Mag-log in
ว่ากันว่าความทรงจำเกี่ยวพันกับความรู้สึกเสมอ และบางครั้ง... มันแยกจากกันแทบไม่ได้ แล้วจะเป็นไปได้ไหมหากจะลืมความทรงจำเลวร้าย จะได้ไม่ต้องรู้สึกเจ็บปวดอีกต่อไป
อมายาเงยหน้ามองบ้านตัวเองแล้วปล่อยให้น้ำตาไหล ไม่รู้ว่าติดคุกเพราะความผิดที่ไม่ได้ก่อกับการเป็นลูกเมียชังในบ้านหลังนี้อย่างไหนจะดีกว่ากัน
“เข้าไปข้างในสิ”
สารภีเมียรักของผู้เป็นพ่อบอกด้วยแววตาเหยียดหยาม หล่อนคือคนที่ไปรับเธอออกมาจากสถานีตำรวจ ด้านอมายากำหมัดแน่นเพราะรู้ดีใครรออยู่ในนั้น
“พี่ออยกลับมาแล้ว”
ทันทีที่เข้ามาในบ้าน เอมมาลินก็บังคับวีลแชร์เข้ามาหา หล่อนเป็นน้องสาวคนละแม่แต่หน้าเหมือนกับเธอราวกับฝาแฝด
เอมมาลินเดินไม่ได้ตั้งแต่อายุสิบสามเพราะอุบัติเหตุที่เกิดจากอมายาและคุณพิยดาผู้เป็นแม่ นั่นคือสิ่งที่อธิบายที่มาสถานะ ‘ลูกชัง’ ของเธอได้เป็นอย่างดี แต่ถึงเธอจะเป็นที่เกลียดชังแค่ไหน เรื่องพวกนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่เธอควรเจอ
เผียะ!!!
อมายาฟาดฝ่ามือเข้าเต็มหน้าน้องสาว เสียงเปรี๊ยะแตกในหูของเอมมาลินพร้อมกับเลือดที่กบมุมปาก หล่อนยกมือลูบแก้ม เงยหน้ามองคนเป็นพี่อย่างไม่เข้าใจ
“ตายจริง! เป็นบ้าอะไรยัยออย”
สารภีตกใจรีบเข้ามาโอบบุตรสาวของตนเอาไว้ อมายาหัวเราะเสียงหยันหากแต่น้ำตาไหลพราก ความรวดร้าวปรากฏให้เห็นในแววตาคลั่งแค้น ก่อนจะทรุดลงกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง
“มันทำลายชีวิตฉัน ฮือ ๆๆ” มือบอบบางยกขึ้นมาปิดหน้าร้องไห้ “พวกคุณทุกคนทำลายชีวิตฉัน”
อนาคตของอมายาที่ริบหรี่อยู่แล้วต้องดับวูบ หลังจากหลายวันก่อนเธอสะดุ้งตื่นแล้วพบว่าตัวเองนอนอยู่ในรถที่โรงเก็บรถ พร้อมสวมเสื้อผ้าของเอมมาลินอยู่ด้วย ทั้งตำรวจยังมาเคาะกระจกเรียก
ทุกคนรวมถึงคุณอธิปบิดาของเธอต่างกล่าวหาว่าเธอคือคนที่ขับรถชนมีนรญา อดีตเพื่อนรักในอุบัติเหตุชนแล้วหนีเมื่อคืน รอยชนที่กระจกหน้า ลายนิ้วมือ รวมถึงภาพจากกล้องวงจรปิดมัดตัวแน่นชนิดที่ว่าดิ้นไม่หลุด แต่ไม่เข้าใจว่ามันเป็นไปได้อย่างไร
เธอดื่มเหล้าจริงเพราะเสียใจที่เพื่อนเลวอย่างมีนรญากำลังจะสร้างครอบครัวกับผู้ชายที่แย่งไปได้สำเร็จ แต่คืนนั้นเธอดื่มที่บ้าน และภาพสุดท้ายที่จำได้คือเธอนอนกอดขวดเหล้าหลับซบชักโครกบนห้องตัวเอง
หากจะมีคนที่หน้าตาเหมือนเธอขับรถชนนังสารเลวมีนรญาละก็ คงเป็นเอมมาลิน แต่ไม่มีใครเชื่อคำพูดของเธอ ราวกับทุกคนร่วมมือกันสร้างเรื่องใส่ร้ายเธอเพื่อปกป้องน้องสาวจอม
สร้างภาพเพราะเอมมาลินเดินได้นานแล้ว เธอเห็นกับตา แต่หล่อนขอร้องไม่ให้บอกใคร อ้างว่าอยากให้ทุกคนแปลกใจ แต่อมายารู้ว่าหล่อนติดสบายที่มีคนทำอะไรให้ทุกอย่างมากกว่า
อมายาที่ขัดใจน้องสาวเมื่อไหร่ก็ลงท้ายด้วยถูกคุณอธิปทำร้ายจึงไม่มีทางเลือก ซึ่งอันที่จริงเธอแค่ไม่สนใจและไม่อยากยุ่ง แต่ไม่คิดว่ามันจะกลับมาทำร้ายตัวเอง เธอเกลียดเอมมาลินมากแต่คงน้อยกว่าความร้ายกาจของฝ่ายนั้น
อุบัติเหตุที่ทำให้เด็กคนนั้นพิการงั้นหรือ...
หึ! ไม่มีใครเชื่อหรอกว่ายัยเด็กเอมมาลินพยายามผลักเธอให้รถของคุณพิยดาซึ่งขับเข้ามาตามถนนของบ้านชน หากบังเอิญว่าเป็นหล่อนเสียเองที่พลาดท่าถูกชนจนพิการ
แต่เรื่องกลายเป็นว่าเธอกับคุณพิยดาเกลียดลูกเมียรองจึงรวมหัวกันทำร้าย ด้วยรูปการณ์มันทำให้ดูเหมือนว่าอมายาเหวี่ยงน้องออกไป
แถมคุณพิยดาก็ขับรถเข้ามาด้วยความเร็วสูง เพราะหัวเสียที่สามีพาสารภีเข้ามาอยู่ในบ้าน จึงทำให้เอมมาลินได้รับบาดเจ็บร้ายแรง แต่ร่างกายพิการมันไม่ได้น่าสังเวชเท่าหัวใจไม่สมประกอบของหล่อนเลย
“ทุกคนรวมถึงฉันด้วยหรือเปล่า”
“โอ๊ย!!!” อมายาร้องเสียงหลงเมื่อถูกคนเป็นพ่อซึ่งเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้กระชากเรือนผมจนใบหน้าแหงนหงาย
“คุณพ่อ ออยเจ็บ” เธอดึงมือท่านออกแต่ก็ไร้ประโยชน์ พลันมืออีกข้างก็ตะปบเข้าที่ลำคอเธอแล้วบีบแรง เธอหายใจไม่ออกตาเหลือกลาน สัญชาตญาณพาให้สองมือทั้งจิกทั้งข่วนแขนใหญ่หากก็ไม่เป็นผล
“คนที่ทำลายชีวิตแกจะวิ่งเต้นให้แกออกมาจากคุกเหรอ”
“คุณพ่อ แค่ก ๆ”
เธอกำลังจะขาดใจตาย สมองต่อต้านขณะที่หัวใจนั้นแสนชอกช้ำ เพราะตัวตั้งตัวตีที่วิ่งเต้นเพื่อให้เธอได้ออกมาจากคุกคือครอบครัวหมอชาวี คนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องทางสายเลือดหากแต่ดีกับเธอยิ่งกว่าคนในครอบครัว
“คุณพ่อพอเถอะค่ะ สงสารพี่ออย”
เอมมาลินพยายามเอื้อมมือห้ามสุดแขนจนตกจากวีลแชร์ ทั้งสารภีก็ร่างเล็กพอ ๆ กับบุตรสาวเลยพากันล้มพับอยู่ที่พื้น อธิปตกใจที่เผลอทำร้ายลูกรัก เลยผละไปช่วยประคองหล่อนอย่างห่วงใย
“ลูกเอม เจ็บไหมคะ พ่อขอโทษนะคะ”
สรรพนามที่ท่านเรียกน้อง ทั้งการกระทำที่ตรงข้ามราวฟ้ากับเหวเคยทำให้อมายาปวดใจเจียนบ้าหากก็ยังไม่ชินเสียที
“ไม่ค่ะ ไม่เจ็บเลย”
เอมมาลินส่ายหน้าจนเส้นผมกระจาย ภาพคุณอธิปกับสารภีตระกองกอดหล่อนอยู่ทำให้อมายาสะท้อนใจ
หล่อนมีทั้งพ่อแม่ที่รักหล่อนและพร้อมอ้าแขนรับหล่อนไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
แล้วเธอเล่า...
เธอมีใคร...
เธอก็เป็นลูกของท่านเหมือนกันไม่ใช่หรือไร
จะร้ายจะดีก็ลูก ทำไมถึงได้จงเกลียดจงชังเธอนัก
ตั้งแต่เล็กจนโตคุณอธิปไม่เคยรักเธอ คุณพิยดาก็มองเธอเป็นเพียงตราบาปและตัวแทนของความผิดพลาด ไม่ได้อยากให้เธอเกิดมาตั้งแต่แรก แต่ต้องทำหน้าที่พ่อแม่ทั้งที่ฝืนใจนักหนา
จะมีใครจินตนาการได้บ้างหรือเปล่าว่าความรู้สึก ‘ไม่เป็นที่ต้องการ’ มันทั้งเจ็บปวดและอ้างว้างเพียงไร
“คุณพ่ออย่าทำอะไรพี่ออยเลยนะคะ เอมขอร้อง” คำพูดของเอมมาลินทำให้หล่อนดูดีในสายตาท่าน
ส่วนอมายาถูกมองด้วยแววตาเกลียดชัง ซึ่งไม่ทันไรท่านก็ปราดเข้ามากระชากสาบเสื้อจนหญิงสาวตัวลอยขึ้นจากพื้น เหมือนตุ๊กตาเก่า ๆ ที่ใครคิดจะเหยียบย่ำเท่าไหร่ก็ได้อย่างนั้นหรือ
“กรี๊ด ปล่อยออยนะ” อมายาร้องลั่นทันทีที่ถูกลากเข้าไปกดหัวต่อหน้าเอมมาลิน
“แกเห็นไหม น้องแกที่แกพยายามจะฆ่า เขารักเขาห่วงแกแค่ไหน แล้วนี่แกยังมาตบหน้าน้องอีกเหรอ อีเวร”
“คุณพ่อ ฮือ ๆ ปล่อยออยนะ!” อมายากรีดร้องลั่น เป็นที่น่าสังเวชใจของเหล่าคนรับใช้ที่ต่อให้สงสารก็ทำอะไรไม่ได้
“แกไม่น่าเกิดมาเลย ฉันน่าจะเอายาขับเลือดกรอกปากแม่แกตั้งแต่แกยังเป็นวุ้น”
อมายาน้ำตาไหลนอง เธอหมดแรงจะต่อต้านขัดขืน ได้แต่ปล่อยให้คนเป็นพ่อจับใบหน้าถูกับพื้นหินอ่อนเงาวับ
ความรู้สึกรักพ่อโดยไม่มีอย่างอื่นเจือปนมันเป็นอย่างไร... จะผิดไหมที่บางทีก็อยากให้ท่านตายไปเสีย เธอจะได้หลุดพ้น
หรือหากไม่เป็นอย่างนั้น... ก็ขอให้เป็นเธอก็ได้ที่ตาย
“ขอโทษน้องซะ”
“ออยไม่ผิด”
เธอร้องบอกเสียงขาดห้วง เพียงเท่านั้นก็ถูกกระชากศีรษะขึ้นแล้วตบฉาดจนร่างเล็กสะบัดหงาย แต่อย่างไรเสียเธอก็ยังยืนยันคำเดิม
“ออยไม่ผิด ฮือ ๆๆ อั่ก!”
ท่านหวดหน้าแข้งเข้ากลางลำตัวที่บอบบางราวกับไร้น้ำหนัก อมายาเจ็บจุกจนตัวงอ สำลักเลือดออกมาเปื้อนพื้น หากในจังหวะที่ท่านจะเตะซ้ำ แม่บ้านคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาขัด
“คุณท่านคะ คุณเขมราชมาพบค่ะ”
ชื่อของผู้ชายคนนี้ทำให้เอมมาลินยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตาและซับเลือดตรงมุมปาก พยายามทำตัวเองให้ดูดีที่สุด ด้านคุณอธิปและสารภีมองหน้ากันพลางกลืนน้ำลายลงคอ
ฝ่ายอมายานั้นไม่รู้ว่าควรรู้สึกอย่างไรดี... หากเป็นเมื่อก่อนเธอคงดีใจที่ได้เห็นหน้าเขา และคงมีกำลังใจใช้ชีวิตไปอีกหลายวัน
แต่ตอนนี้... เขาคือคนทรยศที่ไปเรียนเมืองนอกไม่เท่าไหร่ก็ขาดการติดต่อ ยังไม่เจ็บเท่าการกลับมาประกาศว่าเขาจะแต่งงานกับมีนรญาซึ่งพบรักกันที่นั่น
หัวใจเขาเป็นของหล่อน...
ส่วนอมายาก็ตกอยู่ในสถานะฆาตกรที่ฆ่าคนรักของเขาได้อย่างไรไม่รู้ แต่อีกส่วนหนึ่งเธอก็ไม่เสียใจเลยที่มีนรญามีจุดจบแบบนี้ และไม่ได้รู้สึกผิดต่อคนทรยศแม้แต่น้อย
“อย่าให้มันเข้ามา” คุณอธิปรีบบอก เอมมาลินช้อนตามองบิดาตาขุ่นโดยท่านไม่ได้สังเกต หากก็ไม่ทันเสียแล้ว
“ผมไม่รบกวนเวลาพวกคุณมากหรอก”
ร่างสูงสมส่วนราวกับรูปปั้นเทพบุตรกรีกสวมชุดดำไว้ทุกข์เดินเข้ามาในบ้านอย่างสง่างามโดยไม่ต้องพยายาม สายตาคมแต่เศร้าหมองกวาดมองภาพตรงหน้า
เอมมาลินถูกทำร้าย เช่นเดียวกับฆาตกรอย่างอมายาซึ่งน่าจะเจ็บหนักกว่าและเป็นสาเหตุที่สั่นคลอนความตั้งมั่นในใจเขา ทว่าเขมราชไม่เข้าใจสถานการณ์เท่าไหร่ และไม่คิดสงสารหรือเห็นใจ ถ้าอมายาตายไปเสียได้ วิญญาณของมีนรญาคงจะมีความสุข
“แค่อยากมาดูให้เห็นกับตาว่านังฆาตกรมันออกมาแล้ว” เหลือบมองร่างสวยที่หมดสภาพตรงพื้นอย่างชิงชัง ริมฝีปากกระจับได้รูปบิดยิ้มเยือกเย็น “แล้วผมก็จะบอกให้รู้เอาไว้ ผมไม่ปล่อยพวกคุณไปแน่”
“ระ... เราเกี่ยวอะไรด้วย” คุณอธิปไม่เข้าใจ “ออยเป็นคนชน เราไม่ได้ทำซะหน่อย”
อมายากำหมัดแน่น เจ็บแค้นอัดแน่นอยู่ในอกจนแทบจะระเบิดออกมาเสียให้ได้ ด้านเขมราชกล่าวหน้าตายเสียงเย็นเยียบ
“ในเมื่อพวกคุณวิ่งเต้นเพื่อให้ฆาตกรลอยนวลได้ ก็เท่ากับพวกคุณเข้าข้างคนผิด”
คุณอธิปพูดไม่ออก เขมราชมองเขาหัวจรดเท้าแล้วพยักพเยิดให้คนของตัวเองยกกล่องพลาสติกหลายใบเข้ามา
“คุณพ้นจากตำแหน่งในบริษัทคุณป้าผม แล้วท่านฝากมาบอกว่าท่านรู้เรื่องเงินในบริษัทมาตลอด ที่ผ่านมาท่านให้โอกาสเลยทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น แต่ตอนนี้ท่านจะรอเจอคุณที่ศาล”
“ได้ยังไงกัน”
“ได้สิ” เขาพยายามข่มกลั้นอารมณ์ ทั้งที่อยากชักปืนเป่ากบาลคนพวกนี้ให้ตายตามมีนรญาไป
พลันเสียงหัวเราะของอมายาก็ดังขึ้นทั้งที่น้ำตานองหน้า
เธอคงบาปหนาจริง ๆ ที่รู้สึกสาแก่ใจกับชะตากรรมของพ่อ แต่เธอดีใจมากกว่าที่สุดท้ายฟ้าก็มีตาแม้ว่าจะไม่มีใครรู้ความจริงก็ตาม
“มีอะไรตลกนักเหรอ!?”
เป็นเขมราชเสียเองที่ไม่พอใจ หันไปมองฆาตกรราวกับจะฆ่าให้ตายด้วยสายตา
เธอไม่ตอบ ซ้ำร้ายยังหัวเราะไม่หยุด
เขมราชปราดเข้าไปกระชากสาบเสื้อเธอขึ้นมาเต็มแรงเพราะควบคุมโทสะไม่ได้อีกต่อไปแล้วเค้นเสียงลอดไรฟันถาม
“มีความสุขมากใช่ไหม!?” อมายามองเขาผ่านม่านน้ำตา
เสี้ยววินาทีหนึ่งใจดวงนี้ยังคะนึงหาช่วงเวลาที่รักกัน แต่น่าเสียดายที่จับมือกันไม่ถึงฝัน เพราะเขมราชก็แค่ผู้ชายหลายใจ และแน่นอนว่าบทเรียนที่เขาได้รับมันสาสมแล้ว
“ใช่” กระแสเสียงแหบแห้งแต่มันกลับกังวานชัดเจนในหัวใจคนฟัง เขาไม่ได้หวังให้เธอเป็นคนดีอย่างใครเขา เพียงอยากให้เธอมีสำนึกความเป็นคน แต่อมายากลับทำให้เขาผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า
“สารเลว!” เขมราชตะปบลำคอเธอด้วยมือข้างหนึ่ง
“ขอบคุณสำหรับคำชมนะคะ พี่เฟลม”
อมายาตอบกลับไม่ยี่หระ มุมปากสวยกระตุกยิ้มราวกับยินดี ต่อไปนี้เธอจะทำในสิ่งที่ทำแล้วมีความสุข เพราะสำหรับนังฆาตกรอย่างเธอแล้วมันไม่มีอะไรจะเสีย
แต่เขากลับฉุกคิดได้ว่าสำหรับผู้หญิงเลวทรามอย่างแม่นี่ แค่ความตายมันคงง่ายเกินไป
“ดื่มด่ำอิสรภาพให้พอ...” มือที่จับลำคอเลื่อนขึ้นมาตบแก้มเธอไม่แรงนักสองสามที “อีกไม่นานฉันจะส่งเธอไปตายในคุก”
“จัดไป! ฉันจะมีความสุขจนคนอย่างคุณอิจฉา หึ ๆๆๆ”
แววตาวาวโรจน์จ้องอมายาเขม็ง เขาอยากฆ่าเธอให้ตายเดี๋ยวนี้ แต่ก็ต้องหักห้ามใจไว้ บทเรียนของเธอไม่ใช่ความตาย
ชายหนุ่มผลักเธอออกอย่างแรง ก่อนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ถุยน้ำลายลงพื้นพร้อมปรายตามองเธอราวกับเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำ
หัวใจของอมายาไหวสั่น ในสถานการณ์แบบนี้เธอรู้ดีว่าไม่ควรคาดหวังจากเขา แต่การกระทำของเขมราชทั้งเหยียดหยามศักดิ์ศรีและเหยียบย่ำหัวใจ มันยิ่งกว่าหมดเยื่อไม่เหลือใย แต่เพราะเขาเกลียดเธอเข้าไส้ไปเสียแล้ว...
คิดแล้วอมายาก็ได้แต่แค่นเสียงหัวเราะบ้าคลั่งแว่วตามหลังเขาไป ทุกคนตราหน้าว่าเป็นฆาตกรไปแล้ว คงช่วยไม่ได้แล้วสินะ
งั้นเอาเป็นว่า... เธอจะใช้ชีวิตให้มีความสุขจนญาติเหยื่อแดดิ้นกันไปเลย อยากรู้เหมือนกันว่าสุดท้ายใครมันจะอกแตกตายไปก่อนกัน
เขมราชกดความรู้สึกส่วนเกินเอาไว้ลึกสุดใจ แล้วจำให้ขึ้นใจว่านังผู้หญิงบ้าคนนั้นทำให้ลูกกับเมียเขาต้องตาย และมันจะต้องได้ชดใช้อย่างสาสม
“เงียบแบบนี้ ก็คือที่มีนเล่าเป็นเรื่องโกหกสินะ”ทุกประการที่เขมราชรู้มาคือความจริง เดิมทีครอบครัวหล่อนนับถือคริสต์กันทุกคน จวบจนชีวิตตกต่ำต้องกลับมาพึ่งใบบุญฝั่งตายายที่ไม่ได้ร่ำรวยอะไรแต่เป็นที่พึ่งทางใจ พ่อเลยตัดสินใจให้ลูก ๆ เปลี่ยนมาเข้าศาสนาเดียวกับพวกท่าน เว้นมีนรญาที่ใช้ความดื้อด้านของตนเป็นเครื่องแสดงว่าหล่อนไม่เอาพ่ออีกแล้วกระทั่งก่อนหล่อนจะไปเรียนต่อ...แรก... มธุลินไม่รู้จุดประสงค์ที่พี่ยอมเปลี่ยน กระทั่งนานวันเหตุและผลมันกลับชัดเจน“ถ้ามันเป็นเรื่องโกหก พี่จะได้ความชอบธรรมให้ตัวเองไปคบกับฆาตกรที่ฆ่าพี่สาวฉันใช่ไหม บอกไว้ก่อนนะว่ามันแทบจะไม่มีน้ำหนักในสายตาฉันเลย”“ไม่เกี่ยว” เขาจ้องมองหล่อน แววตาจริงจังอย่างที่หล่อนไม่เคยเห็น “...มีหลายเรื่องเกี่ยวกับมีนที่พี่มารู้หลังจากมีนตาย พี่เลยอยากรู้ว่าอันไหนจริง อันไหนโกหก ไม่อยากค้างคาว่ามีนไม่ซื่อสัตย์ต่อก
แต่หล่อนคงเสียใจ เพราะเขานั่งรอทั้งคืนก็ได้ ถ้ายังเห็นอมายาผ่านกล้องที่แอบติดในบ้านบนเกาะได้อยู่เธอคงนอนไม่หลับ ถึงได้ออกมาเล่นกับเจ้าส้ม เขาเห็นเธออุ้มมัน เอาหน้ามุดพุงนุ่มกลมเหมือนที่เขาชอบทำตอนไม่มีใครเห็น เธอคุยกับมันด้วยเสียงสอง ที่น่ารักโคตร...เธอนับมันเป็นคนหนึ่งคน แทนตัวเองว่าแม่ ใจตรงกับเขาซึ่งแทนตัวเองว่าพ่อ ไม่นานอมายาก็อุ้มเจ้าขนส้มตัวกลมเข้าห้อง จัดที่ให้มันนอนด้วยกัน แต่เธอยังคงผุดลุกนั่งคล้ายกระวนกระวายใจเขาเต้น ยามเธอหันมองมา สบตาผ่านกล้องตัวนั้น คลายรู้ว่าเขามองอยู่ ก่อนตรงมากระชากมันด้วยสีหน้าไม่พอใจ ทำเช่นเดียวกันกับตัวอื่น ๆ ในบ้านจนหมด“อะไรวะ รู้ได้ไง”จอมือถือขึ้น ‘NO SIGNAL’ ทำเขาเสียดายจนรู้สึกหงุดหงิด นั่งหงอยเป็นนาน ก่อนมองซ้ายขวาไม่มีใคร จึงหยิบผ้าชิ้นหนึ่งจากกระเป๋า ขึ้นมาใกล้จมูก สูดดมความหอมจากมัน
ไพน์หลบมานอนร้องไห้ในห้องตัวเอง รักเขมราชมาเนิ่นนาน รักโดยไม่หวังครอบครอง ขอเพียงเขมราชยังเอ็นดูหล่อนไม่เปลี่ยนแปลงไม่ว่าเขาจะมีคนรักอีกกี่คนหล่อนก็ไม่สนใจ และพร้อมสนับสนุน แต่ไม่ว่าเฮียจะมีผู้หญิงสักกี่คน คนเดียวที่หล่อนเกลียดก็ยังเป็นอมายาและครั้งนี้มันก็เป็นต้นเหตุทำให้เฮียไม่เอ็นดูกันอีกต่อไป หล่อนคงอกแตกตายเสียก่อน หากไม่ได้กำจัดมันออกไปจากชีวิตของเฮียไพน์จึงนึกถึงใครบางคนที่บอกหล่อนเสมอว่าหวังดีกับเฮีย คนที่สนับสนุนมีนรญาเหมือนกันกับหล่อนมาโดยตลอดด้านเขมราชให้ทุกคนไปโรงอาหาร ส่วนเขาให้ลูกน้องช่วยทำแผลที่ศีรษะให้ ไม่นานก็ตามเข้ามาในห้องพร้อมถาดอาหารของตัวเอง“ทานข้าวด้วยคนนะ”เธอพยักหน้าให้ ไล่เขาก็คงเปล่าประโยชน์เขมราชลากโต๊ะกับเก้าอี้ไปใกล้เตียง นั่งตรงข้าม จัดแจงวางสำรับของเธอกับเขาลงไปบนนั้น ค่อยส่งช้อนกับส้อมให้
“ขอโทษครับ” คนที่คล้ายเป็นพี่ใหญ่ออกหน้า “ผมเห็นว่าน้องไพน์ไม่น่าเป็นภัยเธอแค่เอาอาหารมาให้นายหญิงก็เลยให้เข้ามา”“หน้าที่นี้เป็นของเพลง ถ้าเพลงไม่ว่าง กู จะเป็นคนเอามาเอง ใครใช้ให้พวกมึงคิดแทน ว่ากูจะยอมให้เด็กคนนี้เข้ามา”“...”“พวกมึงแม่ง โง่สิ้นดี!”เขมราชตวาดลั่น ทุกคนก้มหน้างุด ก่อนเขาจะหันมาจ้องมองไพน์อย่างเอาเรื่อง อมายาไม่เคยเห็นเขาเดือดร้อนเรื่องเธอเท่าครั้งนี้ แต่ก็เข้าใจ... เขาทำเพื่อลูก“ฮะ... เฮีย ไพน์แค่เอาข้าวมาให้นังคุณออยแค่นั้นเองนะ ไม่ได้ทำอะไรเลย เฮียก็เห็นนี่ว่ามีแต่มันที่ทำร้ายไพน์ ไพน์แค่ป้องกันตัวนะเฮีย”“อย่ามาโกหก”
“คำว่าเกลียดมันไม่ได้ช่วยอะไร”เสียงที่ได้ยินเริ่มแผ่วเบา เลือนราง พร้อมกับสติตั้งมั่นของเธอ เสี้ยวนาทีต่อมาทุกอย่างก็ดับวูบลง ร่างบอบบางทิ้งน้ำหนักทั้งหมดลงในอ้อมกอดนั้นชายหนุ่มย่อกายลงนั่ง โดยมีร่างเธอนอนหนุนตัก ใช้ชายเสื้อซับน้ำตาให้ ก่อนพรมจูบทั่วใบหน้างดงามด้วยความรู้สึกมากมายที่วิ่งพล่านในใจ“ต่อให้เธอเกลียดฉัน ฉันก็ยังอยากอยู่กับเธอ ถึงจะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ ก่อนลูกจะคลอดก็ตาม”ที่กล้าพูดไป เพราะรู้ว่าเธอไม่ได้ยินถ้าอมายายังมีสติ และจ้องมองกัน คำพูดเหล่านั้นคงถูกกลืนหายไปและเขา… คงทำได้เพียงกอดเธอไว้ ฟังเธอร้องไห้ฟูมฟายว่าจะไปจากกัน เหมือนเขาเป็นแค่คนไร้เหตุผล* * *ในช่วงเย็น สติที่กลับคืนมาพาให
อมายาไม่อาจกลั้นน้ำตาได้อีกแล้ว หนึ่งคือเธอคิดถึงย่า ไม่รู้ท่านจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร เพราะเขมราชไม่เคยรักษาสัญญาที่ว่าจะพาไปเจอสอง... เธอสมเพชตัวเองที่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็หลุดจากเขาไม่ได้และสาม... ต่อให้เขาทำดีกลบสิ่งเลวร้ายที่ผ่านมาแค่ไหน มันยิ่งน่าสะอิดสะเอียนมากเท่านั้นเพราะสิ่งที่เธอต้องการ มีเพียงออกไปจากตรงนี้ แต่ดูเหมือนว่าเขมราชที่กักเก็บอารมณ์มาเนิ่นนานจะไม่เคยเข้าใจ“ร้องไห้ทำไม”“...”“ฉันถาม เธอก็ต้องตอบ”คนที่อารมณ์ไม่ปกติตั้งแต่เห็นเมียตัวเองยอมให้คนอื่นถูกเนื้อต้องตัวเข้ามาจับไหล่เธอโดยแรง เพลงเห็นยังตกใจ“...”“หรือพอไม่มีไอ้พวกนั้นอยู่ใกล้ ๆ เธอก็เลยเสียใจ”
อมายาแยกกับดนุที่หน้าบ้าน เธอเข้ามาอาบน้ำในห้องนอนที่ใช้ร่วมกับเขมราช หวังว่ามันจะช่วยบรรเทาความอ่อนเพลีย แต่พอออกมากลับเห็นต้นตอความ ‘เพลียใจ’ นั่งไขว่ห้างตรงโซฟาสีเขียวมินต์ มีกล่องลังขนาดกะทัดรัดวางอยู่บนหน้าขา เธอกระชับเสื้อคลุมอาบน้ำพร้อมถามออกไป“บ้านก็มีตั้งสาม
“หนูมีนสัญญาว่าจะทำให้แกยอมขายเกาะให้ฉัน แต่เธอดันมาตายไปซะก่อน คราวนี้ฉันก็แย่เลย”“...” มีนรญาน่ะหรือคิดทำเรื่องนั้น...นึกว่าหล่อนต้องการปักหลักอยู่ที่เกาะเสียอีก เพราะรบเร้าเขาให้ทำเป็นเรือนหอ แล้วหล่อนเองก็รู้ว่าแม่เขาเกิดที่นี่ เขารักคนที่เกาะ
“ก็ถ้าไม่ใช่คุณออยล่ะคะ”“ยังไงก็ใช่ออย เพลง”“แต่นายคิดดู คนที่เลวพอที่จะตั้งใจขับรถชนคน จะเอาตัวเองมาปกป้องคนอื่นแบบวันนี้เหรอ?”“...” เขมราชสับสนหนัก เขาเชื่อในหลักฐานที่ตำรวจเจอ ทั้งคำแก้ตัวของอมายาไม่มีน้ำหนัก กับฝังใจที่เธอเ
ชั่วชีวิตของอมายา หาคนที่ไว้ใจได้มันยากกว่างมเข็มในมหาสมุทร ยิ่งกับเพลงที่ปกป้องกันทั้งที่เธอทำร้ายหล่อนเสียขนาดนั้น ก็น่าสงสัยว่าหล่อนต้องการอะไร“คุณออยคะ เพลงเก็บไอ้นี่ไว้ให้คุณออยค่ะ” ระหว่างเพลงนั่งทายาที่ข้อเท้าให้ เพลงล้วงเอาสมุดเล่มหนึ่งออก







