Masukไปจากชีวิต
สามเดือนผ่านไป
“ต่อไปนี้ แกไม่ต้องเอาหน้ามาให้ฉันเห็นอีกนะ”
ลงจากเรือที่นำเถ้ากระดูกของป้าภาลัยไปโปรยที่กลางทะเล ญาติผู้พี่ก็เอ่ยเสียงแข็งใส่ทันที เจ้าตัวมีสามียืนอยู่ข้างๆ และญาติคนอื่นๆ กำลังเดินไปยังรถ เพื่อจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ
“ค่ะ” เธอตอบรับแค่นั้น แล้วเดินจากไป
อัยลินเรียกวินมอเตอร์ไซค์ ให้ไปส่งที่สถานีรถไฟ เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ ทั้งที่ตอนเดินทางมานั้นก็ติดรถของอัยลดามากับญาติอีกคน
อัยลดาก็ไม่ได้อยากให้เธอมาวันนี้ แต่อัยลินอยากมาลาคุณป้าเป็นครั้งสุดท้าย แม้จะถูกด่าหน้าด้าน เธอก็ไม่โต้ตอบ
ความเกลียดชังของอัยลดาที่มีต่อเธอเพิ่มมากขึ้น ในช่วงที่คุณป้าป่วยหนัก อัยลินมาค้างที่บ้านเพื่อจะดูแลอย่างใกล้ชิด แต่คืนหนึ่งภากรณ์กลับเข้ามาปลุกปล้ำเธอในห้องนอน อัยลินสู้
กลับหยิบแก้วน้ำที่ใกล้มือฟาดเขาหัวแตกอัยลดาด่ากราดเธอเหมือนหมูหมา หาว่าอ่อยสามีเจ้าตัวเอง พอเขาจะเล่นด้วยดันเล่นตัว
เพราะการทะเลาะที่รุนแรงทำให้คุณป้าช็อก อาการป่วยก็ทรุด และในสัปดาห์ต่อมาคุณป้าก็จากไปอย่างสงบ
อัยลดาโทษว่าเธอทำให้ท่านจากไป อัยลินรู้สึกหมดหวังในตัวญาติผู้พี่ที่หลงสามีจนลืมทุกอย่าง แม้กระทั่งความจริงที่สามีตนเองเป็นคนก่อเรื่องขึ้นก่อน
ต่อจากนี้ไม่มีคุณป้าแล้ว อัยลินก็ไม่คิดอยากจะเจอหน้าอัยลดาเช่นกัน เธอจะเป็นคนที่โดดเดี่ยวไร้ญาติอย่างแท้จริง แต่ไม่เป็นไร ยังมีมิตรแท้ที่อยู่เคียงข้างในวันที่ทุกอย่างมันโหมกระหน่ำเกินจะรับไหว
เพราะเมื่อสองวันก่อน อัยลินเพิ่งรู้ว่าตนเองตั้งครรภ์ เหตุเพราะประจำเดือนขาดหาย จึงซื้อที่ตรวจครรภ์มาเทสต์ดู ปรากฏว่าเธอตั้งท้อง
ในขณะที่พ่อของลูกในท้องนั้น หายไปจากชีวิตตั้งแต่วันที่เขาได้เห็นภาพใกล้ชิดของเธอกับพัท กับคำพูดของเธอที่ฝากพราวไปบอกเขา
รชตไม่ได้ติดต่อเธออีก และเธอก็รับรู้ในเวลาต่อมา ว่าหลังจากนั้นสองสัปดาห์เขาก็เดินทางไปอเมริกากับแม่และพี่สาว
สามเดือนผ่านไป รชตก็ไม่ได้ติดต่อกลับมา ซึ่งมันก็ดีแล้ว เพราะเธอเองก็ไม่อยากติดต่อกับเขาอีก
อยากให้เขาได้ใช้ชีวิตกับมารดา ทำตามความหวังของครอบครัวอย่างราบรื่น
ที่ผ่านมาเธอเองแม้จะรู้ใจตนเองว่ารู้สึกเกินเพื่อนกับรชต แต่ก็ไม่มั่นใจว่าความรู้สึกนั้นจะเป็นเพียงเพราะว่าเธอกับเขามีความสัมพันธ์ทางกายกันหรือเปล่า
แต่สามเดือนที่ผ่านมา ไม่มีแม้สักวันที่เธอไม่คิดถึงเขา
อัยลินกลับมาถึงหอพักในเวลาเย็น พราวกลับมาถึงในเวลาไล่เลี่ย
“โอเคไหม” พราวถามด้วยสีหน้าห่วงใย
“อือ ต่อจากนี้เราไร้ญาติแล้วจริงๆ”
“ไม่เป็นไรหรอกแก ฉันยังอยู่ ฉันจะเป็นทั้งเพื่อนและญาติให้แกเอง” พราวพูดพร้อมกับเดินมาโอบกอดอัยลิน ความเข้มแข็งที่มีมาตลอดสามเดือนได้ทลายลง อัยลินสะอื้นจนตัวโยน พร้อมเอ่ยเสียงเครือ
“ขอบใจมากนะพราว ตอนนี้ฉันมีแต่แกแล้วจริงๆ”
“ไม่เป็นไร เพื่อนกันนี่นา ว่าแต่แกเถอะ เรื่องลูกกับเรื่องเรียนจะทำยังไง”
“ถ้าท้องเริ่มโตเมื่อไหร่ ฉันคงดร็อปเรียนก่อน”
“ไม่ต้องกลัวนะ ฉันจะช่วยแกเลี้ยงลูกเอง”
คำพูดนั้นทำให้อัยลินปล่อยโฮทันที เพราะถึงแม้จะมั่นใจว่าตนเองสามารถดูแลลูกได้ แต่การมีเพื่อนที่พร้อมจะอยู่ข้างๆ มันทำให้เธอรู้สึกยิ่งมั่นใจกับการจะเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวในวัยที่ยังเรียนไม่จบมหาวิทยาลัย
“พูดก็พูดเถอะอัย คือที่ผ่านมาร็อกเขาป้องกัน หรืออัยคุมเอง”
“ที่ผ่านมาร็อกป้องกันตลอด แต่ถ้ามีฉุกละหุกเขาเป็นเหตุให้ไม่ได้ป้องกัน เขาก็จะบอก แล้วฉันก็กินยาคุมฉุกเฉิน แต่ไม่บ่อยหรอก”
แต่คืนนั้นหลังมีอะไรกัน เธอก็ไม่ได้คุยกับเขา กระทั่งเลิกรา และเขาก็เดินทางไปอเมริกากับมารดาและพี่สาว ส่วนเธอก็มัวแต่กังวลเกี่ยวกับป่วยของคุณป้า แล้วไหนจะเศร้าใจที่ต้องแยกจากรชต เลยไม่ได้ฉุกคิดเรื่องคืนนั้น
“อือ เป็นแบบนี้นี่เอง เอาเป็นว่าจะไปฝากท้องวันไหนก็บอกด้วยนะ ฉันจะได้ไปเป็นเพื่อนแก”
“ไม่เป็นไรหรอก แค่นี้เองฉันไปคนเดียวได้”
“ไม่ได้สิ ฉันอยากไปด้วย”
“รอไปวันคลอดดีกว่า แกมีเรียนก็ไปเรียนเถอะ ไม่ต้องห่วงฉันหรอก คนท้องไม่ได้เป็นคนป่วยนะ”
“โอ๊ย แกนี่จะเข้มแข็งเกินไปแล้วนะ”
“ก็โลกนี้ไม่มีพื้นที่ให้คนอ่อนแอไง”
“จ้า ยัยคนแกร่ง”
:::::::::::::::::::::::::
6 เดือนผ่านไป “แก มีเรื่องจะเม้าท์” ขณะที่อัยลินเพิ่งพาลูกสาววัยใกล้สองขวบหลับช่วงบ่าย พราวก็โผล่หน้ามาหาที่บ้าน“หน้าตาตื่นเต้นขนาดนี้ ต้องเป็นเรื่องดีๆ ใช่ไหม”“ดีมากแก มันดี แต่ว่า...” ท้ายประโยคทำหน้ามุ่ย“ดีแล้ว ยังมีแต่อีก”“ก็มันเล่าให้ฟังไม่ได้ นอกจากแกไง”“งั้นก็ว่ามา”“ก่อนเล่า หลานชายรูปหล่อฉันยังไม่กลับจากโรงเรียนเหรอ”“ยัง เพราะไปเรียนเปียโนต่อ อีกสักสองชั่วโมงน่าจะถึงบ้าน ถ้าอยากเจอก็อยู่กินมื้อเย็นด้วยกัน”“อยู่ไม่ได้แก วันศุกร์ต้องไปกินข้าวกับแฟน”“งั้นก็รีบเล่าเรื่องดีๆ ของแกมาเถอะ จะได้กลับบ้านไปกินข้าวกับแฟน” เพราะบ้านของปริญญ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว และทั้งสองกำลังจะจัดงานแต่งในเดือนหน้า“ก็แม่นุชน่ะสิ ส่งไฟล์ภาพสมัยยังเด็กของปั้นมาให้เพื่อทำภาพพรีเซ็นฯ งานแต่ง ฉันเห็นแล้วร้องกรี๊ดเลย เพราะมีภาพที่ปั้นใส่ชุดอนุบาลด้วย คือแก แบบเขาเป็นคนเดียวกับปั้นที่เป็นรักแรกสมัยอนุบาลสามของฉันอะ ฉันรู้สึกโอ้โห นี่มันพรหมลิขิตชัดๆ” พราวพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ท่าทางเหมือนเจอเรื่องเหลือเชื่อที่สุดในชีวิต“ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อแฮะ ว่าแต่แกบอกปั้นแล้วเหรอ ว่าเขาคือแฟนสมัยเด็กของแก”“ยัง
รุ่งเช้าทั้งสองออกจากห้องพัก แวะกินมื้อเช้าที่คาเฟ่ข้างคอนโดฯ จากนั้นก็ออกเดินทาง ใช้เวลาเพียงสามชั่วโมงก็ถึงจุดหมาย ทั้งสองแวะกินมื้อเที่ยงที่ร้านริมทะเล กินอิ่มก็ถ่ายรูปกันเล่นๆ กระทั่งบ่าย ทั้งสองก็มุ่งตรงไปยังโครงการบ้านพักวัยเกษียณระดับไฮเอนด์ ที่อยู่นอกเมืองออกไปราว 7 กิโลฯ ซึ่งเป็นโครงการของครอบครัวของรชตนั่นเองภายในโครงการกว้างขวาง ภายในมีบริการสำหรับคนที่จะใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างสบาย ทั้งสนามกอล์ฟ คลับ ฟิตเนส สวนหย่อมสำหรับนั่งเล่นหรือวิ่งเดินออกกำลังกาย และสถานพยาบาลที่รองรับฉุกเฉินจากลูกบ้านได้ทุกเมื่อ ก่อนส่งต่อไปยังโรงพยาบาลหลักบ้านพักห่างกันได้ความเป็นส่วนตัว ปริญญ์เคลื่อนรถเข้ามาจอดภายในบริเวณบ้าน พอเปิดประตูรถออกมา มารดาของเขาก็ออกมาต้อนรับด้วยการสวมกอดและหอมแก้มลูกชายก่อนพอผละจากกันเขาก็แนะนำให้เธอกับมารดารู้จักกันอย่างเป็นทางการ จริงๆ แล้วทั้งสองเจอกันในงานแต่งของรชตกับอัยลินมาก่อนแล้ว แต่ไม่ได้มีโอกาสพูดคุยกัน“เข้าไปข้างในก่อนเถอะ” นุจรีควงแขนลูกชาย และเอื้อมมาจับมือพราวเข้าไปในตัวบ้านความเป็นกันเองนั้นทำให้พราวคลายความเกร็งตามประสาผู้หญิงที่เข้าบ้านผู้ชายเป็นครั้
ความรัก วันเวลาหกเดือนผ่านไป“ปั้น หยุดก่อน หิวไม่ใช่เหรอ ให้พราวเจียวไข่เสร็จก่อนสิ อ๊ะ” หญิงสาวบ่นจบก็ครางออกมา เมื่อเธอกำลังจะตั้งกระทะเจียวไข่ในเวลาสามทุ่ม เพราะคนเพิ่งเข้ามาในห้องพักบ่นหิวทว่ายังไม่ทันทำอาหารจานด่วนเสร็จ เขาก็เดินเข้ามากอดจากด้านหลัง จูบที่ต้นคอเปลือยเปล่าที่เธอรวบผมสูง จากนั้นมือใหญ่ก็สอดเข้ามาในชายเสื้อยืด เกาะกุมอกอวบของเธอพร้อมขย้ำเบาๆ“ตอนนี้เราหิวพราวมากกว่า” น้ำเสียงกระเส่า พร้อมกับกดร่างเพรียวบางให้อยู่ในท่าโก้งโค้ง พราวต้องเกาะขอบเคาน์เตอร์ครัวไว้แน่น พร้อมสูดปากครวญครางอย่างซ่านเสียว เมื่อเขารั้งกระโปรงเธอสูง แล้วเอานิ้วแกร่งแหย่เข้าไปในโพรงลึก ขยับเข้าออกจนเกิดเสียงฉ่ำแฉะ“พราวพร้อมแล้วแหละ” เสียงนั้นดังขึ้นพร้อมกับได้ยินเสียงรูปซิปกางเกงสแลกซ์ไม่กี่นาทีต่อมาพราวก็รับรู้ถึงแท่งร้อนที่แทงเข้ามาในร่องหลืบที่คับแน่น แต่หยาดน้ำฉ่ำก็ทำให้ไม่เจ็บ เมื่อเขาแทงระรัวเข้าหาอย่างหิวโหย เพราะตลอดทั้งสัปดาห์ เขาจะมาค้างคืนกับเธอแค่วันสุดสัปดาห์เท่านั้นเสียงเนื้อกระทบเนื้อประสานกับเสียงครางหวานและเสียงพร่าทุ้มดังไปทั่วห้องครัวช่วงล่างเขาขยับไม่หลุด ปากอุ่นก็ก้มจ
พอถึงห้องพักทั้งสองต่างนั่งเงียบๆ ครู่ใหญ่ จนปริญญ์ทนอึดอัดไม่ไหวก็โพล่งออกมาก่อน“พราว ตกลงจะเป็นแฟนกันไหม”“แน่ใจแล้วเหรอว่าอยากเป็นแฟน” พราวหันไปจ้องตาอีกฝ่าย เหมือนจะจับความรู้สึกของเขาจริงๆ“แน่ใจสิ”“แน่ใจตั้งแต่ตอนไหน”“ก็ตั้งแต่ตอนที่พราวเริ่มคุยกับหมอกริช”พอฟังแบบนั้นพราวก็แอบพรูลมออกจากปาก เพราะเหมือนการตัดสินใจที่จะคุยกับกริช ไปกระตุ้นความรู้สึกของปริญญ์อย่างนั้นหรือ“แล้วคิดว่าเราจะไปกันรอดไหม”“นั่นแหละที่คิดมาตลอด เพราะเราก็ไม่อยากเสียเพื่อนที่ดีอย่างพราวไป แต่เวลาเดียวกันเราก็ไม่อยากให้พราวเป็นแฟนกับคนอื่น”“ปั้นต้องคิดดีๆ นะ หากวันหนึ่งเราไปกันไมได้ พราวไม่มีวันคบแฟนเก่าเป็นเพื่อนหรอกนะ”“รู้ เราถึงต้องใช้เวลากับเรื่องนี้นานมากไง”“แบบนั้นเอาอย่างงี้นะ เราลองคบกันไป หากวันหนึ่งรู้สึกว่าไม่ใช่ ไม่อยากเป็นแฟนแล้ว ก็บอกกันตรงๆ เราอาจกลับมาเป็นเพื่อนกันไม่ได้ แต่เราก็จะยังไม่เกลียดกัน”“โอเค ตกลงตามนั้น” ปริญญ์ตอบรับด้วยรอยยิ้มกว้าง“เออ เรื่องแหวน ปั้นซื้อไว้แล้วเหรอ”“ใช่ เป็นแหวนคู่รักน่ะ แล้ววันหนึ่งพราวมั่นใจในตัวเราเมื่อไหร่ เราก็พร้อมสร้างครอบครัวไปด้วยกัน”“ก็ตามน
เปลี่ยนสถานะพราวรู้ตัวว่าเลี่ยงไม่ได้ที่จะไปดูโครงการบ้านที่ปริญญ์สนใจ เพราะเขามาหาเธอตั้งแต่ตอนใกล้เที่ยง ซึ่งวันหยุดเธอจะตื่นสายเป็นปกติ เขามาพร้อมของกินมื้อเที่ยง ทั้งขนมผลไม้ เครื่องดื่มที่โปรดปรานของเธอทำให้พราวคิดว่าสิ่งหนึ่งที่เธอเกลียดปริญญ์เพิ่มขึ้น จากการที่เขาทำตัวปกติ หลังจากมีวันไนท์กัน ก็คือเขาชอบซื้อของกินถูกปากมาให้นี่แหละ เพราะมันอร่อยเกินไป จนเธอคิดว่าจะหาใครที่รู้ใจขนาดนี้มาเป็นแฟนได้มันก็ควรจะเป็นเขาไหมล่ะถ้าเขายอม!ไม่ใช่มาทำตัวเป็นเพื่อนที่ดีอยู่แบบนี้!“เพิ่งรู้ว่าหมอกริชย้ายไปทำงานบ้านเกิด” เขาชวนคุย เหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้“แม่เขาไม่สบาย”“แล้วพราวกับเขา คือ...”“คืออะไร!” เธอถามพลางส่งค้อน ในความอยากรู้ของเขา“ยังคุยกันอยู่ไหม”“ก็คุย” เธอตอบแค่นั้น ไม่ได้ขยายความต่อแล้วเขาก็เงียบไปทันทีเมื่อกินอิ่ม เขาก็นั่งเล่นโทรศัพท์เงียบๆ ส่วนพราวก็เดินเข้าห้องนอน อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าสำหรับออกไปดูบ้านเป็นเพื่อนเขาใช้เวลาขับรถแค่ชั่วโมงก็ถึง โครงการกลางเมือง ระดับ อัลตร้าลักชัวรี่ สไตล์บ้านเมโทรโพลิแทน ทรอปิคอล โมเดิร์น พื้นที่ใช้สอยพันตารางเมตร มีสระว่ายน้ำส่วนตัว
“สรุปมาได้ไง” พราวถามขึ้นเมื่อปริญญ์ติดรถเธอกลับห้องพัก ด้วยเหตุผลที่เขาไม่ได้เอารถมา “ก็บอกแล้วไง คุณแม่พราวก็ฝากขนมให้เรากิน เราก็อยากมาขอบคุณด้วย ทำไมไม่อยากให้เรามาเหรอ” “พูดไปแล้ว ปั้นก็ไม่เข้าใจ” พราวบ่นแค่นั้น แล้วต่างคนต่างเงียบไป “วันนี้ไปเจอหมอกริชไม่ใช่เหรอ ตกลงว่าไง” “ตกลงยังไงก็เรื่องของพราวกับหมอกริชนะ ปั้นไม่ต้องรู้หรอก” พราวย้อนเสียงเย็นชา “พราว...” แต่พราวยังเงียบ เพราะเรื่องระหว่างเธอกับกริช มันเรื่องส่วนตัว ไม่จำเป็นต้องบอกเขาก็ได้ และไม่เข้าใจทำไมปริญญ์ถึงอยากรู้ เธอเองก็ไม่เคยสนใจเรื่องของเขากับสาวๆ ที่เขาควง “วันเสาร์หน้าจะไปดูบ้านโครงการหนึ่ง ไปเป็นเพื่อนหน่อยนะ” เขาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ “จะซื้อบ้าน” “อือ เวลาแม่กับปีเตอร์มากรุงเทพฯ เขาไม่อยากพักโรงแรมน่ะ เลยคิดจะซื้อบ้านดีกว่าจะได้เป็นส่วนตัว” “ไม่รู้จะว่างหรือเปล่านะ เพราะปั้นก็รู้วันเสาร์พราวก็กลับบ้าน” “ไปด้วยกันเถอะ เพราะโครงการที่ไปดู ไม่ไกลจากบ้านของพราวหรอก”







