共有

ตอนที่ 6 แรกพบ

作者: Melyssa
last update 公開日: 2026-07-26 22:36:04

 เมฆฝนแผ่กระจายไปทั่วท้องฟ้า ทำให้ค่ำคืนนี้ค่อนข้างมืดสนิท ปุณณ์ ว่าที่คุณพ่อในวัยเฟรชชี่ เจ้าของใบหน้าหล่อเหลา จมูกสันโด่ง ดวงตาสีนิลของเขากำลังจ้องมองถนนอย่างไม่วอกแวก ตอนนี้เขากำลังขับรถเพื่อที่จะกลับบ้าน หลังออกมาจากผับ DEMO69 ที่คนเป็นพ่อมอบหมายให้เขาเป็นคนดูแล ปุณณ์ทำเสียงจิจ๊ะในลำคออย่างหัวเสียเพราะฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ทำให้เขาต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ

หลังจากวันที่เซ็นสัญญาเรื่องลูกในท้องของนุ่น เขาต้องรอให้อายุครรภ์ของนุ่นครบสิบสัปดาห์ถึงจะสามารถตรวจพิสูจน์ความเป็นพ่อสำหรับเด็กในท้องซึ่งเขาต้องรออีกสองสัปดาห์ และฟังผลในสัปดาห์ถัดไป และวันนี้ผลพิสูจน์ก็ออกมา เขากำลังจะได้เป็นพ่อคน ความรู้สึกหลากหลายประเดประดังเข้ามา เขากังวลไปเสียทุกอย่าง เขาจะเป็นพ่อที่ดีได้ไหม เขาจะเลี้ยงดูเด็กที่จะเกิดมาอย่างไรดี แต่เขาโชคดีที่มีครอบครัวที่รัก ที่พร้อมจะช่วยเหลือประคับประคองเรื่องนี้ไปด้วยกัน ถึงแม้ลูกจะเกิดจากคำว่าพลาด แต่เขาจะทำให้เด็กคนนี้สมบูรณ์แบบ เพรียบพร้อม จะไม่ทำให้รู้สึกว่าขาดหายอะไรแม้แต่ความรัก เขาจะเป็นทั้งพ่อและแม่ที่ดีให้ได้

ปี๊นนนนน!!! เอี๊ยดดดดดดดด!!!!

"เฮ้ย!!" ปุณณ์อุทานออกมาอย่างตกใจ หลังจากที่เผลอคิดเรื่องลูก นั่นทำให้เขาไม่ได้ระวังข้างหน้า กว่าจะรู้ตัวก็รู้สึกเหมือนสายตาเห็นเงาอะไรสักอย่างที่พุ่งออกมาจากข้างทาง จึงบีบแตรและเหยียบเบรครถอย่างกะทันหัน เขาพยายามรวบรวมสติของตัวเอง ก่อนจะตัดสินใจเปิดประตูรถลงไป

ปุณณ์มองฝ่าสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ก่อนจะมองเห็นว่าเป็นร่างขาวโพลนที่สะท้อนไฟหน้ารถนอนอยู่ เขารีบวิ่งเข้าไปดูและพลิกร่างที่นอนอยู่เพื่อจะมองหน้าอีกฝ่ายชัดๆ ซึ่งเขาก็พบว่าเป็นผู้หญิงที่ใส่เพียงชุดว่ายน้ำเท่านั้น

"คุณครับ...คุณ...ได้ยินผมไหม" ปุณณ์ตัดสินใจรวบร่างของหญิงสาวขึ้นมาพร้อมเอ่ยถามไปด้วย เขาเห็นเหมือนว่าเธอยังพอมีสติเพราะอีกฝ่ายพยายามจะลืมตาขึ้นแต่สุดท้ายก็สลบไป

เมื่อเห็นแบบนั้นปุณณ์จึงตัดสินใจอุ้มร่างที่หมดสติไปขึ้นรถ ก่อนที่ตัวเขาจะอ้อมมาขึ้นรถอีกฝั่ง แต่พอเห็นร่างที่แทบจะเปลือยเปล่าของเธอเขาจึงเอื้อมมือไปหยิบเสื้อคลุมที่เบาะหลังมาคลุมทับไปที่ร่างนั้น เขาชั่งใจเพียงครู่ว่าจะพาเธอไปส่งโรงพยาบาลที่อยู่ไกลออกไปหรือจะพากลับไปที่บ้านที่ขับรถอีกไม่ถึงห้านาทีก็ถึงเพื่อให้ผู้เป็นแม่ตรวจดูอาการ เขาตัดสินใจเลือกอย่างหลังรีบขับรถกลับบ้านในทันที

"ไปตามคุณแม่ แล้วก็เตรียมกล่องปฐมพยาบาลมาด้วย" เมื่อมาถึงบ้านปุณณ์รีบลงจากรถ สั่งบอดี้การ์ดที่อยู่บริเวณนั้น แล้วจัดการอุ้มคนหมดสติเข้าไปในบ้าน

"คุณปุณณ์" แม่บ้านที่เดินออกมาพอดีเอ่ยเรียกเขาด้วยความตกใจ ที่เนื้อตัวเปียกมะล่อกมะแล่ก มิหนำซ้ำยังอุ้มผู้หญิงที่มีสภาพไม่ต่างกันเข้ามาอีก

"เปิดห้องนอนแขก" ปุณณ์สั่ง แม่บ้านรีบไปทำตามคำสั่งทันที

"ปุณณ์มีอะไรลูก" ปุณณ์วางร่างหญิงสาวลงบนเตียง เป็นจังหวะที่คนเป็นแม่กับพ่อเดินหน้าตาตื่นเข้ามาพอดี

"ปุณณ์พาผู้หญิงที่ไหนมา" อาชิมองร่างหญิงสาวที่หมดสติบนเตียงก่อนจะเอ่ยถามลูกชาย ชะเอมรีบเข้าไปดูอาการคร่าวๆ ระหว่างรอกล่องปฐมพยาบาล

"ปุณณ์ก็ไม่รู้เหมือนกันครับว่าเธอเป็นใคร จู่ๆ ก็วิ่งมาตัดหน้ารถปุณณ์"

"ปุณณ์ขับรถชนเธอเหรอลูก"

"ปุณณ์ว่าปุณณ์เบรคทันนะครับคุณแม่"

"พี่ว่าเอมตรวจดูให้ละเอียดก่อน" อาชิบอกเป็นจังหวะที่บอดี้การ์ดนำกล่องปฐมพยาบาลเข้ามาให้พอดี

"งั้นพี่อาชิกับปุณณ์ออกไปรอข้างนอกก่อน เอมจะเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ผู้หญิงคนนี้"

"พ่อว่าปุณณ์ก็ขึ้นไปอาบน้ำอาบท่าก่อนจะดีกว่า เปียกไปทั้งตัวแบบนี้เดี๋ยวจะไม่สบายเอาได้"

"ครับ" ปุณณ์ตอบก่อนจะหันมองร่างหมดสติบนเตียง ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อเธอถึงมือแม่ของเขา ถึงจะมั่นใจว่าเธอไม่น่าจะเป็นอะไรมาก เพราะเขาไม่ได้ขับรถด้วยความเร็ว และเท่าที่มองดูจากภายนอกเขาก็ไม่เห็นบาดแผลจากตัวเธอด้วยซ้ำ

"คุณแม่ครับ เธอเป็นยังไงบ้าง" ปุณณ์เอ่ยถามคนเป็นแม่ทันทีที่เปิดประตูห้องนอนแขกเข้ามา

"เธอไม่มีอะไรผิดปกตินะปุณณ์ เท่าที่แม่ตรวจดูปุณณ์ไม่น่าจะชนเธอจริงๆ แต่คงตกใจมากกว่าเลยหมดสติไป จะมีก็แต่รอยช้ำที่ฝ่าเท้า แล้วก็รอยที่เนินไหล่ทั้งสองข้างซึ่งไม่ใช่รอยที่เกิดจากการถูกรถชนแน่นอน แม่ว่าเธอคงไปเจออะไรมา" ชะเอมอธิบายให้ลูกชายฟังอย่างละเอียด เธอผ่านร้อนผ่านหนาวมาจนลูกๆ โตเป็นหนุ่มเป็นสาวกันหมดแล้ว มีหรือเธอจะไม่รู้ว่ารอยพวกนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

"นี่มันรอย....." ปุณณ์เดินเข้าไปเลิกเสื้อคลุมอาบน้ำช่วงไหล่เพื่อดูร่องรอยที่คนเป็นแม่บอก เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยหันมองหน้าคนเป็นแม่ทันทีด้วยก็รู้ดีว่ามันคือรอยอะไร ชะเอมพยักหน้าตอบ

"แม่ว่าเธอคงวิ่งหนีใครสักคน ดูจากรอยช้ำที่ฝ่าเท้าคงวิ่งมานานพอสมควร"

"ขอบคุณคุณแม่มากนะครับ ปุณณ์นี่ขยันหาปัญหามาให้คุณแม่จริงๆ เลย" ปุณณ์นั่งลงตรงหน้าคนเป็นแม่ ซบใบหน้าลงใบบนตักอบอุ่น

"ปุณณ์อย่าพูดแบบนี้สิลูก ชีวิตคนเรามันผิดพลาดกันได้ เรื่องที่ผ่านมาแล้วเราไม่สามารถกลับไปแก้ไขได้ ปัจจุบันกับอนาคตต่างหากที่ปุณณ์จะต้องทำมันให้ดี อย่าให้คำว่าพลาดมาทำร้ายความเชื่อมั่นในตัวเอง ทุกคนสามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ ทุกคนในครอบครัวพร้อมที่จะเริ่มต้นไปกับปุณณ์นะลูก เด็กคนนั้นจะเป็นของขวัญที่วิเศษที่สุดสำหรับปุณณ์ สำหรับครอบครัวของเรา แม่เชื่ออย่างนั้น" มือบางที่คอยเลี้ยงดู ประคับประคองลูกๆ ทั้งสามตั้งแต่ออกมาลืมตาดูโลก จวบจนเติบใหญ่ ลูบสัมผัสไปบนศีรษะของลูกชายอย่างอ่อนโยน

"ปุณณ์รักคุณแม่นะครับ"

"มาอ้อนอะไรเมียพ่ออีกห๊ะ ปุณณ์" อาชิเปิดประตูเข้ามาแกล้งกระเซ้าลูกชาย

"เมียพ่อก็แม่ปุณณ์นะครับ ทำไมปุณณ์จะอ้อนไม่ได้"

"อ้อนได้ แต่อย่าอ้อนเยอะ พ่อหวง เอมไปนอนเถอะดึกมากแล้ว" อาชิตอบโต้ลูกชาย ก่อนจะเข้าไปประคองภรรยาสุดที่รัก

"คุณแม่ไปนอนกับคุณพ่อเถอะครับ ปุณณ์พาเธอมาปุณณ์จะดูแลเธอเอง"

"แค่ดูแลนะ" อาชิย้ำเตือนลูกชาย

"คุณพ่อพูดอย่างกับปุณณ์จะไปทำอะไรเธอ ชื่อเธอปุณณ์ยังไม่รู้เลย แล้วปุณณ์จะไปทำอะไรเธอได้ยังไง แต่ถึงรู้ ปุณณ์ก็พอแล้วครับ ปุณณ์จะไม่สร้างปัญหาให้กับคุณพ่อคุณแม่อีก ต่อจากนี้ไปปุณณ์จะทำหน้าที่ลูกและพ่อให้ดีที่สุดเท่านั้น"

"แต่อย่าถึงขนาดปิดกั้นตัวเองนะปุณณ์"

"ครับคุณแม่ ไว้เรียนจบ ทำงานอย่างจริงจังเมื่อไหร่ปุณณ์หาลูกสะใภ้ให้คุณแม่แน่นอนครับ ฝันดีนะครับคุณแม่" ปุณณ์ตอบก่อนเข้าไปหอมแก้มคนเป็นแม่ฟอดใหญ่

"พี่อาชิพอแล้ว ไปนอนเลยค่ะ แม่ไปนะปุณณ์" ชะเอมร้องห้ามคนเป็นสามีที่หอมแก้มนวลของเธอข้างเดียวกับที่ปุณณ์หอมซ้ำๆ ย้ำๆ อยู่อย่างนั้น ปุณณ์ยิ้มขำกับการกระทำของคนเป็นพ่อที่รักและหวงแม่ไม่เคยเปลี่ยน

ปุณณ์เข้ามานั่งบนเตียงมองคนที่ยังคงหลับใหล นั่งพิจารณาดวงหน้านั้นอย่างหลงใหลในความสวยและมีเสน่ห์ของหญิงสาวที่เขาไม่เคยพบมาก่อน ใบหน้ารูปไข่ ขนตายาว ผิวขาวนวลเนียน ปากนิด จมูกหน่อย สวย เธอสวยจริงๆ แต่คงใช้ความสวยนั้นผิดไปหน่อย เขาคิด อันเป็นผลมาจากร่องรอยบนเนินไหล่ และสภาพของเธอที่เขาพบ

นาวค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างมึนงงในตอนเช้า รู้สึกหนักหัวเหมือนจะไม่สบาย มือน้อยกุมไปที่ศีรษะบีบนวดผ่อนคลายความล้า 'เราถูกรถชนนี่' นาวคิดถึงเหตุการณ์ครั้งสุดท้ายก่อนที่เธอจะหมดสตินั้นได้ก็เด้งตัวลุกนั่งด้วยความรวดเร็ว มือไม้จับไปทั่วร่างกายของตัวเองพร้อมมองอย่างสำรวจว่ามีบาดแผลตรงไหนหรือเปล่า ก่อนที่จะมองไปรอบๆ ว่าที่นี่คือที่ไหน ทำไมมันไม่เหมือนกับโรงพยาบาล แต่กับหรูหราเหมือนอยู่ในฝัน

"หรือว่าเราจะตายแล้วนะ" นาวพูดอย่างเศร้าสร้อยพลางหลุบตาลงต่ำทันที ดวงตากลมโตนั้นคลอไปด้วยน้ำตาที่กำลังจะไหลออกมา ยิ่งนึกถึงเหตุการณ์ที่ทำให้เธอต้องวิ่งหนีด้วยความกลัวอย่างไม่คิดชีวิตด้วยแล้วน้ำตาก็ยิ่งพานจะไหลออกมาเสียให้ได้

"ตื่นแล้วเหรอ? เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?" ปุณณ์ที่ออกไปเอาน้ำส้มมาให้หญิงสาวเพราะคิดว่าเธอใกล้จะตื่นแล้ว และก็เป็นอย่างที่เขาคิดจริงๆ กลับมาเธอก็ตื่นพอดี

"เอ่ออออ...คุณเป็นใคร? เข้ามาที่นี่ได้ยังไง?" นาวที่ตกใจกับผู้แปลกหน้าที่เข้ามาก็รวบผ้าห่มหนาขึ้นมาถึงคอ และขยับถอยหลังจนชิดติดกับหัวเตียงทันทีด้วยความตื่นกลัว ก่อนจะรวบรวมความกล้าถามด้วยน้ำเสียงที่กล้าแกร่ง แต่ภายในใจกลับสั่นระรัว เป็นเพราะเขาเป็นคนแปลกหน้าหรือหน้าตาที่หล่อราวเทพบุตรของเขากันแน่ที่ทำให้เธอใจสั่นขนาดนี้ นาวคิดพลางส่ายหัวไล่ความคิดบ้านั้นออกไป เกิดมายังไม่เคยอยู่กับผู้ชายสองต่อสองในห้องนอนแบบนี้เลย เขาจะข่มขืนเธอเหมือนผู้ชายคนนั้นหรือเปล่า หรือว่าจะจับเธอไปขาย

"เธออยากตายหรือไงถึงวิ่งตัดหน้ารถอย่างนั้น?" ปุณณ์ไม่ตอบคำถามของเธอ แต่ถามกลับไป พร้อมกับวางแก้วน้ำส้มที่หัวเตียงแล้วเดินไปนั่งบนเก้าอี้โซฟาที่อยู่ใกล้ๆ

"นาวขอโทษนะคะที่ทำให้คุณลำบาก งั้นนาวไม่รบกวนคุณแล้วค่ะ" นาวกล่าวออกไปตามความรู้สึก สีหน้าเศร้าอย่างเห็นได้ชัด พูดพลางลุกออกจากเตียงนอนเพื่อกลับห้องพัก ป่านนี้อีฟคงเป็นห่วงเธอที่หายไปทั้งคืน แต่ก็ลืมดูเสื้อผ้าที่เธอสวมอยู่ว่าเหมาะสมหรือเปล่า เธอค่อยๆ ก้าวลงจากเตียงนอนลงมายืน และโค้งให้ปุณณ์แทนคำขอบคุณ

ปุณณ์เห็นทุกการกระทำของนาวก็ถึงกับลำคอแห้งผาก ร่างเล็กที่อยู่ในเสื้อคลุมอาบน้ำที่หลุดลุ่ยนั้นทำให้เห็นสัดส่วนเว้าโค้ง หน้าอกที่ใหญ่รับเอวขอด และเหมือนมันจะใหญ่กว่ามือหนาของเขา ถึงจะแค่วับๆ แวมๆ แต่ก็ทำให้เขาต้องกลืนน้ำลายลงคอ

"ว๊ายยยยยย!!! ไอ้บ้า ไอ้โรคจิต ไอ้คนลามก" นาวก้มลงไปมองตัวเองเมื่อเห็นสายตาของคนตัวโตที่มองมา เธอก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อเห็นเสื้อผ้าที่เธอสวมใส่นั้นหลุดลุ่ยแทบจะเปิดเผยให้เห็นอะไรต่อมิอะไร ก่อนจะส่งเสียงด่าชายหนุ่มตรงหน้า พลันตัวเองก็รีบกระชับเสื้อคลุมรีบวิ่งไปที่เตียงเหมือนเดิมและเอาผ้ามาปิดร่างไว้ 'เห็นช่วยเราไว้ก็คิดว่าจะเป็นคนดี หน้าตาก็ดี อร๊ายยยย!!! เกิดมาไม่เคยด่าใครหยาบคายแบบนี้มาก่อนเลย นี่เราหนีเสือปะจระเข้เหรอเนี่ย' นาวคิดพลางกรีดร้องอยู่ในใจ

ปุณณ์ที่เห็นหญิงสาวด่าก็โมโหอยู่ในใจ เกิดมาไม่มีผู้หญิงคนไหนด่าเขาขนาดนี้มาก่อน เขาย่างสามขุมมาหานาวด้วยความขุ่นเคือง

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • เผด็จรัก คุณแม่จำเป็น   ตอนที่ 120 The End

    "ขอบคุงฮับพี่พาฝังคงฉวย" มาวินในวัยสามขวบหอมแก้มนุ่มนิ่มทั้งสองข้างของพี่สาว เมื่อพี่สาวช่วยสวมใส่ถุงเท้าให้ตนเองเสร็จ ก่อนจะเอ่ยขอบคุณแล้วจุ๊บปากของพี่สาวไปอีกที ซึ่งเป็นการกระทำที่ทุกคนในครอบครัวคุ้นชินเมื่อพาฝันทำอะไรให้มาวิน หรือต้องการออดอ้อนร้องขอให้พาฝันทำอะไรให้"มาวินรอพี่ใส่ถุงเท้าก่อนอย่าพึ่งไป เดี๋ยวล้ม" พาฝันในวัยเจ็ดขวบบอกน้องชายด้วยความเป็นห่วง ความเป็นห่วงที่มีให้น้องชายตลอดเวลา ไม่ว่ามาวินจะทำอะไร เล่นอะไร พาฝันก็จะคอยดูไม่ห่างด้วยกลัวว่าน้องชายจะได้รับบาดเจ็บ และไม่ยอมให้ใครมารังแกน้องชายตนเองเป็นอันขาด อย่างวันที่มาวินไปโรงเรียนวันแรก แล้วมีรุ่นพี่ผลักจนล่ม พาฝันก็จัดการเด็กคนนั้นจนร้องไห้ไปฟ้องคุณครู"มาวิงไปก่องได้ฮับ พี่พาฝังไม่ต้องเปงห่วง" มาวินบอกคนเป็นพี่ ก่อนจะวิ่งกระโดดลงไปในบ่อบอลหลากสีของสวนสนุกภายในห้างสรรพสินค้า"ปุณณ์ไปซื้อน้ำให้พาฝันกับมาวินก่อน ของนาวเป็นนมปั่นเหมือนเดิมนะ ช่วงนี้งดมัจฉะลาเต้ไปก่อนนะครับ" ปุณณ์เอ่ยขึ้นด้วยความห่วงใยคุณแม่ที่มีอายุครรภ์สามสิบหกสัปดาห์ใกล้คลอดเต็มที ขณะที่นาวจับจ้องไปที่ลูกน้อยทั้งสองด้วยความปลาบปลื้มที่พี่น้องรักและดูแ

  • เผด็จรัก คุณแม่จำเป็น   ตอนที่ 119 ค่ำคืนของความสุข

    งานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสของปุณณ์กับนาวถูกจัดขึ้นที่โรงแรมหรูระดับห้าดาวอย่าง ไลลาลิณ ริเวอร์ไซด์ แบงคอก โฮเต็ล โรงแรมของเดย์ที่ตอนนี้อยู่ภายใต้ความดูแลของอธิ ลูกชายคนเล็กของแทนไท ซึ่งใช้เป็นสถานที่จัดงานสำคัญของครอบครับแทบทุกงานห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ที่จุคนได้ถึงห้าพันคนถูกเนรมิตให้เป็นเมืองน้ำแข็งในธีมงานแต่ง Frozen งานตกแต่งที่เน้นสีโทนเย็นคือเงิน ขาว ฟ้า น้ำเงิน ม่วง ซึ่งเป็นสีของท้องฟ้าและบรรยากาศเหมือนกับฤดูหนาวยามค่ำคืนบวกเข้ากับกลิตเตอร์ที่ส่องแสงวูบวาบวิบวับ ดูน่ารักเหมือนกับเกล็ดน้ำแข็งและดวงดาวผสมผสานกัน ส่วนโต๊ะอาหารเน้นโทนสีอ่อน โดยใช้สีฟ้าขาวเป็นหลัก ภาชนะใช้เป็นเครื่องแก้ว ส่วนพวกช้อนส้อมเป็นเครื่องเงิน ส่วนเค้กเป็นเค้กขนาดใหญ่จำนวนเก้าชั้นสรรสร้างให้เป็นปราสาทน้ำแข็ง ประดับของตกแต่งสไตล์เกล็ดน้ำแข็งเพื่อให้เข้ากับธีม ธีมงานที่เอาใจพาฝัน ลูกสาวคนเก่งของพ่อปุณณ์ แม่นาว เจ้าบ่าวเจ้าสาวของงานในค่ำคืนนี้ในคำคืนสุดแสนพิเศษเจ้าสาวแสนสวยอยู่ในชุดเดรสกรุยกรายทรงหางปลาตัดต่อช่วงอกถึงคอแบบ illusion ในโทนสีฟ้าโดยเน้นดีเทลที่คริสตัลสวารอฟสกี้เปล่งประกายระยิบระยับทั้งชุดอย่างประณีตเพื่

  • เผด็จรัก คุณแม่จำเป็น   ตอนที่ 118 แฝดจอมป่วน

    ระหว่างรอเวลาที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าไปเปลี่ยนชุดเพื่อทำพิธีสงฆ์ และจะต่อด้วยพิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์และประสาทพร ทุกคนก็ต่างพักผ่อนกันตามอัธยาศัย บ้างก็พูดคุย บ้างก็ดื่มน้ำ บ้างก็รับประทานของว่าง อาหาร โดยมีอาหารจากโรงแรมห้าดาวที่จัดเตรียมไว้สำหรับทุกคนให้ได้รองท้องระหว่างรอเวลาตามกำหนดการ โดยที่จัดให้มีพิธีสงฆ์ในช่วงเวลาเพล เพื่อความสะดวกของทุกคนมาวินเป็นที่สนใจจากญาติๆ เป็นพิเศษ ที่ต่างเข้ามาเชยชม หยอกล้อ เพราะเป็นน้องเล็กสุด แล้วมาวินยังเป็นเด็กอารมณ์ดี ยิ้มแย้มให้กับทุกคน อีกทั้งยังจ้ำม่ำช่างเจรจา ส่วนพาฝันก็ยังคงเกาะติดฟลินต์ไม่ห่าง ร้องขอให้คนตัวโตอุ้มตลอดเวลา แม้แต่ตอนนี้ที่ตนต้องเข้าไปเปลี่ยนชุดก็ยังต้องให้ฟลินต์อยู่ใกล้ๆ ด้วยส่วนแทนรัก แทนคุณ ก็ชอบดูนั่นดูนี่ ตื่นตาตื่นใจไปกับทุกสิ่งทุกอย่าง วิ่งเล่นไปถ้วนทั่วบริเวณตามนิสัยเด็กอยากรู้อยากเห็น อยากจับอยากทดลองไปเสียทุกอย่าง โดยมีบอดี้การ์ดสามคนที่อยู่ในชุดเสื้อผ้ามันแขนสั้นกับโจงกระเบนสีน้ำตาลทองมีผ้าคาดเอวสีเดียวกับโจงกระเบนเพื่อให้เข้ากับงาน หากให้ใส่สูทชุดดำก็จะดูถมึงทึงเกินไป ชาวบ้านจะเกรงกลัวเสียเปล่าๆ ทั้งสามคอยตามติดดูแล

  • เผด็จรัก คุณแม่จำเป็น   ตอนที่ 117 ขบวนขันหมาก

    นาวมาอยู่ที่บ้านสวนเมืองกาญก่อนสามวัน ด้วยวิไลถือเคล็ดคือก่อนแต่งงานสามวัน เจ้าบ่าวและเจ้าสาวไม่ควรเจอกันเพราะจะทำให้ชีวิตคู่มีอุปสรรค ซึ่งทุกคนก็พร้อมเข้าใจยกเว้นเพียงคนเดียวนั่นก็คือว่าที่เจ้าบ่าว ที่ต้องห่างทั้งลูก ทั้งว่าที่เจ้าสาว เพราะไม่เคยต้องห่างกันข้ามวันข้ามคืนมาก่อนนับตั้งแต่นาวย้ายเข้ามาอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน ทำเอาลูกสาวอย่างพาฝันว่าพ่องอแงเป็นเด็กน้อยบ้านกลางสวนของนาวหลังนี้ถูกปรับปรุง รีโนเวทใหม่ทั้งหมดจนแทบไม่หลงเหลือเค้าโครงเดิม จากบ้านครึ่งไม้ครึ่งปูนโดยชั้นบนเป็นพนังไม้ส่วนชั้นล่างเป็นโครงสร้างปูนที่มีอายุมากกว่าสามสิบปี นับตั้งแต่งานศพของวิภาปุณณ์กับนาวกับปรับปรุงบ้านหลังนี้มาเรื่อยๆ แต่ยังคงโครงสร้างเดิมเอาไว้ แต่ทำการปรับเปลี่ยนดีไซน์ตัวบ้านให้ทันสมัยยิ่งขึ้น โดยส่วนของชั้นบนถูกเปลี่ยนให้เป็นผนังไม้แนวนอนโทนสีเทา พร้อมด้วยหลังคาเพิงหมาแหงนที่มีกันสาดอยู่ด้านหน้า พร้อมระแนงเหล็กดีไซน์สวยงามเป็นจุดดึงสายตา การตกแต่งภายในเต็มไปด้วยบรรยากาศหรูหรา ด้วยพนังโทนสีเทาและขาว พร้อมด้วยพื้นหินอ่อนสุดหรู พื้นที่ใช้สอยภายในถูกออกแบบใหม่ให้มีความโปร่งโล่งมากขึ้น ทำให้อากาศถ่ายเ

  • เผด็จรัก คุณแม่จำเป็น   ตอนที่ 116 จดความทรงจำ

    "ถึงไทยแล้วโทรหาผมด้วยนะครับ" ฟลินต์บอกคนตัวเล็กในอ้อมแขนที่กอดรัดลำคอแกร่ง พร้อมทั้งซบใบหน้ากับบ่ากว้างซึ่งเป็นเช่นนี้มาตั้งแต่ที่ออกจากคอนโดมิเนียม มายังท่าอากาศยานนานาชาติมาเก๊า"ฟลินต์ไปส่งพาฝันที่ไทยไม่ได้เหรอ " น้ำเสียงของพาฝันเศร้าเบาแผ่วไร้ชีวิตชีวา"วันแต่งงานคุณพ่อคุณแม่ของคุณหนูเราก็ได้เจอกันอีกไงครับ" ความจริงตัวเขาเองก็อยากอยู่ใกล้คุณหนูของเขา อยากทำหน้าที่บอดี้การ์ดดูแลเจ้านายตัวน้อย ยิ่งตลอดระยะเวลาเจ็ดวันที่อยู่มาเก๊าก็ยิ่งทำให้เขาไม่อยากอยู่ห่างจากพาฝันเลย เรียกได้ว่ามาทำให้เขาหลงใหลในความน่ารักน่าเอ็นดู ช่างออดอ้อน แล้วก็ต้องจากกันให้เขาคิดถึงเหมือนครั้งที่เดินทางมาที่นี่ครั้งแรก แต่ด้วยหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบทำให้เขาต้องทำใจและทำสิ่งที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุดให้สมกับความไว้วางใจของเจ้านายทั้งหลาย"นะฟลินต์นะ ไปส่งพาฝันที่ไทยนะ" พาฝันยังคงออดอ้อน"ผมมีเรียนน่ะสิครับ""ยังไงก็ไม่ได้สินะ""คุณหนูก็วีดีโอคอลหาผมได้ทุกวันเหมือนเดิมไงครับ เราก็ได้เห็นหน้ากันทุกวัน""แต่กอดแบบนี้ไม่ได้ไง" พาฝันโอบกระชับแขนเล็กแน่นขึ้นไปอีก"ถ้างั้นเรามากอดกันแน่นๆ เลยนะครับ" ฟลินต์กระชับว

  • เผด็จรัก คุณแม่จำเป็น   ตอนที่ 115 ไม่ยอมห่าง

    "พาฝันอยากไปทำงานกับฟลินต์ด้วยค่ะคุณพ่อ" หลังจากถ่ายภาพพรีเวดดิ้งเซตของวันแรกเสร็จ เมื่อกลับมาถึงคอนโดมิเนียมที่พัก ฟลินต์ขอตัวกลับห้องไปอาบน้ำเพื่อเตรียมตัวเข้าไปทำงานที่กาสิโนทันที ส่วนสองพี่น้องฝาแฝด แทนรัก แทนคุณ หลังจากอาบน้ำเสร็จก็หลับไปแทบจะในทันที เพราะต่างสะลึมสะลือมาตั้งแต่ระหว่างทางที่นั่งรถกลับมา พาฝันออดอ้อนคนเป็นพ่อร้องขออยากตามฟลินต์ไปทำงานที่กาสิโนด้วย"กาสิโนเป็นสถานที่ที่เด็กน้อยอยากพาฝันไม่ควรเข้าไป พาฝันเข้าใจไหมครับ" ปุณณ์เอ่ยกับลูกสาวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล"พาฝันเข้าใจค่ะ แต่พาฝันก็ยังอยากไปอยู่ดี ฟลินต์ปกป้องพาฝันได้ คุณพ่อให้พาฝันไปกับฟลินต์ไม่ได้เหรอคะ""ไม่ได้ครับ" ปุณณ์ตอบลูกสาวด้วยน้ำเสียงเน้นหนัก เช่นเดียวกับสีหน้าที่จริงจังเน้นย้ำคำพูดตนเองทำเอาพาฝันหน้าจ๋อย แววตาหม่นเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด"แต่พาฝันอยากไปนี่คะคุณพ่อ พาฝันอยากอยู่กับฟลินต์ตลอดเวลาที่พาฝันอยู่ที่นี่ ตอนนี้ก็ผ่านมาสองวันแล้ว ก็เท่ากับว่าพาฝันจะเหลือเวลาอีกแค่ห้าวัน พอพาฝันกลับบ้านก็อีกตั้งสามเดือน กว่าจะถึงงานแต่งงานของคุณพ่อคุณแม่ พาฝันถึงจะได้เจอฟลินต์อีก หลังจากนั้นก็ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนที่

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status