Share

เพียงนางที่ข้าจะรัก
เพียงนางที่ข้าจะรัก
Author: ชวี่เหว่ย

บทนำ ตอนต้น

last update Last Updated: 2025-10-05 21:56:39

ช่วงต้นฤดูร้อน เมืองหลวงของแคว้นต้าเฟิ่งกำลังมีข่าวใหญ่ ฉีอ๋อง เฟิ่งเสวียนจี นำทัพออกรบได้รับชัยชนะเหนือกองทัพแคว้นคู่อริอย่างแคว้นเฉียวในที่สุด

ศีรษะและชิ้นส่วนของร่างกายแม่ทัพฝ่ายตรงข้าม ถูกเสียบประจานอยู่บนกำแพงเมือง เพื่อข่มขวัญทหารชาวแคว้นเฉียวตามคำสั่งของฉีอ๋อง

เฟิ่งเสวียนจีปีนี้อายุยี่สิบสาม นิสัยโหดเหี้ยมอำมหิต เลือดเย็นไม่ปราณีศัตรู ดูแลควบคุมผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาด้วยความเด็ดขาด หากลูกน้องคนไหนกล้าขัดคำสั่งหรือลองดีล้วนมีจุดจบไม่สวย หลายคนขนานนามเขาลับหลังว่า ’ทรราช‘

บรรดาขุนนางในท้องพระโรงต่างยำเกรงฉีอ๋อง ไม่น้อยไปกว่าฮ่องเต้ผู้เป็นบิดา แต่ถึงฉีอ๋องจะทรงอำนาจมากเพียง ตัวเขาก็เคารพให้เกียรติพระบิดา ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความจงรักภักดีเสมอต้นเสมอปลาย

หากแต่ความคิดและจิตใจของโอรสสวรรค์นั้นยากแท้หยั่งถึง…

ในงานเลี้ยงรับรองซึ่งจัดขึ้นเพื่อฉลองชัยชนะของฉีอ๋องที่นำมาสู่แคว้นต้าเฟิ่ง ฮ่องเต้ฮุ่ยจง กลับประทานสมรสพระราชทานให้ฉีอ๋องกับ มู่ซูซิน บุตรสาวเจ้าเมืองตงเฉิงเป็นรางวัล กำหนดวันอภิเษกแน่นอนไว้ในอีกสองเดือนข้างหน้า

ทุกคนที่มาร่วมงานต่างหันมามองฉีอ๋องเป็นตาเดียว ภายในใจล้วนสงสัยว่า เฟิ่งเสวียนจีจะขัดพระบัญของฮ่องเต้อย่างที่พวกเขากังวลหรือไม่

ทว่าตั้งแต่มหาขันทีเริ่มอ่านเนื้อหาในพระราชโองการตั้งแต่ต้นจนจบ วรกายสูงสง่าในชุดผ้าไหมสีดำของฉีอ๋องยังคุกเข่าสงบนิ่งอยู่บนพื้น ดวงพักตร์หล่อเหลาเรียบเฉยปราศจากคลื่นอารมณ์ไม่สะทกสะท้าน แต่หากสังเกตให้ดีจะรู้สึกได้ว่า ท้องพระโรงใหญ่เวลานี้บรรยากาศหนาวเยือกกว่าปกติ

ผู้ที่มีปฏิกิริยาอย่างเห็นได้ชัดกลับเป็น ซูเฟย ฟ่านเหวินซือ น้าสาวแท้ๆของฉีอ๋อง ดวงพักตร์เฉิดฉันท์แปรเปลี่ยนเป็นดำคล้ำไม่น่ามอง ขอตัวออกจากงานเลี้ยงทันทีหลังเฟิ่งเสวียนจีรับพระราชโองการมาถือ

ส่วนมารดาของแท้ๆของเฟิ่งเสวียนจีคืออดีตซูเฟย พี่สาวร่วมอุทรของฟ่านเหวินซือ นางเสียไปเมื่อที่เขามีอายุได้เพียงห้าปี ท่านตาของฉีอ๋องคืออดีตแม่ทัพใหญ่ ชายชราจากไปเมื่อเจ็ดปีก่อน

มิใช่แค่ฟ่านซูเฟยที่ขุ่นเคืองใจ หากยังมีหญิงสาวอีกสองนางที่ตกตะลึงจนสีหน้าเปลี่ยน โดยเฉพาะ ไป๋จื่ออวิ๋น บุตรสาวแม่ทัพ ไป๋เจี้ยน สตรีที่ซูเฟยวางตัวไว้เป็นพระชายาเอกของหลานชาย ส่วนอีกคนคือ ฉู่ฟางอิ๋ง บุตรสาวคนเดียวที่เกิดจากฮูหยินรองของเสนาบดีคลัง ฉู่ซิวหมิง นางคือสตรีที่เฟิ่งเสวียนจีเริ่มสานความสัมพันธ์ ตั้งแต่ก่อนได้รับพระบัญชาให้นำทัพต่อต้านกองทัพแคว้นเฉียว

ในขณะที่หลายคนกำลังอารมณ์ขุ่นมัว เจิ้งฮองเฮาแอบซ่อนรอยยิ้มไว้หลังจอกสุรา เรื่องที่นางกังวลบัดนี้บรรเทาลง แม่ทัพไป๋เจี้ยนไม่มีวันยอมให้บุตรสาวที่เกิดจากฮูหยินเอก ลดตัวไปแต่งเข้าตำหนักฉีอ๋องในฐานะชายารองเป็นแน่ ส่วนเสนาบดีคลังนั้น คงต้องรอดูท่าทีว่าเอาอย่างไร

ใครใช้ให้เฟิ่งเสวียนจีเปล่งประกายและทรงอิทธิพลมากขึ้นทุกวันกันเล่า

ฮ่องเต้ฮุ่ยจงทอดพระเนตรฉีอ๋องด้วยแววตาล้ำลึก เหตุผลที่ทำให้พระองค์เลือกบุตรสาวของเจ้าเมืองตงเฉิงเป็นชายาเอกของเขานั่นก็เพราะ

เมืองตงเฉิง เป็นเมืองท่าติดทะเลทางทิศตะวันออก ที่นั่นสงบสุขไร้ความวุ่นวาย จึงไม่จำเป็นต้องตั้งค่ายทหารใหญ่ไว้ประจำการ

ตัวของ มู่เทียน ผู้เป็นเจ้าเมือง ไร้ซึ่งอำนาจหนุนหลัง รับตำแหน่งต่อจากบิดา ทำงานด้วยความซื่อสัตย์ภักดี ทั้งไม่เกี่ยวข้องกับขุนนางใหญ่ในเมืองหลวงคนใดเป็นพิเศษ ฮูหยินของเขาก็มาจากตระกูลคหบดี หาใช่บุตรสาวขุนนาง

งานเลี้ยงในวันนี้ดำเนินไปอย่างรื่นเริง เฟิ่งเสวียนจีนั่งดื่มสุราอย่างเงียบๆ แผ่ไอสังหารกดดันจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ คล้อยหลังฮ่องเต้และฮองเฮาที่เสด็จออกจากท้องพระโรง ร่างสูงก็เดินออกจากสถานที่จัดงานโดยไม่หยุดทักทายผู้ใดทั้งสิ้น ดวงพักตร์หล่อเหลาเย็นชาราวฉาบไว้ด้วยน้ำแข็ง ก้าวขึ้นรถม้าตรงกลับตำหนักทันที

ตำหนักเว่ยจง

ภายในห้องทรงอักษร วรกายสูงสง่ายืนเอามือไพล่ จ้องมองพระราชโองการสีทองบนโต๊ะด้วยสายตาเดียดฉันท์

“เจ้ารู้ใช่หรือไม่ว่าข้าไม่ชอบให้ใครมาบังคับและวุ่นวายกับชีวิตส่วนตัวของข้า” สุรเสียงทุ้มต่ำค่อนไปทางเย็นชาดังขึ้นสั่งลูกน้องคนสนิท

หนึ่งในองครักษ์ที่อยู่ตรงนั้น ก้าวออกมาตอบรับอย่างรู้หน้าที่ “กระหม่อมจะรีบไปจัดการให้เรียบร้อยก่อนถึงกำหนดอภิเษกสมรสพะย่ะค่ะ”

“ส่งคนคอยจับตาดูไว้ก่อน อย่าเพิ่งลงมือตอนนี้ เริ่มจัดการหลังจากผ่านไปหนึ่งเดือน ที่สำคัญ อย่าแหวกหญ้าให้งูตื่น” รับสั่งเสร็จก็สาวเท้าตรงไปยังคอกม้า

สามวันต่อมา จวนเจ้าเมืองตงเฉิง

คอกม้าท้ายจวน หญิงสาวรูปร่างเพรียวบาง แต่งกายทะมัดทะแมงคล้ายบุรุษ เพิ่งช่วยผู้ดูแลม้าทำคลอดแม่พันธุ์อาชาเหงื่อโลหิตเสร็จสิ้นอย่างราบรื่น ทั้งแม่และลูกต่างปลอดภัยดีไม่มีปัญหา ทว่าในขณะที่กำลังถอดถุงมือผ้าและผ้าโพกผมอยู่นั้น พ่อบ้านของจวนก็มาตามนางที่คอกม้าพอดี

“คุณหนูขอรับ มีคนจากเมืองหลวงมาขอพบท่าน เห็นว่าเป็นขันที นายท่านและทุกคนกำลังรอท่านอยู่ที่ห้องโถงขอรับ”

“มีขันทีมาขอพบข้า?” เรียวคิ้วงามเลิกขึ้นขณะเอ่ยถาม ลางสังหรณ์ว่างานกำลังจะเข้าผุดขึ้นในความคิด ‘ขันทีจากเมืองหลวงมาเยือน หรือว่าเอาเจ้าสิ่งนั้นมามอบให้ ตามข่าวที่ถูกส่งมาถึงก่อนหน้านี้‘

กลางโถงรับรองของจวนเจ้าเมืองตงเฉิง

มู่เทียน ฮูหยินผู้เฒ่า มู่ฮูหยิน รวมถึงบุตรชายวัยเก้าปีนาม มู่เหยียน คุกเข่าอยู่บนพื้นอย่างสงบเสงี่ยม แม้แต่ ลี่มี แมวสุดที่รักของนางก็มารวมกลุ่มเพื่อฟังความกับเขาเหมือนกัน ครั้นมู่ซูซินมาถึงก็รีบลงไปคุกเข่าข้างมารดาด้วยท่าทางประหม่าอย่างไม่คิดปิดบัง

ชุนกงกงที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตำแหน่งประธาน จิกตาพิจารณาหญิงสาวพอเป็นพิธี จากนั้นจึงลุกขึ้นกางม้วนผ้าสีทองในมือ

“คุณหนูมู่ซูซินรับราชโองการ ด้วยโองการแห่งฟ้า…”

เสียงแหลมสูงเป็นเอกลักษณ์ของขันทีดังก้องโถงรับรอง ประกาศเรื่องสมรสพระราชทาน ระหว่างนางกับฉีอ๋องเสียงดังฟังชัด

หมดกัน! ชีวิตอันแสนสงบสุขของนาง

หัวคิ้วของมู่ซูซินขมวดมุ่นเป็นปม ข้องใจว่าเพราะเหตุใด ฉีอ๋องถึงยอมให้ฮ่องเต้โยนสมรสพระราชทานใส่หัวโดยไม่คัดค้าน หรือว่ารายนั้นมีแผนรับมือเรื่องนี้ไว้อยู่แล้ว

แต่มันคือแผนแบบไหนกันล่ะ…หรือว่า!?

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 50 องค์รัชทายาทแห่งต้าเว่ย ตอนปลาย

    ทันทีที่พิธีแต่งตั้งองค์รัชทายาทแห่งต้าเว่ยเสร็จสิ้นอย่างเป็นทางการ อันอ๋องเว่ยเหวินเฟยมิอาจกลั้นน้ำตาแห่งความปีติยินดีได้อีกต่อไป ระยะเวลาแปดปีที่เขาต้องรับหน้าที่สำคัญนี้แทนพี่ชาย ช่างยาวนานราวชั่วชีวิต! ในที่สุดเขาก็เป็นอิสระ จะได้ออกไปท่องเที่ยวทำการค้ากับแคว้นข้างเคียงดังเช่นวันวานเสียที! เพียงแต่… “อันอ๋อง พ่อขอบใจเจ้ามาก หลายปีที่ผ่านมาเจ้าช่วยแบ่งเบาภาระหน้าที่พ่อได้เยอะ เอาอย่างนี้แล้วกัน เสด็จอาของเจ้าต้องการสละตำแหน่งชินอ๋องเพื่อออกเดินทางท่องเที่ยว พ่อจะแต่งตั้งเจ้าเป็นชินอ๋องแทน จะได้อยู่ช่วยงานพ่อต่อและคอยสั่งสอนองค์รัชทายาทไปด้วย ดีหรือไม่” สิ้นรับสั่งของฮ่องเต้ ดวงพักตร์งามพิลาสของเว่ยเหวินเฟยพลันเผือดสี คนงามร่างกายซวนเซจากความสะเทือนใจอันหาที่สุดไม่ได้! นี่เขายังไม่หมดเวรหมดกรรมต่องานนี้อีกหรือ?!!! “ม่ายยยยยย…” คร่อก! อันอ๋องลมจับหมดสติอยู่ในอ้อมแขนของคนรักต่อหน้าต่อตาฮ่องเต้ ความฝันที่จะกลับไปท่องเที่ยวเป็นอันต้องพับไปก่อน…อนิจจา เกิดมาเป็นเว่ยเหวินเฟยชีวิตไม่ง่ายเลยจริงๆ สวนอรุณรัก เรือนอรุณเคียงใจ ลานกิจกรรมด้านข้างเรือน เวลานี้ครื้นเครงไปด้วยเสียงหัวเราะข

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 50 องค์รัชทายาทแห่งต้าเว่ย ตอนต้น

    บทที่ 50 องค์รัชทายาทแห่งต้าเว่ย บทสนทนาของพี่น้องแว่วเข้าหูพี่ใหญ่อย่างเว่ยลี่จวิน ที่วันนี้ขอไปฝึกยิงธนูแทนการเล่นพิณหนึ่งวัน เด็กหญิงหมายมาดว่าโตขึ้น นางจะต้องเป็นแม่ทัพหญิงเหมือนอย่างท่านทวดเจียงอิ่งให้จงได้! แต่ถึงกระนั้นนางก็มิได้ละทิ้งการฝึกฝนศาสตร์ทั้งสี่ของคุณหนูในห้องหอ หาไม่แล้วท่านทวดไทเฮาจะทรงน้อยพระทัยจนเสวยไม่ลงอีก! เกิดเป็นเว่ยลี่จวิน ชีวิตไม่ได้สุขสบายอย่างที่ใครๆคิด…เช้าฝึกวรยุทธ สายฝึกคัดอักษร บ่ายนอนกลางวัน ตื่นมาฝึกเล่นพิณ ช่วงเย็นพาพี่หลางจื่อไปเดินเล่น หลังอาหารเย็นต้องฝึกเดินหมากกับเสด็จพ่ออีก! ท่านหญิงน้อยอย่างนาง ตารางชีวิตแน่นเอี๊ยดเหมือนอย่างที่เสด็จแม่พูดไม่มีผิด! ท่านหญิงน้อยมีรูปโฉมพริ้มเพรา ดวงเนตรคมกริบเหมือนของเย่หลินราวถอดแบบกันมา หรี่มองน้องชายฝาแฝด ที่กำลังตะล่อมน้องคนเล็กอย่างเจ้าเล่ห์ “อย่าบอกนะว่าฉีเอ๋อร์กำลังหลอกล่อให้ฮ่าวเอ๋อร์รับตำแหน่งองค์รัชทายาทแทนน่ะ!” ท่านหญิงน้อยพึมพำกับตนเอง ทว่าเข้าหูขององครักษ์สองหลิวชัดเจน “…” องครักษ์สองหลิว เอ่อ…กระหม่อมควรเร่งไปรายงานท่านอ๋องดีไหม ในศาลากลางสวน เว่ยเทียนฉียิ้มกริ่มกระชับมือของน้องน้อย อ้

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 49 ทวยเทพอวยพรให้ข้า ตอนปลาย

    …หลังผ่านไปสามวัน ในที่สุดหลางจื่อก็ได้มีโอกาสพบหน้าน้องๆ ของมันเป็นครั้งแรก พี่ชายตัวฟูเดินตามพ่อจ๋าไปหาแม่จ๋าที่เพิ่งให้นมน้องๆ ของมันเสร็จ ก่อนที่นางจะกลับเข้าห้องอยู่ไฟ “หลางจื่อ น้องๆของเจ้า คนนี้เป็นผู้หญิงชื่อ เว่ยลี่จวิน” เสวี่ยหนิงเอียงห่อผ้าให้หลางจื่อเห็นหน้าน้องสาว จากนั้นจึงรับบุตรชายมาจากมารดา เอียงห่อผ้าให้เห็นบุตรชายเช่นกัน “และคนนี้เป็นผู้ชายชื่อ เว่ยเทียนฉี ต่อไปเจ้าต้องดูแลปกป้องพวกเขาให้ดีๆนะ เป็นพี่ชายแล้วห้ามซุกซนเอาแต่ใจเหมือนเมื่อก่อน เข้าใจหรือไม่” สุ้มเสียงของเสวี่ยหนิงนุ่มนวล นางยื่นมืออีกข้างมาลูบหัวเจ้าตัวโตด้วยความเอ็นดู หลางจื่อเองก็ถูหัวของมันกับฝ่ามือนุ่มของแม่จ๋าอย่างรักใคร่ ภาพตรงหน้างดงามอบอุ่น จนเว่ยลี่หยางแอบน้ำตาคลอจากความสุขท่วมท้นหัวใจ ‘ทวยเทพอวยพรให้ข้าโดยแท้ ชีวิตนี้ข้าไม่ต้องการสิ่งใดอีกแล้ว…’ หลางจื่อส่งเสียงครางแผ่วในลำคอ ยื่นจมูกดมห่อผ้าฟุดฟิด “ทำไมน้องๆ ของข้าถึงหน้าตาเหมือนลูกฟักแบบนี้ ไม่เห็นหล่อเหมือนข้าเลย แล้วจะคุยกับข้ารู้เรื่องหรือนี่” มันเอียงหัวทำหน้าหมาสงสัย ก่อนหันไปหาอวิ๋นเอ๋อร์ที่นั่งอยู่ข้างๆเย่หลิน สุนัขสองตัวสื่อสา

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 49 ทวยเทพอวยพรให้ข้า ตอนต้น

    บทที่ 49 ทวยเทพอวยพรให้ข้า เสียงร้องของทารกแรกเกิดดังสะท้อนไปทั้งตำหนัก เป็นสิ่งชี้ชัดว่าเจ้าตัวน้อยปอดแข็งแรงเพียงใด บรรดาผู้ใหญ่ที่นั่งบ้างยืนบ้าง ต่างลุ้นกันตัวโก่งว่าทายาทคนแรกของจวิ้นอ๋องและพระชายาจะเป็นชายหรือหญิง “ร้องเสียงดังขนาดนี้ ผู้ชายแน่ๆ” อันอ๋องที่มารอลุ้นทันทีเมื่อทราบข่าว ว่าพี่สะใภ้เจ็บท้องคลอดลูกเปล่งเสียงประกาศยืนยันเพศของทารก ราวกับตนเป็นผู้เชี่ยวชาญ ส่วนคนเป็นพ่อดีใจจนพูดไม่ออก ตั้งท่าจะผลักประตูห้องคลอด ทว่าถูกเฉินกั๋วกงที่แม้จะอายุมากแล้ว แต่ยังแข็งแรงและเปี่ยมด้วยพละกำลังยื้อตัวเอาไว้ “ท่านตา ปล่อยข้า ข้าจะเข้าไปหาหนิงเอ๋อร์กับลูก!” “ท่านอ๋องใจเย็นๆก่อน รอคนข้างในทำความสะอาดห้องคลอดให้เรียบร้อย เดี๋ยวกูกูก็มาเปิดประตูให้เอง” ท่านหญิงเจียงอิ่งผู้ผ่านการคลอดบุตรมาสองครั้ง เอ่ยบอกหลานชายที่เพิ่งกลายเป็นพ่อคนหมาดๆ และในเสี้ยวลมหายใจนั้นเอง… ผ่างงง!!! ประตูห้องคลอดเปิดออก ใบหน้าเปรมปรีดิ์ เปี่ยมล้นด้วยความสุขของซูลี่ปรากฏอยู่หน้าประตู “เป็นท่านหญิงน้อยเพคะ! จ้ำม่ำสมบูรณ์เหมือนลูกหมีน้อยเลยเพคะ” นางบอกข่าวดีทุกคนเสียงสดใส ทว่ากลับกลายเป็นข่าวสะเทือนใจของอันอ๋

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 48 ดีใจจนลืมตัว ตอนปลาย

    เสวี่ยหนิงรีบส่ายศีรษะบอกคนตัวโตว่าตนไม่ได้เป็นอะไร อาจเป็นเพราะเมื่อคืนนอนดึกและตื่นเช้าเลยหน้ามืดไปเท่านั้น ทว่าคนรักเมียมีหรือจะปล่อยผ่าน แทนที่จะตรงไปจวนเผิงกั๋วกงเพื่อร่วมงานเลี้ยง เขากลับสั่งสารถีให้ขับกลับตำหนักหรงจวิน และตามหมอประจำตำหนักมาตรวจอาการพระชายาอย่างเร่งด่วน ภายในห้องบรรทม หมอหลวงจับชีพจรผ่านผ้าไหมสีขาวบนข้อมือของเสวี่ยหนิง ทว่าเพียงครู่สั้นๆ ก็หันมากล่าวรายงานอาการป่วยของพระชายากับจวิ้นอ๋องด้วยรอยยิ้ม “ขอแสดงความยินดีด้วยพะย่ะค่ะท่านอ๋อง พระชายาตั้งครรภ์ได้เดือนกว่าแล้ว” เว่ยลี่หยางลมหายใจสะดุด จับตัวหมอหลวงเขย่าจนหัวสั่นหัวคลอนจากความตื่นเต้นดีใจ “ท่านหมอบอกว่าชายาของข้าตั้งครรภ์แล้วอย่างนั้นรึ นางตั้งครรภ์จริงๆ ใช่ไหม ท่านหมอไม่ได้หลอกข้านะ” แหง่กๆๆๆ “พะ พะ พะย่ะ พะย่ะค่ะ” ทรงปล่อยกระหม่อมก่อนนนน หมอหลวงเริ่มหน้าเขียว เสวี่ยหนิงที่คราแรกดีใจเรื่องที่ตนตั้งครรภ์ สีหน้าพลันเปลี่ยนเป็นตกตะลึง เมื่อเห็นสภาพของหมอหลวงในกำมือของเว่ยลี่หยาง “ว้าย! ท่านอ๋องเบามือเพคะ อย่าเขย่าตัวท่านหมอแบบนั้น เดี๋ยวเส้นเลือดในสมองแตกกันพอดี!” โอ้ย อกอีแป้นจะแตก สวามีของนางตัวใ

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 48 ดีใจจนลืมตัว ตอนต้น

    บทที่ 48 ดีใจจนลืมตัว ท่ามกลางบรรยากาศละมุนละไม รอบกายสดชื่นจากกลิ่นแดดอ่อนยามเช้า ทอแสงสะท้อนน้ำค้างบนยอดหญ้าและสมุนไพร ผสมผสานกันอย่างลงตัวกับสีสันสดใสของดอกไม้ ที่กำลังชูช่อโอ้อวดความงาม ต้อนรับฤดูกาลใหม่แห่งชีวิต เถียนเจียถิงก้อนเนื้อในอกเต้นระรัว หลังได้ยินคำสารภาพความในใจจากปากเหรินหมิง พวงแก้มใสของหญิงสาวแรกรุ่นมีริ้วแดงพาดผ่าน แต่กระนั้นบุตรีของทหารหาญกลับยืนหยัด ไม่หลบเลี่ยงสายตาหวานซึ้งของชายหนุ่ม “ท่านป๋อ ชอบข้า?” “ใช่ ข้าชอบเจ้าถิงเอ๋อร์ ชอบมากด้วย ข้าอยากอยู่เคียงข้างเจ้า อยากปกป้องเจ้าและรอยยิ้มสดใสของเจ้า ขอโอกาสให้ข้าได้หรือไม่” ทั้งที่มีคำพูดมากมายอยากเอ่ยกับนาง ทว่าเขาประหม่าจนใจสั่นมือเย็นเฉียบ เลยพูดออกมาได้เพียงเท่านี้…ความรู้สึกตื่นเต้นจนแทบคลั่งเช่นนี้ ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แม้แต่กับซ่งเจียวเจียว เขาเพิ่งมารู้ตัวว่าที่ผ่านมา ตนเองไม่ได้รักซ่งเจียวเจียวอย่างที่เข้าใจ แต่คุ้นเคยกับการที่ต้องปกป้องดูแลนางตามที่เคยรับปากเจ้ากรมโยธาไว้ รวมถึงทำเพื่อเอาคืนเชียนเสวี่ยหนิง ที่ใช้เล่ห์เหลี่ยมจนได้แต่งกับเขาในครานั้น หากกล่าวกันจริงๆ เขาช่างเป็นบุรุษที่โง่เง่าโดยแท้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status