Mag-log inกฤษฎาปล่อยตัวณิชชาพัชร์เมื่อมั่นใจว่าอีกฝ่ายยืนทรงตัวได้อย่างมั่นคง แต่ก็ยังไม่วายพูดจาเหน็บเธอ
“ไม่เป็นไรผมรู้อยู่แล้วว่าผู้หญิงอย่างคุณชอบอยู่ในอ้อมกอดของผู้ชาย”
“นี่คุณคิดว่าฉันอยากที่จะตกอยู่ในอ้อมกอดของคุณมากหรือไง ฉันไม่เคยร้องขอให้คุณมาช่วยฉัน แต่คุณเองต่างหากที่เป็นฝ่ายดึงตัวฉันเข้าไปในอ้อมแขน แล้วจะมาพูดกล่าวหาว่าฉันอยากอยู่ในอ้อมกอดของคุณได้ยังไง” ณิชชาพัชร์เถียงกลับไปอย่างไม่ยอมลดละ
“อย่าคิดเด็ดขาดว่าผมจะพิศวาสผู้หญิงอย่างคุณ เพราะมันไม่มีวันเป็นไปได้ ผมทั้งรังเกียจและขยักแขยงคุณด้วยซ้ำ แต่ที่ผมต้องรั้งตัวคุณไว้เป็นเพราะผมช่วยไม่ให้คุณล้มลงไปต่างหาก แทนที่คุณจะสำนึกในบุญคุณของผม แต่คุณกลับมายืนเถียงผมคอเป็นเอ็น การกระทำของคุณทำให้ผมนึกถึงนิทานเรื่องชาวนากับงูเห่า” กฤษฎาพูดพร้อมกับยิ้มเยาะอีกฝ่ายที่มุมปาก
ในช่วงจังหวะนั้นเองที่อานนท์เดินตรงเข้ามาหากฤษฎา ทำให้การต่อปากต่อคำด้วยวาจาที่เผ็ดร้อนของสองหนุ่มสาวต้องยุติลงก่อนเวลา อานนท์เอ่ยทักทายเจ้านายหนุ่ม
“สวัสดีครับคุณกฤษ”
“ลุงนนท์จัดเตรียมทุกอย่างตามที่ผมสั่งแล้วใช่ไหมครับ”
“เรียบร้อยแล้วครับ”
“คุณตามผมมานี่”
กฤษฎาหันมาสั่งหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างตัว ก่อนจะเดินนำไปโดยมิได้หันกลับมามอง
“ผู้ชายบ้าอำนาจดีแต่ออกคำสั่ง”
ณิชชาพัชร์เผลอพูดในสิ่งที่ตนเองคิดโดยลืมไปว่ามีใครบางคนยืนอยู่ตรงนั้นด้วย เมื่อเธอหันไปเห็นชายวัยกลางคนยืนมองเธออยู่ เธอจึงส่งยิ้มแทนคำทักทายให้ชายคนดังกล่าว
“เชิญทางนี้เลยครับคุณณิชชาพัชร์”
“ลุงรู้จักชื่อของฉันด้วยหรือคะ”
อานนท์ไม่ตอบเขาเพียงแต่เดินนำเธอตรงไปไปที่บ้านพักของกฤษฎา ณิชชาพัชร์ค่อนข้างแปลกใจที่ชายคนนี้เรียกชื่อของเธอได้อย่างถูกต้อง เธอยอมเดินตามอีกฝ่ายไปอย่างว่าง่าย พร้อมกับคิดว่าทำไมชายตรงหน้าถึงได้รู้จักชื่อของเธอ ฉับพลันความคิดของเธอก็สะดุดหยุดลง เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นบังกะโลหลังงามที่สร้างตั้งอยู่บนผิวน้ำ ณิชชาพัชร์รีบก้าวเดินขึ้นไปที่บังกะโลหลังนั้นทันที เธอพบกฤษฎายืนรออยู่กลางห้อง พร้อมกับสองสาวต่างวัยอีกสองคน
“ห้องของคุณอยู่ทางโน้น” กฤษฎาชี้ไปที่ห้องที่อยู่ทางด้านขวามือ
“ส่วนห้องนี้เป็นห้องผม และขอสั่งว่าห้ามเหยียบเข้าไปในห้องนั้น โดยไม่ได้รับอนุญาตเด็ดขาดเข้าใจไหม ถ้าไม่เชื่อฟังกันละก็คุณโดนดีแน่”
“ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนั้น เพราะฉันเองก็ไม่ได้อยากจะก้าวเข้าไปในห้องของคุณนักหรอก”
“ทำให้ได้ตามที่พูดแล้วกัน...นั่นเสื้อผ้าของคุณ”
กฤษฎาพยักหน้าหันไปทางเสื้อผ้าที่วางอยู่บนโซฟา ก่อนจะหันไปสั่งหญิงสาวด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
“รีบไปเปลี่ยนซะสิ แล้วเราจะได้ออกมาคุยกันถึงสิ่งที่คุณต้องทำ”
หญิงสาวทำตามคำสั่งของเขาโดยไม่เกี่ยงงอน เพราะอยากที่จะถอดชุดราตรีที่ตนเองสวมใส่อยู่ออกเช่นกัน
เมื่อหญิงสาวหยิบเสื้อผ้าและเดินเข้าไปในห้องพัก อ้อรีบถามเจ้านายหนุ่มทันทีโดยไม่รอช้า
“คุณกฤษแน่ใจแล้วหรือคะที่ให้คุณณิชชาพัชร์พักอยู่ที่นี่กับคุณกฤษ”
กฤษฎายังไม่ทันได้ตอบคำถามนี้ ก็ได้ยินเสียงร้องของอ้อดังแทรกขึ้นมา
“โอ๊ย! เจ็บนะแม่มาหยิกฉันทำไม”
“ก็แกมันปากไม่มีหูรูดชอบแส่เรื่องของเจ้านายดีนัก”
“ถามก็ไม่ได้เหรอแม่ก็ฉันอยากรู้จริง ๆ นี่ ฉันเป็นห่วงคุณกฤษหรอกนะแม่ถึงได้ถาม”
“หุบปาก”
“ป้าจุรีไม่ต้องไปดุอ้อหรอกครับ”
ตอนแรกเขาก็ไม่คิดที่จะให้ณิชชาพัชร์พักอยู่ที่เดียวกับเขา แต่เพราะต้องการที่จะควบคุมหล่อนให้อยู่ในสายตาตลอดเวลา จึงต้องจัดห้องให้อยู่ภายในที่พักเดียวกัน
“ผมต้องการให้ลุงกับป้าคอยจับตาดูผู้หญิงคนนี้เอาไว้ อย่าปล่อยให้ไปเดินเพ่นพ่านที่ไหนเด็ดขาด โดยเฉพาะที่รีสอร์ตห่มรัก ส่วนอ้อเธอก็มีหน้าที่คอยติดตามณิชชาพัชร์อย่าให้คลาดสายตา และก็คอยควบคุมให้หล่อนทำงานทุกอย่างตามที่ฉันสั่ง”
“คุณกฤษจะให้อ้อคอยติดตามคุณพัชร์จริงหรือคะ”
“ใช่หรือเธอมีปัญหาอะไร”
“ไม่มีปัญหาค่ะ เพียงแต่อ้อรู้สึกเข็ดขยาดอารมณ์ของคุณพัชร์ เธอเป็นผู้หญิงที่อารมณ์ร้ายมากเลยนะคะคุณกฤษ ที่ผ่านมาเวลาใครทำอะไรไม่ถูกใจ เธอเป็นต้องอาละวาดด่าทอ บางครั้งถึงกับขว้างปาสิ่งของ ถ้าหลบไม่ทันมีหวังหัวแตก หรือไม่ก็มีเลือดอาบบนใบหน้ากันบ้าง”
“ถ้าเขาทำกิริยาต่ำ ๆ แบบนั้นอีก ฉันอนุญาตให้เธอจัดการสั่งสอนเขาได้ตามใจชอบ”
“อ้อทำแบบนั้นได้จริงหรือคะคุณกฤษ แต่ใครละคะที่จะกล้าไปสั่งสอนหรือตักเตือนเธอ ดีไม่ดีอาจจะโดนจิกหัวตบ”
“ถ้าไม่กล้าทำก็มาบอกฉันเดี๋ยวฉันจะเป็นคนจัดการหล่อนเอง”
“ได้เลยค่ะคุณกฤษ”
“ลุงนนท์ครับผมอยากจะให้ลุงไปสั่งกำชับทุกคนว่าห้ามพูดถึงการันต์ให้ผู้หญิงคนนี้ได้ยิน และไม่ว่าเธอจะถามอะไรเกี่ยวกับการันต์ก็ขอให้ปิดปากให้สนิท”
“ได้ครับคุณกฤษผมจะรีบไปจัดการตามที่คุณสั่ง”
“พรุ่งนี้ผมจะต้องเข้ากรุงเทพฯ และอาจจะต้องค้างที่นั่นคืนหนึ่ง ลุงนนท์ช่วยดูแลความเรียบร้อยทางนี้ให้ด้วยนะครับ ถ้ามีปัญหาอะไรก็โทรหาผมได้ตลอดเวลา”
“คุณกฤษไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ผมจะจัดการดูแลทุกอย่างเอง”
“ผมอยากให้ลุงคอยควบคุมและจับตาดูณิชชาพัชร์ให้ดี บางทีหล่อนอาจจะคิดหาทางหนีไปจากเกาะนี้”
“ได้ครับ”
“อุ้มน้องพีทแทนก่อนได้ไหมคะป้าจุรี น้องแพรวติดพ่อกฤษค่ะ” เสียงหวานกังวานใสดังมาแต่ไกล ที่เธอมาช้าเพราะมัวแต่ให้นมน้องพีทอยู่ “คุณพัชร์...คุณพัชร์กลับมาจริง ๆ ใช่ไหมคะ อ้อไม่ได้ฝันไปนะ” “ไม่ได้ฝันหรอกจ้ะ” ณิชชาพัชร์ตอบอ้อพร้อมกับส่งตัวน้องพีทให้ป้าจุรีซึ่งยืนรอรับอยู่ “หมายความว่าเด็กสองคนนี้เป็นลูกของคุณกฤษกับคุณพัชร์หรือคะ” อ้อเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “ ใช่ทีนี้ก็เลิกตัดพ้อต่อว่าฉันได้แล้วใช่ไหม” กฤษฎาเป็นคนตอบ “ก็ใครจะรู้ละคะว่าคุณกฤษแต่งงานกับคุณพัชร์จนมีลูกด้วยกัน แต่พ่อบอกอ้อว่าคุณกฤษไปส่งคุณพัชร์ที่บ้านแล้วก็จะกลับไปอยู่ที่อเมริกา ถ้าเป็นอย่างนั้นคุณกฤษกับคุณพัชร์แต่งงานตอนไหน” “ก็ตอนที่ฉันกลับมาจากอเมริกาน่ะสิ” ณิชชาพัชร์หันไปเอ่ยทักทายทุกคน รวมถึงถามไถ่ถึงสารทุกข์สุขดิบ ซึ่งทุกคนต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าสบายดี แต่ทุกคนที่นี่คิดถึงเธอ หลายคนขออนุญาตอุ้มคุณหนูบ้างซึ่งหญิงสาวเองก็ไม่ได้ปฏิเสธ แต่อุ้มได้แค่น้องพีทเท่านั้น เพราะน้องแพรวไม่ยอมให้ใครอุ้มเลยแล
ช่วงเวลานั้นเองที่เกดและณิชชาพัชร์อุ้มน้องพีทน้องแพรวเดินเข้ามาภายในห้องนั่งเล่น กฤษฎาเดินไปรับตัวบุตรชายจากป้าเกดมาส่งให้มารดาของตนเอง ในขณะที่ณิชชาพัชร์อุ้มน้องแพรวมาวางบนตักมารดาของตนเองเช่นกัน “หน้าตาน่าเกลียดน่าชังนักหลานยาย” “พัชร์ต้องกราบขอโทษคุณพ่อคุณแม่ด้วยนะคะ” “พัชร์ขอโทษพ่อกับแม่เรื่องอะไรลูก” ธนพัฒน์ถาม “ก็ที่พัชร์ปิดบังเรื่องนี้ไว้ พัชร์ไม่รู้จะเอ่ยปากบอกคุณพ่อคุณแม่อย่างไร และพัขร์ก็กลัวว่าคุณพ่อคุณแม่จะผิดหวังในตัวพัชร์” “ลูกก็เลยต้องหนีไปอุ้มท้องและคลอดแต่เพียงลำพังโดยไม่บอกเรื่องนี้กับใคร” “ใครว่าเพียงลำพังคะแม่ พัชร์มีป้าเกดคอยดูแลประคบประหงบแทบจะทุกฝีก้าวเลยล่ะค่ะ ถ้าไม่ได้ป้าเกดคอยให้คำแนะนำละก็ไม่รู้ว่าพัชร์จะสามารถผ่านช่วงเวลาเหล่านั้น มาได้เป็นอย่างดีเหมือนอย่างตอนนี้หรือเปล่า” “ขอบใจนะเกดที่ช่วยดูแลพัชร์กับหลานของฉัน” ภัทรธิดาหันไปเอ่ยปากขอบใจหญิงสูงวัยที่ยืนอยู่ไม่ห่าง “หน้าตาน้องพีทน้องแพรวเหมือนนายกฤษราวกับพิมพ์เดียวกันเลยนะคะ” กาญจนาหันไปพูดกับสามี
“ผมฝันว่าผมได้ร่วมรักกับคุณก่อนจะตกใจตื่น” “ฝันอะไรทำไมทะลึ่งแบบนั้นคะ” “ใครจะห้ามความฝันได้ละพัชร์ ผมว่าอาจเป็นเพราะจิตใต้สำนึกของผมลึก ๆ แล้วอยากร่วมรักกับคุณก็เลยทำให้ผมฝันแบบนี้” “เป็นฝันที่แปลกประหลาดมาก” “แต่สิ่งที่แย่ยิ่งไปกว่านั้นคือร่างกายของผม ตอบสนองความต้องการทางอารมณ์ด้วยการตื่นตัว และพร้อมที่จะปฏิบัติภารกิจที่ค้างไว้จากในฝัน” “คุณก็เลยไปปลดปล่อยกับผู้หญิงคนอื่น” “ผมจะไปทำกับใครได้นอกจากคุณ” “แล้วคุณทำอย่างไรคะ” “แค่คิดถึงคุณ คิดว่าคุณจะอยู่อย่างไรเมื่อไม่มีผม จะมีความสุขไหม เจ็บป่วยตรงไหนหรือเปล่า ความกังวลเหล่านี้ทำให้อารมณ์ความรู้สึกของผมเปลี่ยนไป ผมฝันแบบนี้หลายต่อหลายครั้งจนผมกลัวว่าตัวเองจะป่วยทางจิต เพราะความคิดถึงคุณมันมีมากเหลือเกิน ยิ่งนานวันก็ยิ่งทวีความรุนแรง แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ผมฝันแตกต่างไปจากทุกครั้ง ผมฝันว่าได้ยินเสียงคุณร้องเรียกผมดังมาจากที่ไกลแสนไกล ผมได้ยินเสียงคุณร้องไห้ออกมาด้วยความเจ็บปวด และพยายามออกเดินตามหาคุณแต่ก็ไม่พบ มีแต่เสียงร้องด้ว
“ไม่ใช่ว่าพัชร์ไม่อยากแต่งงานกับคุณนะคะ แต่ว่าเราทำแบบนั้นได้จริง ๆ หรือคะ” แววตาของณิชชาพัชร์ดูเศร้าเมื่อพูดประโยคดังกล่าว กฤษฎาดึงตัวหญิงสาวเข้ามากอด แขนแข็งแรงของเขาสวมกอดร่างบางของเธอกระชับแนบชิดด้วยความทะนุถนอม “ได้สิครับทำไมจะไม่ได้ ถ้าคุณยังกังวลเรื่องความรู้สึกของพ่อแม่ผมอยู่ละก็ สบายใจได้เลยพ่อแม่ของผมให้อภัยและอโหสิกรรมให้พี่สาวของคุณนานแล้ว พวกท่านไม่เคยโทษคุณภา และคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับนายรันต์มันเป็นกรรมเก่าของเขา ที่พ่อแม่ของผมเดินทางกลับมาเมืองไทยคราวนี้ก็เพื่อมาเจรจาสู่ขอคุณกับคุณพ่อคุณแม่ของคุณ ซึ่งท่านเองก็ไม่ได้ขัดข้องอะไรแต่ท่านอยากถามความเห็นของคุณก่อน เราแต่งงานกันนะ” ณิชชาพัชร์เงยหน้าขึ้นสบตาเขาพร้อมกับพยักหน้าด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน “พัชร์อยากใช้ชีวิตอยู่กับคุณและลูก แต่ไม่อยากให้จัดพิธีแต่งงานอะไรให้สิ้นเปลือง เราแค่จดทะเบียนสมรสกันก็พอนะคะ” “แต่ครอบครัวของผมอยากจัดงานแต่งงานให้คุณ เพื่อเป็นการให้เกียรติคุณและครอบครัวของคุณนะพัชร์” “พัชร์ทราบค่ะ แต่ว่าเรื่องราวของเรามันก็ล่วงเล
“หมายความว่าเด็กคนเมื่อกี้คือลูกของผม” “คุณเข้าใจถูกต้องแล้วครับ น้องพีทกับน้องแพรวเป็นลูกที่เกิดจากเลือดเนื้อเชื้อไขของคุณ” “ฝาแฝด!” “ครับแฝดชายหญิง...หน้าตาน่าเกลียดน่าชัง...ใครเห็นเป็นต้องตกหลุมรัก” กฤษฎาเผลอยิ้มออกมาด้วยความดีใจ เมื่อรู้ว่าตนเองมีทายาททีเดียวถึงสองคน “ทำไมคุณถึงกลับมาช้าจังครับ แต่ว่ามาช้าก็ยังดีกว่าไม่มา” สองหนุ่มพูดคุยกันอีกสักพักอนุวัตรก็ขอตัวไปร่วมงานศพของพัชราภา แต่ไม่ลืมที่จะอวยพรให้ชายหนุ่มปรับความเข้าใจกับณิชชาพัชร์ได้โดยเร็ว กฤษฎาเอ่ยปากขอบคุณเขาด้วยความซาบซึ้งใจ ก่อนจะรีบเดินเข้าไปด้านในเพื่อตามหาหญิงสาวที่เขารักรวมถึงลูกน้อยที่เขายังไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน เขาพบณิชชาพัชร์อยู่ในห้องรับรอง เธอกำลังวางลูกน้อยที่หลับอยู่ในอ้อมแขนลงบนเปลที่เตรียมไว้ โดยมีเกดเฝ้ายืนดูอยู่ไม่ห่าง เมื่อเกดเห็นชายหนุ่มเดินเข้ามาในห้องก็รีบเดินเลี่ยงออกจากห้องไปอย่างคนรู้งาน เพราะต้องการเปิดโอกาสให้ทั้งคู่ได้อยู่ด้วยกันตามลำพัง เพื่อที่จะได้ปรับความเข้าใจกัน อันที่จริงก็แอบหวังให้สองหนุ่มสาวปรับความเ
กฤษฎารีบบึ่งรถไปที่บ้านของณิชชาพัชร์ด้วยความเร็วสูง หัวใจของเขาโลดแล่นไปอยู่ที่เธอ เขาอยากจะพบเธอใจแทบขาดหลังจากที่ต้องจากกันไปนานร่วมปี ณิชชาพัชร์เดินมาที่ห้องรับแขกเมื่อเด็กในบ้านไปบอกว่ามีคนมาขอพบเธอ หญิงสาวค่อนข้างแปลกใจว่าใครกันที่มาขอพบ และรู้ได้อย่างไรว่าเธอกลับมาที่นี่ เพราะเธอเองไม่ได้ติดต่อหรือบอกใครเรื่องที่เธอจะกลับมาอยู่ที่บ้าน มีเพียงบิดามารดาและคนที่บ้านนี้เท่านั้นที่ทราบเรื่องนี้ ทำให้อดที่จะแปลกใจไม่ได้ว่าใครกันที่อยากพบตนเอง และเธอก็ได้รับคำตอบเมื่อออกมาพบผู้ชายคนหนึ่งยืนหันหลังให้เธอ เห็นเพียงด้านหลังเธอก็จำได้ดีว่าเขาคือใคร ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนเธอก็ไม่มีวันลืมชายหนุ่มที่ตนเองรัก เขาอยู่ในความทรงจำของเธอเสมอมา ครั้งใดก็ตามที่เธอมองหน้าลูกภาพของเขาก็จะสะท้อนออกมา เพราะลูกน้อยทั้งสองของเธอมีใบหน้าถอดแบบออกมาจากผู้เป็นบิดาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน “คุณกฤษ” “พัชร์” กฤษฎายิ้มออกมาด้วยความดีใจเมื่อหันมาเห็นหญิงสาวที่เขารัก และถวิลหาแต่เธอตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ใบหน้าของณิชชาพัชร์ในตอนนี้ดูซีดเผือด ด้วยไม่คิดว







