LOGIN
ว่ากันว่าความทรงจำเกี่ยวพันกับความรู้สึกเสมอ และบางครั้ง... มันแยกจากกันแทบไม่ได้ แล้วจะเป็นไปได้ไหมหากจะลืมความทรงจำเลวร้าย จะได้ไม่ต้องรู้สึกเจ็บปวดอีกต่อไป
อมายาเงยหน้ามองบ้านตัวเองแล้วปล่อยให้น้ำตาไหล ไม่รู้ว่าติดคุกเพราะความผิดที่ไม่ได้ก่อกับการเป็นลูกเมียชังในบ้านหลังนี้อย่างไหนจะดีกว่ากัน
“เข้าไปข้างในสิ”
สารภีเมียรักของผู้เป็นพ่อบอกด้วยแววตาเหยียดหยาม หล่อนคือคนที่ไปรับเธอออกมาจากสถานีตำรวจ ด้านอมายากำหมัดแน่นเพราะรู้ดีใครรออยู่ในนั้น
“พี่ออยกลับมาแล้ว”
ทันทีที่เข้ามาในบ้าน เอมมาลินก็บังคับวีลแชร์เข้ามาหา หล่อนเป็นน้องสาวคนละแม่แต่หน้าเหมือนกับเธอราวกับฝาแฝด
เอมมาลินเดินไม่ได้ตั้งแต่อายุสิบสามเพราะอุบัติเหตุที่เกิดจากอมายาและคุณพิยดาผู้เป็นแม่ นั่นคือสิ่งที่อธิบายที่มาสถานะ ‘ลูกชัง’ ของเธอได้เป็นอย่างดี แต่ถึงเธอจะเป็นที่เกลียดชังแค่ไหน เรื่องพวกนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่เธอควรเจอ
เผียะ!!!
อมายาฟาดฝ่ามือเข้าเต็มหน้าน้องสาว เสียงเปรี๊ยะแตกในหูของเอมมาลินพร้อมกับเลือดที่กบมุมปาก หล่อนยกมือลูบแก้ม เงยหน้ามองคนเป็นพี่อย่างไม่เข้าใจ
“ตายจริง! เป็นบ้าอะไรยัยออย”
สารภีตกใจรีบเข้ามาโอบบุตรสาวของตนเอาไว้ อมายาหัวเราะเสียงหยันหากแต่น้ำตาไหลพราก ความรวดร้าวปรากฏให้เห็นในแววตาคลั่งแค้น ก่อนจะทรุดลงกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง
“มันทำลายชีวิตฉัน ฮือ ๆๆ” มือบอบบางยกขึ้นมาปิดหน้าร้องไห้ “พวกคุณทุกคนทำลายชีวิตฉัน”
อนาคตของอมายาที่ริบหรี่อยู่แล้วต้องดับวูบ หลังจากหลายวันก่อนเธอสะดุ้งตื่นแล้วพบว่าตัวเองนอนอยู่ในรถที่โรงเก็บรถ พร้อมสวมเสื้อผ้าของเอมมาลินอยู่ด้วย ทั้งตำรวจยังมาเคาะกระจกเรียก
ทุกคนรวมถึงคุณอธิปบิดาของเธอต่างกล่าวหาว่าเธอคือคนที่ขับรถชนมีนรญา อดีตเพื่อนรักในอุบัติเหตุชนแล้วหนีเมื่อคืน รอยชนที่กระจกหน้า ลายนิ้วมือ รวมถึงภาพจากกล้องวงจรปิดมัดตัวแน่นชนิดที่ว่าดิ้นไม่หลุด แต่ไม่เข้าใจว่ามันเป็นไปได้อย่างไร
เธอดื่มเหล้าจริงเพราะเสียใจที่เพื่อนเลวอย่างมีนรญากำลังจะสร้างครอบครัวกับผู้ชายที่แย่งไปได้สำเร็จ แต่คืนนั้นเธอดื่มที่บ้าน และภาพสุดท้ายที่จำได้คือเธอนอนกอดขวดเหล้าหลับซบชักโครกบนห้องตัวเอง
หากจะมีคนที่หน้าตาเหมือนเธอขับรถชนนังสารเลวมีนรญาละก็ คงเป็นเอมมาลิน แต่ไม่มีใครเชื่อคำพูดของเธอ ราวกับทุกคนร่วมมือกันสร้างเรื่องใส่ร้ายเธอเพื่อปกป้องน้องสาวจอม
สร้างภาพเพราะเอมมาลินเดินได้นานแล้ว เธอเห็นกับตา แต่หล่อนขอร้องไม่ให้บอกใคร อ้างว่าอยากให้ทุกคนแปลกใจ แต่อมายารู้ว่าหล่อนติดสบายที่มีคนทำอะไรให้ทุกอย่างมากกว่า
อมายาที่ขัดใจน้องสาวเมื่อไหร่ก็ลงท้ายด้วยถูกคุณอธิปทำร้ายจึงไม่มีทางเลือก ซึ่งอันที่จริงเธอแค่ไม่สนใจและไม่อยากยุ่ง แต่ไม่คิดว่ามันจะกลับมาทำร้ายตัวเอง เธอเกลียดเอมมาลินมากแต่คงน้อยกว่าความร้ายกาจของฝ่ายนั้น
อุบัติเหตุที่ทำให้เด็กคนนั้นพิการงั้นหรือ...
หึ! ไม่มีใครเชื่อหรอกว่ายัยเด็กเอมมาลินพยายามผลักเธอให้รถของคุณพิยดาซึ่งขับเข้ามาตามถนนของบ้านชน หากบังเอิญว่าเป็นหล่อนเสียเองที่พลาดท่าถูกชนจนพิการ
แต่เรื่องกลายเป็นว่าเธอกับคุณพิยดาเกลียดลูกเมียรองจึงรวมหัวกันทำร้าย ด้วยรูปการณ์มันทำให้ดูเหมือนว่าอมายาเหวี่ยงน้องออกไป
แถมคุณพิยดาก็ขับรถเข้ามาด้วยความเร็วสูง เพราะหัวเสียที่สามีพาสารภีเข้ามาอยู่ในบ้าน จึงทำให้เอมมาลินได้รับบาดเจ็บร้ายแรง แต่ร่างกายพิการมันไม่ได้น่าสังเวชเท่าหัวใจไม่สมประกอบของหล่อนเลย
“ทุกคนรวมถึงฉันด้วยหรือเปล่า”
“โอ๊ย!!!” อมายาร้องเสียงหลงเมื่อถูกคนเป็นพ่อซึ่งเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้กระชากเรือนผมจนใบหน้าแหงนหงาย
“คุณพ่อ ออยเจ็บ” เธอดึงมือท่านออกแต่ก็ไร้ประโยชน์ พลันมืออีกข้างก็ตะปบเข้าที่ลำคอเธอแล้วบีบแรง เธอหายใจไม่ออกตาเหลือกลาน สัญชาตญาณพาให้สองมือทั้งจิกทั้งข่วนแขนใหญ่หากก็ไม่เป็นผล
“คนที่ทำลายชีวิตแกจะวิ่งเต้นให้แกออกมาจากคุกเหรอ”
“คุณพ่อ แค่ก ๆ”
เธอกำลังจะขาดใจตาย สมองต่อต้านขณะที่หัวใจนั้นแสนชอกช้ำ เพราะตัวตั้งตัวตีที่วิ่งเต้นเพื่อให้เธอได้ออกมาจากคุกคือครอบครัวหมอชาวี คนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องทางสายเลือดหากแต่ดีกับเธอยิ่งกว่าคนในครอบครัว
“คุณพ่อพอเถอะค่ะ สงสารพี่ออย”
เอมมาลินพยายามเอื้อมมือห้ามสุดแขนจนตกจากวีลแชร์ ทั้งสารภีก็ร่างเล็กพอ ๆ กับบุตรสาวเลยพากันล้มพับอยู่ที่พื้น อธิปตกใจที่เผลอทำร้ายลูกรัก เลยผละไปช่วยประคองหล่อนอย่างห่วงใย
“ลูกเอม เจ็บไหมคะ พ่อขอโทษนะคะ”
สรรพนามที่ท่านเรียกน้อง ทั้งการกระทำที่ตรงข้ามราวฟ้ากับเหวเคยทำให้อมายาปวดใจเจียนบ้าหากก็ยังไม่ชินเสียที
“ไม่ค่ะ ไม่เจ็บเลย”
เอมมาลินส่ายหน้าจนเส้นผมกระจาย ภาพคุณอธิปกับสารภีตระกองกอดหล่อนอยู่ทำให้อมายาสะท้อนใจ
หล่อนมีทั้งพ่อแม่ที่รักหล่อนและพร้อมอ้าแขนรับหล่อนไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
แล้วเธอเล่า...
เธอมีใคร...
เธอก็เป็นลูกของท่านเหมือนกันไม่ใช่หรือไร
จะร้ายจะดีก็ลูก ทำไมถึงได้จงเกลียดจงชังเธอนัก
ตั้งแต่เล็กจนโตคุณอธิปไม่เคยรักเธอ คุณพิยดาก็มองเธอเป็นเพียงตราบาปและตัวแทนของความผิดพลาด ไม่ได้อยากให้เธอเกิดมาตั้งแต่แรก แต่ต้องทำหน้าที่พ่อแม่ทั้งที่ฝืนใจนักหนา
จะมีใครจินตนาการได้บ้างหรือเปล่าว่าความรู้สึก ‘ไม่เป็นที่ต้องการ’ มันทั้งเจ็บปวดและอ้างว้างเพียงไร
“คุณพ่ออย่าทำอะไรพี่ออยเลยนะคะ เอมขอร้อง” คำพูดของเอมมาลินทำให้หล่อนดูดีในสายตาท่าน
ส่วนอมายาถูกมองด้วยแววตาเกลียดชัง ซึ่งไม่ทันไรท่านก็ปราดเข้ามากระชากสาบเสื้อจนหญิงสาวตัวลอยขึ้นจากพื้น เหมือนตุ๊กตาเก่า ๆ ที่ใครคิดจะเหยียบย่ำเท่าไหร่ก็ได้อย่างนั้นหรือ
“กรี๊ด ปล่อยออยนะ” อมายาร้องลั่นทันทีที่ถูกลากเข้าไปกดหัวต่อหน้าเอมมาลิน
“แกเห็นไหม น้องแกที่แกพยายามจะฆ่า เขารักเขาห่วงแกแค่ไหน แล้วนี่แกยังมาตบหน้าน้องอีกเหรอ อีเวร”
“คุณพ่อ ฮือ ๆ ปล่อยออยนะ!” อมายากรีดร้องลั่น เป็นที่น่าสังเวชใจของเหล่าคนรับใช้ที่ต่อให้สงสารก็ทำอะไรไม่ได้
“แกไม่น่าเกิดมาเลย ฉันน่าจะเอายาขับเลือดกรอกปากแม่แกตั้งแต่แกยังเป็นวุ้น”
อมายาน้ำตาไหลนอง เธอหมดแรงจะต่อต้านขัดขืน ได้แต่ปล่อยให้คนเป็นพ่อจับใบหน้าถูกับพื้นหินอ่อนเงาวับ
ความรู้สึกรักพ่อโดยไม่มีอย่างอื่นเจือปนมันเป็นอย่างไร... จะผิดไหมที่บางทีก็อยากให้ท่านตายไปเสีย เธอจะได้หลุดพ้น
หรือหากไม่เป็นอย่างนั้น... ก็ขอให้เป็นเธอก็ได้ที่ตาย
“ขอโทษน้องซะ”
“ออยไม่ผิด”
เธอร้องบอกเสียงขาดห้วง เพียงเท่านั้นก็ถูกกระชากศีรษะขึ้นแล้วตบฉาดจนร่างเล็กสะบัดหงาย แต่อย่างไรเสียเธอก็ยังยืนยันคำเดิม
“ออยไม่ผิด ฮือ ๆๆ อั่ก!”
ท่านหวดหน้าแข้งเข้ากลางลำตัวที่บอบบางราวกับไร้น้ำหนัก อมายาเจ็บจุกจนตัวงอ สำลักเลือดออกมาเปื้อนพื้น หากในจังหวะที่ท่านจะเตะซ้ำ แม่บ้านคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาขัด
“คุณท่านคะ คุณเขมราชมาพบค่ะ”
ชื่อของผู้ชายคนนี้ทำให้เอมมาลินยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตาและซับเลือดตรงมุมปาก พยายามทำตัวเองให้ดูดีที่สุด ด้านคุณอธิปและสารภีมองหน้ากันพลางกลืนน้ำลายลงคอ
ฝ่ายอมายานั้นไม่รู้ว่าควรรู้สึกอย่างไรดี... หากเป็นเมื่อก่อนเธอคงดีใจที่ได้เห็นหน้าเขา และคงมีกำลังใจใช้ชีวิตไปอีกหลายวัน
แต่ตอนนี้... เขาคือคนทรยศที่ไปเรียนเมืองนอกไม่เท่าไหร่ก็ขาดการติดต่อ ยังไม่เจ็บเท่าการกลับมาประกาศว่าเขาจะแต่งงานกับมีนรญาซึ่งพบรักกันที่นั่น
หัวใจเขาเป็นของหล่อน...
ส่วนอมายาก็ตกอยู่ในสถานะฆาตกรที่ฆ่าคนรักของเขาได้อย่างไรไม่รู้ แต่อีกส่วนหนึ่งเธอก็ไม่เสียใจเลยที่มีนรญามีจุดจบแบบนี้ และไม่ได้รู้สึกผิดต่อคนทรยศแม้แต่น้อย
“อย่าให้มันเข้ามา” คุณอธิปรีบบอก เอมมาลินช้อนตามองบิดาตาขุ่นโดยท่านไม่ได้สังเกต หากก็ไม่ทันเสียแล้ว
“ผมไม่รบกวนเวลาพวกคุณมากหรอก”
ร่างสูงสมส่วนราวกับรูปปั้นเทพบุตรกรีกสวมชุดดำไว้ทุกข์เดินเข้ามาในบ้านอย่างสง่างามโดยไม่ต้องพยายาม สายตาคมแต่เศร้าหมองกวาดมองภาพตรงหน้า
เอมมาลินถูกทำร้าย เช่นเดียวกับฆาตกรอย่างอมายาซึ่งน่าจะเจ็บหนักกว่าและเป็นสาเหตุที่สั่นคลอนความตั้งมั่นในใจเขา ทว่าเขมราชไม่เข้าใจสถานการณ์เท่าไหร่ และไม่คิดสงสารหรือเห็นใจ ถ้าอมายาตายไปเสียได้ วิญญาณของมีนรญาคงจะมีความสุข
“แค่อยากมาดูให้เห็นกับตาว่านังฆาตกรมันออกมาแล้ว” เหลือบมองร่างสวยที่หมดสภาพตรงพื้นอย่างชิงชัง ริมฝีปากกระจับได้รูปบิดยิ้มเยือกเย็น “แล้วผมก็จะบอกให้รู้เอาไว้ ผมไม่ปล่อยพวกคุณไปแน่”
“ระ... เราเกี่ยวอะไรด้วย” คุณอธิปไม่เข้าใจ “ออยเป็นคนชน เราไม่ได้ทำซะหน่อย”
อมายากำหมัดแน่น เจ็บแค้นอัดแน่นอยู่ในอกจนแทบจะระเบิดออกมาเสียให้ได้ ด้านเขมราชกล่าวหน้าตายเสียงเย็นเยียบ
“ในเมื่อพวกคุณวิ่งเต้นเพื่อให้ฆาตกรลอยนวลได้ ก็เท่ากับพวกคุณเข้าข้างคนผิด”
คุณอธิปพูดไม่ออก เขมราชมองเขาหัวจรดเท้าแล้วพยักพเยิดให้คนของตัวเองยกกล่องพลาสติกหลายใบเข้ามา
“คุณพ้นจากตำแหน่งในบริษัทคุณป้าผม แล้วท่านฝากมาบอกว่าท่านรู้เรื่องเงินในบริษัทมาตลอด ที่ผ่านมาท่านให้โอกาสเลยทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น แต่ตอนนี้ท่านจะรอเจอคุณที่ศาล”
“ได้ยังไงกัน”
“ได้สิ” เขาพยายามข่มกลั้นอารมณ์ ทั้งที่อยากชักปืนเป่ากบาลคนพวกนี้ให้ตายตามมีนรญาไป
พลันเสียงหัวเราะของอมายาก็ดังขึ้นทั้งที่น้ำตานองหน้า
เธอคงบาปหนาจริง ๆ ที่รู้สึกสาแก่ใจกับชะตากรรมของพ่อ แต่เธอดีใจมากกว่าที่สุดท้ายฟ้าก็มีตาแม้ว่าจะไม่มีใครรู้ความจริงก็ตาม
“มีอะไรตลกนักเหรอ!?”
เป็นเขมราชเสียเองที่ไม่พอใจ หันไปมองฆาตกรราวกับจะฆ่าให้ตายด้วยสายตา
เธอไม่ตอบ ซ้ำร้ายยังหัวเราะไม่หยุด
เขมราชปราดเข้าไปกระชากสาบเสื้อเธอขึ้นมาเต็มแรงเพราะควบคุมโทสะไม่ได้อีกต่อไปแล้วเค้นเสียงลอดไรฟันถาม
“มีความสุขมากใช่ไหม!?” อมายามองเขาผ่านม่านน้ำตา
เสี้ยววินาทีหนึ่งใจดวงนี้ยังคะนึงหาช่วงเวลาที่รักกัน แต่น่าเสียดายที่จับมือกันไม่ถึงฝัน เพราะเขมราชก็แค่ผู้ชายหลายใจ และแน่นอนว่าบทเรียนที่เขาได้รับมันสาสมแล้ว
“ใช่” กระแสเสียงแหบแห้งแต่มันกลับกังวานชัดเจนในหัวใจคนฟัง เขาไม่ได้หวังให้เธอเป็นคนดีอย่างใครเขา เพียงอยากให้เธอมีสำนึกความเป็นคน แต่อมายากลับทำให้เขาผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า
“สารเลว!” เขมราชตะปบลำคอเธอด้วยมือข้างหนึ่ง
“ขอบคุณสำหรับคำชมนะคะ พี่เฟลม”
อมายาตอบกลับไม่ยี่หระ มุมปากสวยกระตุกยิ้มราวกับยินดี ต่อไปนี้เธอจะทำในสิ่งที่ทำแล้วมีความสุข เพราะสำหรับนังฆาตกรอย่างเธอแล้วมันไม่มีอะไรจะเสีย
แต่เขากลับฉุกคิดได้ว่าสำหรับผู้หญิงเลวทรามอย่างแม่นี่ แค่ความตายมันคงง่ายเกินไป
“ดื่มด่ำอิสรภาพให้พอ...” มือที่จับลำคอเลื่อนขึ้นมาตบแก้มเธอไม่แรงนักสองสามที “อีกไม่นานฉันจะส่งเธอไปตายในคุก”
“จัดไป! ฉันจะมีความสุขจนคนอย่างคุณอิจฉา หึ ๆๆๆ”
แววตาวาวโรจน์จ้องอมายาเขม็ง เขาอยากฆ่าเธอให้ตายเดี๋ยวนี้ แต่ก็ต้องหักห้ามใจไว้ บทเรียนของเธอไม่ใช่ความตาย
ชายหนุ่มผลักเธอออกอย่างแรง ก่อนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ถุยน้ำลายลงพื้นพร้อมปรายตามองเธอราวกับเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำ
หัวใจของอมายาไหวสั่น ในสถานการณ์แบบนี้เธอรู้ดีว่าไม่ควรคาดหวังจากเขา แต่การกระทำของเขมราชทั้งเหยียดหยามศักดิ์ศรีและเหยียบย่ำหัวใจ มันยิ่งกว่าหมดเยื่อไม่เหลือใย แต่เพราะเขาเกลียดเธอเข้าไส้ไปเสียแล้ว...
คิดแล้วอมายาก็ได้แต่แค่นเสียงหัวเราะบ้าคลั่งแว่วตามหลังเขาไป ทุกคนตราหน้าว่าเป็นฆาตกรไปแล้ว คงช่วยไม่ได้แล้วสินะ
งั้นเอาเป็นว่า... เธอจะใช้ชีวิตให้มีความสุขจนญาติเหยื่อแดดิ้นกันไปเลย อยากรู้เหมือนกันว่าสุดท้ายใครมันจะอกแตกตายไปก่อนกัน
เขมราชกดความรู้สึกส่วนเกินเอาไว้ลึกสุดใจ แล้วจำให้ขึ้นใจว่านังผู้หญิงบ้าคนนั้นทำให้ลูกกับเมียเขาต้องตาย และมันจะต้องได้ชดใช้อย่างสาสม
“แม่คะ สวดมนต์กับออยนะคะ”หล่อนถูกดึงจากภวังค์ด้วยเสียงหวานนุ่ม อมายายังยิ้มให้หล่อนแม้ใบหน้าจะเต็มไปด้วยน้ำตา ปากอวบอิ่มพึมพำบทสวดภาวนาเริ่มด้วยนะโม...หล่อนสวดตามที่ลูกชักจูง ค่อย ๆ จดจ่อและจมดิ่งอยู่กับการภาวนาจนทุกอย่างในหัวขาวโพลน นุ่มนวล เย็นสบายและเป็นสุขเรียวปากของอมายาหยุดชะงักเมื่อไม่รับรู้ถึงลมหายใจของแม่อีกแล้ว แรกเริ่มมันแผ่วลง สลับกับสะดุดหาย จากนั้นก็แผ่วลงอีก...และหายไปในที่สุดเธอหวังเหลือเกินว่าท่านจะไปสู่ภพภูมิที่ดี และหวังว่าแม่จะรอเธออยู่ตรงนั้น... ถ้าถึงเวลาเธออาจจะได้เจอท่าน ณ ที่ใดที่หนึ่งหรือหากชาติหน้ามีจริง ก็ขอเกิดเป็นลูกแม่อีกครั้ง อยากจะแก้ตัว และแก้ไขที่ทำพลาดไป ส่วนชาตินี้เธอคงไม่อาจลืมความเสียดายและเสียใจอย่างนี้ได้... ตราบจนวินาทีสุดท้ายของชีวิตอมายาจุมพิตกลางหน้าผากเย็นเยียบแทนการบอกลา ทั้งยังกลั้นน้ำตาไม่ไหวจนต้องปล่อยเสียงสะอื้นไห้บีบหัวใจคนฟัง หนึ่งในนั้นรวมถึงเขมราชด้วยตามปกติแล้วพอได้ฟาดงวงฟาดงากับเ
รถซีดานของพิยดาขับชนแท่งแบร์ริเออร์ พลิกคว่ำหลายตลบจนหงายท้อง แรงเหวี่ยงทำให้ลำตัวส่วนบนโผล่ออกนอกตัวรถ แต่ขาติดกับคอนโซล แรงกระแทกทำให้ตัวรถยุบลงมาทับกลางร่าง แรกเริ่มหล่อนคิดว่าตัวเองจะรอด แต่แพทย์กลับประเมินว่าไม่สามารถพาหล่อนออกไปได้ พร้อมความจริงที่เป็นพิษร้ายพ่นเข้ามาในใจ กระดูกสันหลังของหล่อนถูกตัดขาด นี่คือสาเหตุที่หล่อนไม่รู้สึกเจ็บ หล่อนเสียเลือดมากแต่เส้นเลือดใหญ่ตรงช่องท้องถูกของหนักทับไว้ เท่ากับว่าถ้ายกมันออกไปหล่อนจะเลือดออกจนตาย แต่ถ้าไม่ทำอะไรเลยหล่อนก็จะตายช้า ๆ ด้วยไร้หนทางจะซ่อมแซมเส้นเลือดนั้น ไม่อยากเชื่อว่ามันจะเร็วปานนี้... พิยดาต่อว่าทีมแพทย์ยกใหญ่ว่าพวกเขาคิดผิด ทั้งโกรธรถบ้าพวกนั้นที่ทั้งไล่กวดและปาดหน้าจนหล่อนต้องลงเอยแบบนี้ หล่อนยินดีให้แพทย์ทำอะไรกับร่างกายหล่อนก็ได้เพื่อต่อลมหายใจ แต่สิ่งที่หล่อนควรได้รับคือใครสักคนที่อยู่เคียงข้างจนวาระสุดท้าย อมายา... หล่อนต้องการลูก... พิยดาร้องไห้ฟูมฟาย หยดน้ำแห่งความอาวรณ์ไหลนองเปียกหมอนหนุนกับผ้า
ข่าวลือที่เขมราชร่วมมือกับอมายากำจัดมีนรญาเพราะไม่อยากรับผิดชอบลูกในท้องแพร่สะพัดไปทั่ว k holding แม้ไม่สมเหตุสมผล แต่มีคนเชื่อ ข่าวเริ่มแพร่เข้ามาในแวดวงคนรู้จักและพาร์ตเนอร์บริษัท ทำเอาชายหนุ่มที่หัวเสียหนักต้องมาโรงพยาบาลเพราะต้องมีคนรับผิดชอบความโกรธและฉุนเฉียวที่เกิดขึ้นตลอดหลายวัน และเขาเชื่อว่าคนที่ปล่อยข่าวเสียหายคืออมายาแต่อมายากำลังนอนกระสับกระส่ายอยู่บนเตียง เขาตัดสินใจนั่งมองเธอทุรนทุรายไม่ได้ปลุกให้ตื่นจากฝันร้าย ปล่อยให้บาปกรรมเล่นงานคนอย่างเธอในความฝันด้านอมายาฝันว่าร่างของแม่เต็มไปด้วยเลือดและท่านกำลังเดินจากเธอไปเรื่อย ๆ ในฝันนั้นเธอวิ่งตามไปจนหมดแรงแต่ไม่อาจคว้ามือท่านเอาไว้ได้ และเป็นเธอเสียเองที่รู้สึกเหมือนจะขาดใจตาย สุดท้ายเธอสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมอาการเจ็บแผลจากการดิ้นแรง พลางหอบหายใจเข้าปอดอย่างแรง“เก่งนี่ที่ยังไม่ตาย” เสียงคุ้นหูทำให้หญิงสาวหันไปมองที่โซฟา เห็นเขมราชนั่งไขว่ห้างอยู่ก็ถึงกับกลืนน้ำลาย แววตาเขาไม่เป็นมิตรและเธออยู่ในสภาพที่ไม่พร้อมจะต่อกร“คุณต้องการอะไร”
ผัวะ! ชาวีชกเข้ากรามซ้ายของอีกฝ่ายอย่างจังเพราะไม่อยากทนฟังมันพูดพล่อย ๆ เพราะนั่นไว้ใช้สำหรับผู้หญิงเลวที่มีพฤติกรรมย่ำแย่ยิ่งกว่าโสเภณี ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่อมายา “เก็บเอาคำพวกนี้ไปใช้กับผู้หญิงข้างถนนของมึงดีกว่า อย่ามาลามปามน้อง” เขมราชยกมือขึ้นมาแตะริมฝีปากก่อนถ่มเลือดลงใกล้เท้าเพื่อนเก่าแล้วกระชากสาบเสื้ออีกฝ่ายอย่างเอาเรื่อง “มึงจะเป็นศัตรูกับกูให้ได้สินะ” “กูไม่ได้อยากเป็นศัตรูกับใคร กูแค่ช่วยผู้หญิงที่กูรัก เหมือนที่มึงเป็นหมาบ้าแบบนี้ก็เพราะเมียมึงไง” ชาวีผลักเขมราชออกเต็มแรง “โอเค...” เขมราชรู้แล้วว่าคงเปลี่ยนใจเพื่อนเก่าไม่ได้ ต่อไปคงเหลือทางสุดท้ายคือตาต่อตาฟันต่อฟัน “ไว้ค่อยมาตกลงกันนะว่ามึงจะนอนกับออยวันคู่หรือวันคี่” “ไอ้เฟลม!!!” “บายครับคุณเพื่อน” เขายกยิ้มหยันแล้วเดินจากไปเสีย อยู่นานกว่านี้อาจได้ฟัดกับชาวีเหมือนหมา ส่วนนายแพทย์หนุ่มอยากจะเอาเท้ากระแทกปากมันนัก แต่เรื่องที่เขมราช
อมายาตั้งใจจะไปหาคุณย่าผู้เป็นเหมือนยาใจ แต่ระหว่างทางเธอแวะร้านขายยาข้างตลาดที่ใกล้ที่สุดก่อน ซึ่งเรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเพราะชายสวมหมวกกันน็อกวิ่งเข้ามากระชากกระเป๋า“กรี๊ดดดดด เอามานี่นะ”“ปล่อยสิวะนังนี่”“ช่วยด้วยค่ะ ตำรวจ ช่วยด้วย”หญิงสาวตกใจร้องลั่นแต่ก็ไม่ยอมปล่อยมือจากสมบัติตัวเอง จนถูกมันซัดหน้าหงาย มันได้กระเป๋าแล้วกลับไม่ยอมไปแต่ดึงมีดพกออกมาจ้วงแทงหน้าท้องบอบบางสองทีก่อนพวกมันจะวิ่งหนีไป ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากจนเธอไม่ทันได้ตั้งตัวอมายารู้สึกถึงความเย็นของโลหะที่เสียดแทงเข้ามาในกล้ามเนื้อ สมองรับรู้ว่าตัวเองโดนแทงก่อนจะรู้สึกเจ็บด้วยซ้ำ เธอก้มมองหน้าท้องตัวเองที่เลือดพุ่งออกมาเหมือนเปิดก๊อกก็อึ้งจนแทบหยุดหายใจ และรีบยกมือขึ้นปิดแผลห้ามเลือดเอาไว้ขณะที่ความเจ็บเริ่มแผ่กระจายจากบาดแผลอย่างรวดเร็ว จนทั้งร่างทรุดลงไปกองกับพื้นพลเมืองดีแถวนั้นเข้าให้การช่วยเหลือ สติอมายาเริ่มเลือนรางลงทุกขณะจากการเสียเลือดมาก แต่ใบหน้าที่ลอยอยู่ในความคิดกลับเป็นใบห
ชีวิตคนเราพอได้มีเรื่องมันก็มีเข้ามาไม่หยุดไม่หย่อน นี่เป็นอีกวันที่อมายาต้องตื่นขึ้นมาเจอ ‘เรื่อง’ ที่เข้ามาพร้อมกันทีเดียว หนึ่งคือมีข่าวลงให้ว่อนว่าคุณหมอชาวีคนดังเตรียมวิวาห์สาวเลือดร้อนที่เพิ่งมีคดีฆาตกรรมว่าที่เจ้าสาวของแฟนเก่า ป่านนี้พ่อแม่ชาวีคงเห็นแล้วเหมือนกัน เขาจะเป็นอย่างไรบ้าง แล้วจะคิดว่าเธอคือคนที่ปล่อยข่าวนี้หรือเปล่าและเรื่องที่สองคือทนายความเพิ่งให้เลขาส่งอีเมลมาถอนตัวจากคดีของเธอ ให้เหตุผลว่าเขาไม่คิดว่าเธอจะรอด ทั้งที่ตอนแรกเขามั่นใจนักหนา อดคิดไม่ได้ว่าเกิดเรื่องอะไรกับทนายหรือเปล่าอาจเป็นไปได้ว่าโดนข่มขู่จากคู่กรณีของเธอความร้อนใจทำให้อมายาคว้ากระเป๋ากับกุญแจรถขับตรงไปยังสำนักทนายความชื่อดัง แต่ความจริงก็กระแทกหน้าเธออย่างจังเมื่อเห็นทนายชื่อดังเดินออกมาส่งเขมราชที่ลานจอดรถด้วยท่าทางนอบน้อมทุกสิ่งปะติดปะต่อจนชัดเจน“ไอ้เลว!” หญิงสาวกำหมัดแน่น จ้องเขมราชที่กำลังยิ้มแย้มกับอดีตทนายความของเธอตาเขม็งเขายิ้มแบบนั้นได้ทั้ง ๆ ที่เพิ่งเล่นสก







