พันธะสวาทจอมเวทย์ [18+, พีเรียดอีโรติก]

พันธะสวาทจอมเวทย์ [18+, พีเรียดอีโรติก]

last updateÚltima actualización : 2025-12-06
Por:  พริมรินCompletado
Idioma: Thai
goodnovel18goodnovel
No hay suficientes calificaciones
50Capítulos
1.4Kvistas
Leer
Agregar a biblioteca

Compartir:  

Reportar
Resumen
Catálogo
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP

เธอมิใช่คนบัดสีบัดเถลิงลามกจกเปรต ทว่าเธอมิอาจห้ามจิตใจตนเองได้ เพ่งสายตาจับจ้องแล้วนับลูกกลมเกลี้ยงที่ถูกฝังอยู่ในท่อนเอ็นโป่งพอง ตระหง่านดีดพาดหน้าท้อง นับรวมแล้วได้เก้าเม็ดพอดิบพอดี เก้าเม็ด!! “กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด” อีโรติกพีเรียด 18+ พากลิ่นอายย้อนยุคผสานกลิ่นควันธูปในห้องพิธี เมื่อคำสาปโบราณแผ่เงามืดสู่ตระกูลศรีสงคราม สองฝาแฝดผู้กุมชะตากรรม หนึ่งคนคือผู้ต้องสาป อีกหนึ่งคือผู้แบกรับกรรมแทน “ดารากา” ถูกผลักเข้าสู่อ้อมกอดของ “ขุนอัครเดช” จอมเวทย์ผู้ทรงอำนาจแห่งอโยธยา เพื่อถอนคำสาป เธอต้องยอมพลีกาย แลกทุกอย่างแม้กระทั่งหัวใจ! รักต้องห้าม พันธะสวาท และมนตร์ดำกำลังจะเปลี่ยนชีวิตพวกเขาไปตลอดกาล 🔥 “เธอจะเลือกสิ่งใด? หน้าที่...หรือหัวใจ?” 🔥 ความลับที่ซ่อนเร้นกำลังรอวันปะทุ เมื่อหัวใจและพิศวาสเริ่มปั่นป่วน ผูกพันธะอันมิอาจถอน ความรัก ความแค้น มนตร์ดำ ความริษยา ทุกสิ่งพัวพันนำไปสู่ทางเลือกระหว่างความรักหรือชีวิต การแก้คำสาปครั้งนี้จึงเดิมพันด้วยชีวิตและหัวใจ!

Ver más

Capítulo 1

อารัมบท

ข้าใช้เวลาสิบปี เคียงข้างลู่สิงโจวมาตั้งแต่วันที่เขาเป็นองค์ชายผู้ตกอับ จนก้าวขึ้นสู่บัลลังก์ฮ่องเต้

แต่หลังจากเขาขึ้นครองราชย์ สิ่งแรกที่ข้าทำกลับเป็นการยื่นคำร้องขอถอนชื่อออกจากทะเบียนนางกำนัล เพื่อออกจากวังหลวง

ตามกฎของวัง นางกำนัลทั่วไปเมื่ออายุยี่สิบห้าปีก็สามารถออกจากวังได้ ปีนี้ข้าอายุยี่สิบเจ็ดแล้ว ล่วงเลยกำหนดมาสองปี ถึงเวลาต้องออกจากวังไปแต่งงานแล้ว

หลังจากไปลงทะเบียนที่สำนักพระคลังเรียบร้อยแล้ว หัวหน้าผู้ดูแลบอกข้ากลับมารับป้ายอนุญาตอีกครึ่งเดือน จากนั้นก็จะออกจากวังได้

เมื่อได้ยินคำตอบนั้น ข้าก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ราวกับยกภูเขาออกจากอก

ระหว่างเดินกลับตำหนัก เพิ่งก้าวถึงหน้าประตู ก็เห็นสาวใช้และบ่าวรับใช้คุกเข่าเต็มพื้น

ทุกคนร้องไห้จนดวงตาแดงก่ำ ตัวสั่นเทิ้มไปหมด พอเห็นข้าก็ราวกับเห็นผู้มาช่วยชีวิต

“เจ้าพี่หมิงเยว่! ในที่สุดท่านก็กลับมาแล้ว!”

ข้าชะงักไปเล็กน้อย พอจะเดาได้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น

ข้าส่งสายตาปลอบใจทุกคน ก่อนก้มหน้าเดินเข้าไปด้านใน

ภายในห้อง หลิ่วรั่วอินเอนกายอยู่บนตั่งนุ่มอย่างสบายอารมณ์ ปล่อยให้สาวใช้คนสนิทนวดขาให้

ข้าค้อมกายคารวะนางอย่างนอบน้อม ก่อนเอ่ยถามว่า “คุณหนูหลิ่ว ไม่ทราบว่านางกำนัลเหล่านี้ทำสิ่งใดให้ท่านไม่พอใจหรือเจ้าคะ”

เมื่อได้ยินเสียง นางก็เงยหน้าขึ้น มองข้าด้วยรอยยิ้มดูแคลน “พวกนางไม่ได้ทำอะไรหรอก ข้าแค่ไม่ชอบหน้าพวกนาง เห็นพวกนางคุกเข่าเรียงกันเต็มไปหมด ข้าก็มีความสุข”

พูดจบ นางก็ชี้ไปยังที่ว่างด้านข้าง สั่งให้สาวใช้นำกระถางถ่านมาเพิ่มอีกใบ

“เจ้ามาได้พอดี ข้าเว้นที่ไว้ให้เจ้าแล้ว”

“คุกเข่าลง คุกเข่าหนึ่งชั่วยามถึงจะลุกได้”

ถ่านในกระถางลุกแดงฉาน หากคุกเข่าลงไป เพียงไม่นานหัวเข่าคงถูกความร้อนเผาจนเลือดเนื้อแหลกเละ จะทนได้ครบหนึ่งชั่วยามได้อย่างไร

แต่ข้ารู้ดี ไม่ว่าข้าจะเต็มใจหรือไม่ ก็ไม่อาจขัดคำสั่งของนางได้

หากไม่ยอมทำ เกรงว่าจะพลอยลากนางกำนัลคนอื่นให้เดือดร้อนไปด้วย

ข้าจึงไม่พูดอะไร คุกเข่าลงเหนือกระถางถ่านอย่างเงียบงัน

ฤดูหนาวสวมเสื้อผ้าหนาอยู่แล้ว แต่ถึงอย่างนั้น เพียงไม่นาน หัวเข่าของข้าก็ถูกความร้อนจากถ่านแผดเผาจนเจ็บปวดแทบขาดใจ

ในวังมีบทลงโทษมากมาย นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ข้าถูกลงโทษ ต่อให้เจ็บปวดเพียงใด ก็ทำได้เพียงกัดฟันทน ไม่ยอมเปล่งเสียงร้องออกมา

เมื่อเห็นข้าทั้งเจ็บปวดทั้งต้องฝืนอดทน หลิ่วรั่วอินก็อารมณ์ดีขึ้นทันที หัวเราะอย่างสะใจ

“ฝ่าบาทเสด็จ!”

เสียงแหลมยาวของขันทีดังขึ้น หลิ่วรั่วอินรีบลุกจากตั่งนุ่ม เปลี่ยนเป็นท่าทีอ่อนโยนว่าง่าย ย่อตัวคารวะผู้มาเยือน

ลู่สิงโจวรีบก้าวเข้าไปประคองนางให้ลุกขึ้น ก่อนหันมา สายตาจึงตกลงบนตัวข้าในที่สุด

เมื่อเห็นใบหน้าข้าซีดขาว เหงื่อผุดเต็มหน้าผาก สีหน้าของเขาก็ชะงักแข็งไปชั่วขณะ ก่อนหันไปถามหลิ่วรั่วอินว่าเกิดอะไรขึ้น

หลิ่วรั่วอินตกใจ รีบแต่งเรื่องขึ้นมาทันที “นางกำนัลพวกนี้ทำผิด ส่วนหมิงเยว่ไม่เพียงเข้าข้างพวกนาง ยังกล้าเถียงข้า แถมสาดน้ำร้อนใส่ตัวข้าอีก”

“หม่อมฉันโมโหมาก จึงลงโทษพวกนางเพียงเล็กน้อย”

“ฝ่าบาท...จะไม่ทรงกริ้วหม่อมฉันใช่ไหมเพคะ”

ลู่สิงโจวจับมือนางไว้ด้วยความเอ็นดู เอ่ยอย่างอ่อนโยน “ไม่ต้องกังวล ข้าเคยบอกแล้วว่า เจ้าอยากทำอะไรก็ทำได้”

หลิ่วรั่วอินแทบเคลิบเคลิ้มไปกับความตามใจนั้น จึงถามต่ออย่างไม่แน่ใจ “จริงหรือ...ทำอะไรก็ได้จริงหรือเพคะ”

เขายิ้มพลางพยักหน้า “แน่นอน วาจาฮ่องเต้ไม่มีวันล้อเล่น”

“ตราบใดที่เจ้าอยากทำ แม้แต่จะลงโทษข้าก็ยังได้ นับประสาอะไรกับบ่าวพวกนี้”

เมื่อได้ยินฮ่องเต้เอ่ยถ้อยคำเช่นนี้กับนาง ใบหน้าเล็กก็แดงจัดราวกับจะหยดเลือด ทั้งสองจับมือกันเดินเข้าไปหลังฉากบังตา ข้ามองไม่เห็นสีหน้าของทั้งคู่ได้อีก ได้ยินเพียงเสียงสนทนา

“ฝ่าบาท นี่เป็นขนมที่หม่อมฉันทำเอง ลองชิมดูสิเพคะ”

“หม่อมฉันเพิ่งทำเป็นครั้งแรก ไม่รู้ว่าจะถูกพระทัยหรือไม่”

ลู่สิงโจวเป็นคนเย็นชาเสมอมา หลังขึ้นครองราชย์ยิ่งเก็บอารมณ์ไม่แสดงออก แต่เวลานี้ ข้ากลับได้ยินความสั่นไหวและความยินดีในน้ำเสียงของเขา “เจ้าทำขนมให้ข้าด้วยตนเองหรือ?”

หลิ่วรั่วอินพยักหน้าอย่างเขินอาย “ใช่เพคะ ฝ่าบาททรงดีกับหม่อมฉันเหลือเกิน หม่อมฉันไม่มีสิ่งใดจะตอบแทนพระคุณ จึงทำขนมเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เป็นการขอบพระทัย”

แสงเทียนสั่นไหว ทาบภาพของคนทั้งสองที่พิงกายกันลงบนฉากบังตา งดงามราวภาพวาดชั้นเลิศ

ข้ามองภาพนั้นไปเรื่อย ๆ ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร ดวงตาก็ชื้นขึ้น

คงเป็นเพราะข้าเพิ่งตระหนักได้ว่า ชายผู้เป็นที่รักสุดหัวใจของข้า กำลังห่างไกลจากข้าออกไปทุกที

ยามยังเด็ก เขาเป็นเพียงองค์ชายที่ไร้ผู้เหลียวแล พระมารดาถูกใส่ร้ายจนสิ้นพระชนม์ เขาจึงเติบโตอยู่ในตำหนักเย็น

มารดาของข้าเคยเป็นสาวใช้คนสนิทที่รับใช้พระมารดาของเขา หลังดูแลเขาอยู่หลายปี นางก็ล้มป่วยและจากโลกนี้ไป

นับแต่นั้นมา มีเพียงเราสองคนที่พึ่งพากันและกัน

ชีวิตในตำหนักเย็นทั้งอดอยากและขาดแคลนเสื้อผ้า เพียงเพื่อแลกหมั่นโถวลูกหนึ่ง ข้าต้องรับจ้างซักผ้าให้นางกำนัล จนมือเต็มไปด้วยแผลหนาว ทุกวันนี้พอถึงฤดูหนาว แผลก็ยังกลับมากำเริบอีก

มีขันทีน้อยมารังแกเขา ข้าพุ่งเข้าใส่ราวกับสุนัขบ้า ถูกชกก็ยอม ทั้งยังกัดสะเปะสะปะไม่ยั้ง

กว่าข้าจะปกป้องเขาให้รอดชีวิตอยู่ในตำหนักเย็นได้ ก็แทบต้องแลกด้วยชีวิตครึ่งหนึ่งของตนเอง

แต่หลิ่วรั่วอิน เพียงแค่มอบเสื้อคลุมตัวหนึ่งให้เขาในวันที่เขาถูกสั่งคุกเข่า เขากลับจดจำไม่เคยลืม รักนางจนหมดหัวใจ

หลังขึ้นครองราชย์ สิ่งแรกที่เขาทำคือรับนางเข้าวัง ทะนุถนอมราวกับหยกอันล้ำค่า

ศึกชิงตำแหน่งรัชทายาทขององค์ชายทั้งเก้า เขาเป็นผู้ชนะ ฆ่าทั้งพระบิดา พระเชษฐา พระอนุชา และสหาย จนผู้คนภายนอกต่างเล่าลือว่าลู่สิงโจวโหดเหี้ยมอำมหิต

หลิ่วรั่วอินได้ยินข่าวลือนั้นก็หวาดกลัวเขาอย่างยิ่ง ไม่ยอมเป็นฮองเฮาให้เขา เอาแต่หลบอยู่ในวังหลังและร้องไห้ทุกวัน

บุรุษผู้เด็ดขาด ฆ่าฟันโดยไม่ลังเลเช่นนั้น เมื่อเห็นนางร้องไห้ กลับเผยแววตาอ่อนโยนเป็นครั้งแรก

เขาไม่ได้แต่งตั้งนางเป็นฮองเฮาอย่างบีบบังคับ แต่ค่อย ๆ ใช้ความจริงใจพิชิตใจนาง คิดหาวิธีทำให้นางมีความสุข

ฮ่องเต้ในอดีตต่างมีสนมงามสามพัน แต่ในวังหลังของเขา มีเพียงหลิ่วรั่วอินคนเดียว

เพื่อให้นางใช้ชีวิตในวังหลังได้สะดวก เขาถึงกับยกข้า ซึ่งติดตามรับใช้เขามาตลอด ให้ไปอยู่ข้างกายนาง คอยดูแลเรื่องอาหารการกินและความเป็นอยู่

เมื่อกาลเวลาผ่านไป หลิ่วรั่วอินจึงได้เห็นความจริงใจของลู่สิงโจวที่มีต่อนาง ในที่สุดก็เริ่มอาศัยความโปรดปรานนั้นทำตามอำเภอใจ

ข้าดึงสติกลับมา มองเงาคนทั้งสองที่ซ้อนทับกันอยู่หลังฉากบังตา ก่อนแสยะยิ้มเยาะตัวเองอย่างขมขื่น

หลายปีมานี้ ข้าอยู่เคียงข้างเขามาตลอด

เขาไม่จำว่า ข้าเคยฝ่าพายุออกไปนอกเมืองเพื่อหายามาให้เขา

ไม่จำว่า เพื่อขอความเมตตาแทนเขา ข้าเกือบถูกตีจนขาหัก

ไม่จำวันคืนที่เรากอดกันเพื่อคลายความหนาว ปล่อยใจให้ความรู้สึกพัดพา และผูกพันกันอย่างลึกซึ้ง

แต่กลับจำได้เพียงเสื้อคลุมตัวนั้นของหลิ่วรั่วอิน

แต่ช่างเถอะ ไม่จำก็ไม่จำ

ข้าเองก็จะลืมเหมือนกัน เพราะอีกไม่นาน ข้าก็จะจากไปอย่างถาวรแล้ว

Expandir
Siguiente capítulo
Descargar

Último capítulo

Más capítulos
Sin comentarios
50 Capítulos
อารัมบท
อารัมบทปลายสมัยสุโขทัย โอม....ตะ มตฺถ° ปะกา เสนโตสต°ธา อะหะ อิเม อะสิตะอฺ อะมิ มะสะ นะโมกูจะสูบพระเวทย์อาคมขึ้นไว้บนคอ กูจะยอพระอาคมทั้งหลายเข้าไว้ในอก กูจะยกพระคาถาทั้งปวงไว้เหนือเกล้า ท่ามกลางรัตติกาลวันเพ็ญ แสงจันทราเต็มดวงสาดสีนวลเหลืองอ่อนทั่วท้องนภาปรากฏร่างชายฉกรรจ์นุ่งดำทั้งร่างนั่งขัดสมาธิกลางวงล้อมพิธีกรรมโบราณศักดิ์สิทธิ์เสียงลมเสียงฟ้ากรรโชกแรงคล้ายเกิดอาเพศเหตุร้าย ปักษาบินว่อนแตกตื่นด้วยความหวาดกลัว กระวนกระวาย กิ่งไม้โหมไหวเอียงโน้มลงสัมผัสพื้นดิน แว่วเสียงลั่นเปรี๊ยะสั่นสะเทือนถึงพสุธาชายวัยกลางคนค่อนแก่ หน้าตอบซีดเซียว ดวงตาแดงก่ำแข็งกร้าวเพ่งจดจ้องเพียงหม้อดินน้ำมนตร์ตรงหน้า ริมฝีปากหนาคล้ำหนวดเครารกเรื้อ ปากขยับท่องบทสวดสาปแช่ง วงแขนร่ายรำวาดเป็นวงกลมในอุ้งมือคือแท่งเทียนสีดำแสงนวลวูบไหววงล้อมโรยด้วยผงกระดูกผีตายท้องกลม ปักไม้กฤษณาดำสนิทลงพื้นดินผูกเชื่อมหากันด้วยสายสิญจน์เกิดเป็นสี่เหลี่ยมล้อมวงกลมกระดูกอีกชั้นเปรี้ยง!อสุนีบาตฟาดเปรี้ยงลงพื้นพสุธาเบื้องหน้า เสียงกรีดร้องโหยหวนผีเปรต สัมภเวสี วิญญาณอาฆาตระงมทั่วพื้นไพลวัลย์แห่งเมืองสุโฆฑยะ“พระครู”น
Leer más
1  คนที่ต้องสาป
1 คนที่ต้องสาปสมัยอยุธยาตอนปลาย ณ เรือนหลวงพิริยเดช ศรีสงคราม“ข้าไม่อาจถอนคำสาปนี้ได้”โหรหลวงชายชราผมยาวขาวโพลนมัดรวบขมวดเป็นปมด้านหลัง สวมชุดโจงกระเบนสีเข้มตัวเสื้อแขนขาวสีขาว กล่าวเสียงหนักติดแหบพร่า เขามองคู่สนทนาด้วยแววตาเห็นใจระคนสงสารหลวงพิริยเดช ศรีสงคราม เป็นถึงขุนนางกรมคลังมากบารมี รูปร่างสันทัด ใบหน้าเหลี่ยมแกร่งทว่าเปล่งประกายขาวผ่อง เว้นเสียแต่ดวงตามืดมนดำคล้ำ“ท่าน ท่านหมายความว่ากระไร”หลวงพิริยเดชเสียงสั่นเครือ ไม่กล้าเหลียวหลังกลับไปทางภรรยาคู่บุญ คุณหญิงจันทร์ฉาย ซึ่งนั่งเยื้องห่างออกไปเล็กน้อย ระหว่างคิ้วขมวดตึงเครียดเพ่งมองโหรหลวง ผู้ซึ่งเขาให้คนไปตามมายามค่อนดึกในเวลานี้ทั่วทั้งเมืองหลวงล้วนปกคลุมด้วยความเงียบสงัดของราตรีกาล แว่วเสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงมมาจากผืนป่าข้างเรือน บ่าวไพร่ในเรือนเองล้วนยังไม่หลับนอน นั่งรอ ยืนรอด้านล่าง หวาดหวั่นไปด้วยอย่างร้อนใจ“คำสาป... มีมาช้านานยังครั้งสุโฆฑยะ ท่านแจ้งแก่ใจว่าคาถา อาคมผิดแผกแลแก่กล้ายิ่ง”“ทว่า...กาลล่วงเลยหลายร้อยปี อาคมควรเสื่อมถอยลง มิใช่หรือ?” หลวงพิริยเดชพูดด้วยน้ำเสียงมีความหวัง “จากบันทึกที่ข้าเจอ มิไ
Leer más
ตอนที่ 2 แม่หญิงดารากา
ตอนที่ 2 แม่หญิงดารากายามเช้าวันต่อมา ณ วัดพุทไธศวรรย์เอ้กอี้เอ้ก เอ้กอ้าว ๆ เร่เข้ามา อ้าว ๆ พายดี ๆในช่วงยามเช้าอโยธยางดงามนัก เรืองรองฉาบด้วยแสงสีทองโพ้นขอบฟ้าส่องยอดมหาเจดีย์ล้ำค่าจนน่าตะลึงงันเพลานี้ ดารากา แฝดน้องลงจากเรือที่กำลังเทียบท่า เรือนร่างอรชรสวมใส่นุ่งซิ่นไหมเนื้อดีสีทองอร่ามทอดยาวแนบเรียวขาไร้ลวดลาย คาดผ้ารัดสีทอง ท่อนบนสวมเสื้อแขนยาวทรงกระบอกสีชมพูเข้มดอกบัว ขับผิวเนียนลอองดงามยิ่ง สไบผ้าห่มเนื้อบางสีแดงเข้มพาดเฉียง ไร้เครื่องประดับเส้นผมดำขลับ มัดเกล้ารวบตึงเป็นมวยทรงสูงกลางกระหม่อม ปักเพียงปิ่นเงินห้อยลายดอกพุดซ้อน ใบหน้าเรียวรูปไข่ละมุนรับคิ้วโก่งคันศร จมูกเชิดงอนปลาย ริมฝีปากแดงระเรื่อ มุมปากผุดผาดด้วยรอยยิ้ม ดวงตากลมโตทว่ายาวรีออกด้านข้าง หากมองให้ดีคล้ายเศร้าโศก ทว่ามองอีกครั้งกลับกลายเป็นหวานคมความงดงามแผ่รัศมีปกคลุมทั่วเรือนร่าง มองผิวเผินคงเห็นเพียงแม่หญิงงามอายุสิบเก้ายังมิได้ออกเรือนทั้งที่เลยวัยแล้ว“แม่หญิงดารากาเจ้าคะ เช้านี้คนมากันคึกคักนะเจ้าคะ”บ่าวบัวคนสนิทรับพัดจากแม่หญิงมาถือไว้ขณะที่ช่วยดารากาลงจากเรือขึ้นท่า“พี่บัวอย่าได้เรียกชื่อข้า เช
Leer más
ตอนที่ 3 ขุนอัครเดช
ตอนที่ 3 ขุนอัครเดชเพลาเดียวกัน ภายในอุโบสถวัดพุทไธศวรรย์ภายในโถงอุโบสถปกคลุมด้วยกระไอหมอกแห่งความศักดิ์สิทธิ์ ควันจางขาวจากธูปเทียนลอยคว้างอวลตลบในมวลอากาศระคนกลิ่นหอมดอกมะลิที่ลอยอยู่ในอ่างน้ำมนต์ หมุนวนเบา ๆ ด้วยน้ำตาเทียนหยดลงจากลำแท่งสีเหลืองอ่อนในมือคล้ำเข้มลำแสงสีทองรุ่งอรุณสาดส่องลอดผ่านช่องลมด้านบน เกิดเส้นทอยาวพาดผ่านยังพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเกิดแสงระยิบระยับพาให้คนในพิธีเลื่อมใสโน้มหน้าลงกราบด้วยความศรัทธาขุนอัครเดช บวรเวทย์ จอมเวทย์แห่งวังหลวงอโยธยาเปล่งเสียงพึมพำทุ้มต่ำ ดวงตากร้าวเพ่งสมาธิยามท่องบทสวดไชยมงคล เอาฤกษ์เอาชัยออกศึกสงครามแก่พระยากลาโหมและไพร่พลทหาร รวมไปถึงขุนนางที่มากันล้นหลามเบียดจนทะลักออกนอกอุโบสถเสียงลมหวีดหวิวพัดไหวใบโพธิ์ลานวัดน่าครั่นคร้าม ต่างพากันก้มกราบพึมพำถึงความลี้ลับและอาคมอันแกร่งกล้าของจอมเวทย์ผู้เกรียงไกรเรือนกายแข็งแกร่งสมชายชาตรี ไหล่กว้าง อกแน่นตึงสมเป็นลูกหลานในวงศ์ตระกูลจอมเวทย์ นุ่งโจงกระเบนผ้าไหมเนื้อดีสีเข้มแนบลำตัว ตัวเสื้อแขนยาวสีขาว ทรงผมมหาดไทยหวีเรียบร้อยใบหน้าแกร่งเหลี่ยมจมูกโด่งขึ้นสันใหญ่ คิ้วดกหนารับนัยน
Leer más
ตอนที่ 4 แม่หญิงอโยธยา
ตอนที่ 4 แม่หญิงอโยธยาขุนนางหนุ่มกระแทกเสียงใส่ก่อนหยุดฝีเท้า ยามเห็นบางสิ่งตรงชายป่า ผลุบ ๆ โผล่ ๆ“ขอรับ ๆ ว่ากันว่าแม่หญิงอายุสิบเก้าปี แต่ยังไม่ออกเรือน เพราะหลวงท่านและคุณหญิงหวงนักหวงหนา จะออกเรือนแต่ละคราวมิเคยได้ไปไหน มีเพียงมาวัดอาทิตย์ละหนทำบุญสะเดาะเคราะห์เท่านั้นขอรับ”“แล้วมึงเคยเห็นหรือไม่” ขุนภพรีบถาม“เคยสองหนที่วัดนี้ งดงามจริงดั่งภาพวาด แต่มิเคยได้พูดคุย แม่หญิงมักรีบมารีบกลับ ไม่แวะสุงสิงผู้ใด”ขุนอัครเดชฟังบ้างไม่ฟังบ้าง สมาธิจดจ่อเพียงร่างอรชรประเดี๋ยวโผล่หน้าขึ้นมา ประเดี๋ยวก็ผลุบลงคล้ายคลานเข่า แต่อีกคราวก็โผไปยังหลังต้นไม้ เขายืนนิ่งกอดอกใช้สายตาคมดุดันเพ่งจดจ้อง“ท่านขุนมองกระไรอยู่ขอรับ”“มิรู้ว่ากระไร ทำตัวคล้ายสัตว์ เดี๋ยวโผล่ เดี๋ยวหาย”สินและขุนภพมองตามสายตาท่านขุนจนเห็นต้นเหตุที่ทำให้ขบวนต้องหยุดชะงัก“ข้ารู้จัก จะใครที่ไหนกัน คือแม่ที่เราเพิ่งจะนินทา..เอ้ย! กล่าวถึง แม่หญิงดารานี” สินพูดด้วยน้ำเสียงกระหยิ่ม“ดารานี”จอมเวทย์พึมพำในลำคอ คราแรกว่าจะปล่อยผ่านทว่าเมื่อรู้ว่าเป็นบุตรสาวหลวงพิริยเดช จึงเดินอาดราวพยัคฆ์เข้าใกล้ทันทีหมายใจให้แม่หญิงได้เกรงกลัว
Leer más
ตอนที่ 5 จอมเวทย์แห่งอโยธยา
ตอนที่ 5 จอมเวทย์แห่งอโยธยา“เจ้า...กลิ่นอะไร”“ข้า ท่าน ข้า หยุดนะ”“อยู่นิ่ง ๆ สักหน่อยได้หรือไม่ออเจ้า ตั้งแต่ข้าเห็นออเจ้าผลุบ ๆ โผล่ ๆ จนล้มลงต่อหน้า ตัวเจ้ายังไม่อยู่นิ่งแม้แต่น้อย”“ไยท่านต้องดุข้า.. ข้าล้มเจ็บหัวเข่า ซ้ำหน้าผากกระแทกดิน แล้วท่านยัง ยังดุข้าอีก” ดารากาเผลอโต้เถียง“ว่ากระไรนะ” ขุนอัครเดชหางตากระตุก“ข้าพูดว่า ไยท่านต้องดุข้า”“ข้าไม่ได้ดุ!”“แต่เสียงของท่านมันบอกอีกอย่าง”“เสียงข้า...”“ถูกต้องแล้ว เสียงท่านดุดันอย่างกลับ..”ดาราการีบปิดปากตัวเอง เธอเป็นแม่หญิงที่มิได้ถูกเลี้ยงในเรือนใหญ่ คนสนิทมีเพียงบ่าวไพร่ ดังนั้นการพูดการจาจึงไม่รู้จักยั้งคิด ยิ่งสั่นเทาเมื่อเห็นหางคิ้วขุนอัครเดชกระตุกถี่ตัวเขาคงไม่ค่อยมีใครขัดใจสักเท่าใด ฉุนคิดในใจก่อนจะหวีดเสียงเพราะโดนเบียดประชิด “ว้าย!”“เป็นสาวเป็นแส้ คำพูดคำจาควรระวังปากไว้จึงดีที่สุด ชะรอยบ้านเจ้ามิได้สั่งสอน” เขากระซิบเสียงดุดัน“สั่งสอน? ท่าน ... ท่านกำลังพูดถึงบุพการีของข้า!”“มิจริงดอกฤา ข้ามิเคยเห็นแม่หญิงบ้านใดกล้าต่อปาก ซ้ำกระโดกกระเดกดั่งบ่าวไพร่ แต่งกายลูกบ้านขุนน้ำขุนนางแต่กิริยาเยี่ยง...”ขุนอัครเดชเว้น
Leer más
ตอนที่ 6  คำสาปของตระกูล
ตอนที่ 6 คำสาปของตระกูลเรือนศรีสงคราม ยามสายเรือนไม้สักทองแกะสลักเกือบทั้งหลังของตระกูลศรีสงครามตั้งตระหง่านงดงามกลางแมกไม้สวนดอกสวนหมากผลไม้ไว้เก็บกินดารากาแหงนหน้ามองปั้นลมลวดลายอ่อนช้อย ปลายยอดชี้ขึ้นฟ้า ใต้ถุนบ้านยกสูงที่ซึ่งด้านล่างล้วนเต็มไปด้วยบ่าวไพร่แฝดน้องถูกแยกเรือนออกไปเสียตั้งแต่ไม่ทันเข้าสิบขวบ นานทีจึงถูกเรียกขึ้นมาบนเรือนกลาง จดเท้าขึ้นกระไดด้วยใจเต้นระทึก กังวลหวั่นกลัวความเรื่องขุนอัครเดชล่วงเกินจะล่วงรู้ถึงหูบิดามารดาเรือนร่างอรชรยังสวมใส่ชุดเดิมเมื่อเช้าไม่ทันได้เปลี่ยนให้เรียบร้อย ร่องรอยเปื้อนดินบนผ้าไหมสีทอง เว้าขาดเรียกความสนใจจากพี่สาวทันที“ดารา ไยออเจ้าจึงมีสภาพเยี่ยงนี้”แฝดพี่ฉุดมือน้องลงนั่งแล้วปัดเศษดินที่ยังเปื้อนติด“น้องหกล้มเจ้าค่ะ มิได้เป็นกระไรดอกพี่นี”“มาได้เสียที มัวทำกระไรอยู่จึงมาสาย”จันทร์ฉายทำน้ำเสียงเข้มงวด แม้นว่าดารากาจะหวั่นกลัวความผิดทว่ายังโต้ตอบดั่งเด็กสาวที่เติบโตในเรือนบ่าว“เมื่อเช้านี้ที่วัดคนมากันมาก ลูกรอให้คนน้อยเสียหน่อยค่อยกลับ จึงทำให้ล่าช้ากว่าทุกครั้งเจ้าค่ะ”“เอาเถิดน้องหญิง เมื่อเช้านี้คนมากจริง คงทราบเรื่องขุนอัค
Leer más
ตอนที่ 7 เรือนบวรเวทย์
ตอนที่ 7 เรือนบวรเวทย์ด้วยความสุขุมอย่างบุตรสาวคนโตทำให้มองได้อย่างทะลุปรุโปร่ง และแม้นว่าคุณหลวงกับคุณหญิงจะรักลูกสาวคนนี้ปานใด ทว่าความรักนี้คงยังมิสู้ความรักในตัวกลัวตายตระกูลล่มสลาย“เป็นเจ้า ดารานี ลูกรักของแม่ ฮื้อ...” พูดจบจันทร์ฉายหยิบผ้าไหมผืนเล็กปาดน้ำตา “พ่อเจ้านัดกับท่านขุนอัครเดชไว้บ่ายนี้ จะไปขอความช่วยเหลือ”สองฝาแฝดลอบมองหน้ากันสีหน้าไร้สีเลือดปากสั่น ก่อนแฝดพี่จะเป็นคนเอ่ยถาม“แล้วลูกคนใดกัน เป็นลูกคนใดที่ต้องไป”“ดารานี เจ้าเป็นคนต้องคำสาป เจ้าต้องไปด้วยตนเองให้ท่านขุนเห็นหน้า หากท่านขุนมีใจเมตตา พวกเราจะหลุดพ้นจากคำสาปนี้ตลอดไป”ดารานีอึ้งงัน ในทรวงอกอัดแน่นบางอย่างที่ตนต้องเป็นฝ่ายแบกความรับผิดชอบต่อดวงชะตาครอบครัว“มีใจเมตตา!! เชอะ ท่านพ่อท่านแม่พูดราวกับว่าการได้แตะเนื้อต้องตัวร่วมเตียงกับพี่นีถือเป็นโชควาสนาของเรา แท้จริงควรเป็นเขาเสียมากกว่าที่ได้ผลประโยชน์!”ตึง! คุณหลวงกระทืบเท้าลงพื้นเรือน ยกนิ้วชี้หน้า ใบหน้ากราดเกรี้ยวจนริมฝีปากบิดเบี้ยว“ดารานี!! เจ้ามันปากไพร่ คงเพราะอยู่แต่พวกชั้นต่ำจึงได้พูดจาโพล่งขึ้นเช่นนี้ อย่าหวังเลยว่าจะได้ออกไปใช้ปากเยี่ยงนี้กั
Leer más
ตอนที่ 8 เจ็ดวันครา
ตอนที่ 8 เจ็ดวันคราขุนอัครเดชยืดเรือนกายเคร่งเครียด ในเพลานี้เขาตระหนักแล้วว่าหลวงพิริยเดชหมายถึงสิ่งใด การถอนคำสาปแช่งอาคมแกร่งกร้าวที่ไร้ผู้สืบทอดจนหาต้นตอมิได้ มีเพียงหนทางเดียวเท่านั้น คือ ตาย!!“ท่านหมายใจจะให้ธิดาท่านสิ้นชีวาหรือ?”เขาพุ่งคำถามทันทีไม่รอช้า จ้องดวงตาคุณหลวงที่แฝงความกังวล ใบหน้าหมองคล้ำ“มิได้ท่านขุน ข้ามิได้ต้องการให้ดารานีต้องตาย”“ถ้าเช่นนั้น ท่านหมายถึงการหาตัวตายตัวแทน ใช่หรือไม่”“ท่านขุนเก่งฉกาจนัก เดาใจข้าได้ถูกต้อง”ขุนอัครเดชนิ่งอึ้ง สิ่งที่เขาคาดเดามิได้เก่งกาจอันใด ทว่าการถอนคำสาปมีอยู่เพียงไม่กี่วิธี ดังนั้นการหาตัวตายตัวแทนย่อมดีกว่าให้ธิดาต้องตายดับ“ข้าอาจมิได้เก่งกาจอันใด ขอหลวงท่านขยายความด้วยเถิด”ขุนอัครเดชหยิบน้ำขึ้นจิบทันที ลำคอแห้งผากกะทันหัน เพราะภายในใจนั้นรู้เต็มอกว่าต้องทำเยี่ยงไร ภาพในห้วงสำนึกเพลานี้จึงเป็นภาพที่มิควรเห็น พยายามไม่จดจ้องดวงหน้างดงามที่เอาแต่ก้มหน้า“โหรหลวงท่าน...ข้านี้กระดากปากยิ่งนัก เป็นถึงพ่อคนแม่คนแต่ต้องพูดเยี่ยงนี้ให้บุตรีเสียชื่อ ทว่าหากไม่กระทำเยี่ยงนี้ข้าเองก็จนปัญญา”หลวงพิริยเดชเอ่ยถ่อมตัวเล็กน้อย“ข้าต้
Leer más
ตอนที่ 9 ใจอันหนักอึ้ง
ตอนที่ 9 ใจอันหนักอึ้งเช้าวันต่อมา ณ เรือนศรีสงครามเรือนนอนของดารากาอยู่ห่างจากเรือนใหญ่ไม่มากนัก เป็นเรือนไม้สักทองทั้งหลังงดงามไม่แพ้กันทว่าหลังเล็กกว่าและอยู่อย่างโดดเดี่ยวแสงยามเช้าสีทองสาดเข้ายังหน้าต่างห้องนอนทอดยาวเกิดเงาบนผนัง ผ้าม่านสีขาวโปร่งปลิวตามแรงลมเอื่อย ดวงหน้าขุนอัครเดชยังติดตายากจะสลัดทิ้ง“พี่บัว”“เจ้าคะ คุณหนู”“ค่ำวานนี้เจ้ารู้หรือไม่ว่าพ่อกับแม่กลับมากันยามใด”“ค่อนดึกเจ้าค่ะ บ่าวลอบมองข้างบันไดใบหน้าซีดเซียว ยิ่งคุณหนูดารานีคล้ายคนเป็นลมมาเจ้าค่ะ”ดารากานิ่งงันไปอึดใจ แม้นว่าไม่ได้ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี ทว่ายังได้ชื่อว่าเป็นคนจิตใจดี กตัญญูรู้คุณ ยามนี้คนในบ้านเดือดร้อนเธอเองก็พลอยร้อนใจตาม“บ่าวเคยได้ยินเรื่องท่านขุน เขาเล่าลือกันว่าคาถาอาคมแกร่งกล้าแม้กระทั่งเสกคนให้กลายเป็นหินเจ้าคะ”“หินงั้นหรือ?” น้ำเสียงตื่นตระหนก“เจ้าค่ะ” บัวทำท่าขนลุกก่อนจะสะดุ้งโหย่งตึง ตึง ผลัวะ! จู่ ๆ บ่าวรับใช้อีกคนอายุยังน้อยเพียงสิบหกปี วิ่งตึงตังพรวดพราดเข้ามาในห้อง“คุณหนู คุณหนูเจ้าค่ะ”“อะไรแม่ชะเอม! เดินเหินให้เบาฝีตีนสักหน่อย ใครได้ยินจะหาว่าบ้านนี้ไม่สั่งสอนบ่าวไพร่” บ
Leer más
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status