Share

บทนำ ตอนปลาย

last update Huling Na-update: 2025-10-05 21:56:50

หากเป็นอย่างที่คิดจริงนั่นก็หมายความว่า นางกำลังงานเข้า!!!

ขณะกำลังจมอยู่กับความคิดเรื่องของฉีอ๋อง เสียงของบิดาก็ช่วยดึงสติของมู่ซูซินกลับมาเมื่อชุนกงกงอ่านราชโองการจบ

“ซินเอ๋อร์ รีบขอบพระทัยฝ่าบาทเร็วเข้า” ก่อนหันไปยิ้มแห้งให้ชุนกงกง “ลูกสาวข้าคงตื่นเต้นจนไม่รู้ว่าต้องทำตัวอย่างไรน่ะขอรับ ขอชุนกงกงโปรดอย่าได้ถือสา”

มู่ซูซินเงยหน้าขึ้นมากะพริบตาปริบๆ ดวงตากลมโตใสซื่อสั่นระริกดูไร้พิษภัย ทว่าความคิดในหัวของนางเวลานี้…

‘เฮอะ! ขอบพระทัยกับผีน่ะสิ นี่เท่ากับส่งข้าไปตายชัดๆฮ่องเต้สุนัขเอ้ย! ขอให้เจ้าเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ขอให้เป็นริดสีดวง ขอให้พบเจอเจ้หงส์แล้วถอนตัวไม่ขึ้น ขอให้…ฉอดๆๆๆ!”

หลังจากก่นด่าสาปแช่งฮ่องเต้ฮุ่ยจงจนพอใจนางจึงขยับมาด้านหน้า กล่าวขอบพระทัยฮ่องเต้ตามธรรมเนียมปฏิบัติ รับม้วนผ้าสีทองมาถือด้วยมือสั่นเทาราวจับต้องของร้อน

คราวนี้ชุนกงกงมองนางด้วยสายตาเวทนา ท่าทางขลาดเขลาแบบนี้จะทนฉีอ๋องผู้น่ากลัวราวมารร้ายได้สักกี่วัน โชคชะตาช่างโหดร้ายกับนางเสียจริง

ทันทีที่ขบวนของชุนกงกงก้าวขาออกไปจากจวนเจ้าเมือง ท่าทางขลาดเขลาของมู่ซูซินแปรเปลี่ยนเป็นสุขุมเยือกเย็น เอ่ยปากขอให้มารดาเดินไปส่งนางที่เรือน เพราะมีเรื่องสำคัญต้องหารือ

เมื่อประตูปิดลงสาวใช้ผู้ภักดีทั้งสองยืนคุมเชิงหน้าห้องไม่ให้ใครเข้าใกล้ มู่ซูซินเข้าเรื่องสำคัญทันที

“ท่านแม่ คนอย่างฉีอ๋องไม่มีวันยอมให้สมรสพระราชทานเกิดขึ้นเป็นแน่ ลูกพูดเช่นนี้ท่านคงเข้าใจความหมายนะเจ้าคะ“

หยางหย่าถิง มารดาของมู่ซูซินหน้าถอดสี เลือดในกายเย็นเยียบขึ้นมากะทันหัน หากการคาดเดานี้ถูกต้อง นั่นก็หมายความว่าบุตรสาวของนางกำลังตกอยู่ในอันตรายใหญ่หลวง

“แม่ไม่ยอมให้เกิดเรื่องขึ้นกับเจ้าเด็ดขาด ว่าแต่เจ้ามีแผนรับมือกับเรื่องนี้อย่างไร” ถึงแม้จะวิตกเรื่องของบุตรสาวจนแทบเข่าทรุด ทว่าหยางซื่อ* กลับมิได้แสดงอาการหวาดกลัวหรือหวั่นวิตกจนเกินเหตุ นางมั่นใจว่าบุตรสาวต้องหาทางหนีทีไล่ได้อย่างแน่นอน

“แผนรับมือที่ลูกเตรียมไว้คือ…” มู่ซูซินสวมกอดมารดากระซิบบอกแผนการที่คิดไว้

“ได้ แม่จะรีบให้คนไปจัดการ ว่าแต่เจ้าจะออกเดินทางไปหาท่านตาพรุ่งนี้เลยหรือ”

“เจ้าค่ะท่านแม่ เรื่องคอขาดบาดตายแบบนี้จะประวิงเวลาไม่ได้ ทางนั้นคงไม่ยอมปล่อยให้ลูกมีชีวิตอยู่ไปจนถึงวันอภิเษกแน่”

ฉายาทรราชของฉีอ๋องเป็นบทพิสูจน์อย่างดีหากเจ้าตัวไม่ชั่วร้ายพอ มีหรือที่คนจะกล้าเรียกเขาแบบนั้น นางมั่นใจเต็มสิบส่วนว่าบุรุษผู้มีอำนาจล้นหลามอยู่ในมือ สามารถปิดแผ่นฟ้าด้วยมือเดียวผู้นี้ ไม่มีทางที่จะยอมให้ฮ่องเต้ บังคับให้เขาแต่งงานกับสตรีที่มิอาจสนับสนุน หรือเพิ่มพูนฐานอำนาจให้เขาได้สำเร็จหนทางเดียวที่ยุติสมรสพระราชทานได้นี้ นั่นคือว่าที่เจ้าสาวต้องไม่มีชีวิตอยู่ก่อนถึงวันอภิเษก

แต่เผอิญว่า…ว่าที่เจ้าสาวอย่างนางดันเป็นคนรักตัวกลัวอย่างถึงที่สุดเสียด้วยสิ นางอุตส่าห์ได้โอกาสมาเกิดใหม่ทั้งทีมีหรือจะยอมตายง่ายๆโดยไร้เหตุผลเหมือนชาติที่แล้ว พอนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาทีไรมู่ซูซินอารมณ์ขึ้นทุกที

เรื่องมีอยู่ว่า…

สิบแปดปีก่อน มู่ซูซินหรือ ลิลลี่ สาวไทยเชื้อสายจีนสิ้นใจคาคอนโด ขณะกำลังสะสางงานชิ้นสุดท้ายให้เสร็จก่อนลาพักร้อนตามที่เจ้านายอนุมัติ

แต่ใครจะเชื่อว่าสาเหตุการเสียชีวิตของเธอที่แท้จริง เกิดขึ้นเพราะยมทูตมือใหม่ดันทำงานผิดพลาด ไปคว้าวิญญาณมาผิดดวง! คนที่สมควรสิ้นใจในวันนั้นคือคุณยาย ลิลลี่ วัยแปดสิบที่พักอยู่ชั้นล่างนู่น ไม่ใช่เธอ! และกว่าจะรู้ว่าตนทำงานผิดพลาดร่างของลิลลี่ก็ถูกเผาไปแล้ว

เวรกรรมจริงๆ! ไม่รู้จะหาคำใดมากล่าว…

ลิลลี่ผู้หมดบุญก่อนเวลา เลยถูกส่งมาเกิดใหม่เป็นทารกพร้อมความทรงจำและความสามารถทุกอย่างที่มีจากชาติที่แล้ว

ไม่เพียงเท่านั้นยมทูตมือใหม่ยังมอบความสามารถที่จำเป็น สำหรับใช้ในการเอาตัวรอดของภพนี้ให้เธอจนครบ รวมถึงน้ำวิเศษซึ่งไม่มีวันหมดให้อีกหนึ่งขวด

ยมทูตคนเดิมนำมามอบให้เมื่อเธอมีอายุครบห้าปี เพื่อเป็นการไถ่โทษที่ตนทำงานผิดพลาด

อันที่จริงนางอยากได้มิติ แต่ยมทูตมือใหม่ไม่มีให้ เพราะผู้ที่จะสามารถเนรมิตมิติให้กับนางได้นั้น เผอิญว่าลาพักร้อนพอดิบพอดี กว่าจะกลับมาทำงานก็อีกยาว

มู่ซูซินหรือลิลลี่ในเวลานั้นหมดคำจะกล่าว จำต้องยอมรับน้ำวิเศษที่สามารถรักษาโรคและถอนพิษได้ครอบจักรวาล ไว้แทนกระเช้ากราบขออภัยจากยมทูตมือใหม่โดยปริยาย

กลับมาที่เวลาปัจจุบัน

หลังมื้อเย็น มู่ซูซินบอกกล่าวสมาชิกครอบครัวที่เหลือ เรื่องที่ตนจะเดินทางไปหาท่านตาที่ไร่สมุนไพรในเมืองชิงหลิน ทุกคนพยักหน้ารับอย่างรู้กัน

“เสี่ยวเหยียน ระหว่างที่พี่ใหญ่ไม่อยู่อย่าลืมศึกษาตำราที่ให้ไว้อย่างเคร่งครัด ทักษะการต่อสู้หรือขี่ม้าอย่าหย่อนยาน เข้าใจหรือไม่”

“พี่ใหญ่ไว้ใจข้าได้ เสี่ยวเหยียนคนนี้จะไม่ทำให้ท่านผิดหวังอย่างเด็ดขาด!” เด็กชายยืดอกรับคำพี่สาวเป็นมั่นเหมาะ เขาต้องขยันและผ่านการทดสอบให้จงได้! ลูกผู้ชายพูดแล้วไม่คืนคำมิฉะนั้นมารดาคงหวดเขาก้นลาย!

“ดีมาก” เอ่ยชมน้องชายเสร็จ ก็หันไปอุ้มแมวสุดที่รักจากสาวใช้มาวางบนตัก

“ลี่มี่ได้ยินแล้วนะ พวกเราต้องออกไปผจญภัยกันสักเล็กน้อย ดีใจรึเปล่า”

เมี้ยววว ลี่มี่ตอบรับเสียงหวานตั้งตารอที่จะได้ออกไปเที่ยว

เช้าวันรุ่งขึ้น

เสร็จจากการรับมื้อเช้าด้วยกัน มู่เทียนและหยางซื่อเดินนำบุตรสาวไปยังคอกม้าท้ายจวน ทำท่าเหมือนมาดูลูกม้าตัวใหม่ ก่อนหลบเข้าไปในห้องเก็บอุปกรณ์ขี่ม้า ทั้งคู่เปิดประตูลับให้มู่ซูซิน คนเป็นพ่อขอบตารื้นน้ำ ยกมือสั่นเทาลูบหัวทุยของบุตรสาวด้วยความอาทร

“ดูแลตัวเองดีๆนะลูก ฮึก ถ้าไม่จำเป็นก็…อย่าสังหารคนเยอะนัก มันบาป”

(*_*”) มู่ซูซินถึงกับเงิบ ตกลงว่าท่านพ่อเป็นห่วงนางหรือห่วงว่านางจะไปสังหารคนอื่นกันแน่เจ้าคะ!

พรืดดด หยางซื่อหลุดขำ สามีของนางช่างเป็นคนอ่อนโยนเสียจริง!

“ท่านพี่ล่ะก็ ซินเอ๋อร์แค่กลับไปทำงาน ไม่ได้ไปยกพวกตีกับใครเสียหน่อย อย่ากังวลไปเลยเจ้าค่ะ”

มู่เทียนลอบถอนหายใจ หากฮ่องเต้ทราบความจริงว่า บุตรสาวของเขาหาใช่คุณหนูในห้องหอทั่วไปอย่างที่ทรงเข้าใจ ไม่รู้ว่ายังจะกล้ามอบสมรสพระราชทานให้อยู่อีกรึเปล่า

*******************

*ซื่อ : คำเรียกสตรีที่ออกเรือนแล้วตามหลังแซ่เดิม เช่น หยางหย่าถิง = หยางซื่อ

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 50 องค์รัชทายาทแห่งต้าเว่ย ตอนปลาย

    ทันทีที่พิธีแต่งตั้งองค์รัชทายาทแห่งต้าเว่ยเสร็จสิ้นอย่างเป็นทางการ อันอ๋องเว่ยเหวินเฟยมิอาจกลั้นน้ำตาแห่งความปีติยินดีได้อีกต่อไป ระยะเวลาแปดปีที่เขาต้องรับหน้าที่สำคัญนี้แทนพี่ชาย ช่างยาวนานราวชั่วชีวิต! ในที่สุดเขาก็เป็นอิสระ จะได้ออกไปท่องเที่ยวทำการค้ากับแคว้นข้างเคียงดังเช่นวันวานเสียที! เพียงแต่… “อันอ๋อง พ่อขอบใจเจ้ามาก หลายปีที่ผ่านมาเจ้าช่วยแบ่งเบาภาระหน้าที่พ่อได้เยอะ เอาอย่างนี้แล้วกัน เสด็จอาของเจ้าต้องการสละตำแหน่งชินอ๋องเพื่อออกเดินทางท่องเที่ยว พ่อจะแต่งตั้งเจ้าเป็นชินอ๋องแทน จะได้อยู่ช่วยงานพ่อต่อและคอยสั่งสอนองค์รัชทายาทไปด้วย ดีหรือไม่” สิ้นรับสั่งของฮ่องเต้ ดวงพักตร์งามพิลาสของเว่ยเหวินเฟยพลันเผือดสี คนงามร่างกายซวนเซจากความสะเทือนใจอันหาที่สุดไม่ได้! นี่เขายังไม่หมดเวรหมดกรรมต่องานนี้อีกหรือ?!!! “ม่ายยยยยย…” คร่อก! อันอ๋องลมจับหมดสติอยู่ในอ้อมแขนของคนรักต่อหน้าต่อตาฮ่องเต้ ความฝันที่จะกลับไปท่องเที่ยวเป็นอันต้องพับไปก่อน…อนิจจา เกิดมาเป็นเว่ยเหวินเฟยชีวิตไม่ง่ายเลยจริงๆ สวนอรุณรัก เรือนอรุณเคียงใจ ลานกิจกรรมด้านข้างเรือน เวลานี้ครื้นเครงไปด้วยเสียงหัวเราะข

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 50 องค์รัชทายาทแห่งต้าเว่ย ตอนต้น

    บทที่ 50 องค์รัชทายาทแห่งต้าเว่ย บทสนทนาของพี่น้องแว่วเข้าหูพี่ใหญ่อย่างเว่ยลี่จวิน ที่วันนี้ขอไปฝึกยิงธนูแทนการเล่นพิณหนึ่งวัน เด็กหญิงหมายมาดว่าโตขึ้น นางจะต้องเป็นแม่ทัพหญิงเหมือนอย่างท่านทวดเจียงอิ่งให้จงได้! แต่ถึงกระนั้นนางก็มิได้ละทิ้งการฝึกฝนศาสตร์ทั้งสี่ของคุณหนูในห้องหอ หาไม่แล้วท่านทวดไทเฮาจะทรงน้อยพระทัยจนเสวยไม่ลงอีก! เกิดเป็นเว่ยลี่จวิน ชีวิตไม่ได้สุขสบายอย่างที่ใครๆคิด…เช้าฝึกวรยุทธ สายฝึกคัดอักษร บ่ายนอนกลางวัน ตื่นมาฝึกเล่นพิณ ช่วงเย็นพาพี่หลางจื่อไปเดินเล่น หลังอาหารเย็นต้องฝึกเดินหมากกับเสด็จพ่ออีก! ท่านหญิงน้อยอย่างนาง ตารางชีวิตแน่นเอี๊ยดเหมือนอย่างที่เสด็จแม่พูดไม่มีผิด! ท่านหญิงน้อยมีรูปโฉมพริ้มเพรา ดวงเนตรคมกริบเหมือนของเย่หลินราวถอดแบบกันมา หรี่มองน้องชายฝาแฝด ที่กำลังตะล่อมน้องคนเล็กอย่างเจ้าเล่ห์ “อย่าบอกนะว่าฉีเอ๋อร์กำลังหลอกล่อให้ฮ่าวเอ๋อร์รับตำแหน่งองค์รัชทายาทแทนน่ะ!” ท่านหญิงน้อยพึมพำกับตนเอง ทว่าเข้าหูขององครักษ์สองหลิวชัดเจน “…” องครักษ์สองหลิว เอ่อ…กระหม่อมควรเร่งไปรายงานท่านอ๋องดีไหม ในศาลากลางสวน เว่ยเทียนฉียิ้มกริ่มกระชับมือของน้องน้อย อ้

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 49 ทวยเทพอวยพรให้ข้า ตอนปลาย

    …หลังผ่านไปสามวัน ในที่สุดหลางจื่อก็ได้มีโอกาสพบหน้าน้องๆ ของมันเป็นครั้งแรก พี่ชายตัวฟูเดินตามพ่อจ๋าไปหาแม่จ๋าที่เพิ่งให้นมน้องๆ ของมันเสร็จ ก่อนที่นางจะกลับเข้าห้องอยู่ไฟ “หลางจื่อ น้องๆของเจ้า คนนี้เป็นผู้หญิงชื่อ เว่ยลี่จวิน” เสวี่ยหนิงเอียงห่อผ้าให้หลางจื่อเห็นหน้าน้องสาว จากนั้นจึงรับบุตรชายมาจากมารดา เอียงห่อผ้าให้เห็นบุตรชายเช่นกัน “และคนนี้เป็นผู้ชายชื่อ เว่ยเทียนฉี ต่อไปเจ้าต้องดูแลปกป้องพวกเขาให้ดีๆนะ เป็นพี่ชายแล้วห้ามซุกซนเอาแต่ใจเหมือนเมื่อก่อน เข้าใจหรือไม่” สุ้มเสียงของเสวี่ยหนิงนุ่มนวล นางยื่นมืออีกข้างมาลูบหัวเจ้าตัวโตด้วยความเอ็นดู หลางจื่อเองก็ถูหัวของมันกับฝ่ามือนุ่มของแม่จ๋าอย่างรักใคร่ ภาพตรงหน้างดงามอบอุ่น จนเว่ยลี่หยางแอบน้ำตาคลอจากความสุขท่วมท้นหัวใจ ‘ทวยเทพอวยพรให้ข้าโดยแท้ ชีวิตนี้ข้าไม่ต้องการสิ่งใดอีกแล้ว…’ หลางจื่อส่งเสียงครางแผ่วในลำคอ ยื่นจมูกดมห่อผ้าฟุดฟิด “ทำไมน้องๆ ของข้าถึงหน้าตาเหมือนลูกฟักแบบนี้ ไม่เห็นหล่อเหมือนข้าเลย แล้วจะคุยกับข้ารู้เรื่องหรือนี่” มันเอียงหัวทำหน้าหมาสงสัย ก่อนหันไปหาอวิ๋นเอ๋อร์ที่นั่งอยู่ข้างๆเย่หลิน สุนัขสองตัวสื่อสา

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 49 ทวยเทพอวยพรให้ข้า ตอนต้น

    บทที่ 49 ทวยเทพอวยพรให้ข้า เสียงร้องของทารกแรกเกิดดังสะท้อนไปทั้งตำหนัก เป็นสิ่งชี้ชัดว่าเจ้าตัวน้อยปอดแข็งแรงเพียงใด บรรดาผู้ใหญ่ที่นั่งบ้างยืนบ้าง ต่างลุ้นกันตัวโก่งว่าทายาทคนแรกของจวิ้นอ๋องและพระชายาจะเป็นชายหรือหญิง “ร้องเสียงดังขนาดนี้ ผู้ชายแน่ๆ” อันอ๋องที่มารอลุ้นทันทีเมื่อทราบข่าว ว่าพี่สะใภ้เจ็บท้องคลอดลูกเปล่งเสียงประกาศยืนยันเพศของทารก ราวกับตนเป็นผู้เชี่ยวชาญ ส่วนคนเป็นพ่อดีใจจนพูดไม่ออก ตั้งท่าจะผลักประตูห้องคลอด ทว่าถูกเฉินกั๋วกงที่แม้จะอายุมากแล้ว แต่ยังแข็งแรงและเปี่ยมด้วยพละกำลังยื้อตัวเอาไว้ “ท่านตา ปล่อยข้า ข้าจะเข้าไปหาหนิงเอ๋อร์กับลูก!” “ท่านอ๋องใจเย็นๆก่อน รอคนข้างในทำความสะอาดห้องคลอดให้เรียบร้อย เดี๋ยวกูกูก็มาเปิดประตูให้เอง” ท่านหญิงเจียงอิ่งผู้ผ่านการคลอดบุตรมาสองครั้ง เอ่ยบอกหลานชายที่เพิ่งกลายเป็นพ่อคนหมาดๆ และในเสี้ยวลมหายใจนั้นเอง… ผ่างงง!!! ประตูห้องคลอดเปิดออก ใบหน้าเปรมปรีดิ์ เปี่ยมล้นด้วยความสุขของซูลี่ปรากฏอยู่หน้าประตู “เป็นท่านหญิงน้อยเพคะ! จ้ำม่ำสมบูรณ์เหมือนลูกหมีน้อยเลยเพคะ” นางบอกข่าวดีทุกคนเสียงสดใส ทว่ากลับกลายเป็นข่าวสะเทือนใจของอันอ๋

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 48 ดีใจจนลืมตัว ตอนปลาย

    เสวี่ยหนิงรีบส่ายศีรษะบอกคนตัวโตว่าตนไม่ได้เป็นอะไร อาจเป็นเพราะเมื่อคืนนอนดึกและตื่นเช้าเลยหน้ามืดไปเท่านั้น ทว่าคนรักเมียมีหรือจะปล่อยผ่าน แทนที่จะตรงไปจวนเผิงกั๋วกงเพื่อร่วมงานเลี้ยง เขากลับสั่งสารถีให้ขับกลับตำหนักหรงจวิน และตามหมอประจำตำหนักมาตรวจอาการพระชายาอย่างเร่งด่วน ภายในห้องบรรทม หมอหลวงจับชีพจรผ่านผ้าไหมสีขาวบนข้อมือของเสวี่ยหนิง ทว่าเพียงครู่สั้นๆ ก็หันมากล่าวรายงานอาการป่วยของพระชายากับจวิ้นอ๋องด้วยรอยยิ้ม “ขอแสดงความยินดีด้วยพะย่ะค่ะท่านอ๋อง พระชายาตั้งครรภ์ได้เดือนกว่าแล้ว” เว่ยลี่หยางลมหายใจสะดุด จับตัวหมอหลวงเขย่าจนหัวสั่นหัวคลอนจากความตื่นเต้นดีใจ “ท่านหมอบอกว่าชายาของข้าตั้งครรภ์แล้วอย่างนั้นรึ นางตั้งครรภ์จริงๆ ใช่ไหม ท่านหมอไม่ได้หลอกข้านะ” แหง่กๆๆๆ “พะ พะ พะย่ะ พะย่ะค่ะ” ทรงปล่อยกระหม่อมก่อนนนน หมอหลวงเริ่มหน้าเขียว เสวี่ยหนิงที่คราแรกดีใจเรื่องที่ตนตั้งครรภ์ สีหน้าพลันเปลี่ยนเป็นตกตะลึง เมื่อเห็นสภาพของหมอหลวงในกำมือของเว่ยลี่หยาง “ว้าย! ท่านอ๋องเบามือเพคะ อย่าเขย่าตัวท่านหมอแบบนั้น เดี๋ยวเส้นเลือดในสมองแตกกันพอดี!” โอ้ย อกอีแป้นจะแตก สวามีของนางตัวใ

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 48 ดีใจจนลืมตัว ตอนต้น

    บทที่ 48 ดีใจจนลืมตัว ท่ามกลางบรรยากาศละมุนละไม รอบกายสดชื่นจากกลิ่นแดดอ่อนยามเช้า ทอแสงสะท้อนน้ำค้างบนยอดหญ้าและสมุนไพร ผสมผสานกันอย่างลงตัวกับสีสันสดใสของดอกไม้ ที่กำลังชูช่อโอ้อวดความงาม ต้อนรับฤดูกาลใหม่แห่งชีวิต เถียนเจียถิงก้อนเนื้อในอกเต้นระรัว หลังได้ยินคำสารภาพความในใจจากปากเหรินหมิง พวงแก้มใสของหญิงสาวแรกรุ่นมีริ้วแดงพาดผ่าน แต่กระนั้นบุตรีของทหารหาญกลับยืนหยัด ไม่หลบเลี่ยงสายตาหวานซึ้งของชายหนุ่ม “ท่านป๋อ ชอบข้า?” “ใช่ ข้าชอบเจ้าถิงเอ๋อร์ ชอบมากด้วย ข้าอยากอยู่เคียงข้างเจ้า อยากปกป้องเจ้าและรอยยิ้มสดใสของเจ้า ขอโอกาสให้ข้าได้หรือไม่” ทั้งที่มีคำพูดมากมายอยากเอ่ยกับนาง ทว่าเขาประหม่าจนใจสั่นมือเย็นเฉียบ เลยพูดออกมาได้เพียงเท่านี้…ความรู้สึกตื่นเต้นจนแทบคลั่งเช่นนี้ ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แม้แต่กับซ่งเจียวเจียว เขาเพิ่งมารู้ตัวว่าที่ผ่านมา ตนเองไม่ได้รักซ่งเจียวเจียวอย่างที่เข้าใจ แต่คุ้นเคยกับการที่ต้องปกป้องดูแลนางตามที่เคยรับปากเจ้ากรมโยธาไว้ รวมถึงทำเพื่อเอาคืนเชียนเสวี่ยหนิง ที่ใช้เล่ห์เหลี่ยมจนได้แต่งกับเขาในครานั้น หากกล่าวกันจริงๆ เขาช่างเป็นบุรุษที่โง่เง่าโดยแท้

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status