Share

บทที่ 2 คาสิโน

last update Petsa ng paglalathala: 2026-07-14 19:37:12

การเดินทางที่แสนวิเศษได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว…

จากไทยไปมาเก๊าเบ็ดเสร็จใช้เวลาเกือบ 3 ชั่วโมง ในที่สุดฉันก็มาถึงสักที ดีนะที่ฉันรู้ว่าเจ๊ลัตตี้ทำงานอยู่ที่ไหน ไม่งั้นคืนนี้คงไม่มีที่พัก เพราะไม่ได้จองโรมแรงใด ๆ เลย หวังมาเพิ่งเจ๊ลัตตี้เต็มที่

เจ๊ลัตตี้นางทำงานอยู่ที่ black more casino คาสิโนชื่อดัง หรูหรามีระดับอันดับหนึ่งในมาเก๊า ฉันเคยได้ยินมาว่าการสมัครสมาชิกที่นั่น มีเงื่อนไขสำคัญ คือ ต้องมีเงินเดินบัญชีกว่า 50,000,000 ปาตากา [1] กล่าวคือ ฉันต้องมีเงินหมุนเวียนบัญชีสองร้อยล้านบาทขึ้นไป 

ลำพังเดือนหนึ่ง ฉันยังใช้เงินไม่ถึง 5 ล้านบาท แล้วจะเข้าไปเป็นสมาชิกได้ยังไง? ทางเลือกมีทางเดียว ฉันต้องเข้าไปเป็นสมาชิกโดยอาศัยเส้นสายจากอิเจ๊

“ฮัลโหลเจ๊ ฉันมาถึงแล้ว” ฉันมองไปรอบๆ สมแล้วที่เป็นประเทศแห่งแสงสีและการพนัน ค่ำมืดแล้วยังสว่างไสวยิ่งกว่ากรุงเทพมหานครเสียอีก

นี่สินะ เมืองที่ไม่มีวันหลับไหล

“อะไรของแกฮะ ยัยปิ่นปัก ฉันงงไปหมดแล้วเนี่ย” น้ำเสียงติดหงุดหงิดดังออกมาจากปลายสาย ฉันได้ยินเสียงจอแจแทรกเข้ามาเป็นระยะจึงแอบคาดเดาในใจว่าเจ๊ลัตตี้คงกำลังยุ่งอยู่กับงาน

“อิเจ๊ลัตตี้ ฉันมาถึงถิ่นเจ๊แล้ว มารับเดี๋ยวนี้ อย่าให้มีน้ำโห” 

“แกมาทำไมฮะ คุณหนูปักปิ่น ฉันให้แกมาที่นี่ไม่ได้หรอก มันไม่เหมาะกับแก อัตรายจะตายชัก” 

“ไม่ได้นะอิเจ๊! ฉันมาถึงแล้ว ฉันจะไม่ยอมกลับมือเปล่าแน่ จนกว่าจะได้สามีเป็นมาเฟียกลับไปด้วย” ปิ่นปักค้านหัวชนฝา 

ลัตตี้กุมขมับ เดิมทีงานในคาสิโนยุ่งวุ่นวายมากพออยู่แล้ว เขายังต้องมารับผิดชอบเพื่อนตัวดีที่โตแต่ตัวนิสัยยังเป็นเด็กอีก

“โอ๊ยยย ฉันกำลังปวดหัวกับงานยังต้องมาปวดหัวกับแกอีก งั้นแกนั่งแท็กซี่มาตาม gps ฉันจะส่งพิกัดไปให้ พอมาถึงแล้วรออยู่หน้าล็อบบี้ ฉันจะรอแกอยู่ที่นั่น เร็วๆ ด้วย” เจ๊ลัตตี้พูดเร็วมากจนฉันฟังแทบไม่ทัน

“โอเค ปิ่นปักกำลังเดินทาง” นิ้วเรียวจิ้มกดวางสายมองดูพิกัดตามที่เจ๊ลัตตี้ส่งมาในข้อความ

การเดินทางเป็นไปอย่างง่ายดาย ปิ่นปักมาถึงคาสิโนโดยสวัสดิภาพ ร่างบางลากกระเป๋าใบใหญ่ออกมาจากรถแท็กซี่ ภายนอกของคาสิโนมีลักษณะเหมือนปราสาทขนาดใหญ่ การตกแต่งคล้ายแนวศิลปะยุคกลาง ดูสวยแบบแปลกตาดี 

รอบด้านคาสิโนมีชายหนุ่มร่างใหญ่สวมชุดสูทสีดำยืนอยู่ด้านหน้าเต็มไปหมด หากว่าชายหนุ่มพวกนี้เปลี่ยนจากสูทดำเป็นชุดอัศวินอาจจะเข้ากับสถานที่มากกว่าไหมนะ?

พวกเขาคงจะเป็นบอดี้การ์ดหรือไม่ก็พนักงานรักษาความปลอดภัยอะไรทำนองนั้น  

“นี่น่ะเหรอ แบล็คมอร์ คาสิโน” ฉันขยับแว่นกันแดดลง ไม่รู้ว่าด้าน‍ในจะสวยขนาดไหน

มือเรียวผลักบานประตูบานใหญ่ ได้ยินเสียงเฮโลของเหล่านักเสี่ยงโชคดังขึ้นเป็นระยะ ปิ่นปักกวาดสายตามองหายัยเจ๊ลัตตี้ ก่อนจะเจอร่างบึกบึนของเจ้าตัวกำลังชี้นิ้วกับเด็กสาวที่แต่งตัวนุ่งน้อยห่มน้อย

อืม มันเหมือนกับชุดบันนี่เกิร์ล ถ้าฉันใส่คงจะสวยน่าดู

“เจ๊ลัตตี้” ฉันทักทายด้วยสีหน้าสดใสขัดกับท่าทางของอิเจ๊ เหมือนนางอยากไล่ฉันกลับตั้งแต่แรกพบหน้า

“ถึงสักที ฉันรอแกนานมาก ปิ่นปัก”

“เด็กใหม่เหรอคะเจ๊” เด็กสาวชุดบันนี้เอ่ยถาม ฉันโบกมือทักทาย

“เด็กใหม่อะไรกัน นี่เพื่อนฉัน นางชื่อปิ่นปัก รู้จักกันไว้สิ ปิ่นปักจะมาอยู่กับฉันสักพัก”

“สวัสดีค่ะพี่ปิ่นปัก ฉันเจนส์นะ เด็กในสังกัดเจ๊ลัตตี้” 

“ไฮ ยินดีที่ได้รู้จัก” ฉันจับมือทักทายกับเจนส์ 

“แกรีบไปเตรียมตัวเถอะไป ใกล้เวลาแสดงโชว์แล้ว” ลัตตี้โบกมือไล่เด็กในสังกัด ก่อนแขกที่ไม่ได้รับเชิญจะเกิดความคิดสุดบรรเจิดอะไรขึ้นมาซึ่งความคิดนั้นย่อมไม่ใช่เรื่องดี

“แสดงโชว์อะไรอ่ะ ฉันร่วมด้วยได้ไหม” นั่นไง เขาพูดผิดที่ไหน

“เสียใจด้วยจ๊ะ โชว์นี้คนครบแล้ว อีกอย่างแกเต้นโพลแดนซ์[2]เป็นหรือไง” 

“เป็นสิ ฉันเคยเต้นย่ะ”

โชคดีที่ฉันเคยเรียนเต้นโพลแดนซ์ มีอะไรสนุกๆให้ทำแล้วสิ มา‍ต่างประเทศทั้งทีทำอะไรน่าอายก็ไม่มีใครรู้จักหรอก เท่าที่ฉันสำรวจดู ที่นี่แทบไม่มีคนไทยอยู่เลย

“ยังไงก็ไม่ได้ การแสดงคู่ต้องผ่านการซ้อมมาก่อน”

“คิดดี ๆ ฉันมันตัวท็อปเลยนะแก”

“ตัวท็อปหรือตัวดื้อกันแน่ ไม่มีทางซะหรอก” ลัตตี้หันหน้าหนีไปอีกทาง เขารู้ว่าอีกสักพักปิ่นปักจะต้องออดอ้อนร้องขอสิ่งที่ตัวอยากได้ นิสัยของยัยนี่ อยากได้อะไรต้องได้ เอาแต่ใจที่หนึ่ง

ระหว่างที่ปิ่นปักกำลังเถียงกับลัตตี้ ใครบางคนกึ่งเดินกึ่งวิ่งด้วยท่าทางอิดโรยตรงดิ่งมาทางทั้งสองคน

“เจ๊ลัตตี้คะ เลน่าขึ้นเต้นไม่ไหวค่ะ ปวดท้องมากเลย” หญิงสาวเอ่ยพลางกุมท้องไปด้วย 

เธอไม่น่าแอบขโมยส้มตำอบแห้งของเจ๊ลัตตี้มากินเลย กว่าจะคืบคลานออกมาจากห้องน้ำได้ทำเอาแทบกลายเป็นผีเฝ้าห้องน้ำ

“โอ้ยย นี่มันวันอะไรของฉันเนี่ย” ลัตตี้โวยวายพลางนวดขมับเพราะเริ่มปวดหัว 

อะไรมันจะเหมาะเจาะขนาดนี้ 

“เธอถอดชุดไว้ หน้าที่ของเธอ ฉันจะรับผิดชอบเอง”

ปิ่นปักอาสา หรือจะเรียกว่าเสนอหน้าก็ไม่ผิด

“ปิ่นปัก!!” 

“เอาน่า ฉันมาอยู่กับแก ช่วยแกทำงานจะเป็นอะไรไป” 

“แต่ชุดนี้มันโป๊มากเลยนะ แกไหวเหรอ”  

“ทำอย่างกับปกติฉันแต่งตัวเรียบร้อยอย่างนั้นแหละ งั้นฉันจะใส่หน้ากากครอบไว้โอเคไหม” 

ปิ่นปักค่อนข้างภูมิใจในสรีระของตัวเองมากเพราะเป็นคนชอบออกกำลังกาย ดูแลหุ่นให้สวยเซ็กซี่อยู่เสมอ ปกติก็ชอบแต่งตัวเซ็กซี่ ขอเพียงชุดสวยถูกใจ โป๊แค่ไหนเธอก็ใส่

“ก็ได้ ฉันยอมใจแกเลยจริงๆ” ลัตตี้ไม่ต่อล้อต่อเถียงอะไรกับปิ่น‍ปักอีก เขารู้ว่าสุดท้ายปิ่นปักจะต้องชักแม่น้ำทั้งห้า [3]หาเหตุผลมารองรับเพื่อให้ตัวเองได้สิ่งที่ต้องการอยู่ดี

“ไปแต่งตัวก่อนนะ” เอ่ยบอกลาเพื่อนเสร็จสรรพ ร่างอรชรหมุนตัวหายเข้าไปในห้องแต่งตัว

ปิ่นปักหมุนตัวสำรวจตนเองในกระจก ชุดบันนี่ขนาดเล็กกว่าตัว‍เธอเล็กน้อยทำให้หน้าอกขนาดคัพดีล้นออกมาจากชุดเกาะอก แถมเนื้อผ้ายังเป็นแบบแนบเนื้อทำให้เห็นเอว‍ขอดบางทรงนาฬิกาทราย สะโพกผายกลมกลึง สวย สมบูรณ์แบบกว่าที่คิดไว้ อยากจะถ่ายรูปเก็บไว้สักสิบรูป

ฉันไม่ลืมที่จะหยิบหน้ากากมาสวมใส่ตามที่สัญญากับเจ๊ลัตตี้พร้อมกับที่คาดหูกระต่าย ความเป็นตัวแม่สะท้อนออกมาจากกระจกอย่างเห็นได้ชัด

“โห พี่ปิ่นปักหุ่นสวยมาก มีเคล็ดลับปั้นหุ่นไหมคะ” เจนส์ตะลึงงันกับสรีระอันสมบูรณ์แบบ อกเป็นอก เอวเป็นเอว ตูดเป็นตูด หุ่นแบบนี้ ยอมเลยจริง ๆ ไม่รู้ว่าต้องออกกำลังกายหนักขนาดไหน

“มีสิ เดี๋ยวฉันจะเขียนให้ทีหลัง เราไปเตรียมตัวกันเถอะ” 

“ตามเจนส์มาเลยค่ะ เจนส์จะอธิบายลำดับคิวให้นะคะ” ลัตตี้มองเพื่อนรักกับเด็กในสังกัดเดินออกไปพร้อมกันด้วยความกังวล

ความกังวลของลัตตี้ 

หนึ่ง คือ กลัวปิ่นปักจะถูกลวนลามอะไรทำนองนั้น

สอง คือ กลัวเจ้าตัวจะทำอะไรพิเรนทร์

ทว่า ความวัวยังไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรก 

“ห้ะ!! อะไรนะ คุณชาร์ลเข้าคาสิโนวันนี้เหรอ” เสียงหนึ่งในบอดี้การ์ดโพล่งขึ้นเสียงดัง การแตกตื่นจากบรรดาบอดี้การ์ดทำให้ลัตตี้รู้ทันทีว่าประตูนรกมาเปิดรอแล้ว

“ชิบหายแล้ว ถ้าคุณชาร์ลรู้ว่าเอาคนนอกเข้ามาในคาสิโนตายแน่เรา!!!” ลัตตี้หวีดร้องด้วยความสิ้นหวัง 

ครั้นจะเรียกปิ่นปักลงมาคงไม่ทัน เพราะปิ่นปักขึ้นไปอยู่บนเวทีเรียบร้อยแล้ว....

 


[1] สกุลเงินมาเก๊า 1 ปาตากา เท่ากับ 4 บาทไทย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความผันผวนทางการเงิน ดังนั้น 50,000,000 ปาตากาจึงมีมูลค่าประมาณ 200,000,000 บาทไทย

[2] “การเต้นกับเสา” ที่ต้องใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้น หมุนรอบเสาด้วยท่าสุดเซ็กซี่

[3] หมายความว่า พูดจาหว่านล้อมยกเหตุผลต่าง ๆ เพื่อโน้มน้าวให้ได้สิ่งที่ประสงค์

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เพราะฉันคือคุณนายมาเฟีย   ตอนพิเศษ ความรักของอาร์ต

    ทุกคนเชื่อในรักครั้งแรกไหม?หนึ่งในร้อยพันหมื่นล้านคนบนโลก น้อยคนนักที่จะได้ลงเอยกับรักครั้งแรก และผม คือ ผู้ได้รับโอกาสหนึ่งในร้อยพันหมื่นล้านคนนี้ แต่กว่าจะมีโอกาส เรียกได้ว่า สูญเสียกันไปเท่าไหร่ ย้อนกลับไปเมื่อตอนกลับจากมาเก๊า…10 ปี ผ่านไป ผมได้กลับมาเจอเขาอีกครั้งโดยบังเอิญ ต้องขอบคุณปิ่นปักที่ทำให้เราหากันจนเจอ ถึงแม้ว่าสุดท้าย ผมไม่ได้ทำอะไร ไม่กล้ารุกจีบ ทำได้เพียงมองเขาจากที่ไกลไกล เพราะรู้ว่า เขาไม่ได้มีรสนิยมชอบเพศเดียวกันผมตัดสินใจจากมาพร้อมปิ่นปัก ฟื้นฟูหัวใจอันเหี่ยวเฉา“เลน่า เจนส์ พวกเธอดูแลแขกให้ดีๆ ถ้าเห็นเริ่มมองหน้ากัน ให้การ์ดเตรียมตัวไว้เลย ตีกันทุกวันแบบนี้ ทุนหดกำไรหายหมด”“ค่ะ คุณอาร์ต” เจนส์และเลน่าตอบพร้อมกัน“อืม ฉันจะไปเที่ยวผับในเมือง ถ้ามีอะไรให้แจ้งลัตตี้หรือปิ่นปักนะ”“ได้ค่ะ”“ค่ะ คุณอาร์ต” ชายหนุ่มโบกเรียกแท็กซี่ เดินทางมายังอีกผับหนึ่ง เขาได้ยินมาว่าผับนี้เป็นคู่แข่งตัวฉกาจ ต้องมาดูซะหน่อยแล้ว จุดขายของผับนี้มันคืออะไรกันแน่!?วินาทีที่เหยียบเข้ามาในผับนี้ ด้านในตกแต่งสไตล์เรียบหรู บทเวทีมีเสาเหล็ก ลักษณะมันเหมือนกัน…“อะไรวะเนี่ย” อาร์ตอ้าปา

  • เพราะฉันคือคุณนายมาเฟีย   ตอนพิเศษ : ขอบคุณที่รักกัน

    5 ปี ผ่านไป… หลังจากวันนั้นที่ฉันแต่งงานกับคุณชาร์ล พวกเรายังอาศัยอยู่ที่บ้านหลังเดิม เพียงแต่คนอื่นๆย้ายออกไปหมดแล้ว ทั้งคุณพ่อ คุณแม่และเจ๊ลัตตี้ ทว่า พวกเขายังอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันกับฉัน ยกเว้นอาร์ตคนเดียว เขาย้ายไปอยู่ที่ต่างประเทศกับคุณอิจิ ฉันได้ยินมาว่าเร็วๆนี้ทั้งสองกำลังจะเข้าพิธีวิวาห์ ลูกสาวฝาแฝดของฉัน ปักรักและปักใจ อายุ 6 ขวบปี คนหนึ่งพูดเก่งอย่างกับลิงจ้อ ส่วนอีกคนพูดน้อยราวกับกลัวดอกพิกุลร่วงออกจากปาก ถึงอย่างนั้น ลูกสาวทั้งสองคนของฉันก็เป็นเด็กที่ฉลาดเฉลียว สามารถสอบเข้าโรงเรียนนานาชาติลำดับหนึ่งของจังหวัด โรงเรียนเดียวกับลูกของเพื่อนบ้านตัวร้ายได้ด้วย ในปีต่อๆมา ฉันมีลูกอีกสองคนเป็นลูกชายทั้งคู่ อายุไล่เลี่ยกับลูกสาวฝาแฝด พวกเขามีชื่อว่า “ปักอักษรและปักอักขรา” อีกทั้งในท้องของฉันก็ยังมีเจ้าก้อนที่ 5 ยังลุ้นๆอยู่ว่าจะเป็นก้อนเดี่ยวหรือก้อนแฝด ปัจจุบัน ฉันสอบผ่านตั๋วทนาย ได้เป็นทนายความสมใจอยาก คดีที่ถนัดมากที่สุด คือ คดีเกี่ยวกับครอบครัวและเยาวชน ส่วนสามีของฉันผันตัวมาเป็นนักธุรกิจเต็มตัว นานครั้งจะกลับไปดูคาส

  • เพราะฉันคือคุณนายมาเฟีย   ตอนพิเศษ สุขสันต์วันปีใหม่

    เสียงพลุดังขึ้นต่อเนื่องสนั่นหวั่นไหวไปทั่วผืนฟ้า แสงสีจากการเฉลิมฉลองเบิกบานไปพร้อมกับเสียงหัวเราะชื่นหมื่นของใครบางคน“คิกๆ เอาอีก จุดอีก” ปุ้ง ปุ้ง เสียงพลุหวือบินขึ้นฟ้าอีกระลอกปิ่นปักปรบมือด้วยความสนุกสุดยอดขัดกับอารมณ์ของอีริคที่บูดเบี้ยวไม่มีชิ้นดีไม่รู้ทำไมเจ้านายถึงให้เขามาเป็นพี่เลี้ยงเด็กโข่งโตแต่ตัวก็ไม่รู้ แม้ว่าเธอจะเป็นผู้หญิงของเจ้านายก็เถอะ“นึกถึงบรรยากาศที่ประเทศไทยเลยเนอะอาร์ต” ปิ่นปักสะกิดถามเพื่อนที่นั่งมองดูพลุอยู่ด้วยกัน“จริงมึง แต่ถ้าอยู่ที่ไทยนะ กูคงนั่งเมาอยู่ที่ผับว่ะ”เมื่อปีกลายเขากับปิ่นปักยังสนุกสุดเหวี่ยงอยู่ในผับชื่อดังย่านสีลม ตัดภาพมาตอนนี้ พวกเราได้มาฉลองปีใหม่ไกลถึงมาเก๊า ได้รู้จักกับคนใหม่ๆ และโลกใบใหม่“ถ้ามึงคิดถึงอ่ะนะ เราเปลี่ยนบรรยากาศในเลาจ์ให้เป็นแบบผับที่ไทยได้นะเว้ย” ปิ่นปักเสนอความคิดเห็น ถ้าไปอ้อนขอคุณชาร์ล เขาต้องอนุญาตแน่นอน“ดูมัน คิดอะไรแปลกๆ อีกแล้ว เดี๋ยวคุณชาร์ลได้มาแหกอกฉันพอดี” ลัตตี้เอ่ยแทรกพร้อมกับถือถาดเครื่องดื่มค็อกเทลมาด้วย“ไม่หรอก ฉันอ้อนนิดเดียว คุณขาก็ยอมแล้ว เนอะคุณอีริค”ปิ่นปักพยักเพยิดไปทางพี่เลี้ยงส่วนตัวบุค

  • เพราะฉันคือคุณนายมาเฟีย   ตอนพิเศษ Merry Christmas

    เข้าสู่เดือนธันวาคมภูมิอากาศในมาเก๊าหนาวเย็นเป็นพิเศษและเป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามาในประเทศมากมายจึงเป็นช่วงเวลากอบโกยผลรายได้คาสิโนแบล็คมอร์ไม่ได้ปิดในช่วงวันหยุดปิ่นปักและผองเพื่อนต้องมาทำงานเหมือนเช่นเคย เพียงเเต่เทศกาลปีนี้คาสิโนจะต้องมีอะไรแปลกใหม่บ้าง“คุณอีริคคะ เอาต้นคริสมาสต์ไว้ตรงนี้” ปิ่นปักในชุดซานดี้ชี้นิ้วสั่งต้นคริสมาสต์ขนาดใหญ่เท่าตึกสองชั้นถูกเคลื่อนย้ายไปมาตามคำสั่งจนมาหยุดอยู่ตำแหน่งฝั่งขวาด้านหน้าคาสิโน“ได้หรือยังคร้าบ คุณหนูปิ่นปัก” อีริคเอ่ยตอบเป็นภาษาไทยแปร่งๆ ตามที่เจ้าตัวสอนมา“ได้แล้ว ไม่บดบังวิสัยทัศน์ สวยมากด้วย คริคริ’ ปิ่นปักป้องปากหัวเราะคิกคัก ก่อนจะวิ่งไปหยิบกล่องของตกแต่งจำนวนมากที่ใช้บัตรวีไอพีรูดมา“อีริค ขอขี่คอหน่อยสิ” ชายหนุ่มเลิ่กลั่ก เขารู้สึกได้ถึงรังสีอำมหิตที่นายท่านใหญ่แผ่ออกมา แม้จะอยู่ไกลกันคนละฝั่งก็ตาม“เอ่อออ คุณปิ่นปักครับ ผมไม่กล้าครับ”“จิส์ อย่าขัดฉันสิ เดี๋ยวก็ให้คลานเป็นหมูซะหรอก!”“ขี่คออีริคทำไม จะเอาอะไร หื้ม” ในที่สุดเสียงช่วยชีวิตมาโปรดแล้ว นายท่านใหญ่เดินเข้ามาใกล้ลูบหัวทุยด้วยความเอ็นดูอีกฝ่ายส่ง

  • เพราะฉันคือคุณนายมาเฟีย   บทส่งท้าย

    วันเดียวกันนั้น หลังจากเจ้าบ่าวและเจ้าสาวจดทะเบียนสมรสเป็นที่เรียบร้อย ถึงที่เวลาต้องถ่ายรูปหมู่ระหว่างครอบครัวของบ่าวสาวไม่มีใครรู้เลยว่า โชคชะตาได้ชักนำคนสองคนวนเวียนกลับมาเจอกันอีกครั้งด้วยสถานะที่ต่างไปจากเดิม“พี่ปิ่นประดับคะ ไปถ่ายรูปกันค่ะ ถึงเวลาแล้ว” ปิ่นปักปลีกตัวออกมาจากฝูงชนเข้ามาตามพี่สาวที่ดูแลความเรียบร้อยอยู่ตรงซุ้มเครื่องดื่ม“โอเค”ทันทีที่มาถึงหน้าซุ้มดอกไม้สำหรับถ่ายรูป แผ่นหลังอันคุ้นเคยซึ่งเธอไม่รู้ว่าใช่คนคนนั้นหรือเปล่า เขากำลังหันหลังสนทนากับชาร์ลอย่างออกรสออกชาติ“พี่ปิ่นประดับมาแล้วค่ะ” ปิ่นปักเอ่ยเรียกความสนใจจากทุกคน โดยเฉพาะชายหนุ่มที่กำลังคุยอยู่กับเจ้าบ่าวเขาหันกลับมาเผชิญหน้ากับหญิงสาวผู้มาใหม่ ทั้งสองต่างจ้องตากันไปมานิ่งค้างราวกับมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตดังเปรี้ยงระหว่างระยะห่างของพวกเขา“นี่ ใครเหรอชาร์ล” ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าคล้ายคลึงกับเจ้าบ่าวเอ่ยถาม“อ่อ นี่ ปิ่นประดับ พี่สาวของปิ่นปักภรรยาฉัน” ชาร์ลเอ่ยแนะนำ รู้สึกว่าบรรยากาศแปลกประหลาดพิกล“ปิ่นปัก นี่ใครเหรอ” ปิ่นประดับหันไปถามน้องสาวเช่นกัน“นี่ คุณชาร์ด น้องชายฝาแฝดของคุณชาร์ลค่ะ”“ยินดีได้รู

  • เพราะฉันคือคุณนายมาเฟีย   บทที่ 33 จากนี้และตลอดไป End

    งานแต่งงานถูกจัดขึ้นในธีมความรักสีหวาน งานเช้าจัดตามแบบพิธีไทย ช่วงบ่ายจัดตามธรรมเนียมจีนและงานในช่วงเย็นจัดตามแบบคริสต์ ปิดท้ายด้วยอาฟเตอร์ปาร์ตี้เวลา 8 นาฬิกาบรรดาแขกเริ่มทยอยเข้ามาบ้างแล้ว การ์ดเชิญถูกร่อนออกไป 5000 กว่า ฉบับ ปิ่นปักคาดการณ์ไว้ว่าช่วงเช้าคงมีสักสองพันคนที่มาได้และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ“แขกเพิ่งมาแค่นี้เองเหรอ” ฉันโผล่หน้าออกมาจากฉากกั้น เห็นครอบครัวยัยโซเฟียมาเป็นกลุ่มแรก ตามด้วยพวกกลุ่มประธานรุ่นมหาวิทยาลัย“อิปิ่นคะ มึงเล่นจัดงานตั้งแต่แปดโมงยันเที่ยงคืน ถ้ากูไม่ใช่เพื่อนมึงนะ กูไม่มาหรอก” อาร์ตกรอกตาขึ้นบน ยังไม่เคยเห็นคนที่จัดงานแต่งสามครั้งในวันเดียวมาก่อน“จริงค่ะ ฉันล่ะสงสารเจ้าบ่าวที่ต้องมาตามใจมันเนี่ย” ลัตตี้กรอกตาขึ้นบนด้วยอีกคนพร้อมกับใช้แปรงขนแกะปัดพวงแก้มอิ่มด้วยสีแอปเปิ้ลระเรื่อ“เจ้าบ่าวฉันยังไม่เห็นพูดอะไรเลย มีแต่พวกแกนี่แหละที่เอาแต่บ่น” ฉันค้อนขวับใส่ทั้งสองคน ว่าที่สามีฉันไม่ได้ธรรมดา มันก็ต้องเล่นใหญ่บ้างไหมลัตตี้หันไปมองหน้าอาร์ตโดยอัตโนมัติพูดอย่างพร้อมเพรียงกันว่า“อ้อจร้า”สไตลิสต์จำเป็นหยิบชุดไทยสีบานเย็นที่ถูกเก็บใส่กล่องอย่างดีออกมา

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status