INICIAR SESIÓNญาตาวียิ้มเฉย ให้กับหญิงสาวใบหน้าหวานน่ารัก ที่กำลังมองจ้องเธอเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ นราวิชญ์เองก็ได้แต่นั่งนิ่ง แล้วเอาหนังสือพิมพ์มาบังหน้าอ่านเฉย หากแต่ใจเขาไม่นิ่งสงบด้วย เป็นห่วงแม่น้องน้อยนั่นแหละ ว่าจะออกฤทธิ์อะไรเข้า
“มานอนบ้านคนอื่นแบบไม่เกรงใจ ไม่มีมารยาท”
ชนิตสิรีว่าลอยๆ ทำเอาญาตาวีเลิกคิ้ว แล้วหรี่ตา นราวิชญ์กระแอมเบาๆ แต่เธอก็ยังพูดต่อไปแถมหันมาหาเขาอีกด้วย
“ห้องที่พี่วิชญ์มานอนค้างประจำ มีแขกมานอนนะคะ แต่น้องให้ลุงคำปันเก็บของแขกหมดแล้ว ไม่ต้องห่วงค่ะ แขกไม่ได้รับเชิญ ไม่ใช่ญาติอย่างพวกเรา ไม่สำคัญ อยากหน้าด้านมานอนนัก สวนส้มของพี่เพลิงไม่ใช่โรงแรม ที่จะเปิดกว้างต้อนรับใครต่อใคร”
“นี่คุณน้องให้คนขนของพี่ออกมาเหรอ?”
น้ำเสียงของญาตาวีฟังแล้วห้วน บอกอารมณ์คนพูดได้ดี ชนิตสิรีลอยหน้าตอบเสียงหวาน
“ใช่ค่ะ บอกแล้วว่าที่นี่ไม่ใช่โรงแรม คุณก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับพวกเรา จะมาถือสิทธิ์พักตามใจไม่ได้”
นราวิชญ์ที่นั่งเป็นเหมือนกรรมการห้ามศึก ได้แต่ทำหน้ายุ่งอยู่หลังหนังสือพิมพ์ เขานั่งนิ่งปล่อยให้สองสาวฟาดฟันกัน
“แต่พี่เป็นแฟนของเพลิง”
“แฟนเก่า โอ้ย ! เรื่องมันเก่า มันเน่าไปหมดแล้วค่ะ”
ชนิตสิรียักไหล่ เธอเน้นคำว่า ‘เน่า’ แถมมองกวาดญาตาวี ด้วยสายตาดูถูก ทำให้สาวสวยถึงกับผุดลุกขึ้น แล้วกัดริมฝีปาก พลางสูดลมหายใจเข้า แม่น้องสาวของเพลิงฤทธิ์มากดีนัก อยากจะไล่เธอ เธอก็จะไป ไม่อยากอยู่นักหรอก ญาตาวีคิดในใจ แล้วยิ้มเยือนให้กับชนิตสิรี
“เอ่อ...พักอยู่กับพวกเราก็ได้ครับคุณเวียร์ ค่ำมืดแล้วแบบนี้ โรงแรมจะหายาก”
นราวิชญ์ว่า ชนิตสิรีหันมาแหวพี่ชายของเธอทันที
“อย่าไปยุ่งกับเขาเลยพี่วิชญ์ มาได้ก็ไปได้ อย่างคุณญาตาวีไม่มีใครกล้าทำอะไรหรอก เพราะทั้งหน้าหนา ทั้งกร้านขนาดนี้”
“นังเด็กบ้า!”
ที่สุดแล้วของความโมโห ญาตาวีชี้หน้าด่าชนิตสิรี ที่ลุกขึ้นยืนตามเธอบ้าง นราวิชญ์กุมขมับ ก่อนจะรั้งมือน้องน้อยให้นั่งลง
“ออกไปได้แล้ว คุณอย่ามาสร้างความเดือดร้อนให้พี่ชายของฉันอีก”
“ฉันจะมาอีก แล้วฉันก็จะเป็นพี่สะใภ้ของหล่อนให้ได้”
ญาตาวีประกาศ ชนิตสิรีกำมือแน่น แล้วหรี่ตา มือเธอพยายามสะบัดมือนราวิชญ์ที่รั้งให้เธอนั่งลง นราวิชญ์ตะโกนตามหลังญาตาวี ที่เดินกระแทกปึงๆ เพื่อไปเก็บข้าวของของเธอ อย่างเป็นห่วงว่า
“ที่ตัวเมืองมีโรงแรมชื่อ กาละสอง นะครับ ไปพักได้ ผมจะจัดการเรื่องห้องให้ คุณเวียร์โทรถามทางจากศูนย์ท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ได้เลยนะครับ”
“พี่วิชญ์”
ชนิตสิรีหันมาอาละวาดกับพี่ชายเธอแทน ด้วยการทุบเขาแรงๆ อย่างขัดใจ จนนราวิชญ์ต้องปัดป้องกำปั้นน้อยๆ นั่น เขาเอ็ดเธอเสียงดุๆ
“อะไรกันยัยน้อง”
“ไปวุ่นวายกับยัยนั่นทำไมกันนะ ปล่อยไปสิ จะไปไหนก็ไป ไปหาที่พักบอกข้อมูลหล่อนทำไมกันนะ นี่แนะๆ”
ว่าแล้วเธอก็ยังทุบเขาไม่เลิก จนนราวิชญ์ต้องจับมือเขาไว้ทั้งสองข้าง ก่อนจะปรามเสียงเรียบ
“ยัยน้อง ฟังพี่นะ จะยังไงคุณเวียร์ก็เป็นผู้หญิง ไม่รู้จักใคร พี่แนะนำโรงแรมที่ปลอดภัยให้เธอ จะเป็นอะไรไปล่ะ ยัยน้องอยากให้เค้าอยู่ที่สวนส้มของเราต่อหรือไงกัน”
“เบื่อพี่วิชญ์”
ชนิตสิรีย่นจมูกใส่เขา มือใหญ่ของเขายังยึดมือน้อยของเธอไว้ไม่ปล่อย ชนิตสิรีมองไปรอบๆ บ้าน ตามองนาฬิกาขนาดใหญ่ทำจากไม้ที่ตั้งประดับไว้ แล้วบ่นพึมพำ
“ยายตวงหายไปไหนก็ไม่รู้ พี่เพลิงก็หาย ยายตัวยุ่งนั่นมา ดูสิคะพี่วิชญ์ ใครๆ ก็หนีแม่คนนี้หมดเลย”
“เฮ้อ” นราวิชญ์ถอนใจ แล้วส่ายหน้าช้าๆ
“ยัยน้องนะยัยน้อง”
“ปล่อยมือน้องก่อนค่ะ”
ชนิตสิรีว่า เหมือนจะนึกขึ้นได้ว่ามือเธอยังอยู่ในอุ้งมือเขา นราวิชญ์รีบปล่อยทันทีพลางกระแอมแก้เขิน ชนิตสิรีลุกขึ้นยืน เธออยู่ใกล้ชิดกับเขาเกินไปอีกแล้ว มือเรียวปัดกระโปรงที่สวมอยู่ แล้วเดินไปที่หน้าบ้าน เธอทันเห็นญาตาวี เลี้ยวรถออกไปจากสวนส้มตะวันฉายอย่างรวดเร็ว เธอก็โบกมือตามหลัง
“ไปแล้วไปลับ ไม่ต้องกลับมา อ้าว! ยายตวง ยายตวงไปไหนมา”
ร่างเพรียวที่เดินเนือยๆ กำลังเดินเข้าบ้านมา ทำให้ชนิตสิรีถึงกับกระโดดตัวลอยอย่างดีใจ ก่อนจะเดินแกมวิ่งไปหาเพื่อนรัก และโถมกอดทันทีอย่างคิดถึง
“ยัยน้องมายังไงกันล่ะเนี่ย”
“มากับพี่วิชญ์น่ะสิ มานี่เลย แม่เพื่อนตัวดี มีเรื่องใหญ่แบบนี้ไม่บอกกันสักคำ”
ว่าแล้วชนิตสิรีก็หยิกแก้มใสๆ ของตวงรักแรงๆ จนเจ้าตัวร้องโอ๊ย แถมยังลากตวงรักให้ตามเธอเข้าไปในห้องรับแขก ที่นราวิชญ์กำลังนั่งอยู่ด้วย เสียงใสตะโกนก้อง
“พี่วิชญ์ ช่วยน้องจัดการยายตวงที ยายตวงนะยายตวง นี่ทำไมไม่โทรบอกสักคำ ว่ายายเวียร์มาบุกสวนส้มตะวันฉายจนพี่เพลิงอยู่ไม่ติดหนีไปแบบนั้น เพื่อนบ้า น่าฟ้องคุณย่าหญิงให้ตัดเงินเดือนจริงๆ ข้อหาไปเข้าข้างศัตรู”
“ใจเย็นๆ สิยัยน้อง”
ตวงรักคลำแขนป้อย แถมยังเอามือลูบแก้มที่เป็นรอยแดงขึ้นมาทันที ชนิตสิรีมองเพื่อนรักอย่างคาดโทษ แล้วดึงแขนให้ตวงรักนั่งตรงโซฟา นราวิชญ์เองก็มองหญิงสาวแล้วอมยิ้ม หน้าตาของตวงรักดูไม่ใคร่สดใสนัก เหมือนจะมีอะไรในนัยน์ตาคู่สวย เพราะมันส่งประกายโศกเศร้า เขารับรู้ว่าน้องน้อยและยายของเขาคิดอย่างไรกับตวงรัก และกำลังวางแผนการให้ญาติผู้พี่ของเขาอยู่ เขาไม่ได้มาที่นี่บ่อยนัก แต่ก็โทรศัพท์คุยกับเพลิงบ้าง พอจะจับอาการของพี่ชายได้ยามพูดถึงสาวน้อยหน้าสวยคมคนนี้
“เย็นได้ยังไง ทำไมไม่ไล่ยายนั่นไป นี่น้องเลยต้องไล่ไปเอง”
ชนิตสิรีว่า ตวงรักทำตาโต เธอทันเห็นรถญาตาวีไวๆ เหมือนกันว่าแล่นออกไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นสีหน้าของเพื่อนรัก ชนิตสิรีก็พยักหน้ายืนยัน
“น้องไล่แม่เวียร์ออกไปแล้ว ทีนี้ น้องอยากจะถามตวงว่า พี่ชายของน้อง หายไปไหน?”
“คือว่า...คุณเพลิงบอกว่า พรุ่งนี้ คุณเพลิงจะมาที่นี่พร้อมกับคนรักตัวจริง แล้วจะคุยกับคุณเวียร์ให้เรียบร้อยน่ะ”
ตวงรักว่าอ้อมแอ้ม พลางเมินไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาเพื่อนรักที่กำลังมองเธอตาเขม็ง พลางอุทานอย่างตกใจว่า
“อะไรนะ?”
“คุณเพลิงมีคนรักตัวจริงแล้ว พรุ่งนี้ยัยน้องก็คอยดูแล้วกัน พวกเราคงไม่ต้องหาวิธีให้คุณเพลิงเลิกเป็นเกย์แล้ว”
น้ำเสียงหวานใสทอดอ่อนฟังแล้วเหมือนคนพูดกำลังจะประขด เมื่อพูดประโยคต่อมา
“ก็เค้ามีคนถูกใจแล้วแบบนี้ พวกเราคงไม่ต้องวุ่นวายกับเรื่องของเขาอีกต่อไปแล้ว”
“พี่เพลิงคะ เมื่อไหร่เราจะไปเที่ยวกันเสียที” เสียงหวานเอ่ยถามออดๆ เมื่อเงยมองหน้าคนที่กำลังใช้แขนพาดท่อนเอวของเธอไว้อยู่ เพลิงก้มลงมองคนตัวเล็ก หวานจัดที่เขาละเลียดดื่มชิมมาทั้งคืนอย่างไม่รู้เบื่อ ด้วยสายตาสุดแสนจะเจ้าเล่ห์ แสนกล ก่อนจะเอ่ยตอบเธอเสียงทุ้ม“เดี๋ยวบ่ายนี้พี่จะพาไป รับรองเลยว่าที่แรกที่พาไป น้องตวงจะต้องประทับใจสุดๆ”“ที่ไหนคะ” เธอทำตาโตแป๋วอย่างอยากรู้ พร้อมกับพลิกตัวขึ้นเท้าแขนมองเขา ซึ่งเมื่อเธอทำแบบนั้น ผ้าห่มที่ใช้ห่อตัวก็หลุดลุ่ยลง อวดทรวงสาวขาวนวล มีรอยตำหนิตรงที่คนร้ายกาจ ไปจัดการตีตราไว้จนมันเป็นรอยแดงๆ ซึ่งพอเห็นร่อยรองนั้นแล้ว เพลิงก็ทำตาหวานฉ่ำ แล้วดึงเธอเข้ามากอด ก่อนจะกระซิบเสียงพร่า“จ่ายค่าไกด์มาก่อน รับรองเดี๋ยวได้เที่ยวแน่ๆ”“ค่าไกด์อะไรกัน ปล่อยนะคะพี่เพลิง ตวงจะช้ำไปหมดแล้ว เมื่อคืนก็แทบไม่ได้นอน” เธอพึมพำเสียงออด เล่นเอาคนตัวโตหัวเราะเบาๆ แต่มีหรือคนบ้าพลังอย่างเพลิงจะยอมปล่อยของหวานในอ้อมแขนไปได้ง่ายๆ “เดี๋ยวก็นอนนะ เรามีเวลานอนกันอีกตั้งนาน นะจ๊ะ นะ นะ น้องตวง” คนอ้อน อ้อนไปก็จูบไป เล่นเอาตวงรักแทบจะละลายเป็นไอศกรีม เพราะฝีปากและฝีมือเขา
“ปวดขาไหมคะคุณเพลิง”ตวงรักถามเขาอย่างเป็นห่วง เมื่อพิธีผ่านพ้นไปจนถึงพิธีส่งตัว เมื่อผู้ใหญ่ให้ศีลพรเสร็จแล้ว จึงปล่อยให้หนุ่มสาวอยู่ด้วยกันตามลำพัง เธอกำลังปลดเครื่องประดับออกจากตัว เพลิงหรี่ตาลง เขากำลังคิดออกเมื่อตอนเธอพูดนี่แหละ ว่าขาของเขาพึ่งจะหาย ชายหนุ่มเลยแกล้งทำเป็นเซแล้วพูดเสียงออด“เจ็บอยู่นิดๆ นะครับ พี่กลัวจะอาบน้ำไม่ไหว น้องตวงอาบให้หน่อยนะครับ”“อะไรนะคะ”ตวงรักอุทานอย่างตกใจ พลางหรี่ตามองคนเจ้าเล่ห์ หากแต่เพลิงก็ทำหน้าซีดได้อย่างสมบทบาท ตวงรักเดินเข้าไปหาเขา คนตัวโตเลยตวัดร่างนุ่มเข้ามากอด แล้วซบหน้ากับบริเวณหน้าท้องนุ่มทำเอาตวงรักตัวแข็ง“พี่เจ็บจริงๆ นะจ๊ะ คงอาบไม่ถนัด น้องตวงไปช่วยหน่อยนะ เราแต่งงานกันแล้วนะจ๊ะ นะ”“อาบเองเถอะค่ะ”ตวงรักหน้าแดงก่ำ เธอไม่หลงกลเขาหรอกน่า เขาแค่เจ็บขานะไม่ได้เป็นอะไรมากมายจนถึงกับจะอาบน้ำเองไม่ได้ เพลิงหัวเราะหึ หึ แล้วพูดเสียงอ้อนต่อไปว่า“ใจร้ายจัง จะปล่อยให้สามีไปก้มๆ เงยๆ ทำอะไรไม่สะดวกในห้องน้ำเหรอจ๊ะ เกิดพี่ลื่นล้มหัวแตกไป น้องตวงก็เสียใจน่ะสิ”“ดีใจสิไม่ว่า คนเจ้าเล่ห์อย่างคุณเพลิง ให้เลือดออกเสียบ้าง ตวงจะดีใจมากเลยค่ะ
ภาพของสองหนุ่มสาวบนเวที ทำให้ชนิตสิรีที่ไปเข้าห้องน้ำแล้วมายืนอยู่ใต้ต้นส้มต้นใหญ่ มองแล้วก็อมยิ้ม เมื่อเห็นความรักของเพื่อนเต็มไปด้วยความสุข เธอสะดุ้งเมื่อมีเสื้อสูทสีขาวสวมทับมาบนแขนเปลือย วันนี้ ชนิตสิรีเลือกชุดกระโปรงผ้าพลิ้ว สีส้มโอโรสสายเดี่ยว ประดับดอกไม้เทียมดอกใหญ่ไว้ตรงอกเสื้อ ผมเธอเกล้าเป็นมวยอย่างเก๋ จากฝืมือของภาสวินีที่มาช่วยแต่งหน้าและแต่งตัวให้กับเจ้าสาว รวมมาถึงเพื่อนเจ้าสาวอย่างเธอด้วย ตอนนี้สามสาวไปยืนรอรับช่อดอกไม้ที่ด้านล่างเวที ตั้งใจกันมากเลยทีเดียว“พี่วิชญ์”“สวมเสื้อทับดีกว่านะจ๊ะ เสื้อของน้องเป็นสายเดี่ยว อากาศเชียงใหม่กลางคืนเย็นๆ เดี๋ยวเป็นหวัด”นราวิชญ์ว่า ตอนนี้เขาเหลือเสื้อเชิ้ตสีส้มอ่อนด้านใน ปลดกระดุมลงสองสามเม็ด เผยให้เห็นอกกว้าง ชนิตสิรีย่นจมูกอย่างรู้ทัน“แหม...ค่ะ คุณลุงวิชญ์”“ใครเป็นลุงกัน เดี๋ยวเถอะ”นัยน์ตาคมกริบส่งประกายคาดโทษ ชนิตสิรีเลยหัวเราะกิ๊ก ตอนนี้ชายหนุ่มโดนให้ไปทำงานที่ภูเก็ต เหมือนจะเป็นการแกล้งจากคุณย่าหญิง ข้อหานัวเนียหลานสาวในปกครองของท่านเหลือเกิน ร่วมมือกันกับจิตรา ทำเอานราวิชญ์แทบจะอกแตกอยู่แล้ว ที่ไม่ได้เห็นหน้าหวานๆ ขอ
“สวยจังเลย ยัยตวง”ชนิตสิรีมองเพื่อนรักอย่างตะลึง ตวงรักสวยสง่าในชุดแต่งงานสีส้มอ่อน เป็นเสื้อคอวี แขนพอง เข้ารูป ปล่อยชายกระโปรงยาวฟูฟ่องด้วยผ้าเนื้อเบาราวใยบัว ประดับด้วยริบบิ้นสีทองคาดที่เอวผูกโบว์ไว้ด้านหลัง ด้านหลังของเสื้อผ่าลึกเล็กน้อย ขับผิวขาวอมชมพูให้ยิ่งลออตา เรือนผมประดับด้วยดอกส้มสีขาวหอมกรุ่น ปล่อยยาวถึงกลางหลัง ม้วนเป็นลอนใหญ่ทิ้งตัวสวย เครื่องประดับเป็นมุกสีชมพูเม็ดเล็ก สวมเป็นสร้อยคอ และต่างหู ตวงรักหันมายิ้มให้กับเพื่อนรัก ใบหน้าตกแต่งไว้อ่อนๆ ด้วยโทนสีชมพูอมส้ม ทำให้ดูลออตางดงามไปหมดทั้งใบหน้า “ขอบใจจ้ะ”“เอาไปเอามา ตวงแต่งงานก่อนน้องจนได้”ชนิตสิรีหัวเราะเบาๆ เลยโดนเพื่อนรักค้อนเอาขวับ แถมแอบหยิกเธอเอาเสียด้วยจนชนิตสิรีต้องร้องโอ๊ย! “หยิกน้องทำไมกันนะ เจ็บนะยัยตวง”“อยากจะทำมากกว่าหยิกอีก ใครล่ะ ทำให้ตวงแต่งงานเร็วแบบนี้ พี่ชายตัวแสบของยัยน้องน่ะแหละ”ตวงรักว่าแล้วก็หน้าแดงจัด เมื่อนึกถึงภาพเหตุการณ์วันนั้น เมื่อได้จูบ เพลิงก็เริ่มลืมตัว พาให้เธอคล้อยตามเขาไปด้วย เมื่อชนิตสีรีเปิดประตูพรวดพราดเข้ามาพร้อมกับคุณย่าหญิง จึงเห็นภาพหวานเข้าเต็มตาเพลิงจึงถูกบรรด
“ตอนแรก ผมก็อยากจะแกล้งคุณตวงจริงๆ นั่นแหละครับ แกล้งคุณย่าหญิงด้วย มีอย่างที่ไหน มาหาว่าผมเป็นเกย์ ผมก็โกรธนะครับ”“แล้วทำไม ต้องทำแบบนั้นด้วยละคะ”ตวงรักว่าเสียงอ่อน เพลิงหัวเราะเบาๆ ก่อนจะทำไก๋ เขาแอบจูบเรือนผมนิ่มหอมของตวงรัก“ทำแบบไหนครับ ผมทำอะไรกัน ก็แค่แกล้งเป็นเกย์เท่านั้นเอง คุณตวงจะได้เอาไปรายงานคุณย่าหญิงไงละครับ เลยต้องแกล้งให้สมบทบาทหน่อย”“สมบทบาทอะไรกัน” ตวงรักหน้าแดง “ก็คุณเพลิงแกล้งขอกอดตวง บางทีก็...อื้ม เห็นตวงโง่หรือไงนะ คุณเพลิงคงจะหัวเราะเยาะตอนที่ตวงกังวลแทนคุณ แถมคิดวิธีช่วยคุณสารพัด”“ผมกำลังชื่นใจต่างหาก” เพลิงว่าเสียงทุ้ม“ผมไม่เคยหัวเราะเยาะคุณตวงเลย ชื่นใจแล้วก็อิ่มใจ ที่ได้มีโอกาสรู้จักผู้หญิงน่ารักๆ คนที่ทำอะไรเพื่อคนอื่นโดยไม่ได้คิดถึงผลตอบแทน คนที่ยอมเสนอตัวเป็นเพื่อน ยามที่ผมไม่มีใคร ยอมที่จะรับผมเป็นเพื่อน แม้ว่าผมจะกลายเป็นคนที่สังคมลงความเห็นว่าผิดปรกติ” “ตวงไม่ได้ดีแบบนั้นเสียหน่อย” ตวงรักว่าอุบอิบ “ตวงยอมไปทำงานที่คุณย่าหญิงสั่ง เพราะตวงอยากไปสวิส แล้วก็อยากได้เงินต่างหาก ใครบอกว่าตวงไม่อยากได้ผลตอบแทนละคะ”“รายงานคุณย่าแล้ว คุณตวงจะกล
“นี่แผนคุณอีกแล้วใช่ไหมคุณเพลิง! ปล่อยตวงไปนะ ตวงไม่อยากเจอหน้าคุณ”“โธ่...”เพลิงอยากจะไปกอดร่างบางหอมกรุ่น อยากจะจูบแก้มนวลเพราะคิดถึงใจจะขาด อยากจะคุกเข่าขอร้องให้เธอเห็นใจ หากแต่สภาพร่างกายเขาก็ไม่เอื้ออำนวยนัก แล้วถ้ารอตัวเองหายก็คงอีกเดือนเต็มๆ ป่านนั้นไม่รู้ว่าตวงรักจะยิ่งโกรธเกลียดเขาไปมากกว่านี้อีกหรือเปล่า“ไม่ต้องมาโธ่ มาทำหน้าซื่อ แต่ใจคดกับตวงเลยนะ บอกยัยน้องมาเปิดประตูเดี๋ยวนี้เลยนะ คอยดูนะออกไปได้ ตวงจะเล่นงานให้เข็ด ยัยน้องนะยัยน้อง”“ฟังผมบ้างสิครับ ผมมีเหตุผลนะ ที่หลอกคุณตวง”เพลิงว่าเสียงอ่อย พยายามทำหน้าให้น่าสงสารมากที่สุด ตวงรักกอดอก แล้วทำหน้าเชิด เธอกัดริมฝีปาก พลางส่ายหน้าช้าๆ “ไม่ต้องมาพูดหรอค่ะ ตวงไม่อยากจะฟัง คุณคงเห็นตวงหลอกง่ายสินะ ถึงหลอก...”ใบหน้านวลแดงเรื่อทันที เมื่อนึกทบทวนอะไรหลายๆ อย่าง ซึ่งเธอแน่ใจว่าเพลิงต้องแกล้งแน่นอน ทั้งแกล้งเมา แกล้งจีบสาวไม่เป็น โอ๊ย! อีตาบ้า นอกจากจะหลอกเราว่าเป็นเกย์ไม่พอ ทำให้เรากลุ้มใจเกือบตายยังมาหลอกแต๊ะอั๋งเราอีกเขากอดเธอ แถมหอมแก้มเธอไปกี่ครั้งแล้วเล่า หน็อย...ยิ่งให้อภัยไม่ได้หรอก ตวงรักกัดริมฝีปากจนเจ็บ ต







