Share

เพียงนางที่ข้าจะรัก
เพียงนางที่ข้าจะรัก
Author: ชวี่เหว่ย

บทนำ ตอนต้น

last update Huling Na-update: 2025-10-05 21:56:39

ช่วงต้นฤดูร้อน เมืองหลวงของแคว้นต้าเฟิ่งกำลังมีข่าวใหญ่ ฉีอ๋อง เฟิ่งเสวียนจี นำทัพออกรบได้รับชัยชนะเหนือกองทัพแคว้นคู่อริอย่างแคว้นเฉียวในที่สุด

ศีรษะและชิ้นส่วนของร่างกายแม่ทัพฝ่ายตรงข้าม ถูกเสียบประจานอยู่บนกำแพงเมือง เพื่อข่มขวัญทหารชาวแคว้นเฉียวตามคำสั่งของฉีอ๋อง

เฟิ่งเสวียนจีปีนี้อายุยี่สิบสาม นิสัยโหดเหี้ยมอำมหิต เลือดเย็นไม่ปราณีศัตรู ดูแลควบคุมผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาด้วยความเด็ดขาด หากลูกน้องคนไหนกล้าขัดคำสั่งหรือลองดีล้วนมีจุดจบไม่สวย หลายคนขนานนามเขาลับหลังว่า ’ทรราช‘

บรรดาขุนนางในท้องพระโรงต่างยำเกรงฉีอ๋อง ไม่น้อยไปกว่าฮ่องเต้ผู้เป็นบิดา แต่ถึงฉีอ๋องจะทรงอำนาจมากเพียง ตัวเขาก็เคารพให้เกียรติพระบิดา ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความจงรักภักดีเสมอต้นเสมอปลาย

หากแต่ความคิดและจิตใจของโอรสสวรรค์นั้นยากแท้หยั่งถึง…

ในงานเลี้ยงรับรองซึ่งจัดขึ้นเพื่อฉลองชัยชนะของฉีอ๋องที่นำมาสู่แคว้นต้าเฟิ่ง ฮ่องเต้ฮุ่ยจง กลับประทานสมรสพระราชทานให้ฉีอ๋องกับ มู่ซูซิน บุตรสาวเจ้าเมืองตงเฉิงเป็นรางวัล กำหนดวันอภิเษกแน่นอนไว้ในอีกสองเดือนข้างหน้า

ทุกคนที่มาร่วมงานต่างหันมามองฉีอ๋องเป็นตาเดียว ภายในใจล้วนสงสัยว่า เฟิ่งเสวียนจีจะขัดพระบัญของฮ่องเต้อย่างที่พวกเขากังวลหรือไม่

ทว่าตั้งแต่มหาขันทีเริ่มอ่านเนื้อหาในพระราชโองการตั้งแต่ต้นจนจบ วรกายสูงสง่าในชุดผ้าไหมสีดำของฉีอ๋องยังคุกเข่าสงบนิ่งอยู่บนพื้น ดวงพักตร์หล่อเหลาเรียบเฉยปราศจากคลื่นอารมณ์ไม่สะทกสะท้าน แต่หากสังเกตให้ดีจะรู้สึกได้ว่า ท้องพระโรงใหญ่เวลานี้บรรยากาศหนาวเยือกกว่าปกติ

ผู้ที่มีปฏิกิริยาอย่างเห็นได้ชัดกลับเป็น ซูเฟย ฟ่านเหวินซือ น้าสาวแท้ๆของฉีอ๋อง ดวงพักตร์เฉิดฉันท์แปรเปลี่ยนเป็นดำคล้ำไม่น่ามอง ขอตัวออกจากงานเลี้ยงทันทีหลังเฟิ่งเสวียนจีรับพระราชโองการมาถือ

ส่วนมารดาของแท้ๆของเฟิ่งเสวียนจีคืออดีตซูเฟย พี่สาวร่วมอุทรของฟ่านเหวินซือ นางเสียไปเมื่อที่เขามีอายุได้เพียงห้าปี ท่านตาของฉีอ๋องคืออดีตแม่ทัพใหญ่ ชายชราจากไปเมื่อเจ็ดปีก่อน

มิใช่แค่ฟ่านซูเฟยที่ขุ่นเคืองใจ หากยังมีหญิงสาวอีกสองนางที่ตกตะลึงจนสีหน้าเปลี่ยน โดยเฉพาะ ไป๋จื่ออวิ๋น บุตรสาวแม่ทัพ ไป๋เจี้ยน สตรีที่ซูเฟยวางตัวไว้เป็นพระชายาเอกของหลานชาย ส่วนอีกคนคือ ฉู่ฟางอิ๋ง บุตรสาวคนเดียวที่เกิดจากฮูหยินรองของเสนาบดีคลัง ฉู่ซิวหมิง นางคือสตรีที่เฟิ่งเสวียนจีเริ่มสานความสัมพันธ์ ตั้งแต่ก่อนได้รับพระบัญชาให้นำทัพต่อต้านกองทัพแคว้นเฉียว

ในขณะที่หลายคนกำลังอารมณ์ขุ่นมัว เจิ้งฮองเฮาแอบซ่อนรอยยิ้มไว้หลังจอกสุรา เรื่องที่นางกังวลบัดนี้บรรเทาลง แม่ทัพไป๋เจี้ยนไม่มีวันยอมให้บุตรสาวที่เกิดจากฮูหยินเอก ลดตัวไปแต่งเข้าตำหนักฉีอ๋องในฐานะชายารองเป็นแน่ ส่วนเสนาบดีคลังนั้น คงต้องรอดูท่าทีว่าเอาอย่างไร

ใครใช้ให้เฟิ่งเสวียนจีเปล่งประกายและทรงอิทธิพลมากขึ้นทุกวันกันเล่า

ฮ่องเต้ฮุ่ยจงทอดพระเนตรฉีอ๋องด้วยแววตาล้ำลึก เหตุผลที่ทำให้พระองค์เลือกบุตรสาวของเจ้าเมืองตงเฉิงเป็นชายาเอกของเขานั่นก็เพราะ

เมืองตงเฉิง เป็นเมืองท่าติดทะเลทางทิศตะวันออก ที่นั่นสงบสุขไร้ความวุ่นวาย จึงไม่จำเป็นต้องตั้งค่ายทหารใหญ่ไว้ประจำการ

ตัวของ มู่เทียน ผู้เป็นเจ้าเมือง ไร้ซึ่งอำนาจหนุนหลัง รับตำแหน่งต่อจากบิดา ทำงานด้วยความซื่อสัตย์ภักดี ทั้งไม่เกี่ยวข้องกับขุนนางใหญ่ในเมืองหลวงคนใดเป็นพิเศษ ฮูหยินของเขาก็มาจากตระกูลคหบดี หาใช่บุตรสาวขุนนาง

งานเลี้ยงในวันนี้ดำเนินไปอย่างรื่นเริง เฟิ่งเสวียนจีนั่งดื่มสุราอย่างเงียบๆ แผ่ไอสังหารกดดันจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ คล้อยหลังฮ่องเต้และฮองเฮาที่เสด็จออกจากท้องพระโรง ร่างสูงก็เดินออกจากสถานที่จัดงานโดยไม่หยุดทักทายผู้ใดทั้งสิ้น ดวงพักตร์หล่อเหลาเย็นชาราวฉาบไว้ด้วยน้ำแข็ง ก้าวขึ้นรถม้าตรงกลับตำหนักทันที

ตำหนักเว่ยจง

ภายในห้องทรงอักษร วรกายสูงสง่ายืนเอามือไพล่ จ้องมองพระราชโองการสีทองบนโต๊ะด้วยสายตาเดียดฉันท์

“เจ้ารู้ใช่หรือไม่ว่าข้าไม่ชอบให้ใครมาบังคับและวุ่นวายกับชีวิตส่วนตัวของข้า” สุรเสียงทุ้มต่ำค่อนไปทางเย็นชาดังขึ้นสั่งลูกน้องคนสนิท

หนึ่งในองครักษ์ที่อยู่ตรงนั้น ก้าวออกมาตอบรับอย่างรู้หน้าที่ “กระหม่อมจะรีบไปจัดการให้เรียบร้อยก่อนถึงกำหนดอภิเษกสมรสพะย่ะค่ะ”

“ส่งคนคอยจับตาดูไว้ก่อน อย่าเพิ่งลงมือตอนนี้ เริ่มจัดการหลังจากผ่านไปหนึ่งเดือน ที่สำคัญ อย่าแหวกหญ้าให้งูตื่น” รับสั่งเสร็จก็สาวเท้าตรงไปยังคอกม้า

สามวันต่อมา จวนเจ้าเมืองตงเฉิง

คอกม้าท้ายจวน หญิงสาวรูปร่างเพรียวบาง แต่งกายทะมัดทะแมงคล้ายบุรุษ เพิ่งช่วยผู้ดูแลม้าทำคลอดแม่พันธุ์อาชาเหงื่อโลหิตเสร็จสิ้นอย่างราบรื่น ทั้งแม่และลูกต่างปลอดภัยดีไม่มีปัญหา ทว่าในขณะที่กำลังถอดถุงมือผ้าและผ้าโพกผมอยู่นั้น พ่อบ้านของจวนก็มาตามนางที่คอกม้าพอดี

“คุณหนูขอรับ มีคนจากเมืองหลวงมาขอพบท่าน เห็นว่าเป็นขันที นายท่านและทุกคนกำลังรอท่านอยู่ที่ห้องโถงขอรับ”

“มีขันทีมาขอพบข้า?” เรียวคิ้วงามเลิกขึ้นขณะเอ่ยถาม ลางสังหรณ์ว่างานกำลังจะเข้าผุดขึ้นในความคิด ‘ขันทีจากเมืองหลวงมาเยือน หรือว่าเอาเจ้าสิ่งนั้นมามอบให้ ตามข่าวที่ถูกส่งมาถึงก่อนหน้านี้‘

กลางโถงรับรองของจวนเจ้าเมืองตงเฉิง

มู่เทียน ฮูหยินผู้เฒ่า มู่ฮูหยิน รวมถึงบุตรชายวัยเก้าปีนาม มู่เหยียน คุกเข่าอยู่บนพื้นอย่างสงบเสงี่ยม แม้แต่ ลี่มี แมวสุดที่รักของนางก็มารวมกลุ่มเพื่อฟังความกับเขาเหมือนกัน ครั้นมู่ซูซินมาถึงก็รีบลงไปคุกเข่าข้างมารดาด้วยท่าทางประหม่าอย่างไม่คิดปิดบัง

ชุนกงกงที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตำแหน่งประธาน จิกตาพิจารณาหญิงสาวพอเป็นพิธี จากนั้นจึงลุกขึ้นกางม้วนผ้าสีทองในมือ

“คุณหนูมู่ซูซินรับราชโองการ ด้วยโองการแห่งฟ้า…”

เสียงแหลมสูงเป็นเอกลักษณ์ของขันทีดังก้องโถงรับรอง ประกาศเรื่องสมรสพระราชทาน ระหว่างนางกับฉีอ๋องเสียงดังฟังชัด

หมดกัน! ชีวิตอันแสนสงบสุขของนาง

หัวคิ้วของมู่ซูซินขมวดมุ่นเป็นปม ข้องใจว่าเพราะเหตุใด ฉีอ๋องถึงยอมให้ฮ่องเต้โยนสมรสพระราชทานใส่หัวโดยไม่คัดค้าน หรือว่ารายนั้นมีแผนรับมือเรื่องนี้ไว้อยู่แล้ว

แต่มันคือแผนแบบไหนกันล่ะ…หรือว่า!?

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   ตอนพิเศษ นายน้อยคนใหม่แห่งหอเหว่ยตี้ ~4

    สองปีต่อมา มู่เหยียนเติบใหญ่ขึ้นมากร่างกายกำยำจากการฝึกวรยุทธ์กับท่านตาอย่างหนัก สุ้มเสียงแตกหนุ่มบัดนี้ทุ้มต่ำเสนาะหู รูปโฉมหล่อเหลาอันตรายต่อจิตใจของสตรีมากขึ้นทุกวัน บรรดาแม่สื่อต่างย่ำเท้ามาทาบทามคุณชายมู่เหยียน จนธรณีประตูทางเข้าจวนเจ้าเมืองแทบสึก! หลังปีใหม่ หอเหว่ยตี้ก็ได้รับเทียบเชิญอย่างเป็นทางการจากชินอ๋องแห่งแคว้นต้าเซี่ย เขาประสงค์ให้หอโอสถเหว่ยตี้ไปเปิดที่เมืองหลวงของแคว้น เนื่องจากในหน้าหนาวของทุกๆปี ประชาชนของต้าเซี่ยจำนวนไม่น้อยมักเจ็บป่วยและเสียชีวิตจากโรคปอดอักเสบ ชินอ๋องเซี่ยหย่งเหอ ทราบมาว่าหอเหว่ยตี้มีโอสถชั้นยอดหลายอย่าง จึงอยากให้หอเหว่ยตี้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ โดยการไปเปิดหอโอสถที่เมืองหลวงเป็นสาขาแรก หยางหย่าถิงในฐานะนายใหญ่ตอบรับคำเชิญนี้ โดยที่นายน้อยเหว่ยอี้จะเป็นตัวแทนไปเจรจา ใช้เวลาในการเดินทางราวยี่สิบวันจากต้าเฟิ่งมายังเมืองหลวงของต้าเซี่ย ตำหนักชินอ๋อง งานเลี้ยงรับรองนายน้อยเหว่ยอี้ ถูกจัดขึ้นที่ลานตำหนักติดกับสระบัวและน้ำตกจำลองเพื่อคลายร้อน การตกแต่งประดับประดาสวยงามสมเกียรติชินอ๋องแห่งต้าเซี่ย เมื่อได้เวลาเซี่ยหย่งเหอและพระชายาทั้งสอง รวมถึ

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   ตอนพิเศษ นายน้อยคนใหม่แห่งหอเหว่ยตี้ ~3

    แม่เล้าของหอราตรีจรัส ครั้นได้เห็นเด็กหนุ่มรูปงามสองคน แต่งกายด้วยอาภรณ์ราคาแพง ก็รีบปรี่เข้ามาต้อนรับพร้อมรอยยิ้มการค้าอย่างมืออาชีพ “คุณชายสองท่านนี้ไม่ทราบว่าคืนนี้มากินดื่มหรือต้องการมาหาความสำราญกันเจ้าคะ” มู่เหยียนผู้มีประสบการณ์รีบออกตัวรับหน้าอย่างทันท่วงที “พี่สาวคนสวย คืนนี้พวกข้าขอเริ่มด้วยการกินดื่มก่อนก็แล้วกัน หากนึกครึ้มอกครึ้มใจขึ้นมาทีหลัง ค่อยหาความสำราญก็ยังไม่สาย ลูกน้องของข้าจองระเบียงส่วนตัวชั้นสองมองเห็นแม่น้ำไว้ ถ้าอย่างไรพี่สาวคนสวยช่วยพาน้องชายไปที” พูดจบก็วางถุงใส่เงินที่มีน้ำหนักไม่น้อยใส่มือแม่เล้าอย่างรู้งาน แม่เล้ายกพัดกลมขึ้นมาแตะแผ่นอกของเด็กหนุ่มเบาๆ อย่างมีจริต “แหม ปากหวานเสียจริงนะเจ้าคะ “จากนั้นจึงเดินนำไปยังระเบียงชั้นสองที่ถูกจับจองไว้ ” เชิญคุณชายตามข้ามาทางนี้เจ้าค่ะ” อาหรงดวงตาเบิกโพลงยิ่งกว่าเก่า คาดไม่ถึงว่าสหายของตนจะเชี่ยวชาญการใช้ชีวิตในหอโคมแดงขนาดนี้! องครักษ์ของมู่เหยียนที่เดินตามหลังมากลั้นขำกันจนไหล่สั่น คุณชายน้อยเลียนแบบจดจำท่าทางการพูดการจาของพี่สาวมาได้เหมือนเป๊ะ บนระเบียงส่วนตัวชั้นสอง ประตูเปิดกว้างสามารถมองเห็

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   ตอนพิเศษ นายน้อยคนใหม่แห่งหอเหว่ยตี้ ~2

    เฟิ่งเสวียนจียืนกอดอกอยู่ในเงามืด เอียงคอถามน้องภรรยาที่กำลังตั้งท่าจะกระโจนขึ้นหลังคาด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ “…” มู่เหยียน หมดกันถูกจับได้เสียแล้ว! “แหะๆ พี่เขยดึกๆ ดื่นๆ ไม่หลับไม่นอน ออกมาทำอะไรแถวๆ นี้หรือพะย่ะค่ะ พระชายาหลับแล้วหรือ ท่านอ๋องถึงออกมาเดินชมดาวยามค่ำคืนคนเดียว” “ข้าต้องถามเจ้ามากกว่า ดึกดื่นค่อนคืนไม่หลับไม่นอน แต่งตัวซะหล่อแบบนี้มีนัดกับใครที่ไหนรึเปล่า” ดวงเนตรคู่คมมองสำรวจเสื้อผ้าที่มู่เหยียนใส่ ถึงจะเป็นสีเข้มทว่ากลับดูหรูหรามีระดับ แค่มองก็รู้ว่าเจ้าตัวต้องมีนัดแน่ๆ มู่เหยียนถอนหายใจแผ่ว คำว่าอาบน้ำร้อนมาก่อนมันเป็นอย่างนี้เองสินะ แค่เห็นชุดที่เขาสวมใส่ก็ดูออกทันที “ปิดบังท่านอ๋องไม่ได้เลยจริงๆ กระหม่อมมีนัดจริงๆ นั่นแหละพะย่ะค่ะ” “แล้วทำไมไม่ออกทางหน้าตำหนักให้มันดีๆ จะโดดขึ้นหลังคาหนีออกไปให้องครักษ์สงสัยทำไม หืม?” “เดินออกไปง่ายๆ แบบนั้นมันไม่เร้าใจพะย่ะค่ะ แอบออกไปแบบนี้มันตื่นเต้นกว่า” (*_*’) เฟิ่งเสวียนจีถึงกับเงิบเมื่อได้ยินคำตอบจากปากน้องภรรยา พี่น้องคู่นี้สมกับที่มีสายเลือดเดียวกันจริงๆ! ชอบทำอะไรลับๆ ล่อๆ ให้คนสงสัย…พี่เขยอย่างเขาหัวจะ

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   ตอนพิเศษ นายน้อยคนใหม่แห่งหอเหว่ยตี้ ~1

    ช่วงปลายวสันตฤดู จวนเจ้าเมืองตงเฉิงมีงานใหญ่ คุณชายน้อยมู่เหยียนปีนี้อายุครบสิบห้าแล้ว จึงได้เวลาทำพิธีสวมหมวกครั้งแรก ซึ่งเป็นพิธีที่แสดงว่าเขาได้เข้าสู่วัยผู้ใหญ่แล้ว และเป็นการบ่งบอกว่าเขาพร้อมที่จะรับผิดชอบต่อสังคมและครอบครัว นั่นหมายถึงหลังเสร็จสิ้นพิธี มู่เหยียนจะกลายเป็นนายน้อยคนใหม่ของหอเหว่ยตี้แทนพี่สาวทันที นามที่ใช้คือ เหว่ยอี้ ในวันสำคัญนี้ แม้แต่หยางเทียนอี้ผู้เป็นตาก็เดินทางมาจากเมืองชิงหลินเพื่อร่วมฉลอง มู่ซูซินพร้อมสามีและลูกๆ ของนางเดินทางจากเมืองหลวงเพื่อมาร่วมงานสำคัญนี้ ตลอดการเดินทางหลายวันเฟิ่งเสวียนจีแทบเก็บอาการไม่อยู่ ไม่มีใครรู้ว่าเขาดีใจมากแค่ไหน ที่ต่อไปชายาตัวน้อยไม่ต้องรับผิดชอบหน้าที่นายน้อยแห่งหอเหว่ยตี้อีกแล้ว เขาใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัวทุกครั้ง ยามที่ชายาต้องเดินทางไปต่างเมืองเพื่อทำงาน หลังเสร็จสิ้นพิธีสมาชิกทุกคนในครอบครัวก็มารวมตัวกันอยู่ที่โถงพักผ่อนในเรือนของฮูหยินผู้เฒ่า มู่เหยียนในวัยสิบห้าปีรูปร่างสูงสง่ามีราศีมิต่างจากเชื้อพระวงศ์ ใบหน้าหล่อเหลาค่อนไปทางงดงามดูราวปีศาจจิ้งจอกจำแลงเหมือนพี่สาวไม่มีผิด อีกทั้งช่างเจรจาพา

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   ตอนพิเศษ เมื่อองครักษ์มีรักย่อมต้องทุ่มสุดตัว ~4

    เย่เฟิงคล้ายเห็นแสงสว่างที่ปลายทาง รีบพยักหน้ารับด้วยความมั่นใจ ผู้ช่วยแม่ครัวจึงคลายมือออก ปล่อยให้ชายหนุ่มเริ่มนวดแป้งด้วยตนเอง ในขณะที่มือก็กำลังนวดแป้ง ในหัวก็จินตนาการไปว่า ตนกำลังนวดต้นขานุ่มๆของลี่เจินไปด้วย และอาจเป็นเพราะตั้งใจมากไปนิดเลยเผลอคิดดังไปหน่อย ”ขาของเจ้าช่างนุ่มนวลเหลือเกินเจินเอ๋อร์“ ”…“ ทั้งแม่ครัวและผู้ช่วยคิ้วกระตุกยิกๆ พ่อหนุ่มองครักษ์กำลังสิ่งใดอยู่กันแน่!!! จากแป้งสีขาวนวลเวลานี้กลายเป็นก้อนแป้งสีชมพูเข้ม เพราะชายหนุ่มใส่ผงกุหลาบหนักมือไปนิด แต่ไม่เป็นไรแม่ครัวบอกกับเขาอย่างนั้น คราวหน้าค่อยลดปริมาณลง ถึงตอนนี้ แป้งพร้อม ไส้พร้อม ในที่สุดก็มาถึงขั้นตอนการห่อก่อนกดใส่พิมพ์ขนม ผู้ช่วยแสดงวิธีนวดแป้งทั้งสองสีให้กลายเป็นก้อนเดียว รวมไปถึงวิธีแผ่แป้งและห่อไส้ ก่อนนำไปกดใส่พิมพ์ขนมบัวหิมะ “น่ากินมากเลยขอรับ” เอ่ยชื่นชมจบก็ลงมือทำเองบ้าง เพียงแต่… “ทำไมมันยากเย็นอย่างนี้เนี่ย! ทำไมข้าห่อแล้วแป้งถึงแตกไส้ทะลัก ไม่เห็นเรียบเนียนเหมือนของท่านป้าเลย” “…” ผู้ช่วยแม่ครัว ข้าควรเวทนาคนหรือสงสารขนมดีเนี่ย “แรกก็เป็นแบบนี้แหละ ทำบ่อยๆเดี๋ยวก็ชำนาญขึ้

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   ตอนพิเศษ เมื่อองครักษ์มีรักย่อมต้องทุ่มสุดตัว ~3

    ไม่ใช่เพียงแค่หานจิ้งที่เดินหน้าเกี้ยวพานลี่อิ่งอย่างเปิดเผย แม้แต่องครักษ์เงาขั้นหนึ่งอย่างเย่เฟิง ก็ขอฉีอ๋องย้ายตำแหน่งงานมาเป็นองครักษ์ขั้นหนึ่งของพระชายามู่ซูซินแทน เหตุผลหลักคือเขาทำงานให้พระชายาจนคุ้นเคยไปแล้ว ส่วนเหตุผลรองคือหัวใจของเขาเฝ้าติดตามลี่เจินไปแล้วนั่นเอง เรียกกลับมาเท่าไหร่หัวใจเจ้ากรรมก็ไม่ยอมเชื่อฟัง เย่เฟิงเลยตั้งปณิธานว่า เขาจะไม่ยอมแพ้องครักษ์รุ่นน้องอย่างหานจิ้งเด็ดขาด ชีวิตนี้เขาต้องได้แต่งลี่เจินเป็นภรรยาผูกผม! หากทำไม่ได้ก่อนอายุสามสิบ เย่เฟิงจะไปออกบวชมันให้มันรู้แล้วรู้รอด! ครัวหลักของตำหนักเว่ยจง แม่ครัวฝ่ายขนมหวานมุมปากกระตุกยิกๆ ขณะยืนมององครักษ์ของพระชายากวนแป้งทำขนมบัวหิมะกุหลาบ “เอ่อ ท่านองครักษ์เจ้าคะ กวนแป้งไม่ต้องออกแรงขนาดนั้นก็ได้เจ้าค่ะ ค่อยๆทำไป ท่านเล่นกวนแรงและเร็วแบบนี้ แป้งมันก็กระเด็นออกจากกระทะหมดสิเจ้าคะ แล้วจะเหลือให้กินไหมเนี่ย! โอย ข้าจะเป็นลม” พูดจบก็ยกยาดมขึ้นมาสูดเข้าปอดดัง ฟื้ด... บรรดาสาวใช้ในโรงครัวยกมือป้องปากหัวเราะคิกคักด้วยความเอ็นดูในตัวเย่เฟิง คาดไม่ถึงว่าองครักษ์หน้าเข้มผู้นี้ จะยอมลงทุนมาเรียน

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status