Share

บทที่ 4 กุหลาบดำ

last update publish date: 2026-07-14 19:38:12

ปิ่นปักหยิบดอกกุหลาบที่เสียบอยู่กลางร่องอกขึ้นมาสูดดมกลิ่นหอม พลันคิดถึงใบหน้าเคร่งขรึม ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายยังเต้นระรัวไม่หยุด

ใบหน้าหล่อเหลาจ้องมองมาที่ฉันราวกับจะกลืนกินกันทั้งตัว ทำเอาฉันแทบคลั่ง อยากมุด ๆ ตัวเข้าไปซุกในอ้อมอกรับบทเป็นกระต่ายตัวน้อยให้เขาแทะเล่น

เอ๊ะ หรือว่าเขาจะเป็นสามีมาเฟียที่ฉันตามหา!? ไม่ได้การต้องไปถามเจ๊ลัตตี้ให้รู้เรื่อง

ปิ่นปักเปลี่ยนชุดด้วยความไวแสงวางหน้ากากและชุดบันนี่ทิ้งไว้ในห้องแต่งตัวเพื่อทำลายหลักฐาน รีบตรงดิ่งไปหาเจ๊ลัตตี้ 

สาวสองร่างถึกทิ้งตัวลงบนเคาน์เตอร์บาร์ วิญญาณหลุดออกจากร่างไปแล้วหลายรอบ

“อิเจ๊!!” ฉันตะโกนกรอกหูลัตตี้

2 นาทีผ่านไป

กว่าลัตตี้จะตอบสนอง ไม่รู้ว่าใจลอยไปถึงไหน สงสัยเมื่อกี้ฉันจะเต้นดีตราตรึงใจไปหน่อย

“โอ้ยยย ฉันแสบแก้วหู ขอฉันด่าแกทีเถอะ ปิ่นปัก แกทำนอกเหนือจากที่ตกลงกันไว้ แกรู้ไหมว่าคนที่แกไปเต้นยั่ว ๆ นั่นใคร แกกำลังจะทำให้ฉันคอขาด” ลัตตี้จับที่คอตัวเอง คอเขายังอยู่ดีจริง ๆ ใช่ไหม

“รู้ใจฉันจริงๆ กำลังจะถามเลยว่าเขาเป็นใคร” ฉันยิ้มอย่างมีเลศ‍นัย พูดมาเลยอิเจ๊ เขาเป็นใคร ฉันพร้อมถวายตัว

“คุณชาร์ล เจ้าของคาสิโน” ปิ่นปักเบิกตาโตยิ่งกว่าไข่นกกระจอกเทศ โอกาสที่จะทำตามความฝันมาถึงแล้ว

“แสดงว่าฉันอ่อยถูกคน เจ้าของคาสิโนเท่ากับต้องเป็นมาเฟียมีอิทธิพล รวยล้นฟ้า” ลัตตี้ลืมไปว่าตรรกกะของปิ่นปักไม่ค่อยจะปกติสักเท่าไหร่ แล้วเขาดันบ้าจี้ตอบตรงจุดพอดี 

“ไม่ได้เด็ดขาดปิ่นปัก เย็นนี้ฉันจะโทรเรียกอาร์ตมาลากแกกลับไป”

“ลัตตี้จ๋า แกก็รู้ว่าฉันน่ะอยากมีผัวเป็นมาเฟียจะตายไป แกจะช่วยสานฝันเพื่อนคนนี้ไม่ได้เหรอ”

“ปิ่นปัก นี่ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ ฉันขอเตือนเลย มาเฟียในนิยายกับความเป็นจริงมันไม่เหมือนกัน ช่วยมีขอบเขตทีเถอะ”

“ฉันถูกใจเขาจริง ๆ นี่นา ตัวก็หอม หน้าตาก็หล่อ แอบเห็นว่าเขาสักด้วย คนอะไร โครตหล่อ โคตรเท่ เอาใจไปเลย ฉันพร้อมเป็นเมีย” ปิ่นปักพร่ำเพ้อออกมาด้วยสายตาเลื่อนลอย

ลัตตี้ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่าปิ่นปักอีก ท่าทางแบบนี้เตือนอะไรไปคงทำเป็นหู‍ทวนลม

ระหว่างที่สองคนกำลังทะเลาะกันอยู่นั้นก็มีใครบางคนเดินเข้ามาขัดบทสนทนา

“ลัตตี้ครับ นายท่านให้ผมมาตามไปพบพร้อมกับเจ้าของดอกกุหลาบดำ” ลัตตี้รีบดันตัวปิ่นปักหลบด้านหลังตนเองเพราะเห็นว่าปิ่นปักถือดอกกุหลาบสีดำไว้ในมือ

“ค่ะ” ลัตตี้ฉีกยิ้มตอบรับไปส่งๆ

ถ้าเกิดปฏิเสธว่าเจ้าของกุหลาบกลับไปแล้ว มีหวังตัวต้นเรื่องต้องโวยวายขึ้นมาแน่ๆ แล้วที่นายท่านใหญ่เรียกไปก็ไม่รู้ว่าเรื่องดีหรือว่าเรื่องร้าย

เมื่อเห็นว่าเลขาหนุ่มของนายท่านใหญ่ออกไปแล้วจึงกลับหลังหันกล่าวกับปิ่นปักด้วยท่าทางจริงจัง

“ปิ่นปัก ฉันกำลังจริงจัง แกรออยู่ที่นี่ ห้ามกระดุกกระดิก ห้ามไปไหนจนกว่าฉันจะกลับมา แล้วก็อยู่นิ่งๆด้วยเข้าใจไหม”

“แต่ว่าเขาเรียกฉันไปด้วยนี่ ฉันคือเจ้าของดอกกุหลาบสีดำนะ!” ปิ่นปักโวยวายดิ้นเร้า พร้อมกับอมลมไว้ในแก้มป่อง

เขาอาจจะตกหลุมรักฉันแล้วไหมนะ?

“นี่ไม่ใช่เวลาเอาแต่ใจ ไม่งั้นฉันไม่ยอมให้แกย้ายไปอยู่ด้วยนะ เลือกเอา”

เอาวะ! เพื่อความฝัน ยอมลัตตี้ไปก่อนแล้วกัน

“จิส์ แล้วฉันเลือกได้หรือไง”

“เจนส์ ดูปิ่นปักให้ฉันที อย่าให้ซน” ลัตตี้หันไปสั่งกับเด็กในสังกัด 

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายพยักหน้ารับแล้วจึงเดินออกไป…

ชายหนุ่มกอดอกรอลัตตี้อย่างใจจดใจจ่อ เขาอยากจะรู้นักว่าสาว‍น้อยที่กล้ากระตุกหนวดเสือคนนั้นเป็นใคร เจ้าตัวสวมหน้ากากบดบังใบหน้าไว้ครึ่งหน้าแต่เขาก็ยังเห็นว่า ปากจิ้มลิ้มกับพวงแก้มแดงปลั่งน่า‍เอ็นดูขนาดไหน

“ลัตตี้ ฉันอยากรู้ว่าสาวน้อยที่เต้นบดบนตักฉัน เธอชื่ออะไร เธอเป็น‍ใคร มาทำงานที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่ นานแล้วหรือยัง แล้วทำไมเธอถึงไม่มาด้วย” ชาร์ลยิงคำถามรัวเป็นชุด เขาต้องการฟังคำตอบทั้งหมดใน‍คราว‍เดียว 

“เธอชื่อ อาร์ตี้ มาทำงานครั้งนี้ครั้งแรกและครั้งเดียวค่ะ พอดีว่า เล‍น่าไม่สบาย ลัตตี้เลยขอให้เธอมาทำงานแทน ลัตตี้จ่ายเงินให้เธอไปแล้ว สามล้านปาตาการวมค่าตัวและทิปที่นายท่านให้ค่ะ” จังหวะนั้น ลัตตี้‍คิดอะไรไม่ออกแต่เพื่อช่วยไม่ให้ปิ่นปักตกเป็นเป้าหมายจึงโกหกคำโตออกไป 

ดวงตาทรงอำนาจจดจ้องใบหน้าหวานของชายหนุ่มร่างถึก เขาไม่เชื่อว่าสิ่งที่ลัตตี้พูดเป็นความจริง

“แน่ใจนะ ว่าพูดความจริง” ลัตตี้สะดุ้งเฮือกดวงตาลุกลิกมองซ้ายขวายังคงยืนยันด้วยคำพูดเช่นเดิมว่า

“ลัตตี้พูดความจริงค่ะ นายท่านใหญ่”

“แหม่ ชาร์ล นายอย่าไปกดดันคุณลัตตี้สิ ถูกใจมากรึไง” เลองถาม

ขอบคุณพระเจ้าที่ส่งคุณเลองมาช่วยชีวิตได้ทันเวลา ลัตตี้พูดกับตนเองในใจ พยายามฉีกยิ้มสดใสกลบเกลื่อนความกลัว

“อืม ไม่เคยมีใครกล้าขนาดนี้”

“ที่เธอกล้าเพราะไม่รู้จักนายหรือเปล่า”

“มีด้วยเหรอคนที่มีไม่รู้จักฉัน?” ชาร์ลเลิกคิ้วถาม 

ทั้งมาเก๊าต่างรู้กันดีว่าเขาคือคนที่ไม่ควรแตะต้อง แม้แต่เฉียดเข้าใกล้ยังต้องระมัดระวัง หรือต่อให้เธอเป็นชาวต่างชาติ น้อยคนนักที่ไม่รู้ว่าเขาคือบุคคลที่ไม่ควรเฉียดเข้าใกล้

“มีอยู่แล้วล่ะ อัลเลนนายตามอิจิให้ทีสิ เลยเวลานัดหมายสอง‍ชั่วโมงแล้ว” เลองหันไปไหว้วานเลขาหนุ่มของชาร์ล 

“ได้ครับคุณเลอง”

อาซาชิ อิจิ โจว หนึ่งในเพื่อนรักอีกคนของชาร์ล เขาเป็นนักธุรกิจแบรนด์เสื้อผ้าชื่อดัง มีห้องเสื้อเป็นของตัวเอง เบื้องหลังยังเป็นพ่อค้าคนกลางช่วยหาลูกค้าให้กับชาร์ลและเลอง

“คุณอิจิแจ้งมาว่าถึงด้านหน้าคาสิโนแล้วครับ จะมาถึงภายใน 3 2 1” เมื่อนับถึงเลขหนึ่ง ชายหนุ่มร่างหนาเจ้าของเรือนผมสีเขียวหม่นปรากฏตัวขึ้น เขาทิ้งตัวนั่งลงข้าง ๆ เลอง 

“ให้ตายเถอะ เลขานายควรไปเปิดสำนักคนทรง แม่นเป็นบ้า”

“ความจริงผมรู้ตำแหน่งของพวกคุณทุกคนนะครับ”

“เพื่อความปลอดภัยของพวกแก ฉันให้อัลเลนติดเครื่องติดตามพวกแกไว้” ชาร์ลคลายข้อสงสัยให้กับเลอง

“ฉันพลาดอะไรดีๆหรือเปล่า” คนมาใหม่เอ่ย มองจากสีหน้าของเลองแล้ว รู้ทันทีว่าต้องมีเรื่องสนุกเกิดขึ้นแล้วแน่นอน

“ใช่ นายโคตรพลาด มีหลวงจีนศีลแตก ยัดดอกไม้ใส่อกสาว”

“นายจะบอกว่าชาร์ลทำงั้นหรอ” เลองพยักหน้างึกงัก  

อิจิทำหน้าแปลกใจ ก่อนจะสำนึกได้ว่าเพราะเขามาช้าถึงได้พลาดช็อตเด็ดไป

“เธอสวยขนาดไหนถึงทำให้หลวงจีนศีลแตกได้”

“ไม่รู้สิ เธอใส่หน้ากากครึ่งหน้าแต่รูปร่างสมส่วน หุ่นทรวดทรงนาฬิกา หน้าอกขนาดพอดีมือค่อนไปทางใหญ่ บีบแล้วดัง ปี๊ปปี๊ป” เลองยกมือทำท่าบีบลมประกอบ

ทันใดนั้นเอง 

ผลัวะ 

“ชาร์ล นายตบหัวฉันทำไม” เลองร้องโอดครวญพลางลูบศีรษะตัวเองปอยปอย นึกว่าหัวจะหลุดติดมือชาร์ลไปแล้ว

“ทำท่าทางทุเรศ สมควรแล้ว นายไม่ควรพูดถึงเธอแบบนั้น” เขาไม่ชอบคำพูดที่ไม่ให้เกียรติ์ผู้หญิง ต่อให้เป็นเพื่อนก็ควรได้รับการสั่งสอน

“ดูสิอิจิ ไม่ทันไรก็ปกป้องออกนอกหน้าแล้ว” เลองทำหน้ายู่ 

“ฉันชักอยากเจอแล้วสิ ผู้หญิงที่ทำให้ชาร์ลเหมือนคนปกติ”

“น่าเสียดาย เธออาจไม่กลับมาที่นี่แล้ว เธอทำงานพาร์ทไทม์น่ะ” เลองกล่าวด้วยความเสียดาย นานทีจะเห็นชาร์ลเสียอาการ

“อืม แต่ถ้าชาร์ลอยากได้ก็แค่สั่งให้อัลเลนไปตามหาก็ได้แล้วหนิ”

“แค่ผู้หญิงคนเดียว ไม่จำเป็นต้องทุ่มเทขนาดนั้น” ชาร์ลตัดรอนความหวังอันน้อยนิดของพวกสอดรู้สอดเห็น

ถึงเธอจะน่าสนใจแต่ถ้าเธอไม่เสนอ เขาก็ไม่สนอง 

“ชาร์ล ฉันได้ยินมาว่า พ่อของนายก็อยากให้นายมีทายาท ถ้านายไม่เลือกคนที่ถูกใจก็เตรียมตัวแต่งงานกับอาเนียได้เลย” อิจิกำลังนึกถึงผู้หญิงอีกคน‍หนึ่ง พ่อของชาร์ลปลื้มเธอมาก อาเนีย คริสตัล วู

ย้อนกลับไปเมื่อสามเดือนก่อน พ่อของชาร์ลให้ข่าวลงหนังสือพิมพ์รายวันไว้ว่า กำลังจะมีข่าวดีเกี่ยวกับงานมงคลของลูกชายใน‍เร็ว ๆ นี้ 

แม้จะเป็นการให้ข่าวแบบปลายเปิดแต่หลายๆคนก็คาดเดากันได้ว่า งานมงคลนั้นต้องเป็นงานหมั้นระหว่างลูกชายคนโตกับว่าที่ลูกสะใภ้คนโปรด ยิ่งพักนี้เห็นอาเนียเข้าออกตระกูลหวังอยู่บ่อยบ่อย ยิ่งทำให้ผู้คนส่วนมากเข้าใจกันเช่นนั้น

“ฉันไม่แต่งกับใครทั้งนั้น ฉันไม่ต้องการมีจุดอ่อน”

“ไม่คุยเรื่องนี้แล้ว เออ แล้วเรื่องเกาะโนโมเฟียร์ เจรจาถึงไหนแล้วอิจิ” เลองเปลี่ยนเรื่อง เมื่อเห็นว่าชาร์ลกำลังหงุดหงิดจึงเบนความสนใจด้วยการถามถึงเกาะส่วนตัวโมโนเฟียร์

เกาะโมโนเฟียร์ คือ เกาะส่วนตัวที่มีราคาสูงลิ่ว พวกเขาต้องการใช้มันเพื่อเปิดคาสิโนสาขาสองและใช้เป็นเขตแดนลำเลียงอาวุธสงครามส่งผ่านไปยังนานาประเทศโดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกทางการเพ่งเล็ง

“เจ้าของเป็นคนไทย ยืนยันไม่ขายเพราะต้องการเก็บมันไว้เป็นมรดกตกทอด”

“เจ้าของคือใครอิจิ” เลองถาม

“เขาชื่อมิสเตอร์ จุฑาพิเสฐ เศรษฐีโนเนมแต่ก็ค่อนข้างมีอิทธิพลและได้รับการยอมรับในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินที่เก่งที่สุด พันธมิตรของเขาเยอะพอสมควร” อิจิดักคอเลองไว้ก่อน แค่มองหน้าก็รู้แล้วว่าเลองคิดยังไง นอกจากวิธีป่าเถื่อนแล้วจะเป็นอะไรได้ 

ทว่า ทุกการเคลื่อนไหวต้องคิดอย่างรอบคอบ หากตัวตนของเขาเป็นปริศนาย่อมไม่คุ้มที่จะเสี่ยง

“ไม่เอาน่า แค่เศรษฐีโนเนม ใช้วิธีการที่เราถนัดก็จบเรื่อง” 

“ฉันเห็นด้วยกับอิจิ โนเนมไม่ได้แปลว่าใสสะอาด ทุกที่มีเจ้าถิ่นเลอง พวกเราเป็นราชามาเก๊าแต่อาจเป็นมดตัวเล็กสำหรับที่อื่น ฉะนั้นอย่าทำตัวเป็นปลาเล็กใสมหาสมุทร”

“โอเค สองเสียงแล้ว ฉันจะไปเถียงอะไรพวกนายได้” ชายหนุ่มกอดอก ใบหน้ายับยู่ยี่แสดงออกถึงความไม่พอใจ 

“ฉันจะหาเวลาไปคุยกับมิสเตอร์จุฑาพิเสฐเอง ฉันเป็นคนไทยน่าจะคุยกับเขาง่ายกว่า อัลเลนนายหาทางติดต่อเขา”  

“ได้ครับ นายท่าน”

“ฉันว่านายลืมอะไรไปนะชาร์ล นายลืมอธิบายเรื่องการให้ทิปแบบใหม่” เลองร้องทักท้วงขึ้น 

“ก่อนการแสดงเริ่มขึ้น เราจะจัดจำหน่ายดอกกุหลาบ 4 สี ชมพู แดง ขาวและดำ ดอกกุหลาบทั้ง 4 สีมีราคาต่างกัน เริ่มต้นจากสีชมพู เราตั้งในราคาหลักพัน ราคาขายสองพันปาตากา นักแสดงจะได้ทิปหนึ่งพันปาตากา ส่วนอีกหนึ่งพันปาตากาจะถูกเก็บเข้าส่วนกลาง สีอื่นเพิ่มขึ้นหนึ่งหน่วย อย่างที่ฉันให้ดอกกุหลาบดำมูลค่าของมันหลักล้าน” ชายหนุ่มอธิบายยาวเหยียด

“กำไรครึ่งต่อครึ่ง!”

“ใช่ กำไรปีนี้ ฉันประเมินการณ์ไว้ว่าคงมากกว่าปีก่อนถึงสิบเท่าตัว” 

“นายนี่มันสุดยอด CEO” เลองเอ่ยชมเชย

“อืม พวกนายกินดื่มให้เต็มที่จะนอนนี่ก็ได้นะ มีอะไรสั่งลัตตี้ได้ตลอด” 

สังสรรค์กันพักหนึ่ง ในที่สุดก็ถึงเวลาที่ต้องกลับไปพักผ่อนแต่ดูเหมือนว่าเพื่อนทั้งสองยังไม่อยากเลิกราจึงปล่อยให้พวกเพื่อนๆได้อิ่มหนำสำราญกันเต็มที่ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพนักงานในการดูแลพวกเขา

งานส่วนใหญ่ด้านบริการ เขามักจะเรียกใช้ลัตตี้เสมอ แม้ว่าเดิมจะจ้างลัตตี้มาเพื่อให้จัดหาเด็กสาวมาบริการลูกค้า

ทว่า การจัดการของลัตตี้เยี่ยมยอดจนลูกค้าหลายท่านเอ่ยชม

หรือบางทีอาจถึงเวลาที่เขาจะต้องเลื่อนขั้นให้กับลัตตี้

“ฉันยังไม่ต้องการอะไร ถ้ามีอะไร ฉันจะเรียกทีหลัง เธอไปพักเถอะ” เลองหันไปเอ่ยกับลัตตี้ เจ้าตัวฉีกยิ้มหวานร่นถอยออกมาอย่างแนบเนียน แล้วรีบตรงดิ่งไปดูเพื่อนสาวที่ฝากไว้กับเด็กในสังกัด

เมื่อกลับมายังเคาน์เตอร์บาร์ ลัตตี้กวาดสายตามองหาเพื่อนสาวท่ามกลางแสงไฟสลัว ๆ พบว่าเพื่อนสาวหายตัวไปอีกแล้ว

“เจนส์ เลน่า อิปิ่นปักไปไหน” ลัตตี้อยากจะกรีดร้องออกมารอบที่ร้อยของวัน

“พี่ปิ่นปักบอกว่าง่วง เจนส์ก็เลยบอกทางไปห้องพักน่ะค่ะ”

“ห้ะ บอกทาง? แกคิดว่าที่นี่มันมีอยู่สองสามห้องรึไง” ลัตตี้ตำหนิเจนส์ยกใหญ่ 

รายนั้นยิ่งหาของไม่ค่อยเจออยู่ด้วย ต่อให้วาดแผนที่ให้แนวโน้มที่ปิ่นปักจะหลงทางนั้นมีมากกว่า

ครั้นจะออกตามหาเองก็ไม่ได้เพราะกลัวว่าคุณเลองจะเรียกใช้อีก ขอให้ปิ่นปักไปถูกห้องทีเถอะ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เพราะฉันคือคุณนายมาเฟีย   ตอนพิเศษ ความรักของอาร์ต

    ทุกคนเชื่อในรักครั้งแรกไหม?หนึ่งในร้อยพันหมื่นล้านคนบนโลก น้อยคนนักที่จะได้ลงเอยกับรักครั้งแรก และผม คือ ผู้ได้รับโอกาสหนึ่งในร้อยพันหมื่นล้านคนนี้ แต่กว่าจะมีโอกาส เรียกได้ว่า สูญเสียกันไปเท่าไหร่ ย้อนกลับไปเมื่อตอนกลับจากมาเก๊า…10 ปี ผ่านไป ผมได้กลับมาเจอเขาอีกครั้งโดยบังเอิญ ต้องขอบคุณปิ่นปักที่ทำให้เราหากันจนเจอ ถึงแม้ว่าสุดท้าย ผมไม่ได้ทำอะไร ไม่กล้ารุกจีบ ทำได้เพียงมองเขาจากที่ไกลไกล เพราะรู้ว่า เขาไม่ได้มีรสนิยมชอบเพศเดียวกันผมตัดสินใจจากมาพร้อมปิ่นปัก ฟื้นฟูหัวใจอันเหี่ยวเฉา“เลน่า เจนส์ พวกเธอดูแลแขกให้ดีๆ ถ้าเห็นเริ่มมองหน้ากัน ให้การ์ดเตรียมตัวไว้เลย ตีกันทุกวันแบบนี้ ทุนหดกำไรหายหมด”“ค่ะ คุณอาร์ต” เจนส์และเลน่าตอบพร้อมกัน“อืม ฉันจะไปเที่ยวผับในเมือง ถ้ามีอะไรให้แจ้งลัตตี้หรือปิ่นปักนะ”“ได้ค่ะ”“ค่ะ คุณอาร์ต” ชายหนุ่มโบกเรียกแท็กซี่ เดินทางมายังอีกผับหนึ่ง เขาได้ยินมาว่าผับนี้เป็นคู่แข่งตัวฉกาจ ต้องมาดูซะหน่อยแล้ว จุดขายของผับนี้มันคืออะไรกันแน่!?วินาทีที่เหยียบเข้ามาในผับนี้ ด้านในตกแต่งสไตล์เรียบหรู บทเวทีมีเสาเหล็ก ลักษณะมันเหมือนกัน…“อะไรวะเนี่ย” อาร์ตอ้าปา

  • เพราะฉันคือคุณนายมาเฟีย   ตอนพิเศษ : ขอบคุณที่รักกัน

    5 ปี ผ่านไป… หลังจากวันนั้นที่ฉันแต่งงานกับคุณชาร์ล พวกเรายังอาศัยอยู่ที่บ้านหลังเดิม เพียงแต่คนอื่นๆย้ายออกไปหมดแล้ว ทั้งคุณพ่อ คุณแม่และเจ๊ลัตตี้ ทว่า พวกเขายังอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันกับฉัน ยกเว้นอาร์ตคนเดียว เขาย้ายไปอยู่ที่ต่างประเทศกับคุณอิจิ ฉันได้ยินมาว่าเร็วๆนี้ทั้งสองกำลังจะเข้าพิธีวิวาห์ ลูกสาวฝาแฝดของฉัน ปักรักและปักใจ อายุ 6 ขวบปี คนหนึ่งพูดเก่งอย่างกับลิงจ้อ ส่วนอีกคนพูดน้อยราวกับกลัวดอกพิกุลร่วงออกจากปาก ถึงอย่างนั้น ลูกสาวทั้งสองคนของฉันก็เป็นเด็กที่ฉลาดเฉลียว สามารถสอบเข้าโรงเรียนนานาชาติลำดับหนึ่งของจังหวัด โรงเรียนเดียวกับลูกของเพื่อนบ้านตัวร้ายได้ด้วย ในปีต่อๆมา ฉันมีลูกอีกสองคนเป็นลูกชายทั้งคู่ อายุไล่เลี่ยกับลูกสาวฝาแฝด พวกเขามีชื่อว่า “ปักอักษรและปักอักขรา” อีกทั้งในท้องของฉันก็ยังมีเจ้าก้อนที่ 5 ยังลุ้นๆอยู่ว่าจะเป็นก้อนเดี่ยวหรือก้อนแฝด ปัจจุบัน ฉันสอบผ่านตั๋วทนาย ได้เป็นทนายความสมใจอยาก คดีที่ถนัดมากที่สุด คือ คดีเกี่ยวกับครอบครัวและเยาวชน ส่วนสามีของฉันผันตัวมาเป็นนักธุรกิจเต็มตัว นานครั้งจะกลับไปดูคาส

  • เพราะฉันคือคุณนายมาเฟีย   ตอนพิเศษ สุขสันต์วันปีใหม่

    เสียงพลุดังขึ้นต่อเนื่องสนั่นหวั่นไหวไปทั่วผืนฟ้า แสงสีจากการเฉลิมฉลองเบิกบานไปพร้อมกับเสียงหัวเราะชื่นหมื่นของใครบางคน“คิกๆ เอาอีก จุดอีก” ปุ้ง ปุ้ง เสียงพลุหวือบินขึ้นฟ้าอีกระลอกปิ่นปักปรบมือด้วยความสนุกสุดยอดขัดกับอารมณ์ของอีริคที่บูดเบี้ยวไม่มีชิ้นดีไม่รู้ทำไมเจ้านายถึงให้เขามาเป็นพี่เลี้ยงเด็กโข่งโตแต่ตัวก็ไม่รู้ แม้ว่าเธอจะเป็นผู้หญิงของเจ้านายก็เถอะ“นึกถึงบรรยากาศที่ประเทศไทยเลยเนอะอาร์ต” ปิ่นปักสะกิดถามเพื่อนที่นั่งมองดูพลุอยู่ด้วยกัน“จริงมึง แต่ถ้าอยู่ที่ไทยนะ กูคงนั่งเมาอยู่ที่ผับว่ะ”เมื่อปีกลายเขากับปิ่นปักยังสนุกสุดเหวี่ยงอยู่ในผับชื่อดังย่านสีลม ตัดภาพมาตอนนี้ พวกเราได้มาฉลองปีใหม่ไกลถึงมาเก๊า ได้รู้จักกับคนใหม่ๆ และโลกใบใหม่“ถ้ามึงคิดถึงอ่ะนะ เราเปลี่ยนบรรยากาศในเลาจ์ให้เป็นแบบผับที่ไทยได้นะเว้ย” ปิ่นปักเสนอความคิดเห็น ถ้าไปอ้อนขอคุณชาร์ล เขาต้องอนุญาตแน่นอน“ดูมัน คิดอะไรแปลกๆ อีกแล้ว เดี๋ยวคุณชาร์ลได้มาแหกอกฉันพอดี” ลัตตี้เอ่ยแทรกพร้อมกับถือถาดเครื่องดื่มค็อกเทลมาด้วย“ไม่หรอก ฉันอ้อนนิดเดียว คุณขาก็ยอมแล้ว เนอะคุณอีริค”ปิ่นปักพยักเพยิดไปทางพี่เลี้ยงส่วนตัวบุค

  • เพราะฉันคือคุณนายมาเฟีย   ตอนพิเศษ Merry Christmas

    เข้าสู่เดือนธันวาคมภูมิอากาศในมาเก๊าหนาวเย็นเป็นพิเศษและเป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามาในประเทศมากมายจึงเป็นช่วงเวลากอบโกยผลรายได้คาสิโนแบล็คมอร์ไม่ได้ปิดในช่วงวันหยุดปิ่นปักและผองเพื่อนต้องมาทำงานเหมือนเช่นเคย เพียงเเต่เทศกาลปีนี้คาสิโนจะต้องมีอะไรแปลกใหม่บ้าง“คุณอีริคคะ เอาต้นคริสมาสต์ไว้ตรงนี้” ปิ่นปักในชุดซานดี้ชี้นิ้วสั่งต้นคริสมาสต์ขนาดใหญ่เท่าตึกสองชั้นถูกเคลื่อนย้ายไปมาตามคำสั่งจนมาหยุดอยู่ตำแหน่งฝั่งขวาด้านหน้าคาสิโน“ได้หรือยังคร้าบ คุณหนูปิ่นปัก” อีริคเอ่ยตอบเป็นภาษาไทยแปร่งๆ ตามที่เจ้าตัวสอนมา“ได้แล้ว ไม่บดบังวิสัยทัศน์ สวยมากด้วย คริคริ’ ปิ่นปักป้องปากหัวเราะคิกคัก ก่อนจะวิ่งไปหยิบกล่องของตกแต่งจำนวนมากที่ใช้บัตรวีไอพีรูดมา“อีริค ขอขี่คอหน่อยสิ” ชายหนุ่มเลิ่กลั่ก เขารู้สึกได้ถึงรังสีอำมหิตที่นายท่านใหญ่แผ่ออกมา แม้จะอยู่ไกลกันคนละฝั่งก็ตาม“เอ่อออ คุณปิ่นปักครับ ผมไม่กล้าครับ”“จิส์ อย่าขัดฉันสิ เดี๋ยวก็ให้คลานเป็นหมูซะหรอก!”“ขี่คออีริคทำไม จะเอาอะไร หื้ม” ในที่สุดเสียงช่วยชีวิตมาโปรดแล้ว นายท่านใหญ่เดินเข้ามาใกล้ลูบหัวทุยด้วยความเอ็นดูอีกฝ่ายส่ง

  • เพราะฉันคือคุณนายมาเฟีย   บทส่งท้าย

    วันเดียวกันนั้น หลังจากเจ้าบ่าวและเจ้าสาวจดทะเบียนสมรสเป็นที่เรียบร้อย ถึงที่เวลาต้องถ่ายรูปหมู่ระหว่างครอบครัวของบ่าวสาวไม่มีใครรู้เลยว่า โชคชะตาได้ชักนำคนสองคนวนเวียนกลับมาเจอกันอีกครั้งด้วยสถานะที่ต่างไปจากเดิม“พี่ปิ่นประดับคะ ไปถ่ายรูปกันค่ะ ถึงเวลาแล้ว” ปิ่นปักปลีกตัวออกมาจากฝูงชนเข้ามาตามพี่สาวที่ดูแลความเรียบร้อยอยู่ตรงซุ้มเครื่องดื่ม“โอเค”ทันทีที่มาถึงหน้าซุ้มดอกไม้สำหรับถ่ายรูป แผ่นหลังอันคุ้นเคยซึ่งเธอไม่รู้ว่าใช่คนคนนั้นหรือเปล่า เขากำลังหันหลังสนทนากับชาร์ลอย่างออกรสออกชาติ“พี่ปิ่นประดับมาแล้วค่ะ” ปิ่นปักเอ่ยเรียกความสนใจจากทุกคน โดยเฉพาะชายหนุ่มที่กำลังคุยอยู่กับเจ้าบ่าวเขาหันกลับมาเผชิญหน้ากับหญิงสาวผู้มาใหม่ ทั้งสองต่างจ้องตากันไปมานิ่งค้างราวกับมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตดังเปรี้ยงระหว่างระยะห่างของพวกเขา“นี่ ใครเหรอชาร์ล” ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าคล้ายคลึงกับเจ้าบ่าวเอ่ยถาม“อ่อ นี่ ปิ่นประดับ พี่สาวของปิ่นปักภรรยาฉัน” ชาร์ลเอ่ยแนะนำ รู้สึกว่าบรรยากาศแปลกประหลาดพิกล“ปิ่นปัก นี่ใครเหรอ” ปิ่นประดับหันไปถามน้องสาวเช่นกัน“นี่ คุณชาร์ด น้องชายฝาแฝดของคุณชาร์ลค่ะ”“ยินดีได้รู

  • เพราะฉันคือคุณนายมาเฟีย   บทที่ 33 จากนี้และตลอดไป End

    งานแต่งงานถูกจัดขึ้นในธีมความรักสีหวาน งานเช้าจัดตามแบบพิธีไทย ช่วงบ่ายจัดตามธรรมเนียมจีนและงานในช่วงเย็นจัดตามแบบคริสต์ ปิดท้ายด้วยอาฟเตอร์ปาร์ตี้เวลา 8 นาฬิกาบรรดาแขกเริ่มทยอยเข้ามาบ้างแล้ว การ์ดเชิญถูกร่อนออกไป 5000 กว่า ฉบับ ปิ่นปักคาดการณ์ไว้ว่าช่วงเช้าคงมีสักสองพันคนที่มาได้และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ“แขกเพิ่งมาแค่นี้เองเหรอ” ฉันโผล่หน้าออกมาจากฉากกั้น เห็นครอบครัวยัยโซเฟียมาเป็นกลุ่มแรก ตามด้วยพวกกลุ่มประธานรุ่นมหาวิทยาลัย“อิปิ่นคะ มึงเล่นจัดงานตั้งแต่แปดโมงยันเที่ยงคืน ถ้ากูไม่ใช่เพื่อนมึงนะ กูไม่มาหรอก” อาร์ตกรอกตาขึ้นบน ยังไม่เคยเห็นคนที่จัดงานแต่งสามครั้งในวันเดียวมาก่อน“จริงค่ะ ฉันล่ะสงสารเจ้าบ่าวที่ต้องมาตามใจมันเนี่ย” ลัตตี้กรอกตาขึ้นบนด้วยอีกคนพร้อมกับใช้แปรงขนแกะปัดพวงแก้มอิ่มด้วยสีแอปเปิ้ลระเรื่อ“เจ้าบ่าวฉันยังไม่เห็นพูดอะไรเลย มีแต่พวกแกนี่แหละที่เอาแต่บ่น” ฉันค้อนขวับใส่ทั้งสองคน ว่าที่สามีฉันไม่ได้ธรรมดา มันก็ต้องเล่นใหญ่บ้างไหมลัตตี้หันไปมองหน้าอาร์ตโดยอัตโนมัติพูดอย่างพร้อมเพรียงกันว่า“อ้อจร้า”สไตลิสต์จำเป็นหยิบชุดไทยสีบานเย็นที่ถูกเก็บใส่กล่องอย่างดีออกมา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status