Share

บทนำ ตอนปลาย

last update Terakhir Diperbarui: 2025-10-05 21:56:50

หากเป็นอย่างที่คิดจริงนั่นก็หมายความว่า นางกำลังงานเข้า!!!

ขณะกำลังจมอยู่กับความคิดเรื่องของฉีอ๋อง เสียงของบิดาก็ช่วยดึงสติของมู่ซูซินกลับมาเมื่อชุนกงกงอ่านราชโองการจบ

“ซินเอ๋อร์ รีบขอบพระทัยฝ่าบาทเร็วเข้า” ก่อนหันไปยิ้มแห้งให้ชุนกงกง “ลูกสาวข้าคงตื่นเต้นจนไม่รู้ว่าต้องทำตัวอย่างไรน่ะขอรับ ขอชุนกงกงโปรดอย่าได้ถือสา”

มู่ซูซินเงยหน้าขึ้นมากะพริบตาปริบๆ ดวงตากลมโตใสซื่อสั่นระริกดูไร้พิษภัย ทว่าความคิดในหัวของนางเวลานี้…

‘เฮอะ! ขอบพระทัยกับผีน่ะสิ นี่เท่ากับส่งข้าไปตายชัดๆฮ่องเต้สุนัขเอ้ย! ขอให้เจ้าเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ขอให้เป็นริดสีดวง ขอให้พบเจอเจ้หงส์แล้วถอนตัวไม่ขึ้น ขอให้…ฉอดๆๆๆ!”

หลังจากก่นด่าสาปแช่งฮ่องเต้ฮุ่ยจงจนพอใจนางจึงขยับมาด้านหน้า กล่าวขอบพระทัยฮ่องเต้ตามธรรมเนียมปฏิบัติ รับม้วนผ้าสีทองมาถือด้วยมือสั่นเทาราวจับต้องของร้อน

คราวนี้ชุนกงกงมองนางด้วยสายตาเวทนา ท่าทางขลาดเขลาแบบนี้จะทนฉีอ๋องผู้น่ากลัวราวมารร้ายได้สักกี่วัน โชคชะตาช่างโหดร้ายกับนางเสียจริง

ทันทีที่ขบวนของชุนกงกงก้าวขาออกไปจากจวนเจ้าเมือง ท่าทางขลาดเขลาของมู่ซูซินแปรเปลี่ยนเป็นสุขุมเยือกเย็น เอ่ยปากขอให้มารดาเดินไปส่งนางที่เรือน เพราะมีเรื่องสำคัญต้องหารือ

เมื่อประตูปิดลงสาวใช้ผู้ภักดีทั้งสองยืนคุมเชิงหน้าห้องไม่ให้ใครเข้าใกล้ มู่ซูซินเข้าเรื่องสำคัญทันที

“ท่านแม่ คนอย่างฉีอ๋องไม่มีวันยอมให้สมรสพระราชทานเกิดขึ้นเป็นแน่ ลูกพูดเช่นนี้ท่านคงเข้าใจความหมายนะเจ้าคะ“

หยางหย่าถิง มารดาของมู่ซูซินหน้าถอดสี เลือดในกายเย็นเยียบขึ้นมากะทันหัน หากการคาดเดานี้ถูกต้อง นั่นก็หมายความว่าบุตรสาวของนางกำลังตกอยู่ในอันตรายใหญ่หลวง

“แม่ไม่ยอมให้เกิดเรื่องขึ้นกับเจ้าเด็ดขาด ว่าแต่เจ้ามีแผนรับมือกับเรื่องนี้อย่างไร” ถึงแม้จะวิตกเรื่องของบุตรสาวจนแทบเข่าทรุด ทว่าหยางซื่อ* กลับมิได้แสดงอาการหวาดกลัวหรือหวั่นวิตกจนเกินเหตุ นางมั่นใจว่าบุตรสาวต้องหาทางหนีทีไล่ได้อย่างแน่นอน

“แผนรับมือที่ลูกเตรียมไว้คือ…” มู่ซูซินสวมกอดมารดากระซิบบอกแผนการที่คิดไว้

“ได้ แม่จะรีบให้คนไปจัดการ ว่าแต่เจ้าจะออกเดินทางไปหาท่านตาพรุ่งนี้เลยหรือ”

“เจ้าค่ะท่านแม่ เรื่องคอขาดบาดตายแบบนี้จะประวิงเวลาไม่ได้ ทางนั้นคงไม่ยอมปล่อยให้ลูกมีชีวิตอยู่ไปจนถึงวันอภิเษกแน่”

ฉายาทรราชของฉีอ๋องเป็นบทพิสูจน์อย่างดีหากเจ้าตัวไม่ชั่วร้ายพอ มีหรือที่คนจะกล้าเรียกเขาแบบนั้น นางมั่นใจเต็มสิบส่วนว่าบุรุษผู้มีอำนาจล้นหลามอยู่ในมือ สามารถปิดแผ่นฟ้าด้วยมือเดียวผู้นี้ ไม่มีทางที่จะยอมให้ฮ่องเต้ บังคับให้เขาแต่งงานกับสตรีที่มิอาจสนับสนุน หรือเพิ่มพูนฐานอำนาจให้เขาได้สำเร็จหนทางเดียวที่ยุติสมรสพระราชทานได้นี้ นั่นคือว่าที่เจ้าสาวต้องไม่มีชีวิตอยู่ก่อนถึงวันอภิเษก

แต่เผอิญว่า…ว่าที่เจ้าสาวอย่างนางดันเป็นคนรักตัวกลัวอย่างถึงที่สุดเสียด้วยสิ นางอุตส่าห์ได้โอกาสมาเกิดใหม่ทั้งทีมีหรือจะยอมตายง่ายๆโดยไร้เหตุผลเหมือนชาติที่แล้ว พอนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาทีไรมู่ซูซินอารมณ์ขึ้นทุกที

เรื่องมีอยู่ว่า…

สิบแปดปีก่อน มู่ซูซินหรือ ลิลลี่ สาวไทยเชื้อสายจีนสิ้นใจคาคอนโด ขณะกำลังสะสางงานชิ้นสุดท้ายให้เสร็จก่อนลาพักร้อนตามที่เจ้านายอนุมัติ

แต่ใครจะเชื่อว่าสาเหตุการเสียชีวิตของเธอที่แท้จริง เกิดขึ้นเพราะยมทูตมือใหม่ดันทำงานผิดพลาด ไปคว้าวิญญาณมาผิดดวง! คนที่สมควรสิ้นใจในวันนั้นคือคุณยาย ลิลลี่ วัยแปดสิบที่พักอยู่ชั้นล่างนู่น ไม่ใช่เธอ! และกว่าจะรู้ว่าตนทำงานผิดพลาดร่างของลิลลี่ก็ถูกเผาไปแล้ว

เวรกรรมจริงๆ! ไม่รู้จะหาคำใดมากล่าว…

ลิลลี่ผู้หมดบุญก่อนเวลา เลยถูกส่งมาเกิดใหม่เป็นทารกพร้อมความทรงจำและความสามารถทุกอย่างที่มีจากชาติที่แล้ว

ไม่เพียงเท่านั้นยมทูตมือใหม่ยังมอบความสามารถที่จำเป็น สำหรับใช้ในการเอาตัวรอดของภพนี้ให้เธอจนครบ รวมถึงน้ำวิเศษซึ่งไม่มีวันหมดให้อีกหนึ่งขวด

ยมทูตคนเดิมนำมามอบให้เมื่อเธอมีอายุครบห้าปี เพื่อเป็นการไถ่โทษที่ตนทำงานผิดพลาด

อันที่จริงนางอยากได้มิติ แต่ยมทูตมือใหม่ไม่มีให้ เพราะผู้ที่จะสามารถเนรมิตมิติให้กับนางได้นั้น เผอิญว่าลาพักร้อนพอดิบพอดี กว่าจะกลับมาทำงานก็อีกยาว

มู่ซูซินหรือลิลลี่ในเวลานั้นหมดคำจะกล่าว จำต้องยอมรับน้ำวิเศษที่สามารถรักษาโรคและถอนพิษได้ครอบจักรวาล ไว้แทนกระเช้ากราบขออภัยจากยมทูตมือใหม่โดยปริยาย

กลับมาที่เวลาปัจจุบัน

หลังมื้อเย็น มู่ซูซินบอกกล่าวสมาชิกครอบครัวที่เหลือ เรื่องที่ตนจะเดินทางไปหาท่านตาที่ไร่สมุนไพรในเมืองชิงหลิน ทุกคนพยักหน้ารับอย่างรู้กัน

“เสี่ยวเหยียน ระหว่างที่พี่ใหญ่ไม่อยู่อย่าลืมศึกษาตำราที่ให้ไว้อย่างเคร่งครัด ทักษะการต่อสู้หรือขี่ม้าอย่าหย่อนยาน เข้าใจหรือไม่”

“พี่ใหญ่ไว้ใจข้าได้ เสี่ยวเหยียนคนนี้จะไม่ทำให้ท่านผิดหวังอย่างเด็ดขาด!” เด็กชายยืดอกรับคำพี่สาวเป็นมั่นเหมาะ เขาต้องขยันและผ่านการทดสอบให้จงได้! ลูกผู้ชายพูดแล้วไม่คืนคำมิฉะนั้นมารดาคงหวดเขาก้นลาย!

“ดีมาก” เอ่ยชมน้องชายเสร็จ ก็หันไปอุ้มแมวสุดที่รักจากสาวใช้มาวางบนตัก

“ลี่มี่ได้ยินแล้วนะ พวกเราต้องออกไปผจญภัยกันสักเล็กน้อย ดีใจรึเปล่า”

เมี้ยววว ลี่มี่ตอบรับเสียงหวานตั้งตารอที่จะได้ออกไปเที่ยว

เช้าวันรุ่งขึ้น

เสร็จจากการรับมื้อเช้าด้วยกัน มู่เทียนและหยางซื่อเดินนำบุตรสาวไปยังคอกม้าท้ายจวน ทำท่าเหมือนมาดูลูกม้าตัวใหม่ ก่อนหลบเข้าไปในห้องเก็บอุปกรณ์ขี่ม้า ทั้งคู่เปิดประตูลับให้มู่ซูซิน คนเป็นพ่อขอบตารื้นน้ำ ยกมือสั่นเทาลูบหัวทุยของบุตรสาวด้วยความอาทร

“ดูแลตัวเองดีๆนะลูก ฮึก ถ้าไม่จำเป็นก็…อย่าสังหารคนเยอะนัก มันบาป”

(*_*”) มู่ซูซินถึงกับเงิบ ตกลงว่าท่านพ่อเป็นห่วงนางหรือห่วงว่านางจะไปสังหารคนอื่นกันแน่เจ้าคะ!

พรืดดด หยางซื่อหลุดขำ สามีของนางช่างเป็นคนอ่อนโยนเสียจริง!

“ท่านพี่ล่ะก็ ซินเอ๋อร์แค่กลับไปทำงาน ไม่ได้ไปยกพวกตีกับใครเสียหน่อย อย่ากังวลไปเลยเจ้าค่ะ”

มู่เทียนลอบถอนหายใจ หากฮ่องเต้ทราบความจริงว่า บุตรสาวของเขาหาใช่คุณหนูในห้องหอทั่วไปอย่างที่ทรงเข้าใจ ไม่รู้ว่ายังจะกล้ามอบสมรสพระราชทานให้อยู่อีกรึเปล่า

*******************

*ซื่อ : คำเรียกสตรีที่ออกเรือนแล้วตามหลังแซ่เดิม เช่น หยางหย่าถิง = หยางซื่อ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   ตอนพิเศษ นายน้อยคนใหม่แห่งหอเหว่ยตี้ ~4

    สองปีต่อมา มู่เหยียนเติบใหญ่ขึ้นมากร่างกายกำยำจากการฝึกวรยุทธ์กับท่านตาอย่างหนัก สุ้มเสียงแตกหนุ่มบัดนี้ทุ้มต่ำเสนาะหู รูปโฉมหล่อเหลาอันตรายต่อจิตใจของสตรีมากขึ้นทุกวัน บรรดาแม่สื่อต่างย่ำเท้ามาทาบทามคุณชายมู่เหยียน จนธรณีประตูทางเข้าจวนเจ้าเมืองแทบสึก! หลังปีใหม่ หอเหว่ยตี้ก็ได้รับเทียบเชิญอย่างเป็นทางการจากชินอ๋องแห่งแคว้นต้าเซี่ย เขาประสงค์ให้หอโอสถเหว่ยตี้ไปเปิดที่เมืองหลวงของแคว้น เนื่องจากในหน้าหนาวของทุกๆปี ประชาชนของต้าเซี่ยจำนวนไม่น้อยมักเจ็บป่วยและเสียชีวิตจากโรคปอดอักเสบ ชินอ๋องเซี่ยหย่งเหอ ทราบมาว่าหอเหว่ยตี้มีโอสถชั้นยอดหลายอย่าง จึงอยากให้หอเหว่ยตี้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ โดยการไปเปิดหอโอสถที่เมืองหลวงเป็นสาขาแรก หยางหย่าถิงในฐานะนายใหญ่ตอบรับคำเชิญนี้ โดยที่นายน้อยเหว่ยอี้จะเป็นตัวแทนไปเจรจา ใช้เวลาในการเดินทางราวยี่สิบวันจากต้าเฟิ่งมายังเมืองหลวงของต้าเซี่ย ตำหนักชินอ๋อง งานเลี้ยงรับรองนายน้อยเหว่ยอี้ ถูกจัดขึ้นที่ลานตำหนักติดกับสระบัวและน้ำตกจำลองเพื่อคลายร้อน การตกแต่งประดับประดาสวยงามสมเกียรติชินอ๋องแห่งต้าเซี่ย เมื่อได้เวลาเซี่ยหย่งเหอและพระชายาทั้งสอง รวมถึ

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   ตอนพิเศษ นายน้อยคนใหม่แห่งหอเหว่ยตี้ ~3

    แม่เล้าของหอราตรีจรัส ครั้นได้เห็นเด็กหนุ่มรูปงามสองคน แต่งกายด้วยอาภรณ์ราคาแพง ก็รีบปรี่เข้ามาต้อนรับพร้อมรอยยิ้มการค้าอย่างมืออาชีพ “คุณชายสองท่านนี้ไม่ทราบว่าคืนนี้มากินดื่มหรือต้องการมาหาความสำราญกันเจ้าคะ” มู่เหยียนผู้มีประสบการณ์รีบออกตัวรับหน้าอย่างทันท่วงที “พี่สาวคนสวย คืนนี้พวกข้าขอเริ่มด้วยการกินดื่มก่อนก็แล้วกัน หากนึกครึ้มอกครึ้มใจขึ้นมาทีหลัง ค่อยหาความสำราญก็ยังไม่สาย ลูกน้องของข้าจองระเบียงส่วนตัวชั้นสองมองเห็นแม่น้ำไว้ ถ้าอย่างไรพี่สาวคนสวยช่วยพาน้องชายไปที” พูดจบก็วางถุงใส่เงินที่มีน้ำหนักไม่น้อยใส่มือแม่เล้าอย่างรู้งาน แม่เล้ายกพัดกลมขึ้นมาแตะแผ่นอกของเด็กหนุ่มเบาๆ อย่างมีจริต “แหม ปากหวานเสียจริงนะเจ้าคะ “จากนั้นจึงเดินนำไปยังระเบียงชั้นสองที่ถูกจับจองไว้ ” เชิญคุณชายตามข้ามาทางนี้เจ้าค่ะ” อาหรงดวงตาเบิกโพลงยิ่งกว่าเก่า คาดไม่ถึงว่าสหายของตนจะเชี่ยวชาญการใช้ชีวิตในหอโคมแดงขนาดนี้! องครักษ์ของมู่เหยียนที่เดินตามหลังมากลั้นขำกันจนไหล่สั่น คุณชายน้อยเลียนแบบจดจำท่าทางการพูดการจาของพี่สาวมาได้เหมือนเป๊ะ บนระเบียงส่วนตัวชั้นสอง ประตูเปิดกว้างสามารถมองเห็

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   ตอนพิเศษ นายน้อยคนใหม่แห่งหอเหว่ยตี้ ~2

    เฟิ่งเสวียนจียืนกอดอกอยู่ในเงามืด เอียงคอถามน้องภรรยาที่กำลังตั้งท่าจะกระโจนขึ้นหลังคาด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ “…” มู่เหยียน หมดกันถูกจับได้เสียแล้ว! “แหะๆ พี่เขยดึกๆ ดื่นๆ ไม่หลับไม่นอน ออกมาทำอะไรแถวๆ นี้หรือพะย่ะค่ะ พระชายาหลับแล้วหรือ ท่านอ๋องถึงออกมาเดินชมดาวยามค่ำคืนคนเดียว” “ข้าต้องถามเจ้ามากกว่า ดึกดื่นค่อนคืนไม่หลับไม่นอน แต่งตัวซะหล่อแบบนี้มีนัดกับใครที่ไหนรึเปล่า” ดวงเนตรคู่คมมองสำรวจเสื้อผ้าที่มู่เหยียนใส่ ถึงจะเป็นสีเข้มทว่ากลับดูหรูหรามีระดับ แค่มองก็รู้ว่าเจ้าตัวต้องมีนัดแน่ๆ มู่เหยียนถอนหายใจแผ่ว คำว่าอาบน้ำร้อนมาก่อนมันเป็นอย่างนี้เองสินะ แค่เห็นชุดที่เขาสวมใส่ก็ดูออกทันที “ปิดบังท่านอ๋องไม่ได้เลยจริงๆ กระหม่อมมีนัดจริงๆ นั่นแหละพะย่ะค่ะ” “แล้วทำไมไม่ออกทางหน้าตำหนักให้มันดีๆ จะโดดขึ้นหลังคาหนีออกไปให้องครักษ์สงสัยทำไม หืม?” “เดินออกไปง่ายๆ แบบนั้นมันไม่เร้าใจพะย่ะค่ะ แอบออกไปแบบนี้มันตื่นเต้นกว่า” (*_*’) เฟิ่งเสวียนจีถึงกับเงิบเมื่อได้ยินคำตอบจากปากน้องภรรยา พี่น้องคู่นี้สมกับที่มีสายเลือดเดียวกันจริงๆ! ชอบทำอะไรลับๆ ล่อๆ ให้คนสงสัย…พี่เขยอย่างเขาหัวจะ

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   ตอนพิเศษ นายน้อยคนใหม่แห่งหอเหว่ยตี้ ~1

    ช่วงปลายวสันตฤดู จวนเจ้าเมืองตงเฉิงมีงานใหญ่ คุณชายน้อยมู่เหยียนปีนี้อายุครบสิบห้าแล้ว จึงได้เวลาทำพิธีสวมหมวกครั้งแรก ซึ่งเป็นพิธีที่แสดงว่าเขาได้เข้าสู่วัยผู้ใหญ่แล้ว และเป็นการบ่งบอกว่าเขาพร้อมที่จะรับผิดชอบต่อสังคมและครอบครัว นั่นหมายถึงหลังเสร็จสิ้นพิธี มู่เหยียนจะกลายเป็นนายน้อยคนใหม่ของหอเหว่ยตี้แทนพี่สาวทันที นามที่ใช้คือ เหว่ยอี้ ในวันสำคัญนี้ แม้แต่หยางเทียนอี้ผู้เป็นตาก็เดินทางมาจากเมืองชิงหลินเพื่อร่วมฉลอง มู่ซูซินพร้อมสามีและลูกๆ ของนางเดินทางจากเมืองหลวงเพื่อมาร่วมงานสำคัญนี้ ตลอดการเดินทางหลายวันเฟิ่งเสวียนจีแทบเก็บอาการไม่อยู่ ไม่มีใครรู้ว่าเขาดีใจมากแค่ไหน ที่ต่อไปชายาตัวน้อยไม่ต้องรับผิดชอบหน้าที่นายน้อยแห่งหอเหว่ยตี้อีกแล้ว เขาใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัวทุกครั้ง ยามที่ชายาต้องเดินทางไปต่างเมืองเพื่อทำงาน หลังเสร็จสิ้นพิธีสมาชิกทุกคนในครอบครัวก็มารวมตัวกันอยู่ที่โถงพักผ่อนในเรือนของฮูหยินผู้เฒ่า มู่เหยียนในวัยสิบห้าปีรูปร่างสูงสง่ามีราศีมิต่างจากเชื้อพระวงศ์ ใบหน้าหล่อเหลาค่อนไปทางงดงามดูราวปีศาจจิ้งจอกจำแลงเหมือนพี่สาวไม่มีผิด อีกทั้งช่างเจรจาพา

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   ตอนพิเศษ เมื่อองครักษ์มีรักย่อมต้องทุ่มสุดตัว ~4

    เย่เฟิงคล้ายเห็นแสงสว่างที่ปลายทาง รีบพยักหน้ารับด้วยความมั่นใจ ผู้ช่วยแม่ครัวจึงคลายมือออก ปล่อยให้ชายหนุ่มเริ่มนวดแป้งด้วยตนเอง ในขณะที่มือก็กำลังนวดแป้ง ในหัวก็จินตนาการไปว่า ตนกำลังนวดต้นขานุ่มๆของลี่เจินไปด้วย และอาจเป็นเพราะตั้งใจมากไปนิดเลยเผลอคิดดังไปหน่อย ”ขาของเจ้าช่างนุ่มนวลเหลือเกินเจินเอ๋อร์“ ”…“ ทั้งแม่ครัวและผู้ช่วยคิ้วกระตุกยิกๆ พ่อหนุ่มองครักษ์กำลังสิ่งใดอยู่กันแน่!!! จากแป้งสีขาวนวลเวลานี้กลายเป็นก้อนแป้งสีชมพูเข้ม เพราะชายหนุ่มใส่ผงกุหลาบหนักมือไปนิด แต่ไม่เป็นไรแม่ครัวบอกกับเขาอย่างนั้น คราวหน้าค่อยลดปริมาณลง ถึงตอนนี้ แป้งพร้อม ไส้พร้อม ในที่สุดก็มาถึงขั้นตอนการห่อก่อนกดใส่พิมพ์ขนม ผู้ช่วยแสดงวิธีนวดแป้งทั้งสองสีให้กลายเป็นก้อนเดียว รวมไปถึงวิธีแผ่แป้งและห่อไส้ ก่อนนำไปกดใส่พิมพ์ขนมบัวหิมะ “น่ากินมากเลยขอรับ” เอ่ยชื่นชมจบก็ลงมือทำเองบ้าง เพียงแต่… “ทำไมมันยากเย็นอย่างนี้เนี่ย! ทำไมข้าห่อแล้วแป้งถึงแตกไส้ทะลัก ไม่เห็นเรียบเนียนเหมือนของท่านป้าเลย” “…” ผู้ช่วยแม่ครัว ข้าควรเวทนาคนหรือสงสารขนมดีเนี่ย “แรกก็เป็นแบบนี้แหละ ทำบ่อยๆเดี๋ยวก็ชำนาญขึ้

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   ตอนพิเศษ เมื่อองครักษ์มีรักย่อมต้องทุ่มสุดตัว ~3

    ไม่ใช่เพียงแค่หานจิ้งที่เดินหน้าเกี้ยวพานลี่อิ่งอย่างเปิดเผย แม้แต่องครักษ์เงาขั้นหนึ่งอย่างเย่เฟิง ก็ขอฉีอ๋องย้ายตำแหน่งงานมาเป็นองครักษ์ขั้นหนึ่งของพระชายามู่ซูซินแทน เหตุผลหลักคือเขาทำงานให้พระชายาจนคุ้นเคยไปแล้ว ส่วนเหตุผลรองคือหัวใจของเขาเฝ้าติดตามลี่เจินไปแล้วนั่นเอง เรียกกลับมาเท่าไหร่หัวใจเจ้ากรรมก็ไม่ยอมเชื่อฟัง เย่เฟิงเลยตั้งปณิธานว่า เขาจะไม่ยอมแพ้องครักษ์รุ่นน้องอย่างหานจิ้งเด็ดขาด ชีวิตนี้เขาต้องได้แต่งลี่เจินเป็นภรรยาผูกผม! หากทำไม่ได้ก่อนอายุสามสิบ เย่เฟิงจะไปออกบวชมันให้มันรู้แล้วรู้รอด! ครัวหลักของตำหนักเว่ยจง แม่ครัวฝ่ายขนมหวานมุมปากกระตุกยิกๆ ขณะยืนมององครักษ์ของพระชายากวนแป้งทำขนมบัวหิมะกุหลาบ “เอ่อ ท่านองครักษ์เจ้าคะ กวนแป้งไม่ต้องออกแรงขนาดนั้นก็ได้เจ้าค่ะ ค่อยๆทำไป ท่านเล่นกวนแรงและเร็วแบบนี้ แป้งมันก็กระเด็นออกจากกระทะหมดสิเจ้าคะ แล้วจะเหลือให้กินไหมเนี่ย! โอย ข้าจะเป็นลม” พูดจบก็ยกยาดมขึ้นมาสูดเข้าปอดดัง ฟื้ด... บรรดาสาวใช้ในโรงครัวยกมือป้องปากหัวเราะคิกคักด้วยความเอ็นดูในตัวเย่เฟิง คาดไม่ถึงว่าองครักษ์หน้าเข้มผู้นี้ จะยอมลงทุนมาเรียน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status