เข้าสู่ระบบ“เสียงของหัวใจที่อยากจะเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์น่ะเหรอครับ”
“นั่นก็อีกเรื่องนึงค่ะ นี่เอกสารสัญญาที่เป็นธรรมที่สุด อ่านเสร็จแล้วก็ติดต่อฉันมานะคะที่รัก” เอ่ยจบก็ก้มลงไปจูบปากกันต์นที
“มันต้องอย่างนี้สิคะ” เธอยิ้มอย่างพึงพอใจที่ไม่ได้เห็นอีกฝ่ายผลักไส เพราะนั่นเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าเธอกำลังจะได้เขาคืนมาอย่างใจหวัง
เมื่อเข้ามาทำให้ชายหนุ่มหวนคืนความหลังได้เสร็จเรียบร้อยก็ถึงวินาทีที่เธอจะต้องจากไป นางแบบสาวเธอหันหลังเดินไปที่ประตู ก่อนจะหยุดฝีเท้าแล้วหันหน้ากลับไปมองชายหนุ่ม
“แล้วเจอกันค่ะไทม์ ครั้งนี้…ฉันไม่คิดจะปล่อยคุณง่ายๆ” เธอทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มร้ายๆ ก่อนจะออกจากห้องไป
กันต์นทีรู้ดีทุกอย่างว่าต่อไปวิเวียนจะทำอะไรกับเขา ทว่าที่เขายอมให้เธอทำอะไรตามใจตัวเองเมื่อครู่ ไม่ไช่การเต็มใจ แต่เพราะต้องการปล่อยให้เนตรชนกที่กำลังมองเขาผ่านกำแพงกระจกได้เห็นต่างหาก
ไม่ว่าเนตรชนกจะตามเขามาที่บริษัทเพราะเหตุผลอะไร ทว่าเธอก็เข้ามาในจังหวะที่เขาต้องการพอดี รู้ว่าเธอจะต้องเจ็บปวดหัวใจ ทว่าก็ยังดีกว่าปล่อยให้เธอคิดเกินเลยกับเขาแล้วหากวันหนึ่งเขาควบคุมตัวเองไม่ได้ นั่นมันจะเป็นเรื่องใหญ่
เนตรชนกก้าวเข้ามาในห้องรับแขกของบริษัทด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ เธอทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาด้วยหัวใจห่อเหี่ยว
ภาพตอนที่ริมฝีปากของกันต์นทีแนบชิดกับนางแบบชื่อดังคนนั้น นางแบบที่สวยสง่า ขึ้นชื่อว่าเป็นตัวแม่ของความเซ็กซี่ เพราะเหตุผลที่เขามีเธออยู่แล้วหรือเปล่าที่ทำให้เขาบอกว่าเธอยังเด็ก
“พวกเขาเป็นแฟนกันงั้นเหรอ?”
คำพูดของเขาในวันก่อนย้อนกลับมาแทงใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตะวันยังเด็กเกินไป
ในวินาทีนั้นเนตรชนกจึงได้เข้าใจอย่างเจ็บปวดว่าไม่ใช่เพราะเธอไม่ดีพอ แต่เพราะเธอไม่ใช่คนแบบที่เขาชอบ จำได้ว่าเขาบอกกับเธอว่าไม่มีแฟน แล้วทำไมถึงไปจูบกับผู้หญิงคนนั้นได้
“จะไปถามตอนนี้เลยดีไหมนะ”
ก๊อก ก๊อก ก๊อก ดวงตาคู่สวยเพ่งเล็งไปยังประตูเมื่อได้ยินเสียงเคาะ ไม่กี่วินาทีหลังจากนั้นร่างสูงสง่าของกันต์นทีก็โผล่เข้ามาให้เธอได้เห็น
“เลขาอาบอกว่าตะวันมารออาได้สักพักแล้ว มาที่นี่มีอะไรเหรอ”
สาวเจ้าลุกขึ้นพรวด “ตะวันอยากรู้ว่านางแบบคนนั้นเป็นอะไรกับคุณอาคะ” เธอเอ่ยเสียงสั่นเครือ เรื่องที่อยากมาที่นี่เพราะอยากเอาขนมมาให้เขาเป็นแค่เรื่องรองไปแล้ว ตอนนี้เธออยากฟังคำตอบของคำถามที่เอ่ยไปเมื่อกี้มากกว่า
“เห็นด้วยเหรอ” เขายังทำเป็นไขสือ
“เห็นสิคะ เห็นเต็มสองตาเลย ตะวันบอกตรงๆ ว่าตะวันไม่ชอบภาพนั้นเลยค่ะ” ยิ่งพูดถึงก็พาลให้ยิ่งนึกภาพนั้นได้ชัดเจน เธอขาอ่อนแรงจนฟุบลงไปนั่งบนโซฟาอีกครั้ง น้ำตาเจ้ากรรมเริ่มไหลเอ่อลงมาที่แก้ม ความไม่ชอบใจ ความน้อยใจประเดประดังเข้ามาในทีเดียวจนทำให้กลั้นความอัดอั้นเอาไว้ไม่อยู่จนต้องระบายเป็นน้ำตา
“ตะวัน” เรื่องนี้ถึงกับทำให้เธอต้องร้องให้เชียวหรือ เขากำลังทำร้ายจิตใจของเธอเกินไปหรือเปล่า แต่ยังไงก็ไม่ได้ เขาจะใจอ่อนตอนนี้ไม่ได้
“ตกลงผู้หญิงคนนั้นเป็นใครกันคะ”
“เป็น... เธอเป็น เธอไม่ได้เป็นอะไรกับอา” เอ่ยจบก็กำหมัดแน่น บ้าจริง แค่เห็นน้ำตาของเธอเขาก็ทำใจแข็งตามที่สมองสั่งไม่ได้จริงๆ
“คะ?” คำตอบนั้นทำเอาเนตรชนกรีบเช็ดน้ำตาลวกๆ “ไม่ได้เป็นอะไรกัน แล้วทำไมเธอถึงได้จูบคุณอาล่ะคะ”
“อันที่จริงเธอเป็นแฟนเก่าของอาน่ะ ตอนนี้เธอเป็นนางแบบดังก็เลยคุยกันเรื่องที่จะให้เธอเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์”
“แล้วเธอก็มาอ่อยคุณอาเหรอคะ”
“คือ... เธอแค่ทักทาย”
“ตะวันไม่ให้เธอมาร่วมงานกับบริษัทเราค่ะ”
“แต่อาตกลงเซ็นสัญญาไปแล้ว”
“อะไรนะคะ” ถ้าพวกเขาทั้งสองทำงานร่วมกัน ถ่านไฟเก่าได้จุดติดแน่ ขนาดทักทายยังจูบกันขนาดนี้ แล้วถ้าได้เจอกันนานกว่าการทักทายจะเป็นยังไง
“อาว่าเราอย่าเพิ่งสนใจเรื่องเธอดีกว่า แล้วตะวันมาหาอามีเรื่องอะไร”
“ตะวันเอาขนมมาให้คุณอาค่ะ ตะวันอยากทำให้คุณอารู้ว่าตะวันไม่ได้สับสน ตะวันชอบคุณอาจริงๆ แล้วตะวันก็ไม่ชอบเห็นผู้หญิงคนไหนใกล้คุณอาด้วย เข้าใจที่ตะวันพูดใช่ไหมคะ” เอ่ยจบก็ยัดกล่องขนมไปที่มือของหมอหนุ่ม เธอมองจ้องไปที่ริมฝีปากของเขาตาเขียว จูบนั้นมันควรเป็นของเธอแต่ก็ถูกยัยบ้านั่นได้ไปก่อน เจ็บใจเหลือเกิน
“ทำไมมองอาแบบนั้น”
“เช็ดลิปสติกออกจากปากด้วยค่ะ” สิ้นเสียงแข็งเนตรชนกก็เดินหน้าบึ้งตึงออกไปทันที
กันต์นทีส่ายหัวน้อยๆ ขณะมองตามหลังคนตัวเล็ก เพราะน้ำตาของเธอแท้ๆ ที่ทำให้เขาใจแข็งหลอกเธอไม่ได้ แค่พูดว่าเขากำลังคบกับวิเวียนต่อหน้าของเธอแค่นั้นก็พูดมันออกมาไม่ได้
เนตรชนกแทบจำไม่ได้ว่าตัวเองขับรถออกจากบริษัทมาได้อย่างไร
รู้เพียงแค่ว่าภาพริมฝีปากของเขาที่เคยแนบชิดกับผู้หญิงคนนั้นยังตามหลอกหลอนอยู่ในหัวไม่รู้จบและแล้วตอนนี้เธอก็มาจอดรถอยู่ที่ร้านอาหารประจำ จากนั้นก็รีบกดโทรศัพท์มือถือต่อสายหาเพื่อนทั้งสองให้มาเจอกันที่นี่ทันที
ร่วมชั่วโมงที่เนตรชนกรอสองสาว เมื่อเพื่อนทั้งสองมาถึงเธอก็รีบดึงมือปัญธิดาและถิงถิงเข้ามานั่งตรงหน้าเพื่อรอรับฟังปัญหาหัวใจของเธอ
“แกร้องไห้มาอีกแล้วใช่ไหมเนี่ย” ถิงถิงมองจากขอบตาที่มีรอยช้ำก็รู้ได้ในทันที
“คุณอาจูบกับนางแบบที่ชื่อวิเวียน” เนตรชนกเอ่ยออกมาเสียงสั่น
ข้อความที่เนตรชนกเพิ่งเอ่ยจบเรียกความสนใจของปัญธิดาได้เป็นอย่างดี “สองคนนั้นเป็นแฟนกันเหรอ”
“คุณอาบอกว่าเป็นแฟนเก่า ที่จูบเพราะเธอมาทักทาย แถมคุณอายังจะร่วมงานกับเธออีก ฉันไม่ชอบเลยจริงๆ ฉันควรจะทำยังไงดี”
“ใจเย็นๆ”
“เย็นไม่ได้แล้ว”
“อย่าบอกว่าแกก็พูดกับคุณอาแกว่าไม่ชอบนางแบบนั่น”
“อืม บอกทุกอย่าง บอกว่าไม่ชอบ ไม่อยากให้ร่วมงานด้วย ฉันโมโหมากเลย”
“โอ้ย ตาย” ถิงถิงเห็นว่าเนตรชนกทำไม่ถูกต้อง พฤติกรรมแบบนั้นยิ่งตอกย้ำว่าเพื่อนเธอยังเด็กเกินไปเหมือนที่หมอหนุ่มบอก
“ตายยังไง เป็นฉัน ฉันก็พูด” ปัญธิดาไม่เห็นว่าเรื่องที่เนตรชนกทำจะน่าตกใจขนาดนั้น
“ยิ่งทำตัวเอาแต่ใจแบบนั้นเขาก็ยิ่งจะมองว่าแกเป็นเด็กอย่างที่เขาว่าจริงๆ น่ะสิตะวัน”
“จริงเหรอ”
“เออ ก็จริงนะ ฉันเคยได้ยินพวกผู้ชายอายุสามสิบกว่าชอบพูดว่าไม่ชอบเด็ก เพราะงี่เง่าเก่ง”
“ฉันงี่เง่าจริงๆ เหรอ” เนตรชนกยกมือกุมพวงแก้มเอาไว้ เธอทำสิ่งที่ไม่ควรทำไปจริงๆ เหรอเนี่ย แต่ตอนนั้นมันโมโหจนควบคุมอะไรไม่ได้เลยจริงๆ
“ถ้าเอาตะวันเทียบกับวิเวียนเหรอ โห... ต่างกันคนละขั้วเลยอะ” ปัญธิดาเปิดอินสตาแกรมเลื่อนดูรูปของวิเวียนเธอก็พอจะเข้าใจว่าทำไมกันต์นทีถึงไม่ตอบสนองเพื่อนตัวเอง
ณ ร้านคาเฟ่ใจกลางเมืองนครสวรรค์ เขมิกาและมินตรานั่งจิบกาแฟพลางรอคอยเพื่อนรักที่หายหน้าหายตาไปใช้ชีวิตสวีทหวานที่บ้านสวนริมน้ำอยู่นานสองนาน“นั่นไง! มาแล้ว” มินตราชี้ไปที่ประตูร้านมาริสาเดินเข้ามาในร้านด้วยรอยยิ้มที่สดใสยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ผิวพรรณของเธอมีออร่าบางอย่างที่ทำให้เพื่อนทั้งสองต้องหรี่ตามองอย่างจับผิด“แหม... ตั้งแต่เป็นคุณนายคุโรกิเนี่ย สวยวันสวยคืนเลยนะจ๊ะแม่คุณ” เขมิกาเอ่ยแซวทันทีที่มาริสานั่งลง “แล้วนี่คุณสามีหน้ายักษ์ยอมปล่อยตัวมาหาพวกเราได้ยังไงเนี่ย”“ก็... วันนี้ฉันมีเรื่องสำคัญจะมาบอกพวกแกนี่นา” มาริสาทำท่าเอียงอายพลางเปิดกระเป๋าหยิบซองสีขาวเล็กๆ ออกมาวางบนโต๊ะมินตรากับเขมิกามองหน้ากันก่อนจะรีบคว้าซองนั้นไปเปิดดู... มันคือรูปภาพอัลตราซาวด์ที่มีจุดเล็กๆ ปรากฏอยู่ตรงกลาง“อ๊าย... มะลิ! นี่แก...” มินตราเอามือปิดปาก ตาค้างด้วยความดีใจ“ท้องแล้วจ้า... สองเดือนแล้ว” มาริสาตอบเสียงใส“โอ๊ย! ฉันจะเป็นลม ยัยมะลิคนซื่อบื้อของพวกเรา วันนี้กำลังจะมีตัวน้อยให้ท่านประธานเซจิแล้วเหรอเนี่ย แล้วพ่อเขาเห่อมากเปล่าอะ”“ก็เห่อพอสมควร ขนาดจะมาหาพวกแกเขายังจะตามมาด้วยเลย ฉันเลยบอกว่าอยาก
เมื่อคนตัวโตเห็นว่าภรรยาตนพร้อมจนร่างสั่นเทิ้ม เซจิในตอนนี้ก็เต็มไปด้วยความต้องการที่พุ่งพล่าน เขาจัดการงัดแท่งร้อนขนาดมหึมาที่ตื่นตัวจนหัวเห็ดปูดเป่งออกมาจ่อที่ปากทางรักเซจิกดสะโพกแกร่งสวนลึกเข้าไปรวดเดียวจนสุดทาง แก่นกายร้อนระอุมุดหายเข้าไปในร่องสวาทที่คับแน่นจนถึงส่วนลึกที่สุด “อ๊าย...” มาริสาแหงนหน้าขึ้นกรีดร้องเสียงหลงเซจิไม่รอให้เธอพักหายใจ เขารัวสะโพกเข้าใส่ด้วยจังหวะที่ดุดันและหนักหน่วงยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ทุกครั้งที่เขากระทั้นกายเข้าหา ยอดอกของคนตัวเล็กก็สั่นไหวระริกไปตามแรงส่งจนเป็นที่น่าพอใจต่อสายตาคนตัวโต“อ๊ะ... อ๊าาา...คุณเซจิ อ๊า...”เสียงหวานที่เรียกชื่อเขาแทบขาดใจทำให้เซจิแทบคลั่ง เขาจับขาเมียรักพาดบ่าแล้วโหมกระแทกเข้าไปเน้นๆ จนสุดลำพักใหญ่ไม่นานนัก แรงตอดรัดจากภายในที่ทวีความรุนแรงทำให้เซจิรู้ว่าถึงเวลาแล้วที่ เขาต้องเร่งจังหวะให้ทันแตะขชอบสวรรค์พร้อมกับมาริสา“อ๊ะ อ๊ะ อ๊าย...”“อะ อ้าส...” ทั้งสองกระตุกเกร็งเสร็จสมไปพร้อมกัน ในขณะที่เซจิก็ไม่ลืมจะอัดธารรักเพื่อสร้างทายาทให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นเขาก็กอดร่างที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อของเธอไว้แน่น ท่ามกลางเสียงหอบหา
มาริสาน้ำตาคลอเบ้า “ยายจ๋า... มะลิว่ามะลิโชคดีที่สุดเลยที่ได้เจอคุณเซจิ”ทองมาได้ยินหลานสาวเอ่ยคำพวกนั้นออกมาอย่างสุขใจเธอก็ทำได้แค่ยิ้มปลื้มใจ เมื่อหลานสาวของเธอมีคู่ชีวิตที่ดี วันข้างหน้าหากเธอไม่อยู่แล้วเธอก็จะได้ไม่ต้องห่วงคนข้างหลังในขณะที่ภายในห้องเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความรัก เซจิเหลือบไปเห็น มาโมรุ ที่ยืนทำสัญญาณมืออยู่ที่หน้าประตูห้องพัก เขาจึงขอตัวออกมาข้างนอก“มีอะไร”“ข่าวจากสายสืบครับนายน้อย ที่ดินที่โทโมยะได้ไป... ตอนนี้เขากำลังร้อนเงินหนัก เพราะเอาไปวางค้ำประกันไว้กับบ่อนพนันใต้ดินของพวกยากูซ่า และดูเหมือนว่าเขาจะโดนโกงสัญญาที่ดินผืนนั้นด้วย”“หึ่...มันเป็นไปตามที่คุณปู่บอกจริงๆ... คนที่ได้อะไรมาด้วยความคดโกง สุดท้ายมันก็จะสูญสิ้นไปด้วยความโลภของตัวเอง”“เราจะเข้าไปยุ่งไหมครับ”“ไม่จำเป็น... ปล่อยให้พวกยากูซ่าจัดการกันเอง” เซจิหันไปมองมาริสาผ่านกระจกประตูห้องที่กำลังหัวเราะอยู่กับยาย “หน้าที่ของฉันคือปกป้องรอยยิ้มของเมียฉัน ส่วนไอ้คนพรรค์นั้น... ให้ผลกรรมมันทำงานของมันเอง”หลังจากการเยี่ยมไข้ที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เซจิก็ทำตามความต้องการของมาริสาด้วยการพาเธอมายังบ้านเรือน
เซจิเริ่มเลื่อนละเลงลิ้นต่ำลงมายังยอดอกอิ่มสีหวานที่ชูชันท้าทายสายตา เขาใช้ริมฝีปากครอบครองมันไว้แล้วดูดดึงเต็มแรงจนมาริสาต้องแอ่นหน้าอกรับด้วยความเสียวซ่าน“อ๊ะ... คุณเซจิ...” มือเล็กจิกขยำลงบนแผ่นหลังกว้างระบายอารมณ์เซจิไม่ปล่อยให้เธอพักหายใจ เขาเลื่อนมือลงต่ำไปยังใจกลางความสาวที่ฉ่ำแฉะไปด้วยน้ำหวาน ก่อนจะส่งนิ้วเรียวยาวสอดแทรกเข้าไปสำรวจภายในจนมาริสาบิดเร่า“พร้อมแล้วสินะ... ยัยเด็กดื้อ”เซจิจัดการแยกเรียวขาสวยออกกว้าง จากนั้นก็จ่อส่วนหัวที่หยาดเยิ้มลงบนร่องสวาทก่อนจะค่อยๆ กดแทรกกายเข้าไปให้ร่องนั้นกลืนกินตัวตนของเขาไปจนมิด“อือ อื้อ...” มาริสาเบิกตาโพลง ความใหญ่โตของตัวตนของเขาทำให้เธอรู้สึกจุกแน่นจนแทบหยุดหายใจเซจิกัดฟันกรอด พยายามข่มอารมณ์ดิบเถื่อนทั้งที่อยากจะกระแทกกระทั้นโถมบนตัวของเธอเป็นบ้า ทว่าก็ต้องแช่ค้างไว้จนคนตัวเล็กเริ่มปรับตัวได้“พร้อมไหม”“ค่ะ” มาริสาตอบเสียงแหบพร่า หลังจากเธอพยักหน้า ตัวของเธอก็สั่นคลอนไปตามแรงกระแทกแสนเสียวซ่านของเขานานสองนานที่เสียงผิวเนื้อกระทบกันดังระงมไปทั่วห้องนอนที่เงียบสงัด ยิ่งตคนตัวโตเห็นยอดอกอิ่มของเธอสั่นไหวตามจังหวะที่เขาถาโถมเท่าไร
“เปล่า ฉันเห็นว่าหนี้ที่ดินของเธอมาตั้งหลายล้านเยน ถ้ากอดอย่างเดียวคงต้องกอดกันไปถึงชาติหน้า ฉันเลยมีงานพิเศษอีกอย่างมาเสนอ... ถ้าเธอยอมให้ฉันจูบก่อนไปทำงานทุกวัน ฉันจะเพิ่มให้ครั้งละห้าพันเยน”มาริสาอ้าปากค้าง “ห้าพันเยน! แค่จูบเนี่ยนะคะ คุณเซจิคะ คุณเริ่มจะเสพติดการจ่ายเงินแปลกๆ แล้วนะ”“ไม่เอาก็ตามใจ” เอ่ยจบก็มองไปที่กองเอกสารด้วยท่าทางทำเป็นไม่สนใจมาริสากัดริมฝีปากนิ่งคำนวณ ห้าพันเยนก็เกือบพันกว่าบาท แค่จุ๊บเดียวเอง คุ้มจะตาย! “ก็ได้ค่ะ! รับค่ะ เริ่มเลยไหมคะ”เซจิอมยิ้มก่อนจะดึงให้เธอโน้มตัวลงมาหา ใบหน้าคมเข้มเลื่อนเข้าไปประทับริมฝีปากนุ่มอย่างแผ่วเบาแต่เนิ่นนานกว่าที่มาริสาคิดไว้ หัวใจของคนตัวเล็กเต้นรัวจนผิดจังหวะ จนลืมเรื่องเงินไปชั่วขณะเซจิผละออกพลางจ้องตามาริสาที่กำลังเคลิ้มไม่หยุด “โอเคแล้ว”“คะ?”“ทำไม ไม่พอใจเหรอ”“ม... ไม่ค่ะ! ฉันไปทำงานแล้วนะคะ” มาริสารีบวิ่งหน้าแดงออกไปจากห้อง ทิ้งให้เซจินั่งยิ้มกริ่มอย่างอารมณ์ดี ถ้าเขาทำแบบนี้ทุกวันแล้วเธอยังอยากจะให้เขาเป็นอิสระอีกก็ถือว่าเธอใจแข็งเกินไปแล้วความสุขเมื่อครู่อยู่ได้ไม่นาน เมื่อมาโมรุเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “
บรรยากาศที่เคยหวานละมุนจากการล้อเลียนเรื่องลูกชุบสลายตัวไปในทันที เมื่อเซจิเริ่มที่จะเข้าเรื่องเคร่งเครียด“ฉันคุยกับคุณปู่แล้ว... เพื่อให้เรื่องทุกอย่างมันจบ และเพื่อให้พ่อของเธอเลิกเอาเรื่องยายมาขู่เธอ ฉันจะเซ็นยกที่ดินผืนนั้นให้เขาไปซะ”มาริสาเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ เธอรู้ดีว่าที่ดินผืนนั้นมีความสำคัญต่อตระกูลคุโรกิมากแค่ไหน “ไม่ได้นะคะคุณเซจิ! ที่ดินผืนนั้นมูลค่ามันมหาศาลมาก คุณจะยอมเสียมันไปเพราะเรื่องของฉันไม่ได้นะคะ”“มันคุ้มที่จะแลก มะลิ... ถ้ามันทำให้เธอหลุดพ้นจากคนพรรค์นั้นได้”คำพูดของเขาทำให้มาริสารู้สึกผิดพอสมควร เธอไม่อยากเป็นภาระที่ทำให้เขาต้องเสียสมบัติของตระกูล “ถ้าอย่างนั้น... คุณบอกฉันได้ไหมคะว่าที่ดินผืนนั้นราคาเท่าไร ฉันจะทำงานชดใช้ให้ค่ะ ฉันจะทำงานที่บริษัทให้หนักขึ้น แล้วก็จะหางานเสริมทำเยอะๆ เท่าที่จะไหว ฉันจะผ่อนใช้หนี้ให้คุณจนครบทุกบาททุกสตางค์เลยค่ะ!”เซจิขมวดคิ้ว “เธอจะทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร”“ก็เพื่อที่จะได้ไม่ต้องติดหนี้บุญคุณคุณไปตลอดชีวิตไงคะ...” มาริสาตอบตามที่ใจคิด “ถ้าฉันใช้หนี้หมดเร็ว ฉันจะได้ไม่ต้องอยู่ในสถานะภรรยาของคุณนานเกินไป... เผื่อวันข้างหน้าคุ







