เข้าสู่ระบบรถคันหรูหลายคันเคลื่อนตัวมาจอดหน้า black more casino บรรดาชายหนุ่มในชุดสูทสีดำกรูเข้ามายืนเรียงแถวหน้ากระดานเพื่อต้อนรับคนในรถ
แดนนี่ได้รับสายด่วนจากเลขาของคุณชาร์ลว่า นายท่านและเพื่อน ๆ ของเขาจะเข้ามาร่วมสนุกในเลาจ์คาสิโนในอีก 30 นาทีข้างหน้า
ยังไม่ทันได้ตระเตรียมการอะไร พวกเขาก็มาถึงกันแล้ว
แดนนี่เดินไปประตูรถคันหรูด้วยมืออันสั่นเครือ เขาเพิ่งมาทำงานเป็นผู้จัดการคาสิโนได้ไม่นาน เคยได้ยินกิตติศัพท์ของคุณชาร์ลมาบ้างจึงรู้สึกเกรงกลัว
คุณชาร์ล กินส์ หวัง หนุ่มนักธุรกิจลูกครึ่งไทย-จีน-ญี่ปุ่น หนึ่งในผู้มีอิทธิพลใหญ่ในมาเก๊า ฉากหน้าเป็นนักธุรกิจจัดหาวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง เบื้องหลังเป็นพ่อค้าอาวุธสงคราม
“เตรียมโต๊ะไว้ให้ฉันแล้วหรือยัง” ชายหนุ่มคีบไปป์[1]ห่างจากริมฝีปากเพียงคืบ พ่นควันไฟในอากาศ นัยน์ตาสีเทาหม่นมองต่ำลงมายังผู้จัดการหนุ่ม
แดนนี่ยิ่งสั่นผงกกับดวงตาทรงอำนาจ
“เรียบร้อยแล้วครับท่าน!”
“อัลเลน นายไม่ได้บอกผู้จัดการเหรอว่าให้เรียกฉันว่าอะไร” สายตาคมตวัดไปหาเลขาส่วนตัว
เลขาหนุ่มดันแว่นขึ้นเล็กน้อย เอ่ยตอบเจ้านายด้วยน้ำเสียงฉะฉาน
“ผมยังไม่ได้บอกเขาครับ ขอถือโอกาสนี้บอกเลยแล้วกัน”
“คุณแดนนี่ครับ โปรดเรียกนายท่านว่า นายท่านใหญ่ หากครั้งหน้าเรียกผิดจะถูกทำโทษนะครับ” แดนนี่หลบสายตาพิฆาตภายใต้แว่นหนา
คนคนนี้ภายนอกถึงจะดูไร้พิษภัย แต่ความจริงแล้ว เขาน่ะร้ายพอ ๆ กับนายท่านใหญ่ มิฉะนั้นคงไม่อาจเป็นเลขาของนายท่านใหญ่ได้
“คะ…ครับ”
“บุคลิกยังไม่ผ่าน อเล็กซ่า อลัน เอาไปอบรม” นิ้วเรียวปาดด้วยเจลสีดำชี้นิ้วสั่ง
“นายท่านใหญ่คะ…ครับ อย่านะครับ” แดนนี่ร้องเสียงโหยหวน
สิ้นคำสั่งนั้น แดนนี่ถูกชายหนุ่มชุดดำหิ้วปีกไป ชายหนุ่มผู้ออกคำสั่งไม่ได้สนใจเสียงร้องอ้อนวอน เพราะบุคลิกภาพแบบนั้นอาจทำให้คาสิโนของเขาหมดความน่าเชื่อถือ
“ชาร์ล นายใจร้ายเกินไปหรือเปล่า เขาแค่พูดตะกุกตะกักเพราะกลัวหน้าไม่รับแขกของนาย” ชายหนุ่มเจ้าเรือนผมสีทองเปิดประตูลงมาจากรถ
เขาคือ อองเกรเซียส เลอง หนุ่มลูกครึ่งฝรั่งเศส-อิตาลี นักธุรกิจส่งออกเครื่องดื่มชื่อดัง หนึ่งในสามเพื่อนสนิทของชาร์ลและเป็นหุ้นส่วนร่วมค้าทุ่นระเบิดด้วย
“เงียบน่าเลอง!”
“โทษนะเพื่อน ฉันไม่ใช่ลูกน้องของนาย ฉันไม่กลัวนายหรอก” ชาร์ลตวัดสายตามองเพื่อนรักดุ ๆ
“โอเค ฉันยอมนายแล้ว อย่ามองเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อกันสิ” เลองยกมือขึ้น เขายอมแล้วกับสายตาอมหิตที่สามารถฆ่าคนตายได้ด้วยการมอง
“เรียกลัตตี้” ชาร์ลออกคำสั่งพลางยื่นไปป์ให้อัลเลนเอาไปเก็บ
ไม่ถึง 3 นาที ชายหนุ่มหน้าหวานร่างบึกบึนกุลีกุจอออกมาจากคาสิโน
“นายท่านใหญ่มีอะไรให้ลัตตี้รับใช้คะ” ลัตตี้ออกอาการประหม่าเล็กน้อย เขามีประสบการณ์ทำงานให้กับท่านใหญ่มานานหลายปีจึงรู้ดีว่าควรทำตัวยังไงต่อหน้านายท่านใหญ่
“เธอไปเตรียมโต๊ะให้ฉันกับเพื่อนที่เลาจ์ ขอมุมด้านหน้าเวที ฉันจะประเมินโชว์การแสดงวันนี้” ลัตตี้ถึงกับเหงื่อแตกพลั่ก
“เข้าใจแล้วค่ะ ลัตตี้จะไปจัดการให้เดี๋ยวนี้” ชาร์ลลอบสังเกตท่าทางวิตกกังวลของอีกฝ่ายด้วยความสงสัย แต่ไม่ได้ถือเอาความอะไร เพราะทุกครั้งที่เขาคุยกับลูกน้องหรือมาตรวจงานกะทันหัน พวกมันมักจะทำท่าทางกลัวความผิดแบบนี้กันทั้งนั้น
เมื่อมาถึงโต๊ะที่ถูกจัดเตรียมไว้ ชาร์ลถอดเสื้อสูทออกพร้อมกับโยนให้เลขาหนุ่มถือไว้ มือหนาปลดกระดุมบนออกด้วยท่าทางผ่อนคลาย
ที่นั่งของเขาถูกจัดไว้ด้านหน้าสุดเวที มุมนี้มองเห็นการแสดงโชว์ชัดเจนที่สุด
ไม่นานนัก บรั่นดีและวอดก้าชั้นเลิศถูกทยอยวางไว้บนโต๊ะ
“คาสิโนของนายนับวันยิ่งดูดีมีระดับ” เลองเอ่ยชม เขาชอบแสงไฟสลัวๆของที่นี่ทำให้ดูน่าค้นหาและให้อารมณ์ผ่อนคลายไปพร้อมๆกัน
“ขอบใจ ไม่นานมานี้ฉันเพิ่งคิดวิธีการให้ทิปแบบใหม่ ฉันจะทำให้นายดู รอการแสดงเริ่มก่อน”
“ว้าว ชาร์ล นายจะให้ทิปสาวสวยงั้นเหรอ”
“ประมาณนั้น”
“ฉันจะตั้งใจดูอย่างใจจดใจจ่อ หลวงจีนศีลแตกแล้วสินะ” เลองยังคงไม่หยุดกวนประสาท แม้ว่าชาร์ลไม่สนใจเขาแล้วก็ตาม
“ลัตตี้ เตรียมกุหลาบไว้หรือยัง”
“เรียบร้อยค่ะนายท่านใหญ่”
โชว์ชุดแรก เดิมทีจะต้องเป็นโชว์คู่ระหว่างเลน่ากับเจนส์เต้นโพลแด๊นซ์คู่กัน แต่พอเปลี่ยนตัวเป็นปิ่นปัก เขาชักเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่ารายนั้นจะทำอะไรแปลกๆหรือเปล่า ได้แต่สวดมนต์อ้อนวอนกับพระเจ้าแล้ว
ทว่า คำร้องขออ้อนวอนนั้น เหมือนว่าพระเจ้าจะไม่รับฟัง เสียงเพลงที่ลัตตี้ไม่คิดว่ามีคนเอามันมาเปิดในเลาจ์
มันคือ เพลง Sugar daddy
ร่างงามระหงส์ของเพื่อนสาวส่ายก้นอวบอั๋นทรงลูกพีชออกมาทางด้านหน้าเวทีเพียงคนเดียว เจ้าตัววาดลวดลายใช้ทุกส่วนของร่างกายให้เป็นประโยชน์ยั่วยวนสายตาแพรวพราวของพวกนักล่า
ลางสังหรณ์ของเขาผิดที่ไหน!!!
“ชิบหายหมดแล้ว!!” ลัตตี้หันไปสบถกับเลน่าที่นั่งกุมท้องเจ็บปวดอยู่ไม่ไกล
“เจ๊ มีแสดงเดี่ยวด้วยเหรอเนี่ย ทำไมฉันไม่เห็นในคิวล่ะ” เลน่าร้องทักท้วงเพราะหล่อนก็อยากเต้นเดี่ยวเหมือนกัน
“เดี่ยวบ้าเดี่ยวบออะไรล่ะ เห้อออ” ลัตตี้ถอยหายใจยาวเหยียดอย่างหัวเสีย
“ปิ่นปักเอ่ย หาเรื่องให้ฉันอีกแล้วนะแก”
ทุกอิริยาบถที่ปิ่นปักเคลื่อนไหวสวยงามจนชายหนุ่มละสายตาไปไม่ได้ สายตาคมมองไล่สำรวจไปทั่วเรือนร่างสมส่วน โดยเฉพาะส่วนหน้าอกที่ล้นออกมาจากเกาะอกดึงดูดสายตาเขาที่สุด
“เห้ ชาร์ลนายมองแบบนั้น เดี๋ยวสาวน้อยก็แสดงได้ไม่เต็มที่หรอก ดูสิ แก้มแดงหมดแล้ว”
“สวยมาก” ชาร์ลเอ่ยชม
เขาชอบยามขาเรียวยาวเกี่ยวรัดกับเสา อดจิตนาการไม่ได้หากเธอมาเกี่ยวรัดบนตัวเขาบ้างจะเป็นอย่างไร เขาอยากมองหล่อนใกล้กว่านี้
ช่างน่าแปลกนัก ทำไมเขาไม่เคยเห็นหน้าผู้หญิงคนนี้มาก่อน
นิ้วเรียวยาวกระดิกเรียกคนบนเวทีให้เดินลงมา
ปิ่นปักไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองกำลังเล่นอยู่กับไฟ เธอกำลังสนุกอยู่กับการเต้นยั่ว ยิ่งรู้ว่า เขาไม่มีทางที่เขาจะรู้ตัวตนของเธอก็ยิ่งเอาใหญ่
ร่างบางเต้นส่ายสะโพกเด้งบั้นท้ายขึ้นลงจนกระทั่งเดินไปถึงหน้าชายหนุ่ม เขายื่นดอกกุหลาบสีดำให้เธอ
ปิ่นปักโน้มตัวลงให้เขาเสียบดอกกุหลาบนั้นมากลางร่องอก จากนั้นจึงหันหลังเต้นบดสะโพกลงบนตักเขา ทำท่าขย่มจนสัมผัสได้ถึงบางอย่างที่กำลังแข็งขึงถูไถผ่านเนื้อผ้า
เมื่อการยั่วยวนสำเร็จลุล่วง เจ้ากระต่ายน้อยผละตัวหนีออกมา ยอมรับเลยว่า สัมผัสนั้น สร้างความกระสันไม่น้อย ก่อนจากไปไม่ลืมที่จะทิ้งทวนด้วยการจุมพิตที่ข้างแก้มสาก ทิ้งร่องรอยลิปสติกสีแดงสดเอาไว้
การแสดงจบลงแล้ว ลัตตี้เห็นการกระทำของเพื่อนสาวถึงกับเหวอไปชั่วขณะ พึมพำประโยคเดียวซ้ำไปซ้ำมา
“ตายห่า ตายห่า ตายห่า”
อ่อยใครไม่อ่อยดันเลือกอ่อยเจ้าของคาสิโน!
[1] กล้องสูบยา
ทุกคนเชื่อในรักครั้งแรกไหม?หนึ่งในร้อยพันหมื่นล้านคนบนโลก น้อยคนนักที่จะได้ลงเอยกับรักครั้งแรก และผม คือ ผู้ได้รับโอกาสหนึ่งในร้อยพันหมื่นล้านคนนี้ แต่กว่าจะมีโอกาส เรียกได้ว่า สูญเสียกันไปเท่าไหร่ ย้อนกลับไปเมื่อตอนกลับจากมาเก๊า…10 ปี ผ่านไป ผมได้กลับมาเจอเขาอีกครั้งโดยบังเอิญ ต้องขอบคุณปิ่นปักที่ทำให้เราหากันจนเจอ ถึงแม้ว่าสุดท้าย ผมไม่ได้ทำอะไร ไม่กล้ารุกจีบ ทำได้เพียงมองเขาจากที่ไกลไกล เพราะรู้ว่า เขาไม่ได้มีรสนิยมชอบเพศเดียวกันผมตัดสินใจจากมาพร้อมปิ่นปัก ฟื้นฟูหัวใจอันเหี่ยวเฉา“เลน่า เจนส์ พวกเธอดูแลแขกให้ดีๆ ถ้าเห็นเริ่มมองหน้ากัน ให้การ์ดเตรียมตัวไว้เลย ตีกันทุกวันแบบนี้ ทุนหดกำไรหายหมด”“ค่ะ คุณอาร์ต” เจนส์และเลน่าตอบพร้อมกัน“อืม ฉันจะไปเที่ยวผับในเมือง ถ้ามีอะไรให้แจ้งลัตตี้หรือปิ่นปักนะ”“ได้ค่ะ”“ค่ะ คุณอาร์ต” ชายหนุ่มโบกเรียกแท็กซี่ เดินทางมายังอีกผับหนึ่ง เขาได้ยินมาว่าผับนี้เป็นคู่แข่งตัวฉกาจ ต้องมาดูซะหน่อยแล้ว จุดขายของผับนี้มันคืออะไรกันแน่!?วินาทีที่เหยียบเข้ามาในผับนี้ ด้านในตกแต่งสไตล์เรียบหรู บทเวทีมีเสาเหล็ก ลักษณะมันเหมือนกัน…“อะไรวะเนี่ย” อาร์ตอ้าปา
5 ปี ผ่านไป… หลังจากวันนั้นที่ฉันแต่งงานกับคุณชาร์ล พวกเรายังอาศัยอยู่ที่บ้านหลังเดิม เพียงแต่คนอื่นๆย้ายออกไปหมดแล้ว ทั้งคุณพ่อ คุณแม่และเจ๊ลัตตี้ ทว่า พวกเขายังอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันกับฉัน ยกเว้นอาร์ตคนเดียว เขาย้ายไปอยู่ที่ต่างประเทศกับคุณอิจิ ฉันได้ยินมาว่าเร็วๆนี้ทั้งสองกำลังจะเข้าพิธีวิวาห์ ลูกสาวฝาแฝดของฉัน ปักรักและปักใจ อายุ 6 ขวบปี คนหนึ่งพูดเก่งอย่างกับลิงจ้อ ส่วนอีกคนพูดน้อยราวกับกลัวดอกพิกุลร่วงออกจากปาก ถึงอย่างนั้น ลูกสาวทั้งสองคนของฉันก็เป็นเด็กที่ฉลาดเฉลียว สามารถสอบเข้าโรงเรียนนานาชาติลำดับหนึ่งของจังหวัด โรงเรียนเดียวกับลูกของเพื่อนบ้านตัวร้ายได้ด้วย ในปีต่อๆมา ฉันมีลูกอีกสองคนเป็นลูกชายทั้งคู่ อายุไล่เลี่ยกับลูกสาวฝาแฝด พวกเขามีชื่อว่า “ปักอักษรและปักอักขรา” อีกทั้งในท้องของฉันก็ยังมีเจ้าก้อนที่ 5 ยังลุ้นๆอยู่ว่าจะเป็นก้อนเดี่ยวหรือก้อนแฝด ปัจจุบัน ฉันสอบผ่านตั๋วทนาย ได้เป็นทนายความสมใจอยาก คดีที่ถนัดมากที่สุด คือ คดีเกี่ยวกับครอบครัวและเยาวชน ส่วนสามีของฉันผันตัวมาเป็นนักธุรกิจเต็มตัว นานครั้งจะกลับไปดูคาส
เสียงพลุดังขึ้นต่อเนื่องสนั่นหวั่นไหวไปทั่วผืนฟ้า แสงสีจากการเฉลิมฉลองเบิกบานไปพร้อมกับเสียงหัวเราะชื่นหมื่นของใครบางคน“คิกๆ เอาอีก จุดอีก” ปุ้ง ปุ้ง เสียงพลุหวือบินขึ้นฟ้าอีกระลอกปิ่นปักปรบมือด้วยความสนุกสุดยอดขัดกับอารมณ์ของอีริคที่บูดเบี้ยวไม่มีชิ้นดีไม่รู้ทำไมเจ้านายถึงให้เขามาเป็นพี่เลี้ยงเด็กโข่งโตแต่ตัวก็ไม่รู้ แม้ว่าเธอจะเป็นผู้หญิงของเจ้านายก็เถอะ“นึกถึงบรรยากาศที่ประเทศไทยเลยเนอะอาร์ต” ปิ่นปักสะกิดถามเพื่อนที่นั่งมองดูพลุอยู่ด้วยกัน“จริงมึง แต่ถ้าอยู่ที่ไทยนะ กูคงนั่งเมาอยู่ที่ผับว่ะ”เมื่อปีกลายเขากับปิ่นปักยังสนุกสุดเหวี่ยงอยู่ในผับชื่อดังย่านสีลม ตัดภาพมาตอนนี้ พวกเราได้มาฉลองปีใหม่ไกลถึงมาเก๊า ได้รู้จักกับคนใหม่ๆ และโลกใบใหม่“ถ้ามึงคิดถึงอ่ะนะ เราเปลี่ยนบรรยากาศในเลาจ์ให้เป็นแบบผับที่ไทยได้นะเว้ย” ปิ่นปักเสนอความคิดเห็น ถ้าไปอ้อนขอคุณชาร์ล เขาต้องอนุญาตแน่นอน“ดูมัน คิดอะไรแปลกๆ อีกแล้ว เดี๋ยวคุณชาร์ลได้มาแหกอกฉันพอดี” ลัตตี้เอ่ยแทรกพร้อมกับถือถาดเครื่องดื่มค็อกเทลมาด้วย“ไม่หรอก ฉันอ้อนนิดเดียว คุณขาก็ยอมแล้ว เนอะคุณอีริค”ปิ่นปักพยักเพยิดไปทางพี่เลี้ยงส่วนตัวบุค
เข้าสู่เดือนธันวาคมภูมิอากาศในมาเก๊าหนาวเย็นเป็นพิเศษและเป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามาในประเทศมากมายจึงเป็นช่วงเวลากอบโกยผลรายได้คาสิโนแบล็คมอร์ไม่ได้ปิดในช่วงวันหยุดปิ่นปักและผองเพื่อนต้องมาทำงานเหมือนเช่นเคย เพียงเเต่เทศกาลปีนี้คาสิโนจะต้องมีอะไรแปลกใหม่บ้าง“คุณอีริคคะ เอาต้นคริสมาสต์ไว้ตรงนี้” ปิ่นปักในชุดซานดี้ชี้นิ้วสั่งต้นคริสมาสต์ขนาดใหญ่เท่าตึกสองชั้นถูกเคลื่อนย้ายไปมาตามคำสั่งจนมาหยุดอยู่ตำแหน่งฝั่งขวาด้านหน้าคาสิโน“ได้หรือยังคร้าบ คุณหนูปิ่นปัก” อีริคเอ่ยตอบเป็นภาษาไทยแปร่งๆ ตามที่เจ้าตัวสอนมา“ได้แล้ว ไม่บดบังวิสัยทัศน์ สวยมากด้วย คริคริ’ ปิ่นปักป้องปากหัวเราะคิกคัก ก่อนจะวิ่งไปหยิบกล่องของตกแต่งจำนวนมากที่ใช้บัตรวีไอพีรูดมา“อีริค ขอขี่คอหน่อยสิ” ชายหนุ่มเลิ่กลั่ก เขารู้สึกได้ถึงรังสีอำมหิตที่นายท่านใหญ่แผ่ออกมา แม้จะอยู่ไกลกันคนละฝั่งก็ตาม“เอ่อออ คุณปิ่นปักครับ ผมไม่กล้าครับ”“จิส์ อย่าขัดฉันสิ เดี๋ยวก็ให้คลานเป็นหมูซะหรอก!”“ขี่คออีริคทำไม จะเอาอะไร หื้ม” ในที่สุดเสียงช่วยชีวิตมาโปรดแล้ว นายท่านใหญ่เดินเข้ามาใกล้ลูบหัวทุยด้วยความเอ็นดูอีกฝ่ายส่ง
วันเดียวกันนั้น หลังจากเจ้าบ่าวและเจ้าสาวจดทะเบียนสมรสเป็นที่เรียบร้อย ถึงที่เวลาต้องถ่ายรูปหมู่ระหว่างครอบครัวของบ่าวสาวไม่มีใครรู้เลยว่า โชคชะตาได้ชักนำคนสองคนวนเวียนกลับมาเจอกันอีกครั้งด้วยสถานะที่ต่างไปจากเดิม“พี่ปิ่นประดับคะ ไปถ่ายรูปกันค่ะ ถึงเวลาแล้ว” ปิ่นปักปลีกตัวออกมาจากฝูงชนเข้ามาตามพี่สาวที่ดูแลความเรียบร้อยอยู่ตรงซุ้มเครื่องดื่ม“โอเค”ทันทีที่มาถึงหน้าซุ้มดอกไม้สำหรับถ่ายรูป แผ่นหลังอันคุ้นเคยซึ่งเธอไม่รู้ว่าใช่คนคนนั้นหรือเปล่า เขากำลังหันหลังสนทนากับชาร์ลอย่างออกรสออกชาติ“พี่ปิ่นประดับมาแล้วค่ะ” ปิ่นปักเอ่ยเรียกความสนใจจากทุกคน โดยเฉพาะชายหนุ่มที่กำลังคุยอยู่กับเจ้าบ่าวเขาหันกลับมาเผชิญหน้ากับหญิงสาวผู้มาใหม่ ทั้งสองต่างจ้องตากันไปมานิ่งค้างราวกับมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตดังเปรี้ยงระหว่างระยะห่างของพวกเขา“นี่ ใครเหรอชาร์ล” ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าคล้ายคลึงกับเจ้าบ่าวเอ่ยถาม“อ่อ นี่ ปิ่นประดับ พี่สาวของปิ่นปักภรรยาฉัน” ชาร์ลเอ่ยแนะนำ รู้สึกว่าบรรยากาศแปลกประหลาดพิกล“ปิ่นปัก นี่ใครเหรอ” ปิ่นประดับหันไปถามน้องสาวเช่นกัน“นี่ คุณชาร์ด น้องชายฝาแฝดของคุณชาร์ลค่ะ”“ยินดีได้รู
งานแต่งงานถูกจัดขึ้นในธีมความรักสีหวาน งานเช้าจัดตามแบบพิธีไทย ช่วงบ่ายจัดตามธรรมเนียมจีนและงานในช่วงเย็นจัดตามแบบคริสต์ ปิดท้ายด้วยอาฟเตอร์ปาร์ตี้เวลา 8 นาฬิกาบรรดาแขกเริ่มทยอยเข้ามาบ้างแล้ว การ์ดเชิญถูกร่อนออกไป 5000 กว่า ฉบับ ปิ่นปักคาดการณ์ไว้ว่าช่วงเช้าคงมีสักสองพันคนที่มาได้และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ“แขกเพิ่งมาแค่นี้เองเหรอ” ฉันโผล่หน้าออกมาจากฉากกั้น เห็นครอบครัวยัยโซเฟียมาเป็นกลุ่มแรก ตามด้วยพวกกลุ่มประธานรุ่นมหาวิทยาลัย“อิปิ่นคะ มึงเล่นจัดงานตั้งแต่แปดโมงยันเที่ยงคืน ถ้ากูไม่ใช่เพื่อนมึงนะ กูไม่มาหรอก” อาร์ตกรอกตาขึ้นบน ยังไม่เคยเห็นคนที่จัดงานแต่งสามครั้งในวันเดียวมาก่อน“จริงค่ะ ฉันล่ะสงสารเจ้าบ่าวที่ต้องมาตามใจมันเนี่ย” ลัตตี้กรอกตาขึ้นบนด้วยอีกคนพร้อมกับใช้แปรงขนแกะปัดพวงแก้มอิ่มด้วยสีแอปเปิ้ลระเรื่อ“เจ้าบ่าวฉันยังไม่เห็นพูดอะไรเลย มีแต่พวกแกนี่แหละที่เอาแต่บ่น” ฉันค้อนขวับใส่ทั้งสองคน ว่าที่สามีฉันไม่ได้ธรรมดา มันก็ต้องเล่นใหญ่บ้างไหมลัตตี้หันไปมองหน้าอาร์ตโดยอัตโนมัติพูดอย่างพร้อมเพรียงกันว่า“อ้อจร้า”สไตลิสต์จำเป็นหยิบชุดไทยสีบานเย็นที่ถูกเก็บใส่กล่องอย่างดีออกมา







