Home / โรแมนติก / เพลินพิศวาส [20++] / บทที่ 3 ชวนผู้ชายไปซัมติง

Share

บทที่ 3 ชวนผู้ชายไปซัมติง

last update publish date: 2026-10-07 21:37:47

ชายหนุ่มเลิกคิ้วเล็กน้อย ดูเหมือนเขาจะแปลกใจกับคำตอบที่ตรงไปตรงมาของเธอ แต่ก็ไม่ได้แสดงความเห็นอะไรออกมา เขายังคงนั่งนิ่ง ประสานมือไว้บนตัก ท่วงท่าสง่างามราวกับราชสีห์ที่กำลังประเมินสถานการณ์

"ถ้าอย่างนั้น... ดื่มกับผมไหม?"  เขาไม่ได้เสนอแก้วเหล้าใหม่ แต่เขายกแก้ววิสกี้สีอำพันในมือของตัวเองขึ้นมา

ของเหลวสีทองสะท้อนแสงไฟวิบวับ ชวนให้ลุ่มหลงและมัวเมา พราวตะวันมองแก้วนั้นแล้วพยักหน้าอย่างช้าๆ ราวกับถูกสะกดจิต เธอไม่จำเป็นต้องพูดอะไรอีกต่อไปแล้ว ทันใดนั้นเอง  ภาพของณัฐและผู้หญิงคนนั้น ก็ผุดขึ้นมาในหัวของพราวตะวัน รอยยิ้มจอมปลอม คำโกหกที่พรั่งพรูออกมาจากปากผู้ชายที่เธอเคยรัก ภาพเหล่านั้นกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่สุมไฟในใจให้ลุกโชน

ความรู้สึกเจ็บปวดแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้นอย่างรุนแรง เธออยากจะหนีจากความจริงที่ว่าเธอถูกหลอกอย่างสิ้นเชิง เธออยากจะประชดชีวิต อยากจะทำลายกรอบความดีงามที่เธอเคยยึดถือมาตลอด อยากจะทำให้ณัฐรู้ว่าเขาไม่ใช่ผู้ชายคนเดียวบนโลกใบนี้ที่สามารถสร้างบาดแผลให้เธอได้หญิงสาวโน้มตัวไปข้างหน้า  จ้องมองเข้าไปในดวงตาของชายแปลกหน้า และพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและท้าทาย  ดวงตากลมโตที่เคยหวานซึ้งบัดนี้แข็งกร้าวและเต็มไปด้วยไฟแห่งความดื้อรั้น

"ถ้าฉันอยากจะลืมเรื่องทั้งหมดให้ได้จริงๆ... ฉันว่าการดื่มมันอาจจะไม่พอ"

คำพูดนั้นหลุดออกจากปากโดยที่เธอแทบไม่ได้ไตร่ตรอง มันคือสัญชาตญาณดิบที่ถูกปลุกขึ้นมาจากก้นบึ้งของจิตใจที่บอบช้ำ ชายหนุ่มมองเธออย่างพิจารณา ริมฝีปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย มันช่างเป็นรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของพราวตะวันเต้นระรัวขึ้นอย่างไม่มีเหตุผล รอยยิ้มนั้นไม่ได้ดูอบอุ่นแต่มันดูร้ายกาจและท้าทายราวกับเขากำลังตอบรับคำเชิญชวนของเธออย่างเต็มใจ

"คุณกำลังจะเสนออะไรครับ... คุณผู้หญิง?"  เขาถามเสียงพร่า น้ำเสียงแหบพร่าของเขาแหวกผ่านเสียงดนตรีที่ดังกระหึ่ม เข้ามากระซิบถึงก้นบึ้งความรู้สึกของเธอ

พราวตะวันไม่ได้ตอบด้วยคำพูด  แต่เธอใช้มือที่สั่นเทาเอื้อมไปจับที่ปกเสื้อของเขา แล้วดึงเข้ามาใกล้จนใบหน้าของพวกเขาเกือบจะชิดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดปลายจมูก กลิ่นหอมสะอาดที่ปะปนกับกลิ่นเหล้าอ่อนๆ ของเขาทำให้เธอรู้สึกมึนเมามากกว่าเดิมหลาย  มันเป็นกลิ่นที่แตกต่างจากณัฐอย่างสิ้นเชิง เป็นกลิ่นของความแข็งแกร่ง อำนาจ และอันตรายที่หอมหวาน

"ฉันอยากจะทำอะไรก็ได้... ที่มันจะทำให้ฉันไม่รู้สึกอะไรอีกกับเรื่องแย่ๆอีกต่อไปแล้ว"  น้ำเสียงของเธอแหบพร่าและเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

เธอจ้องมองริมฝีปากหยักลึกของเขา ราวกับคนหลงทางที่กำลังมองหาโอเอซิสกลางทะเลทราย ความผิดชอบชั่วดีถูกโยนทิ้งไปไว้เบื้องหลัง  ในเวลานี้เธอต้องการเพียงแค่ความอบอุ่นจอมปลอมที่จะช่วยลบเลือนความหนาวเหน็บในหัวใจชายหนุ่มเงียบไปครู่หนึ่ง แต่ยังคงจ้องมองเธอด้วยสายตาที่ลึกล้ำราวกับกำลังชั่งน้ำหนักอะไรบางอย่าง ก่อนที่เขาจะตัดสินใจตอบสนองต่อการกระทำอันบ้าบิ่นของเธอ เขาไม่ได้ผลักไส หรือมองเธอด้วยความรังเกียจ

เขายกมือขึ้นข้างหนึ่ง วางทาบลงบนแก้มของพราวตะวันอย่างแผ่วเบา  แต่สัมผัสของเขากลับทำให้เธอรู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าที่แล่นผ่าน  ความร้อนจากฝ่ามือหนาซึมซาบเข้าสู่ผิวหน้า ลุกลามลงไปถึงหัวใจที่กำลังเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ  สัมผัสเพียงแผ่วเบานั้นกลับทรงอานุภาพมากพอที่จะทำลายกำแพงแห่งความยับยั้งชั่งใจด่านสุดท้ายของเธอจนพังทลายลงอย่างราบคาบ นำพาเธอเข้าสู่ค่ำคืนแห่งความลุ่มหลงที่จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาล

หลังจากสัมผัสอันแผ่วเบาแต่ร้อนรุ่มที่ข้างแก้มจากมือหนาของชายแปลกหน้า สติสัมปชัญญะอันน้อยนิดที่พราวตะวันพยายามประคับประคองไว้ก็ดูเหมือนจะหลุดลอยไปอย่างสมบูรณ์  หลังจากนั้นทุกอย่างก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและไร้ซึ่งสติควบคุม เธอปล่อยให้ตัวเองไหลไปตามแรงอารมณ์ที่ถูกขับเคลื่อนด้วยความเจ็บปวด

ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่ไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือด และเสน่ห์อันตรายของผู้ชายตรงหน้าที่เธอไม่แม้แต่จะรู้จักชื่อ  พราวตะวันจำได้เพียงว่าเธอถูกพาออกจากผับที่เต็มไปด้วยเสียงอึกทึก  แสงไฟเลเซอร์หลากสีและจังหวะเบสที่เคยกระแทกกระทั้นถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง  เมื่อก้าวพ้นประตูสถานบันเทิง  อากาศเย็นเยียบของยามค่ำคืนปะทะเข้ากับผิวหน้า แต่มันก็ไม่อาจดับความรุ่มร้อนในอกของเธอได้เลย

ลำแขนแกร่งของชายหนุ่มโอบประคองร่างที่โอนเอนของเธอไว้อย่างมั่นคง กลิ่นน้ำหอมบุรุษที่สะอาดสะอ้านผสมผสานกับกลิ่นวิสกี้จางๆ จากตัวเขาทำหน้าที่เสมือนยาสลบที่ทำให้เธอไม่อยากรับรู้โลกความเป็นจริงอีกต่อไป ภาพรอบตัวพร่ามัวและหมุนคว้างไปหมด  เธอไม่รู้ว่าเขาพาเธอเดินไปทางไหน หรือใช้เวลาเนิ่นนานเท่าใด และภาพสุดท้ายที่เธอจำได้คือการก้าวเข้าไปในลิฟต์ของโรงแรมหรูที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากผับนั้น ผนังลิฟต์บุด้วยกระจกและทองเหลืองสะท้อนภาพของหญิงสาวที่กำลังซบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างของผู้ชายร่างสูงใหญ่ ความเมาทำให้เธอไม่สามารถปฏิเสธ  หรือต่อต้านได้ หรือบางที ลึกๆ แล้วเธอเองก็ไม่ได้อยากจะปฏิเสธมันตั้งแต่แรก

ความเจ็บปวดที่ฝังลึกอยู่ในใจก็เรียกร้องให้เธอหาทางระบายหรือหลบหนีจากมัน ภาพของณัฐและผู้หญิงแปลกหน้าในชุดคลุมอาบน้ำยังคงตามมาหลอกหลอน เธอกลัวการต้องกลับไปอยู่คนเดียวในคืนนี้  กลัวความเงียบสงัดที่จะเปิดโอกาสให้เสียงสะอื้นของตัวเองดังก้องอยู่ในหัว เธอต้องการใครสักคน ใครก็ได้ที่จะช่วยดึงเธอลงไปในห้วงเหวแห่งความลุ่มหลง เพื่อให้เธอได้ลืมเลือนความเจ็บปวดจากการถูกทรยศ แม้เพียงชั่วข้ามคืนก็ยังดี

เสียงสัญญาณลิฟต์ดังขึ้น เมื่อถึงชั้นที่เป็นจุดหมายปลายทาง  ชายหนุ่มประคองเธอเดินไปตามโถงทางเดินที่ปูด้วยพรมเนื้อหนานุ่ม  เสียงปลดล็อกประตูอิเล็กทรอนิกส์ดังขึ้นเบาๆ  ก่อนที่ร่างของเธอจะถูกพาเข้าไปด้านใน  ห้องพักในโรงแรมนั้นหรูหราและกว้างขวาง แสงไฟสีวอร์มไวท์ที่ถูกเปิดทิ้งไว้สลัวๆ เผยให้เห็นการตกแต่งที่หรูหรา เฟอร์นิเจอร์ราคาแพง และหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่มองเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองหลวงในยามราตรี

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เพลินพิศวาส [20++]   บทที่ 4 ถูกกระชากตกสวรรค์ nc

    พราวตะวันไม่ได้สนใจรายละเอียดของมันเลยแม้แต่น้อย สายตาของเธอไม่ได้จับจ้องไปที่ความโอ่อ่าของสถานที่ สติของเธอถูกครอบงำด้วยความรู้สึกกระหายที่จะลืมและต้องการใครสักคนที่จะช่วยให้เธอรู้สึกว่าตัวเองยังมีคุณค่าอยู่บ้าง การถูกคนรักหักหลังทำให้เธอรู้สึกไร้ค่าและต่ำต้อย เธอต้องการ การสัมผัสที่ยืนยันว่าเธอยังคงเป็นที่ต้องการ ยังคงมีความงดงามพอที่จะทำให้ผู้ชายสักคนหลงใหลทันทีที่ประตูห้องปิดลง ชายหนุ่มก็ดันร่างบางให้แผ่นหลังแนบชิดกับบานประตูไม้เนื้อแข็ง เขาไม่ได้พูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียวแต่ดวงตาคมกริบที่จ้องมองเธอนั้นเต็มไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความปรารถนาที่ลุกโชน มือหนาที่เคยวางทาบอยู่บนแก้มเลื่อนลงมาเชยคางเธอขึ้นช้าๆ บังคับให้เธอสบตากับเขาในระยะประชิด ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวหน้า ก่อนที่ริมฝีปากหยักลึกจะทาบทับลงมาบนกลีบปากบางของเธออย่างแนบแน่น มันไม่ใช่จูบที่อ่อนหวานนุ่มนวล แต่มันคือจูบที่เต็มไปด้วยความเรียกร้องและเอาแต่ใจ ความร้อนแรงของเขาราวกับพายุไฟที่โหมกระหน่ำเผาผลาญสติสัมปชัญญะของเธอจนมอดไหม้ พราวตะวันเผยอปากรับสัมผัสนั้นอย่างเต็มใจ เธอสอดเรียวนิ้วเข้าไปในกลุ่มผมหนาของเขา ดึงรั้งเ

  • เพลินพิศวาส [20++]   บทที่ 3 ชวนผู้ชายไปซัมติง

    ชายหนุ่มเลิกคิ้วเล็กน้อย ดูเหมือนเขาจะแปลกใจกับคำตอบที่ตรงไปตรงมาของเธอ แต่ก็ไม่ได้แสดงความเห็นอะไรออกมา เขายังคงนั่งนิ่ง ประสานมือไว้บนตัก ท่วงท่าสง่างามราวกับราชสีห์ที่กำลังประเมินสถานการณ์"ถ้าอย่างนั้น... ดื่มกับผมไหม?" เขาไม่ได้เสนอแก้วเหล้าใหม่ แต่เขายกแก้ววิสกี้สีอำพันในมือของตัวเองขึ้นมาของเหลวสีทองสะท้อนแสงไฟวิบวับ ชวนให้ลุ่มหลงและมัวเมา พราวตะวันมองแก้วนั้นแล้วพยักหน้าอย่างช้าๆ ราวกับถูกสะกดจิต เธอไม่จำเป็นต้องพูดอะไรอีกต่อไปแล้ว ทันใดนั้นเอง ภาพของณัฐและผู้หญิงคนนั้น ก็ผุดขึ้นมาในหัวของพราวตะวัน รอยยิ้มจอมปลอม คำโกหกที่พรั่งพรูออกมาจากปากผู้ชายที่เธอเคยรัก ภาพเหล่านั้นกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่สุมไฟในใจให้ลุกโชนความรู้สึกเจ็บปวดแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้นอย่างรุนแรง เธออยากจะหนีจากความจริงที่ว่าเธอถูกหลอกอย่างสิ้นเชิง เธออยากจะประชดชีวิต อยากจะทำลายกรอบความดีงามที่เธอเคยยึดถือมาตลอด อยากจะทำให้ณัฐรู้ว่าเขาไม่ใช่ผู้ชายคนเดียวบนโลกใบนี้ที่สามารถสร้างบาดแผลให้เธอได้หญิงสาวโน้มตัวไปข้างหน้า จ้องมองเข้าไปในดวงตาของชายแปลกหน้า และพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและท้

  • เพลินพิศวาส [20++]   บทที่ 2 บุรุษหล่อร้ายยามราตรี

    พราวตะวันไม่เคยคาดคิดเลยว่าเธอจะถูกสวมหมวกเขียวใบโตให้ การถูกทรยศหักหลังโดยคนที่รักและไว้ใจที่สุดมันเจ็บปวดจนเจียนบ้า โชคยังดีที่เธอไม่ได้ถลำตัวจนลึกซึ้งและมอบสิ่งที่หวงแหนที่สุดให้กับผู้ชายมักมากอย่างเขา อย่างน้อยก็ยังเหลือตัวตนไว้ให้ได้ภาคภูมิใจอยู่บ้างทันทีที่ประตูลิฟต์ปิดลงและกั้นเธอออกจากโลกของณัฐ หยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ก็พรั่งพรูออกมาอย่างไม่อาจอดกลั้น หญิงสาวยกมือขึ้นปิดหน้าร้องไห้สะอื้นอย่างน่าสงสาร ร่างบางสั่นสะท้านด้วยแรงสะอื้น ความโกรธแค้น และความผิดหวังความรักสามปีที่เธอเฝ้าฟูมฟัก ความฝันที่จะมีอนาคตร่วมกัน ทุกอย่างถูกทำลายลงด้วยความมักง่ายของผู้ชายคนเดียวนาฬิกาเรือนหรูในกระเป๋าที่เตรียมมาเป็นของขวัญ บัดนี้กลายเป็นเพียงสิ่งของไร้ค่าที่ตอกย้ำความโง่เขลาของตัวเธอเอง หญิงสาวเดินออกจากคอนโดแบบไร้ชีวิตชีวา ใบหน้าสวยหวานเปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตาที่ไหลไม่หยุด ท้องฟ้ากรุงเทพฯ ในยามดึกที่เคยดูสวยงาม บัดนี้กลับมืดมิดและหนาวเหน็บราวกับกำลังตอกย้ำความอ้างว้างในหัวใจของเธอพราวตะวันหยุดยืนอยู่ริมถนน มือบางกำโทรศัพท์แน่นจนข้อขาว เธอตัดสินใจปิดเครื่องเพื่อตัดการติดต่อจากโลกภา

  • เพลินพิศวาส [20++]   บทที่ 1: เซอร์ไพรส์ที่แสนเจ็บปวด

    เสียงประกาศเตือนจากกัปตันสายการบินดังขึ้นเป็นสัญญาณว่าเครื่องบินกำลังจะลดระดับลงสู่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พราวตะวัน หญิงสาววัย 25 ปีที่มีใบหน้าสวยหวานและดวงตากลมโต ทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างเครื่องบิน แสงไฟระยิบระยับของกรุงเทพมหานครในยามค่ำคืนดูมีชีวิตชีวาและแสนจะคุ้นเคยในสายตาของพราวตะวัน แม้ร่างกายของเธอจะเหนื่อยล้าจากการเดินทางข้ามทวีปที่กินเวลานานหลายชั่วโมง แต่ภายในใจกลับเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นและเปี่ยมไปด้วยความสุข เธอเพิ่งเดินทางกลับมาจากทริปดูงานที่ยุโรป ซึ่งเป็นทริปที่กินเวลายาวนานเกือบสองสัปดาห์เต็ม ตลอดเวลาที่อยู่ต่างประเทศ พราวตะวันต้องเผชิญกับตารางงานที่อัดแน่น การประชุมที่เคร่งเครียด และสภาพอากาศที่หนาวเย็น แต่สิ่งเดียวที่คอยเป็นน้ำหล่อเลี้ยงหัวใจและทำให้เธอมีแรงสู้ในทุกๆ วันคือ 'ณัฐ' แฟนหนุ่มที่เธอคบหาดูใจกันมานานกว่าสามปีเขามักจะ Face timeหาเธอเสมอ คอยถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงเป็นใย และบอกรักเธอในทุกคืนก่อนนอน สำหรับพราวตะวันแล้ว ณัฐคือผู้ชายที่แสนดี คือที่พึ่งพิงทางใจ และคือคนกุมหัวใจของเธอสามปี เธอเชื่อมั่นในตัวเขาอย่างหมดหัวใจมือบางเอื้อมไปลูบกล่องของขวัญก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status