登入นางเอกเลิกกับแฟนไม่นาน ได้รู้ว่าเพื่อนสนิทที่อยู่เคียงกายมานานแอบรักเธอ ความรักก่อตัวอย่างรวดเร็วและราบรื่นจนเธอไม่คาดคิด สิ่งที่โหยหามาทั้งชีวิต จริงๆมันอยู่ใกล้แค่จมูกนี่เอง
查看更多@มหาวิทยาลัยK
ซ่า~ ซ่า~
ตอนเย็นหลังเลิกเรียนฝนตกหนักไม่หยุดหย่อน ออม สาวคณะวิศวกรรมโยธาปีสี่ หญิงสาวตัวเล็ก ผิวขาว ผมตรงยาวกลางหลัง ใบหน้ารูปไข่ ดวงตากลมโตสวมแว่น จมูกโด่งรั้นรับกับปากกระจับรูปทรงสวยแหงนมองท้องฟ้ามืดครึ้มเหมือนเทวดากำลังไม่พอใจนัก กระหน่ำน้ำใส ๆ ลงสู่พื้นดินจนเกิดละอองฝน
“แว่น! มานี่มา”
เสียงทุ้มคุ้นเคยดังเอ่ยขึ้นทำลายบรรยากาศ คิ้วเรียงสวยเลิกขึ้นพร้อมหันไปทางต้นเสียง เพื่อนหนุ่มในแก๊ง องศา ชายหนุ่มร่างสูงหนึ่งร้อยแปดสิบเจ็ดเซนติเมตร โครงหน้าเรียวเป็นรูปราวกับสวรรค์ตั้งใจสร้าง รับกับคิ้วดกดำจัดทรงสวย ทรงผมแสกกลางนิดหน่อยดูยุ่ง ๆ ปรกหน้าผาก จมูกโด่งเป็นคมสันไล้ลงมาริมฝีปากสวยรูป
“ใครแว่น มึงพูดดี ๆ”
“ใครใส่แว่นอยู่ตรงนี้ก็หมายถึงคนนั้น”
ออมกวาดสายตามองรอบ ๆ ไม่มีใครสักคนที่สวมแว่นเหมือนเธอ ริมฝีปากบางขบเม้มพลางดุทางสายตา เรียกอะไรไม่รู้เรื่องเอาซะเลย
“สัด! เรียกกูทำไม”
“ปากร้ายฉิบหาย กลับด้วยกัน”
"ไม่อะ กูไม่อยากใกล้ชิดสนิทกับมึง"
"ทุกวันนี้ไม่สนิทมั้ง อย่ามัวแต่โอ้เอ้ รีบมาถ้าช้ากูพากลับคอนโดกู" องศายกยิ้มเมื่อได้แกล้งเพื่อนสาวคนเดียวในแก๊ง หญิงสาวจัดว่าห้าวนิดหน่อย ปากร้ายโคตรแสบ
"ไอ้เหี้ยองศา เดี๋ยวกูตบ!"
"ตบดิ เอาแบบเน้น ๆ เลย"
"อย่าท้ากูนะไอ้สัด!" ออมยกมือหวังจะฟาดหน้าหล่อคมคาย ทว่ามือหนาคว้าไว้ทันจับกุมไว้แล้วดึงมาทางโรงจอดรถของคณะ เธอยังไม่ทันตั้งตัวอะไรเลย แม่งลากเหมือนวัวเลย ขาเธอสั้นขนาดที่ว่าต้องวิ่งตามขายาวที่ก้าวฉับ ๆ
"ขึ้นรถ" บังคับหญิงสาวขึ้นรถตัวเอง ซ้ำยังเปิดประตูและส่งสายตาเชิงบังคับ
"ไม่ขึ้น ปล่อยมือกูด้วย"
"อย่าดื้อให้มากดิ๊ ฝนแม่งไม่หยุดให้มึงกลับบ้านเอง ถ้ายังชักช้า..." ไม่ทันจบประโยคดี ออมสะบัดมือเขาแล้วรีบขึ้นรถยนต์ทันที เห็นอย่างนั้นแล้ว รอยยิ้มกระตุกบนใบหน้าหล่อคม พูดดีไม่ค่อยฟังต้องใช้วิชาเชิงบังคับตลอด
องศาปิดประตูรถ เดินอ้อมขึ้นฝั่งคนขับ ละอองฝนสาดเข้าเป็นประกาย แถมยังตกหนักขึ้นกว่าเดิม วันนี้อะไรเป็นใจให้ฝนเล่นหนักขนาดนี้ ตั้งแต่เรียนคาบบ่ายลากยาวถึงเย็น
"ถอดแว่นออกมา เป็นฝาหมดแล้ว" เขาเห็นแว่นของออมเป็นฝาแทบมองอะไรไม่ค่อยเห็น อีกฝ่ายส่ายหน้าไม่ยอมถอด ทำอย่างกับว่าเขาไม่เคยเห็นหน้าเธอเต็ม ๆ
"ไม่เอา เดี๋ยวก็หาย"
"ไม่มีใครเห็น นอกจากกู" ใบหน้าชัด ๆ ของออม เขาดูหลายครั้งแล้ว หน้าตาก็งั้น ๆ ทำเป็นห่วงไปได้ แต่มันก็แอบใจเต้นกับความสวยที่ไม่เหมือนใคร หน้าเธอเป็นธรรมชาติราวกับพระเจ้าตั้งใจมอบ หน้าขาวใสไร้สิวแม้แต่รูขุมขนก็ไม่มีให้กวนใจ
"ไม่อยากให้ใครเห็น ความสวยกูว่ะ"
"หลงตัวเองฉิบหาย" เขาหัวเราะเฮอะ มือหนาควงพวงมาลัยรถขับออกจากมหาวิทยาลัย ฝนกระหน่ำตกหนักไม่ผ่อนปรนจนเส้นทางเห็นได้ไม่ค่อยชัดนัก
"ส่งที่คอนโดกู ไม่ใช่คอนโดมึง" ย้ำทุกระยะทาง
"ไม่รู้ดิ ขึ้นรถกูแล้ว ต้องตามใจผู้ขับ"
"ไอ้องศา มึงอย่าเหลี่ยมดิ รับปากกูแล้ว" ออมหันขวับมองดุเพื่อนหนุ่ม กวนตีนไม่เคยหยุดหย่อนแถมยังหนักข้อกว่าเดิม จนบางทีอยากกัดลิ้นตัวเองตายอยู่ตรงนั้น
Rrrr 📲 นีล
(พี่ออมครับ ผมขอโทษที่ไม่ได้ไปรับ ฝนไม่ยอมหยุดเลย ผมไม่อยากให้พี่เปียกกลัวไม่สบาย)
"ไม่เป็นไรนีล พี่กลับกับเพื่อนแล้ว ดูแลตัวเองด้วยนะ" น้ำเสียงที่ดุดันเมื่อครู่ เปลี่ยนเป็นอ่อนนุ่มเสียงสองเสียงสามพอได้คุยกับแฟนหนุ่มตัวเอง ออมเผยรอยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงเป็นห่วงจากอีกฝ่าย เข้าใจแหละเพราะนีลขับรถมอเตอร์ไซค์ ไม่ได้มีรถยนต์ หากฝ่าฝนมารับต้องเปียกอยู่ดี
"ยิ้มหน้าบานเป็นกระด้ง ไม่ดูหน้าตัวเองเลย"
"เสือก!” ตอบกลับทันควัน หลังจากวางสายเสร็จ ออมกลับนึกอะไรสนุก ๆ หันขวับมองเพื่อนสนิทปากดี “กูมีแฟนนี่ มึงมีไหมล่ะ" ยกมุมปากพร้อมยักคิ้วยียวนใส่เขา
"เฮอะ เดี๋ยวก็เลิกกัน!"
ออมหันขวับมองค้อน ยกมือทุบแขนกำยำของคนปากเสียที่แช่งเธอเลิกกับแฟนทุกวัน หญิงสาวกัดฟันกรอดหลังจากฟาดมือลงเต็ม ๆ แต่แรงแค่นั้นไม่ทำให้อีกฝ่ายสะทกสะท้านหรอก ตัวใหญ่เท่าควายเผือก
"วันหนึ่งมึงมีแฟน กูจะแช่งให้เลิกทุกวัน ต่อหน้าและลับหลัง"
"มึงไม่ทำหรอก ใครจะอยากแช่งตัวเอง" คำพูดที่เหมือนลอย ๆ แต่ความจริงอยากให้ใครบางคนได้ยิน
ใช่…เขาแอบรักเพื่อนสนิทตัวเอง
"พึมพำอะไรของมึง" ออมไม่เข้าใจกับคำพูดของเพื่อนหนุ่ม คิ้วขมวดอย่างหนักรอคำอธิบายจากอีกฝ่าย ทว่าองศากลับไม่ตอบกลับอะไรเพิ่มเติม นอกจากคำกวนตีนสะท้านไปทั้งตัว
“ถ้าหูดีก็ได้ยิน ถ้าหูตึงก็ไปหาหมอ”
“ไอ้นี่ มึงพูดดังมากมั้ง ไม่อยากรู้ก็ได้” เธอเบ้ปากใส่เขา แค่นี้ก็ว่าเธอหูไม่ดี หญิงสาวมองออกนอกกระจกรถแต่คำว่า มึงไม่ทำหรอก ยังคาใจอยู่ หมายถึงว่า เธอไม่กล้าแช่งให้มันกับแฟนเลิกกัน? หรือยังไง แต่ช่างมัน ไม่เถียงกับเพื่อนเวรนี่ละ น่ารำคาญ
ด้วยฝนตกค่อนข้างหนักมาก ทำให้ทางไปคอนโดออมไม่สะดวกถึงขนาดขึ้นป้ายว่าห้ามผ่าน เธอเม้มปากมองสถานการณ์นอกรถแล้วครุ่นคิดว่าจะทำยังไง “เดินได้ไหม น้ำลึกรึเปล่า”
“เสี่ยงเดินตกท่อขึ้นมาทำไง ความคิดไม่ฉลาดยกให้มึงเลย”
“ก็จริง แล้วทำยังไงล่ะพ่อคนฉลาด”
ดูทำหน้ากวนซะไม่มี ซ้ำยังใช้คำพูดประชดประชันใส่ “คอนโดกูละกัน ง่ายดี ต้องทำงานคู่ด้วยเผื่อลืม” ไม่รอช้าให้เพื่อนสาวได้พูดหรือขัดใจอะไรต่อ แถมยังยกข้ออ้างเรื่องงานคู่ด้วย
“เหลี่ยมรอบด้านจริงมึงอะ ความจริงส่งกูที่หอพักใกล้ ๆ นี้ก็ได้ ส่วนงานทำวันอื่นก็ได้ปะ กำหนดส่งอีกนาน” มันก็พอมีห้องว่างให้เช่ารายวัน อีกทั้งงานคู่อาจารย์พึ่งสั่ง ส่งอาทิตย์หน้า ทรงขยันแบบมีแผนสิไม่ว่า ใครตามไอ้เพื่อนเวรไม่ทันก็เป็นหมาเถอะ
“ทำไม กลัวกู?” องศาถามอย่างเยาะหยันพร้อมยกยิ้มข้างมุมปาก
“ใครกลัวมึง กูแค่ไม่อยากรบกวนเฉย ๆ” หญิงสาวเลิกคิ้ว ถึงจะเป็นเพื่อนแต่เกรงใจอยู่หน่อย ๆ พอได้ยินคำเย้ยก็เกิดอาการไม่ยอมใคร ซึ่งคนข้าง ๆ ขำผ่านลำคอ ท่าจะบ้าแล้วละ
“อนุญาตให้รบกวนกูได้” ตอบกลับคำหล่อ ๆ ซึ่งไม่ทันสังเกตว่าเพื่อนสาวเบ้ปากพูดตามเขา
องศาเลี้ยวรถกลับคอนโดตัวเองในเวลาต่อมาอย่างชำนาญการ เส้นทางนี้ไม่เคยเป็นปัญหาเวลาฝนตกหรือน้ำจะท่วม รอดทุกสถานการณ์
“คืนนี้นอนนี่แหละ อย่าไปเสียเวลารอฝนข้างนอก”
“ชีวิตกู จะรอหรือไม่ก็เรื่องของกูค่ะ!”
ปากร้ายไม่แผ่ว เขายิ่งหมั่นไส้อยู่ด้วย หากหน้ามืดขึ้นมาอย่าโทษเขาที่พลั้งมือทำอะไร แต่ตอนนี้อดทนได้แต่ต่อไปไม่แน่
เรื่องทะเลาะในห้องเรียนไม่มีใครเอาไปพูดต่อ ถ้าถึงหูอาจารย์คงแย่กว่านี้ อาจจะโดนทำโทษด้วย ซึ่งออมสะสมคุณงานความดีสร้างภาพลักษณ์ไว้อย่างดี เรียบร้อยเรียนเก่งตั้งแต่ปีหนึ่งยันตอนนี้ เกียรตินิยมคงไม่ไกลจากเธอความหวังเดียวของการเรียนคือ ทำเกรดดี นอกเหนือจากนี้เป็นตัวอย่างให้น้องเคารพนับถือองศาหาซื้อยามาทาแผลช้ำจากการถูกเล็บจิกเข้าเนื้อเลือดซึมผิวจนเกิดรอยแดง ช่วงบ่ายไม่มีเรียนกิจกรรมอะไรก็ไม่มีเพราะส่วนใหญ่ปีสองกับปีสามเป็นคนจัดการดูแล“อ๊ะ! เบา ๆ หน่อยดิ๊ กูเจ็บนะ”“ทีตบกับพวกนั้นไม่เห็นบ่นว่าเจ็บ”“ตอนนั้นกำลังมันนี่ ทาเบา ๆ” ออมจับมือแกร่งที่กำลังทายาแผลตัวเองอยู่ พอทิ้งน้ำหนักหน่อยเธอจิกใส่เพราะแสบมาก“ต้องพามึงไปฉีดยาบาดทะยักปะเนี่ย กันพิษสุนัขบ้าเข้าร่างกาย”“ไอ้นี่! หมาพันธุ์นี้ต้องกระทืบแม่งให้กระอักเลือดตายไปเลย” พูดถึงเรื่องที่โดนหาเรื่องแล้วเจ็บแค้นใจอยากตะบันหน้าอีกสามคนให้มันแหกแม่งตรงนั้น หัวโจกมันก็มีชื่อแต่เธอไม่อยากเรียกเสนียดปาก“พี่ออม นั่นโดนอะไรมาคะ”นั่งอยู่โต๊ะหินอ่อนใต้ตึกคณะวิศวะ ไอรีนลงคลาสมาเจอกับกลุ่มแฟนตัวเองก็รีบเข้ามาทักทาย พอเห็นว่าออมบาดเจ็บรีบเอ่ยถามอย่า
“มึงรอตรงนี้ เดี๋ยวพวกกูกลับมา”องศากับขุนเขาโดนอาจารย์เรียนให้ช่วยขนของรวมทั้งนักศึกษาผู้ชายคนอื่นด้วย ในห้องจึงเหลือออมและนักศึกษาผู้หญิง ซึ่งจะมีกลุ่มหนึ่งที่วางท่าไม่ชอบเธอมาก ราวกับเกลียดกันเป็นชาติสาขาโยธาผู้หญิงมีไม่ถึงสิบ น้อยอยู่แล้วยังสาระแนทำตัวกร่างวางท่าไม่ชอบกันอีกออมเปิดกระเป๋าหยิบโทรศัพท์เล่นไปเรื่อยเปื่อยระหว่างรอ นอกจากเพื่อนในแก๊งเธอก็ไม่มีเพื่อนคนไหนที่สามารถพูดคุยหารือกันได้ เพื่อนผู้ชายบางคนก็พูดคุยตามประสา ไม่สามารถปรึกษาอะไรได้ ผู้หญิงยิ่งแล้วใหญ่แค่เห็นเธอก็เบะปากจนจะฉีกถึงหูละ“แต่งตัวไม่ดูสารรูปตัวเองเลยเนอะคนเรา คงกะว่าจะอ่อยเพื่อนในแก๊งละมั้ง แต่เสียดายที่ขุนเขามีแฟนไปละ”“ยังมีองศาอยู่ไม่ใช่เหรอแก อุ๊ย!! คนนั้นน่ะคาสโนว่าตัวพ่อเลยคงไม่สนใจยัยเฉิ่มแว่นหนาตรงนั้นหรอก ถึงพยายามแต่งตัวโชว์เปลือยขนาดไหนเขาไม่มองให้เสียสายตา”เสียงแขวะออมดังขึ้นต่อเนื่องจากกลุ่มเพื่อนที่ไม่ชอบพร้อมทั้งหัวเราะสะใจ หญิงสาวรับฟังทุกบทสนทนาผ่านหูซ้ายทะลุหูขวาอย่างใจเย็น เธอพยายามสงบสติอารมณ์เพื่อยั้งมือกับตีนไว้ไม่ให้เล่นงานใคร“ต่อให้แต่งตัวดีขนาดไหน สองหนุ่มคนหล่อนั่นไม่สนใจหรอ
ตอน 5 ดูแลดีออมแต่งตัวไปเรียนคาบเช้าของวันต่อมา ส่งผลให้ความง่วงกับความขี้เกียจผสมผสาน ทำหญิงสาวครึ่งตื่นครึ่งหลับ ขนาดว่าแต่งตัวอยู่ก็ติดกระดุมเสื้อถูก ๆ ผิด ๆองศาเห็นสภาพเพื่อนแล้วส่ายหน้า หยิบขวดน้ำเย็นมาแตะแก้มขาวจนเจ้าตัวเบิกตากว้างตกใจตัวจี๊ดเลย “สภาพเหมือนคนไร้วิญญาณ มีเพียงกายหยาบสินะที่ต้องลากสังขารไปเรียน”“ก็มึงแกล้งกูอะ กว่าจะหลับจริงก็เกือบรุ่งสาง นอนท่องบทสวดคาถาไล่ผี แทนที่ท่องแล้วสบายใจเหมือนมีความเย็นอะไรไม่รู้เป่าอยู่ที่เท้า” ออมอ้าปากหาวน้ำตารื้นเล็กน้อย สาธยายยาวเหยียดให้อีกคนฟัง เมื่อคืนทั้งคู่นอนไม่หลับ องศาเล่าเรื่องผีให้ฟังอย่างสยอง ทั้งที่ตัวเองกลัวหัวหดแต่ก็ฟังจนจบเสร็จแล้วคนเล่าหลับเป็นตาย ส่วนคนฟังตาค้างหลอนกลัว จากที่ห้ามให้เขาข้มเขตเธอ กลายเป็นหญิงสาวเสียเองที่ขยับจนตัวชิดกับชายหนุ่มอย่างกลัว ๆ กว่าจะหลับจริงก็ปาไปตีสอง เช้านี้เลยแฮงค์เหมือนคนเมาค้าง“อยากนอนไม่หลับนัก กูจัดให้ เดี๋ยวพาไปดื่มอะไรแก้แฮงค์” ต่อให้ดูเหมือนขี้แกล้ง ก็ใส่ใจเพื่อนอย่างดีออมคว้ากระเป๋าสะพายแล้วตวัดถือไปด้านหลัง เดินตามหลังองศาจนถึงลิฟต์และลงมาโรงจอดรถองศาขับรถมาจอดตรงหน้าใน
ออมเดินบิดขี้เกียจหาววอดเข้าห้องนอนเล็กของคอนโดองศา เธอวางโทรศัพท์แล้วหย่อนก้นนั่งบนเตียง มือบีบนวดท้ายทอยเพราะตึงจากการที่เธอนั่งทำงาน เอวที่ปวดนิดหน่อย ช่วงต้นขาที่นั่งตักแกร่งนานทำให้ตึงเล็กน้อย เป็นการทำงานที่สบายระคนทรมานเธอนอนบนเตียงพลางเล่นโทรศัพท์ แฟนหนุ่มคงเล่นเกมอยู่ ซึ่งกว่าเธอจะนอนก็อีกนาน แม้จะหาวอยู่ก็ตาม ไถหน้าจอเจอท่าออกกำลังกายหนึ่ง ทำบนเตียงได้ ต้องแยกขาออกกว้าง ๆ จากกันค้างไว้ นอกจากดูร่างกายก็ทำตามเขาอย่างง่ายดาย ในขณะนั้นเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ไม่ทันที่เธอจะอ้าปากถาม ร่างสูงก็เปิดเข้ามาแล้ว“มีอะไร” ออมผงกหัวขึ้น แต่ยังนอนท่าเดิม อ้าขากว้างสุดไม่สนใจด้วยว่าคนนั้นเป็นใครองศาที่หอบหมอนหนึ่งใบเข้ามาเห็นท่านั้นแล้วใจเต้นระรัว เลือดสูบฉีดร้อนแรงในร่างกาย ยิ่งเห็นขาเรียวแหกออกกว้างขนาดนั้นในใจยิ่งอยากกระโจนใส่ กางเกงขาสั้นที่เธอใส่ตรงเป้ามันพอดีกับกลางกายนัก ส่งผลให้มันเห็นความอวบอูมของเธอชัดเจน“มึงทำไร”“ตาบอดเหรอกูออกกำลังกายอยู่ ยืดขาแบบนี้แล้วโคตรสบาย” ไม่พอแค่อ้าขา ยังยกขาส่งแขนสอดใต้ข้อพับเพิ่มส่งผลให้สะโพกลอยเด่นขึ้นซึ่งเธอใส่กางเกงขาสั้นผ้านิ่มแนบตัว หากไ