Mag-log inก่อนหน้านั้นพานเยี่ยนซินได้ชื่อว่าคือนางร้ายอันดับหนึ่งของแผ่นดิน แต่ในวันนี้ดูเหมือนว่าจะมีคนมาแย่งชิงตำแหน่งนางร้ายของนางไปเสียแล้ว
view moreหลายปีผ่านไป...กาลเวลาได้พัดพาเอาเหมันต์อันหนาวเหน็บและความมืดมิดในอดีตให้เลือนหายไปจนหมดสิ้น เหลือทิ้งไว้เพียงวสันตฤดูที่เบ่งบานอย่างงดงามในชีวิตของทุกคนที่จวนอัครเสนาบดี เวลานี้สดใสเต็มไปด้วยชีวิตชีวา อีกทั้งยังอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะเล็ก ๆ ของเด็กแฝดชายหญิงคู่หนึ่งที่กำลังวิ่งไล่จับกันอย่างสนุกสนานในสวนบุปผาเหยียนจินอัน เด็กชายผู้ถอดแบบความสุขุมและสายตาคมกริบมาจากบิดาทุกกระเบียดนิ้ว กำลังพยายามวิ่งไล่ตามพี่สาวฝาแฝดของตน เหยียนซินเยว่ เด็กหญิงผู้งดงามราวกับดวงจันทร์และมีรอยยิ้มที่สดใสเหมือนมารดา นางวิ่งนำน้องชายไปหลบอยู่ด้านหลังของเหยียนเยี่ยนซินที่กำลังนั่งอ่านตำราอยู่บนศาลาริมน้ำ“ท่านแม่ ช่วยข้าด้วย ท่านพ่อจะจับข้าแล้ว” ซินเยว่ร้องเสียงใสเหยียนเยี่ยนซินเงยหน้าขึ้นจากตำราแล้วหัวเราะเบา ๆ ก่อนที่เหยียนเหวินจิ้งในอาภรณ์ลำลองสบายตาจะเดินเข้ามาอุ้มลูกสาวขึ้นอย่างง่ายดาย“จับได้แล้ว...แม่กระต่ายน้อยของพ่อ” เขากล่าวพลางหอมแก้
พานเยี่ยนซินได้ยินข่าวว่าหลังจากไป๋ซูเอ๋อถูกนำตัวออกมาตัดสินโทษที่คุกของกรมอาญา นางก็ตรอมใจตายไปเสียก่อน ในเวลาเดียวกันนั้นก็มีข่าวว่าหานอิงมารดาเลี้ยงของนาง มีอาการลงแดงอยากยาอย่างหนัก อาเจียนออกมาเป็นเลือดและจากไปในที่สุดส่วนพานวั่งฉายนางไปพบเขาที่เรือนจำและบอกความจริงทั้งหมดเกี่ยวกับสิ่งที่จางจิ้งทำ นางเองก็เพิ่งรู้ว่าเขาไม่เคยรู้ว่านางและพี่ชายไม่ใช่ลูกของเขา พานเยี่ยนซินเห็นความเสียใจของพานวั่งฉาย แต่เสียใจตอนนี้ทันหรืออย่างไร จะมาสำนึกผิดอะไรกัน ทั้งที่เขาคิดว่านางและพี่ชายเป็นลูกของเขา แต่เขาก็ยังสั่งให้นางและพี่ชายไปทำเรื่องเลวทรามต่ำช้า นั่นไม่แย่ยิ่งกว่าหานอิงอีกงั้นหรือ นางไม่ช่วยอุทธรณ์ให้พานวั่งฉาย นางปล่อยให้เขาถูกขังลืมเอาไว้เช่นนั้น จะหาว่านางอกตัญญูก็ได้นางยอมรับ!!เรื่องนี้พานเยี่ยนซินทำสิ่งใดไม่ได้แล้ว นี่เป็นผลจากการกระทำของพวกเขาทั้งสิ้น หลังจากวันนั้นพี่น้องจอมปลอมของนางในสกุลพาน ที่ไม่ได้ถูกจับและไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับการกระทำของพานวั่งฉาย ต่างก็ดาหน้ากันมาขอความช่วยเหลือจากนางแต่เป็นเพราะในอดีตก็ไ
กี่วันแล้ว... กี่วันกันแล้วนางถูกขังอยู่ในสถานที่ที่ทั้งอับชื้นและเหม็นเน่า มีเพียงแสงตะวันที่รอดผ่านรูเล็ก ๆ ที่ทำให้นางรู้ว่ามันคือกลางวันหรือกลางคืน นางจำได้... จำได้ว่าซูลิ่งอี้เป็นคนนำหมอมารักษาขาทั้งสองข้างของนาง เห็นไหมล่ะ ถูกต้องแล้วคนผู้นั้นรักและปักใจในตัวนางเอกจะตายไป อีกไม่นานเขาจะต้องมารับนางกลับไปอย่างแน่นอนอากาศหนาวเหน็บ ขาทั้งสองข้างของนางเจ็บปวดทรมาน“โอ๊ยยยย เจ็บเหลือเกิน... ใครก็ได้เอายามาให้ข้าที ข้าเป็นนางเอกของโลกนี้ เป็นบุตรสาวของราชบัณฑิตไป๋... แล้วก็... เป็นคนรักของอัครเสนาบดีเหยียนเหวินจิ้ง นอกจากนั้นอีกไม่นานข้าก็จะ... ก็จะแต่งงานกับองค์ชายรัชทายาท อีกไม่นานข้าก็จะได้เป็นพระชายา จากนั้นก็เป็นฮองเฮา พอขึ้นเป็นฮองเฮาแล้ว ข้าจะฆ่าพานเยี่ยนซิน... เพราะนางนั่นแหละที่ทำให้ข้าเป็นเช่นนี้”“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้ ปล่อยข้า”วันแล้ววันเล่าผ่านไป น
“พี่เหวินจิ้งช่วยข้าด้วยนะเจ้าคะ... เรื่องโอสถฝันพันลี้ ข้าถูกท่านพ่อบังคับเจ้าค่ะ ข้า... ข้าไม่รู้เรื่องทั้งนั้น ท่านพ่อเป็นคนลงมือทำทั้งหมดนะเจ้าคะ ท่านพ่อ... ท่านพ่อเป็นคนละโมบโลภมาก อยากได้อยากมี พอสบช่องเข้าหน่อยก็ติดต่อกับสุ่ยเฉิงเล่อ นำโอสถฝันพันลี้ไปปล่อยในบ่อนให้กับนักพนัน พี่เหวินจิ้งเจ้าขา... ท่านต้องให้ความยุติธรรมกับข้านะเจ้าคะ”“....”เขาต้องการได้ยินคำว่ารักจากปากของนาง หากนางพูดคำนั้นออกมา เขาจะเชื่อและช่วยเหลือนางไหม“พี่เหวินจิ้งข้ารักท่านนะเจ้าคะ เรารู้จักกันมาตั้งแต่ยังเด็ก ที่ข้า...ต้องเข้าหารัชทายาท... ข้าไม่ได้รักเขาเลยเจ้าค่ะ นั่นเป็นเพราะ... เป็นเพราะท่านพ่อบีบบังคับให้ข้าทำเช่นนั้น ท่านพ่อเป็นคนวางแผนและบงการเรื่องทั้งหมด ข้านั้นน่าสงสารเจ้าค่ะ พี่เหวินจิ้งข้ารักท่านเพียงคนเดียวนะเจ้าคะ ข้ารักท่าน”พานเยี่ยนซินนั่งดื่มชาอยู่ที่ห้องติดกัน เพราะนางรู้ว่าห้องส่วนตัวในร้านอาหารแห่งนี้ไม่เก็บเสียง นางจึงคิดอ
เมื่อจวงกงกงให้แยกย้าย ก็ถึงเวลาที่งานเลี้ยงเลิกราพอดี พานเยี่ยนซินรู้สึกหวาดกลัวจนแผ่นหลังของนางเวลานี้เปียกชื้นไปด้วยเหงื่อเย็น สายตาของมารดามองมาที่นางโดยไร้อารมณ์และความรู้สึก เมื่อกลับไปถึงจวนกั๋วกงแล้วไม่รู้เลยว่า นางจะต้องพบกับอะไรบ้างตลอดการเดินทางตั้งแต่ก้าวเท้าเดินออกจากพระตำหนัก เดินไปต
ภาพของเหล่าคุณหนูถูกนำไปที่พระที่นั่ง จวงกงกงค่อย ๆ แสดงให้พระพันปีทอดพระเนตรทีละภาพผลงานของทุกคนนั้นล้วนแล้วแต่โดดเด่น“ของตานเอ๋อล่ะ”“ท่านหญิงตานอิงทำกระดาษเปื้อนน้ำชาไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ” จวงกงกงทูล“เด็กคนนี้ช่างจับไม่ได้ไล่ไม่ทันเสียจริง ๆ” พระพันปีแย้มพระสรวลอย่างรู้สึกเอ็นดูหลานสาวจนกระทั่งไปถ
พานเยี่ยนซินตั้งใจวาดภาพอย่างสุดฝีมือ ปรากฏเป็นภาพของนกยูงรำแพนท่ามกลางต้นดอกเหมยสีชมพูสดใส ภาพนกยูงสองตัวเคียงข้างกันวิจิตรงดงามยิ่งนัก ราวกับมีชีวิต อีกทั้งสีสันที่ใช้ก็สวยงามเข้ากันเป็นอย่างดี“ตายจริงคุณหนูห้า ภาพของท่านงดงามเหลือเกิน” ท่านหญิงตานอิง ธิดาจวนอ๋องที่นั่งอยู่โต๊ะไม่ห่างกันนัก มองภ
หากมิได้เห็นด้วยตาของตนเอง เหยียนเหวินจิ้งก็มิอาจเชื่อว่าคุณหนูไป๋จะตบหน้าตนเองจริง ๆ หากมองกันผิวเผินคงจะคิดว่าคุณหนูพานห้าเป็นผู้ที่หาเรื่องก่อน เพราะนางเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหาและเปิดช่องให้อีกฝ่ายต่อว่า แต่ใครจะไปรู้ นางเพียงเดินเข้าไป แต่อีกฝ่ายยังไม่ทันพูดอะไรก็ทักทายด้วยวาจาที่ไม่สู้ดีนักจนสุดท












Rebyu