INICIAR SESIÓNเสียงหรีดหริ่งเรไร เหมือนเพลงยามรัตติกาลที่ขับกล่อม ชนิตสิรีเหม่อมองไปยังท้องฟ้าด้านนอก คืนนี้เดือนมืด ฟ้าหม่นเห็นแต่ดาวออกมาทักทาย ส่วนพระจันทร์ซ่อนหลบหายไปในท้องฟ้า หน้าต่างห้องเธอเปิดกว้าง เพื่อรับลม หญิงสาวลากเก้าอี้มานั่งตรงริมหน้าต่าง และเอามือท้าวคาง ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ เมื่อนึกถึงพี่ชายและเพื่อนรัก
“ยายตวงเป็นอะไรไปนะ ทำไมดูไม่ร่าเริงเอาเสียเลย อืม...พี่เพลิงมีแฟนแล้วอย่างนั้นเหรอ จะว่าดีก็ดีนะ จะว่าไม่ดีก็ไม่ดี เสียดายที่ไม่ได้ยายตวงเป็นพี่สะใภ้แหะ”
หญิงสาวบ่นพึมพำกับตัวเอง สายตามองเหม่อไปยังความมืดด้านนอก แล้วเธอก็เห็นแสงระยับ เป็นประกายเล็กๆ หลายจุดเหมือนกับดาวบนท้องฟ้า หากแต่มันอยู่บนพื้นดิน ชนิตสิรีอุทานอย่างตื่นใจว่า
“ว้าว! หิ่งห้อย สวยจัง”
ชนิตสิรีตัดสินใจ ลุกขึ้นแล้วเดินลงไปชั้นล่าง ตอนนี้เป็นเวลาเกือบสี่ทุ่มแล้ว และเงียบสนิท ตวงรักและนราวิชญ์คงจะเข้านอนแล้ว เธออยากดื่มด่ำความสวยงามของธรรมชาติ ลังเลนิดหนึ่งว่าจะเรียกเพื่อนสนิทดีไหม หากแต่แล้วเธอก็เปลี่ยนใจ เพราะตวงรักท่าทางจะเหนื่อยมาก เธอได้ยินเอกพงษ์กระเซ้าบนโต๊ะอาหารที่หัวหน้าคนงานหนุ่มต้องมาทานด้วยทุกวันว่า วันนี้ตวงรักทำงานหนักมาก เพราะช่วยตัดแต่งกิ่งส้ม เกือบตลอดบ่าย
ร่างบางก้าวออกมานอกบ้าน เธอถือไฟฉายออกมาด้วยอันหนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ เดินไปยังทิศทางเดียวกับหน้าต่างห้องนอนของเธอ ชนิตสีรีค่อยๆ เดินลัดเลาะไปทางนั้น มีพื้นที่โล่งกว้างประมาณเกือบไร่ มีแต่พวกหญ้าวัชพีชขึ้นสูงพอสมควร ยังไม่ได้รับการแพ้วถางทำอะไร ตอนนี้มีแสงระยับงดงาม ราวกับดวงดาวบนท้องฟ้า ชนิตสิรีมองอย่างชื่นชม ก่อนจะอุทานออกมากับภาพที่เห็น
“สวยมากๆ เลย นึกว่าจะอยู่แต่กับต้นลำพู เหมือนดาวเลย สงสัยต้องบอกพี่เพลิง ว่าห้ามทำอะไรกับที่ตรงนี้เสียแล้ว หรือจะเป็นรังของมันนะ ออกมากันเต็มเลย”
ชนิตสิรีมองอย่างชื่นชม เธอนึกเสียดายที่ไม่มีกล้องวีดีโอ ไม่อย่างนั้นคงจะถ่ายภาพประทับใจนี้เก็บไว้แล้ว มีฝนตกปรอยมาเล็กน้อยเมื่อตอนบ่ายแก่ๆ ไม่ถึงกับหนักมาก พอดินชื้นพวกมันก็คงโผล่ออกมาจากใต้ดิน เพราะหิ่งห้อยมักจะมีมากตอนฤดูฝนแบบนี้
“ยัยน้องมาทำอะไรดึกๆ”
น้ำเสียงห้าวทุ้มดังขึ้น ทำเอาคนตัวเล็กที่กำลังชื่นชมบรรยากาศที่ธรรมชาติกำลังสร้างสรรค์ถึงกับตกใจ หันขวับทันที เมื่อเห็นว่าเป็นใครเธอก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ขณะที่เจ้าของเสียงกอดอกมองเธอ พลางทำตาเขียว
“พี่วิชญ์น้องตกใจหมดเลย”
“ค่ำมืดแล้ว ย่องออกมาทำอะไรดึกๆ ดื่นๆ”
นราวิชญ์มองไปรอบๆ อย่างเป็นห่วง คนงานผู้ชายที่สวนส้มนี้ก็มีหลายคน ที่บางคนก็มีที่พักที่นี่ โดยเฉพาะหัวหน้าคนงานที่ชื่อเอกพงษ์ ที่คุยกับชนิตสิรีอย่างสนิทสนม นี่แม่ตัวดีนึกยังไงกันนะ ออกมาย่องชมดาวแบบนี้ เขามัวแต่มองแม่น้องสาวด้วยสายตาโกรธขึ้ง จนไม่ได้ดูภาพตรงหน้าเลยสักนิด
“อย่าพึ่งมาสวดน้องเป็นคุณลุงเลยค่ะ พี่วิชญ์ดูสิคะ หิ่งห้อยเป็นร้อยๆ เลย สวยจัง”
ชนิตสิรีเอื้อมมือเขากอดแขนพี่ชายอย่างเคยชิน แล้วชี้มือให้เขามองดูความงดงามของทุ่งหิ่งห้อยเบื้องหน้า
นราวิชญ์มองตามที่น้องน้อยชี้ แล้วถึงกับตะลึงในความงามของธรรมชาติ หิ่งห้อยนับร้อย นับพัน กำลังส่องแสงงดงาม เพื่อดึงดูดคู่ของมัน ตามแบบของธรรมชาติ ใครจะเชื่อ ว่าทุ่งหญ้ารกร้างไร้ประโยชน์ หากแต่มีความงามซ่อนไว้อยู่ ยามรัตติกาลมาเยือนแบบนี้
“สวยไหมคะพี่วิชญ์ ถ้าได้มายืนดูกับแฟน คงจะโรแมนติคมาก”
ชนิตสิรีว่าเสียงแจ้ว คนฟังถึงกับหัวใจกระตุก ริมฝีปากเขาเม้มแน่น ภาพตรงหน้าชักจะไม่สวยงามสำหรับเขาเสียแล้ว ชายหนุ่มแกล้งพูดลอยๆ ว่า
“กับแฟนน้องน่ะเหรอ มีด้วยหรือไงเราน่ะ”
“แหม...มีสิคะ”
ชนิตสิรีแกล้งว่า เธอชอบว่าเขาบ่อยๆ ว่าจะขึ้นคาน เพราะไม่ยอมมีแฟน เรื่องอะไรเธอจะยอมเสียหน้าในข้อหาเดียวกับที่เธอชอบว่าเขากันเล่า
“ใครกันน่ะยัยน้อง”
แขนแข็งแรงกระชากเธอเข้าใกล้ทันที ทำเอาชนิตสิรีตาโต นัยน์ตาคมกริบของนราวิชญ์ที่จ้องมองมา ส่งประกายหลายอย่าง มันทั้งโกรธขึ้ง เจ็บปวด น้อยใจ เสียงเขาเหมือนคำราม เมื่อถามเธอซ้ำ
“ใครเป็นแฟนเรา!”
“พี่วิชญ์ นี่เป็นอะไรไปคะนี่ ปล่อยน้องนะ น้องเจ็บ”
ชนิตสิรีพยายามดิ้นหนีจากอกอุ่น เธอกำลังรู้สึกประหลาด ใจเต้นอย่างไม่มีสาเหตุ นราวิชญ์ไม่ปล่อย หากแต่กลับกอดรัดกระชับแน่นเข้า และยังถามย้ำอีกรอบเสียงเขียว
“บอกพี่มาว่าใครเป็นแฟนเรา!”
“น้องไม่บอก พี่วิชญ์จะทำไม พี่วิชญ์ไม่ได้เป็นผู้ปกครองน้องนะ แล้วน้องก็โตแล้ว”
“พี่รู้ว่าเราโตแล้ว”
นัยน์ตาคมส่งประกายวาบวับ ด้วยอารมณ์ภายใน
“แล้วพี่ก็ไม่ใช่ผู้ปกครอง แต่พี่เคยบอกแล้วว่าพี่หวง!”
เสียงนั้นราวกับเสียงสั่งประกาศิต ชนิตสิรีอ้าปากค้าง ใบหน้าแดงเรื่อ คนพูดเองเหมือนจะอดใจไว้ไม่ไหว เขาก้มลงมาหาริมฝีปากนุ่มหวานที่กำลังเผยอค้าง เพราะความตกใจ ก่อนที่ชนิตสิรีจะทันรู้ตัว ริมฝีปากอุ่นก็ก้มลงมาประทับแนบแน่นกับริมฝีปากอิ่มหวานของเธอ นราวิชญ์จูบเธอด้วยอารมณ์ลึกล้ำที่มันกดอัดมานานนับหลายปี ปลายลิ้นอุ่นซ่านควานหาความหวานจนชนิตสิรีเข่าอ่อน นัยน์ตาปรือ ชายหนุ่มอุ้มร่างบางขึ้นทั้งยังไม่ถอนจูบ ก่อนจะเดินพาชนิตสิรีเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ แขนเรียวคล้องคอเขาไว้ หัวใจเต้นเป็นจังหวะรัวเร็ว กับจุมพิตหวานล้ำนั่น กว่าเธอจะรู้ตัว ร่างบางก็ถูกวางลงบนเตียงกว้าง ชนิตสิรีสะดุ้งเมื่อหลังสัมผัสเตียงนุ่มที่เย็นเชียบ หญิงสาวมองเขาตาโต นราวิชญ์เหมือนเขื่อนกั้นน้ำที่กำลังแตกกระจาย เมื่อได้จูบน้องน้อยไปแล้ว มันก็เกินจะเก็บกักอารมณ์รักของตัวเองไว้ไหว
“พะ พี่วิชญ์”
เสียงใสกล่าวตะกุกตะกัก
“ยัยน้อง”
เสียงทุ้มนั้นหวาน ทอดอ่อน จนคนฟังใจเต้น นราวิชญ์มองไล่ใบหน้าหวานละมุน ในแสงสลัวของโคมไฟที่เขาเปิดทิ้งไว้ มือใหญ่ไล้ไปทั่วใบหน้ารูปหัวใจอย่างถนอม นัยน์ตาคมมองสบกับนัยน์ตาโตหวาน มือของชนิตสิรียันอกกว้างไว้ตรงบริเวณหัวใจของเขาที่เต้นอยู่พอดี ซึ่งมันก็เต้นเร็วไม่แพ้กับของเธอเลยทีเดียว
“รู้ไหมทำไมว่าพี่ถึงหวงเรา ถึงคอยว่าเรานักหนา”
“เอ่อ...”
ขนิตสิรีมองตาเขาเหมือนโดนสะกดนิ่ง ความนัยของสายตาเขา ทำให้ชนิตสิรีหน้าแดงก่ำ
“รู้ไหม ว่าพี่น่ะโมโหผู้ชายทุกคนที่เข้าใกล้ ที่มองยัยน้องของพี่ พี่หวงแม้กับกระทั่งนายเพลิง”
“พี่วิชญ์”
นราวิชญ์ยิ้มให้กับคนที่อยู่ใต้ร่างแกร่งของเขา ทำเอาชนิตสิรีแทบตาพร่า กับรอยยิ้มบาดใจแบบนั้น ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ จมูกโด่งกดลงกับแก้มนวลอย่างอดไม่ได้ สูดกลิ่นหอมเก็บไว้อย่างจะให้มันเป็นกำลังใจให้กับตนเอง
“คุณยายท่านก็รู้ ว่าพี่คิดยังไง ยัยน้องพี่รักเรานะ รักมานานแล้ว”
“พี่วิชญ์”
ชนิตสิรีอุทานออกมาเสียงแผ่ว หัวใจเธอแทบจะหยุดเต้นด้วยความตกใจ นราวิชญ์หัวเราะเบาๆ มองเธอด้วยสายตาเป็นประกาย เมื่อได้บอกสิ่งที่มันล้นหัวอกมาตลอดระยะเวลาหลายปีแล้ว หัวใจเขาก็เหมือนได้ปลดสิ่งกังวลออกไป และมันกำลังเต็มตื้นเพราะคนในอ้อมแขน ชนิตสิรีไม่ได้ดิ้นรนหนี หรือทำเหมือนรังเกียจเขาเลย ทำให้หัวใจของเขามันพองโต มีความสุขยิ่งนัก
“พี่เพลิงคะ เมื่อไหร่เราจะไปเที่ยวกันเสียที” เสียงหวานเอ่ยถามออดๆ เมื่อเงยมองหน้าคนที่กำลังใช้แขนพาดท่อนเอวของเธอไว้อยู่ เพลิงก้มลงมองคนตัวเล็ก หวานจัดที่เขาละเลียดดื่มชิมมาทั้งคืนอย่างไม่รู้เบื่อ ด้วยสายตาสุดแสนจะเจ้าเล่ห์ แสนกล ก่อนจะเอ่ยตอบเธอเสียงทุ้ม“เดี๋ยวบ่ายนี้พี่จะพาไป รับรองเลยว่าที่แรกที่พาไป น้องตวงจะต้องประทับใจสุดๆ”“ที่ไหนคะ” เธอทำตาโตแป๋วอย่างอยากรู้ พร้อมกับพลิกตัวขึ้นเท้าแขนมองเขา ซึ่งเมื่อเธอทำแบบนั้น ผ้าห่มที่ใช้ห่อตัวก็หลุดลุ่ยลง อวดทรวงสาวขาวนวล มีรอยตำหนิตรงที่คนร้ายกาจ ไปจัดการตีตราไว้จนมันเป็นรอยแดงๆ ซึ่งพอเห็นร่อยรองนั้นแล้ว เพลิงก็ทำตาหวานฉ่ำ แล้วดึงเธอเข้ามากอด ก่อนจะกระซิบเสียงพร่า“จ่ายค่าไกด์มาก่อน รับรองเดี๋ยวได้เที่ยวแน่ๆ”“ค่าไกด์อะไรกัน ปล่อยนะคะพี่เพลิง ตวงจะช้ำไปหมดแล้ว เมื่อคืนก็แทบไม่ได้นอน” เธอพึมพำเสียงออด เล่นเอาคนตัวโตหัวเราะเบาๆ แต่มีหรือคนบ้าพลังอย่างเพลิงจะยอมปล่อยของหวานในอ้อมแขนไปได้ง่ายๆ “เดี๋ยวก็นอนนะ เรามีเวลานอนกันอีกตั้งนาน นะจ๊ะ นะ นะ น้องตวง” คนอ้อน อ้อนไปก็จูบไป เล่นเอาตวงรักแทบจะละลายเป็นไอศกรีม เพราะฝีปากและฝีมือเขา
“ปวดขาไหมคะคุณเพลิง”ตวงรักถามเขาอย่างเป็นห่วง เมื่อพิธีผ่านพ้นไปจนถึงพิธีส่งตัว เมื่อผู้ใหญ่ให้ศีลพรเสร็จแล้ว จึงปล่อยให้หนุ่มสาวอยู่ด้วยกันตามลำพัง เธอกำลังปลดเครื่องประดับออกจากตัว เพลิงหรี่ตาลง เขากำลังคิดออกเมื่อตอนเธอพูดนี่แหละ ว่าขาของเขาพึ่งจะหาย ชายหนุ่มเลยแกล้งทำเป็นเซแล้วพูดเสียงออด“เจ็บอยู่นิดๆ นะครับ พี่กลัวจะอาบน้ำไม่ไหว น้องตวงอาบให้หน่อยนะครับ”“อะไรนะคะ”ตวงรักอุทานอย่างตกใจ พลางหรี่ตามองคนเจ้าเล่ห์ หากแต่เพลิงก็ทำหน้าซีดได้อย่างสมบทบาท ตวงรักเดินเข้าไปหาเขา คนตัวโตเลยตวัดร่างนุ่มเข้ามากอด แล้วซบหน้ากับบริเวณหน้าท้องนุ่มทำเอาตวงรักตัวแข็ง“พี่เจ็บจริงๆ นะจ๊ะ คงอาบไม่ถนัด น้องตวงไปช่วยหน่อยนะ เราแต่งงานกันแล้วนะจ๊ะ นะ”“อาบเองเถอะค่ะ”ตวงรักหน้าแดงก่ำ เธอไม่หลงกลเขาหรอกน่า เขาแค่เจ็บขานะไม่ได้เป็นอะไรมากมายจนถึงกับจะอาบน้ำเองไม่ได้ เพลิงหัวเราะหึ หึ แล้วพูดเสียงอ้อนต่อไปว่า“ใจร้ายจัง จะปล่อยให้สามีไปก้มๆ เงยๆ ทำอะไรไม่สะดวกในห้องน้ำเหรอจ๊ะ เกิดพี่ลื่นล้มหัวแตกไป น้องตวงก็เสียใจน่ะสิ”“ดีใจสิไม่ว่า คนเจ้าเล่ห์อย่างคุณเพลิง ให้เลือดออกเสียบ้าง ตวงจะดีใจมากเลยค่ะ
ภาพของสองหนุ่มสาวบนเวที ทำให้ชนิตสิรีที่ไปเข้าห้องน้ำแล้วมายืนอยู่ใต้ต้นส้มต้นใหญ่ มองแล้วก็อมยิ้ม เมื่อเห็นความรักของเพื่อนเต็มไปด้วยความสุข เธอสะดุ้งเมื่อมีเสื้อสูทสีขาวสวมทับมาบนแขนเปลือย วันนี้ ชนิตสิรีเลือกชุดกระโปรงผ้าพลิ้ว สีส้มโอโรสสายเดี่ยว ประดับดอกไม้เทียมดอกใหญ่ไว้ตรงอกเสื้อ ผมเธอเกล้าเป็นมวยอย่างเก๋ จากฝืมือของภาสวินีที่มาช่วยแต่งหน้าและแต่งตัวให้กับเจ้าสาว รวมมาถึงเพื่อนเจ้าสาวอย่างเธอด้วย ตอนนี้สามสาวไปยืนรอรับช่อดอกไม้ที่ด้านล่างเวที ตั้งใจกันมากเลยทีเดียว“พี่วิชญ์”“สวมเสื้อทับดีกว่านะจ๊ะ เสื้อของน้องเป็นสายเดี่ยว อากาศเชียงใหม่กลางคืนเย็นๆ เดี๋ยวเป็นหวัด”นราวิชญ์ว่า ตอนนี้เขาเหลือเสื้อเชิ้ตสีส้มอ่อนด้านใน ปลดกระดุมลงสองสามเม็ด เผยให้เห็นอกกว้าง ชนิตสิรีย่นจมูกอย่างรู้ทัน“แหม...ค่ะ คุณลุงวิชญ์”“ใครเป็นลุงกัน เดี๋ยวเถอะ”นัยน์ตาคมกริบส่งประกายคาดโทษ ชนิตสิรีเลยหัวเราะกิ๊ก ตอนนี้ชายหนุ่มโดนให้ไปทำงานที่ภูเก็ต เหมือนจะเป็นการแกล้งจากคุณย่าหญิง ข้อหานัวเนียหลานสาวในปกครองของท่านเหลือเกิน ร่วมมือกันกับจิตรา ทำเอานราวิชญ์แทบจะอกแตกอยู่แล้ว ที่ไม่ได้เห็นหน้าหวานๆ ขอ
“สวยจังเลย ยัยตวง”ชนิตสิรีมองเพื่อนรักอย่างตะลึง ตวงรักสวยสง่าในชุดแต่งงานสีส้มอ่อน เป็นเสื้อคอวี แขนพอง เข้ารูป ปล่อยชายกระโปรงยาวฟูฟ่องด้วยผ้าเนื้อเบาราวใยบัว ประดับด้วยริบบิ้นสีทองคาดที่เอวผูกโบว์ไว้ด้านหลัง ด้านหลังของเสื้อผ่าลึกเล็กน้อย ขับผิวขาวอมชมพูให้ยิ่งลออตา เรือนผมประดับด้วยดอกส้มสีขาวหอมกรุ่น ปล่อยยาวถึงกลางหลัง ม้วนเป็นลอนใหญ่ทิ้งตัวสวย เครื่องประดับเป็นมุกสีชมพูเม็ดเล็ก สวมเป็นสร้อยคอ และต่างหู ตวงรักหันมายิ้มให้กับเพื่อนรัก ใบหน้าตกแต่งไว้อ่อนๆ ด้วยโทนสีชมพูอมส้ม ทำให้ดูลออตางดงามไปหมดทั้งใบหน้า “ขอบใจจ้ะ”“เอาไปเอามา ตวงแต่งงานก่อนน้องจนได้”ชนิตสิรีหัวเราะเบาๆ เลยโดนเพื่อนรักค้อนเอาขวับ แถมแอบหยิกเธอเอาเสียด้วยจนชนิตสิรีต้องร้องโอ๊ย! “หยิกน้องทำไมกันนะ เจ็บนะยัยตวง”“อยากจะทำมากกว่าหยิกอีก ใครล่ะ ทำให้ตวงแต่งงานเร็วแบบนี้ พี่ชายตัวแสบของยัยน้องน่ะแหละ”ตวงรักว่าแล้วก็หน้าแดงจัด เมื่อนึกถึงภาพเหตุการณ์วันนั้น เมื่อได้จูบ เพลิงก็เริ่มลืมตัว พาให้เธอคล้อยตามเขาไปด้วย เมื่อชนิตสีรีเปิดประตูพรวดพราดเข้ามาพร้อมกับคุณย่าหญิง จึงเห็นภาพหวานเข้าเต็มตาเพลิงจึงถูกบรรด
“ตอนแรก ผมก็อยากจะแกล้งคุณตวงจริงๆ นั่นแหละครับ แกล้งคุณย่าหญิงด้วย มีอย่างที่ไหน มาหาว่าผมเป็นเกย์ ผมก็โกรธนะครับ”“แล้วทำไม ต้องทำแบบนั้นด้วยละคะ”ตวงรักว่าเสียงอ่อน เพลิงหัวเราะเบาๆ ก่อนจะทำไก๋ เขาแอบจูบเรือนผมนิ่มหอมของตวงรัก“ทำแบบไหนครับ ผมทำอะไรกัน ก็แค่แกล้งเป็นเกย์เท่านั้นเอง คุณตวงจะได้เอาไปรายงานคุณย่าหญิงไงละครับ เลยต้องแกล้งให้สมบทบาทหน่อย”“สมบทบาทอะไรกัน” ตวงรักหน้าแดง “ก็คุณเพลิงแกล้งขอกอดตวง บางทีก็...อื้ม เห็นตวงโง่หรือไงนะ คุณเพลิงคงจะหัวเราะเยาะตอนที่ตวงกังวลแทนคุณ แถมคิดวิธีช่วยคุณสารพัด”“ผมกำลังชื่นใจต่างหาก” เพลิงว่าเสียงทุ้ม“ผมไม่เคยหัวเราะเยาะคุณตวงเลย ชื่นใจแล้วก็อิ่มใจ ที่ได้มีโอกาสรู้จักผู้หญิงน่ารักๆ คนที่ทำอะไรเพื่อคนอื่นโดยไม่ได้คิดถึงผลตอบแทน คนที่ยอมเสนอตัวเป็นเพื่อน ยามที่ผมไม่มีใคร ยอมที่จะรับผมเป็นเพื่อน แม้ว่าผมจะกลายเป็นคนที่สังคมลงความเห็นว่าผิดปรกติ” “ตวงไม่ได้ดีแบบนั้นเสียหน่อย” ตวงรักว่าอุบอิบ “ตวงยอมไปทำงานที่คุณย่าหญิงสั่ง เพราะตวงอยากไปสวิส แล้วก็อยากได้เงินต่างหาก ใครบอกว่าตวงไม่อยากได้ผลตอบแทนละคะ”“รายงานคุณย่าแล้ว คุณตวงจะกล
“นี่แผนคุณอีกแล้วใช่ไหมคุณเพลิง! ปล่อยตวงไปนะ ตวงไม่อยากเจอหน้าคุณ”“โธ่...”เพลิงอยากจะไปกอดร่างบางหอมกรุ่น อยากจะจูบแก้มนวลเพราะคิดถึงใจจะขาด อยากจะคุกเข่าขอร้องให้เธอเห็นใจ หากแต่สภาพร่างกายเขาก็ไม่เอื้ออำนวยนัก แล้วถ้ารอตัวเองหายก็คงอีกเดือนเต็มๆ ป่านนั้นไม่รู้ว่าตวงรักจะยิ่งโกรธเกลียดเขาไปมากกว่านี้อีกหรือเปล่า“ไม่ต้องมาโธ่ มาทำหน้าซื่อ แต่ใจคดกับตวงเลยนะ บอกยัยน้องมาเปิดประตูเดี๋ยวนี้เลยนะ คอยดูนะออกไปได้ ตวงจะเล่นงานให้เข็ด ยัยน้องนะยัยน้อง”“ฟังผมบ้างสิครับ ผมมีเหตุผลนะ ที่หลอกคุณตวง”เพลิงว่าเสียงอ่อย พยายามทำหน้าให้น่าสงสารมากที่สุด ตวงรักกอดอก แล้วทำหน้าเชิด เธอกัดริมฝีปาก พลางส่ายหน้าช้าๆ “ไม่ต้องมาพูดหรอค่ะ ตวงไม่อยากจะฟัง คุณคงเห็นตวงหลอกง่ายสินะ ถึงหลอก...”ใบหน้านวลแดงเรื่อทันที เมื่อนึกทบทวนอะไรหลายๆ อย่าง ซึ่งเธอแน่ใจว่าเพลิงต้องแกล้งแน่นอน ทั้งแกล้งเมา แกล้งจีบสาวไม่เป็น โอ๊ย! อีตาบ้า นอกจากจะหลอกเราว่าเป็นเกย์ไม่พอ ทำให้เรากลุ้มใจเกือบตายยังมาหลอกแต๊ะอั๋งเราอีกเขากอดเธอ แถมหอมแก้มเธอไปกี่ครั้งแล้วเล่า หน็อย...ยิ่งให้อภัยไม่ได้หรอก ตวงรักกัดริมฝีปากจนเจ็บ ต







