تسجيل الدخولในช่วงจังหวะนั้นเองที่ณิชชาพัชร์เดินออกมาจากห้อง พร้อมกับสวมเสื้อผ้าชุดใหม่ที่ชายหนุ่มเตรียมไว้ให้ ทุกคนพร้อมใจกันหันไปมองเธอ กฤษฎามองอีกฝ่ายตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยสายตาดูแคลน เมื่อเห็นว่าหญิงสาวจงใจนุ่งผ้าถุงซะสั้นขึ้นมาเหนือเข่ามากมาย ณิชชาพัชร์ขาดความมั่นใจเมื่อเห็นสายตาของทุกคนที่มองมาที่เธอ
“ถ้าจะนุ่งสั้นขนาดนี้แก้ผ้าดีกว่าไหม”
“ฉันไม่เคยนุ่งผ้าถุงมาก่อนแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าควรจะนุ่งสั้นหรือยาว”
“แต่นี่มันสั้นมากไปค่ะคุณพัชร์”
“ต้องนุ่งยาวกว่านี้สินะ”
ณิชชาพัชร์จับผ้าถุงที่เธอพับไว้ที่เอวเพื่อปล่อยชายผ้าถุงให้ยาวลงมาแทบเท้า
“แบบนี้ใช่ไหม”
“ใช่ค่ะแต่คุณพัชร์ต้องเดินระวัง ๆ หน่อยนะคะ ไม่เช่นนั้นจะสะดุดหกล้มได้”
“นั่นสิฉันก็กลัวว่ามันจะหลุดอยู่เหมือนกัน”
“นั่งสิ”
ณิชชาพัชร์ทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาตัวที่ใกล้ที่สุด กฤษฎาเองก็เดินไปนั่งไขว่ห้างที่โซฟาตรงข้าม พร้อมกับแนะนำให้หญิงสาวรู้จักกับสองสามีภรรยาที่มีหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยบนเกาะแห่งนี้
“นี่ลุงอานนท์และป้าจุรีซึ่งเป็นคนดูแลความเรียบร้อยที่นี่ ส่วนนั่นอ้อลูกของลุงนนท์กับป้าจุรี”
ณิชชาพัชร์เอ่ยทักทายทุกคนพร้อมรอยยิ้ม จากท่าทีที่เปลี่ยนไปจากเดิมโดยสิ้นเชิงของหญิงสาว ได้สร้างความประหลาดใจให้ครอบครัวของอานนท์ เพราะการพบเธอในแต่ละครั้งที่ผ่านมาหญิงสาวจะถือตัวว่าเป็นคนรักของการันต์ ซึ่งถือเสมือนเป็นเจ้านายคนหนึ่ง เธอจึงจิกหัวใช้คนงานทุกคนได้ตามใจชอบ เมื่อไม่พอใจก็จะอาละวาดด่าทอจนคนงานทุกคนล้วนเข็ดขยาด จนไม่มีใครอยากเข้าใกล้หรือคอยรับใช้เธอ
“ความจริงคุณกฤษไม่จำเป็นต้องแนะนำให้พวกเรารู้จักกันหรอกค่ะ เพราะคุณพัชร์เธอรู้จักพวกเราดีอยู่แล้ว”
จากคำพูดของอ้อสร้างความงุนงงให้ณิชชาพัชร์ได้ไม่น้อย คิ้วเรียวสวยของเธอขมวดเข้าหากัน เมื่อได้ยินอีกฝ่ายพูดเหมือนว่าเธอเคยรู้จักและเคยพบกันมาก่อนหน้านี้ ทั้งที่ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่เธอได้เหยียบย่างมาที่เกาะแห่งนี้ ความคิดของณิชชาพัชร์ต้องสะดุดหยุดลง เมื่อได้ยินคำสั่งที่หลุดออกจากปากของชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงหน้า
“นับจากนี้ไปคุณจะต้องช่วยงานป้าจุรี”
“งานอะไร!”
“ก็ทำงานทุกอย่างตามที่ผมสั่ง ไม่ว่าจะเป็นการทำความสะอาด ซักรีดเสื้อผ้า หุงหาอาหาร และผมจะให้อ้อคอยติดตามและคอยควบคุมให้คุณทำทุกอย่างตามคำสั่งของผม”
“ฉันไม่ใช่นักโทษจึงไม่จำเป็นต้องมีคนมาคอยคุมความประพฤติ”
“ใครบอกว่าคุณไม่ใช่...ตอนนี้คุณเป็นนักโทษของผม”
“คุณไม่มีสิทธิที่จะมากักขังหน่วงเหนี่ยวอิสรภาพของฉัน ถ้าฉันหนีรอดไปได้เมื่อไรคุณได้เข้าไปนอนเล่นคุกแน่นอน”
“ฝันหวานมากเกินไปหรือเปล่า ที่คิดว่าคุณจะรอดพ้นเงื้อมือผมไปได้ ถ้าฝันอยู่ก็รีบตื่นมารับรู้ความเป็นจริงได้แล้ว ผมจะบอกอะไรให้นะคุณจะต้องอยู่ที่นี่เพื่อชดใช้หนี้กรรมที่คุณเคยก่อไว้จนกว่าผมจะพอใจ คุณถึงจะมีสิทธิออกไปจากที่นี่ได้”
“ถึงคุณจะกักขังฉันไว้ที่นี่ฉันก็จะหาทางหนีรอดไปจนได้ไม่เชื่อก็คอยดู และถ้าฉันหนีรอดไปได้เมื่อไรคุณได้เข้าไปใช้ชีวิตในคุกแน่”
“ผมเตือนคุณแล้วนะว่าอย่าลองดีกับผม แต่ถ้าคุณยังไม่เชื่อกันละก็ผมคงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องล่ามคุณเอาไว้ คุณอยากจะมีอิสระเดินไปเดินมาได้ในบริเวณที่ผมจำกัดไว้ให้ หรืออยากจะให้ผมล่ามโซ่คุณไว้ก็เลือกเอา”
ณิชชาพัชร์ประสานสายตาคมกล้าของกฤษฎา และตั้งใจว่าจะไม่ยอมตกเป็นเบี้ยล่างของเขาโดยเด็ดขาด แต่ตอนนี้คงต้องยอมไปก่อนเพื่อหาทางหนีเอาตัวรอดออกไปจากที่นี่ บางทีอาจจะต้องขอความช่วยเหลือจากคนที่อาศัยอยู่ที่เกาะนี้ให้ช่วยพาเธอหนี แต่ดูเหมือนกฤษฎาจะรู้เท่าทันความคิดของณิชชาพัชร์เขาจึงเอ่ยเตือนเธอ
“อย่าคิดที่จะติดสินบนคนบนเกาะนี้ เพราะคนที่นี่ทุกคนเป็นคนของผม พวกเขาไม่มีทางทรยศผมแน่ เพราะฉะนั้นเลิกหวังไปได้เลยที่จะไปขอความช่วยเหลือจากเขา หรือคิดที่จะให้พวกเขาพาคุณหนีออกไปจากเกาะ บอกได้เลยว่าเสียเวลาเปล่า”
“วันนี้ผมจะให้คุณพักแต่พรุ่งนี้คุณจะต้องไปช่วยป้าจุรีทำงาน ขอเตือนว่าถ้าไม่อยากเจ็บตัวก็อย่าขัดคำสั่งผม”
“ลุงนนท์ ป้าจุรี และอ้อจะไปทำอะไรก็ตามสบายนะครับ ทางนี้ผมจัดการเอง”
สามพ่อแม่ลูกรับคำและเดินออกจากเรือนพักของเจ้านายหนุ่มทันที ระหว่างทางที่เดินกลับที่พักของตนเองนั้นอ้อได้ตั้งข้อสังเกตถึงท่าทีที่เปลี่ยนแปลงไปของณิชชาพัชร์
“น่าแปลกนะพ่อทำไมคุณพัชร์ถึงทำเหมือนไม่เคยรู้จักเรามาก่อน”
“นั่นสิฉันเองก็รู้สึกแปลกใจอยู่เหมือนกัน”
“ใครจะไปรู้เหตุผล...บางทีเราอาจจะไม่ใช่คนสำคัญที่เธอจะต้องมาจดจำล่ะมั้ง”
“อุ้มน้องพีทแทนก่อนได้ไหมคะป้าจุรี น้องแพรวติดพ่อกฤษค่ะ” เสียงหวานกังวานใสดังมาแต่ไกล ที่เธอมาช้าเพราะมัวแต่ให้นมน้องพีทอยู่ “คุณพัชร์...คุณพัชร์กลับมาจริง ๆ ใช่ไหมคะ อ้อไม่ได้ฝันไปนะ” “ไม่ได้ฝันหรอกจ้ะ” ณิชชาพัชร์ตอบอ้อพร้อมกับส่งตัวน้องพีทให้ป้าจุรีซึ่งยืนรอรับอยู่ “หมายความว่าเด็กสองคนนี้เป็นลูกของคุณกฤษกับคุณพัชร์หรือคะ” อ้อเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “ ใช่ทีนี้ก็เลิกตัดพ้อต่อว่าฉันได้แล้วใช่ไหม” กฤษฎาเป็นคนตอบ “ก็ใครจะรู้ละคะว่าคุณกฤษแต่งงานกับคุณพัชร์จนมีลูกด้วยกัน แต่พ่อบอกอ้อว่าคุณกฤษไปส่งคุณพัชร์ที่บ้านแล้วก็จะกลับไปอยู่ที่อเมริกา ถ้าเป็นอย่างนั้นคุณกฤษกับคุณพัชร์แต่งงานตอนไหน” “ก็ตอนที่ฉันกลับมาจากอเมริกาน่ะสิ” ณิชชาพัชร์หันไปเอ่ยทักทายทุกคน รวมถึงถามไถ่ถึงสารทุกข์สุขดิบ ซึ่งทุกคนต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าสบายดี แต่ทุกคนที่นี่คิดถึงเธอ หลายคนขออนุญาตอุ้มคุณหนูบ้างซึ่งหญิงสาวเองก็ไม่ได้ปฏิเสธ แต่อุ้มได้แค่น้องพีทเท่านั้น เพราะน้องแพรวไม่ยอมให้ใครอุ้มเลยแล
ช่วงเวลานั้นเองที่เกดและณิชชาพัชร์อุ้มน้องพีทน้องแพรวเดินเข้ามาภายในห้องนั่งเล่น กฤษฎาเดินไปรับตัวบุตรชายจากป้าเกดมาส่งให้มารดาของตนเอง ในขณะที่ณิชชาพัชร์อุ้มน้องแพรวมาวางบนตักมารดาของตนเองเช่นกัน “หน้าตาน่าเกลียดน่าชังนักหลานยาย” “พัชร์ต้องกราบขอโทษคุณพ่อคุณแม่ด้วยนะคะ” “พัชร์ขอโทษพ่อกับแม่เรื่องอะไรลูก” ธนพัฒน์ถาม “ก็ที่พัชร์ปิดบังเรื่องนี้ไว้ พัชร์ไม่รู้จะเอ่ยปากบอกคุณพ่อคุณแม่อย่างไร และพัขร์ก็กลัวว่าคุณพ่อคุณแม่จะผิดหวังในตัวพัชร์” “ลูกก็เลยต้องหนีไปอุ้มท้องและคลอดแต่เพียงลำพังโดยไม่บอกเรื่องนี้กับใคร” “ใครว่าเพียงลำพังคะแม่ พัชร์มีป้าเกดคอยดูแลประคบประหงบแทบจะทุกฝีก้าวเลยล่ะค่ะ ถ้าไม่ได้ป้าเกดคอยให้คำแนะนำละก็ไม่รู้ว่าพัชร์จะสามารถผ่านช่วงเวลาเหล่านั้น มาได้เป็นอย่างดีเหมือนอย่างตอนนี้หรือเปล่า” “ขอบใจนะเกดที่ช่วยดูแลพัชร์กับหลานของฉัน” ภัทรธิดาหันไปเอ่ยปากขอบใจหญิงสูงวัยที่ยืนอยู่ไม่ห่าง “หน้าตาน้องพีทน้องแพรวเหมือนนายกฤษราวกับพิมพ์เดียวกันเลยนะคะ” กาญจนาหันไปพูดกับสามี
“ผมฝันว่าผมได้ร่วมรักกับคุณก่อนจะตกใจตื่น” “ฝันอะไรทำไมทะลึ่งแบบนั้นคะ” “ใครจะห้ามความฝันได้ละพัชร์ ผมว่าอาจเป็นเพราะจิตใต้สำนึกของผมลึก ๆ แล้วอยากร่วมรักกับคุณก็เลยทำให้ผมฝันแบบนี้” “เป็นฝันที่แปลกประหลาดมาก” “แต่สิ่งที่แย่ยิ่งไปกว่านั้นคือร่างกายของผม ตอบสนองความต้องการทางอารมณ์ด้วยการตื่นตัว และพร้อมที่จะปฏิบัติภารกิจที่ค้างไว้จากในฝัน” “คุณก็เลยไปปลดปล่อยกับผู้หญิงคนอื่น” “ผมจะไปทำกับใครได้นอกจากคุณ” “แล้วคุณทำอย่างไรคะ” “แค่คิดถึงคุณ คิดว่าคุณจะอยู่อย่างไรเมื่อไม่มีผม จะมีความสุขไหม เจ็บป่วยตรงไหนหรือเปล่า ความกังวลเหล่านี้ทำให้อารมณ์ความรู้สึกของผมเปลี่ยนไป ผมฝันแบบนี้หลายต่อหลายครั้งจนผมกลัวว่าตัวเองจะป่วยทางจิต เพราะความคิดถึงคุณมันมีมากเหลือเกิน ยิ่งนานวันก็ยิ่งทวีความรุนแรง แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ผมฝันแตกต่างไปจากทุกครั้ง ผมฝันว่าได้ยินเสียงคุณร้องเรียกผมดังมาจากที่ไกลแสนไกล ผมได้ยินเสียงคุณร้องไห้ออกมาด้วยความเจ็บปวด และพยายามออกเดินตามหาคุณแต่ก็ไม่พบ มีแต่เสียงร้องด้ว
“ไม่ใช่ว่าพัชร์ไม่อยากแต่งงานกับคุณนะคะ แต่ว่าเราทำแบบนั้นได้จริง ๆ หรือคะ” แววตาของณิชชาพัชร์ดูเศร้าเมื่อพูดประโยคดังกล่าว กฤษฎาดึงตัวหญิงสาวเข้ามากอด แขนแข็งแรงของเขาสวมกอดร่างบางของเธอกระชับแนบชิดด้วยความทะนุถนอม “ได้สิครับทำไมจะไม่ได้ ถ้าคุณยังกังวลเรื่องความรู้สึกของพ่อแม่ผมอยู่ละก็ สบายใจได้เลยพ่อแม่ของผมให้อภัยและอโหสิกรรมให้พี่สาวของคุณนานแล้ว พวกท่านไม่เคยโทษคุณภา และคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับนายรันต์มันเป็นกรรมเก่าของเขา ที่พ่อแม่ของผมเดินทางกลับมาเมืองไทยคราวนี้ก็เพื่อมาเจรจาสู่ขอคุณกับคุณพ่อคุณแม่ของคุณ ซึ่งท่านเองก็ไม่ได้ขัดข้องอะไรแต่ท่านอยากถามความเห็นของคุณก่อน เราแต่งงานกันนะ” ณิชชาพัชร์เงยหน้าขึ้นสบตาเขาพร้อมกับพยักหน้าด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน “พัชร์อยากใช้ชีวิตอยู่กับคุณและลูก แต่ไม่อยากให้จัดพิธีแต่งงานอะไรให้สิ้นเปลือง เราแค่จดทะเบียนสมรสกันก็พอนะคะ” “แต่ครอบครัวของผมอยากจัดงานแต่งงานให้คุณ เพื่อเป็นการให้เกียรติคุณและครอบครัวของคุณนะพัชร์” “พัชร์ทราบค่ะ แต่ว่าเรื่องราวของเรามันก็ล่วงเล
“หมายความว่าเด็กคนเมื่อกี้คือลูกของผม” “คุณเข้าใจถูกต้องแล้วครับ น้องพีทกับน้องแพรวเป็นลูกที่เกิดจากเลือดเนื้อเชื้อไขของคุณ” “ฝาแฝด!” “ครับแฝดชายหญิง...หน้าตาน่าเกลียดน่าชัง...ใครเห็นเป็นต้องตกหลุมรัก” กฤษฎาเผลอยิ้มออกมาด้วยความดีใจ เมื่อรู้ว่าตนเองมีทายาททีเดียวถึงสองคน “ทำไมคุณถึงกลับมาช้าจังครับ แต่ว่ามาช้าก็ยังดีกว่าไม่มา” สองหนุ่มพูดคุยกันอีกสักพักอนุวัตรก็ขอตัวไปร่วมงานศพของพัชราภา แต่ไม่ลืมที่จะอวยพรให้ชายหนุ่มปรับความเข้าใจกับณิชชาพัชร์ได้โดยเร็ว กฤษฎาเอ่ยปากขอบคุณเขาด้วยความซาบซึ้งใจ ก่อนจะรีบเดินเข้าไปด้านในเพื่อตามหาหญิงสาวที่เขารักรวมถึงลูกน้อยที่เขายังไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน เขาพบณิชชาพัชร์อยู่ในห้องรับรอง เธอกำลังวางลูกน้อยที่หลับอยู่ในอ้อมแขนลงบนเปลที่เตรียมไว้ โดยมีเกดเฝ้ายืนดูอยู่ไม่ห่าง เมื่อเกดเห็นชายหนุ่มเดินเข้ามาในห้องก็รีบเดินเลี่ยงออกจากห้องไปอย่างคนรู้งาน เพราะต้องการเปิดโอกาสให้ทั้งคู่ได้อยู่ด้วยกันตามลำพัง เพื่อที่จะได้ปรับความเข้าใจกัน อันที่จริงก็แอบหวังให้สองหนุ่มสาวปรับความเ
กฤษฎารีบบึ่งรถไปที่บ้านของณิชชาพัชร์ด้วยความเร็วสูง หัวใจของเขาโลดแล่นไปอยู่ที่เธอ เขาอยากจะพบเธอใจแทบขาดหลังจากที่ต้องจากกันไปนานร่วมปี ณิชชาพัชร์เดินมาที่ห้องรับแขกเมื่อเด็กในบ้านไปบอกว่ามีคนมาขอพบเธอ หญิงสาวค่อนข้างแปลกใจว่าใครกันที่มาขอพบ และรู้ได้อย่างไรว่าเธอกลับมาที่นี่ เพราะเธอเองไม่ได้ติดต่อหรือบอกใครเรื่องที่เธอจะกลับมาอยู่ที่บ้าน มีเพียงบิดามารดาและคนที่บ้านนี้เท่านั้นที่ทราบเรื่องนี้ ทำให้อดที่จะแปลกใจไม่ได้ว่าใครกันที่อยากพบตนเอง และเธอก็ได้รับคำตอบเมื่อออกมาพบผู้ชายคนหนึ่งยืนหันหลังให้เธอ เห็นเพียงด้านหลังเธอก็จำได้ดีว่าเขาคือใคร ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนเธอก็ไม่มีวันลืมชายหนุ่มที่ตนเองรัก เขาอยู่ในความทรงจำของเธอเสมอมา ครั้งใดก็ตามที่เธอมองหน้าลูกภาพของเขาก็จะสะท้อนออกมา เพราะลูกน้อยทั้งสองของเธอมีใบหน้าถอดแบบออกมาจากผู้เป็นบิดาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน “คุณกฤษ” “พัชร์” กฤษฎายิ้มออกมาด้วยความดีใจเมื่อหันมาเห็นหญิงสาวที่เขารัก และถวิลหาแต่เธอตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ใบหน้าของณิชชาพัชร์ในตอนนี้ดูซีดเผือด ด้วยไม่คิดว







