หน้าหลัก / รักโบราณ / เพียงนางที่ข้าจะรัก / บทที่ 1 ดีใจจนไข้ขึ้นสูง ตอนต้น

แชร์

บทที่ 1 ดีใจจนไข้ขึ้นสูง ตอนต้น

ผู้เขียน: ชวี่เหว่ย
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-10-05 21:57:17

มู่ซูซินเดินลงบันไดทางลับ มือข้างหนึ่งถือตะเกียง ลี่มี่เดินนวยนาดนำหน้าทาสอย่างคุ้นเส้นทาง

หยางซื่อสร้างทางลับแห่งนี้ขึ้นเมื่อห้าปีก่อน เพื่อมอบเป็นของขวัญวันเกิดให้บุตรสาวตามคำขอ

ภายนอกหยางซื่ออาจดูเป็นสตรีเรียบร้อย ใช้ชีวิตเรียบง่ายตามประสาฮูหยินเจ้าเมืองห่างไกล แต่ความจริงนางร่ำรวยมาก กิจการร้านขายสมุนไพรและเครื่องประดับทางภาคเหนือ มีถึงเจ็ดส่วนซึ่งเป็นของตระกูลหยาง

การขุดอุโมงค์ระยะทางกว่าสองลี้* หมดเงินทองไปหลายหมื่นตำลึง ไม่สะเทือนแม้ขนเส้นเดียวของวัวเก้าตัว*

ผ่านไปครู่หนึ่งมู่ซูซินจึงมาโผล่ที่ห้องทำงานของเถ้าแก่เนี้ยในโรงน้ำชาอันเซียง โรงน้ำชาชื่อดังของแคว้นต้าเฟิ่ง มีสาขากระจายอยู่ทั้งแปดทิศของแคว้น สาขาแรกตั้งอยู่ที่ เมืองชิงหลิน เมืองที่ท่านตาของมู่ซูซินอาศัยอยู่

หญิงวัยกลางคนท่าทางเข้มงวดหากแววตาบ่งบอกว่าเป็นคนใจดี กล่าวทักทายผู้มาใหม่ด้วยความเคารพรัก

“คุณหนู ฮูหยินส่งคนมาแจ้งบ่าวเรียบร้อย ท่านออกเดินทางได้ทันทีตามที่ต้องการเจ้าค่ะ”

“ขอบคุณป้ากุ้ยมากเจ้าค่ะ” มู่ซูซินทักทายป้ากุ้ยอย่างคุ้นเคย หญิงวัยกลางคนผู้นี้เป็นคนเก่าแก่ของหยางหย่าถิง ได้รับหน้าที่ให้มาดูแลโรงน้ำชาแห่งนี้ตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อน

ทั้งคู่สนทนากันอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าได้เวลา มู่ซูซินจึงเปลี่ยนมาแต่งกายเป็นบุรุษ สวมหน้ากากปกปิดใบหน้าช่วงบน เดินออกไปขึ้นรถม้าขนาดกลางไร้สัญลักษณ์พร้อมองครักษ์ฝีมือดีของตระกูลหยาง เส้นทางที่มุ่งไปคือเมืองชิงหลิน

ช่วงสายของวันเดียวกัน

จวนเจ้าเมืองตงเฉิงกำลังเกิดความวุ่นวาย มีข่าวเล็ดลอดออกมาว่า คุณหนูใหญ่มู่ซูซินปลาบปลื้มดีใจที่จะได้แต่งเป็นชายาเอกฉีอ๋องจนไข้ขึ้นสูง ผื่นแดงขึ้นทั้งตัว อาการคล้ายคนเป็นหัด กำลังนอนรักษาตัว โดยมีมารดาคอยดูแลอย่างใกล้ชิด

สายสืบของฉีอ๋องที่เพิ่งมาถึงเมืองตงเฉิง รีบส่งรายงานความเคลื่อนไหวของว่าที่พระชายา กลับไปด้วยพิราบสื่อสาร

หานเย่ องครักษ์คนสนิท แกะกระบอกใส่จดหมายจากขานก มามอบให้นายเหนือหัว

“รายงานจากเมืองตงเฉิงพะย่ะค่ะ”

“โอ้ รวดเร็วป่านนั้นเชียว? มิใช่ว่าอาเต๋อเพิ่งไปถึงวันนี้หรอกรึ” เจ้าของเสียงเป็นบุรุษรูปงามท่าทางคล้ายบัณฑิตคงแก่เรียน กลิ่นอายสุขุมลุ่มลึก ในมือถือจอกชาหยก เหยียดหลังขึ้นจากหมอนอิงอย่างเกียจคร้าน

“อาเต๋อเพิ่งไปถึงเช้านี้จริงๆ ขอรับท่านกุนซือ” หานเย่ตอบคำถามก่อนขยับไปยืนหน้าห้องตามเดิม

เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาคมคายทว่าเย็นชาไม่น่าเข้าใกล้ กำลังอ่านข้อความในจดหมายที่ส่งมาถึง มุมปากของเขากระตุกยิกๆไม่หยุด

“เรียนท่านอ๋อง คุณหนูมู่ซูซินปลาบปลื้มดีใจที่จะได้แต่งกับพระองค์จนไข้ขึ้นสูงพะย่ะค่ะ!”

หลังเฟิ่งเสวียนจีวางจดหมายลง ซ่งเฉินซี ถือวิสาสะ เดินไปหยิบขึ้นมาอ่านก่อนหลุดหัวเราะ “ปลาบปลื้มดีใจจนไข้ขึ้นสูง ข้าชักอยากไม่ให้นางตายสมใจท่านแล้วสิ อยากเห็นหน้านางมากกว่า ฮ่าๆๆ”

คนฟังตวัดสายดุดันมองสหายรักควบคุมตำแหน่งกุนซือส่วนตัว “หัวเราะพอรึยัง แล้วอย่ามาคิดเกลี้ยกล่อมให้ข้าเปลี่ยนใจเสียให้ยาก”

“ในเมื่อท่านอ๋องไม่อยากแต่งกับนาง ไยไม่ทรงปฏิเสธฝ่าบาทไปเสียตั้งแต่วันนั้นเล่าพะย่ะค่ะ ทำแบบนี้มันไม่ยุติธรรมกับฝ่ายหญิง มู่ซูซินไม่ได้ทำสิ่งใดผิด นางเองก็เป็นเหยื่อทางการเมืองเหมือนกัน ท่านอ๋องจะทรงฆ่าแกงนางเช่นนี้ ไม่โหดร้ายและไร้เหตุผลไปหน่อยหรือ” ในน้ำเสียงของซ่งเฉินซีเต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจฝ่ายหญิงอย่างไม่ปิดยัง ฉีอ๋องทำไม่ถูกจริงๆ

“เพราะข้าเป็นลูกที่ดี จึงไม่อยากขัดพระทัยเสด็จพ่อ” รับสั่งกลับมาด้วยสีหน้าไม่เปลี่ยน “และอีกอย่าง…”

วรกายสูงสง่าลุกขึ้นจากหลังโต๊ะทรงงาน ก้าวมาตบบ่าสหายพร้อมเอ่ยประโยคที่ทำให้คนฟังถึงกับอึ้ง

“นอกจากฉายาแม่ทัพมาร ข้ายังถูกขนานนามว่าอะไรอีก”

“…” ซ่งเฉินซี “ทะ…ทรราชพะย่ะค่ะ”

คำตอบจากปากสหายเรียกรอยยิ้มร้ายของเฟิ่งเสวียนจี เขาไม่จำเป็นต้องอธิบายเหตุผลใดๆเพิ่ม จากนั้นก็เดินออกไปจากห้องทรงอักษร

“แล้วนั่นจะทรงไปไหนหรือพะย่ะค่ะ” เสียงของซ่งเฉินซีดังตามหลัง จู่ๆอีกฝ่ายก็เดินออกไปแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยเช่นนี้ ทำเขาอดสงสัยไม่ได้ ทว่าผู้ที่ช่วยตอบคำถามกลับเป็น หานจิ้ง องครักษ์ผู้เงียบงัน ที่ปกติแทบจะไม่ปริปากให้ได้ยินเสียง

“ท่านอ๋องทรงมีนัดดื่มชากับคุณหนูฉู่ขอรับท่านกุนซือ”

“…” ซ่งเฉินซี ให้มันได้อย่างนี้สิ! ท่านอ๋องกำลังวางแผนอะไรอยู่กันแน่

ห้าวันต่อมา เฟิ่งเสวียนจีก็ได้รับจดหมายรายงานความเคลื่อนไหวภายในจวนเจ้าเมืองตงเฉิงจากอาเต๋อ

“เรียนท่านอ๋อง เนื่องจากคุณหนูใหญ่ไข้ไม่ลงเสียที วันนี้ท่านเจ้าเมืองมู่เทียนเลยจ้างนักพรตมาปัดป้องสิ่งอัปมงคลภายในจวนขอรับ”

“…” เฟิ่งเสวียนจี เก็บทุกรายละเอียดจริงๆ

สองวันถัดมา

“เรียนท่านอ๋อง วันนี้คุณหนูใหญ่อาการไข้ดีขึ้น ออกมานั่งรับแดดยามเช้า นางสวมผ้าคาดปิดหน้าไว้ขอรับ เกรงว่าผื่นหัดคงยังไม่ยุบ”

อาเต๋อยังคงส่งรายงานความเคลื่อนไหวของเป้าหมายมาเป็นระยะ กระทั่งเข้าวันที่สิบ

ในช่วงสาย

เสียงโก่งคออาเจียนดังขึ้นในเรือนไฉอวี้ของมู่ซูซิน ความโกลาหลอลหม่านพลันบังเกิดขึ้นในจวนเจ้าเมืองตงเฉิงอีกรอบ หมอประจำจวนถูกตามตัวมารักษาอาหารเป็นพิษของคุณหนูใหญ่อย่างเร่งด่วน

ฮูหยินผู้เฒ่ากับหยางซื่อพากันส่งเสียงร่ำไห้ ให้กับความโชคร้ายของมู่ซูซินอยู่หน้าเรือนไฉอวี้จนดังไปทั่วบริเวณ ประหนึ่งต้องการประกาศให้โลกรู้

“โฮ ซินเอ๋อร์ของย่า ผีซ้ำด้ำพลอยจริงๆ พอใกล้จะหายจากอาการหัดก็มาอาหารเป็นพิษต่อ แล้วแบบนี้เมื่อไหร่จะฟื้นตัวกัน จนป่านนี้ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวก็ยังไม่ได้ปัก…”

“โถ ลูกแม่ เจ้าช่างโชคร้ายเสียจริงๆ เจ็บป่วยจนซีดเซียวแบบนี้ แม่เห็นแล้วปวดใจยิ่งนัก โฮ”

“ฮือ พี่ใหญ่ เสี่ยวเหยียนสงสารท่านเหลือเกินขอรับ ผ่ายผอมจนเหลือแต่กระดูกแล้ว” เสี่ยวเหยียนน้อยช่วยสำทับท่านย่าและมารดาของตน เด็กชายใช้ผ้าเช็ดหน้าชุบหัวหอมในมือมารดา มาป้ายตาจนน้ำตาไหลรินไปสาย สภาพที่เห็นน่าเวทนาจับใจ อาเต๋อที่แอบอยู่บนต้นไม้ข้างกำแพงถึงกับน้ำตาซึม

*******************

*ลี้ : เท่ากับ 500 เมตร

*ขนเส้นเดียวของวัวเก้าตัว : เปรียบได้ในสุภาษิตไทยว่า ขนหน้าแข้งไม่ร่วง

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   ตอนพิเศษ นายน้อยคนใหม่แห่งหอเหว่ยตี้ ~4

    สองปีต่อมา มู่เหยียนเติบใหญ่ขึ้นมากร่างกายกำยำจากการฝึกวรยุทธ์กับท่านตาอย่างหนัก สุ้มเสียงแตกหนุ่มบัดนี้ทุ้มต่ำเสนาะหู รูปโฉมหล่อเหลาอันตรายต่อจิตใจของสตรีมากขึ้นทุกวัน บรรดาแม่สื่อต่างย่ำเท้ามาทาบทามคุณชายมู่เหยียน จนธรณีประตูทางเข้าจวนเจ้าเมืองแทบสึก! หลังปีใหม่ หอเหว่ยตี้ก็ได้รับเทียบเชิญอย่างเป็นทางการจากชินอ๋องแห่งแคว้นต้าเซี่ย เขาประสงค์ให้หอโอสถเหว่ยตี้ไปเปิดที่เมืองหลวงของแคว้น เนื่องจากในหน้าหนาวของทุกๆปี ประชาชนของต้าเซี่ยจำนวนไม่น้อยมักเจ็บป่วยและเสียชีวิตจากโรคปอดอักเสบ ชินอ๋องเซี่ยหย่งเหอ ทราบมาว่าหอเหว่ยตี้มีโอสถชั้นยอดหลายอย่าง จึงอยากให้หอเหว่ยตี้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ โดยการไปเปิดหอโอสถที่เมืองหลวงเป็นสาขาแรก หยางหย่าถิงในฐานะนายใหญ่ตอบรับคำเชิญนี้ โดยที่นายน้อยเหว่ยอี้จะเป็นตัวแทนไปเจรจา ใช้เวลาในการเดินทางราวยี่สิบวันจากต้าเฟิ่งมายังเมืองหลวงของต้าเซี่ย ตำหนักชินอ๋อง งานเลี้ยงรับรองนายน้อยเหว่ยอี้ ถูกจัดขึ้นที่ลานตำหนักติดกับสระบัวและน้ำตกจำลองเพื่อคลายร้อน การตกแต่งประดับประดาสวยงามสมเกียรติชินอ๋องแห่งต้าเซี่ย เมื่อได้เวลาเซี่ยหย่งเหอและพระชายาทั้งสอง รวมถึ

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   ตอนพิเศษ นายน้อยคนใหม่แห่งหอเหว่ยตี้ ~3

    แม่เล้าของหอราตรีจรัส ครั้นได้เห็นเด็กหนุ่มรูปงามสองคน แต่งกายด้วยอาภรณ์ราคาแพง ก็รีบปรี่เข้ามาต้อนรับพร้อมรอยยิ้มการค้าอย่างมืออาชีพ “คุณชายสองท่านนี้ไม่ทราบว่าคืนนี้มากินดื่มหรือต้องการมาหาความสำราญกันเจ้าคะ” มู่เหยียนผู้มีประสบการณ์รีบออกตัวรับหน้าอย่างทันท่วงที “พี่สาวคนสวย คืนนี้พวกข้าขอเริ่มด้วยการกินดื่มก่อนก็แล้วกัน หากนึกครึ้มอกครึ้มใจขึ้นมาทีหลัง ค่อยหาความสำราญก็ยังไม่สาย ลูกน้องของข้าจองระเบียงส่วนตัวชั้นสองมองเห็นแม่น้ำไว้ ถ้าอย่างไรพี่สาวคนสวยช่วยพาน้องชายไปที” พูดจบก็วางถุงใส่เงินที่มีน้ำหนักไม่น้อยใส่มือแม่เล้าอย่างรู้งาน แม่เล้ายกพัดกลมขึ้นมาแตะแผ่นอกของเด็กหนุ่มเบาๆ อย่างมีจริต “แหม ปากหวานเสียจริงนะเจ้าคะ “จากนั้นจึงเดินนำไปยังระเบียงชั้นสองที่ถูกจับจองไว้ ” เชิญคุณชายตามข้ามาทางนี้เจ้าค่ะ” อาหรงดวงตาเบิกโพลงยิ่งกว่าเก่า คาดไม่ถึงว่าสหายของตนจะเชี่ยวชาญการใช้ชีวิตในหอโคมแดงขนาดนี้! องครักษ์ของมู่เหยียนที่เดินตามหลังมากลั้นขำกันจนไหล่สั่น คุณชายน้อยเลียนแบบจดจำท่าทางการพูดการจาของพี่สาวมาได้เหมือนเป๊ะ บนระเบียงส่วนตัวชั้นสอง ประตูเปิดกว้างสามารถมองเห็

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   ตอนพิเศษ นายน้อยคนใหม่แห่งหอเหว่ยตี้ ~2

    เฟิ่งเสวียนจียืนกอดอกอยู่ในเงามืด เอียงคอถามน้องภรรยาที่กำลังตั้งท่าจะกระโจนขึ้นหลังคาด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ “…” มู่เหยียน หมดกันถูกจับได้เสียแล้ว! “แหะๆ พี่เขยดึกๆ ดื่นๆ ไม่หลับไม่นอน ออกมาทำอะไรแถวๆ นี้หรือพะย่ะค่ะ พระชายาหลับแล้วหรือ ท่านอ๋องถึงออกมาเดินชมดาวยามค่ำคืนคนเดียว” “ข้าต้องถามเจ้ามากกว่า ดึกดื่นค่อนคืนไม่หลับไม่นอน แต่งตัวซะหล่อแบบนี้มีนัดกับใครที่ไหนรึเปล่า” ดวงเนตรคู่คมมองสำรวจเสื้อผ้าที่มู่เหยียนใส่ ถึงจะเป็นสีเข้มทว่ากลับดูหรูหรามีระดับ แค่มองก็รู้ว่าเจ้าตัวต้องมีนัดแน่ๆ มู่เหยียนถอนหายใจแผ่ว คำว่าอาบน้ำร้อนมาก่อนมันเป็นอย่างนี้เองสินะ แค่เห็นชุดที่เขาสวมใส่ก็ดูออกทันที “ปิดบังท่านอ๋องไม่ได้เลยจริงๆ กระหม่อมมีนัดจริงๆ นั่นแหละพะย่ะค่ะ” “แล้วทำไมไม่ออกทางหน้าตำหนักให้มันดีๆ จะโดดขึ้นหลังคาหนีออกไปให้องครักษ์สงสัยทำไม หืม?” “เดินออกไปง่ายๆ แบบนั้นมันไม่เร้าใจพะย่ะค่ะ แอบออกไปแบบนี้มันตื่นเต้นกว่า” (*_*’) เฟิ่งเสวียนจีถึงกับเงิบเมื่อได้ยินคำตอบจากปากน้องภรรยา พี่น้องคู่นี้สมกับที่มีสายเลือดเดียวกันจริงๆ! ชอบทำอะไรลับๆ ล่อๆ ให้คนสงสัย…พี่เขยอย่างเขาหัวจะ

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   ตอนพิเศษ นายน้อยคนใหม่แห่งหอเหว่ยตี้ ~1

    ช่วงปลายวสันตฤดู จวนเจ้าเมืองตงเฉิงมีงานใหญ่ คุณชายน้อยมู่เหยียนปีนี้อายุครบสิบห้าแล้ว จึงได้เวลาทำพิธีสวมหมวกครั้งแรก ซึ่งเป็นพิธีที่แสดงว่าเขาได้เข้าสู่วัยผู้ใหญ่แล้ว และเป็นการบ่งบอกว่าเขาพร้อมที่จะรับผิดชอบต่อสังคมและครอบครัว นั่นหมายถึงหลังเสร็จสิ้นพิธี มู่เหยียนจะกลายเป็นนายน้อยคนใหม่ของหอเหว่ยตี้แทนพี่สาวทันที นามที่ใช้คือ เหว่ยอี้ ในวันสำคัญนี้ แม้แต่หยางเทียนอี้ผู้เป็นตาก็เดินทางมาจากเมืองชิงหลินเพื่อร่วมฉลอง มู่ซูซินพร้อมสามีและลูกๆ ของนางเดินทางจากเมืองหลวงเพื่อมาร่วมงานสำคัญนี้ ตลอดการเดินทางหลายวันเฟิ่งเสวียนจีแทบเก็บอาการไม่อยู่ ไม่มีใครรู้ว่าเขาดีใจมากแค่ไหน ที่ต่อไปชายาตัวน้อยไม่ต้องรับผิดชอบหน้าที่นายน้อยแห่งหอเหว่ยตี้อีกแล้ว เขาใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัวทุกครั้ง ยามที่ชายาต้องเดินทางไปต่างเมืองเพื่อทำงาน หลังเสร็จสิ้นพิธีสมาชิกทุกคนในครอบครัวก็มารวมตัวกันอยู่ที่โถงพักผ่อนในเรือนของฮูหยินผู้เฒ่า มู่เหยียนในวัยสิบห้าปีรูปร่างสูงสง่ามีราศีมิต่างจากเชื้อพระวงศ์ ใบหน้าหล่อเหลาค่อนไปทางงดงามดูราวปีศาจจิ้งจอกจำแลงเหมือนพี่สาวไม่มีผิด อีกทั้งช่างเจรจาพา

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   ตอนพิเศษ เมื่อองครักษ์มีรักย่อมต้องทุ่มสุดตัว ~4

    เย่เฟิงคล้ายเห็นแสงสว่างที่ปลายทาง รีบพยักหน้ารับด้วยความมั่นใจ ผู้ช่วยแม่ครัวจึงคลายมือออก ปล่อยให้ชายหนุ่มเริ่มนวดแป้งด้วยตนเอง ในขณะที่มือก็กำลังนวดแป้ง ในหัวก็จินตนาการไปว่า ตนกำลังนวดต้นขานุ่มๆของลี่เจินไปด้วย และอาจเป็นเพราะตั้งใจมากไปนิดเลยเผลอคิดดังไปหน่อย ”ขาของเจ้าช่างนุ่มนวลเหลือเกินเจินเอ๋อร์“ ”…“ ทั้งแม่ครัวและผู้ช่วยคิ้วกระตุกยิกๆ พ่อหนุ่มองครักษ์กำลังสิ่งใดอยู่กันแน่!!! จากแป้งสีขาวนวลเวลานี้กลายเป็นก้อนแป้งสีชมพูเข้ม เพราะชายหนุ่มใส่ผงกุหลาบหนักมือไปนิด แต่ไม่เป็นไรแม่ครัวบอกกับเขาอย่างนั้น คราวหน้าค่อยลดปริมาณลง ถึงตอนนี้ แป้งพร้อม ไส้พร้อม ในที่สุดก็มาถึงขั้นตอนการห่อก่อนกดใส่พิมพ์ขนม ผู้ช่วยแสดงวิธีนวดแป้งทั้งสองสีให้กลายเป็นก้อนเดียว รวมไปถึงวิธีแผ่แป้งและห่อไส้ ก่อนนำไปกดใส่พิมพ์ขนมบัวหิมะ “น่ากินมากเลยขอรับ” เอ่ยชื่นชมจบก็ลงมือทำเองบ้าง เพียงแต่… “ทำไมมันยากเย็นอย่างนี้เนี่ย! ทำไมข้าห่อแล้วแป้งถึงแตกไส้ทะลัก ไม่เห็นเรียบเนียนเหมือนของท่านป้าเลย” “…” ผู้ช่วยแม่ครัว ข้าควรเวทนาคนหรือสงสารขนมดีเนี่ย “แรกก็เป็นแบบนี้แหละ ทำบ่อยๆเดี๋ยวก็ชำนาญขึ้

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   ตอนพิเศษ เมื่อองครักษ์มีรักย่อมต้องทุ่มสุดตัว ~3

    ไม่ใช่เพียงแค่หานจิ้งที่เดินหน้าเกี้ยวพานลี่อิ่งอย่างเปิดเผย แม้แต่องครักษ์เงาขั้นหนึ่งอย่างเย่เฟิง ก็ขอฉีอ๋องย้ายตำแหน่งงานมาเป็นองครักษ์ขั้นหนึ่งของพระชายามู่ซูซินแทน เหตุผลหลักคือเขาทำงานให้พระชายาจนคุ้นเคยไปแล้ว ส่วนเหตุผลรองคือหัวใจของเขาเฝ้าติดตามลี่เจินไปแล้วนั่นเอง เรียกกลับมาเท่าไหร่หัวใจเจ้ากรรมก็ไม่ยอมเชื่อฟัง เย่เฟิงเลยตั้งปณิธานว่า เขาจะไม่ยอมแพ้องครักษ์รุ่นน้องอย่างหานจิ้งเด็ดขาด ชีวิตนี้เขาต้องได้แต่งลี่เจินเป็นภรรยาผูกผม! หากทำไม่ได้ก่อนอายุสามสิบ เย่เฟิงจะไปออกบวชมันให้มันรู้แล้วรู้รอด! ครัวหลักของตำหนักเว่ยจง แม่ครัวฝ่ายขนมหวานมุมปากกระตุกยิกๆ ขณะยืนมององครักษ์ของพระชายากวนแป้งทำขนมบัวหิมะกุหลาบ “เอ่อ ท่านองครักษ์เจ้าคะ กวนแป้งไม่ต้องออกแรงขนาดนั้นก็ได้เจ้าค่ะ ค่อยๆทำไป ท่านเล่นกวนแรงและเร็วแบบนี้ แป้งมันก็กระเด็นออกจากกระทะหมดสิเจ้าคะ แล้วจะเหลือให้กินไหมเนี่ย! โอย ข้าจะเป็นลม” พูดจบก็ยกยาดมขึ้นมาสูดเข้าปอดดัง ฟื้ด... บรรดาสาวใช้ในโรงครัวยกมือป้องปากหัวเราะคิกคักด้วยความเอ็นดูในตัวเย่เฟิง คาดไม่ถึงว่าองครักษ์หน้าเข้มผู้นี้ จะยอมลงทุนมาเรียน

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status