุการณ์เมื่อก่อนหน้านั้น เพราะเมื่อมาถึงซูเอ๋อก็ลงไปนั่งอยู่บนพื้นแล้ว

“ใช่หรือไม่เพคะ พระองค์มิได้ทอดพระเนตรเห็นกับตาของพระองค์เอง แต่กล้าปรักปรำสตรีตัวเล็ก ๆ เช่นหม่อมฉัน” คราวนี้นางเป็นฝ่ายบีบน้ำตาบ้าง “พระองค์ทรงกล้า...ปรักปรำสตรีตัวเล็ก ๆ เช่นหม่อมฉันได้อย่างใจร้าย”

คำพูดของพานเยี่ยนซินฟังดูมีน้ำหนัก อันที่จริงผู้คนตรงนั้นก็มิได้มีผู้ใดเห็นว่านางเป็นคนทำร้ายคุณหนูไป๋ ทุกคนล้วนแล้วแต่เห็นก็ตอนที่นางลงไปนั่งร้องไห้อยู่ที่พื้นแล้ว      

“รัชทายาท” ไป๋ซูเอ๋อร้องไห้

ซูลิ่งอี้กำหมัดแน่นแล้วจึงคุกเข่าลงและช่วยประคองไป๋ซูเอ๋อขึ้นมายืน

“ไม่เป็นไรซูเอ๋อ ข้าจะยืนเคียงข้างเจ้า” ถึงจะมิได้เห็นกับตาของตนเองแต่ก็มั่นใจว่านางจะต้องถูกพานเยี่ยนซินรังแกอย่างแน่นอน

พานเยี่ยนซินร้องไห้สะอึกสะอื้น สายตามองไปที่มือของไป๋ซูเอ๋อ มือของนางยังเป็นสีแดง นั่นเพราะเมื่อครู่นี้นางอุตส่าห์ลงทุนตบหน้าตนเอง

“คุณหนูไป๋ มือของท่านเป็นสีแดงเชียว ไม่ทราบนะเจ้าคะ ว่าไปทำอะไรมา เอ๊ะ... หรือว่าใช้มันตบหน้าตนเอง”

ทุกคนส่งเสียงอื้ออึงเมื่อพานเยี่ยนซินกล่าวจบประโยค สักพักหนึ่งอาเสว่สาวใช้ของนางก็มาช่วยประคองนางออกไป

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เป็นนางร้ายอยู่ดี ๆ ก็มีคนมาแย่งชิงตำแหน่ง   12 ความจริงของเรื่องเมื่อคืน

    กระทั่งใกล้รุ่งมีแสงสว่างยามเช้าสาดส่องเข้ามาภายในห้อง เหยียนเหวินจิ้งโอบกอดร่างเล็กในอ้อมแขนเอาไว้อย่างแนบแน่น พลางคิดถึงความสุขสมที่ผ่านพ้นไปเมื่อคืนวาน เขาช่างเป็นบุรุษสารเลว ทันทีที่นางตื่นขึ้นมาและพบว่าชายที่นอนเคียงข้างนางเป็นใคร คุณหนูไป๋จะต้องยินยอมตกลงแต่งงานกับเขาเป็นแน่ เขาต้องฤทธิ์ยาปลุกกำหนัด นางเองก็เช่นกัน นึกไม่ออกเลยว่าซูลิ่งอี้จะรู้สึกเช่นไรที่ได้รับรู้ว่าสตรีอันเป็นที่รักของตนนั้น ได้กลายเป็นภรรยาของเขาไปแล้วร่างสูงใช้ข้อศอกยันตัวเองขึ้นมาตั้งใจมองให้ชัด ๆ ว่าสตรีในอ้อมแขนของเขานั้นเป็นใคร เขามิได้ฝันไปใช่หรือไม่ แต่แล้วก็ต้องตกใจ เพราะคนตัวเล็กที่เขากำลังโอบกอดอยู่นั้นมิใช่คุณหนูไป๋“พานเยี่ยนซิน” เหยียนเหวินจิ้งขบกรามแน่น กัดฟันกรอด ไฉนเลยจึงกลายเป็นนางไปได้ เหตุใดจึงเป็นคุณหนูแห่งจวนพานกั๋วกง ขุนนางกังฉินผู้นั้นกันได้เห็นนางในเวลานี้พลันทำให้คิดถึงเมื่อตอนที่อยู่ที่วัด นางอธิษฐานว่าอย่างไรนะ‘ขอให้พระพุทธองค์ให้อภัยในความผิดบาปที่นางจะกระทำคืนนี้อย่างนั้นหรือ’ที่แท้ นางก็มีแผนการเช่นนี้ อัครเสนาบดีหนุ่มมั่นใจว่าเป้าหมายของนางไม่ใช่เขา คงจะเป็นองค์ชายรัชทายาท ก

  • เป็นนางร้ายอยู่ดี ๆ ก็มีคนมาแย่งชิงตำแหน่ง   11 เจ้าเป็นของข้า NC2

    “อาห์...ท่าน...อย่า” ปากนางปฏิเสธ แต่ร่างกายกลับแอ่นขึ้นต้อนรับเหยียนเหวินจิ้งก้มลงดื่มด่ำกับเนินอกนุ่ม ลิ้นร้อนเลียไล้ ดูดดื่มราวกับทารกที่หิวนม มืออีกข้างลูบไล้ลงต่ำถึงหน้าท้องแบนเรียบ“หวานเหลือเกิน” เขาครางเบา ๆเขาค่อย ๆ จูบลงต่ำ ผ่านสะดือน้อย ๆ ลงสู่เนินเนื้ออวบอิ่ม พานเยี่ยนซินตกใจพยายามหุบขา“ไม่! อย่า...ที่นั่น...” นางอุทานเสียงสั่น“เชื่อข้า” เขากระซิบ แล้วแหวกขาขาวเนียนออก สำรวจถ้ำสีชมพูที่ชุ่มฉ่ำด้วยน้ำรัก“อาห์!” นางร้องเสียงหลง เมื่อลิ้นร้อนของเขาสัมผัสกลีบดอกไม้สีชมพูอันอ่อนนุ่มเขาใช้ลิ้นเลียเล้าโลมอย่างช้า ๆ ดูดดื่มน้ำหวานที่ไหลออกมาไม่ขาดสาย นิ้วค่อย ๆ สอดเข้าไปในโพรงแคบ“แน่น...ร้อน...เจ้ายังบริสุทธิ์” เขาพึมพำอย่างประหลาดใจพานเยี่ยนซินได้แต่ครางตอบ สติแทบจะเลือนหายไปกับความสุขที่ท่วมท้น “ข้า...ข้าทนไม่ไหว...อึก!”คลื่นความสุขครั้งแรกซัดกระหน่ำ ร่างบางสั่นระริกราวกับใบไม้ในพายุ น้ำหวานใสไหลรินออกมาให้เขาดื่มกลืน“หวานยิ่งกว่าน้ำผึ้ง” เขาเงยหน้าขึ้น ริมฝีปากเปียกชื้นเหยียนเหวินจิ้งไม่รอช้า รีบปลดเปลื้องอาภรณ์ตนเองออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นร่างกำยำแข็งแกร่งและหอกหย

  • เป็นนางร้ายอยู่ดี ๆ ก็มีคนมาแย่งชิงตำแหน่ง   11 เจ้าเป็นของข้า NC1

    (TW : มีการใช้ยาและความเข้าใจผิด และมีการกระทำรุนแรงทางเพศ)มีคนจากในโรงเตี๊ยมเดินออกมารับนางอย่างที่คนของมารดาแจ้งเอาไว้จริง ๆ นางไม่ได้พูดสิ่งใดยังคงใช้เสื้อคลุมปกปิดใบหน้าและร่างกายเอาไว้ คนตัวเล็กเดินตามอีกฝ่ายไปอย่างว่าง่ายลัดเลาะไปตามเส้นทางในความมืด สายตามองไปโดยรอบตัวเพื่อหาโอกาสเหมาะ ๆ สบช่องหาทางหนีและแล้ว นางก็ค้นพบได้ในที่สุดเพราะอีกฝ่ายเดินอย่างรีบร้อน ไม่ได้หันหน้ามาดูด้วยซ้ำว่านางจะเดินไปที่ใด พานเยี่ยนซินค่อย ๆ ลดความเร็วของฝีเท้าตนเอง จนกระทั่งเกิดระยะห่างระหว่างคนของโรงเตี๊ยมและนาง จนมีเส้นทางหนึ่งต้องเลี้ยวซ้ายตรงมุมกำแพง พานเยี่ยนซินหยุดนิ่งรอจนอีกฝ่ายเดินหายไปหัวใจของนางในเวลานี้เต้นตึกตักราวกับจะหลุดออกมานอกเบ้า รู้สึกว่ามือของตนนั้นในเวลานี้เปียกชื้นไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ อากาศปลายสารทฤดูเย็นยิ่งนัก แต่กลับกันนางดันเหงื่อแตกเพราะความตื่นเต้นไม่มีเวลาให้นางคิดอีกต่อ พานเยี่ยนซินไม่รู้ด้วยซ้ำว่าโรงเตี๊ยมแห่งนี้ มีเส้นทางเข้าออกกี่เส้นทางหรือกว้างใหญ่ขนาดไหน หญิงสาวเดินแอบ ๆ หลบมุมไปตามเงามืดของยามราตรีสอดส่ายสายตาหาทางรอดให้กับตนเอง แล้วจึงเห็นประตูไม้บานหนึ่งที

  • เป็นนางร้ายอยู่ดี ๆ ก็มีคนมาแย่งชิงตำแหน่ง   10 เหมือนลูกกวาง

    ตอนที่เหยียนเหวินจิ้งเปิดประตูห้องออกมา ก็เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่พานเยี่ยนซินเปิดออกมาพร้อมกัน เขามองหน้านางครู่หนึ่งแล้วเดินเลยนางไป ราวกับมิได้สนใจว่านางเป็นใคร นับว่าเป็นบุรุษที่มีรูปโฉมงดงามนัก ตัวสูงกว่านางหลายเท่า บนตัวเขามีกลิ่นหมึกฮุ่ยโม่จาง ๆ เดาว่าเขามาที่นี่คงจะมาศึกษาพระคัมภีร์พานเยี่ยนซิน คลับคล้ายคลับคลาเหมือนกับจะเคยพบหน้าเขาที่ใดมาก่อน แต่ก็นึกไม่ออก อาจเป็นบุตรชายขุนนางสักคน ว่าแต่เขาอยู่ห้องนั้นอย่างนั้นหรือ เช่นนั้นเขาก็อาจจะได้ยินที่นางอธิษฐานใช่หรือไม่คิดได้เช่นนั้นพานเยี่ยนซิน รีบเดินไปดักหน้าอีกฝ่าย“คุณชาย...”คุณชาย? นางไม่รู้จักเขาอย่างนั้นหรือ? เหยียนเหวินจิ้งสีหน้าเรียบเฉย ก้มหน้าลงไปมองสตรีที่ตัวเล็กกว่า“คุณหนูมีธุระอันใดหรือเปล่า”ริมฝีปากของพานเยี่ยนซินเม้มเข้าหากัน อยากจะพูดออกไปแต่ก็ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรดี“...”เมื่อได้อยู่ใกล้ ๆ จึงเพิ่งจะเห็นว่าดวงตาของนางเป็นสีน้ำตาล ดูอ่อนโยนน่าทะนุถนอมราวกับลูกกวางตัวน้อย ๆ กลิ่นกายแทนที่จะเป็นกลิ่นเครื่องหอมอย่างที่สตรีในเมืองหลวงนิยมใช้กัน แต่กลับเป็นกลิ่นหอมสะอาดของสมุนไพร ริมฝีปากอวบอิ่มเป็นสีแดงระเร

  • เป็นนางร้ายอยู่ดี ๆ ก็มีคนมาแย่งชิงตำแหน่ง   9 ต้องการแค่สักคน

    เหยียนเหวินจิ้งได้ยินว่ารัชทายาทออกล่าสัตว์ และยังได้ยินอีกว่าเขาจะพาคุณหนูไป๋มาร่วมด้วย กำลังคิดอยู่ว่าจะหาวันที่โอกาสเหมาะสมเช่นนี้ได้เมื่อไร เมื่อตัดสินใจแล้ว ก็รีบลงมือทันที อัครเสนาบดีหนุ่มไปรออยู่ที่วัด ที่อยู่ใกล้กับพื้นที่ล่าสัตว์อย่างเงียบ ๆ“ดูเหมือนว่าวันนี้เราจะมีแขกไม่ได้รับเชิญนะขอรับ” กงหยุนเข้ามารายงาน เพราะเมื่อสักครู่นี้เห็นรถม้าของจวนกั๋วกงมุ่งหน้าเข้ามาที่นี่ รอดูสักพักจึงได้เห็นว่าเป็นคุณหนูห้าแห่งจวนกั๋วกง “ใคร”“คุณหนูห้า จากจวนพานกั๋วกงขอรับ”คุณหนูพานห้างั้นเหรอ แค่ได้ยินชื่อนางเหยียนเหวินจิ้งก็พลันรู้สึกหงุดหงิด“นางมาที่นี่ทำไม หรือว่านางมีแผนการอะไร” อัครเสนาบดีหนุ่ม เกรงว่านางอาจจะกำลังวางแผนอะไรสักอย่าง เขาไม่ต้องการให้เรื่องของนางมาส่งผลกระทบต่อแผนการของเขา“ข้าน้อยก็ไม่ทราบขอรับ ร้อยวันพันปีนางไม่เคยเข้าวัดไหว้พระ แต่วันนี้เกิดอยากจะทำบุญ นางจะต้องมีแผนการร้ายอย่างแน่นอนขอรับ ไม่แน่ว่านางอาจจะกำลังคิดแผนการเข้าหาองค์รัชทายาทก็ได้” กงหยุนคิดเช่นนั้นสิ่งที่กงหยุนเอ่ยออกมานับว่ามีน้ำหนักพอสมควร เขาคาดเดาว่าน่าจะเป็นเช่นนั้น“งั้นข้าจะออกไปดูเสียหน่อยว่าน

  • เป็นนางร้ายอยู่ดี ๆ ก็มีคนมาแย่งชิงตำแหน่ง   8 วันธรรมดาวันหนึ่ง

    อาเสว่ยืนอยู่หน้าเรือนรอรับคุณหนูของนาง จนกระทั่งเห็นเจ้านายเดินโซซัดโซเซมาก็รีบวิ่งเข้าไปประคอง บ่าวคนอื่น ๆ เองก็รู้สถานการณ์ดี และรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้น พวกนางเห็นแล้วก็รู้สึกสงสารจับใจ รีบเข้าไปจัดเตรียมเสื้อผ้า น้ำอุ่น ยาสมานแผล และยาสมุนไพรต้มเพื่อบรรเทาอาการบาดเจ็บและช่วยให้นางผ่อนคลาย พานเยี่ยนซินเหนื่อยและเศร้าเกินไป ตอนนี้นางเองก็ไร้เรี่ยวแรงจะดิ้นรนจึงปล่อยให้บ่าวไพร่ปรนนิบัตินางตามใจชอบ“คุณหนู...” อาเสว่ถอดเสื้อผ้าของเจ้านายออก บนร่างกายมีแต่รอยหยิก รอยทุบตี ใบหน้าก็มีบาดแผลอย่างน่าสงสาร“พวกเจ้าร้องไห้ทำไมกัน” พานเยี่ยนซินยิ้ม“เหตุใดฮูหยินจึงลงมือหนักเช่นนี้” อาเสว่ค่อย ๆ ประคองคุณหนูลงในถังอาบน้ำ“เอาเถิดอย่าพูดอีกเลย” พานเยี่ยนซินไม่อยากฟังแล้ว พรุ่งนี้ยังมีหลายเรื่องให้ต้องทำ นางง่วงนอนเหลือเกินอาเสว่และสาวใช้คนอื่น ๆ เห็นเช่นนั้นก็มิได้เอ่ยสิ่งใดอีก เพียงช่วยอาบน้ำทายาแก้ฟกช้ำให้นางเงียบ ๆ เท่านั้นคุณหนูของพวกนางเป็นสตรีที่งดงาม มักจะแต่งกายหรูหราอยู่เสมอ แต่ใครจะไปรู้ว่าการที่นางทำเช่นนั้นก็เพื่อปกปิดร่างกายที่เต็มไปด้วยร่องรอยเช่นนี้ นางใจดีกับบ่าวไพร่ ไม่เคยทำร้า

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status