ทะลุมิติทั้งทีขอเป็นเศรษฐีนียุค 70

ทะลุมิติทั้งทีขอเป็นเศรษฐีนียุค 70

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-08-09
โดย:  ต้นไม้แห้งจบแล้ว
ภาษา: Thai
goodnovel12goodnovel
10
1 คะแนน. 1 ทบทวน
32บท
6.3Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

ถูกส่งไปตายดาบหน้าที่ชนบทในยุค 70 ทว่าสวรรค์ยังมีตา เมื่อ เสวี่ยหรง เจ้าของไร่ฟาร์มจากอนาคตไม่ได้มาตัวเปล่า แต่มาพร้อมมิติฟาร์ม งานนี้ใครหน้าไหนก็อย่าหวังว่าจะได้ข่มเหงเธอ!

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

01 ข้ามภพข้ามกาล

Kibich city, a city full of life. The finest city of Credonia. However, it could not lack the entire arsenal that comes with one, people for instance. Talking of which, Claire was one of them and a homicide detective. She had a normal life besides carrying a gun and a badge. Family and Adams, the man she loved and was about to marry. Besides having to be around dead bodies often and chasing criminals, she did love her job.

She was romantically motivated as well and hoped for a normal life with a normal man, whom was Adams. He was also full of life and a university mythology professor. He too loved his city and his job. Sometimes, they could cross paths with Claire his fiancée in the line of duty but it was acceptable up until one morning. The very morning that changed everything. She woke up to a call from her precinct. As usual, someone had lost his or her life, you think because… it came with her job. Being a homicide detective, a phone call from the precinct meant death and a crime that needed solving. Well, yes, someone had lost a life and a crime needed solving but this day, she was not to be the detective. Quite awkward and sad, she was somehow a victim. Not that she was dead… No!

Her father had just been found dead in his house by a neighbor. Judging from the nature of the crime scene, her father’s death was not just any ordinary death. The house was a total mess, a sign of an ambush and struggle as he fought to save his life. Funny looking weapons were also found at the scene. Upon hearing the news, she notified her mother, whom was living on the Eastern side of the city after they had separated with her father.

None of them could think of a reason for someone wanting to kill her father except for her mother. As it turned out, her parents had secrets they never shared with her or her younger sister. She made that clear on the phone call she got from Claire notifying her of her husband’s mysterious death. As it turned out, this reason for her father’s death did not only cost him his life but also his family as well. It was the main reason for their separation. As they moved around the crime scene, she noticed a young man of about her age standing across the street under a shade watching. He never seemed to flinch even after she saw him. She decided to walk outside and get to know his interests but, on reaching outside, the man was long gone without a trace. As she was about to go back into the house, her phone rang, it was her mother again with a question.

“Does ‘Vivienda de Vampiros’ mean anything to you”, her mother asked. Seeming to have no clue, her mother continued, “Sorry to keep you in the dark for all those years but, it’s time for you to know about Blood City”. She hang up the phone.

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ

ความคิดเห็น

Nattery
Nattery
แต่งเก่ง สนุกมาก ขอบคุณที่อัพเดทจนจบ
2025-09-22 10:56:22
0
0
32
01 ข้ามภพข้ามกาล
เสียงหวูดรถไฟแหลมยาวกรีดผ่านม่านอากาศ ขบวนรถจักรไอน้ำสีดำทะมึนกำลังเคลื่อนตัวอย่างอุ้ยอ้ายราวกับอสรพิษเหล็กขนาดยักษ์บนรางที่ทอดยาวสุดสายตา ภายในตู้โดยสารชั้นสามที่ทั้งแออัด เต็มไปด้วยกลิ่นเหงื่อไคล กลิ่นสนิม และกลิ่นฝุ่นถ่านหินคละคลุ้งจนน่าเวียนหัวบนม้านั่งไม้แข็งกระด้าง มีร่างบอบบางของหญิงสาวผู้หนึ่งเอนซบอยู่กับขอบหน้าต่างที่พร่าเลือนด้วยไอละอองหมอก ความเจ็บปวดรวดร้าวแล่นวาบอยู่ในศีรษะราวกับมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง เสวี่ยหรง ลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า ภาพตรงหน้าพร่าเลือน ก่อนที่ความทรงจำที่ไม่ใช่ของตนจะหลั่งไหลเข้ามาในหัวราวกับเขื่อนที่กำลังจะพังทลายภาพของ หลินเสวี่ยหรง เจ้าของร่างเดิม..เด็กสาวผู้งดงามราวตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ แต่ชีวิตกลับน่าสมเพชยิ่งกว่าอะไร ถูกแม่เลี้ยงใจยักษ์เฉดหัวออกจากบ้านหลังบิดาเสียชีวิต เพียงเพื่อเปิดทางให้ลูกสาวแท้ ๆ ของตนได้ครอบครองทุกสิ่งทุกอย่าง คำพูดสุดท้ายที่กรีดลึกลงในใจคือการตัดขาดอย่างไร้เยื่อใย พร้อมเงินสามร้อยหยวน และคูปองปันส่วนจำนวนหนึ่งที่โยนให้ราวกับเศษทาน“เฮอะ! ช่างเป็นชีวิตที่น่าสมเพชเสียจริง” หลินเสวี่ยหรง หญิงสาวในศตวรรษที่ยี่สิบห้า แค่นเสีย
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-08-07
อ่านเพิ่มเติม
02 แย่งชิงพื้นที่
คำพูดนั้นราวกับน้ำเย็นถังใหญ่ที่สาดใส่หน้าทุกคนจนชาไปทั้งตัวผู้ใหญ่บ้านสือไม่กล่าวอะไรอีก เขาหันหลังกลับและเดินจากไป ทิ้งให้เหล่าหนุ่มสาวผู้สูงศักดิ์จากเมืองใหญ่ยืนเผชิญหน้ากับชะตากรรมอันโหดร้ายของตนเองสายลมเย็นยะเยือกพัดผ่านช่องโหว่ของกระท่อมเข้ามา วูบหนึ่งราวกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยในโชคชะตา เหล่ายุวชนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก บางคนเริ่มน้ำตาซึม บางคนก็ถอนหายใจอย่างสิ้นหวังและเมื่อร่างของผู้ใหญ่บ้านสือลับหายไป ความเงียบอันน่าอึดอัดก็เข้าปกคลุมบ้านยุวชนหลังใหม่แห่งนี้ชั่วครู่ ก่อนที่มันจะพังทลายลงด้วยเสียงโวยวายของเหล่าปัญญาชนผู้สิ้นหวัง“สวรรค์! นี่มันที่ซุกหัวนอนของคนหรือนี่!”“ดูฝุ่นนั่นสิ หนาเป็นนิ้ว ฉันจะนอนลงไปได้ยังไง”ภายในกระท่อมดินขนาดใหญ่ มีเพียง¹เตียงดินที่ก่อขึ้นจากดินเหนียวเรียงรายอยู่หลายแท่น แต่ละแท่นมีสภาพแตกต่างกันไป บางแท่นอยู่มุมอับชื้น บางแท่นอยู่ใต้รอยรั่วบนหลังคาที่เห็นได้อย่างชัดเจน และมีเพียงไม่กี่แท่นที่ดูแห้งสนิทและอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด บริเวณที่ห่างจากประตูซึ่งมีลมโกรกและอยู่ลึกเข้าไปด้านในกฎของผู้แข็งแกร่งกว่าย่อมปรากฏผลในยามคับขัน กลุ่มหนุ่มสาวที่แข็งแรง
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-08-07
อ่านเพิ่มเติม
03 บุรุษในเครื่องแบบ
หลายวันต่อมา ชื่อเสียงของหลินเสวี่ยหรงก็เริ่มเป็นที่รับรู้ในหมู่ยุวชนด้วยกัน แม้กลุ่มของชิงเหอจะยังคงคอยแขวะอยู่เสมอ แต่ก็ไม่มีใครกล้าดูแคลนเธออย่างเปิดเผยอีกหลินเสวี่ยหรงยังคงเลือกใช้ชีวิตอย่างสงบเสงี่ยม ไม่โอ้อวด และยังคงออกไปสำรวจป่าเป็นกิจวัตร ซึ่งเป็นข้ออ้างชั้นดีในการเข้าไปจัดการฟาร์มในมิติและนำของเล็ก ๆ น้อย ๆ ออกมาบ่ายวันหนึ่งขณะที่เธอกำลังเดินสำรวจอยู่บริเวณชายป่าซึ่งใกล้กับเขตที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน ทว่าเสียงขวานจามไม้ที่ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอก็ดึงดูดความสนใจของเธอเมื่อมองลอดผ่านแนวพุ่มไม้เข้าไป เธอก็เห็นแผ่นหลังกว้างของบุรุษผู้หนึ่ง เขากำลังจามฟืนอยู่ข้างบ้านดินหลังหนึ่งที่แม้จะเก่าแก่แต่ก็ดูแลปัดกวาดอย่างสะอาดสะอ้าน ร่างของเขาสูงใหญ่กำยำ ทุกครั้งที่เหวี่ยงขวานลงมา มัดกล้ามบนแผ่นหลังและท่อนแขนก็ขยับเคลื่อนอย่างทรงพลัง และเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพ ท่าทางเถรตรงแน่วแน่ราวกับทหารที่กำลังฝึกซ้อมบนเสาไม้ข้าง ๆ กันนั้น มีเสื้อคลุมทหารสีเขียวมะกอกพาดไว้อย่างเป็นระเบียบ บ่งบอกสถานะของเขาของได้อย่างชัดเจน‘ทหารนี่’ หลินเสวี่ยหรงประเมินในใจด้วยสายตาเรียบเฉย ‘แข็งแรงดี แต่ดูท่าทางจะเถรตร
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-08-09
อ่านเพิ่มเติม
04 ข่าวลือสะพัด
“สวรรค์! หล่อนเห็นหรือเปล่า! หล่อนเห็นเหมือนที่ฉันเห็นใช่ไหม?!” หญิงคนหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นจางซื่อพยักหน้าหงึก ๆ ดวงตาเป็นประกายระยับราวกับสุนัขจิ้งจอกเฒ่า“เห็นสิ เห็นเต็มสองตาเลย! เจ้าเว่ยหลงกำลังอุ้มสหายหญิงยุวชนคนนั้นออกมาจากป่าลึก สองต่อสอง! แถมดูสภาพเธอสิ ผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อผ้าก็ดูหลุดลุ่ยชอบกล”ข่าวลือในหมู่บ้านเล็ก ๆ เดินทางได้เร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่งในฤดูแห้งแล้ง เพียงไม่ถึงสองชั่วโมงเรื่องราวก็ถูกส่งต่อไปปากต่อปาก และถูกปรุงแต่งจนผิดเพี้ยนไปจากความจริงลิบลับจากเว่ยหลงอุ้มยุวชนสาวที่บาดเจ็บ กลับกลายเป็น..“ฉันได้ยินมาว่าเว่ยหลงกับยุวชนคนสวยนั่นแอบไปพลอดรักกันในป่า! แต่ถูกจางซื่อจับได้คาหนังคาเขาเลยทีเดียว!”และในท้ายที่สุด คำพูดเหล่านั้นก็กลายเป็นคำพูดที่ร้ายแรงที่สุด..“โอ้สวรรค์! พวกเขาว่ากันว่าเว่ยหลงกับยุวชนสาวชาวเมืองคนนั้นทำเรื่องบัดสีบัดเถลิงกันในป่า! หล่อนมันจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ แกล้งทำเป็นเจ็บขาเพื่อให้เขาอุ้มกลับมากลบเกลื่อนความผิด!”และแน่นอนว่าข่าวนี้ย่อมต้องลอยเข้าหูของหลี่เหมยจนได้สหายผู้หวังดีของเธอรีบวิ่งหน้าตาตื่นมาเล่าเรื่องที่ได้ยินมาให้ฟังด้วยสีห
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-08-09
อ่านเพิ่มเติม
05 พบหน้าแม่สามี
หลังจากที่ข้อตกลงอันน่าประหลาดใจถูกกำหนดขึ้นในห้องของผู้ใหญ่บ้านแล้ว บรรยากาศก็ยิ่งน่ากระอักกระอ่วนใจยิ่งกว่าเดิม ผู้ใหญ่บ้านสือผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาค่อนชีวิตยังอดจะลอบมองหลินเสวี่ยหรงด้วยแววตาทึ่ง ๆ ไม่ได้ เขากระแอมไอเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขึ้น“อะแฮ่ม! ในเมื่อตกลงกันแล้ว เว่ยหลง นายก็พาหลินจือชิงกลับไปแจ้งให้แม่ของนายให้รับทราบเถอะ”การเดินทางจากบ้านผู้ใหญ่บ้านไปยังบ้านตระกูลเว่ยนั้นสั้นเสียยิ่งกว่าก้านธูป แต่สำหรับคนทั้งสองแล้วมันกลับยาวนานนัก เว่ยหลงเดินนำหน้าด้วยแผ่นหลังที่ตั้งตรง ไม่เอ่ยคำใดออกมาแม้แต่ครึ่งคำส่วนหลินเสวี่ยหรงก็เดินตามหลังอย่างเงียบ ๆ พลางพยุงร่างที่บาดเจ็บของตนไปทีละก้าว สายตาของชาวบ้านที่มองมาในครานี้เปลี่ยนจากความสงสัยใคร่รู้ไปเป็นความตกตะลึงข่าวการแต่งงานคงจะแพร่สะพัดไปแล้วไม่นานนัก พวกเขาก็มาหยุดอยู่หน้าบ้านดินหลังเดิมที่เธอเคยเห็นชายหนุ่มผู้นี้จามฟืนอยู่ มันเป็นบ้านที่แม้จะเก่าแก่แต่ก็แสดงให้เห็นถึงการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี สะอาดสะอ้านและเป็นระเบียบเรียบร้อยเว่ยหลงผลักประตูไม้ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเข้าไป“แม่ ผมกลับมาแล้ว”หญิงชราผู้หนึ่งเดินออกมาจากส่วนที่เ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-08-09
อ่านเพิ่มเติม
06 พิชิตใจน้องสาวสามี
แสงอรุณแรกของวันสาดส่องเข้ามาทางรอยแตกของบานหน้าต่าง ปลุกให้หลินเสวี่ยหรงตื่นขึ้นจากการหลับใหลที่ไม่ได้สนิทดีนัก ทว่าเมื่อเธอลืมตาขึ้น ที่นอนฟางบนพื้นตรงมุมห้องก็ว่างเปล่าเสียแล้วเว่ยหลงคงจะตื่นและออกไปทำภารกิจของตนตั้งแต่เช้ามืด ไม่นานนัก เสียงกุกกักจากการทำครัวก็ดังแว่วมาจากด้านนอก เป็นสัญญาณว่าวันแรกในฐานะสะใภ้ตระกูลเว่ยของเธอได้เริ่มต้นขึ้นแล้วเธอลุกขึ้นจัดแจงเสื้อผ้าหน้าผมให้เรียบร้อย ก่อนจะเดินออกไปภาพที่เห็นคือแม่สามีกำลังคนข้าวต้มในหม้อดินใบใหญ่ กลิ่นหอมจาง ๆ ของข้าวลอยมาปะทะจมูก แต่มันเป็นข้าวต้มที่ใสจนแทบจะมองเห็นก้นหม้อ มีเม็ดข้าวสารลอยอยู่เพียงน้อยนิด บนโต๊ะมีเพียงจานเล็ก ๆ ที่ใส่ผักดองเค็มสีคล้ำวางอยู่หนึ่งจาน นี่คืออาหารเช้าของครอบครัว ช่างเป็นภาพที่สะท้อนถึงความยากจนข้นแค้นได้ดีทีเดียว“ตื่นแล้วเหรอ มากินข้าวก่อน” ชุนฮวาเอ่ยขึ้นโดยไม่ได้หันมามอง น้ำเสียงยังคงราบเรียบเช่นเคยเว่ยเหอหลาน น้องสาวสามีตัวน้อยรีบยกม้านั่งเตี้ย ๆ มาวางไว้ให้หลินเสวี่ยหรงอย่างเอาใจ “พี่สะใภ้ นั่งตรงนี้” เธอเอ่ยเสียงเบา ใบหน้าเล็ก ๆ ยังคงเจือแววประหม่าหลินเสวี่ยหรงนั่งลง แล้วรับถ้วยข้าวต้มที
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-08-09
อ่านเพิ่มเติม
07 ตลาดมืด
เช้าวันหนึ่ง ขณะที่ชุนฮวากำลังนั่งปะชุนรองเท้าผ้าของเว่ยเหอหลานที่เก่าจนพื้นรองเท้าแทบจะทะลุ เธอก็ได้แต่ถอนหายใจยาว“เฮ้อ.. อีกไม่นานก็จะเข้าฤดูหนาวแล้ว รองเท้าคู่นี้คงจะใส่ทนไปได้อีกไม่นาน”หลินเสวี่ยหรงที่กำลังช่วยบดข้าวโพดอยู่ใกล้ ๆ ได้ยินคำรำพึงนั้นก็ชะงักมือลง เธอมองไปยังคูปองปันส่วน และเงินจำนวนน้อยนิดที่เก็บไว้อย่างดีในหีบของตนแล้วก็เข้าใจในทันทีการหาของป่ามาประทังชีวิตนั้นไม่ต่างอะไรกับการดื่มยาพิษเพื่อดับกระหาย มันแก้ปัญหาได้เพียงชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น แต่ไม่สามารถขจัดรากเหง้าของความยากจนไปได้ ครอบครัวนี้ต้องการเงินเพื่อซื้อหาปัจจัยที่จำเป็น และเงินทุนสามร้อยหยวนที่เธอมีติดตัวมานั้น หากใช้ไปโดยไม่มีรายรับเข้ามาเพิ่มก็ย่อมมีวันหมดไปแววตาของหลินเสวี่ยหรงพลันแข็งกร้าวขึ้นด้วยความเด็ดเดี่ยว ถึงเวลาแล้วสินะที่เธอจะต้องเริ่มทำธุรกิจอย่างจริงจัง!ค่ำคืนนั้น หลังจากที่ทุกคนหลับใหลกันหมดแล้ว หลินเสวี่ยหรงก็นั่งอยู่ข้างโต๊ะไม้ตัวเล็ก แสงจันทร์สาดส่องลงมาอาบไล้ใบหน้างามของเธอที่กำลังครุ่นคิดอย่างหนัก‘จะขายอะไรดี?’การขายผักผลไม้สดในปริมาณมากนั้นเสี่ยงเกินไป ทั้งเรื่องการขนส่งและเป
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-08-09
อ่านเพิ่มเติม
08 การเจรจาครั้งแรก
ชายวัยกลางคนในชุดผ้าเนื้อดีที่หลินเสวี่ยหรงหมายตาไว้กำลังเดินวนไปวนมาด้วยท่าทีหงุดหงิด เขาพึมพำกับตนเองเบา ๆ“น้ำตาลกรวดคุณภาพดีแค่นี้ก็ยังหาไม่ได้! กลับไปคงโดนคุณนายตำหนิอีกแน่”หลินเสวี่ยหรงเห็นโอกาสมาถึงแล้ว เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วจึงเริ่มแผนการของตนเธอยกตะกร้าขึ้นสะพายหลังอีกครั้ง แล้วแสร้งทำเป็นเดินโซเซผ่านหน้าชายผู้นั้นไปอย่างคนหมดแรง ในจังหวะที่พอเหมาะพอเจาะ เธอก็สะดุดเข้ากับก้อนหินอย่างจัง!“ว้าย!”เธอร้องออกมาเบา ๆ ขณะที่ร่างเซถลาไปข้างหน้า ผักป่าสองสามกำที่อยู่บนสุดของตะกร้าหล่นกระจายลงบนพื้น และที่สำคัญห่อผ้าใบเล็ก ๆ ห่อหนึ่งก็พลัดตกลงมาด้วย ปากห่อที่ผูกไว้อย่างหลวม ๆ บังเอิญคลายออก เผยให้เห็นผลึกน้ำตาลทรายสีขาวบริสุทธิ์ที่ส่องประกายระยิบระยับอยู่ภายใน มันขาวสะอาดยิ่งกว่าหิมะแรกในฤดูหนาว แตกต่างจากน้ำตาลกรวดสีเหลืองขุ่นที่เห็นได้ทั่วไปอย่างสิ้นเชิง“ขอโทษด้วยค่ะคุณลุง ฉันซุ่มซ่ามไปหน่อย” หลินเสวี่ยหรงรีบก้มลงเก็บของด้วยท่าทีตื่นตระหนก พยายามจะซ่อนห่อน้ำตาลนั้นอย่างรวดเร็วทว่าสายเกินไปเสียแล้ว สายตาของชายผู้นั้นจับจ้องไปยังผลึกสีขาวนั้นไม่วางตา ราวกับถูกมนตร์สะกด เขาตร
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-08-09
อ่านเพิ่มเติม
09 ของติดไม้ติดมือ
เมื่อหลินเสวี่ยหรงก้าวเข้ามาในบริเวณลานหน้าบ้าน ชุนฮวาและเว่ยเหอหลานที่กำลังเก็บกวาดเครื่องมือทำไร่อยู่ก็หันมามองเป็นตาเดียวกัน“แม่ หลานเอ๋อร์ ฉันกลับมาแล้ว” หลินเสวี่ยหรงเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้ม แม้จะเหนื่อยล้าจากการเดินทาง แต่ดวงตาของเธอกลับเป็นประกายสดใสเธอวางตะกร้าที่หนักอึ้งลงบนโต๊ะไม้เตี้ย ๆ ตัวหนึ่ง ก่อนจะเริ่มหยิบของที่ซื้อหามาได้ออกมาวางทีละชิ้นชิ้นแรกคือด้ายและเข็มที่เธอใช้อ้างเป็นเหตุผลในการเข้าเมือง ชิ้นที่สองคือถุงแป้งสาลีขาวละเอียดที่หนักอึ้ง ชุนฮวาเริ่มเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ชิ้นที่สามคือผ้าฝ้ายสีน้ำเงินเข้มเนื้อดี เว่ยเหอหลานถึงกับสูดปากอย่างตื่นเต้น ชิ้นที่สี่คือห่อยาสำหรับบำรุงร่างกาย และยาหม่องสำหรับทาแก้ปวดเมื่อยและชิ้นสุดท้าย เธอก็ค่อย ๆ คลี่ใบตองที่ห่อไว้ออก เผยให้เห็นเนื้อหมูสามชั้นชิ้นใหญ่มันแทรกสวยงามที่ส่งกลิ่นสดใหม่ทันทีที่เห็นเนื้อหมูชิ้นนั้น ทั้งลานบ้านก็ตกอยู่ในความเงียบงันราวกับถูกหยุดเวลาสำหรับครอบครัวที่นับเมล็ดข้าวสารประทังชีวิตในแต่ละวันแล้ว การปรากฏตัวของเนื้อหมูชิ้นใหญ่นี้ไม่ต่างอะไรกับภาพฝันที่ไม่กล้าแม้แต่จะจินตนาการถึง ชุนฮวายืนนิ่งตัวแข็งทื
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-08-09
อ่านเพิ่มเติม
10 พี่สะใภ้ผู้ปกป้อง
เมื่อทั้งสองลุกขึ้นมาแต่งตัวเพื่อเริ่มต้นวันใหม่ กิจวัตรประจำวันยังคงเหมือนเดิม แต่บรรยากาศกลับเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิงขณะที่เธอกำลังพับผ้าห่ม เขาก็ยกอ่างน้ำอุ่นเข้ามาให้เธอล้างหน้าโดยไม่ต้องร้องขอ ขณะที่เธอกำลังจะออกไปตักน้ำ เขาก็ชิงหาบน้ำกลับมาจนเต็มโอ่งเสียก่อนแล้ว การเคลื่อนไหวของพวกเขาทั้งสองในพื้นที่แคบ ๆ นั้นดูสอดประสานและกลมเกลียวกันอย่างน่าประหลาดเมื่อทั้งสองเดินออกมายังห้องโถงเพื่อกินอาหารเช้า ชุนฮวาผู้เจนโลกก็สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงนั้นได้ในทันทีเธอเห็นแววตาของบุตรชายที่ทอดมองสะใภ้ด้วยความอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เธอเห็นแก้มแดงระเรื่อของสะใภ้ที่ดูงดงามมีน้ำมีนวลขึ้นกว่าเดิม และที่สำคัญที่สุด เธอเห็นถึงความสนิทสนมและกลมเกลียวที่อบอวลอยู่รอบตัวคนทั้งสอง ซึ่งเป็นบรรยากาศของสามีภรรยาที่แท้จริงหญิงชราไม่ได้เอ่ยถามหรือทักท้วงใด ๆ เธอเพียงลอบยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจจนดวงตาหยีลงเป็นเส้นโค้ง‘สวรรค์เมตตา ในที่สุดบุตรชายฉันก็มีครอบครัวที่สมบูรณ์เสียที’ระหว่างมื้ออาหาร เว่ยหลงคอยตักอาหารให้หลินเสวี่ยหรงอยู่เสมอ “กินเยอะ ๆ เธอผอมเกินไปแล้ว” เขาเอ่ยเสียงเรียบ แต่การกระทำกล
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-08-09
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status