Share

บทที่ 2

Author: ช็อกโกแลต
มู่โย่วมิมีท่าทีว่าจะปล่อยข้าออกไปเลยแม้แต่น้อย

ในคืนนั้น เมื่อพิธีขึ้นเสวยราชย์จบลง เขากลับมาหาข้าตามที่ได้กล่าวไว้ เมื่อเห็นดังนั้น เหล่าข้าหลวงผู้คอยสอดส่องข้าจึงล่าถอยออกไปชั่วคราว โดยที่มิได้แสดงสีหน้าประหลาดใจแม้เพียงปลายเล็บ

ที่แห่งนี้ ช่างแน่นหนายิ่งนัก ราวกับเป็นกรงขังที่ไร้ซึ่งหนทางหนี

มู่โย่วยิ้มแย้มอย่างร่าเริงก่อนจะกล่าวขึ้นว่า “ท่านไท่ฟู โย่วเอ๋อร์ทำได้แล้ว ได้ขึ้นตำแหน่งหนึ่งเดียวในใต้หล้าแล้ว”

ข้าไม่อาจเข้าใจได้ ว่าเขาตรงหน้าผู้นี้เสียสติด้วยเหตุใด จึงได้แต่เฝ้ามองเขาอย่างระแวดระวัง

บนใบหน้าอันแสนงดงามไร้ที่ตินั้นของเขา ปรากฏสีหน้าที่กำลังปวดร้าวออกมา จากนั้นเขาก็วิ่งกรูเข้ามาหาข้า ทว่าพลันกลับล้มลงกับพื้น

“ฝ่าบาท?”

ข้ามีความรู้สึกรังเกียจเขาอยู่บ้างก็จริง ทว่าไม่ได้ปรารถนาให้เขาต้องมาสิ้นชีพ ณ ที่นี้เสียหน่อย เขาคือองค์ฮ่องเต้คนใหม่ของเหล่าไพร่ฟ้าแผ่นดินนี้ ทั้งยังเป็นศิษย์ที่ข้าเฝ้ามองการเติบโตมาตลอดอีกด้วย

ข้าลองขยับเข้าไปใกล้ด้วยท่าทีระแวดระวัง แต่พลันถูกเขาดึงเข้าสู่อ้อมแขนอย่างรุกเร้า

“จับตัวท่านอาจารย์ได้แล้ว” กลิ่นสุราที่รุนแรงตลบอบอวลทั่วร่างกายของเขา พลางเอ่ยพึมพำออกมาว่า “ลดบทเรียนให้น้อยลงได้หรือไม่?”

เขาเมาแล้ว

ข้าผ่อนลมหายใจออกอย่างโล่งใจ ทว่าด้านนอกยังคงมีเหล่าข้ารับใช้มากมายรายล้อมอยู่ ไม่สามารถหลบหนีไปจากเขตวังหลวงที่มีการป้องกันหนาแน่นนี้ได้เลย

เว้นเสียแต่จะได้รับการอนุญาตจากองค์ฮ่องเต้คนใหม่ผู้นี้

“ฝ่าบาท เหตุใดท่านจึงเปลี่ยนไปถึงเพียงนี้?”

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเขาที่กำลังสลบไสลไปด้วยอาการมึนเมา ข้าจึงอดรนทนไม่ไหวที่จะเอ่ยถามสิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจออกมา

ในคราแรก เรื่องราวมิควรจะเป็นเช่นนี้เลยด้วยซ้ำ

ข้าได้พ่ายแพ้ในศึกการช่วงชิงอำนาจทางการเมืองครั้งหนึ่ง จึงถูกอดีตฮ่องเต้บัญชาให้เป็นท่านไท่ฟูขององค์รัชทายาท นี่ไม่ใช่งานที่น่ายินดีแต่อย่างใด ผู้คนต่างรู้ดีว่า องค์รัชทายาทพระองค์นี้เป็นเพียงแค่แพะรับบาปชั่วคราวเท่านั้น

เมื่อบทบาทแพะรับบาปถูกเปิดเผยแล้ว ย่อมมิอาจรอดพ้นจากการถูกกำจัดไปได้

ข้าแบกรับความรู้สึกเสียใจต่ออนาคตอันแสนมืดมิดนี้ และได้มาพบเข้ากับมู่โย่วในตอนนั้น

ที่ทั้งถูกข้าหลวงรังแก ถูกพี่น้องร่วมบิดามารดาเหยียดหยาม ถูกอดีตฮ่องเต้ละเลยลืมเลือน

ไม่มีผู้ใดเชื่อว่าตำแหน่งของเขาจะมั่นคงยืนยาวได้

เด็กหนุ่มวัยกำลังโตผู้นั้นคลานเข้ามากอดอิงในอ้อมแขนของข้า พร้อมทั้งเงยใบหน้าขาวอันแสนบริสุทธิ์นั้นขึ้นมา เผยให้เห็นนัยน์ตาใสซื่อกำลังจ้องมองมาที่ข้าอย่างจริงจัง

“ท่านคืออาจารย์ของข้าใช่หรือไม่? ในที่สุดข้าก็มีท่านอาจารย์แล้ว”

และนั้นทำให้ข้าถึงกับเงียบงันไปในทันใด

แม้นเป็นศิษย์เพียงวันเดียว เคารพเสมือนบิดาตราบชั่วนิรันดร์

ความไม่ยอมจำนนเหล่านั้นถูกข้าสลัดทิ้งไปจากความคิดจนหมดสิ้น และทำหน้าที่อบรมสั่งสอนเด็กหนุ่มผู้นี้อย่างสุดความสามารถ ครุ่นคิดวางแผนการอย่างละเอียดถี่ถ้วนเพื่อเขา ทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจอย่างหนักเพื่อหวังให้เขาได้มีชีวิตรอดต่อไป

จนกระทั่ง... จนกระทั่ง...

“ท่านอาจารย์อย่าไปเลย!”

เสียงแหลมสูงของเด็กหนุ่มที่ตะโกน ได้ซ้อนทับเข้ากับเสียงทุ้มต่ำข้างหูข้าในตอนนี้ มู่โย่วกอดรัดข้าไว้แน่น ประหนึ่งต้องการให้ร่างของเราทั้งสองหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว

ถึงแม้จะเกิดเรื่องราวเช่นนั้นขึ้น แต่ในขณะนี้ ข้าก็อดไม่ได้ที่จะอ่อนใจลง และยื่นมือลูบศีรษะของเขาเช่นที่เคยทำแต่หนหลัง

“อาจารย์รู้แล้ว อาจารย์รู้ดีทุกสิ่ง”

เขาหลับตาลงอย่างสบายใจ พร้อมเอ่ยขึ้นมาว่า “วันนี้เป็นพิธีขึ้นเสวยราชย์ของข้า ท่านอาจารย์คือของขวัญที่ล้ำค่าที่สุด”

สีหน้าของข้าพลันเปลี่ยนไป ก่อนจะพลั้งมือทำกิริยาอันไม่สมควรออกมาโดยการผลักศีรษะของเขา

ช่างไม่รู้จักเคารพผู้ใหญ่เอาเสียเลย!

ข้าไปสอนเขาเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน?!

แต่เพราะร่างใหญ่ของเขาทับไว้อยู่ ข้าจึงไม่สามารถขยับเขยื้อนใด ๆ ได้เลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะครุ่นคิดหาหนทางหลบหนีมากมายเพียงใด ต่างก็ไร้ผล เหล่าคนที่อยู่ด้านนอกนั้นเงียบงันยิ่งกว่าคนตาย ไม่ว่าข้าจะส่งเสียงเรียกร้องเช่นไร พวกเขาก็ไม่ยอมเข้ามาดูเลยแม้แต่แวบเดียว

ข้าอยู่ในภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่นอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะเผลอหลับไปในที่สุด และตื่นขึ้นมาอีกคราเมื่อถูกปลุกเร้าด้วยความรู้สึกอันแสนประหลาด

มันช่างประหลาดยิ่งนัก

ข้าเริ่มรู้สึกตัวอย่างเชื่องช้า ว่ากำลังทอดกายอยู่ในท่าคว่ำ ใต้ร่างของข้าคือแท่นบรรทมอันสง่าขององค์ฮ่องเต้ พลันรู้สึกถึงความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านเข้ามาตรงส่วนล่างของร่างกาย มันคือสิ่งใดกัน...

“ท่านทำอันใด?!”

ข้าทั้งรู้สึกตกตะลึงและรู้สึกโกรธเกรี้ยวในเวลาเดียวกัน ทว่ากลับถูกท่อนแขนที่แข็งแรงดุจเหล็กกล้าของอีกคนกดทับช่วงเอวไว้

“ท่านอาจารย์ อย่าขยับ” เสียงของมู่โย่วแหบพร่าเล็กน้อย “เมื่อวานศิษย์หุนหันพลันแล่นเกินไป ไม่ได้ทันระวัง ทำให้ท่านต้องได้รับบาดเจ็บ จำเป็นต้องทายา”

หรือว่า...

ข้าเบิกตาแดงก่ำกว้างด้วยความโกรธ เมื่อลองสำรวจอย่างถี่ถ้วนแล้ว จึงตระหนักได้ว่า เขากล่าวถึงบาดแผลจากเหตุการณ์ในยามกลางวันนั้น

“ไสหัวไป! ข้าไม่ต้องการ!”

“ข้าคือฮ่องเต้ผู้สูงสุด ไฉนท่านอาจารย์ยังคงมีกิริยาเช่นนี้ต่อข้าอีกกัน”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เพลิงกลรัก จองจำท่านไท่ฟู   บทที่ 8

    “ท่านอาจารย์ยังไม่คิดจะอภัยให้ข้าอีกหรือ?”มู่โย่วเพิ่งเลิกว่าราชการ ก็รีบร้อนมาหาข้าโดยมิได้เปลี่ยนอาภรณ์เลยด้วยซ้ำ พร้อมทั้งซบลงข้างเตียงของข้าข้าไม่ปรารถนาจะเห็นหน้าเขาเลยแม้แต่น้อยเขาทำท่าทางน้อยอกน้อยใจ รับชามโจ๊กจากข้าหลวงมาป้อนให้อย่างเอาอกเอาใจที่ปากของข้าข้าคิดจะคว้าชามมาเองในทันที ทว่าก็ไปกระทบเข้ากับรอยช้ำที่เจ็บปวด จนทั่วร่างพลันแข็งค้างในฉับพลันเขารีบนำยาออกมาทันที “ได้เวลาทายาแล้ว”“มู่ โย่ว!” ข้ากัดฟันกรอด พร้อมเอ่ยออกมาทีละคำอย่างเว้นจังหวะ “สภาพของข้าเป็นเช่นนี้ไม่ใช่เพราะผลของการกระทำของท่านหรอกหรือ?”หากเมื่อคืนนี้เขาสามารถยับยั้งชั่งใจได้บ้าง ข้าคงไม่ต้องอยู่ในสภาพราวกับผู้ป่วยติดเตียงเช่นนี้บนใบหน้าที่หล่อเหลาของเขาเต็มไปด้วยความไร้เดียงสา “ท่านอาจารย์ โย่วเอ๋อร์ไม่ได้ตั้งใจ”คำพูดเช่นนี้ ข้าได้ยินจนหูแทบชา ในฐานะองค์ฮ่องเต้ คำพูดของเขาเชื่อถือไม่ได้ยิ่งกว่าสายลมที่พัดรำเพยเสียอีกหลังจากที่ความเข้าใจผิดได้คลี่คลายลงแล้ว ข้าก็เอาแต่คิดจะออกจากวังหลวงเพียงอย่างเดียว เขารู้ดีว่าการกักขังข้าไว้เฉย ๆ นั้นมิได้ผล จึงแสดงความบ้าคลั่งออกมาอยู่เรื่อย ๆ บ

  • เพลิงกลรัก จองจำท่านไท่ฟู   บทที่ 7

    มู่โย่วหัวเราะ เผยให้เห็นฟันที่ขาวซีดราวกับกระดูก“ประหารบัดเดี๋ยวนี้”ข้าถอนหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา พลางก้าวไปยืนขวางอยู่เบื้องหน้าหวายหนานอ๋อง“ฝ่าบาท ขอทรงไว้ชีวิตเขาด้วยเถิด”“อาจารย์ นี่ท่านจงใจจะเป็นปรปักษ์ กับข้าเพื่อมันอีกคราแล้วหรือ?”สีหน้าของมู่โย่วมืดทะมึนนั้นราวกับกำลังมีหยดน้ำพรั่งพรูออกมา “ข้าไม่มีวันปล่อยมัน”“ขอฝ่าบาททรงสดับคำของข้าสักคนด้วยเถิด”ข้าสั่งให้เหล่าข้าราชบริพารถอยออกไป ก่อนจะเปิดเผยความลับที่เคยคิดจะปกปิดออกมาจนหมดสิ้น“...แม้ข้าจะมิเคยรับปากกับท่านอ๋อง ว่าหากฝ่าบาทมีชัย ขอให้ทรงไว้ชีวิตอ๋องผู้นั้น แต่ถึงอย่างไง เขาก็ยังเป็นพระเชษฐาของฝ่าบาท ไม่ว่าด้วยเหตุผลทางความรู้สึกหรือเหตุผลทางหลักการ ก็มิสมควรอย่างยิ่งที่ฝ่าบาทจะลงมือปลิดชีพด้วยมือของฝ่าบาทเอง”มู่โย่วเองก็มิได้ขึ้นครองราชย์โดยชอบธรรมแต่แรก อัครมหาเสนาบดีเฉาแม้ถูกคุมขัง ทว่าเบื้องหลังยังคงมีผู้หนุนหลังอยู่มาก พระพันปีหลวงเองก็มิใช่สตรีอ่อนแอไร้เดียงสา หากหวายหนานอ๋องต้องสิ้นชีพลง ความสั่นคลอนในใต้หล้าย่อมเกิดขึ้นเป็นแน่แท้“อาจารย์ ท่านยอมสละตนเพื่อข้างั้นหรือ”มู่โย่วจ้องมองข้าอย่างตะลึงงัน

  • เพลิงกลรัก จองจำท่านไท่ฟู   บทที่ 6

    มู่โย่วหายตัวไปหลายวันโดยไม่ปรากฏร่องรอยใด ๆ เลยทว่าการป้องกันในวังหลวง กลับเข้มงวดยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า จำนวนคนที่คอยจับตาดูข้าเพิ่มขึ้นเป็นสามเท่าความวุ่นวายถาโถมเข้าใส่วังหลวงดุจเพลิงปะทุข้าเกลียดชังไอ้เด็กเหลือขอผู้นี้จนแทบกระอักเลือดออกมาหลายวันมานี้ ร่างของข้าจมดิ่งอยู่บนแท่นบรรทมมิได้ลุกไปไหน ทุกคราที่หวนนึกถึงความอัปยศในคืนนั้น ข้าก็ปรารถนาจะปลิดชีวิตตนเองด้วยมือคู่นี้เรื่องอันแสนอัปยศนี้ สุดท้ายมันก็เกิดขึ้นภาพลูกศิษย์ชายผู้ใสซื่อบริสุทธิ์ในสายตาของอาจารย์นั้น ถูกแทนที่ด้วยเงาร่างขององค์ฮ่องเต้ผู้รูปงาม ทว่าอำมหิตในสำนึกของข้าอย่างเชื่องช้าในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว หากมันส่งผลกระทบต่อความมั่งคงของแผ่นดินนี้ ข้าจักเกิดใหม่ตายไปอีกกี่สิบชาติก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงความผิดนี้ได้การตายไปเสียเดี๋ยวนี้ คือทางเลือกที่ดีที่สุด ทว่าข้าได้พลาดโอกาสนั้นไปเสียแล้ว ณ ตอนนี้ แม้แต่ความตาย ข้าก็มิอาจไขว้คว้ามันมาได้ข้าได้แต่หวังว่า มู่โย่วจะเบื่อหน่ายข้าในสักวันในบ่ายอันสงบเงียบที่แสนจะธรรมดาวันหนี่ง ข้าจำต้องกล้ำกลืนอาหารด้วยความรู้กระวนวายใจ เพราะเสียงอาวุธยุทโธปกรณ์จากภายนอกดังเ

  • เพลิงกลรัก จองจำท่านไท่ฟู   บทที่ 5

    มิช้านาน ข้าก็ถูกปลอมแปลงโฉมอย่างมิดชิด เพื่อเตรียมส่งตัวออกจากวังหลวง ข้าโดยสารในรถม้าที่ไร้ตราสัญลักษณ์ใด ๆ ภายใต้การควบคุมของคนสนิทที่พระพันปีหลวงไว้วางใจ มุ่งหน้าสู่ประตูทิศประจิมหัวใจของข้าไม่อาจสงบนิ่งได้ มันยังคงหวั่นวิตกข้ามักจะนึกถึงภาพของมู่โย่วที่คอยควบคุมทุกสรรพสิ่งในกระดาน สร้างความตื่นตะลึงให้แก่ผู้ชม และก้าวขึ้นเป็นผู้พิชิตอย่าง่ายดายช่างเป็นผู้ที่ทำเรื่องยากเป็นดั่งราวกับการปลอกกล้วยเข้าปากเสียจริงด้วยเหตุนี้ ข้าจึงกำชับให้รีบเร่ง ยิ่งหนีออกไปได้เร็วเท่าไหร่ ความหวังที่จะเอาชีวิตรอดก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้นบัดนี้ ได้เข้าใกล้ประตูวังหลวงมาก มีเสียงฝีเท้าอันหนักหน่วงของเหล่าทหารองครักษ์ที่เดินสวนกันไปมา ทุกสิ่งล้วนถูกเตรียมการไว้อย่างสมบูรณ์แบบทันใดนั้น รถม้าก็พลันหยุดนิ่งลงข้าได้ยินเสียงลมที่แผ่วเบาเพียงเล็กน้อย ทว่าก็มิอาจตัดสินได้ว่าเป็นสิ่งใดกันขันทีผู้มีกายกำยำกล่าวถามด้วยความฉงน “เสี่ยวฟู่จื่อ เหตุใดจึงไม่เดินทางต่อ?”ทว่าไร้เสียงผู้ใดตอบกลับในสายลมนั้น อบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งไปทั่วข้าหลับตาลง “อย่าไป!”ทว่าบุรุษผู้นั้นหาได้ใส่ใจสิ่ง

  • เพลิงกลรัก จองจำท่านไท่ฟู   บทที่ 4

    ข้าเลือกวันที่มีสายลมอ่อนพัดโชย มีแสงอรุณสาดส่อง เพื่อลงมือกรีดข้อมือบาดแผลที่กรีดนั้นเกิดจากเศษกระเบื้องถ้วยชามที่ถูกขว้างลงกับพื้น มันไม่ได้ลึกดั่งที่วาดภาพไว้ในหัว ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกที่ข้าทำเรื่องเช่นนี้ มันย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงความไม่ชำนาญได้ถึงกระนั้น ก็ทำให้ข้าผู้ที่ปกติเป็นคนกลัวความเจ็บปวดถึงกับเหงื่อไหลรินออกมาท่วมกายไม่หยุดเหล่าข้าหลวงในวังหลวงตรวจพบบาดแผลอย่างรวดเร็ว สีหน้าของพวกเขาเหล่านั้นดูแย่กว่าข้าเสียอีก มู่โย่วมาถึงด้วยท่าทีรีบร้อน แทบจะฉุดลากเสนาบดีกรมหมอหลวงผู้อาวุโสเข้ามาใบหน้าของเขาราวกับเมฆหมอกที่อึมครึมเต็มไปด้วยความโกรธ ในดวงตาของเขาสะท้อนคราบเลือดอันน่าสะพรึงกลัวตรงหน้า“ท่านอาจารย์อยากออกห่างจากข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ”เลือดสีสดได้ย้อมอาภรณ์ของเราทั้งสองเป็นสีเดียวกัน ข้าซึ่งนอนอยู่ในอ้อมแขนของเขา อ่อนแรงเกินกว่าที่จะเอ่ยคำใดได้ จึงได้แต่ส่งสายตาบ่งบอกให้เสนาบดีหมอหลวงรีบเข้ามาตรวจรักษาข้าข้าไม่ได้ตั้งใจที่จะปลิดชีพตนเองด้วยการกรีดข้อมือนี้จริง ๆ แต่เสนาบดีหมอหลวงนั้น อาวุโสจนสายตาฝ้าฟาง จึงไม่เข้าใจคำบอกใบ้ของข้าเลยแม้แต่น้อย“อ๊ะ!”ขณะที่มู่

  • เพลิงกลรัก จองจำท่านไท่ฟู   บทที่ 3

    “ข้ายอมถูกท่านประหารเสียดีกว่า”เขากดขาที่กำลังดิ้นไม่หยุดของข้าเอาไว้ พร้อมนัยน์ตาที่หรี่ลงอย่างเป็นอันตราย“หวายหนานอ๋องถูกข้าจับเข้าคุกหลวงไปแล้ว หากท่านได้รับบาดเจ็บอันใด ข้าย่อมต้องทำคืนเขาให้เจ็บกว่าเป็นร้อยเท่าพันเท่า”ข้าตกอยู่ในความเงียบไปชั่วครู่ พลางเกิดความรู้สึกทำอันใดไม่ถูกเขาไม่ได้ตระหนักเลยแม้แต่น้อยว่าการกระทำของตนนั้นช่างไร้เหตุผลยิ่งนัก เรื่องนี้เกี่ยวอันใดกับหวายหนานอ๋องกัน?“ไม่จำเป็นต้องให้ท่านลงมือเองหรอก”สุดท้ายนี้ ข้าก็ต้องกัดฟันยอมประนีประนอมเจ้าเด็กเหลือขอผู้นี้เพียงแค่ต้องการฉวยโอกาสเพื่อทรมานข้า ทำให้ข้าไม่สามารถเคลื่อนตัวได้อย่างอิสระ จนเกิดความรู้สึกอันแปลกประหลาดขึ้น“อ้อ?” เขาลงมือหนักขึ้น “ท่านอาจารย์อยากให้ผู้ใดมาทำแทน? หวายหนานอ๋องหรือ?”นี่มันไปเกี่ยวพันกับหวายหนานอ๋องตั้งแต่เมื่อใดกันอีกเล่า?“อื้ม...”ในที่สุด ข้าก็มิอาจอดกลั้นเสียงครวญไว้ได้เราทั้งสองต่างหยุดนิ่งข้าไม่อาจเชื่อในสิ่งที่ตนได้ยิน ส่วนเขาพลันตกตะลึงจนนิ่งไป“เสียงของท่านอาจารย์ช่างไพเราะนัก ควรเอ่ยออกมาให้บ่อยกว่านี้”ไร้สาระ มันช่างไร้สาระสิ้นดีข้าเอ่ยขึ้นด้วยค

  • เพลิงกลรัก จองจำท่านไท่ฟู   บทที่ 1

    ข้ามิได้คาดคิดเลยว่า มู่โย่ว จะมีบัญชาเรียกตัวข้าให้เข้าไปในวังหลวง ณ วันสำคัญอันเร่งด่วนเช่นนี้อีกไม่กี่ชั่วยาม ก็จะถึงพิธีขึ้นเสวยราชย์แล้ว เรื่องใดเล่าจะสำคัญถึงเพียงนั้น?ณ ภายในตำหนักกำลังมีการจุดเครื่องหอมประหลาด กลิ่นอายนั้นถูกสูดเข้าไปตามลมหายใจ จนแผดเผาให้ภายในทรวงอกเกิดความรู้สึกไม่สบาย

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status