Se connecterก่อนหน้านั้นพานเยี่ยนซินได้ชื่อว่าคือนางร้ายอันดับหนึ่งของแผ่นดิน แต่ในวันนี้ดูเหมือนว่าจะมีคนมาแย่งชิงตำแหน่งนางร้ายของนางไปเสียแล้ว
Voir plus“เตรียมตัวพร้อมแล้วหรือยัง”
เสียงของสตรีวัยกลางคนเอ่ยถามขึ้นหลังจากเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าเรือนของบุตรสาว
“เสร็จเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ”
สาวใช้คนสนิทของหญิงสาวเปิดประตูยื่นหน้าออกมารายงานความคืบหน้า
“เสร็จแล้วก็ออกเดินทางได้แล้ว”
หานอิงผู้เป็นมารดากล่าว
เพียงชั่วอึดใจหญิงสาวผู้หนึ่งก็เปิดประตูเยื้องย่างออกมาด้วยท่วงท่าสง่างาม
ใบหน้าของนางงดงามและบริสุทธิ์ เส้นผมสีดำขลับถูกเกล้าขึ้นเป็นทรงสูง ประดับด้วยปิ่นเข้ากับชุดสีเหลืองอ่อนตัดสลับกับสีขาว ริมฝีปากอวบอิ่มแต้มสีชาดแดงระเรื่อ ดวงตาของนางเป็นสีน้ำตาลคล้ายดวงตาของลูกกวางที่ไร้เดียงสา นั่นคือจุดเด่นที่สุดที่หานอิงภาคภูมิใจในตัวบุตรสาว นับเป็นดวงตาที่สามารถทำให้เหล่าบุรุษแทบหยุดหายใจเมื่อได้สบตากัน
“ลูกพร้อมแล้วเจ้าค่ะท่านแม่”
พานเยี่ยนซินก้าวช้า ๆ ออกมาทำความเคารพมารดาตน
สายตาของผู้เป็นมารดาสำรวจความเรียบร้อยบนกายของนาง เมื่อทุกอย่างไร้ที่ติแล้ว หานอิงก็มิได้คิดตำหนิเรื่องใดอีก
“ไปกันเถอะ ชักช้าจะมิทันกาล”
“...”
พานเยี่ยนซินผงกศีรษะเล็กน้อยแล้วเดินตามมารดาไปอย่างว่าง่าย
นับเป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่มารดาไม่ตำหนิเรื่องการแต่งกายของนาง ไม่เสียแรงที่นางและอาเสว่ ช่วยกันเลือกชุดและเครื่องประดับสำหรับงานวันนี้อย่างพิถีพิถัน คนตัวเล็กหันไปยิ้มให้สาวใช้ของตน อีกฝ่ายจึงพยักหน้าอย่างเข้าใจ
ระหว่างเดินไปตามระเบียงก็พบเข้ากับพานเจียหยางหรือพานซื่อจื้อ พี่ชายของนางกำลังเดินมุ่งหน้ามายังเส้นทางเดียวกันกับนางพอดี
“หยางเอ๋อ”
หานอิงทักทายบุตรชายที่นางภาคภูมิใจด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“คารวะท่านแม่”
เขาประสานมือคารวะมารดา หันไปมองน้องสาวชั่วครู่ ส่งยิ้มให้นางเล็กน้อยแล้วจึงผินหน้ากลับมาประคองมารดาให้เดินไปด้วยกัน
“วันนี้เข้าวังเพื่อไปร่วมงานเลี้ยงของพระพันปี หากเจ้าสนใจบุตรสาวบ้านไหนก็ตัดสินใจให้ดีแล้วมาบอกแม่ เรื่องอื่นนอกเหนือจากนั้นเจ้าก็ไม่ต้องกังวลไป ข้าจะให้พ่อเจ้าไปทาบทามสู่ขอ” หานอิงกล่าวกับบุตรชาย เขาอายุพอสมควรแล้ว ควรจะได้ออกเรือนกับสตรีสักคน
พานเจียหยางยิ้ม “หากลูกสนใจในตัวผู้ใด ไว้ลูกจะเรียนท่านแม่ให้ทราบขอรับ”
บทสนทนานั้นพานเยี่ยนซินได้ยินทุกอย่าง ผู้ที่เป็นทั้งน้องสาวและลูกสาวได้แต่พ่นลมหายใจเพียงในใจเท่านั้น ถึงแม้นางจะไม่พึงพอใจเพียงไรก็มิอาจแสดงออกมาต่อหน้าท่านแม่ได้
น่าอิจฉาท่านพี่ของนาง เขาเป็นบุรุษรูปงาม ทั้งอ่อนโยนและใจดี อีกทั้งยังฉลาดเฉลียว เมื่อปีกลายเพิ่งจะได้รับตำแหน่งรองแม่ทัพประจำเมือง นั่นยิ่งทำให้เขาเป็นที่ชื่นชมและกล่าวถึงในหมู่สตรีในเมืองหลวง แม้ชื่อเสียงของสกุลพานจะไม่สู้ดีนัก ก็มีเพียงเขาที่เป็นข้อยกเว้น
นอกจากนั้นเขายังมีโอกาสได้เลือกสรรคู่ครองที่ตนเองต้องการ ไม่เหมือนกับนางที่ถูกบีบบังคับให้เลือกคนที่ครอบครัวต้องการเท่านั้น
และคนผู้นั้นก็หาใช่ใครอื่นไม่ คือรัชทายาทซูลิ่งอี้นั่นเอง แต่ใครบ้างในเมืองหลวงไม่รู้ว่าเขานั้นชอบพออยู่กับคุณหนูไป๋ ไป๋ซูเอ๋อ บุตรสาวของราชบัณฑิตไป๋ นางทั้งงดงามและอ่อนโยน เป็นที่รักของผู้คน หนำซ้ำยังมาจากสกุลราชบัณฑิตที่สง่างาม
แม้มารดาของนางจะรู้ความจริงนี้อยู่แก่ใจ แต่ก็ยังดึงดันให้นางไปมัดใจซูลิ่งอี้ให้จงได้
พวกเขาเดินสนทนากันออกมาจากเรือนโดยมิได้สนใจนางที่ตามหลังมา ผู้เป็นพี่ชายส่งมารดาและนางขึ้นรถม้าอีกคันส่วนเขา กระโดดขึ้นหลังอาชาควบเคียงข้างกันไปยังวังหลวง
เพราะจวนสกุลพานเป็นถึงกั๋วกง เมื่อไปถึงวังหลวงรถม้าก็สามารถแล่นเข้าไปได้โดยมิต้องต่อแถว
“เจ้าอย่าลืมว่านี่เป็นโอกาสครั้งสุดท้ายที่เจ้าจะใช้มัดใจพระพันปี”
หานอิงกล่าวกับบุตรสาวในระหว่างที่รถม้ากำลังเคลื่อนตัวเข้าไปเรื่อย ๆ
พานเยี่ยนซินกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เวลานี้นางทั้งตื่นเต้นทั้งประหม่า เกรงว่าตนจะเดินหมากผิดไป
“เจ้าค่ะท่านแม่ ลูกเข้าใจแล้ว”
“ไม่ต้องไปสนใจว่ารัชทายาทจะคิดอย่างไรกับเจ้า เพราะข้ารู้ว่าอย่างไรเสียเขาก็ไม่มีวันรักเจ้า” หานอิงมองบุตรสาวของตนเองตั้งแต่หัวจรดเท้า “ไม่ว่าจะมองอย่างไร ไป๋ซูเอ๋อก็เทียบเจ้าไม่ได้เลยสักนิด เขาน่ะตาถั่ว เหตุใดจึงมองไม่เห็นเจ้ากัน”
ไม่ใช่ว่าเขามองไม่เห็นเสียหน่อย ซูลิ่งอี้มองเห็นนางแล้วต่างหาก แต่สายตาที่เขามองมายังนางนั้นเต็มไปด้วยการดูถูกเหยียดหยาม ไม่ว่านางจะทำดีเพียงไรก็มิอาจดึงความสนใจของเขามาที่นางได้เลย เมื่อพานเยี่ยนซินคิดถึงเรื่องนั้นในใจก็พลันหดหู่
“แต่ท่านแม่เจ้าคะ พรุ่งนี้...” ผู้เป็นลูกสาวพูดขึ้น แต่กลับถูกมารดาพูดแทรกขึ้นมาก่อน นางจึงทำได้เพียงกลืนประโยคหลังลงท้องเท่านั้น
“ฉะนั้นวันนี้ เจ้าห้ามพลาดเด็ดขาด ไม่ว่าพระพันปีจะให้พวกเจ้าทำสิ่งใด เจ้าก็ต้องชนะเป็นอันดับหนึ่งเท่านั้น เข้าใจหรือไม่”
“เจ้าค่ะ”
พานเยี่ยนซินทำได้เพียงรับคำเท่านั้น
“และรู้ใช่หรือไม่ว่าถ้าหากเจ้าแพ้....แก่ไป๋ซูเอ๋อ ผลลัพธ์มันจะออกมาเป็นเช่นไร”
ที่มารดาพูดออกมาเช่นนั้นนางย่อมรู้ดีว่าหากนางแพ้ในสงครามของเหล่าสตรีในวันนี้ ทุกอย่างจะออกมาเลวร้ายเช่นไร
“ลูกเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ เยี่ยนเอ๋อจะไม่ทำให้ท่านแม่ผิดหวัง”
กระทั่งใกล้รุ่งมีแสงสว่างยามเช้าสาดส่องเข้ามาภายในห้อง เหยียนเหวินจิ้งโอบกอดร่างเล็กในอ้อมแขนเอาไว้อย่างแนบแน่น พลางคิดถึงความสุขสมที่ผ่านพ้นไปเมื่อคืนวาน เขาช่างเป็นบุรุษสารเลว ทันทีที่นางตื่นขึ้นมาและพบว่าชายที่นอนเคียงข้างนางเป็นใคร คุณหนูไป๋จะต้องยินยอมตกลงแต่งงานกับเขาเป็นแน่ เขาต้องฤทธิ์ยาปลุกกำหนัด นางเองก็เช่นกัน นึกไม่ออกเลยว่าซูลิ่งอี้จะรู้สึกเช่นไรที่ได้รับรู้ว่าสตรีอันเป็นที่รักของตนนั้น ได้กลายเป็นภรรยาของเขาไปแล้วร่างสูงใช้ข้อศอกยันตัวเองขึ้นมาตั้งใจมองให้ชัด ๆ ว่าสตรีในอ้อมแขนของเขานั้นเป็นใคร เขามิได้ฝันไปใช่หรือไม่ แต่แล้วก็ต้องตกใจ เพราะคนตัวเล็กที่เขากำลังโอบกอดอยู่นั้นมิใช่คุณหนูไป๋“พานเยี่ยนซิน” เหยียนเหวินจิ้งขบกรามแน่น กัดฟันกรอด ไฉนเลยจึงกลายเป็นนางไปได้ เหตุใดจึงเป็นคุณหนูแห่งจวนพานกั๋วกง ขุนนางกังฉินผู้นั้นกันได้เห็นนางในเวลานี้พลันทำให้คิดถึงเมื่อตอนที่อยู่ที่วัด นางอธิษฐานว่าอย่างไรนะ‘ขอให้พระพุทธองค์ให้อภัยในความผิดบาปที่นางจะกระทำคืนนี้อย่างนั้นหรือ’ที่แท้ นางก็มีแผนการเช่นนี้ อัครเสนาบดีหนุ่มมั่นใจว่าเป้าหมายของนางไม่ใช่เขา คงจะเป็นองค์ชายรัชทายาท ก
“อาห์...ท่าน...อย่า” ปากนางปฏิเสธ แต่ร่างกายกลับแอ่นขึ้นต้อนรับเหยียนเหวินจิ้งก้มลงดื่มด่ำกับเนินอกนุ่ม ลิ้นร้อนเลียไล้ ดูดดื่มราวกับทารกที่หิวนม มืออีกข้างลูบไล้ลงต่ำถึงหน้าท้องแบนเรียบ“หวานเหลือเกิน” เขาครางเบา ๆเขาค่อย ๆ จูบลงต่ำ ผ่านสะดือน้อย ๆ ลงสู่เนินเนื้ออวบอิ่ม พานเยี่ยนซินตกใจพยายามหุบขา“ไม่! อย่า...ที่นั่น...” นางอุทานเสียงสั่น“เชื่อข้า” เขากระซิบ แล้วแหวกขาขาวเนียนออก สำรวจถ้ำสีชมพูที่ชุ่มฉ่ำด้วยน้ำรัก“อาห์!” นางร้องเสียงหลง เมื่อลิ้นร้อนของเขาสัมผัสกลีบดอกไม้สีชมพูอันอ่อนนุ่มเขาใช้ลิ้นเลียเล้าโลมอย่างช้า ๆ ดูดดื่มน้ำหวานที่ไหลออกมาไม่ขาดสาย นิ้วค่อย ๆ สอดเข้าไปในโพรงแคบ“แน่น...ร้อน...เจ้ายังบริสุทธิ์” เขาพึมพำอย่างประหลาดใจพานเยี่ยนซินได้แต่ครางตอบ สติแทบจะเลือนหายไปกับความสุขที่ท่วมท้น “ข้า...ข้าทนไม่ไหว...อึก!”คลื่นความสุขครั้งแรกซัดกระหน่ำ ร่างบางสั่นระริกราวกับใบไม้ในพายุ น้ำหวานใสไหลรินออกมาให้เขาดื่มกลืน“หวานยิ่งกว่าน้ำผึ้ง” เขาเงยหน้าขึ้น ริมฝีปากเปียกชื้นเหยียนเหวินจิ้งไม่รอช้า รีบปลดเปลื้องอาภรณ์ตนเองออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นร่างกำยำแข็งแกร่งและหอกหย
(TW : มีการใช้ยาและความเข้าใจผิด และมีการกระทำรุนแรงทางเพศ)มีคนจากในโรงเตี๊ยมเดินออกมารับนางอย่างที่คนของมารดาแจ้งเอาไว้จริง ๆ นางไม่ได้พูดสิ่งใดยังคงใช้เสื้อคลุมปกปิดใบหน้าและร่างกายเอาไว้ คนตัวเล็กเดินตามอีกฝ่ายไปอย่างว่าง่ายลัดเลาะไปตามเส้นทางในความมืด สายตามองไปโดยรอบตัวเพื่อหาโอกาสเหมาะ ๆ สบช่องหาทางหนีและแล้ว นางก็ค้นพบได้ในที่สุดเพราะอีกฝ่ายเดินอย่างรีบร้อน ไม่ได้หันหน้ามาดูด้วยซ้ำว่านางจะเดินไปที่ใด พานเยี่ยนซินค่อย ๆ ลดความเร็วของฝีเท้าตนเอง จนกระทั่งเกิดระยะห่างระหว่างคนของโรงเตี๊ยมและนาง จนมีเส้นทางหนึ่งต้องเลี้ยวซ้ายตรงมุมกำแพง พานเยี่ยนซินหยุดนิ่งรอจนอีกฝ่ายเดินหายไปหัวใจของนางในเวลานี้เต้นตึกตักราวกับจะหลุดออกมานอกเบ้า รู้สึกว่ามือของตนนั้นในเวลานี้เปียกชื้นไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ อากาศปลายสารทฤดูเย็นยิ่งนัก แต่กลับกันนางดันเหงื่อแตกเพราะความตื่นเต้นไม่มีเวลาให้นางคิดอีกต่อ พานเยี่ยนซินไม่รู้ด้วยซ้ำว่าโรงเตี๊ยมแห่งนี้ มีเส้นทางเข้าออกกี่เส้นทางหรือกว้างใหญ่ขนาดไหน หญิงสาวเดินแอบ ๆ หลบมุมไปตามเงามืดของยามราตรีสอดส่ายสายตาหาทางรอดให้กับตนเอง แล้วจึงเห็นประตูไม้บานหนึ่งที
ตอนที่เหยียนเหวินจิ้งเปิดประตูห้องออกมา ก็เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่พานเยี่ยนซินเปิดออกมาพร้อมกัน เขามองหน้านางครู่หนึ่งแล้วเดินเลยนางไป ราวกับมิได้สนใจว่านางเป็นใคร นับว่าเป็นบุรุษที่มีรูปโฉมงดงามนัก ตัวสูงกว่านางหลายเท่า บนตัวเขามีกลิ่นหมึกฮุ่ยโม่จาง ๆ เดาว่าเขามาที่นี่คงจะมาศึกษาพระคัมภีร์พานเยี่ยนซิน คลับคล้ายคลับคลาเหมือนกับจะเคยพบหน้าเขาที่ใดมาก่อน แต่ก็นึกไม่ออก อาจเป็นบุตรชายขุนนางสักคน ว่าแต่เขาอยู่ห้องนั้นอย่างนั้นหรือ เช่นนั้นเขาก็อาจจะได้ยินที่นางอธิษฐานใช่หรือไม่คิดได้เช่นนั้นพานเยี่ยนซิน รีบเดินไปดักหน้าอีกฝ่าย“คุณชาย...”คุณชาย? นางไม่รู้จักเขาอย่างนั้นหรือ? เหยียนเหวินจิ้งสีหน้าเรียบเฉย ก้มหน้าลงไปมองสตรีที่ตัวเล็กกว่า“คุณหนูมีธุระอันใดหรือเปล่า”ริมฝีปากของพานเยี่ยนซินเม้มเข้าหากัน อยากจะพูดออกไปแต่ก็ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรดี“...”เมื่อได้อยู่ใกล้ ๆ จึงเพิ่งจะเห็นว่าดวงตาของนางเป็นสีน้ำตาล ดูอ่อนโยนน่าทะนุถนอมราวกับลูกกวางตัวน้อย ๆ กลิ่นกายแทนที่จะเป็นกลิ่นเครื่องหอมอย่างที่สตรีในเมืองหลวงนิยมใช้กัน แต่กลับเป็นกลิ่นหอมสะอาดของสมุนไพร ริมฝีปากอวบอิ่มเป็นสีแดงระเร





