Beranda / รักโบราณ / เพียงนางที่ข้าจะรัก / บทที่ 1 ดีใจจนไข้ขึ้นสูง ตอนต้น

Share

บทที่ 1 ดีใจจนไข้ขึ้นสูง ตอนต้น

last update Terakhir Diperbarui: 2025-10-05 21:57:17

มู่ซูซินเดินลงบันไดทางลับ มือข้างหนึ่งถือตะเกียง ลี่มี่เดินนวยนาดนำหน้าทาสอย่างคุ้นเส้นทาง

หยางซื่อสร้างทางลับแห่งนี้ขึ้นเมื่อห้าปีก่อน เพื่อมอบเป็นของขวัญวันเกิดให้บุตรสาวตามคำขอ

ภายนอกหยางซื่ออาจดูเป็นสตรีเรียบร้อย ใช้ชีวิตเรียบง่ายตามประสาฮูหยินเจ้าเมืองห่างไกล แต่ความจริงนางร่ำรวยมาก กิจการร้านขายสมุนไพรและเครื่องประดับทางภาคเหนือ มีถึงเจ็ดส่วนซึ่งเป็นของตระกูลหยาง

การขุดอุโมงค์ระยะทางกว่าสองลี้* หมดเงินทองไปหลายหมื่นตำลึง ไม่สะเทือนแม้ขนเส้นเดียวของวัวเก้าตัว*

ผ่านไปครู่หนึ่งมู่ซูซินจึงมาโผล่ที่ห้องทำงานของเถ้าแก่เนี้ยในโรงน้ำชาอันเซียง โรงน้ำชาชื่อดังของแคว้นต้าเฟิ่ง มีสาขากระจายอยู่ทั้งแปดทิศของแคว้น สาขาแรกตั้งอยู่ที่ เมืองชิงหลิน เมืองที่ท่านตาของมู่ซูซินอาศัยอยู่

หญิงวัยกลางคนท่าทางเข้มงวดหากแววตาบ่งบอกว่าเป็นคนใจดี กล่าวทักทายผู้มาใหม่ด้วยความเคารพรัก

“คุณหนู ฮูหยินส่งคนมาแจ้งบ่าวเรียบร้อย ท่านออกเดินทางได้ทันทีตามที่ต้องการเจ้าค่ะ”

“ขอบคุณป้ากุ้ยมากเจ้าค่ะ” มู่ซูซินทักทายป้ากุ้ยอย่างคุ้นเคย หญิงวัยกลางคนผู้นี้เป็นคนเก่าแก่ของหยางหย่าถิง ได้รับหน้าที่ให้มาดูแลโรงน้ำชาแห่งนี้ตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อน

ทั้งคู่สนทนากันอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าได้เวลา มู่ซูซินจึงเปลี่ยนมาแต่งกายเป็นบุรุษ สวมหน้ากากปกปิดใบหน้าช่วงบน เดินออกไปขึ้นรถม้าขนาดกลางไร้สัญลักษณ์พร้อมองครักษ์ฝีมือดีของตระกูลหยาง เส้นทางที่มุ่งไปคือเมืองชิงหลิน

ช่วงสายของวันเดียวกัน

จวนเจ้าเมืองตงเฉิงกำลังเกิดความวุ่นวาย มีข่าวเล็ดลอดออกมาว่า คุณหนูใหญ่มู่ซูซินปลาบปลื้มดีใจที่จะได้แต่งเป็นชายาเอกฉีอ๋องจนไข้ขึ้นสูง ผื่นแดงขึ้นทั้งตัว อาการคล้ายคนเป็นหัด กำลังนอนรักษาตัว โดยมีมารดาคอยดูแลอย่างใกล้ชิด

สายสืบของฉีอ๋องที่เพิ่งมาถึงเมืองตงเฉิง รีบส่งรายงานความเคลื่อนไหวของว่าที่พระชายา กลับไปด้วยพิราบสื่อสาร

หานเย่ องครักษ์คนสนิท แกะกระบอกใส่จดหมายจากขานก มามอบให้นายเหนือหัว

“รายงานจากเมืองตงเฉิงพะย่ะค่ะ”

“โอ้ รวดเร็วป่านนั้นเชียว? มิใช่ว่าอาเต๋อเพิ่งไปถึงวันนี้หรอกรึ” เจ้าของเสียงเป็นบุรุษรูปงามท่าทางคล้ายบัณฑิตคงแก่เรียน กลิ่นอายสุขุมลุ่มลึก ในมือถือจอกชาหยก เหยียดหลังขึ้นจากหมอนอิงอย่างเกียจคร้าน

“อาเต๋อเพิ่งไปถึงเช้านี้จริงๆ ขอรับท่านกุนซือ” หานเย่ตอบคำถามก่อนขยับไปยืนหน้าห้องตามเดิม

เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาคมคายทว่าเย็นชาไม่น่าเข้าใกล้ กำลังอ่านข้อความในจดหมายที่ส่งมาถึง มุมปากของเขากระตุกยิกๆไม่หยุด

“เรียนท่านอ๋อง คุณหนูมู่ซูซินปลาบปลื้มดีใจที่จะได้แต่งกับพระองค์จนไข้ขึ้นสูงพะย่ะค่ะ!”

หลังเฟิ่งเสวียนจีวางจดหมายลง ซ่งเฉินซี ถือวิสาสะ เดินไปหยิบขึ้นมาอ่านก่อนหลุดหัวเราะ “ปลาบปลื้มดีใจจนไข้ขึ้นสูง ข้าชักอยากไม่ให้นางตายสมใจท่านแล้วสิ อยากเห็นหน้านางมากกว่า ฮ่าๆๆ”

คนฟังตวัดสายดุดันมองสหายรักควบคุมตำแหน่งกุนซือส่วนตัว “หัวเราะพอรึยัง แล้วอย่ามาคิดเกลี้ยกล่อมให้ข้าเปลี่ยนใจเสียให้ยาก”

“ในเมื่อท่านอ๋องไม่อยากแต่งกับนาง ไยไม่ทรงปฏิเสธฝ่าบาทไปเสียตั้งแต่วันนั้นเล่าพะย่ะค่ะ ทำแบบนี้มันไม่ยุติธรรมกับฝ่ายหญิง มู่ซูซินไม่ได้ทำสิ่งใดผิด นางเองก็เป็นเหยื่อทางการเมืองเหมือนกัน ท่านอ๋องจะทรงฆ่าแกงนางเช่นนี้ ไม่โหดร้ายและไร้เหตุผลไปหน่อยหรือ” ในน้ำเสียงของซ่งเฉินซีเต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจฝ่ายหญิงอย่างไม่ปิดยัง ฉีอ๋องทำไม่ถูกจริงๆ

“เพราะข้าเป็นลูกที่ดี จึงไม่อยากขัดพระทัยเสด็จพ่อ” รับสั่งกลับมาด้วยสีหน้าไม่เปลี่ยน “และอีกอย่าง…”

วรกายสูงสง่าลุกขึ้นจากหลังโต๊ะทรงงาน ก้าวมาตบบ่าสหายพร้อมเอ่ยประโยคที่ทำให้คนฟังถึงกับอึ้ง

“นอกจากฉายาแม่ทัพมาร ข้ายังถูกขนานนามว่าอะไรอีก”

“…” ซ่งเฉินซี “ทะ…ทรราชพะย่ะค่ะ”

คำตอบจากปากสหายเรียกรอยยิ้มร้ายของเฟิ่งเสวียนจี เขาไม่จำเป็นต้องอธิบายเหตุผลใดๆเพิ่ม จากนั้นก็เดินออกไปจากห้องทรงอักษร

“แล้วนั่นจะทรงไปไหนหรือพะย่ะค่ะ” เสียงของซ่งเฉินซีดังตามหลัง จู่ๆอีกฝ่ายก็เดินออกไปแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยเช่นนี้ ทำเขาอดสงสัยไม่ได้ ทว่าผู้ที่ช่วยตอบคำถามกลับเป็น หานจิ้ง องครักษ์ผู้เงียบงัน ที่ปกติแทบจะไม่ปริปากให้ได้ยินเสียง

“ท่านอ๋องทรงมีนัดดื่มชากับคุณหนูฉู่ขอรับท่านกุนซือ”

“…” ซ่งเฉินซี ให้มันได้อย่างนี้สิ! ท่านอ๋องกำลังวางแผนอะไรอยู่กันแน่

ห้าวันต่อมา เฟิ่งเสวียนจีก็ได้รับจดหมายรายงานความเคลื่อนไหวภายในจวนเจ้าเมืองตงเฉิงจากอาเต๋อ

“เรียนท่านอ๋อง เนื่องจากคุณหนูใหญ่ไข้ไม่ลงเสียที วันนี้ท่านเจ้าเมืองมู่เทียนเลยจ้างนักพรตมาปัดป้องสิ่งอัปมงคลภายในจวนขอรับ”

“…” เฟิ่งเสวียนจี เก็บทุกรายละเอียดจริงๆ

สองวันถัดมา

“เรียนท่านอ๋อง วันนี้คุณหนูใหญ่อาการไข้ดีขึ้น ออกมานั่งรับแดดยามเช้า นางสวมผ้าคาดปิดหน้าไว้ขอรับ เกรงว่าผื่นหัดคงยังไม่ยุบ”

อาเต๋อยังคงส่งรายงานความเคลื่อนไหวของเป้าหมายมาเป็นระยะ กระทั่งเข้าวันที่สิบ

ในช่วงสาย

เสียงโก่งคออาเจียนดังขึ้นในเรือนไฉอวี้ของมู่ซูซิน ความโกลาหลอลหม่านพลันบังเกิดขึ้นในจวนเจ้าเมืองตงเฉิงอีกรอบ หมอประจำจวนถูกตามตัวมารักษาอาหารเป็นพิษของคุณหนูใหญ่อย่างเร่งด่วน

ฮูหยินผู้เฒ่ากับหยางซื่อพากันส่งเสียงร่ำไห้ ให้กับความโชคร้ายของมู่ซูซินอยู่หน้าเรือนไฉอวี้จนดังไปทั่วบริเวณ ประหนึ่งต้องการประกาศให้โลกรู้

“โฮ ซินเอ๋อร์ของย่า ผีซ้ำด้ำพลอยจริงๆ พอใกล้จะหายจากอาการหัดก็มาอาหารเป็นพิษต่อ แล้วแบบนี้เมื่อไหร่จะฟื้นตัวกัน จนป่านนี้ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวก็ยังไม่ได้ปัก…”

“โถ ลูกแม่ เจ้าช่างโชคร้ายเสียจริงๆ เจ็บป่วยจนซีดเซียวแบบนี้ แม่เห็นแล้วปวดใจยิ่งนัก โฮ”

“ฮือ พี่ใหญ่ เสี่ยวเหยียนสงสารท่านเหลือเกินขอรับ ผ่ายผอมจนเหลือแต่กระดูกแล้ว” เสี่ยวเหยียนน้อยช่วยสำทับท่านย่าและมารดาของตน เด็กชายใช้ผ้าเช็ดหน้าชุบหัวหอมในมือมารดา มาป้ายตาจนน้ำตาไหลรินไปสาย สภาพที่เห็นน่าเวทนาจับใจ อาเต๋อที่แอบอยู่บนต้นไม้ข้างกำแพงถึงกับน้ำตาซึม

*******************

*ลี้ : เท่ากับ 500 เมตร

*ขนเส้นเดียวของวัวเก้าตัว : เปรียบได้ในสุภาษิตไทยว่า ขนหน้าแข้งไม่ร่วง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 50 องค์รัชทายาทแห่งต้าเว่ย ตอนปลาย

    ทันทีที่พิธีแต่งตั้งองค์รัชทายาทแห่งต้าเว่ยเสร็จสิ้นอย่างเป็นทางการ อันอ๋องเว่ยเหวินเฟยมิอาจกลั้นน้ำตาแห่งความปีติยินดีได้อีกต่อไป ระยะเวลาแปดปีที่เขาต้องรับหน้าที่สำคัญนี้แทนพี่ชาย ช่างยาวนานราวชั่วชีวิต! ในที่สุดเขาก็เป็นอิสระ จะได้ออกไปท่องเที่ยวทำการค้ากับแคว้นข้างเคียงดังเช่นวันวานเสียที! เพียงแต่… “อันอ๋อง พ่อขอบใจเจ้ามาก หลายปีที่ผ่านมาเจ้าช่วยแบ่งเบาภาระหน้าที่พ่อได้เยอะ เอาอย่างนี้แล้วกัน เสด็จอาของเจ้าต้องการสละตำแหน่งชินอ๋องเพื่อออกเดินทางท่องเที่ยว พ่อจะแต่งตั้งเจ้าเป็นชินอ๋องแทน จะได้อยู่ช่วยงานพ่อต่อและคอยสั่งสอนองค์รัชทายาทไปด้วย ดีหรือไม่” สิ้นรับสั่งของฮ่องเต้ ดวงพักตร์งามพิลาสของเว่ยเหวินเฟยพลันเผือดสี คนงามร่างกายซวนเซจากความสะเทือนใจอันหาที่สุดไม่ได้! นี่เขายังไม่หมดเวรหมดกรรมต่องานนี้อีกหรือ?!!! “ม่ายยยยยย…” คร่อก! อันอ๋องลมจับหมดสติอยู่ในอ้อมแขนของคนรักต่อหน้าต่อตาฮ่องเต้ ความฝันที่จะกลับไปท่องเที่ยวเป็นอันต้องพับไปก่อน…อนิจจา เกิดมาเป็นเว่ยเหวินเฟยชีวิตไม่ง่ายเลยจริงๆ สวนอรุณรัก เรือนอรุณเคียงใจ ลานกิจกรรมด้านข้างเรือน เวลานี้ครื้นเครงไปด้วยเสียงหัวเราะข

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 50 องค์รัชทายาทแห่งต้าเว่ย ตอนต้น

    บทที่ 50 องค์รัชทายาทแห่งต้าเว่ย บทสนทนาของพี่น้องแว่วเข้าหูพี่ใหญ่อย่างเว่ยลี่จวิน ที่วันนี้ขอไปฝึกยิงธนูแทนการเล่นพิณหนึ่งวัน เด็กหญิงหมายมาดว่าโตขึ้น นางจะต้องเป็นแม่ทัพหญิงเหมือนอย่างท่านทวดเจียงอิ่งให้จงได้! แต่ถึงกระนั้นนางก็มิได้ละทิ้งการฝึกฝนศาสตร์ทั้งสี่ของคุณหนูในห้องหอ หาไม่แล้วท่านทวดไทเฮาจะทรงน้อยพระทัยจนเสวยไม่ลงอีก! เกิดเป็นเว่ยลี่จวิน ชีวิตไม่ได้สุขสบายอย่างที่ใครๆคิด…เช้าฝึกวรยุทธ สายฝึกคัดอักษร บ่ายนอนกลางวัน ตื่นมาฝึกเล่นพิณ ช่วงเย็นพาพี่หลางจื่อไปเดินเล่น หลังอาหารเย็นต้องฝึกเดินหมากกับเสด็จพ่ออีก! ท่านหญิงน้อยอย่างนาง ตารางชีวิตแน่นเอี๊ยดเหมือนอย่างที่เสด็จแม่พูดไม่มีผิด! ท่านหญิงน้อยมีรูปโฉมพริ้มเพรา ดวงเนตรคมกริบเหมือนของเย่หลินราวถอดแบบกันมา หรี่มองน้องชายฝาแฝด ที่กำลังตะล่อมน้องคนเล็กอย่างเจ้าเล่ห์ “อย่าบอกนะว่าฉีเอ๋อร์กำลังหลอกล่อให้ฮ่าวเอ๋อร์รับตำแหน่งองค์รัชทายาทแทนน่ะ!” ท่านหญิงน้อยพึมพำกับตนเอง ทว่าเข้าหูขององครักษ์สองหลิวชัดเจน “…” องครักษ์สองหลิว เอ่อ…กระหม่อมควรเร่งไปรายงานท่านอ๋องดีไหม ในศาลากลางสวน เว่ยเทียนฉียิ้มกริ่มกระชับมือของน้องน้อย อ้

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 49 ทวยเทพอวยพรให้ข้า ตอนปลาย

    …หลังผ่านไปสามวัน ในที่สุดหลางจื่อก็ได้มีโอกาสพบหน้าน้องๆ ของมันเป็นครั้งแรก พี่ชายตัวฟูเดินตามพ่อจ๋าไปหาแม่จ๋าที่เพิ่งให้นมน้องๆ ของมันเสร็จ ก่อนที่นางจะกลับเข้าห้องอยู่ไฟ “หลางจื่อ น้องๆของเจ้า คนนี้เป็นผู้หญิงชื่อ เว่ยลี่จวิน” เสวี่ยหนิงเอียงห่อผ้าให้หลางจื่อเห็นหน้าน้องสาว จากนั้นจึงรับบุตรชายมาจากมารดา เอียงห่อผ้าให้เห็นบุตรชายเช่นกัน “และคนนี้เป็นผู้ชายชื่อ เว่ยเทียนฉี ต่อไปเจ้าต้องดูแลปกป้องพวกเขาให้ดีๆนะ เป็นพี่ชายแล้วห้ามซุกซนเอาแต่ใจเหมือนเมื่อก่อน เข้าใจหรือไม่” สุ้มเสียงของเสวี่ยหนิงนุ่มนวล นางยื่นมืออีกข้างมาลูบหัวเจ้าตัวโตด้วยความเอ็นดู หลางจื่อเองก็ถูหัวของมันกับฝ่ามือนุ่มของแม่จ๋าอย่างรักใคร่ ภาพตรงหน้างดงามอบอุ่น จนเว่ยลี่หยางแอบน้ำตาคลอจากความสุขท่วมท้นหัวใจ ‘ทวยเทพอวยพรให้ข้าโดยแท้ ชีวิตนี้ข้าไม่ต้องการสิ่งใดอีกแล้ว…’ หลางจื่อส่งเสียงครางแผ่วในลำคอ ยื่นจมูกดมห่อผ้าฟุดฟิด “ทำไมน้องๆ ของข้าถึงหน้าตาเหมือนลูกฟักแบบนี้ ไม่เห็นหล่อเหมือนข้าเลย แล้วจะคุยกับข้ารู้เรื่องหรือนี่” มันเอียงหัวทำหน้าหมาสงสัย ก่อนหันไปหาอวิ๋นเอ๋อร์ที่นั่งอยู่ข้างๆเย่หลิน สุนัขสองตัวสื่อสา

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 49 ทวยเทพอวยพรให้ข้า ตอนต้น

    บทที่ 49 ทวยเทพอวยพรให้ข้า เสียงร้องของทารกแรกเกิดดังสะท้อนไปทั้งตำหนัก เป็นสิ่งชี้ชัดว่าเจ้าตัวน้อยปอดแข็งแรงเพียงใด บรรดาผู้ใหญ่ที่นั่งบ้างยืนบ้าง ต่างลุ้นกันตัวโก่งว่าทายาทคนแรกของจวิ้นอ๋องและพระชายาจะเป็นชายหรือหญิง “ร้องเสียงดังขนาดนี้ ผู้ชายแน่ๆ” อันอ๋องที่มารอลุ้นทันทีเมื่อทราบข่าว ว่าพี่สะใภ้เจ็บท้องคลอดลูกเปล่งเสียงประกาศยืนยันเพศของทารก ราวกับตนเป็นผู้เชี่ยวชาญ ส่วนคนเป็นพ่อดีใจจนพูดไม่ออก ตั้งท่าจะผลักประตูห้องคลอด ทว่าถูกเฉินกั๋วกงที่แม้จะอายุมากแล้ว แต่ยังแข็งแรงและเปี่ยมด้วยพละกำลังยื้อตัวเอาไว้ “ท่านตา ปล่อยข้า ข้าจะเข้าไปหาหนิงเอ๋อร์กับลูก!” “ท่านอ๋องใจเย็นๆก่อน รอคนข้างในทำความสะอาดห้องคลอดให้เรียบร้อย เดี๋ยวกูกูก็มาเปิดประตูให้เอง” ท่านหญิงเจียงอิ่งผู้ผ่านการคลอดบุตรมาสองครั้ง เอ่ยบอกหลานชายที่เพิ่งกลายเป็นพ่อคนหมาดๆ และในเสี้ยวลมหายใจนั้นเอง… ผ่างงง!!! ประตูห้องคลอดเปิดออก ใบหน้าเปรมปรีดิ์ เปี่ยมล้นด้วยความสุขของซูลี่ปรากฏอยู่หน้าประตู “เป็นท่านหญิงน้อยเพคะ! จ้ำม่ำสมบูรณ์เหมือนลูกหมีน้อยเลยเพคะ” นางบอกข่าวดีทุกคนเสียงสดใส ทว่ากลับกลายเป็นข่าวสะเทือนใจของอันอ๋

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 48 ดีใจจนลืมตัว ตอนปลาย

    เสวี่ยหนิงรีบส่ายศีรษะบอกคนตัวโตว่าตนไม่ได้เป็นอะไร อาจเป็นเพราะเมื่อคืนนอนดึกและตื่นเช้าเลยหน้ามืดไปเท่านั้น ทว่าคนรักเมียมีหรือจะปล่อยผ่าน แทนที่จะตรงไปจวนเผิงกั๋วกงเพื่อร่วมงานเลี้ยง เขากลับสั่งสารถีให้ขับกลับตำหนักหรงจวิน และตามหมอประจำตำหนักมาตรวจอาการพระชายาอย่างเร่งด่วน ภายในห้องบรรทม หมอหลวงจับชีพจรผ่านผ้าไหมสีขาวบนข้อมือของเสวี่ยหนิง ทว่าเพียงครู่สั้นๆ ก็หันมากล่าวรายงานอาการป่วยของพระชายากับจวิ้นอ๋องด้วยรอยยิ้ม “ขอแสดงความยินดีด้วยพะย่ะค่ะท่านอ๋อง พระชายาตั้งครรภ์ได้เดือนกว่าแล้ว” เว่ยลี่หยางลมหายใจสะดุด จับตัวหมอหลวงเขย่าจนหัวสั่นหัวคลอนจากความตื่นเต้นดีใจ “ท่านหมอบอกว่าชายาของข้าตั้งครรภ์แล้วอย่างนั้นรึ นางตั้งครรภ์จริงๆ ใช่ไหม ท่านหมอไม่ได้หลอกข้านะ” แหง่กๆๆๆ “พะ พะ พะย่ะ พะย่ะค่ะ” ทรงปล่อยกระหม่อมก่อนนนน หมอหลวงเริ่มหน้าเขียว เสวี่ยหนิงที่คราแรกดีใจเรื่องที่ตนตั้งครรภ์ สีหน้าพลันเปลี่ยนเป็นตกตะลึง เมื่อเห็นสภาพของหมอหลวงในกำมือของเว่ยลี่หยาง “ว้าย! ท่านอ๋องเบามือเพคะ อย่าเขย่าตัวท่านหมอแบบนั้น เดี๋ยวเส้นเลือดในสมองแตกกันพอดี!” โอ้ย อกอีแป้นจะแตก สวามีของนางตัวใ

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 48 ดีใจจนลืมตัว ตอนต้น

    บทที่ 48 ดีใจจนลืมตัว ท่ามกลางบรรยากาศละมุนละไม รอบกายสดชื่นจากกลิ่นแดดอ่อนยามเช้า ทอแสงสะท้อนน้ำค้างบนยอดหญ้าและสมุนไพร ผสมผสานกันอย่างลงตัวกับสีสันสดใสของดอกไม้ ที่กำลังชูช่อโอ้อวดความงาม ต้อนรับฤดูกาลใหม่แห่งชีวิต เถียนเจียถิงก้อนเนื้อในอกเต้นระรัว หลังได้ยินคำสารภาพความในใจจากปากเหรินหมิง พวงแก้มใสของหญิงสาวแรกรุ่นมีริ้วแดงพาดผ่าน แต่กระนั้นบุตรีของทหารหาญกลับยืนหยัด ไม่หลบเลี่ยงสายตาหวานซึ้งของชายหนุ่ม “ท่านป๋อ ชอบข้า?” “ใช่ ข้าชอบเจ้าถิงเอ๋อร์ ชอบมากด้วย ข้าอยากอยู่เคียงข้างเจ้า อยากปกป้องเจ้าและรอยยิ้มสดใสของเจ้า ขอโอกาสให้ข้าได้หรือไม่” ทั้งที่มีคำพูดมากมายอยากเอ่ยกับนาง ทว่าเขาประหม่าจนใจสั่นมือเย็นเฉียบ เลยพูดออกมาได้เพียงเท่านี้…ความรู้สึกตื่นเต้นจนแทบคลั่งเช่นนี้ ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แม้แต่กับซ่งเจียวเจียว เขาเพิ่งมารู้ตัวว่าที่ผ่านมา ตนเองไม่ได้รักซ่งเจียวเจียวอย่างที่เข้าใจ แต่คุ้นเคยกับการที่ต้องปกป้องดูแลนางตามที่เคยรับปากเจ้ากรมโยธาไว้ รวมถึงทำเพื่อเอาคืนเชียนเสวี่ยหนิง ที่ใช้เล่ห์เหลี่ยมจนได้แต่งกับเขาในครานั้น หากกล่าวกันจริงๆ เขาช่างเป็นบุรุษที่โง่เง่าโดยแท้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status