แชร์

ตอนที่ 5 งานแรก

ผู้เขียน: Melyssa
last update วันที่เผยแพร่: 2026-07-26 22:35:06

"ตื่นเต้นอ่ะอีฟ" นาวนั่งไม่นิ่ง มือเย็นเฉียบสอดประสานกันไว้ด้วยความตื่นเต้นขณะรอฟังผลแคสติ้งงาน

"อีฟก็ตื่นเต้น ขอให้ได้งานเถอะ" อีฟมีท่าทีไม่ต่างไปจากนาวเลย

"น้องอีฟกับน้องนาวเชิญพบพี่ปาล์มในห้องค่ะ" ไม่นานประตูห้องก็เปิดออก พร้อมกับเสียงที่เปรียบดั่งเสียงสวรรค์ของอีฟกับนาวก็ดังขึ้น

"ค่ะ" อีฟกับนาวขานรับพร้อมกัน ทั้งสองหันมองหน้ากันด้วยความดีใจ ริมฝีปากอิ่มฉีกยิ้มกว้าง จับมือกันด้วยความดีใจ ก่อนจะรีบตามเลขาส่วนตัวของปาล์ม เจ้าของบริษัท Event Planner ที่ให้บริการจัดหาพิธีกร พริตตี้ เอ็มซี นายแบบ นางแบบ นักแสดงและบุคลากรอื่นๆ เพื่องานแสดงสินค้า งานเปิดตัว งานโฆษณา งานละคร ภาพนิ่ง วิดีโอพรีเซนต์ งานเอนเตอร์เทนเนอร์ประเภทดูแล ชงเหล้าในงานปาร์ตี้ งานรับจ้างเที่ยว รับจ้างกินข้าว รับจ้างเป็นแฟน รับจ้างดูหนัง ตามแต่ที่ลูกค้าต้องการ

"นั่งสิ" ปาล์มบอกพร้อมรอยยิ้มน้อยๆ เมื่ออีฟกับนาวเข้ามาภายในห้องทำงานของเธอ

"สวัสดีค่ะ" นาวกับอีฟยกมือไหว้ทักทายก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามที่จัดเตรียมไว้

"พี่ดูเรซูเม่ของนาวกับอีฟอย่างละเอียดแล้ว แล้วก็ได้ดูรูปที่ถ่ายกันวันนี้ ทั้งคู่สามารถเริ่มงานได้ทันที ไม่เกี่ยงงาน ไม่เกี่ยงงานนี่คือสามารถรับงานเอนเตอร์เทนได้ใช่ไหม" ปาล์มเอ่ยพร้อมทั้งเปิดแฟ้มประวัติของทั้งนาวกับอีฟไปด้วย

"ได้ค่ะ" อีฟรีบตอบทันที

"เออ...นาวขอถาม..." นาวอ้ำอึ้ง ไม่รู้ว่าตัวเองจะเรียกปาล์มว่าอย่างไร และไม่รู้ว่าตัวเองจะถามออกไปดีไหม

"เรียกพี่ว่าพี่ปาล์ม"

"ค่ะพี่ปาล์ม นาวขอถามพี่ปาล์มตรงๆ เลยนะคะ งานเอนเตอร์เทนนี่หมายรวมถึงงานที่ต้องนอนกับแขกด้วยหรือเปล่าคะ" นาวสูดลมหายใจลึกๆ แล้วตัดสินใจถามออกไปในเรื่องที่เธอรู้สึกกลัวมากที่สุด จากที่เธอเคยอ่านเจอมา

"งานเอนเตอร์เทนในความหมายของพี่คืองานชงเหล้า คอยเทคแคร์ กินข้าว ดูหนัง เป็นเพื่อนเที่ยว ประมาณนี้ ก็อาจจะมีถูกเนื้อต้องตัวกันบ้าง แล้วบริษัทของเราไม่มีบริการซื้อขายผู้หญิงเพื่อให้ไปนอนค้างอ้างแรมกับแขก แต่ถ้าใครอยากจะดิวกับแขกต่ออันนี้ก็เป็นเรื่องส่วนตัวของคนคนนั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัท สรุปเลยก็คือมันอยู่ที่ตัวบุคคลว่าใครจะจบที่งานเลิกหรือใครจะไปต่อก็เท่านั้นเอง แต่ถ้าน้องนาวไม่สะดวกใจที่จะทำงานด้านเอนเตอร์เทนก็บอกมาได้เลย พี่จะได้ส่งให้ไปทำงานด้านอื่น แต่งานเอนเตอร์เทนเป็นงานที่สามารถทำรายได้ได้แทบจะทุกวัน น้องนาวเข้าใจที่พี่พูดใช่ไหม" ปาล์มอธิบายชี้แจงงานให้นาวทำความเข้าใจ

"เข้าใจค่ะ ถ้านาวจะขอรับงานเอนเตอร์เทนเป็นงานรอง คือนาวหมายถึงถ้าไม่มีงานพริตตี้ เอ็มซี นางแบบ อะไรประมาณนี้ นาวถึงจะรับงานเอนเตอร์เทนได้ไหมคะ" นาวบอกออกไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ กลัวว่าปาล์มจะหาว่าเธอเรื่องมาก แต่เธอก็ไม่อยากให้เป็นปัญหาในภายหลัง เพราะงานเอนเตอร์เทนก็ถือว่ามีความเสียงอยู่มาก

"ได้สิ แต่ช่วงนี้คิวงานที่นาวต้องการเต็มอยู่ใช่ไหมแจง" ปาล์มตอบนาวก่อนจะหันไปถามเลขาส่วนตัว

"ใช่ค่ะพี่ปาล์ม ตอนนี้งานที่ว่างอยู่เป็นงานเอนเตอร์เทนปาร์ตี้ส่วนตัวริมสระว่ายน้ำของลูกชายท่านรัฐมนตรีเอกกมล คุณตุลย์ภพค่ะ จะจัดขึ้นในคืนพรุ่งนี้ เน้นเสิร์ฟอาหารและเครื่องเป็นหลัก พูดคุยกับแขกที่มาร่วมงาน ค่าตัวห้าพันบาท ทำงานสี่ชั่วโมง" พอได้ยินราคาค่าจ้างนาวกับอีฟถึงกับตาโตหันมองหน้ากันทันที

"ปาร์ตี้ริมสระก็ต้องใส่ชุดว่ายน้ำ อีฟกับนาวจะรับงานนี้ไหม ถ้ารับวันนี้เราก็เซ็นสัญญากันได้เลย" นาวกับอีฟหันหน้ามองกันอย่างต้องการความเห็น อีฟพยักหน้า ขยิบตาให้นาวตอบรับ แต่นาวก็ยังมีท่าทีลังเล

"ถ้าเราสองคนไม่รับงานนี้ เราก็จะไม่ได้เซ็นสัญญาเหรอคะ" นาวตัดสินถามออกไปอีกครั้ง

"ไม่ใช่อย่างนั้น คืออันนี้มันเป็นงานด่วน พี่ก็จะให้เราเซ็นสัญญาว่าจ้างทันที แต่ถ้าเรื่องเซ็นสัญญาเป็นพนักงานของบริษัทจะเซ็นก็ต่อเมื่อทั้งสองคนผ่านทดลองงานอย่างน้อยยี่สิบงาน"

"แค่ชุดว่ายน้ำเองนาว ถ้าเรารับงานได้ครบยี่สิบงานเร็ว เราก็จะได้เซ็นสัญญามีงานตลอด ทีนี้เราจะได้ย้ายออกจากห้องเช่านั่นไง นาวเคยบอกว่าไม่ชอบเพราะมันดูอันตรายไม่ใช่เหรอ" อีฟพยายามโน้มน้าวให้นาวรับงานนี้ เพราะเธอก็ไม่อยากอยู่ห้องเช่าเล็กๆ นั่นแล้วเหมือนกัน เธออยากมีชีวิตที่ดีกว่านี้

"ก็ได้" นาวตอบเสียงอ่อย ทั้งที่ไม่อยากรับงานแบบนี้ แต่เพื่อการได้เซ็นสัญญาโดยเร็วเธอจึงจำใจยอมรับทำงานนี้

"เราสองคนรับงานนี้ค่ะพี่ปาล์ม" อีฟตอบ

"โอเค เดี๋ยวแจงจัดการเรื่องเซ็นสัญญาว่าจ้างให้กับทั้งสองคนนะ แล้วทั้งสองคนมีชุดว่ายน้ำหรือยัง"

"ไม่มีค่ะ" อีฟตอบ

"แจงก็หาชุดของบริษัทให้ทั้งสองคน แล้วก็บอกรายละเอียดและสิ่งที่ทั้งสองคนจะต้องทำด้วยนะ พี่มีนัดกับอิฐ อีฟ นาว เดี๋ยวตามแจงไปเลยนะ พี่ไปละ" ปาล์มสั่งงาน ก่อนจะหยิบกระเป๋าสะพายของตัวเอง นาวกับอีฟยกมือไหว้ ก่อนที่ปาล์มจะออกไป

วันต่อมา

เบื้องหน้าของนาวคือกระจกเงาบานใหญ่ในห้องน้ำหรู ที่ถูกจัดไว้ให้เป็นสถานที่สำหรับแต่งตัวเหล่าพริตตี้ที่ถูกคัดเลือกมาให้ร่วมปาร์ตี้ริมสระว่ายน้ำในค่ำคืนนี้ เธอกำลังสำรวจตัวเองในชุดว่ายน้ำบิกินี่ทูพีชเซ็กซี่ บราแต่งด้วยเชือกสอดห่วงสีดำ บราด้านหลังเป็นแบบตะขอ ด้านบนเป็นแบบผูกคอ กางเกงสีดำล้วน ด้านข้างมีเชือกสอดห่วง เช่นเดียวกับอีฟต่างกันก็แค่ชุดของอีฟเป็นสีแดง ซึ่งผู้หญิงในกระจกเงาบานนั้นเหมือนไม่ใช่ตัวเธอเลย เพราะตลอดชีวิตของนาวไม่เคยได้ใส่ชุดว่ายน้ำสักครั้ง มีแต่ใส่ผ้าถุงกระโจมอกกระโดดน้ำคลอง

"ไหนมาเช็คหน้าหน่อย...ก็โออยู่นะ นาวแต่งหน้าขึ้นอ่ะ" แนต พริตตี้รุ่นพี่ที่ได้รับหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงดูแลนาว เธอเพิ่งเติมลิปให้ตัวเองเสร็จหมาดๆ หันมาจับไหล่นาวให้หันไปหา เธอก็สวมชุดว่ายน้ำคล้ายกัน และเป็นคนช่วยนาวแต่งหน้า

"นี่งานจะเริ่มแล้ว" เสียงหญิงสาวที่เป็นพี่เลี้ยงให้อีฟดังขึ้นเมื่อใกล้ได้เวลาที่พวกเธอต้องออกไปปฏิบัติหน้าที่ของตนเอง

"อื้อ...ไปกันนาว" แนตคว้ามือนาวออกจากห้องน้ำ ทว่านาวกลับมีอาการประหม่าจนต้องยื้อแขนเธอเอาไว้ระหว่างทาง

"พี่แนต นาวเอาเสื้อคลุมมาใส่ด้วยได้ไหม นาวไม่มั่นใจยังไงก็ไม่รู้"

"บ้า! งานแบบนี้ใครเขาใส่เสื้อคลุม เจ้าของงานเขาจ้างเรามาบริการ เขาก็อยากจะเห็นอะไรสวยๆ งามๆ ทั้งนั้นแหละ ถ้านาวเล่นปิดซะหมด คราวหน้าเขาจะจ้างไหมเล่า หรือว่านาวไม่มั่นใจ"

"ค่ะ นาวไม่เคยใส่ชุดว่ายน้ำ รู้สึกไม่มั่นใจยังไงไม่รู้" ตอนที่เห็นอีฟลองชุดเธอก็ว่ามันดูไม่โป๊เท่าไหร่ เธอเลยไม่ได้ลองด้วย แต่เธอเป็นคนมีหน้าอก พอได้ลองใส่จริงๆ ถึงได้เห็นว่าชุดค่อนข้างเน้นหน้าอกมากทีเดียว

"ไม่หรอก นาวหุ่นดีมากเลยรู้ไหม พี่ยังอิจฉาหุ่นนาวเลย คนอื่นโป๊กว่านาวเยอะแยะ เอาน่า ไม่มีอะไรน่ากลัวหรอก พี่เคยทำงานกับคุณตุลย์มาหลายครั้งแล้ว เขาโอเคอยู่นะ เพื่อนๆ คุณตุลย์อาจจะหน้าหม้อบ้าง นาวก็ไม่น้องสนใจมาก คุยเล่นไปชิลล์ๆ แล้วถ้าเกิดมีใครอุตริชวนไปต่อเพราะคิดว่าเรารับงานวีไอพีด้วย นาวก็ไม่ต้องตกใจ เพราะบางคนเขาก็รับอยู่ นาวแค่บอกเขาไปว่าไม่รับ เขาก็ไม่มาอะไรกับนาวแล้ว" แนตพยักเพยิดไปยังพริตตี้คนอื่นๆ ที่ตอนนี้กำลังบริการชายหนุ่มอยู่ในปาร์ตี้ริมสระว่ายน้ำ บางคนเห็นแก้มก้นทั้งสองข้างแบบเต็มๆ

แค่สี่ชั่วโมงคงไม่มีอะไร...นาวพยายามเรียกขวัญกำลังใจให้ตัวเอง ก่อนจะพบว่าบรรยากาศภายในงานไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด มีบางคนที่ใช้สายตาแทะเล็มอยู่บ้าง บางคนห่ามๆ หน่อยก็เอ่ยปากแซวเรื่องทะลึ่งตึงตัง แต่นาวก็แค่เพียงยิ้มๆ แล้วเลี่ยงออกไปดูแลทางอื่น แต่สายตาของเจ้าของงานที่จับจ้องมาที่เธอมันดูแปลกๆ อย่างบอกไม่ถูก แต่เธอก็พยายามไม่สบตาเขา

จนเวลาผ่านไปเกือบสามชั่วโมง นาวเริ่มรู้สึกมึนหัว เพราะดื่มเข้าไปหลายแก้ว ทั้งที่ปฏิเสธแต่บางคนก็คะยั้นคะยอให้เธอดื่มจนได้ เธอจึงเดินปลีกตัวจะไปล้างหน้าเพื่อให้รู้สึกดีขึ้น

"นาว...มาใหม่เหรอ ไม่เคยเห็นหน้า" น้ำเสียงทุ้มของเจ้าของงาน ตุลย์ ตุลย์ภพ เขาก้มหน้ามองป้ายชื่อที่ติดอยู่ที่หน้าอก เขาเดินตามนาวเข้ามาถึงหน้าห้องน้ำ เขาถูกตาต้องใจเธอตั้งแต่ที่ได้เห็นเธอก้าวเท้าเข้ามาในงานอย่างที่ไม่เคยเป็นแบบนี้กับใครมาก่อน แขนแกร่งข้ำยันกับผนังกักตัวเธอไว้ไม่ให้หนีได้

"เออ...ค่ะ คุณตุลย์มีอะไรหรือเปล่าคะ" นาวตอบตะกุกตะกัก แต่ก็พยายามทำใจดีสู้เสือ ทั้งที่รู้สึกกลัวเป็นอย่างมาก

"ฉันให้เธอเพิ่มอีกสองหมื่นถ้าเธอไปกับฉันตอนนี้" ตุลย์ยื่นข้อเสนอทันที เขาเป็นพวกไม่ชอบอะไรยืดเยื้อ และไม่ชอบให้ใครขัดใจ เพราะทุกคนที่เขายื่นข้อเสนอให้ไม่เคยมีใครกล้าปฏิเสธ มือของเขาก็ลูบไล้มาตามต้นขาของเธอ

"คุณ! นาวไม่รับค่ะ นาวขอตัว" สองขาเรียวหนีบเข้าหากัน พร้อมกับตะครุบมือนั้นไว้แล้วสะบัดออกตามสัญชาตญาณ

"ถ้าฉันต้องการ เธอก็ปฏิเสธฉันไม่ได้ ฉันให้เธอเพิ่มสามหมื่น" น้ำเสียงหื่นกระหายเปล่งออกมาอย่างคนเอาแต่ใจ อีกทั้งยังเพิ่มราคาค่าตัวนาวขึ้นไปอีก ก่อนจะซุกจมูกคมสันลงไปยังซอกคอขาวบางทันที

"กรี๊ดดดด!!...ปล่อยนะ" นาวกรีดร้องด้วยความตกใจ ดิ้นรนหนีร่างหนา มือบางผลักอกหนาออกอย่างสุดกำลัง พยายามดิ้นรนออกจากการควบคุมของเขาอย่างไม่คิดชีวิต แต่ชายหนุ่มก็หาได้สนใจยังคงซุกไซร้รุกหน้าดูดดื่ม ขบกัดอย่างคนหิวโหย ฝากรอยไปจนทั่วเนินไหล่บาง ราวกับแรงของเธอนั้นไม่กระทบกระเทือนเขาแม้แต่น้อย โดยหารู้ไม่ว่ายิ่งเธอดิ้นรนมากเท่าไหร่ยิ่งเป็นการกระตุ้นอารมณ์ของเขาให้ลุกกระพือยิ่งขึ้นไปอีก

"โอ๊ยยยยย!!" ร่างหนาร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดเมื่อถูกคมเขี้ยวของนาวฝังลงไปที่ไหล่จมเขี้ยวจนได้กลิ่นคาวเลือด นาวได้จังหวะถีบเข้าไปที่ท้องของเขาอย่างจัง ทำให้ได้โอกาสวิ่งหนีไปทันที

นาววิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต น้ำตาไหลอาบสองแก้มเนียนด้วยความกลัว วิ่งอย่างไม่รู้ทิศทาง ร่างบางหยุดชะงักก่อนจะหันไปรอบๆ เพื่อหาทางหนี เสียงฝีเท้าของตุลย์ใกล้เธอมาเรื่อยๆ สายตาเหลือบไปเห็นประตูหนีไฟ เธอจึงตัดสินใจวิ่งไปทางนั้นทันที วิ่งลงบันไดมาเรื่อยๆ จนพบทางออก

ปี๊นนนนน!!! เอี๊ยดดดดดดดด!!!!

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เผด็จรัก คุณแม่จำเป็น   ตอนที่ 120 The End

    "ขอบคุงฮับพี่พาฝังคงฉวย" มาวินในวัยสามขวบหอมแก้มนุ่มนิ่มทั้งสองข้างของพี่สาว เมื่อพี่สาวช่วยสวมใส่ถุงเท้าให้ตนเองเสร็จ ก่อนจะเอ่ยขอบคุณแล้วจุ๊บปากของพี่สาวไปอีกที ซึ่งเป็นการกระทำที่ทุกคนในครอบครัวคุ้นชินเมื่อพาฝันทำอะไรให้มาวิน หรือต้องการออดอ้อนร้องขอให้พาฝันทำอะไรให้"มาวินรอพี่ใส่ถุงเท้าก่อนอย่าพึ่งไป เดี๋ยวล้ม" พาฝันในวัยเจ็ดขวบบอกน้องชายด้วยความเป็นห่วง ความเป็นห่วงที่มีให้น้องชายตลอดเวลา ไม่ว่ามาวินจะทำอะไร เล่นอะไร พาฝันก็จะคอยดูไม่ห่างด้วยกลัวว่าน้องชายจะได้รับบาดเจ็บ และไม่ยอมให้ใครมารังแกน้องชายตนเองเป็นอันขาด อย่างวันที่มาวินไปโรงเรียนวันแรก แล้วมีรุ่นพี่ผลักจนล่ม พาฝันก็จัดการเด็กคนนั้นจนร้องไห้ไปฟ้องคุณครู"มาวิงไปก่องได้ฮับ พี่พาฝังไม่ต้องเปงห่วง" มาวินบอกคนเป็นพี่ ก่อนจะวิ่งกระโดดลงไปในบ่อบอลหลากสีของสวนสนุกภายในห้างสรรพสินค้า"ปุณณ์ไปซื้อน้ำให้พาฝันกับมาวินก่อน ของนาวเป็นนมปั่นเหมือนเดิมนะ ช่วงนี้งดมัจฉะลาเต้ไปก่อนนะครับ" ปุณณ์เอ่ยขึ้นด้วยความห่วงใยคุณแม่ที่มีอายุครรภ์สามสิบหกสัปดาห์ใกล้คลอดเต็มที ขณะที่นาวจับจ้องไปที่ลูกน้อยทั้งสองด้วยความปลาบปลื้มที่พี่น้องรักและดูแ

  • เผด็จรัก คุณแม่จำเป็น   ตอนที่ 119 ค่ำคืนของความสุข

    งานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสของปุณณ์กับนาวถูกจัดขึ้นที่โรงแรมหรูระดับห้าดาวอย่าง ไลลาลิณ ริเวอร์ไซด์ แบงคอก โฮเต็ล โรงแรมของเดย์ที่ตอนนี้อยู่ภายใต้ความดูแลของอธิ ลูกชายคนเล็กของแทนไท ซึ่งใช้เป็นสถานที่จัดงานสำคัญของครอบครับแทบทุกงานห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ที่จุคนได้ถึงห้าพันคนถูกเนรมิตให้เป็นเมืองน้ำแข็งในธีมงานแต่ง Frozen งานตกแต่งที่เน้นสีโทนเย็นคือเงิน ขาว ฟ้า น้ำเงิน ม่วง ซึ่งเป็นสีของท้องฟ้าและบรรยากาศเหมือนกับฤดูหนาวยามค่ำคืนบวกเข้ากับกลิตเตอร์ที่ส่องแสงวูบวาบวิบวับ ดูน่ารักเหมือนกับเกล็ดน้ำแข็งและดวงดาวผสมผสานกัน ส่วนโต๊ะอาหารเน้นโทนสีอ่อน โดยใช้สีฟ้าขาวเป็นหลัก ภาชนะใช้เป็นเครื่องแก้ว ส่วนพวกช้อนส้อมเป็นเครื่องเงิน ส่วนเค้กเป็นเค้กขนาดใหญ่จำนวนเก้าชั้นสรรสร้างให้เป็นปราสาทน้ำแข็ง ประดับของตกแต่งสไตล์เกล็ดน้ำแข็งเพื่อให้เข้ากับธีม ธีมงานที่เอาใจพาฝัน ลูกสาวคนเก่งของพ่อปุณณ์ แม่นาว เจ้าบ่าวเจ้าสาวของงานในค่ำคืนนี้ในคำคืนสุดแสนพิเศษเจ้าสาวแสนสวยอยู่ในชุดเดรสกรุยกรายทรงหางปลาตัดต่อช่วงอกถึงคอแบบ illusion ในโทนสีฟ้าโดยเน้นดีเทลที่คริสตัลสวารอฟสกี้เปล่งประกายระยิบระยับทั้งชุดอย่างประณีตเพื่

  • เผด็จรัก คุณแม่จำเป็น   ตอนที่ 118 แฝดจอมป่วน

    ระหว่างรอเวลาที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าไปเปลี่ยนชุดเพื่อทำพิธีสงฆ์ และจะต่อด้วยพิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์และประสาทพร ทุกคนก็ต่างพักผ่อนกันตามอัธยาศัย บ้างก็พูดคุย บ้างก็ดื่มน้ำ บ้างก็รับประทานของว่าง อาหาร โดยมีอาหารจากโรงแรมห้าดาวที่จัดเตรียมไว้สำหรับทุกคนให้ได้รองท้องระหว่างรอเวลาตามกำหนดการ โดยที่จัดให้มีพิธีสงฆ์ในช่วงเวลาเพล เพื่อความสะดวกของทุกคนมาวินเป็นที่สนใจจากญาติๆ เป็นพิเศษ ที่ต่างเข้ามาเชยชม หยอกล้อ เพราะเป็นน้องเล็กสุด แล้วมาวินยังเป็นเด็กอารมณ์ดี ยิ้มแย้มให้กับทุกคน อีกทั้งยังจ้ำม่ำช่างเจรจา ส่วนพาฝันก็ยังคงเกาะติดฟลินต์ไม่ห่าง ร้องขอให้คนตัวโตอุ้มตลอดเวลา แม้แต่ตอนนี้ที่ตนต้องเข้าไปเปลี่ยนชุดก็ยังต้องให้ฟลินต์อยู่ใกล้ๆ ด้วยส่วนแทนรัก แทนคุณ ก็ชอบดูนั่นดูนี่ ตื่นตาตื่นใจไปกับทุกสิ่งทุกอย่าง วิ่งเล่นไปถ้วนทั่วบริเวณตามนิสัยเด็กอยากรู้อยากเห็น อยากจับอยากทดลองไปเสียทุกอย่าง โดยมีบอดี้การ์ดสามคนที่อยู่ในชุดเสื้อผ้ามันแขนสั้นกับโจงกระเบนสีน้ำตาลทองมีผ้าคาดเอวสีเดียวกับโจงกระเบนเพื่อให้เข้ากับงาน หากให้ใส่สูทชุดดำก็จะดูถมึงทึงเกินไป ชาวบ้านจะเกรงกลัวเสียเปล่าๆ ทั้งสามคอยตามติดดูแล

  • เผด็จรัก คุณแม่จำเป็น   ตอนที่ 117 ขบวนขันหมาก

    นาวมาอยู่ที่บ้านสวนเมืองกาญก่อนสามวัน ด้วยวิไลถือเคล็ดคือก่อนแต่งงานสามวัน เจ้าบ่าวและเจ้าสาวไม่ควรเจอกันเพราะจะทำให้ชีวิตคู่มีอุปสรรค ซึ่งทุกคนก็พร้อมเข้าใจยกเว้นเพียงคนเดียวนั่นก็คือว่าที่เจ้าบ่าว ที่ต้องห่างทั้งลูก ทั้งว่าที่เจ้าสาว เพราะไม่เคยต้องห่างกันข้ามวันข้ามคืนมาก่อนนับตั้งแต่นาวย้ายเข้ามาอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน ทำเอาลูกสาวอย่างพาฝันว่าพ่องอแงเป็นเด็กน้อยบ้านกลางสวนของนาวหลังนี้ถูกปรับปรุง รีโนเวทใหม่ทั้งหมดจนแทบไม่หลงเหลือเค้าโครงเดิม จากบ้านครึ่งไม้ครึ่งปูนโดยชั้นบนเป็นพนังไม้ส่วนชั้นล่างเป็นโครงสร้างปูนที่มีอายุมากกว่าสามสิบปี นับตั้งแต่งานศพของวิภาปุณณ์กับนาวกับปรับปรุงบ้านหลังนี้มาเรื่อยๆ แต่ยังคงโครงสร้างเดิมเอาไว้ แต่ทำการปรับเปลี่ยนดีไซน์ตัวบ้านให้ทันสมัยยิ่งขึ้น โดยส่วนของชั้นบนถูกเปลี่ยนให้เป็นผนังไม้แนวนอนโทนสีเทา พร้อมด้วยหลังคาเพิงหมาแหงนที่มีกันสาดอยู่ด้านหน้า พร้อมระแนงเหล็กดีไซน์สวยงามเป็นจุดดึงสายตา การตกแต่งภายในเต็มไปด้วยบรรยากาศหรูหรา ด้วยพนังโทนสีเทาและขาว พร้อมด้วยพื้นหินอ่อนสุดหรู พื้นที่ใช้สอยภายในถูกออกแบบใหม่ให้มีความโปร่งโล่งมากขึ้น ทำให้อากาศถ่ายเ

  • เผด็จรัก คุณแม่จำเป็น   ตอนที่ 116 จดความทรงจำ

    "ถึงไทยแล้วโทรหาผมด้วยนะครับ" ฟลินต์บอกคนตัวเล็กในอ้อมแขนที่กอดรัดลำคอแกร่ง พร้อมทั้งซบใบหน้ากับบ่ากว้างซึ่งเป็นเช่นนี้มาตั้งแต่ที่ออกจากคอนโดมิเนียม มายังท่าอากาศยานนานาชาติมาเก๊า"ฟลินต์ไปส่งพาฝันที่ไทยไม่ได้เหรอ " น้ำเสียงของพาฝันเศร้าเบาแผ่วไร้ชีวิตชีวา"วันแต่งงานคุณพ่อคุณแม่ของคุณหนูเราก็ได้เจอกันอีกไงครับ" ความจริงตัวเขาเองก็อยากอยู่ใกล้คุณหนูของเขา อยากทำหน้าที่บอดี้การ์ดดูแลเจ้านายตัวน้อย ยิ่งตลอดระยะเวลาเจ็ดวันที่อยู่มาเก๊าก็ยิ่งทำให้เขาไม่อยากอยู่ห่างจากพาฝันเลย เรียกได้ว่ามาทำให้เขาหลงใหลในความน่ารักน่าเอ็นดู ช่างออดอ้อน แล้วก็ต้องจากกันให้เขาคิดถึงเหมือนครั้งที่เดินทางมาที่นี่ครั้งแรก แต่ด้วยหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบทำให้เขาต้องทำใจและทำสิ่งที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุดให้สมกับความไว้วางใจของเจ้านายทั้งหลาย"นะฟลินต์นะ ไปส่งพาฝันที่ไทยนะ" พาฝันยังคงออดอ้อน"ผมมีเรียนน่ะสิครับ""ยังไงก็ไม่ได้สินะ""คุณหนูก็วีดีโอคอลหาผมได้ทุกวันเหมือนเดิมไงครับ เราก็ได้เห็นหน้ากันทุกวัน""แต่กอดแบบนี้ไม่ได้ไง" พาฝันโอบกระชับแขนเล็กแน่นขึ้นไปอีก"ถ้างั้นเรามากอดกันแน่นๆ เลยนะครับ" ฟลินต์กระชับว

  • เผด็จรัก คุณแม่จำเป็น   ตอนที่ 115 ไม่ยอมห่าง

    "พาฝันอยากไปทำงานกับฟลินต์ด้วยค่ะคุณพ่อ" หลังจากถ่ายภาพพรีเวดดิ้งเซตของวันแรกเสร็จ เมื่อกลับมาถึงคอนโดมิเนียมที่พัก ฟลินต์ขอตัวกลับห้องไปอาบน้ำเพื่อเตรียมตัวเข้าไปทำงานที่กาสิโนทันที ส่วนสองพี่น้องฝาแฝด แทนรัก แทนคุณ หลังจากอาบน้ำเสร็จก็หลับไปแทบจะในทันที เพราะต่างสะลึมสะลือมาตั้งแต่ระหว่างทางที่นั่งรถกลับมา พาฝันออดอ้อนคนเป็นพ่อร้องขออยากตามฟลินต์ไปทำงานที่กาสิโนด้วย"กาสิโนเป็นสถานที่ที่เด็กน้อยอยากพาฝันไม่ควรเข้าไป พาฝันเข้าใจไหมครับ" ปุณณ์เอ่ยกับลูกสาวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล"พาฝันเข้าใจค่ะ แต่พาฝันก็ยังอยากไปอยู่ดี ฟลินต์ปกป้องพาฝันได้ คุณพ่อให้พาฝันไปกับฟลินต์ไม่ได้เหรอคะ""ไม่ได้ครับ" ปุณณ์ตอบลูกสาวด้วยน้ำเสียงเน้นหนัก เช่นเดียวกับสีหน้าที่จริงจังเน้นย้ำคำพูดตนเองทำเอาพาฝันหน้าจ๋อย แววตาหม่นเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด"แต่พาฝันอยากไปนี่คะคุณพ่อ พาฝันอยากอยู่กับฟลินต์ตลอดเวลาที่พาฝันอยู่ที่นี่ ตอนนี้ก็ผ่านมาสองวันแล้ว ก็เท่ากับว่าพาฝันจะเหลือเวลาอีกแค่ห้าวัน พอพาฝันกลับบ้านก็อีกตั้งสามเดือน กว่าจะถึงงานแต่งงานของคุณพ่อคุณแม่ พาฝันถึงจะได้เจอฟลินต์อีก หลังจากนั้นก็ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนที่

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status