LOGINเขาเป็นท่านโหวที่ไม่เคยหมกมุ่นเรื่องสตรี นางเป็นสาวใช้คนเดียวที่ได้ใกล้ชิดกับเขา ทุกคนต่างพูดว่านางจะได้เป็นฮูหยินของเขา แต่แล้วจากสาวใช้คนโปรดสู่สาวใช้ไร้ค่า เมื่อเขาแต่งสตรีคนนั้นเข้ามา สตรีคนนั้นทำน้ำชาหกรดมือใส่ร้ายนาง เขาโบยนางจนหมดสติ สตรีคนนั้นตกน้ำไปเองแล้วใส่ร้ายนาง เขาจับนางถ่วงน้ำ สตรีคนนั้นถูกโจรจับ เขาส่งนางไปแลกเปลี่ยนให้โจรพวกนั้นพานางไปบำเรอ ต่อมาเขาตามหานางอย่างบ้าคลั่ง พบกันอีกทีนางควงสามีถึงสามคน " เจ้าช่างกล้าเรียกโจรพวกนี้ว่าสามีได้เต็มปาก คงติดใจพวกมันจนหาทางกลับจวนไม่ถูกเลยสินะ" " เป็นท่านเองไม่ใช่รึที่ผลักข้าไปให้พวกโจรเองกับมือ"
View Moreไม้ท่อนใหญ่ฟาดกระทบลงมาบนแผ่นหลังของนางครั้งแล้วครั้งเล่า เสื้อที่สวมขาดวิ่นเผยให้เห็นแผลจากการถูกโบยที่ปริแตก กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้มลอยตามลม บ่าวรับใช้หลายคนเบนหน้าหนี บางคนมองมาที่นางด้วยสายตาสงสาร แม้จะถูกโบยลงมาหนักๆแต่นางก็ไม่ปริปากร้องสักแอะ
สายตาของนางมองดูอันฟู่หลุนที่ยืนกอดจางรั่วซี เขามองมาที่นางด้วยสายตาเย็นชา ส่วนจางรั่วซีที่ซบอยู่ในอ้อมอกของเขาเผยรอยยิ้มหยันอย่างเห็นได้ชัด
เห็นสายตาตัดพ้อที่ซ่งอวี่เยี่ยนมองมา อันฟู่หลุนก็ยิ่งขมวดคิ้วมุ่น ถูกโบยขนาดนี้ยังไม่ปริปากร้องสักคำ นางช่างอดทนดีแท้ เขาเองก็ไม่อยากจะลงโทษนางหรอก แต่นางทำให้จางรั่วซีต้องบาดเจ็บ นี่เป็นบทลงโทษสำหรับสาวใช้อย่างนาง
" ซีซี ข้างนอกแดดร้อน เจ้าร่างกายอ่อนแอกลับห้องเถิด"
จางรั่วซีพยักหน้ารับ เขาประคองนางหันหลังเดินจากไป ซ่งอวี่เยียนมองตามพวกเขา สายตาเริ่มพร่ามัว
เมื่อ8ปีก่อนนางมีอายุเพียง8ปี ถูกขายเข้าหอนางโลม แม่เล้าบอกว่าอีกไม่กี่ปีจะปลุกปั้นให้นางเป็นนางโลมอันลือชื่อของหอชุ่ยเฟิง แต่ตอนนี้นางยังเด็กอยู่ จึงให้เป็นเด็กรับใช้คอยเรียนรู้จากรุ่นพี่ไปก่อน อยู่ที่หอชุ่ยเฟิงได้สามเดือน วันนั้นลูกค้าเยอะเป็นพิเศษนางจึงได้มีโอกาสช่วยเสี่ยวเอ้อยกอาหารไปให้ลูกค้า และหนึ่งในนั้นคืออันฟู่หลุน นางสังเกตุได้ว่าเขามองนางอยู่ตลอดเวลา
" ไปตามเจ้าของหอมาพบข้า"
นางตกใจคิดว่านางทำอะไรผิดถึงทำให้เขาไม่พอใจรึเปล่า เขาคงสังเกตุเห็นท่าทีตื่นตระหนกของนางจึงพูดขึ้น
" ไม่มีอะไรหรอก ข้าแค่อยากสนทนากับเจ้าของหอนิดหน่อย"
นางเดินไปตามฉู่อิงกั่วเจ้าของหอชุ่ยเฟิงมา
" คุณชายท่านนี้มีอะไรต้องการเป็นพิเศษหรือไม่ หรือว่านางทำให้ท่านไม่พอใจเรื่องใด ข้าต้องขอโทษแทนนางด้วยนางยังเด็กพึ่ง8ปีเท่านั้นเอง นางพึ่งมาอยู่ใหม่ หากท่านไม่ต้องการเห็นหน้านางข้าจะให้นางไปเดี๋ยวนี้"
ฉู่อิงกั่วส่งสายตาให้นางออกไป นางรีบเดินออกไปแต่เขาก็เรียกเอาไว้
" ช้าก่อน"
" ท่านมีสิ่งใดต้องการบอกข้าได้เลย หรือว่าอยากได้สาวงาม ที่นี่มีสาวงามเยอะแยะข้าจะให้พวกนางมาดูแลท่าน เจ้าไปเรียกปิงเอ๋อกับเป่าเอ๋อมาดูแลคุณชายท่านนี้เร็ว"
ฉู่อิงกั่วพูดจายิ้มแย้มก่อนจะะหันไปสั่งซ่งอวี่เยียน ซ่งอวี่เยียนยังไม่ทันจะได้ขยับก็ชะงักกับคำพูดของเขา
" ข้าต้องการนาง"
ฉู่อิงกั่วหันควับไปมองซ่งอวี่เยียนด้วยความตกใจ ก่อนจะดึงตัวนางไปหลบข้างหลัง
" ฮ่าฮ่าคุณชาย ท่านล้อเล่นแล้ว นางยังเด็กพึ่ง8ปียังไม่ทันมีระดู ไม่อาจทำเรื่องอย่างว่าได้ หากท่านชอบนางอยากได้นางก็รออีกสัก5-6ปีเถิด ถึงเวลานั้นแล้วท่านค่อยมาใช้บริการนาง"
อันฟู่หลุนจ้องมองฉู่อิงกั่วสายตาดุดัน
" ข้าไม่ได้อยากได้นางไปทำเรื่องอย่างว่า"
ซ่งอวี่เยียนกับฉู่อิงกั่วถอนหายใจโล่งอก
" แล้วที่ท่านบอกว่าอยากได้นาง"
" ข้าอยากได้นางไปเป็นสาวใช้ที่จวน นางยังเด็กไม่ควรอยู่ในสถานที่เริงรมย์แบบนี้"
เขามองไปยังนางที่ยืนข้างหลังแม่เล้าโผล่หัวออกมามอง
" เจ้าอยากติดตามรับใช้ข้าหรือไม่ ข้าจะสอนหนังสือเจ้า แล้วก็สอนวรยุทธ์ไว้ป้องกันตัวด้วย"
ซ่งอวี่เยียนมีประกายตาระยิบ นางก้าวออกมาจากหลังฉู่อิงกั่วถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
" ท่านพูดจริงเหรอเจ้าคะ"
" อืม"
" ไม่ได้"
ฉู่อิงกั่วรีบขัด
" เจ้าซื้อนางมาเท่าไหร่ ข้าให้สองเท่า"
" ข้าเห็นนางมีหน้าตางดงามมีแววจะเป็นนางโลมเลื่องชื่อ ต่อไปจะสร้างชื่อเสียงให้หอชุ่ยเฟิงของข้า"
" พันตำลึงพอไหม"
ฉู่อิงกั่วรีบคว้าตั๋วเงินมาถือไว้แล้วผลักนางไปหาอันฟู่หลุน
" ที่จริงข้าไม่อยากให้เจ้าไปหรอกนะ แต่เห็นว่าเจ้ายังเด็กยังมีอนาคตอีกไกล ข้าเลยยอมยอมให้เจ้าไป"
ตั้งแต่นั้นมานางก็เป็นสาวใช้ติดตามอันฟู่หลุน นางมารู้ทีหลังว่าเขาเป็นท่านโหว เขาสอนหนังสือนาง ยังสอนวรยุทธิ์ไว้ป้องกันตัว ชีวิตนางสงบสุขเรื่อยมา วันเวลาผ่านไปพริบตาเดียวจากเด็กน้อยในวันนั้น นางเติบโตเป็นสาวสะพรั่ง
นางคิดว่าความเอาใจใส่ที่เขามีให้นางคือความรัก คิดว่าที่เขาทำดีกับนางใกล้ชิดนางเขาจะมีใจให้นาง เพราะตั้งแต่นางติดตามเขามาก็ไม่เห็นเขาจะมีสตรีคนไหน หรือพูดถึงสตรีคนไหนเลย ใครๆต่างก็พูดกันว่านางเป็นคนโปรดของเขา วันข้างหน้าเขาอาจยกนางขึ้นเป็นฮูหยิน ความอ่อนโยนใจดีของเขาทำให้นางหลงรัก คิดว่าสักวันเขาจะให้นางเป็นภรรยาอย่างที่ทุกคนในจวนเล่าลือกัน แต่นางลืมคิดไป ว่านางเป็นเพียงสาวใช้ต่ำต้อย จะคู่ควรเป็นภรรยาท่านโหวผู้สูงศักดิ์ได้ยังไง
ต่อมาความจริงก็ตีแสกหน้านางอย่างจัง เมื่อเขาตกแต่งสตรีนางหนึ่งเข้าจวน สตรีนางนั้นชื่อจางรั่วซี เป็นลูกสาวของเพื่อนสนิทเขา ก่อนตายเพื่อนสนิทได้ฝากฝังให้ช่วยดูแล เขาช่างเป็นคนดีจริงๆเพื่อจะได้ดูแลสตรีคนนั้น จึงแต่งเข้าเรือนมาเป็นฮูหยิน
จางรั่วซีเป็นคุณหนูในห้องหอ เจ็บป่วยขี้โรคร่างกายอ่อนแอ ทั้งยังมีโรคหัวใจ เขาบอกทุกคนในจวนแบบนั้น และให้บ่าวรับใช้ทุกคนช่วยกันดูแลนางเป็นพิเศษ
ตั้งแต่เขาแต่งงานมาก็สั่งนางว่าไม่ต้องติดตามเขาอีก ให้ไปทำงานในเรือนเหมือนบ่าวรับใช้คนอื่น
หลังงานแต่งวันแรก จางรั่วซีให้คนมารื้อค้นห้องของนางจนเละเทะ อ้างว่าทำกำไลหยกหาย มีคนเห็นขโมยวิ่งมาทางนี้ และสงสัยว่าเป็นนาง คนพวกนั้นทำลายข้าวของของนางหล่นแตกไปหลายอย่าง ทั้งปิ่นปักผมและตุ๊กตาไม้ที่อันฟู่หลุนให้นาง พอทุกอย่างพังหมด สาวใช้ส่วนตัวของจางรั่วซีก็บอกว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด เจอกำไลหยกวงนั้นแล้ว นางรู้ว่าทุกอย่างเป็นการจงใจของจางรั่วซี
อีกสามวันต่อมานางถูกเรียกให้นำขนมกับน้ำชาไปให้จางรั่วซี นางรินชาส่งให้ แต่จางรั่วซีกลับเทชารดมือตัวเอง แล้วกล่าวโทษนาง ทำให้อันฟู่หลุนสั่งลงโทษโบยนางอยู่ตอนนี้ เขาไม่ถามไม่ฟังเหตุผล มาถึงก็ปรี่ไปดูมือของจางรั่วซี แล้วสั่งลงโทษนางทันทีนางถูกโบยครั้งที่50ก็หมดสติไป
" เเล้วงานแต่งของเจ้ากับนาง"" ไม่มี ข้ากับนางไม่ได้แต่งงานกัน ที่เจ้าได้ยินสาวใช้นางพูดวันนั้น ก็แค่พูดไปลอยๆข้ายังไม่ได้ตอบตกลงเลย นางต้องการแต่งกับข้าเพื่อหลีกเลี่ยงการคัดตัวเป็นสนมของฮ่องเต้เท่านั้น ราชครูได้หาคุณชายคนหนึ่งไว้ให้นางแล้ว"" แล้วนางยอมรึ เจ้าก็บอกเองว่านางชอบเจ้า"" แน่นอนว่านางไม่ยอม นางถึงได้ใช้บุญคุณช่วยชีวิตมาขอร้องกึ่งบังคับข้าให้แต่งกับนาง ข้าเลยต้อง"" เจ้าเลยต้องแต่งกับนาง"" ไม่ ข้าไม่คิดจะแต่งกับนาง ข้ากำลังคิดหาทางออกเรื่องนี้อยู่ บังเอิญคืนนั้นเกิดไฟไหม้ที่เรือนพักของนาง เพลิงโหมลุกลามรวดเร็วนางหนีออกมาไม่ทัน ข้าวิ่งฝ่าเปลวเพลิงไปช่วยชีวิตนางออกมา"ซ่งอวี่เยียนมองมือของเขาสองข้างที่มีแผลเป็น เขาเห็นสายตานางจ้องมองจึงถกแขนเสื้อสองข้างขึ้น นางเบิกตากว้าง รอยแผลเป็นขนาดใหญ่เต็มสองแขน นี่คงเป็นรอยแผลจากการถูกไฟไหม้" เกือบจะถึงทางออกอยู่แล้ว คานกำลังจะหล่นมา ข้าจึงผลักนางออกไป คานก็หล่นลงมาทับข้า ข้าใช้แขนสองข้างบังหน้าตัวเองไว้ ทำให้ไฟไหม้แค่ตรงมือกับแขน"นางลูบแผลเป็นที่แขนเขาอย่างเบามือ เขาดึงนางเข้ามากอด" ข้าฟื้นขึ้นมาอีกทีก็จำเรื่องราวทุกอย่างได้จึงใช้
" ถ้าวันนึงเจ้าความจำเสื่อมจำข้าไม่ได้"" ถ้าข้ารู้ตัวว่าข้าความจำเสื่อม จำอะไรไม่ได้แม้กระทั่งชื่อตัวเอง ต่อให้มีองค์หญิงรัชทายาทมาช่วยข้าไว้ ข้าก็จะอยู่ห่างๆนางจะไม่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดเกินเลย ข้าจะทำทุกทางเพื่อฟื้นความจำให้ตัวเอง"นางยิ้มน้ำตาคลอ เขาจูบหน้าผากนางเลื่อนจูบมาที่แก้มและปาก บดจูบกันดูดดื่มนางเผยอปากให้เขาใช้ลิ้นชอนไชเข้าไปก็อกก็อก เสียงเคาะประตูขัดจังหวะทำนางกับเขาผละจากกัน" อาหยางข้าเอง จั่วหมิง เปิดประตูให้ข้าเข้าไปหน่อยได้ไหม"เฉินหยางมองหน้านาง หากนางไม่ให้เขาเปิดเขาก็จะไม่เปิด นางพยักหน้าเขาจึงเดินไปเปิดประตู" นี่ก็ดึกแล้วเจ้ามีอะไร"จั่วหมิงมองเลยไปด้านหลัง เห็นซ่งอวี่เยียนกำลังรินชาดื่ม" ข้าอยากคุยกับนางตามลำพัง เจ้าช่วยออกไปก่อน"เฉินหยางไม่อยากออกไป แต่เมื่อเห็นแววตาเว้าวอนของจั่วหมิงเขาก็ถอนหายใจ ทั้งสองควรคุยปรับความเข้าใจกัน" เยียนเอ๋อ"นางเงยหน้าขึ้นมองจั่วหมิง" มีอะไรก็รีบพูดมา ข้าง่วงนอนแล้ววันนี้เหนื่อยมาทั้งวัน"" ข้ากับองค์หญิงไซ่หย่าไม่มีอะไรเกินเลยใจของข้ายังคงมีแต่เจ้าคนเดียว แต่ข้ายังกลับไปกับเจ้าตอนนี้ไม่ได้ ข้าต้องไปส่งนางที่วังหลวงแคว้นฉ
ไม่นานเฉินหยางก็มาพร้อมพ่อค้าทาส เขาถอดโซ่ออกจากมือและเท้าของจั่วหมิงนางกอดแขนเขา" อาหมิง"เสียงเรียกแผ่วเบาดังมาจากข้างหลัง นาง หันไปมองพร้อมทุกคน เห็นสตรีหน้าตามอมแมมแต่งดงามมองจั่วหมิงด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์" ยินดีด้วยนะ เจ้าเป็นอิสระแล้ว"ซ่วอวี่เยียนมองจั่วหมิงสลับสตรีคนนั้นก่อนจะปล่อยมือจากแขนของเขา เขามองนาง" เยียนเอ๋อช่วยนางด้วยได้ไหม นางเป็นคนช่วยชีวิตข้า"นางมองหน้าเขา" หากไม่ได้นางข้าคงตายไปแล้ว ทั้งที่นางเองก็ลำบากเหมือนกัน นางกำลังหนีการตามล่าแต่นางก็ยังเสียเวลาช่วยข้า ทำให้ถูกพวกค้าทาสจับตัว"นางพยักหน้าให้เฉินหยางเดินไปจ่ายเงินกับพ่อค้าทาส สตรีนางนั้นก็ถูกปล่อยตัวออกมาพอนางเป็นอิสระก็คุกเข่าลง ตุ๊บ" ข้าขอบคุณพวกท่านมากที่ช่วยไถ่ตัวข้าแต่ข้าอยากขอให้ช่วยคนสนิทข้าอีกคนได้หรือไม่ ข้ารู้ว่าเป็นคำขอที่มากไป แต่นางเปรียบเหมือนพี่น้องของข้า ข้าไม่อาจหนีเอาตัวรอดไปคนเดียวได้"ทุกคนเงียบกริบ มอบอำนาจการตัดสินใจให้ซ่งอวี่เยียนคนเดียว จั่วหมิงกุมมือนาง" เยียนเอ๋อ ข้า"" ข้าจะจ่ายเงินคืนให้ ข้าจะตอบแทนพวกเจ้าเป็นสองเท่า ขอแค่ช่วยนางได้โปรด"สตรีนางนั้นทำท่าจะโขกหัว จั่วหมิงปล่อย
" ไม่ต้องห่วงนะเยียนเอ๋อ เดี๋ยวข้ากับจางจื่อจะไปฟื้นความจำให้เขาเอง"จางจื่อกับเหวินหวยเดินเข้ามาพร้อมไม้คนละอัน" เฮ้ย นี่พวกเจ้าจะเอาไม้มาทำไม"" ก็จะเอาไปฟาดหัวอาเฟิงหน่ะสิ คิดดู เยียนเอ๋อความจำเสื่อม นางหัวกระแทกต้นไม้ยังฟื้นความจำ พี่ใหญ่ตาบอดถูกฟาดหัวไปสองทีฟื้นขึ้นมาหายตาบอดเลย"" ใช่แล้ว ข้ากับเหวินหวยเลยจะไปหาเขาที่จวนราชครู เอาไม้ฟาดหัวเขาสักคนละทีเขาจะได้ความจำกลับมา"" ดีๆงั้นพวกข้าไปด้วย"" หยุด"ซ่งอวี่เยียนร้องห้าม 5คนที่กำลังจะไปหยุดชะงักหันกลับมามอง" พวกเจ้าไม่ต้องไป"" ทำไมหล่ะเยียนเอ๋อ"" นั่นสิ เจ้าไม่อยากให้เขาจำได้เหรอ"" ไม่มีประโยชน์อะไร พวกเจ้าก็เห็นว่าเขาอยู่ดีมีสุข กำลังจะได้เป็นเขยขุนนางใหญ่ชีวิตเขากำลังจะรุ่งโรจน์ อย่าไปทำลายชีวิตเขาเลย ถึงต่อให้เขาจำได้ก็ไม่แน่ว่าจะกลับไปกับพวกเรา อยู่จวนหลังใหญ่เป็นเขยราชครู มีบ่าวรับใช้ห้อมล้อมกินอยู่สุขสบาย เขาจะยอมกลับไปใช้ชีวิตยากลำบากอยู่บ้านไม่ไผ่หลังเล็กกลางป่าเขาทำไม"ทุกคนเริ่มคล้อยตามที่สำคัญเขาจะมีภรรยาคนเดียวไม่ต้องแบ่งกับใคร นางคิดในใจไม่ได้พูดออกมา ในเมื่อเขามีใหม่แล้วนางจะมามัวเสียใจอยู่ทำไมนางยังมีอาหยา
" ทูลฝ่าบาท ทูลฮองเฮา ที่กระหม่อมพูดมาล้วนเป็นเรื่องจริงพะยะค่ะ"" เสด็จพ่อ เสด็จแม่ ที่องครักษ์เผยพูดล้วนเป็นจริงทั้งสิ้น ที่จริงเขาสามารถจัดการหมาป่าพวกนั้นได้ แต่ที่ไม่ทำเพราะกลัวหม่อมฉันจะเห็นภาพไม่น่าดูเพคะ"เหวินโหรวช่วยพูด เผยฝานอวี่หันไปทางหยางผิง"องครักษ์เสื้อแพร ชื่อนี้ไม่ได้มาง่ายๆ องค์
"ผิงผิงมานั่งข้างพ่อนี่มา"เจิ้นกั๋วฮ่องเต้กวักมือเรียกให้มานั่งข้างๆที่เป็นบัลลังก์เล็ก นางเดินไปนั่งลง" พ่อเลือกองครักษ์ฝีมือดีไว้ให้เจ้า4คน พวกเขาอยู่ในหน่วยองครักษ์เสื้อแพร ฝีมือไม่ต้องพูดถึง"ทหารองครักษ์ทั้ง4ที่ยืนอยู่ด้านข้าง เดินออกมายืนข้างหน้าประสานมือคาระวะ" คารวะองค์หญิงหยางผิงพะยะค่ะ
กลิ่นสมุนไพรลอยมาแตะจมูก ซ่งอวี่เยียนค่อยๆลืมตาขึ้น นางอยู่บนเตียงนุ่มห่มคลุมด้วยผ้าลายเมฆาสีทอง สายตาสบกับบุรุษวัยกลางคนผู้หนึ่งที่มองนางอยู่ มุมปากชายคนนั้นยกยิ้ม ประกายตามีความยินดีฉายชัด นางลุกขึ้นเขาช่วยประคองปากก็ร้องบอก" นางฟื้นแล้ว ให้หมอหลวงเข้ามาเร็ว ไปตามฮองเฮามาด้วย"สัญชาตญาณของนางบอก
เขายกจอกเหล้าขึ้นดื่ม" ท่านโหว เหตุใดวันนี้ถึงได้กลับดึกนัก"เขาไม่สนใจตอบ รินเหล้ายกดื่มต่อ" ท่านกลับดึกทุกวัน หรือท่านไปมีสตรีอื่นข้างนอก ใช่สิ ข้ามันอัปลักษณ์แล้วนี่ ท่านถึงอยากทอดทิ้งข้า"หน้าของนางครึ่งซีกซ้ายเป็นรอยแผลไฟไหม้ กลายเป็นสตรีอัปลักษณ์ ตั้งแต่นั้นมานางสัมผัสได้ว่าเขาเมินเฉยเย็นชา











