INICIAR SESIÓNเนตรชนกนอนกอดหมอนตาแดงก่ำ มองไอแพดของตัวเองอยู่หลายรอบ เพราะไม่กล้าเฟสไทม์หาเพื่อนๆ ทว่าผลสุดท้ายเธอก็ต้องได้คุยกับเพื่อนทั้งสองอยู่ดี เพราะตอนนี้สองสาวกำลังเฟสไทม์มาหาเธอ
“เป็นยังไงบ้าง ตกลงแล้วเขาไม่ได้ปฏิเสธแกใช่ไหมตะวัน” เป็นเสียงของปัญธิดาโพล่งเข้ามาในขณะที่เนตรชนกเพิ่งกดรับเฟสไทม์
“ดูจากสีหน้าแล้ว ไม่ค่อยดีใช่ไหม” ถิงถิงเอ่ยขึ้นมาเสียงอ่อน
“อืม...” เนตรชนกพยักหน้าช้าๆ เธอไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอธิบายยังไงเพราะตอนนี้ก็กำลังจุกอยู่ในออกเหมือนกัน
“โถ่เอ้ย อาของแกชอบไม้ป่าเดียวกันรึเปล่า แกทั้งสวยทั้งน่ารัก ดูดีมีชาติตระกูล
คำพูดของปัญธิดาเหมือนมีดกรีดลงกลางใจของเนตรชนก นั่นสิ เธอไม่มีข้อดีในสายตาของเขาเลยเหรอเขาถึงไม่ยอมรับความรู้สึกของเธอ
“แป๋ม พูดอะไรดูหน้าตะวันด้วย” ถิงถิงปรามคนปากไว
“อ้าว โทษทีฉันก็พูดไปอย่างที่ใจคิด” ปัญธิดาเอ่ยอู้อี้
“เขาบอกว่าอะไรล่ะ เล่าให้ฟังได้ไหม”
“คุณอาบอกว่าฉันเพิ่งขาดคุณพ่อ พอมีเขาเป็นเสาหลักก็เลยสับสน อยากให้ฉันกลับไปทบทวน แถทยังบอกอีกว่าฉันยังเด็ก”
“เด็กตรงไหนกันเล่า เรียนจบแล้ว อันที่จริงอายุอย่างเราเขาเรียกว่าวัยเจริญพันธุ์แล้วต่างหาก เขาอ้างอย่างสุภาพมากกว่า”
“ทำไมอะ ทำไมต้องเอาเรื่องอายุมาเกี่ยวด้วย” เนตรชนกก้มหน้าฟุบลงกับหมอนที่กำลังกอด
“เดี๋ยวนะ เราอย่าเพิ่งสนใจเรื่องเด็กไม่เด็ก เขาบอกว่าแกกำลังสับสน ไม่ได้ปฏิเสธปิดกั้นซะทีเดียว แกลองทำให้เขารู้ไหมว่าแกไม่ได้สับสน”
เนตรชนกเงยหน้ามองจ้องไปยังถิงถิงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวัง “ขอบใจนะถิงถิง” ใช่ ถึงกันต์นทีไม่ได้ตอบรับเธอ ทว่าเขาก็ยังไม่ปฏิเสธเสียทีเดียว
เช้าวันทำงานเริ่มต้นเหมือนทุกวัน กันต์นทีเดินเข้าลิฟต์ส่วนตัว ใบหน้าเรียบนิ่งแบบผู้บริหาร แต่ในหัวกลับไม่ว่างเปล่า เพราะยังคงคิดถึงเรื่องเมื่อวานที่เกิดขึ้น หลังจากที่เขาไม่ได้ให้ความหวังกับเธอ สาวเจ้าก็เอาแต่หมกตัวอยู่ในห้อง ไม่ลงมากินอาหารเย็นจนกระทั่งเช้าของวันนี้
“ท่านประธานคะ วันนี้คุณวิเวียนขอเข้าพบค่ะ” ไม่ทันที่จะเดินถึงหน้าห้องทำงาน เลขาสาวก็โพล่งให้เขาได้รับรู้เสียงชัดแจ๋วด้วยสีหน้าตื่นเต้น เชื่อได้เลยว่าเธอคงสงสัยแน่นอนว่าเขารู้จักกับนางแบบดังคนนี้ได้อย่างไร
เขาชะงักฝีเท้าเพราะกำลังครุ่นคิดว่าจะให้นางแบบสาวเข้าพบหรือไม่ ทว่าเมื่อคิดอย่างถ้วนถี่แล้วก็เห็นจะเป็นการดีที่เธอได้มาเจอกับเขาอีกครั้ง แม้นจะรู้จุดประสงค์ในการมาที่ไม่ดีของเธอก็เถอะ
“ให้เธอเข้ามาที่ห้องผมได้เลยครับ”
“ค่ะ ฉันจะรีบไปแจ้งเธอเดี๋ยวนี้ค่ะ”
กันต์นทีเดินเข้ามาในห้องทำงานก่อนจะทิ้งตัวนั่งหลังติดกับพนักพิงด้วยแววตาเหนื่อยใจ วิเวียน เธอเป็นนางแบบสาวสุดเซ็กซี่ เขากับเธอเคยคบกันได้สองปี และเลิกกันไปเมื่อสามปีที่แล้ว เธอคือแฟนเก่าที่เลิกกันไม่สวย แล้วเขาก็รู้ดีว่าเธอไม่ได้มาหาเขาในฐานะคนรักเก่า ทว่ามาหาเขาในฐานะผู้บริหารสูงสุดของบริษัทชื่อดัง
อันที่จริงเขาควรปฏิเสธ แต่ภาพใบหน้าของเนตรชนกกลับผุดขึ้นมา
ถ้าเธอเห็นเขามีคนอื่น เชื่อได้เลยว่าไม่นานเธอก็ต้องตัดใจจากเขาแน่นอน ถือเสียว่าเขาเอาคืนวิเวียนโดยการหลอกใช้เธอก็แล้วกัน เพราะความรักครั้งก่อนนั้น เธอก็หลอกใช้เขาเป็นสะพานเพื่อให้ได้รักกับนักธุรกิจหนุ่มที่รวยระดับพันล้านเหมือนกัน
ไม่นานนักนางแบบลูกครึ่งญี่ปุ่นรัสเซียหน้าสวย เข้าของดวงตาสุดเซ็กซี่ รูปร่างสูงเพรียวในชุดเดรสเดาะอกสีดำสวมส้นสูงสูงปรี๊ดก็เดินเข้ามาในห้องทำงานของหมอหนุ่มด้วยท่าทางมั่นใจ
“ไงคะไทม์” สาวเจ้าทักทายแฟนเก่าตรงหน้าด้วยภาษาอังกฤษ สายตาของเธอตอนนี้ไม่คิดจะมองไปยังที่อื่น มันตรงไปยังเขาคนเดียวเท่านั้น หมอหนุ่มที่กลายเป็นนักธุรกิจกอบกุมกิจการระดับหมื่นล้านในชั่วข้ามคืน แล้วแบบนี้จะไม่ให้เธอกลับมาทักทายเขาได้อย่างไร
“คุณมาหาผมเรื่องอะไร” คำแรกที่สวนเป็นภาษาอังกฤษกลับไปเป็นคำที่ตรงไปตรงมา เพราะเขาก็ไม่ได้คิดจะมีมารยาทกับเธอมากอยู่แล้ว
“ตรงดีเหมือนเดิมนะคะ” เธอนั่งลงบนโซฟา ก่อนจะวางกระเป๋าไว้ข้างตัว
“ว่ามาเลย” เขารู้ว่าคนอย่างเธอ หากไม่มีจุดประสงค์ที่มีประโยชน์ต่อตัวเองไม่มีทางเสียเวลามาที่นี่แน่นอน
“ฉันอยากร่วมงานกับบริษัทคุณ”
กันต์นทีชะงักเล็กน้อย
“ในฐานะไหน”
“แบรนด์แอมบาสเดอร์ หรือถ้าคุณอยากได้มากกว่านั้น ฉันก็พร้อมคุย”
“คุณเป็นนางแบบระดับอินเตอร์ จะมาโปรโมทเฟอร์นิเจอร์ให้ผมงั้นเหรอ”
“ค่ะ เพราะเฟอร์นิเจอร์แต่งบ้านของคุณกำลังไปทางลักชัวรี และภาพลักษณ์ผู้หญิงที่มีพลังและรู้คุณค่าตัวเอง มันคือฉันเลย”
“หรือเพราะผม” กันต์นทีไม่คิดอ้อมค้อมต่อไป
วิเวียนอมยิ้มก่อนจะพยักหน้า “คุณก็รู้คำตอบอยู่แล้ว ทำไมคะ รู้แบบนี้แล้วไม่อยากให้ฉันร่วมงานด้วยเหรอคะ”
กันต์นทีมองจ้องไปยังคนที่กำลังขยับเรียวขาไขว่ห้าง เขารู้ว่าคนอย่างวิเวียนชอบความท้าทาย อะไรยิ่งยากเธอก็ยิ่งชอบ “ถ้าผมปฏิเสธคุณล่ะ”
“กลัวอะไรเหรอคะ กลัวว่าคนจะรู้ว่าเราเคยรักกัน หรือกลัวว่าจะกลับมารักคนอย่างฉันอีก”
“ผมแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวได้”
วิเวียนลุกขึ้นเดินตรงไปยังกันต์นทีก่อนจะทิ้งตัวลงไปนั่งตักของเขา “แต่ฉันแยกไม่ได้ค่ะ ฉันพูดตรงๆ ว่าฉันคิดถึงคุณ”
“ผมเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดตอนนี้แล้วสินะครับ”
“จะคิดยังไงก็เรื่องของคุณ แต่ที่ฉันอยู่ตรงนี้เพราะเสียงของหัวใจฉันค่ะ”
ณ ร้านคาเฟ่ใจกลางเมืองนครสวรรค์ เขมิกาและมินตรานั่งจิบกาแฟพลางรอคอยเพื่อนรักที่หายหน้าหายตาไปใช้ชีวิตสวีทหวานที่บ้านสวนริมน้ำอยู่นานสองนาน“นั่นไง! มาแล้ว” มินตราชี้ไปที่ประตูร้านมาริสาเดินเข้ามาในร้านด้วยรอยยิ้มที่สดใสยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ผิวพรรณของเธอมีออร่าบางอย่างที่ทำให้เพื่อนทั้งสองต้องหรี่ตามองอย่างจับผิด“แหม... ตั้งแต่เป็นคุณนายคุโรกิเนี่ย สวยวันสวยคืนเลยนะจ๊ะแม่คุณ” เขมิกาเอ่ยแซวทันทีที่มาริสานั่งลง “แล้วนี่คุณสามีหน้ายักษ์ยอมปล่อยตัวมาหาพวกเราได้ยังไงเนี่ย”“ก็... วันนี้ฉันมีเรื่องสำคัญจะมาบอกพวกแกนี่นา” มาริสาทำท่าเอียงอายพลางเปิดกระเป๋าหยิบซองสีขาวเล็กๆ ออกมาวางบนโต๊ะมินตรากับเขมิกามองหน้ากันก่อนจะรีบคว้าซองนั้นไปเปิดดู... มันคือรูปภาพอัลตราซาวด์ที่มีจุดเล็กๆ ปรากฏอยู่ตรงกลาง“อ๊าย... มะลิ! นี่แก...” มินตราเอามือปิดปาก ตาค้างด้วยความดีใจ“ท้องแล้วจ้า... สองเดือนแล้ว” มาริสาตอบเสียงใส“โอ๊ย! ฉันจะเป็นลม ยัยมะลิคนซื่อบื้อของพวกเรา วันนี้กำลังจะมีตัวน้อยให้ท่านประธานเซจิแล้วเหรอเนี่ย แล้วพ่อเขาเห่อมากเปล่าอะ”“ก็เห่อพอสมควร ขนาดจะมาหาพวกแกเขายังจะตามมาด้วยเลย ฉันเลยบอกว่าอยาก
เมื่อคนตัวโตเห็นว่าภรรยาตนพร้อมจนร่างสั่นเทิ้ม เซจิในตอนนี้ก็เต็มไปด้วยความต้องการที่พุ่งพล่าน เขาจัดการงัดแท่งร้อนขนาดมหึมาที่ตื่นตัวจนหัวเห็ดปูดเป่งออกมาจ่อที่ปากทางรักเซจิกดสะโพกแกร่งสวนลึกเข้าไปรวดเดียวจนสุดทาง แก่นกายร้อนระอุมุดหายเข้าไปในร่องสวาทที่คับแน่นจนถึงส่วนลึกที่สุด “อ๊าย...” มาริสาแหงนหน้าขึ้นกรีดร้องเสียงหลงเซจิไม่รอให้เธอพักหายใจ เขารัวสะโพกเข้าใส่ด้วยจังหวะที่ดุดันและหนักหน่วงยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ทุกครั้งที่เขากระทั้นกายเข้าหา ยอดอกของคนตัวเล็กก็สั่นไหวระริกไปตามแรงส่งจนเป็นที่น่าพอใจต่อสายตาคนตัวโต“อ๊ะ... อ๊าาา...คุณเซจิ อ๊า...”เสียงหวานที่เรียกชื่อเขาแทบขาดใจทำให้เซจิแทบคลั่ง เขาจับขาเมียรักพาดบ่าแล้วโหมกระแทกเข้าไปเน้นๆ จนสุดลำพักใหญ่ไม่นานนัก แรงตอดรัดจากภายในที่ทวีความรุนแรงทำให้เซจิรู้ว่าถึงเวลาแล้วที่ เขาต้องเร่งจังหวะให้ทันแตะขชอบสวรรค์พร้อมกับมาริสา“อ๊ะ อ๊ะ อ๊าย...”“อะ อ้าส...” ทั้งสองกระตุกเกร็งเสร็จสมไปพร้อมกัน ในขณะที่เซจิก็ไม่ลืมจะอัดธารรักเพื่อสร้างทายาทให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นเขาก็กอดร่างที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อของเธอไว้แน่น ท่ามกลางเสียงหอบหา
มาริสาน้ำตาคลอเบ้า “ยายจ๋า... มะลิว่ามะลิโชคดีที่สุดเลยที่ได้เจอคุณเซจิ”ทองมาได้ยินหลานสาวเอ่ยคำพวกนั้นออกมาอย่างสุขใจเธอก็ทำได้แค่ยิ้มปลื้มใจ เมื่อหลานสาวของเธอมีคู่ชีวิตที่ดี วันข้างหน้าหากเธอไม่อยู่แล้วเธอก็จะได้ไม่ต้องห่วงคนข้างหลังในขณะที่ภายในห้องเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความรัก เซจิเหลือบไปเห็น มาโมรุ ที่ยืนทำสัญญาณมืออยู่ที่หน้าประตูห้องพัก เขาจึงขอตัวออกมาข้างนอก“มีอะไร”“ข่าวจากสายสืบครับนายน้อย ที่ดินที่โทโมยะได้ไป... ตอนนี้เขากำลังร้อนเงินหนัก เพราะเอาไปวางค้ำประกันไว้กับบ่อนพนันใต้ดินของพวกยากูซ่า และดูเหมือนว่าเขาจะโดนโกงสัญญาที่ดินผืนนั้นด้วย”“หึ่...มันเป็นไปตามที่คุณปู่บอกจริงๆ... คนที่ได้อะไรมาด้วยความคดโกง สุดท้ายมันก็จะสูญสิ้นไปด้วยความโลภของตัวเอง”“เราจะเข้าไปยุ่งไหมครับ”“ไม่จำเป็น... ปล่อยให้พวกยากูซ่าจัดการกันเอง” เซจิหันไปมองมาริสาผ่านกระจกประตูห้องที่กำลังหัวเราะอยู่กับยาย “หน้าที่ของฉันคือปกป้องรอยยิ้มของเมียฉัน ส่วนไอ้คนพรรค์นั้น... ให้ผลกรรมมันทำงานของมันเอง”หลังจากการเยี่ยมไข้ที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เซจิก็ทำตามความต้องการของมาริสาด้วยการพาเธอมายังบ้านเรือน
เซจิเริ่มเลื่อนละเลงลิ้นต่ำลงมายังยอดอกอิ่มสีหวานที่ชูชันท้าทายสายตา เขาใช้ริมฝีปากครอบครองมันไว้แล้วดูดดึงเต็มแรงจนมาริสาต้องแอ่นหน้าอกรับด้วยความเสียวซ่าน“อ๊ะ... คุณเซจิ...” มือเล็กจิกขยำลงบนแผ่นหลังกว้างระบายอารมณ์เซจิไม่ปล่อยให้เธอพักหายใจ เขาเลื่อนมือลงต่ำไปยังใจกลางความสาวที่ฉ่ำแฉะไปด้วยน้ำหวาน ก่อนจะส่งนิ้วเรียวยาวสอดแทรกเข้าไปสำรวจภายในจนมาริสาบิดเร่า“พร้อมแล้วสินะ... ยัยเด็กดื้อ”เซจิจัดการแยกเรียวขาสวยออกกว้าง จากนั้นก็จ่อส่วนหัวที่หยาดเยิ้มลงบนร่องสวาทก่อนจะค่อยๆ กดแทรกกายเข้าไปให้ร่องนั้นกลืนกินตัวตนของเขาไปจนมิด“อือ อื้อ...” มาริสาเบิกตาโพลง ความใหญ่โตของตัวตนของเขาทำให้เธอรู้สึกจุกแน่นจนแทบหยุดหายใจเซจิกัดฟันกรอด พยายามข่มอารมณ์ดิบเถื่อนทั้งที่อยากจะกระแทกกระทั้นโถมบนตัวของเธอเป็นบ้า ทว่าก็ต้องแช่ค้างไว้จนคนตัวเล็กเริ่มปรับตัวได้“พร้อมไหม”“ค่ะ” มาริสาตอบเสียงแหบพร่า หลังจากเธอพยักหน้า ตัวของเธอก็สั่นคลอนไปตามแรงกระแทกแสนเสียวซ่านของเขานานสองนานที่เสียงผิวเนื้อกระทบกันดังระงมไปทั่วห้องนอนที่เงียบสงัด ยิ่งตคนตัวโตเห็นยอดอกอิ่มของเธอสั่นไหวตามจังหวะที่เขาถาโถมเท่าไร
“เปล่า ฉันเห็นว่าหนี้ที่ดินของเธอมาตั้งหลายล้านเยน ถ้ากอดอย่างเดียวคงต้องกอดกันไปถึงชาติหน้า ฉันเลยมีงานพิเศษอีกอย่างมาเสนอ... ถ้าเธอยอมให้ฉันจูบก่อนไปทำงานทุกวัน ฉันจะเพิ่มให้ครั้งละห้าพันเยน”มาริสาอ้าปากค้าง “ห้าพันเยน! แค่จูบเนี่ยนะคะ คุณเซจิคะ คุณเริ่มจะเสพติดการจ่ายเงินแปลกๆ แล้วนะ”“ไม่เอาก็ตามใจ” เอ่ยจบก็มองไปที่กองเอกสารด้วยท่าทางทำเป็นไม่สนใจมาริสากัดริมฝีปากนิ่งคำนวณ ห้าพันเยนก็เกือบพันกว่าบาท แค่จุ๊บเดียวเอง คุ้มจะตาย! “ก็ได้ค่ะ! รับค่ะ เริ่มเลยไหมคะ”เซจิอมยิ้มก่อนจะดึงให้เธอโน้มตัวลงมาหา ใบหน้าคมเข้มเลื่อนเข้าไปประทับริมฝีปากนุ่มอย่างแผ่วเบาแต่เนิ่นนานกว่าที่มาริสาคิดไว้ หัวใจของคนตัวเล็กเต้นรัวจนผิดจังหวะ จนลืมเรื่องเงินไปชั่วขณะเซจิผละออกพลางจ้องตามาริสาที่กำลังเคลิ้มไม่หยุด “โอเคแล้ว”“คะ?”“ทำไม ไม่พอใจเหรอ”“ม... ไม่ค่ะ! ฉันไปทำงานแล้วนะคะ” มาริสารีบวิ่งหน้าแดงออกไปจากห้อง ทิ้งให้เซจินั่งยิ้มกริ่มอย่างอารมณ์ดี ถ้าเขาทำแบบนี้ทุกวันแล้วเธอยังอยากจะให้เขาเป็นอิสระอีกก็ถือว่าเธอใจแข็งเกินไปแล้วความสุขเมื่อครู่อยู่ได้ไม่นาน เมื่อมาโมรุเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “
บรรยากาศที่เคยหวานละมุนจากการล้อเลียนเรื่องลูกชุบสลายตัวไปในทันที เมื่อเซจิเริ่มที่จะเข้าเรื่องเคร่งเครียด“ฉันคุยกับคุณปู่แล้ว... เพื่อให้เรื่องทุกอย่างมันจบ และเพื่อให้พ่อของเธอเลิกเอาเรื่องยายมาขู่เธอ ฉันจะเซ็นยกที่ดินผืนนั้นให้เขาไปซะ”มาริสาเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ เธอรู้ดีว่าที่ดินผืนนั้นมีความสำคัญต่อตระกูลคุโรกิมากแค่ไหน “ไม่ได้นะคะคุณเซจิ! ที่ดินผืนนั้นมูลค่ามันมหาศาลมาก คุณจะยอมเสียมันไปเพราะเรื่องของฉันไม่ได้นะคะ”“มันคุ้มที่จะแลก มะลิ... ถ้ามันทำให้เธอหลุดพ้นจากคนพรรค์นั้นได้”คำพูดของเขาทำให้มาริสารู้สึกผิดพอสมควร เธอไม่อยากเป็นภาระที่ทำให้เขาต้องเสียสมบัติของตระกูล “ถ้าอย่างนั้น... คุณบอกฉันได้ไหมคะว่าที่ดินผืนนั้นราคาเท่าไร ฉันจะทำงานชดใช้ให้ค่ะ ฉันจะทำงานที่บริษัทให้หนักขึ้น แล้วก็จะหางานเสริมทำเยอะๆ เท่าที่จะไหว ฉันจะผ่อนใช้หนี้ให้คุณจนครบทุกบาททุกสตางค์เลยค่ะ!”เซจิขมวดคิ้ว “เธอจะทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร”“ก็เพื่อที่จะได้ไม่ต้องติดหนี้บุญคุณคุณไปตลอดชีวิตไงคะ...” มาริสาตอบตามที่ใจคิด “ถ้าฉันใช้หนี้หมดเร็ว ฉันจะได้ไม่ต้องอยู่ในสถานะภรรยาของคุณนานเกินไป... เผื่อวันข้างหน้าคุ







